10/05/2026
ปิดตำนาน"หนูเฉิน"ระดับบิ๊กพ่อค้ายาเสพติด
คดีประวัติศาสตร์ ยาไอซ์ 1.5 ตัน ด่านหนูไม่รู้
.
วันอังคารที่ 7 เมษายนวันเดียวที่ผมไปขึ้นศาลที่ผ่านมา มีเรื่องใหญ่ที่เป็นเรื่องสำคัญมากๆ เลยเกิดขึ้นในประเทศไทย คนที่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางเรื่องนี้ ก็นึกว่าเป็นข่าวอาชญากรรมธรรมดา ข่าวเล็กๆ ชิ้นหนึ่ง จริงๆ แล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ระดับสะท้านสะเทือนดิน ตามผมมา
วันอังคารที่ 7 เมษายน ทางเกาหลีใต้ได้ส่งตัว นายฐาปนันท์ ธรรมรัตน์ธาดา นี่คือชื่อที่แปลงมาแล้ว แต่ชื่อเดิมชื่อ ”หนูเฉิน” เป็นพ่อค้ายาเสพติดข้ามชาติใหญ่อายุ 42 ปี หมายจับยาเสพติดข้ามชาติทั้งหมด 66 คดี รับมาดำเนินคดีที่ประเทศไทย ล้วนเป็นคดียาเสพติดใหญ่ๆ ทั้งนั้น
ย้อนรอยเส้นทางอาชญากรรมของ "หนูเฉิน" ปี 2552: ถูกจับกุมพร้อมยาบ้า 26,000 เม็ดที่สมุทรปราการ ก่อนหลบหนีระหว่างพิจารณาคดีชั้นอุทธรณ์ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ปี 2555: เกี่ยวข้องกับการจับกุมเครือข่ายนายนิพนธ์ ร่วมกับอดีตทหาร พร้อมยาบ้า 3.8 ล้านเม็ดและยาไอซ์ 71 กิโลกรัม ซุกในบ้านหรู อ.ธัญบุรี สืบพบว่า "หนูเฉิน" รับคำสั่งจากนักโทษในเรือนจำซึ่งเป็นหลานชายแท้ๆ ของ "ขุนส่า" อดีตราชายาเสพติด ปี 2568: เกี่ยวข้องกับคดีจับยาบ้า 10.3 ล้านเม็ดที่บางพลี และยาบ้าอีก 10.5 ล้านเม็ดที่คลองสามวา
เครือข่ายของนายหนูเฉินขนยาบ้าหลายล้านเม็ด ขนยาไอซ์เป็นสิบๆ กิโลกรัมหรือเป็นตันๆ ถือเป็นเครือข่ายระดับข้ามชาติ มีการประเมินว่ากินส่วนแบ่งตลาดการค้ายาเสพติดในประเทศไทยมากถึง 80-85%
คดีที่ฮือฮาที่สุดคือการขนยาไอซ์ 1,500 กิโลกรัม ผ่านจังหวัดตาก แต่ถูกจับได้ที่ด่านห้วยยะอุ เพราะสิ่งที่เรียกว่า "หนูไม่รู้" เดิมทีมีการเตรียมเบิกทางไว้เรียบร้อยแล้ว ด้วยเม็ดเงินเคลียร์ทางมหาศาลถึง 15 ล้านบาท มีคำสั่งลับจากผู้ใหญ่บางคนให้เปิดทาง เส้นทางนี้เคยทำสำเร็จมาแล้ว 2 เดือนติดกัน (สิงหาคม-กันยายน 2562) แต่ครั้งนี้วันที่ 3 ตุลาคม กลับมีปัญหาเรื่องยานพาหนะทำให้เวลาคลาดเคลื่อน จนมีการ "เปลี่ยนกะ" เข้าเวรด่าน ชุดที่พี่สั่งมาให้เคลียร์ออกเวรไปแล้ว ชุดใหม่ที่มาแทนคือชุด "หนูไม่รู้" (ไม่ได้รับเงิน) จึงเจอยาล็อตใหญ่มูลค่านับพันล้านบาทซุกซ่อนใต้พื้นรถพ่วง 18 ล้อ ยาไอซ์ทั้งหมดถูกอำพรางมาในห่อใบชายี่ห้อหนึ่ง
เบื้องหลังเครือข่ายยาเสพติดและฟอกเงิน จากการสอบสวนขยายผล พบความเชื่อมโยงถึงกลุ่มคน ทหาร ตำรวจ และข้าราชการระดับสูงมากมาย:
นายเกิดชนะ (เท่) มินา: แกนหลักในการสั่งการลำเลียง เคยเป็นทหารเกณฑ์และลูกจ้างหน่วยซ่อมอาวุธที่ลพบุรี รู้จักกับนายฐาปนันท์ (หนูเฉิน) และพันเอกยศพล สิทธิกรรณ์ นายทหารประจำศูนย์สร้างอาวุธ
บ้านอาหยี่ (ท่าขี้เหล็ก): ที่พักของหนูเฉินในพม่า มีรปภ.แต่งชุดทหาร 20 คนพร้อมอาวุธสงคราม เฝ้าห้องใต้ดินที่มี ทองคำแท่งอยู่ 5-6 ตัน นายเกิดชนะเคยได้รับคำสั่งให้ขนทองคำแท่ง 1 ตัน ใส่ลังกระดาษกลับมาให้หนูเฉินที่ย่างกุ้ง
เจ๊หลิน (หลิน ชาล์): ตัวแทนถือบัญชีและคนเคลียร์เส้นทางยา เก็บส่วยรายเดือน เดือนละ 15 ล้านบาท โดยมีการใช้สติกเกอร์แปะรถ และนัดเคลียร์เงินกันที่ "เมียวดีคอมเพล็กซ์"
ตำรวจหญิง (สภ.แม่สอด): ถูกซัดทอดว่าเป็นคนรับเงิน 10 ล้านบาทที่ลานจอดรถโรบินสัน แม่สอด เพื่อเคลียร์เส้นทาง และเป็นคนโทรแจ้งข่าวให้เจ๊หลินทราบเมื่อรถยาถูกจับ
ขบวนการ "ตายทิพย์" และการจับกุมที่เกาหลีใต้ หนูเฉินเคยถูกจับคดียาเสพติดก่อนปี 2558 แต่ได้รับการประกันตัวและหลบหนีไปพม่า (ซึ่งแสดงว่าศาลมีข้อบกพร่อง) ต่อมามีการสร้างข่าวว่า "ตายทิพย์" พบศพลอยน้ำที่ลำน้ำเมย มีการลอยอังคารออกสื่อเพื่อให้เจ้าหน้าที่เลิกติดตาม แต่เจ้าหน้าที่สืบทราบว่ายังคงสั่งการค้ายาอยู่ ในที่สุด "หนูเฉิน" ถูกจับได้ที่เกาหลีใต้ คาดว่าเดินทางไปเพื่อ "ศัลยกรรมเปลี่ยนใบหน้า" แต่ความชำนาญของตำรวจเกาหลีใต้ที่ตรวจสอบความผิดปกติของใบหน้าเทียบกับพาสปอร์ตทำให้หนีไม่พ้น
วันนี้ในปี 2569 เมื่อนายฐาปนันท์ หรือหนูเฉิน กลับมาเหยียบแผ่นดินไทย ผมขอให้สาธารณชนจับตาดูให้ดีๆ นายตำรวจเก่าๆ ข้าราชการเก่าๆที่เคยรับเงินรับทอง และจับตาผู้พิพากษา ที่เคยให้ประกันตัวจนเขาหลบหนีไปได้
ตอนนี้ผู้มีอำนาจทั้งหลายกำลังวิ่งกันตีนขวิด พยายาม"ปิดฉาก" หนูเฉินให้ตายไปเลย เพื่อให้ตัวเองรอดพ้นจากกรรมชั่วที่เคยทำเอาไว้ นี่คือเรื่องที่สะท้านฟ้าสะเทือนดินที่ผมต้องนำมาเล่าให้ฟังครับ