18/08/2026
#บันทึกของโมนากับการเดินทาง8กิโลของเราสองคน 🌿💦 ( บันทึกความประทับใจยาวมากใครไม่ชอบอ่านผ่านได้เลย ชมภาพก็มีความสุขแล้ว )
“น้ำตกต้องเดินเยอะนะโมนา… อยากไปไหมลูก”
ปะป๊าถามวันก่อนออกเดินทาง
โมนาตอบทันทีว่า “อยากไป”
ปะป๊าบอกต่อว่า “แต่ต้องตื่นเช้ามากๆนะ”
“ได้ค่ะ”
คำตอบสั้น ๆ ของเด็กผู้หญิงวัย 6 ขวบ
ที่ไม่รู้เลยว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นอย่างไร 😂
คืนวันศุกร์ หลังจากปะป๊าไปรับโมนาที่โรงเรียน กินข้าวเสร็จประมาณสองทุ่ม โม่นาหลับไปในรถตั้งแต่ช่วงนั้น ปะป๊าเลยปล่อยให้นอนยาว เพราะรู้ว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงเราต้องตื่นกันตั้งแต่ตีสาม 😴
ตีสามครึ่งลัอหมุน… ออกเดินทาง 🚐💭
สิ่งหนึ่งที่ทำให้ปะป๊ายิ้มตั้งแต่ออกจากบ้าน คือโมนาไม่ยอมนอนต่อเลย บอกว่าจะนั่งกินขนม นั่งคุย และเป็นเพื่อนปะป๊าตลอดทาง 😘
เช้าวันนั้น เรามุ่งหน้าไปยังนครนายก แต่ #น้ำตกโกรกอีดก อยู่ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี เพื่อเตรียมตัวเดินป่าเข้าไปสู่น้ำตก 🏞️
เมื่อถึงจุดเริ่มต้น เราต้องลงทะเบียนและนั่งรถเข้า #อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ไปยังบริเวณตีนเขา จากนั้นจึงต้องเดินเท้าต่อเข้าไปในป่าขึ้นเขาอีกประมาณ 4 กิโล เพื่อไปให้ถึงตัวน้ำตกชั้นแรก
นี่เป็นครั้งแรกของปะป๊าเหมือนกันที่เดินป่าระยะไกลขนาดนี้
และสำหรับโมนา…
นี่คือการเดินทางครั้งแรกที่ต้องเจอกับ ป่า ลำธาร โคลน เลน ทางหิน ทางขึ้นเขา และระยะทางที่ยาวกว่าที่เคยเจอ
ปกติโมนาไม่ชอบน้ำ ไม่ชอบอะไรเฉอะแฉะ และเกลียดโคลนมากที่สุด 💯
แต่การเดินป่าครั้งนี้ไม่มีทางหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ได้เลย
ช่วงแรกที่ต้องเดินผ่านลำธาร โมนาลังเลอยู่พักใหญ่ เพราะเท้ากับร้องเท้าจะ แฉะ
พอรองเท้าเปียกก็หันกลับมาบอกว่า
“ปะป๊า ขอถอดรองเท้าก่อนได้ไหม มันแฉะ”
ปะป๊าบอกว่า
“มันเลี่ยงไม่ได้หรอกลูก เรามาเดินป่า เราก็ต้องยอมรับว่ามันต้องเปียก ต้องเลอะ ต้องเจอโคลนบ้าง มันเป็นแค่อุปสรรคอย่างหนึ่งที่เราต้องผ่าน เพื่อไปให้ถึงจุดหมาย”
แล้วเราก็เดินต่อ
ไม่นานก็เจอโคลนขวางอยู่เต็มทาง
โมนาหยุดกึก… 😫
เพราะไม่อยากเหยียบเลย
แต่สุดท้ายเราต้องเลือกว่าจะไปทางซ้าย ทางขวา หรือจะลุยตรงไหน เพื่อให้โดนโคลนน้อยที่สุด
ถึงอย่างนั้นก็หนีไม่พ้น
รองเท้าและเท้าเต็มไปด้วยโคลนจนแทบอยากร้องไห้ 😣
ปะป๊าเลยต้องปลอบใจว่า ...
“ไม่เป็นไรลูก มันก็แค่โคลน มันไม่ได้ทำให้เราเดินต่อไม่ได้ ข้างหน้ามีลำธาร เดี๋ยวเราก็ล้างออกได้”
แล้วโมนาก็เดินต่อ
นี่แหละ… สิ่งที่ปะป๊าอยากให้โมนาได้เรียนรู้จากการเดินทางครั้งนี้
บางครั้งในชีวิต เราไม่สามารถเลือกได้ว่าจะเจออุปสรรคหรือไม่
แต่เราเลือกได้ว่า…
จะหยุดอยู่ตรงนั้น
จะหาทางหลบ
หรือจะค่อย ๆ ก้าวผ่านมันไป
ระหว่างทาง ปะป๊าต้องเตือนโมนาอยู่เสมอว่า
“ทุกก้าวต้องมีสติพิจารณาแบะจดจ่อทุกก้าวนะลูก”
เพราะการเดินป่าไม่เหมือนการเดินเล่นในสวนในห้าง
พื้นอาจลื่น
ก้อนหินอาจขยับ
ทางอาจเปียก
ก้าวพลาดเพียงครั้งเดียวก็อาจล้มและเจ็บและเลาะทั้งตัวได้
โมนาฟัง และค่อย ๆ เดินตั้งใจได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ
บางช่วงก็ถามว่า
“ปะป๊า เมื่อไหร่จะถึง”
“อีกนานไหม”
ปะป๊าตอบไปตรง ๆ ว่า
“ปะป๊าไม่รู้เหมือนกันลูกว่าอีกนานไหม แต่ตอนนี้เรายังไม่ถึง และเราต้องไปให้ถึง”
แล้วเราก็เดินต่อ…
ทีละก้าว
ทีละทาง
ทีละอุปสรรค
อุปสรรคไหนที่ยากป่ะป๊าก็จะยื่นมือให้จับเพื่อประคองลูกสาวคนนี้ให้ผ่านไปให้ได้
มันคือสิ่งที่ปะป๊าอยากสอนโมนาว่า
#อุปสรรคโมนาต้องผ่านด้วยตัวเองปะป๊าก็จะเป็นแค่เพียงผู้ประคองลูกไปให้ถึงจุดหมายเท่านั้น
ระหว่างทางเราได้เห็นธรรมชาติที่โมนาอาจไม่เคยเห็นมาก่อน
เห็ดรูปร่างแปลก ๆ
เห็ดที่มีลักษณะคล้ายแก้วแชมเปญ
เห็ดเกล็ดขาว
ต้นไม้ใหญ่ที่ต้องใช้คนหลายคนโอบ
ดอกไม้และพืชที่เติบโตอยู่ตามธรรมชาติ
ลำธารเล็ก ๆ
เสียงนก
เสียงน้ำ
และป่าที่เขียวชอุ่มจนรู้สึกได้เลยว่า ธรรมชาติจริง ๆ นั้นสวยกว่าสิ่งที่เราเห็นอยู่ในเมืองมากแค่ไหน
แต่สิ่งที่ปะป๊าจำได้ดีที่สุด ไม่ใช่ต้นไม้ ไม่ใช่น้ำตก
คือ “โมนาเดิน”
เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อายุเพียง 6 ขวบ เดินไปเรื่อย ๆ โดยแทบไม่ได้ขอให้อุ้มเลย
เจ้าหน้าที่ที่ดูแลเส้นทางก็คอยมองดูอยู่ห่าง ๆ เพราะโมนาเป็นเด็กที่อายุน้อยที่สุดในกลุ่มของวันนั้น และอาจจะต่ำที่สุดที่ช่วยเหลือตัวเองได้ที่มาที่นี้
คนอื่นเดินเร็วก็เดินนำไปก่อน
ส่วนเราสองคน… พ่อลูก ❤️
ค่อย ๆ เดินไปด้วยกัน
จับมือกัน
พูดคุยกัน
ให้กำลังใจกัน
หยุดพักเมื่อเหนื่อย
แล้วก็เดินต่อ
จนในที่สุด…
เราเดินมาถึงน้ำตกชั้นที่ 1
ตอนนั้นโมนาดีใจมาก
และยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า…
เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนนี้เพิ่งเดินมาแล้วประมาณ 4 กิโลเมตร 😅
เราเล่นน้ำตกกันอยู่สองคนพ่อลูกพักหนึ่ง ก่อนจะมีเจ้าหน้าที่แนะนำว่าชั้นที่ 2 สวยและโปร่งโล่งกว่า
เราพ่อลูกจึงตัดสินใจเดินต่อ
และมันก็เป็นอย่างที่เจ้าหน้าที่บอกจริง ๆ
น้ำตกชั้นที่ 2 สวยกว่าจริง
ตรงจุดนี้ปะป๊าเลือกหยุด
เพราะแม้ชั้นที่ 3 - 7 จะไม่ได้ไกลกันมากแล้ว
แต่ทางขึ้นที่ชันกว่า มีหินผา และต้องใช้เชือกช่วยในการจับขึ้น 🧗
ปะป๊ามองแล้วคิดว่า…
“แค่ตรงนี้ก็เพียงพอแล้ว”
เราไม่ได้มาเพื่อพิชิตทุกชั้นของน้ำตก
เราไม่ได้มาเพื่อเอาชนะใคร
เราแค่อยากใช้เวลาหนึ่งวันอยู่ด้วยกัน
และตรงนี้…
มันสมบูรณ์แบบสำหรับเราสองคนแล้ว ❤️💯
เราได้นั่งกินกล้วยข้าวเหนียวหมูปิ้งที่ปะป๊าเตรียมมา
กินน้ำ
เล่นน้ำ
ฟังเสียงน้ำตก
ฟังเสียงนก
มองต้นไม้
พูดคุยกัน
จนถึงช่วงหนึ่ง โมนามานั่งตักปะป๊า
เรานั่งฟังเสียงน้ำตกด้วยกัน
คุยกันเรื่องต่าง ๆ
แล้วไม่นาน…
โมนาก็หลับไปบนตักปะป๊า 😴
ปะป๊าได้นั่งมองลูกสาวตัวเองหลับอยู่กลางป่า
มีเสียงน้ำตกเป็นเหมือนเพลงกล่อม 🎶
มีต้นไม้ล้อมรอบ
มีอากาศเย็น ๆ
และมีเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งที่เพิ่งเดินผ่านโคลน ผ่านน้ำ ผ่านทางหิน และเดินมาไกลถึง 4 กิโลเมตร
ตอนนั้นปะป๊าอดคิดไม่ได้ว่า…
จะมีสักกี่คนที่มีโอกาสได้นอนหลับอยู่กลางป่า โดยมีเสียงน้ำตกเป็นเพลงกล่อมแบบนี้ 😄
ปะป๊านั่งมองโมนาด้วยความภูมิใจ
ภูมิใจไม่ใช่เพราะลูกเดินได้ไกล
แต่ภูมิใจที่ลูกไม่ยอมแพ้กับสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ
ระหว่างทาง ปะป๊าเองก็มีช่วงที่รู้สึกเหนื่อย หายใจแรงและคิดอยู่เหมือนกันว่า…
“เราจะไหวไหม” ??
แต่พอหันไปเห็นโมนาที่กำลังเดินไปข้างหน้า และเห็นความตั้งใจของลูกที่อยากไปให้ถึงน้ำตก
ปะป๊าก็เดินต่อ 👣
ดูแลลูกไป
ระวังตัวเองไป
ค่อย ๆ เดินไป 1 2 3
แล้วแปลกมาก…
พอเดินไปสักพัก ทุกอย่างกลับเป็นปกติ 💖
ความเหนื่อยหายไป
เหมือนร่างกายบอกว่า…
“เรายังไปต่อได้” 🫶
สุดท้ายน้าเหมียวกับน้าๆพี่ๆกลับลงมาพวกเราเล่นน้ำกันจนหนำใจ
ถึงเวลาต้องเดินกลับอีกประมาณ 4 กิโล 👉
ขากลับเหมือนจะง่ายกว่า เพราะเป็นทางลงเขา แต่ก็ยังต้องผ่านลำธาร ผ่านโคลน ผ่านทางเดิมอีกครั้ง
การเดินขึ้นไม่คุ้นเส้นทางและใช้กำลังมากกว่า แต่การลงต้องใช้ความระวังที่มากกว่า
แต่อีกสิ่งที่เปลี่ยนไปคือ…
โมนาถามน้อยลงว่า “เมื่อไหร่จะถึง”
จนเหลือประมาณกิโลเมตรสุดท้าย ถึงได้ถามขึ้นมาอีกครั้ง
ระหว่างทางกลับ เราได้เจอพี่ ๆ ลุง ๆ ป้า ๆ ที่กำลังเดินสวนขึ้นไป
ทุกคนเห็นโมนาเดินกลับลงมาแล้วก็พูดเหมือนกันแทบตลอดทางว่า
“เก่งมากเลย เดินไปถึงด้วย”
บางคนหันไปบอกคนที่กำลังเดินขึ้นว่า
“ดูน้องสิ น้องยังเดินไปถึงเลย เราก็ต้องไปถึงให้ได้”
วันนั้นโมนาอาจไม่รู้ตัวเลยว่า…
จากเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่กำลังเดินกลับลงจากน้ำตก
ลูกกลายเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นเดินต่อขึ้นไปข้างหน้า 🫰
และนี่อาจเป็นบทเรียนอีกอย่างหนึ่งที่ธรรมชาติสอนเราโดยไม่ต้องมีใครตั้งใจสอน
เราไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่เก่งที่สุด
ไม่จำเป็นต้องเดินเร็วที่สุด
ไม่จำเป็นต้องไปได้ไกลที่สุด
บางครั้ง…
แค่เราไม่หยุดเดิน 🚶
เราก็อาจกลายเป็นกำลังใจให้ใครบางคนที่กำลังคิดจะหยุดได้เหมือนกัน
เกือบบ่ายโมง เราเดินกลับมาถึงจุดขึ้นรถลงทะเบียน
อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า ขับรถไปหาอะไรทาน แล้วเตรียมตัวกลับกรุงเทพฯ 🍚🍲
ปะป๊าขอตัวนอนพักสายตาหน่อยก่อน เพราะต้องขับรถกลับบ้าน
ส่วนโมนา…
ขึ้นรถได้ไม่ถึง 5 นาที ก็หลับไปเลย 😆
และไม่นาน คนอื่น ๆ บนรถก็หลับกันหมด
เหลือปะป๊าคนเดียวที่ต้องขับรถกลับบ้าน
แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความสุขอย่างบอกไม่ถูก 🥰
เพราะทริปนี้…
เราไม่ได้แค่ไปเที่ยวน้ำตก
เราไม่ได้แค่ไปเดินป่า
และเราไม่ได้แค่ไปเล่นน้ำ
เราได้เรียนรู้บางอย่างไปด้วยกัน
เราได้เรียนรู้ว่า…
โคลนไม่ได้ทำให้เราเดินต่อไม่ได้
ความเหนื่อยไม่ได้แปลว่าเราต้องหยุด
อุปสรรคไม่ได้หมายความว่าเราต้องยอมแพ้
และเราไม่จำเป็นต้องรู้ว่าปลายทางจะอีกไกลแค่ไหน 🛣️
เรารู้แค่ว่า…
ถ้ายังไม่ถึง ก็เดินต่อ
ทีละก้าว
และเมื่อไปถึง…
เราจะเข้าใจเองว่า
ทำไมระหว่างทางเราถึงต้องอดทนขนาดนั้น
เพราะรางวัลของความพยายาม…สวยงามเสมอ
บางครั้งไม่ใช่สิ่งของ
ไม่ใช่ชัยชนะ
และไม่ใช่การไปถึงจุดหมายที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
แต่อาจเป็นแค่การได้นั่งอยู่ข้าง ๆ คนที่เรารัก 💕
กินข้าวง่าย ๆ ด้วยกัน
ฟังเสียงน้ำตก
เสียงหัวเราะด้วยกัน
จับมือกัน และ เรียกปะป๊าดังลั่นกลางป่า 😄
แล้วได้เห็นรอยยิ้มของลูกหลังจากผ่านเรื่องยาก ๆ มาด้วยกัน
สำหรับปะป๊า…
นี่คือหนึ่งในวันที่มีความสุขที่สุดวันหนึ่งเลย
และถ้าวันหนึ่งโมนาโตขึ้น แล้วกลับมาเปิดดูคลิปนี้อีกครั้ง
ปะป๊าอยากให้หนูจำไว้นะลูก…
วันนั้นหนูอายุเพียง 6 ขวบ
หนูเดินผ่านน้ำ
เดินผ่านโคลน
เดินผ่านทางหิน
เดินขึ้นเขา
เดินไปจนถึงน้ำตก
และหนูทำมันได้ด้วยตัวเอง
ปะป๊าไม่ได้จำว่าเราเดินไปกี่กิโลเมตร
แต่ปะป๊าจำได้ว่า…
วันนั้นเราเดินไปด้วยกัน
และนั่นคือสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับปะป๊า
ขอบคุณนะลูก
สำหรับการเดินทางครั้งนี้
ขอบคุณที่ทำให้ปะป๊าได้เห็นว่า
เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง
สามารถเข้มแข็งกว่าที่เราคิดไว้มากแค่ไหน
และขอบคุณธรรมชาติ
ที่ให้เราได้ใช้เวลาหนึ่งวัน
อยู่ด้วยกันอย่างเต็มที่จริง ๆ
ไม่ต้องรีบ
ไม่ต้องแข่งกับใคร
ไม่ต้องมีอะไรเลยนอกจาก…
ปะป๊า กับ โมนา 💖
🌿🤍
#บันทึกของโมนา
#ปะป๊ากับโมนา
#น้ำตกโกรกอีดก
#เดินป่าครั้งแรกของโมนา
#ความทรงจำของเรา
#ช่วงเวลาแห่งความสุข #ลูกสาวปะป๊า
#ยิ่งออกยิ่งเล่นยิ่งเห็นยิ่งถามยิ่งรู้ 🤟