26/08/2026
ATLAS DIARIES 📖 #05
OP13 vs OP17 — สอง Anniversary Set แต่ตลาดคนละโลก
ไม่กี่วันที่ผ่านมา ผมถาม Community ว่าอยากให้ผมลองเปรียบเทียบการเปิดตัว OP13 กับ OP17 กันไหม
หลังจากลองไล่ดูทั้งประวัติของตลาด ประสบการณ์การซื้อของผมเอง และสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับ OP17 ตอนนี้ ผมคิดว่านี่เป็นหนึ่งใน Comparison ที่น่าสนใจที่สุดที่เราทำได้
แต่ขอพูดก่อนเลยว่า:
โพสต์นี้ไม่ได้เป็น Data-Driven Analysis แบบเต็มรูปแบบ
OP17 เพิ่งออกมาได้ไม่กี่วัน เรายังไม่มีข้อมูลย้อนหลังมากพอที่จะสรุปอะไรแบบฟันธงได้
สิ่งที่ผมกำลังทำตรงนี้คือการเอา Observation + Market History + ประสบการณ์จริง มาดูว่า OP13 และ OP17 เปิดตัวในตลาดที่แตกต่างกันแค่ไหน
และ Context ตรงนี้สำคัญมาก
OP13: แพงแล้ว แต่เป็นคนละโลกกันเลย
ตอนผม Preorder Case ของ OP13 ผมจ่ายประมาณ ฿19,000
สำหรับ Reference:
OP12: ~฿16,000
OP13: ~฿19,000
OP15: ~฿14,000
ทั้งหมดนี้เป็นราคา Preorder
ดังนั้น OP13 ก็ถือว่าแพงแล้วในตอนนั้น
แต่สิ่งที่สำคัญไม่ใช่แค่ราคาว่าแพงแค่ไหน
สิ่งสำคัญคือ ตอนนั้นตลาดเป็นอย่างไร
OP13 เปิดตัวในเดือนสิงหาคม 2025 ในฐานะ 3rd Anniversary Set และเป็นเซ็ตที่เต็มไปด้วย Character และการ์ดที่ Collector ต้องการ
คนตื่นเต้น
Player ตื่นเต้น
One Piece TCG กำลังเติบโต
แน่นอนว่าตอนนั้นก็มีตลาดของการ์ดราคาแพงและ Sealed Product อยู่แล้ว
แต่ตลาดยังมีลักษณะที่แตกต่างจากวันนี้อย่างชัดเจน
ตลาดส่วนใหญ่ยังขับเคลื่อนโดย Collector, Fandom และ Player
คนซื้อการ์ดเพราะรัก One Piece
อยากได้ Character ที่ตัวเองชอบ
ชอบ Artwork
อยากสะสม
อยากเล่น
แน่นอนว่ามี Investor และ Speculator อยู่แล้ว
แต่พวกเขายังไม่ได้เป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่กำหนดตลาดทั้งหมด
และความแตกต่างตรงนี้จะกลายเป็นเรื่องสำคัญมาก
แล้ว January 2026 ก็เกิดขึ้น
ตรงนี้ผมไม่อยากเรียกมันแค่ว่า "ตลาดเร่งตัวขึ้น"
เพราะมันมากกว่านั้นเยอะ
นี่คือ Bull Run ของ One Piece แบบเต็มตัว
ไม่ใช่แค่ One Piece กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น
แต่คือ ตลาดทั้งตลาดกำลัง Reprice ใหม่
คุณสามารถหยิบ Luffy Promo แทบจะใบไหนก็ได้มาดู
การ์ดที่ก่อนหน้านั้นราคาไม่กี่ร้อยบาท กลายเป็นหลักพันบาท
3× กลายเป็นเรื่องปกติ
บางใบ 5×
บางใบ 10× หรือมากกว่านั้น
ผมเจอกับตัวเองเลย
ผมเคยซื้อ Pointer Luffy 10 ใบในราคาประมาณใบละ ฿150
ตอนนั้นมันก็เป็นแค่ Luffy Promo ราคาถูกที่ผมชอบ
แล้วตลาดก็ระเบิด
และไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับ Luffy Promo
Manga Rare ขึ้น
Sealed ขึ้น
SP ขึ้น
Collection ขึ้น
แทบทุกอย่างที่มีตลาด Collector อยู่แล้ว เริ่มมีการค้นหาราคาใหม่อย่างรุนแรง
ข้อมูลจากดัชนีการลงทุนที่ Community คอยติดตามกัน แสดงให้เห็นชัดเจนว่าในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนมกราคม Sealed Box เพิ่มขึ้นถึง 17.1% ในสัปดาห์เดียว ขณะที่ Manga Rare เพิ่มขึ้น 10.5% และ Secret Rare เพิ่มขึ้น 8.9%
นี่ไม่ใช่แค่ "ตลาดกำลังโต"
นี่คือ Bull Run
และในช่วงกลางเดือนมกราคม เราก็ได้เห็น Logan Paul เข้ามามีส่วนสร้าง Visibility ให้กับ OP13 และ One Piece TCG อย่างมหาศาล
แต่ผมไม่คิดว่าควรลด Bull Run ทั้งหมดลงเหลือแค่ "เพราะ Logan Paul"
เขาเป็นหนึ่งใน Catalyst ที่มองเห็นได้ชัดมาก
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นใหญ่กว่านั้น
คนจากนอกกลุ่ม Collector ของ One Piece แบบเดิมเริ่มเข้ามา
คนจำนวนมากเริ่มมอง One Piece TCG ในฐานะ Financial Asset
และทันใดนั้น One Piece ก็มีสิ่งที่ไม่เคยมีในระดับนี้มาก่อน:
เงินจำนวนมหาศาลจากคนที่สนใจมูลค่าของการ์ดและศักยภาพด้านราคามากกว่าตัวการ์ดเอง
และตรงนี้แหละที่ Financialization เปลี่ยนเกม
ก่อน Bull Run เราสามารถมองตลาด One Piece แบบง่าย ๆ เป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ได้ประมาณนี้:
Collector
คนที่สนใจ Character, Artwork, Rarity, Illustrator, การ Complete Set และความผูกพันกับ One Piece
Player
คนที่สนใจ Competitive Play, Gameplay และการ์ดที่ใช้เล่นจริง
Fandom
คนที่รัก One Piece และอยากมีของที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ตัวเองชอบ
แล้ว Bull Run ก็เพิ่มกลุ่มขนาดใหญ่อีกกลุ่มเข้ามา:
Investor / Speculator
และสิ่งนี้เปลี่ยน Psychology ของตลาด
สำหรับคนบางส่วน ตัวการ์ดอาจมีความสำคัญน้อยกว่าราคาหรือศักยภาพในการขึ้นของมัน
ลองนึกภาพว่าเราไป Convention แล้วมี SP อยู่บนโต๊ะ 20 ใบ
สำหรับ Collector การ์ดทั้ง 20 ใบอาจมี Character, Artwork, Rarity และ Story ที่แตกต่างกันทั้งหมด
แต่สำหรับคนที่สนใจด้านการเงินเป็นหลัก คำถามแรกอาจกลายเป็น:
"ใบนี้ราคาเท่าไหร่?"
ถ้าราคา ฿500 อาจเดินผ่าน
ถ้าราคา ฿20,000 ก็เริ่มน่าสนใจ
นี่คือความแตกต่างที่สำคัญมาก
และผมไม่ได้กำลังบอกว่า Investor ไม่ได้ชอบ One Piece
หลายคนชอบแน่นอน
และผมก็ไม่ได้บอกว่า SP, SEC หรือการ์ด High Rarity อื่น ๆ ไม่มีคุณค่าในฐานะ Collector Card
ตรงกันข้ามเลย
SP และการ์ดระดับสูงเองก็โตขึ้นอย่างมหาศาล
และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมตอนนี้พวกมันถึงกลายเป็นส่วนสำคัญของ Financial Conversation ใน One Piece TCG
ประเด็นคือ:
Marginal Buyer เปลี่ยนไป
ตลาดไม่ได้ถูกขับเคลื่อนโดยคนที่ "อยากได้การ์ด" เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป
แต่มีคนจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่ต้องการ Asset
และนั่นทำให้ OP13 ดูแตกต่างมากเมื่อมองย้อนกลับไป
ตอน OP13 เปิดตัว ตลาดยังไม่ได้ถูก Price แบบตลาดในวันนี้
หลังเปิดตัวมี Correction ตามปกติ
จากนั้นในช่วงหลายเดือนถัดมา ราคาค่อย ๆ ขยับขึ้น
Manga Rare ของ OP13 แน่นอนว่าแพง เพราะมันเป็น Anniversary Set
แต่เรายังไม่ได้อยู่ในโลกที่ราคาการ์ดพุ่งไปถึงระดับที่เราเห็นในภายหลัง
และนี่คือสิ่งที่ง่ายมากที่จะลืมเมื่อมอง OP13 ในวันนี้
OP13 ไม่ได้เปิดตัวในช่วง January Bull Run
Bull Run เกิดขึ้นหลังจากนั้น
OP13 อยู่ตรงนั้นตอนที่ตลาดกำลังเปลี่ยนแปลง
และความแตกต่างตรงนี้สำคัญมาก
แล้วเราก็เข้าสู่ Post-Bull-Run Market
January Rally ดำเนินต่อไปอีกหลายเดือน ก่อนที่ตลาดจะเริ่มเย็นลงประมาณช่วง March
ดังนั้น OP14, EB03, PRB02, EB04 และ OP15 ต่างก็อยู่ในสภาพตลาดที่แตกต่างออกไป
ตลาดช้าลง
แต่ Hype ของ One Piece ไม่ได้หายไป
การ์ดจำนวนมากแค่ต้องใช้เวลา Digest การเพิ่มขึ้นอย่างบ้าคลั่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น
คุณเห็นมันได้แทบทุกที่
กลับมาที่ Luffy Promo ก็ได้
การ์ดที่แทบไม่มีใครสนใจทางด้านราคา อยู่ ๆ ก็ขึ้น 5×, 8×, 10× หรือมากกว่านั้น
ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ จากของที่ผมเคยซื้อเอง:
Pointer Luffy และ Afro Luffy
ผมเคยซื้อมาในราคาเพียงประมาณ ฿150 ต่อใบ
แต่หลังจากตลาดวิ่งขึ้น ทั้งสองใบก็สามารถไปถึงระดับหลายเท่าตัวจากต้นทุนเดิมได้อย่างง่ายดาย
ตลาดต้องกลับมาหาคำตอบว่า:
ราคาพวกนี้สมเหตุสมผลจริงหรือเปล่า
และสุดท้าย บางราคาก็สูงเกินไป
นี่คือสิ่งที่ตลาดทำ
มัน Overreact
แล้วก็ Correction
แล้ว Bull Run รอบต่อไปก็มาถึง
ก่อน OP16 ตลาดกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง
และคราวนี้รู้สึกเหมือนแทบทุกอย่างกำลังขึ้น
Collection ทำ New High
High-End Card ทำ New High
Sealed ขึ้น
Hype ของ One Piece สูงมาก
แต่ OP16 ก็เริ่มทำให้ปัญหาที่สะสมอยู่ใต้ตลาดมองเห็นชัดขึ้น
Distribution
Supply
Pricing
Affordability
เราไม่จำเป็นต้องย้อนกลับไปเล่าปัญหาของ OP16 ทั้งหมดอีกครั้ง
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ชัดขึ้นเรื่อย ๆ:
One Piece กำลังแพงขึ้นจน Collector และ Player กลุ่มเดิมบางส่วนเริ่มตามไม่ไหว
และตรงนี้แหละที่ความแตกต่างระหว่าง Hobby Market กับ Financialized Market สำคัญมาก
Investor อาจเห็นการ์ดจาก ฿5,000 → ฿10,000 แล้วคิดว่า:
"เยี่ยมเลย ราคาขึ้น"
แต่ Collector อาจเห็นการ์ดใบเดียวกันจาก ฿5,000 → ฿10,000 แล้วคิดว่า:
"ไม่เอาแล้ว กูไม่จ่าย ฿10,000 สำหรับใบนี้"
สองคนนี้กำลังมองตลาดเดียวกัน
แต่พวกเขาเข้ามาเพื่อเหตุผลที่แตกต่างกัน
และนั่นพาเรามาถึง OP17
OP17 เป็น Anniversary Set อีกครั้ง
4th Anniversary Set
และมันจัดเต็มมาก
Elbaf
Four Emperors
Rocks
Luffy
Shanks
Blackbeard
รวมถึงการ์ดอีกมากมายที่ Collector รอคอย
ถ้ามองจากตัว Set อย่างเดียว?
นี่ควรเป็น Monster Set
และมันก็เป็นจริง ๆ
การ์ดสวยมาก
Hype สูงมาก
Demand มีแน่นอน
แต่ปัญหาคือ:
ตลาดที่ OP17 เปิดตัวเข้ามา ไม่เหมือนตลาดที่ OP13 เคยเจอเลย
Collector เคยเห็นหนังเรื่องนี้มาแล้ว
ตอน OP13 ออกมา การจ่ายประมาณ ฿19,000 สำหรับ Case รู้สึกแพง
แต่ยังอยู่ในบริบทของ Hobby ที่กำลังเติบโต
วันนี้ Collector เห็นมาแล้วว่า Box และ Case ราคาขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก
เห็นการ์ด 3×
5×
10×
เห็น Manga Rare กลายเป็น Financial Benchmark
เห็น SP กลายเป็น Asset ที่มีมูลค่าหลายพันหรือหลายหมื่นบาท
เห็น Sealed Product กลายเป็น Investment Vehicle
และสุดท้ายมันจะต้องมี Psychological Limit
คำถามจึงไม่ได้เป็นแค่:
"Set นี้ดีแค่ไหน?"
แต่กลายเป็น:
"แล้วจะขายกูเท่าไหร่?"
และนี่คือคำถามที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
และสิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดไทยตอนนี้น่าสนใจมาก
ตรงนี้คือ Observation ส่วนตัวของผม
ราคาตลาดรองในช่วงแรกของ OP17 Aggressive มาก
แต่ตลาดไทยทำสิ่งหนึ่งเร็วมาก:
มัน Push Back
ราคาที่ Vendor ตั้งสำหรับ Case และ Box ไม่ได้ถูกยอมรับในระดับเดียวกัน
ภายในไม่กี่วันแรก เราเห็นราคา Sealed ลดลงอย่างรุนแรง — บางกรณีเกือบจะลดลงครึ่งหนึ่งจากราคาเปิดตัวช่วงแรก
ขณะเดียวกัน Singles ก็ยังมีจำนวนไม่มากพอใน Community ที่จะสร้าง Secondary Market ที่นิ่งจริง ๆ
ตอนนี้เริ่มผ่อนคลายขึ้นแล้ว
แต่เรายังอยู่ในช่วงที่กำลังเห็น:
Price Discovery แบบ Real-Time
Seller กำลังหาว่า "ขายได้จริงเท่าไหร่"
Buyer กำลังหาว่า "ยอมจ่ายจริงเท่าไหร่"
และจนถึงตอนนี้ ตลาดกำลังส่ง Message ที่ค่อนข้างชัด:
"ราคานั้นไม่ไหว"
อย่างน้อยก็ในตอนนี้
และ Supply ก็เป็นอีกส่วนสำคัญมาก
OP13 เป็นประสบการณ์ที่แตกต่างสำหรับผมมาก
ผม Preorder Case ได้แบบไม่มีปัญหาใหญ่
และผมสามารถสั่งเพิ่มได้อีก
Supply ไม่ได้สมบูรณ์แบบ
แต่การหาสินค้า OP13 ไม่ได้รู้สึกเหมือน Battle แบบที่เราเห็นในตลาดปัจจุบัน
OP17 กำลังเปิดตัวในตลาดที่ Supply Chain และ Distribution Constraints กลายเป็นส่วนสำคัญของเรื่องราวไปแล้ว
และมันทำให้เกิด Contradiction ที่น่าสนใจมาก:
Demand สูงมาก
แต่
Price Resistance ก็สูงมากเช่นกัน
คุณสามารถมีหนึ่งใน Set ที่ Hype ที่สุดในประวัติศาสตร์ One Piece
และยังสามารถเจอ Buyer ที่ไม่ยอมจ่ายราคาที่ถูกตั้งได้
ไม่ได้แปลว่าพวกเขาไม่อยากได้การ์ด
พวกเขาอาจแค่คิดว่า:
"ราคานี้ไม่ถูกต้อง"
และตรงนี้ทำให้ Comparison กับ Pokémon น่าสนใจ
สำหรับคนที่อยู่กับ Pokémon มานาน การจ่ายประมาณ ฿6,500–7,000 สำหรับ Booster Box อาจไม่ได้รู้สึกบ้ามาก
แต่ลองคิดในมุมของ One Piece Collector ที่เพิ่งซื้อ Box ในระดับประมาณ ฿2,000 หรือราคาที่ถูกกว่านั้นมาก่อน
แล้ววันหนึ่งต้องจ่าย ฿6,500+ สำหรับ Box ใหม่
มันไม่ใช่แค่ "ราคาขึ้น"
มันคือการเปลี่ยนระดับของ Hobby ไปเลย
และผมคิดว่านี่เป็นสิ่งที่ตลาดต้องยอมรับ
One Piece TCG ไม่ได้มีการ์ดที่แย่ลง
Collector ไม่ได้หยุดรัก One Piece
ปัญหาคือ:
ต้นทุนในการเข้าร่วมตลาดมันเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง
แล้ว OP13 กับ OP17 ต่างกันตรงไหน?
ผมไม่คิดว่าความแตกต่างที่น่าสนใจที่สุดคือการ์ด
ทั้งสองเป็น Anniversary Set
ทั้งสองมี Chase Card ที่โหดมาก
ทั้งสองมี Collector Appeal สูง
ทั้งสองมี Hype สูงมาก
ความแตกต่างที่แท้จริงคือ:
ตลาดที่อยู่รอบ ๆ พวกมัน
OP13 เปิดตัวในตลาด Hobby ที่กำลังขยายตัว
Collector เข้ามา
Player เข้ามา
Fandom โตขึ้น
ราคาขึ้น
แต่ Financialization ครั้งใหญ่ของ One Piece ยังอยู่ข้างหน้า
OP17 เปิดตัวในตลาด Hobby ที่ถูก Financialize ไปแล้ว
Collector ยังอยู่
Player ยังอยู่
Fandom ยังอยู่
แต่ตอนนี้ Investor และ Speculator ฝังตัวอยู่ในตลาดอย่างลึกแล้ว
และสิ่งนั้นเปลี่ยนวิธีที่คนมองมูลค่าของการ์ด
และนี่อาจเป็นเรื่องสำคัญที่สุดที่ต้องเข้าใจเกี่ยวกับ One Piece ตอนนี้
Financialization ไม่ได้เข้ามาแทนที่ Collector Market
มันแค่สร้างตลาดอีกชั้นหนึ่งขึ้นมาทับตลาดเดิม
และช่วงแรกมัน Bullish มาก
Buyer มากขึ้น
Liquidity มากขึ้น
Attention มากขึ้น
เงินมากขึ้น
ราคาสูงขึ้น
แต่สุดท้ายสองฝั่งนี้สามารถชนกันได้
Investor ต้องการ Appreciation
Collector ต้องการการ์ด
Player ต้องการเกม
และเงินที่ Collector หรือ Player รุ่นเดิมสามารถใช้ได้ไม่ได้เพิ่มขึ้นแบบไม่มีที่สิ้นสุด
นี่คือเหตุผลที่ OP17 น่าสนใจสำหรับผมมาก
เพราะนี่อาจเป็นหนึ่งใน Release ใหญ่ครั้งแรก ๆ ของ One Piece ที่เราจะได้เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อ:
Set ที่ Hype อย่างมหาศาล
*
ตลาดที่ Financialized อย่างหนัก
*
ราคาเปิดตัวที่สูงมาก
*
Collector Base ที่ผ่าน Bull Run มาแล้วหลายรอบ
มาชนกันในเวลาเดียวกัน
และนั่นคือเหตุผลที่ผมจะจับตา OP17 อย่างใกล้ชิด
ไม่ใช่เพราะผมคิดว่า OP17 เป็น Set ที่ไม่ดี
ตรงกันข้ามเลย
ผมคิดว่า OP17 อาจเป็นหนึ่งใน Set ที่สำคัญที่สุดที่เราเคยมี
เพราะการ์ดมี
Hype มี
Collector มี
Investor มี
คำถามคือ:
ตลาดยอมเข้าร่วมที่ราคาเท่าไหร่?
Demand จะดูดซับราคาพวกนี้ได้หรือไม่?
Supply จะตามมาทันหรือเปล่า?
Singles จะ Stabilize ที่ระดับไหน?
Sealed จะลงต่อไหม?
Collector จะกลับเข้ามาเมื่อราคาสมเหตุสมผลขึ้นหรือไม่?
หรือจริง ๆ แล้วตลาดต้องการ Reset อีกครั้งก่อนจะสามารถเติบโตต่อ?
เรายังไม่รู้
และนั่นคือเหตุผลที่สิ่งนี้เป็น Atlas Diary ไม่ใช่ Prediction
เราไม่ได้พยายามบอกว่าตลาดจะไปทางไหน
เรากำลังดูว่า ตลาดกำลังสร้างตัวเองขึ้นมาอย่างไรแบบ Real-Time
และถ้าใครอยากติดตาม Price Discovery ของ OP17 แบบ Real-Time ทั้ง Singles และ Sealed สามารถเข้ามาดูความเคลื่อนไหวได้ที่ OP-Atlas
เพราะตอนนี้เราไม่ได้แค่ดูว่า:
"การ์ดใบไหนแพง?"
เรากำลังดูว่า:
"ตลาดกำลังตัดสินใจว่าอะไรควรแพงแค่ไหน"
Let's see where OP17 takes us. 👀
Disclaimer: โพสต์นี้เป็นการแชร์มุมมอง การสังเกตตลาด และประสบการณ์ส่วนตัวของผม ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุน ไม่ใช่การคาดการณ์ราคา และไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายการ์ดหรือ Sealed Product ราคาต่าง ๆ อาจแตกต่างกันอย่างมากตามประเทศ แพลตฟอร์ม สภาพสินค้า และช่วงเวลา