Phoenix News ฟินิกซ์นิวส์
PHOENIX NEWS

“อลงกรณ์”ชี้ร่าง พ.ร.บ.สภาเอสเอ็มอี สร้างศักยภาพใหม่เศรษฐกิจฐานราก เพิ่มเม็ดเงินกว่า 3 แสนล้าน เรียกร้องรัฐบาลรัฐสภาร่วม...
16/04/2026

“อลงกรณ์”ชี้ร่าง พ.ร.บ.สภาเอสเอ็มอี สร้างศักยภาพใหม่เศรษฐกิจฐานราก เพิ่มเม็ดเงินกว่า 3 แสนล้าน เรียกร้องรัฐบาลรัฐสภาร่วมสนับสนุน
นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ.และที่ปรึกษาสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สภาเอสเอ็มอี) เปิดเผยวันนี้ภายหลังการประชุมใหญ่ประจำปี 2569 ซึ่งมีมติเอกฉันท์ให้คุณสุปรีย์ ทองเพชร ดำรงตำแหน่งประธานสภาเอสเอ็มอีต่ออีกสมัยว่า ตนสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ
พ.ร.บ.สภาเอสเอ็มอี อย่างเต็มที่
ซึ่งเป็นกฎหมายรองรับสถานะนิติบุคคลของสภาเอสเอ็มอีที่จะมีบทบาทสำคัญในการพลิกโฉมโครงสร้างและระบบการพัฒนาผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมกว่า 3 ล้านกิจการซึ่งจะสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข็มแข็งยิ่งขึ้นและมีเม็ดเงินหมุนเวียนในท้องถิ่นเพิ่มขึ้นกว่า 300,000 ล้านบาทต่อปี
อดีตรัฐมนตรีอลงกรณ์ยังแสดงความชื่นชมสภาเอสเอ็มอีที่มุ่งมั่นผลักดันร่างกฎหมายที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าการทำธุรกิจผ่าน 4 จุดเด่น:

1. Shattering Litigation Barriers: ทำลายกำแพงทางกฎหมายด้วยอำนาจการฟ้องคดีแบบกลุ่ม (Class Action) โดยสภาเอสเอ็มอีจะเป็นผู้ฟ้องแทนสมาชิก แก้ไขสถิติการชนะคดีต่อทุนใหญ่ที่ปัจจุบันเกือบเป็น 0%
2. Unlocking Liquidity: การกำหนด Credit Term 45 วัน จะสร้างสภาพคล่องคืนสู่ระบบทันที 250,000 ล้านบาทต่อปี ลดช่องว่างเมื่อเทียบกับประเทศผู้นำอย่างสิงคโปร์ที่อยู่ที่ 29 วัน
3. Definition Revolution: เปลี่ยนนิยามใหม่ให้ครอบคลุมธุรกิจสมัยใหม่ เช่น Startup และ Green SMEs โดยใช้เกณฑ์ "หรือ" แทน "และ" เพื่อไม่ให้ใครตกหล่นจากสิทธิการช่วยเหลือ
4. Market Guarantee: การันตีสัดส่วนจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ 30% ให้กับ SME ที่แท้จริง (Independent SMEs)
“ผมและทีมที่ปรึกษาสภาเอสเอ็มอีขอเรียกร้องให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ค.ร.ม. สภาผู้แทนฯ วุฒิสภา และทุกพรรคการเมืองสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้”
ด้านนายสุปรีย์ ทองเพชร ประธานสภาเอสเอ็มอี กล่าวขอบคุณทีมที่ปรึกษาที่จะขับเคลื่อนร่าง พ.ร.บ.สภาเอสเอ็มอี นำโดย นายอลงกรณ์ พลบุตร รศ.ดร.เอกพร รักความสุข ซึ่งจะเข้ามาดูแลการประสานงานกับ 34 หน่วยงานภาครัฐเพื่อผลักดันกฎหมายฉบับนี้รวมทั้งการปรับปรุงคุณภาพกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคเพื่อลดภาระและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับ SMEs ตามแนวทางของ OECD
พร้อมย้ำว่าสภาเอสเอ็มอีอยู่ระหว่างการรวบรวมรายชื่อผู้ประกอบการ 10,000 รายชื่อ เพื่อเสนอร่าง พ.ร.บ. ต่อสภานิติบัญญัติในฐานะกฎหมายภาคประชาชน โดยคาดว่าจะยื่นได้ภายในไตรมาส 3 ปีนี้
ทั้งนี้ สภาเอสเอ็มอีขอเชิญชวนภาคีเครือข่ายร่วมลงชื่อสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. และติดตามความคืบหน้าได้ทาง FB: Thai SMEs Council และ Line OA: Thai SMEs Council “นายสุปรีย์ กล่าว

“Cyu Shabu Concept ใหม่” พลิกเกมตลาดชาบู สู่ “Specialty Shabu” ที่แตกต่างอย่างมีชั้นเชิงท่ามกลางการเติบโตและความหลากหลาย...
16/04/2026

“Cyu Shabu Concept ใหม่” พลิกเกมตลาดชาบู สู่ “Specialty Shabu” ที่แตกต่างอย่างมีชั้นเชิง
ท่ามกลางการเติบโตและความหลากหลายของตลาดชาบูในปัจจุบัน บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เดินหน้าต่อยอดพอร์ตแบรนด์ด้วยการเปิดตัว “Cyu Shabu Concept ใหม่” โดย คุณฐิตานันท์ ทวีผล ผู้ช่วยผู้อำนวยการแบรนด์ Specialty ร่วมถ่ายทอดวิสัยทัศน์และทิศทางแบรนด์ พร้อมตอกย้ำจุดยืนของ Cyu Shabu ในฐานะ “Specialty Shabu” ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและประสบการณ์ เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ในตลาด
จาก Red Ocean สู่การสร้าง “New Space” ในตลาดชาบู

เซ็นกรุ๊ป มองว่าตลาดชาบูในปัจจุบันอยู่ในภาวะ Red Ocean ที่แข่งขันกันอย่างเข้มข้นผ่านโปรโมชันและความคุ้มค่าเชิงราคา ขณะที่ผู้บริโภครุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Urban Lifestyle กลับให้ความสำคัญกับ “ประสบการณ์” มากขึ้น “เราไม่ได้มองว่าชาบูต้องแข่งขันกันที่ราคาเท่านั้น แต่เชื่อว่ายังมีพื้นที่สำหรับแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและประสบการณ์อย่างแท้จริง”— คุณฐิตานันท์ ทวีผล ผู้ช่วยผู้อำนวยการแบรนด์ Specialty กล่าว
Cyu Shabu จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสร้าง “New Space” ในตลาด ด้วยการนำเสนอรูปแบบ Specialty Shabu ที่แตกต่างอย่างชัดเจน ทั้งในด้านคุณภาพ การออกแบบประสบการณ์ และการวางตำแหน่งแบรนด์
3 ความแตกต่างหลัก ที่ทำให้ Cyu Shabu ไม่ใช่ชาบูทั่วไป
1. จาก “กินให้อิ่ม” สู่ “กินอย่างมีคุณภาพ” (Curated Quality)
ต่างจากชาบูในตลาดที่เน้นปริมาณและความคุ้มค่าแบบบุฟเฟต์ Cyu Shabu เลือกโฟกัสที่ “การคัดสรร” วัตถุดิบคุณภาพอย่างพิถีพิถัน พร้อม Signature อย่าง Soy Milk Broth ที่สร้างเอกลักษณ์ทั้งด้านรสชาติและ positioning ที่แตกต่าง
2. จาก Shared Experience สู่ Personal Experience (Single Pot)
พลิกประสบการณ์ชาบูแบบเดิม ด้วย “Single Pot” ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ที่นิยมทานคนเดียวหรือกลุ่มเล็ก ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว สะอาด และสามารถออกแบบประสบการณ์การทานได้ด้วยตัวเอง
3. ไม่แข่งที่ “ถูกที่สุด” แต่ชนะที่ “คุณค่าที่ได้รับ” (Affordable Specialty)
Cyu Shabu ไม่ได้วางตัวเป็นร้านราคาถูก แต่เป็นแบรนด์ที่สร้างความคุ้มค่าในอีกมิติหนึ่ง ผ่านคุณภาพวัตถุดิบ บรรยากาศร้าน และประสบการณ์โดยรวมที่เหนือกว่ามาตรฐานของตลาด
ดีไซน์ประสบการณ์ใหม่ ตอบโจทย์ Urban Lifestyle
Cyu Shabu ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Modern Japanese ที่ผสมผสานความเรียบง่ายและความอบอุ่น สร้างบรรยากาศที่แตกต่างจากร้านชาบูทั่วไป ทำให้การทานอาหารไม่ใช่เพียง “มื้อหนึ่ง” แต่เป็น “ช่วงเวลาที่มีคุณภาพ” ที่ตอบโจทย์ทั้งด้าน Taste, Quality และ Experience ในเวลาเดียวกัน
“Cyu” แบรนด์ที่ยึดแกนของคุณภาพและความสม่ำเสมอ
ชื่อ “Cyu” มาจากคำว่า “中” ในภาษาญี่ปุ่น ที่หมายถึง “แกนกลาง” สะท้อนถึงความตั้งใจของแบรนด์ในการรักษามาตรฐานคุณภาพและรสชาติอย่างสม่ำเสมอในทุกสาขา ขณะเดียวกัน ยังสื่อถึงการ “ชู” จุดเด่นของวัตถุดิบและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้แบรนด์มีความชัดเจนและแตกต่างในระยะยาว
กลยุทธ์ระยะยาว: สร้างแบรนด์ ไม่ใช่แค่ร้าน
เซ็นกรุ๊ป วางให้ Cyu เป็นมากกว่าแค่ร้านชาบู แต่เป็น “Portfolio Brand” ที่สามารถต่อยอดไปยังหลากหลาย format เช่น Sushi และ Handroll โดยยังคงแกนของความเป็น Specialty ที่ใส่ใจในรายละเอียด ในระยะสั้นแบรนด์จะโฟกัสการสร้างมาตรฐานให้แข็งแรงทั้งด้าน Product และ Experience เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ก่อนขยายสู่ทำเลใหม่และโอกาสในระดับ Regional
Cyu Shabu Concept ใหม่ จึงไม่ใช่อีกหนึ่งร้านชาบู แต่คือการนิยามประสบการณ์ชาบูในมุมมองใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียด คุณภาพ และประสบการณ์อย่างแท้จริง

มูลนิธิรามาธิบดีฯ เอาใจแฟน “มารอนครีม” กระต่ายน้อยแห่งปารีสคาแรกเตอร์สุดคลาสสิกจากซานริโอกับของที่ระลึกการกุศลคอลเลกชันใ...
16/04/2026

มูลนิธิรามาธิบดีฯ เอาใจแฟน “มารอนครีม” กระต่ายน้อยแห่งปารีสคาแรกเตอร์สุดคลาสสิก
จากซานริโอกับของที่ระลึกการกุศลคอลเลกชันใหม่
มูลนิธิรามาธิบดีฯ เปิดตัวคอลเลกชันของที่ระลึกการกุศลล่าสุดที่อบอวลไปด้วยความหอมหวานและกลิ่นอายความคลาสสิก ชวนทุกคนย้อนเวลาไปสู่กรุงปารีสในวันวาน ผ่านคาแรกเตอร์ในตำนานอย่าง มารอนครีม กระต่ายน้อยแสนละมุนจาก ซานริโอ ที่ครองใจแฟนคลับมาอย่างยาวนาน พร้อมถ่ายทอดความอบอุ่นในรูปแบบของแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ไอเทม ที่ทั้งสวยงามน่าสะสมและเปี่ยมด้วยความหมาย
การนำมารอนครีมมาร่วมสร้างสรรค์เป็นของที่ระลึกในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการเฉลิมฉลองความน่ารักของ คาแรกเตอร์ระดับโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกหนึ่งพลังของการให้ โดยรายได้ทั้งหมดที่ได้จากการจำหน่ายจะนำไปสมทบทุน มูลนิธิรามาธิบดีฯ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยและจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ เปลี่ยนทุกการเลือกซื้อให้กลายเป็นการส่งต่อความห่วงใยอย่างแท้จริง
พรรณสิริ คุณากรไพบูลย์ศิริ ผู้จัดการมูลนิธิรามาธิบดีฯ กล่าวถึงเหตุผลในการนำเสนอคาแรกเตอร์นี้ว่า “มารอนครีมเป็นตัวแทนของความอ่อนโยนและการดูแลเอาใจใส่ผู้อื่นอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นความชอบในการทำขนม งานฝีมือ หรือการดูแลบ้าน ที่สะท้อนความตั้งใจในการมอบความห่วงใยให้กับคนรอบข้าง เชื่อมโยงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับพันธกิจของมูลนิธิรามาธิบดีฯ ที่มุ่งดูแลและเยียวยาผู้ป่วย ของที่ระลึกในคอลเลกชันนี้จึงเปรียบเสมือนของขวัญที่ถ่ายทอดความอบอุ่นและพลังแห่งการให้จากผู้ส่งมอบไปถึงผู้รับได้อย่างแท้จริง”
มารอนครีม (Marroncream) เป็นหนึ่งในคาแรกเตอร์คลาสสิกของซานริโอที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1985 ในฐานะกระต่ายน้อยชาวปารีเซียงผู้หลงใหลในขนมหวาน โดยเฉพาะขนมเกาลัดตามชื่อ Marron ที่แปลว่าเกาลัดในภาษาฝรั่งเศส เธอใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยความละเมียดละไมและสวยงามแบบยุโรป ชอบอบขนม อ่านหนังสือ และใช้ชีวิตเรียบง่ายอย่างมีความสุข เสน่ห์ของมารอนครีมอยู่ที่ความอ่อนโยน นุ่มนวล และกลิ่นอายวินเทจต่างไปจากคาแรกเตอร์ซานริโอรุ่นใหม่ๆ เธอเคยได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงปลายยุค 80 และ 90 ก่อนจะเป็นที่สนใจอีกครั้งในกลุ่มแฟนๆ ที่หลงใหลความคลาสสิก ทำให้การกลับมาครั้งนี้ไม่เพียงปลุกความทรงจำวัยเด็ก แต่ยังสะท้อนรสนิยมวินเทจเหนือกาลเวลาที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ร่วมสมัยได้อย่างลงตัว
คอลเลกชันนี้ถ่ายทอดเสน่ห์ของมารอนครีมอย่างเต็มเปี่ยม ผ่านลวดลายดอกไม้สไตล์วินเทจและโทนสีพาสเทลที่ชวนให้นึกถึงปารีสในวันวาน ทุกชิ้นถูกออกแบบมาให้ทั้งใช้งานได้จริงและเปี่ยมด้วยรายละเอียดที่แฟนๆ จะต้องหลงรัก ตั้งแต่ความนุ่มนวลของเนื้อผ้า ไปจนถึงดีเทลเล็กๆ ที่สะท้อนโลกแสนละมุนของกระต่ายน้อยตัวนี้
ในกลุ่มแฟชั่น คอลเลกชันนำเสนอไอเทมที่ทั้งสวมใส่ง่ายและมีคาแรกเตอร์โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืดมารอนครีม โทนพาสเทลหวานละมุนในเฉดชมพู ครีม เขียว และเหลือง ที่มีให้เลือกทั้งไซส์ผู้ใหญ่และเด็ก (250 และ 199 บาท) ไปจนถึงเสื้อเชิ้ต (629 บาท) และเสื้อแจ็คเก็ตผ้าทวิล (899 บาท) ที่ให้ลุคเรียบแต่มีลูกเล่นแบบวินเทจ รวมถึงเสื้อกีฬาผ้าไมโคร โพลีเอสเตอร์ (279 บาท) ที่ใส่สบายในทุกวัน นอกจากนี้ยังมีกางเกงขายาว (450 บาท) และชุดนอนหลากดีไซน์ ทั้งแบบชุด เสื้อและกางเกงขาสั้น (779 บาท) และแบบกระโปรง (650 บาท) ที่เติมเต็มช่วงเวลาแห่งความผ่อนคลายให้ดูน่ารักยิ่งขึ้น พร้อมแอคเซสซอรีอย่างผ้าคลุมให้นมผ้าซาตินเนื้อนุ่ม (750 บาท) หมวกปีกรอบที่ปรับสายได้ (399 บาท) ยางรัดผม (89 บาท) และผ้าพันคอ (499 บาท) ที่สามารถหยิบมามิกซ์แอนด์แมทช์ได้ในทุกลุค
กลุ่มกระเป๋าโดดเด่นด้วยดีไซน์คลาสสิกที่ผสานความใช้งานได้จริงเข้ากับความน่ารักอย่างลงตัว ตั้งแต่กระเป๋าผ้า ไมโครสีชมพูและเขียวที่ให้ฟีลอ่อนหวาน (79 บาท) กระเป๋าช้อปปิ้งแบบพับเก็บได้ที่พร้อมพกพาในทุกวัน (159 บาท) กระเป๋าสะพายผ้าแคนวาส (559 บาท) ปรับสายได้ที่ใช้งานได้หลากหลาย ไปจนถึงกระเป๋าเก็บอุณหภูมิ (199 บาท) และกระเป๋าหูรูดผ้าโซลอนเนื้อหนา (129 บาท) ที่ทั้งทนทานและน่ารักสำหรับเก็บของจุกจิก รวมถึงกระเป๋าใส่เหรียญพวงกุญแจ (199 บาท) ที่ช่วยเพิ่มความละมุนทุกครั้งที่หยิบใช้
ขณะที่กลุ่มของใช้และไลฟ์สไตล์ เติมเต็มวันธรรมดาให้กลายเป็นช่วงเวลาน่ารักในแบบมารอนครีม ด้วยไอเทมที่ทั้ง ใช้งานได้จริงและชวนสะสม ไม่ว่าจะเป็นแก้วน้ำและกระติกน้ำเก็บอุณหภูมิจากสเตนเลสฟู้ดเกรดพิมพ์ลายยูวีรอบใบ (429 บาท) ร่มพับลายดอกไม้ (399 บาท) ที่ให้ความรู้สึกเหมือนเดินเล่นในสวนปารีส ผ้าเช็ดมือ (69 บาท) หมอนรองคอสำหรับวันเดินทาง (429 บาท) ม่านบังแดด (119 บาท) สมุดโน้ต (139 บาท) และแผ่นรองเมาส์ (99 บาท) ไปจนถึงกล่องใส่ยาพร้อมที่ตัดแบ่งยา (69 บาท) ที่ผสานความสะดวกเข้ากับความน่ารักได้อย่างลงตัว
มูลนิธิรามาธิบดีฯ ขอเชิญชวนทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการส่งต่อความอบอุ่นและพลังแห่งการให้ผ่านคอลเลกชันมารอนครีม ที่เปลี่ยนทุกการช้อปให้กลายเป็นการแบ่งปันอย่างมีความหมาย คอลเลกชันเริ่มวางจำหน่ายวันนี้ ณ จุดจำหน่ายของที่ระลึกมูลนิธิรามาธิบดีฯ (โรงพยาบาลรามาธิบดี และ สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ จ. สมุทรปราการ) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2201-2222 (ในวันและเวลาราชการ) ติดตามข่าวสารได้ที่ FB • IG • LINE ช่องทางออนไลน์ 🌐www.ramafoundation.or.th📱LINE 🛍️ LINE SHOPPING
“คำว่าให้…ไม่สิ้นสุด”

“สุปรีย์ ทองเพชร” รับความไว้วางใจนั่งเก้าอี้ประธานสภาเอสเอ็มอีต่ออีกสมัย ประกาศรวมพลัง 10,000 รายชื่อ ดัน พ.ร.บ. สภาเอสเ...
03/04/2026

“สุปรีย์ ทองเพชร” รับความไว้วางใจนั่งเก้าอี้ประธานสภาเอสเอ็มอีต่ออีกสมัย ประกาศรวมพลัง 10,000 รายชื่อ ดัน พ.ร.บ. สภาเอสเอ็มอี ชูธง "การเมืองภาคประชาชน" ปลุกชีพเศรษฐกิจฐานราก

1 เมษายน 2569 สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สภาเอสเอ็มอี) ประกาศทิศทางใหม่หลังการประชุมใหญ่ประจำปี 2569 ณ อาคาร SME Bank Tower กรุงเทพมหานคร โดยที่ประชุมภาคีเครือข่ายมีมติเป็นเอกฉันท์เลือก คุณสุปรีย์ ทองเพชร ให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาเอสเอ็มอี ต่ออีกหนึ่งวาระ (พ.ศ. 2569-2571) พร้อมประกาศภารกิจประวัติศาสตร์ในการขับเคลื่อนร่างพระราชบัญญัติสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย สู่การเป็นกฎหมายฉบับประชาชน

สานต่อภารกิจ "ทางรอด" ของ SME ไทย ในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา สภาเอสเอ็มอีได้ยกระดับบทบาทสู่การเป็นองค์กรเชิงกลยุทธ์ที่เชื่อมโยงกับหน่วยงานระดับสูงอย่างธนาคารแห่งประเทศไทย สศช. SME D Bank และอีกหลายหน่วยงาน ซึ่งการได้รับความไว้วางใจในครั้งนี้ถือเป็นการเดินหน้าภารกิจกอบกู้สถานการณ์ SME ไทยที่ปัจจุบันมีสัดส่วนต่อ GDP ลดลงเหลือเพียง 35% คุณสุปรีย์ ทองเพชร เปิดเผยว่า “พ.ร.บ. ฉบับนี้คือทางรอด ไม่ใช่ทางเลือก เราจะเปลี่ยน SMEs จากผู้ถูกกระทำสู่ผู้กำหนดอนาคตตนเอง ด้วยการรวมพลังรายชื่อผู้ประกอบการ 10,000 รายชื่อ เพื่อเสนอสภานิติบัญญัติในฐานะกฎหมายภาคประชาชน ซึ่งจะสลายพันธนาการที่ทำให้คนตัวเล็กเสียเปรียบทุนใหญ่มาอย่างยาวนาน”

ปลดล็อกข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง 4 มิติ สภาเอสเอ็มอีมุ่งมั่นผลักดันร่างกฎหมายที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าการทำธุรกิจผ่าน 4 จุดเด่น:
1. Shattering Litigation Barriers: ทำลายกำแพงทางกฎหมายด้วยอำนาจการฟ้องคดีแบบกลุ่ม (Class Action) โดยสภาเอสเอ็มอีจะเป็นผู้ฟ้องแทนสมาชิก แก้ไขสถิติการชนะคดีต่อทุนใหญ่ที่ปัจจุบันเกือบเป็น 0%
2. Unlocking Liquidity: การกำหนด Credit Term 45 วัน จะสร้างสภาพคล่องคืนสู่ระบบทันที 250,000 ล้านบาทต่อปี ลดช่องว่างเมื่อเทียบกับประเทศผู้นำอย่างสิงคโปร์ที่อยู่ที่ 29 วัน
3. Definition Revolution: เปลี่ยนนิยามใหม่ให้ครอบคลุมธุรกิจสมัยใหม่ เช่น Startup และ Green SMEs โดยใช้เกณฑ์ "หรือ" แทน "และ" เพื่อไม่ให้ใครตกหล่นจากสิทธิการช่วยเหลือ
4. Market Guarantee: การันตีสัดส่วนจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ 30% ให้กับ SME ที่แท้จริง (Independent SMEs) เพื่อสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนสู่ท้องถิ่นกว่า 300,000 ล้านบาท

เสียงสะท้อนจากคนตัวเล็กสู่พลังทางการเมือง ดร.ทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย หนึ่งในภาคีเครือข่ายสำคัญ ย้ำถึงวิกฤตการณ์ทุนข้ามชาติสวมสิทธิ์ (Nominee) และต้นทุนพลังงานที่บิดเบือน สภาเอสเอ็มอีจึงมุ่งเป้าเป็น "นิติบุคคลอิสระ" เพื่อเป็นปากเสียงทางการเมืองภาคประชาชนที่ทรงพลัง สามารถตรวจสอบและคานอำนาจทุนใหญ่ได้อย่างเท่าเทียม

พร้อมผนึกกำลังทีมที่ปรึกษา ดันกฎหมายเป็นเกราะคุ้มกันนโยบาย ยุทธศาสตร์ปี 2569-2570 จะได้รับการขับเคลื่อนอย่างเข้มข้น นำโดย นายอลงกรณ์ พลบุตร และ รศ.ดร.เอกพร รักความสุข ซึ่งจะเข้ามาดูแลการประสานงานกับ 34 หน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้มั่นใจว่าการปรับปรุงคุณภาพกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคจะเป็นไปเพื่อลดภาระและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับ SMEs ตามแนวทางของ OECD

การประชุมครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากวิทยากรรับเชิญพิเศษมาให้ข้อมูลในหัวข้อต่าง ๆ ได้แก่ “ภารกิจของ SME ในภูมิภาค ASEAN” โดย DATUK JOJIE SAMUEL เอกอัครราชทูตมาเลเซีย ประจำประเทศไทย “แนวโน้มเศรษฐกิจไทยและโครงการ SME Credit Boost" โดย นางสาววรางคณา อิ่มอุดม ผู้อำนวยการ ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย “การแข่งขันที่เป็นธรรมสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี” โดย นายปวัน บุญประชา นักวิชาการแข่งขันทางการค้า สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) “การเข้าร่วมเป็นสมาชิก OECD กับความท้าทายของ SMEs” โดย นายธัชไท กีรติพงค์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)

"พ.ร.บ. สภาเอสเอ็มอี จะเป็นเกราะคุ้มกันที่ทำให้เสียงของผู้ประกอบการรายย่อยดังไปถึงปารีส (สำนักงานใหญ่ OECD) และเป็นรากฐานสำคัญที่จะทำให้การเข้าเป็นสมาชิกสมบูรณ์ในปี 2573 เป็นโอกาสทองของ SMEs ไทยอย่างแท้จริง" นายสุปรีย์ กล่าวทิ้งท้าย

สภาเอสเอ็มอีขอเชิญชวนภาคีเครือข่ายและพันธมิตรทุกภาคส่วนร่วมลงชื่อสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. และร่วมงาน “ASEAN Night” ที่จะจัดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ เพื่อเชื่อมโยงโอกาสทางการค้ากับทูตและนักธุรกิจทั่วอาเซียน

ติดตามสภาเอสเอ็มอี
FB : Thai SMEs Council
Line OA: Thai SMEs Council

#สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย
#สภาเอสเอ็มอี
#เอสเอ็มอี
#ประชุมใหญ่ #ภาคีเครือข่าย #พรบสภาเอสเอ็มอี #การเมืองภาคประชาชน

“สภาเอสเอ็มอี” หารือ “พรรคประชาชน” ดันนโยบาย SMEs First: แก้ปัญหารัฐจ่ายเงินช้า-ล้างระบบทุนผูกขาด-หนุน พ.ร.บ. SMEs28 มกร...
29/01/2026

“สภาเอสเอ็มอี” หารือ “พรรคประชาชน” ดันนโยบาย SMEs First: แก้ปัญหารัฐจ่ายเงินช้า-ล้างระบบทุนผูกขาด-หนุน พ.ร.บ. SMEs
28 มกราคม 2569 คุณสุปรีย์ ทองเพชร ประธานสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สภาเอสเอ็มอี) ร่วมหารือกับทีมเศรษฐกิจพรรคประชาชน เพื่อนำเสนอแนวทางแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ทั่วประเทศ โดยเน้นย้ำความจำเป็นเร่งด่วนในการผลักดัน พ.ร.บ. สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย เพื่อสร้างตัวแทนที่มีอำนาจตามกฎหมายในการต่อรองกับรัฐและทุนใหญ่ พร้อมรับฟังข้อเสนอนโยบาย “SMEs First” เพื่อชุบชีวิตผู้ประกอบการรายย่อยให้เป็นรากฐานเศรษฐกิจที่มั่นคง ณ TVA Hall สวนเสียงไผ่ สถาบันทิวา
วิกฤต SMEs ไทย เมื่อรัฐคือ "ลูกหนี้" ที่จ่ายเงินช้าที่สุด
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่สุดที่สภาเอสเอ็มอีนำเสนอ คือ ปัญหา Cash Flow ที่เกิดจากการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
• ค้างจ่ายกว่า 4 แสนล้านบาท ในแต่ละปีรัฐมีการจัดซื้อจัดจ้างจาก SMEs มูลค่ามหาศาล แต่ระบบการจ่ายเงินตามระเบียบกรมบัญชีกลางมีความล่าช้าอย่างมาก
• เครดิตเทอมที่ยาวนาน จากเดิมที่ควรได้รับเงินใน 30-45 วัน แต่มักถูกลากยาวไปถึง 6 เดือน ทำให้ SMEs ต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยหรือเข้าสู่หนี้นอกระบบ
• ต้นทุนแฝงจากการทุจริต ความไม่โปร่งใสในกระบวนการทำให้เกิดการบวกราคาเพิ่ม 10-50% เพื่อชดเชยความเสี่ยง ซึ่งส่งผลให้รัฐต้องซื้อของแพงเกินจริง
ข้อเสนอ "พ.ร.บ. สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย" สร้างตัวแทนเพื่อการคุ้มครองสิทธิ์
สภาเอสเอ็มอีเสนอให้มีการจัดตั้งสภาฯ ให้เป็น นิติบุคคล ตามกฎหมาย เพื่อทำหน้าที่
1. ตัวแทนเจรจา มีอำนาจต่อรองกับภาครัฐและธุรกิจขนาดใหญ่ในการกำหนดนโยบายที่เอื้อต่อ SMEs
2. กองทุนสภา SMEs บริหารจัดการงบประมาณเพื่อปกป้องสิทธิ์และพัฒนาศักยภาพสมาชิก โดยไม่ต้องพึ่งพางบประมาณจากหน่วยงานรัฐเพียงอย่างเดียว
3. Check and Balance ทำหน้าที่คานอำนาจกับคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า (กขค.) และตรวจสอบการใช้อำนาจที่เอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุน
พรรคประชาชนขานรับนโยบาย "SMEs First" และการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง
ทีมเศรษฐกิจพรรคประชาชนได้เสนอมาตรการสนับสนุน SMEs หากได้เป็นรัฐบาล ดังนี้
• ปฏิรูปกฎหมายแข่งขันทางการค้า ยกเลิกข้อยกเว้นที่ให้หน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจอยู่เหนือกฎหมาย และกำกับดูแลการผูกขาดในแพลตฟอร์มดิจิทัล (ค่า GP และการขยายอุตสาหกรรม)
• มาตรการภาษีเพื่อรายย่อย
◦ ขยายเพดานรายได้ที่ต้องจดทะเบียน VAT จาก 1.8 ล้านบาท เป็น 3.6 ล้านบาท
◦ SME VAT Refund คืนภาษีมูลค่าเพิ่มสูงสุด 50,000 บาทต่อราย เพื่อนำไปใช้ลดต้นทุนการจ้างบัญชีหรือเช่าสถานที่
• นโยบาย "หวยใบเสร็จ" กระตุ้นให้ประชาชนซื้อสินค้าจากร้านค้า SME โดยทุกการซื้อสามารถแลกเป็นสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ เพื่อจูงใจให้ SME เข้าสู่ระบบดิจิทัลอย่างยั่งยืน
• Open Commerce Network (OCN) สร้างแพลตฟอร์มกลางเชื่อมโยงสินค้าไทยเข้ากับช่องทางขายที่หลากหลาย (เช่น เป๋าตัง, K+, Shopee) เพื่อสู้กับสินค้าต่างชาติที่ทักเข้ามาในตลาดไทย
การบริหารจัดการแบบ "SME 5.0"
นอกจากการแก้ปัญหาหนี้สินและตลาด พรรคประชาชนยังเน้นย้ำถึงการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค 5.0 โดยการ ลดกฎระเบียบ (Regulatory Guillotine) ที่ซ้ำซ้อนให้สำเร็จภายใน 18 เดือน และสนับสนุนการจดทะเบียนแบบ One Man Company เพื่อลดอุปสรรคในการเริ่มต้นธุรกิจของผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่ต้องการเป็นผู้ประกอบการ

#สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย
#สภาเอสเอ็มอี
#เอสเอ็มอี
#พรรคประชาชน #นโยบายเศรษฐกิจ

หยุดวงจรคอร์รัปชัน! “ไทยสร้างไทย” เห็นพ้อง “สภาเอสเอ็มอี” ปฏิรูประบบจัดซื้อจัดจ้างรัฐ ดัน “ปปช. ภาคประชาชน” เร่งรัดภาครั...
23/01/2026

หยุดวงจรคอร์รัปชัน! “ไทยสร้างไทย” เห็นพ้อง “สภาเอสเอ็มอี” ปฏิรูประบบจัดซื้อจัดจ้างรัฐ ดัน “ปปช. ภาคประชาชน” เร่งรัดภาครัฐจ่ายเงินตรงเวลาช่วยสภาพคล่อง SMEs

22 มกราคม 2569 สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สภาเอสเอ็มอี) นำโดย นายสุปรีย์ ทองเพชร ประธานสภาเอสเอ็มอี ร่วมหารือร่วมกับพรรคไทยสร้างไทย นำโดย ดร.โภคิน พลกุล ประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยสร้างไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพื่อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของกลุ่มผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่กำลังเผชิญวิกฤตสภาพคล่องและอุปสรรคทางกฎหมายแบบ Quick Win และภาพรวมในระยะยาว

คุณสุปรีย์ ทองเพชร และคณะกรรมการบริหารสภาเอสเอ็มอีและภาคีเครือข่าย เปิดเผยโดยสรุปว่า ปัญหาเร่งด่วนที่สุดของ SMEs คือ “วงจรสภาพคล่อง” โดยเสนอให้มีการออกกฎหมายควบคุมระยะเวลาการชำระเงิน (Credit Term) ให้เหลือเพียง 30-45 วัน ตามกฎหมาย เนื่องจากปัจจุบัน SMEs ถูกดึงเรื่องการเบิกจ่ายเงินนานถึง 60-120 วัน (หรือบางอุตสาหกรรมมากกว่านั้น) ทำให้ต้องไปกู้หนี้นอกระบบมาหมุนเวียน พร้อมเรียกร้องให้ภาครัฐซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของประเทศปรับระบบการตรวจรับงานและจ่ายเงินให้รวดเร็วขึ้นเพื่อฉีดเงินเข้าสู่ระบบโดยตรง

นอกจากนี้ สภาเอสเอ็มอีได้เสนอให้เร่งผลักดัน “พ.ร.บ. สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม” เพื่อสร้างตัวตนทางกฎหมายให้ SMEs มีพลังในการเจรจาต่อรองกับภาครัฐและคานอำนาจกับกลุ่มทุนผูกขาด

ด้าน ดร.โภคิน พลกุล พรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า พรรคมีนโยบาย “Liberate & Empower” ที่สอดคล้องกับแนวทางดังกล่าว โดยพร้อมเดินหน้าปลดล็อกกฎหมายกว่า 1,400 ฉบับ ที่เป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากิน และเสนอการตั้ง “กองทุน SMEs” วงเงิน 3 แสนล้านบาท เพื่อให้รายย่อยเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพียง 1% ต่อเดือน โดยลดเงื่อนไขที่ซับซ้อนของธนาคาร

พรรคไทยสร้างไทยยังมีแผนปฏิรูประบบตรวจสอบผ่าน “ปปช. ภาคประชาชน” เพื่อให้ผู้ประกอบการมีอำนาจตรวจสอบหน่วยงานรัฐที่ทุจริตหรือประวิงเวลาการจ่ายเงิน พร้อมชูยุทธศาสตร์การสร้าง Scale ให้ SMEs ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล พร้อมทั้งการส่งเสริมกลุ่มอุตสาหกรรมที่ประเทศมีจุดแข็งอย่าง อาหาร สุขภาพ และการท่องเที่ยว เพื่อให้คนตัวเล็กสามารถแข่งขันได้ในระดับโลก

ทั้งสองฝ่ายเชื่อมั่นว่า หากสามารถปลดล็อกข้อจำกัดทางกฎหมายและสร้างแต้มต่อทางการเงินได้ SMEs ไทยจะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง

#สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย
#สภาเอสเอ็มอี
#เอสเอ็มอี
#ทุนผูกขาด #เครดิตเทอม
#พรรคไทยสร้างไทย #ปปชภาคประชาชน #คนตัวเล็ก

📢 Voice of SMEs: เสียงนี้เพื่อผู้ประกอบการไทยสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สภาเอสเอ็มอี) ขอเรียนเชิญคณะกรรมการบริหา...
17/01/2026

📢 Voice of SMEs: เสียงนี้เพื่อผู้ประกอบการไทย
สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สภาเอสเอ็มอี) ขอเรียนเชิญคณะกรรมการบริหาร ที่ปรึกษา ภาคีเครือข่าย และสมาชิกทุกท่าน ร่วมผนึกกำลังนำเสนอนโยบายในนาม "เสียงของ SMEs" ต่อพรรคการเมือง เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้แข็งแกร่ง
📍 ประเดิมที่แรก: พรรคประชาธิปัตย์
🗓️ วันจันทร์ที่ 19 มกราคม 2569
🕚 เวลา: 11.00 น. เป็นต้นไป
📍 สถานที่: สวนเสียงไผ่ สถาบันทิวา
🔗 ลงทะเบียนเข้าร่วมงานหรือร่วมแสดงความคิดเห็น
https://lin.ee/vmNVqiI

#สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย
#สภาเอสเอ็มอี
#เอสเอ็มอี

#พรรคประชาธิปัตย์

🔴[Live] 9.00 น. Policy Forum เศรษฐกิจคนตัวเล็ก | 20 ม.ค. 69ยุคสมัยที่คนตัวเล็กไร้เสียง ประเทศไร้ทิศ เศรษฐกิจไร้ทาง เราจะ...
17/01/2026

🔴[Live] 9.00 น. Policy Forum เศรษฐกิจคนตัวเล็ก | 20 ม.ค. 69
ยุคสมัยที่คนตัวเล็กไร้เสียง ประเทศไร้ทิศ เศรษฐกิจไร้ทาง เราจะรอดกันจริงๆ ใช่ไหม ?
เมื่อ “เศรษฐกิจคนตัวเล็ก” ไม่ใช่แค่ความขยัน แต่หมายถึงสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจที่ไม่เอาเปรียบ
เราจะเชื่อได้อย่างไร ว่าฝ่ายการเมืองเข้าใจปัญหาคนตัวเล็กและกำลังหาทางทำให้ชีวิตเราดีขึ้น
เวทีนี้เป็นพื้นที่ร่วมสร้างการเมืองที่รับผิดชอบต่อประชาชน เพราะเมื่อระบบถูกที่ ชีวิตเราจะถูกทาง
คณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา โดย คณะอนุกรรมาธิการด้านตลาดทุนและธุรกิจประกันภัย ร่วมกับสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สภาเอสเอ็มอี) และสมาคมการค้าสตาร์ทอัพไทย ชวนรู้สถานการณ์ปัญหาเศรษฐกิจคนตัวเล็กและแลกเปลี่ยนความเห็นใน “เวทีฟังเสียงประชาชน : ประเทศไร้ทิศ เศรษฐกิจไร้ทาง” เพื่อผลักดันปัญหา “เงินไหลเข้าทุนผูกขาด เงินไหลลงใต้ดิน และ เงินไหลออกนอกประเทศ” ให้เป็นวาระเร่งด่วนของประเทศที่พรรคการเมืองจะขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม
ร่วมสนทนา
• อุดมธิปก ไพรเกษตร ผู้แทนจากสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย
• สุปรีย์ ทองเพชร ผู้แทนจากสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สภาเอสเอ็มอี)
• สถาพน พัฒนะคูหา ผู้แทนจากสมาคมการค้าสตาร์ทอัพไทย
ร่วมแสดงความเห็น/นำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบาย
• ตัวแทนพรรคการเมือง 9 พรรค
• ดำเนินรายการโดย ปฏิมา จีระแพทย์ และ ณรงค์ฤทธิ์ คิดเห็น
ณ อาคารรัฐสภา (สัปปายะสภาสถาน) ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ห้องประชุม B1-5 ชั้น B1
ลงทะเบียนเข้าร่วมสัมมนา https://docs.google.com/.../1FAIpQLSc2XBuEK6LIWK.../viewform

#เลือกตั้ง69 #เสียงของทุกคนฝ่าวิกฤตประเทศไทย
#สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย
#สภาเอสเอ็มอี
#เอสเอ็มอี

เปิดหน้า 16 ผู้กล้าเผชิญหน้า 5 พรรคการเมือง บนเวทีนโยบาย “ปรสิตเศรษฐกิจไทย" ทุนผูกขาด แพลตฟอร์มต่างชาติ อำนาจสีเทา เวทีใ...
17/01/2026

เปิดหน้า 16 ผู้กล้าเผชิญหน้า 5 พรรคการเมือง บนเวทีนโยบาย “ปรสิตเศรษฐกิจไทย" ทุนผูกขาด แพลตฟอร์มต่างชาติ อำนาจสีเทา เวทีใหญ่ที่จัดร่วมกับ Thai PBS และ Thailand Institute of Justice (TIJ)
5 พรรคใหญ่ส่งตัวแทนมาครบ มีทั้งแคนดิเดตนายก มือเศรษฐกิจ ผู้วางนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล ประธานกรรมาธิการเอไอ ที่เคยดูแลปัญหาทุนเทา-แสกมเมอร์-อำนาจผูกขาด-แพลตฟอร์มต่างชาติที่สูบเงินออกจากเศรษฐกิจไทย
ฝั่ง 16 ผู้เชี่ยวชาญ แค่เห็นชื่อก็คงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณ แต่ละท่านล้วนต่อสู้แต่ละประเด็นปัญหาของชาติในวิถีของตนเอง
ใครเล่าจะรู้เรื่องทุนเทา-แสกมเมอร์ดีไปกว่า ซีอีโอน๊อต แห่งลอตเตอรี่พลัง ผู้ที่ถูกทำร้ายรังแกจากทุนสีเทามากับตัว ต่อสู้แก๊งอำนาจมืด มือที่มองไม่เห็น
รศ.ดร.ต่อภัสสร์ ยมนาค ผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์มต่อต้านคอรัปชั่น Act Ai เปิดข้อมูลโครงการจัดซื้อจัดจ้างนับล้านรายการ ที่ชาวบ้านนำไปเปิดโปงกรณีทุจริตเสาไฟกินรี เจ้าของรางวัล International Anti-Corruption Champion Award
พี่ณัฐ ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีจากภาคการเงิน ผู้ไล่ติดตามประเด็นฟอกเงิน-ทุนเทา-สแกมเมอร์-นอมินี อยากใกล้ชิดมาตลอด
พี่สฤณี ชื่อนี้คุณมั่นใจ เจ้าของผังมหากาพย์นายหน้าที่เปิดโปงเส้นทางความเชื่อมโยงการฟอกเงินของทุนเทาต่างชาติ เข้าครอบงำธุรกิจพลังงานในตลาดหลักทรัพย์ จนเป็นที่มาของการอายัดทรัพย์มูลค่ากว่าหมื่นล้าน
ขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติมาร่วมตั้งคำถามบนเวทีในงานนี้กับเรา แล้วพบกันวันที่ 20 มกราคม 2569 เวลา 17.00-21.00 ณ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) แจ้งวัฒนะ
ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน + ร่วมส่งคำถามถึง 5 พรรค ลงทะเบียนได้แล้ววันนี้ที่
https://www.zipeventapp.com/e/Policydebate-election2026

#สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย
#สภาเอสเอ็มอี
#เอสเอ็มอี

ไอคอนสยาม เปิดเวทีแห่งความภาคภูมิใจของไทย สู่สายตาโลก“Amazing Thailand Countdown 2026”สร้างมหาปรากฏการณ์ Global Countdow...
17/01/2026

ไอคอนสยาม เปิดเวทีแห่งความภาคภูมิใจของไทย สู่สายตาโลก
“Amazing Thailand Countdown 2026”
สร้างมหาปรากฏการณ์ Global Countdown Destination
ค่ำคืนเคานต์ดาวน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดริมแม่น้ำเจ้าพระยา กลายเป็นภาพประทับใจระดับโลก เมื่อ โอปอล สุชาตา ช่วงศรี Miss World 2025 ปรากฏตัวอย่างสง่างามบนเวที Amazing Thailand Countdown 2026 at ICONSIAM ร่วมเฉลิมฉลองช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านสู่ปีใหม่ ท่ามกลางแสง สี เสียง และบรรยากาศการแสดงระดับเวิลด์คลาส
โดยพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ ได้รับเกียรติจาก คุณอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พร้อมด้วย คุณศุภชัย เจียรวนนท์, คุณณรงค์ เจียรวนนท์, คุณชฎาทิพ จูตระกูล และคณะผู้บริหารบริษัท ไอคอนสยาม จำกัด พันธมิตรภาครัฐ และภาคเอกชน ขึ้นเวที ร่วมส่งสารแห่งความภาคภูมิใจ ตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลก ที่พร้อมผสานวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และความบันเทิงร่วมสมัยได้อย่างกลมกลืน
ไอคอนสยาม ในฐานะ Global Countdown Destination และแลนด์มาร์กสำคัญของประเทศ ยังคงทำหน้าที่เป็นเวทีที่หลอมรวมพลังซอฟต์พาวเวอร์ไทย ถ่ายทอดความงดงามของผู้คน ศิลปวัฒนธรรม และศักยภาพอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่สายตานานาชาติ ผ่านการจัดงานเคานต์ดาวน์ที่ยิ่งใหญ่เหนือความคาดหมายในทุกมิติ ค่ำคืนนี้จึงไม่ใช่เพียงการนับถอยหลังสู่ปี 2026 แต่คือการเฉลิมฉลองภาพลักษณ์ใหม่ของประเทศไทย บนเวทีระดับโลก ที่ไอคอนสยาม ภูมิใจเป็นศูนย์กลางแห่งแรงบันดาลใจ และจุดหมายแห่งการเฉลิมฉลองของผู้คนจากทั่วโลก


#เคานต์ดาวน์ปีนี้ที่ไอคอนสยาม

ที่อยู่

Bangkok
10400

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Phoenix Newsผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Phoenix News:

แชร์