Buddha Bless ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Buddha Bless, ครีเอเตอร์ดิจิทัล, ลาดพร้าว, Bangkok.

📢
""ผู้หญิงที่เลือกอิสระเป็นลมหายใจ ใช้ธรรมะเป็นสมอ และใช้ความสนุกเป็นอาหารใจ ไม่ต้องการใครมาเติมเต็ม"

🤔 Dhrmma talk Nature Self-improvement Mindset Personality.

อีกคนนึงช่วยนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงเวลาเราไปคนเดียว1. ทำไมโรงพยาบาลถึงอยากให้มีญาติ?เขาไม่ได้อยากทำให้เราลำบากใจค่ะ แต...
26/08/2026

อีกคนนึงช่วย

นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงเวลาเราไปคนเดียว
1. ทำไมโรงพยาบาลถึงอยากให้มีญาติ?
เขาไม่ได้อยากทำให้เราลำบากใจค่ะ แต่เขากลัว 3 เรื่องนี้

เรื่องเซ็นยินยอม: ถ้าต้องผ่าตัด วางยาสลบ ส่องกล้อง หรือทำหัตถการที่มีความเสี่ยง กฎหมายบังคับว่าต้องมีคนเซ็นยินยอมรับความเสี่ยง ถ้าเราสลบไป จะไม่มีใครตัดสินใจแทนเราได้

เรื่องฉุกเฉิน: ถ้าเราความดันตก แพ้ยา หรือเป็นลมหลังทำหัตถการ จะไม่มีใครที่หมอโทรหาได้เลย

เรื่องข้อมูล: ตอนหมออธิบายผลตรวจที่ซับซ้อน ถ้าเราตกใจจนจำอะไรไม่ได้ จะไม่มีอีกคนที่ช่วยจำ ช่วยถาม ช่วยตัดสินใจ
2. ถ้าไม่มีญาติเลย จะถูกรักษายากขึ้นมั้ย?
ในทางปฏิบัติ จะติดอยู่ 2 จุดค่ะ
• ถ้าเป็นตรวจทั่วไป เจาะเลือด X-ray รับยา: ไปคนเดียวได้ 100% ไม่มีปัญหา • ถ้าต้องทำหัตถการที่ต้องดมยา / วางยาสลบ / ผ่าตัดเล็ก: ส่วนใหญ่โรงพยาบาลจะไม่ยอมให้ทำถ้ามาคนเดียวจริงๆ เขาจะเลื่อนออกไปก่อน เพราะกลัวเรื่องความปลอดภัยหลังฟื้นยา ไม่มีใครพากลับบ้าน
ไม่ใช่การลงโทษนะคะ แต่เป็นมาตรการความปลอดภัยของเขา
3. คนตัวคนเดียวต้องเตรียมตัวยังไง ให้ไปต่อได้
จากประสบการณ์ของคนที่ไปคนเดียวหลายๆ คน เขาใช้วิธีนี้ค่ะ

1. เตรียมกระดาษใบเดียวไว้ยื่นให้เจ้าหน้าที่เลย
เขียนไปเลยว่า:
"มาคนเดียวค่ะ ไม่มีญาติมาด้วย ถ้าฉุกเฉินติดต่อ... (ชื่อเพื่อน/เบอร์) ประวัติแพ้ยา... โรคประจำตัว... ยาที่กินอยู่..."
ยื่นใบนี้ จะลดการถูกถามซ้ำกลางกลุ่มคนไข้ได้เยอะมาก

2. แยกคำว่า "ญาติ" กับ "ผู้ติดต่อฉุกเฉิน"
บอกเจ้าหน้าที่ว่า "ไม่มีญาติ แต่มีผู้ติดต่อฉุกเฉินได้ค่ะ คือ..." โรงพยาบาลรับได้นะคะ ไม่จำเป็นต้องเป็นญาติทางสายเลือด ขอแค่เป็นคนที่ติดต่อได้จริง

3. ถ้ารู้ล่วงหน้าว่าต้องทำหัตถการ
โทรไปถามแผนกนั้นก่อน 1 วันว่า "ถ้ามาคนเดียว ต้องมีคนมารับกลับจริงไหม ต้องเซ็นอะไรบ้าง" เราจะได้เตรียมเพื่อน หรือจ้างผู้ช่วยดูแล (มีบริการ Caregiver รายวัน) ไปเป็นเพื่อนในวันนั้นได้

4. ขอให้พยาบาลเป็นพยานในการรับทราบข้อมูล
ถ้าไม่มีญาติเซ็น เราเซ็นเองได้ค่ะ แจ้งได้เลยว่า "ขอรับทราบความเสี่ยงและเซ็นเอง และขอให้พยาบาลช่วยเป็นพยานว่าได้รับฟังแล้ว" ตามกฎหมายผู้ป่วยที่มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์เซ็นเองได้

คุณไม่ได้เป็นคนเดียวที่เจอเรื่องนี้นะคะ และคุณไม่ได้ทำอะไรผิดเลย
นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงเวลาเราไปคนเดียว
1. ทำไมโรงพยาบาลถึงอยากให้มีญาติ?
เขาไม่ได้อยากทำให้เราลำบากใจค่ะ แต่เขากลัว 3 เรื่องนี้

เรื่องเซ็นยินยอม: ถ้าต้องผ่าตัด วางยาสลบ ส่องกล้อง หรือทำหัตถการที่มีความเสี่ยง กฎหมายบังคับว่าต้องมีคนเซ็นยินยอมรับความเสี่ยง ถ้าเราสลบไป จะไม่มีใครตัดสินใจแทนเราได้

เรื่องฉุกเฉิน: ถ้าเราความดันตก แพ้ยา หรือเป็นลมหลังทำหัตถการ จะไม่มีใครที่หมอโทรหาได้เลย

เรื่องข้อมูล: ตอนหมออธิบายผลตรวจที่ซับซ้อน ถ้าเราตกใจจนจำอะไรไม่ได้ จะไม่มีอีกคนที่ช่วยจำ ช่วยถาม ช่วยตัดสินใจ
2. ถ้าไม่มีญาติเลย จะถูกรักษายากขึ้นมั้ย?
ในทางปฏิบัติ จะติดอยู่ 2 จุดค่ะ
• ถ้าเป็นตรวจทั่วไป เจาะเลือด X-ray รับยา: ไปคนเดียวได้ 100% ไม่มีปัญหา • ถ้าต้องทำหัตถการที่ต้องดมยา / วางยาสลบ / ผ่าตัดเล็ก: ส่วนใหญ่โรงพยาบาลจะไม่ยอมให้ทำถ้ามาคนเดียวจริงๆ เขาจะเลื่อนออกไปก่อน เพราะกลัวเรื่องความปลอดภัยหลังฟื้นยา ไม่มีใครพากลับบ้าน
ไม่ใช่การลงโทษนะคะ แต่เป็นมาตรการความปลอดภัยของเขา
3. คนตัวคนเดียวต้องเตรียมตัวยังไง ให้ไปต่อได้
จากประสบการณ์ของคนที่ไปคนเดียวหลายๆ คน เขาใช้วิธีนี้ค่ะ

1. เตรียมกระดาษใบเดียวไว้ยื่นให้เจ้าหน้าที่เลย
เขียนไปเลยว่า:
"มาคนเดียวค่ะ ไม่มีญาติมาด้วย ถ้าฉุกเฉินติดต่อ... (ชื่อเพื่อน/เบอร์) ประวัติแพ้ยา... โรคประจำตัว... ยาที่กินอยู่..."
ยื่นใบนี้ จะลดการถูกถามซ้ำกลางกลุ่มคนไข้ได้เยอะมาก

2. แยกคำว่า "ญาติ" กับ "ผู้ติดต่อฉุกเฉิน"
บอกเจ้าหน้าที่ว่า "ไม่มีญาติ แต่มีผู้ติดต่อฉุกเฉินได้ค่ะ คือ..." โรงพยาบาลรับได้นะคะ ไม่จำเป็นต้องเป็นญาติทางสายเลือด ขอแค่เป็นคนที่ติดต่อได้จริง

3. ถ้ารู้ล่วงหน้าว่าต้องทำหัตถการ
โทรไปถามแผนกนั้นก่อน 1 วันว่า "ถ้ามาคนเดียว ต้องมีคนมารับกลับจริงไหม ต้องเซ็นอะไรบ้าง" เราจะได้เตรียมเพื่อน หรือจ้างผู้ช่วยดูแล (มีบริการ Caregiver รายวัน) ไปเป็นเพื่อนในวันนั้นได้

4. ขอให้พยาบาลเป็นพยานในการรับทราบข้อมูล
ถ้าไม่มีญาติเซ็น เราเซ็นเองได้ค่ะ แจ้งได้เลยว่า "ขอรับทราบความเสี่ยงและเซ็นเอง และขอให้พยาบาลช่วยเป็นพยานว่าได้รับฟังแล้ว" ตามกฎหมายผู้ป่วยที่มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์เซ็นเองได้

คุณไม่ได้เป็นคนเดียวที่เจอเรื่องนี้นะคะ และคุณไม่ได้ทำอะไรผิดเลย
นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงเวลาเราไปคนเดียว
1. ทำไมโรงพยาบาลถึงอยากให้มีญาติ?
เขาไม่ได้อยากทำให้เราลำบากใจค่ะ แต่เขากลัว 3 เรื่องนี้

เรื่องเซ็นยินยอม: ถ้าต้องผ่าตัด วางยาสลบ ส่องกล้อง หรือทำหัตถการที่มีความเสี่ยง กฎหมายบังคับว่าต้องมีคนเซ็นยินยอมรับความเสี่ยง ถ้าเราสลบไป จะไม่มีใครตัดสินใจแทนเราได้

เรื่องฉุกเฉิน: ถ้าเราความดันตก แพ้ยา หรือเป็นลมหลังทำหัตถการ จะไม่มีใครที่หมอโทรหาได้เลย

เรื่องข้อมูล: ตอนหมออธิบายผลตรวจที่ซับซ้อน ถ้าเราตกใจจนจำอะไรไม่ได้ จะไม่มีอีกคนที่ช่วยจำ ช่วยถาม ช่วยตัดสินใจ
2. ถ้าไม่มีญาติเลย จะถูกรักษายากขึ้นมั้ย?
ในทางปฏิบัติ จะติดอยู่ 2 จุดค่ะ
• ถ้าเป็นตรวจทั่วไป เจาะเลือด X-ray รับยา: ไปคนเดียวได้ 100% ไม่มีปัญหา • ถ้าต้องทำหัตถการที่ต้องดมยา / วางยาสลบ / ผ่าตัดเล็ก: ส่วนใหญ่โรงพยาบาลจะไม่ยอมให้ทำถ้ามาคนเดียวจริงๆ เขาจะเลื่อนออกไปก่อน เพราะกลัวเรื่องความปลอดภัยหลังฟื้นยา ไม่มีใครพากลับบ้าน
ไม่ใช่การลงโทษนะคะ แต่เป็นมาตรการความปลอดภัยของเขา
3. คนตัวคนเดียวต้องเตรียมตัวยังไง ให้ไปต่อได้
จากประสบการณ์ของคนที่ไปคนเดียวหลายๆ คน เขาใช้วิธีนี้ค่ะ

1. เตรียมกระดาษใบเดียวไว้ยื่นให้เจ้าหน้าที่เลย
เขียนไปเลยว่า:
"มาคนเดียวค่ะ ไม่มีญาติมาด้วย ถ้าฉุกเฉินติดต่อ... (ชื่อเพื่อน/เบอร์) ประวัติแพ้ยา... โรคประจำตัว... ยาที่กินอยู่..."
ยื่นใบนี้ จะลดการถูกถามซ้ำกลางกลุ่มคนไข้ได้เยอะมาก

2. แยกคำว่า "ญาติ" กับ "ผู้ติดต่อฉุกเฉิน"
บอกเจ้าหน้าที่ว่า "ไม่มีญาติ แต่มีผู้ติดต่อฉุกเฉินได้ค่ะ คือ..." โรงพยาบาลรับได้นะคะ ไม่จำเป็นต้องเป็นญาติทางสายเลือด ขอแค่เป็นคนที่ติดต่อได้จริง

3. ถ้ารู้ล่วงหน้าว่าต้องทำหัตถการ
โทรไปถามแผนกนั้นก่อน 1 วันว่า "ถ้ามาคนเดียว ต้องมีคนมารับกลับจริงไหม ต้องเซ็นอะไรบ้าง" เราจะได้เตรียมเพื่อน หรือจ้างผู้ช่วยดูแล (มีบริการ Caregiver รายวัน) ไปเป็นเพื่อนในวันนั้นได้

4. ขอให้พยาบาลเป็นพยานในการรับทราบข้อมูล
ถ้าไม่มีญาติเซ็น เราเซ็นเองได้ค่ะ แจ้งได้เลยว่า "ขอรับทราบความเสี่ยงและเซ็นเอง และขอให้พยาบาลช่วยเป็นพยานว่าได้รับฟังแล้ว" ตามกฎหมายผู้ป่วยที่มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์เซ็นเองได้

คุณไม่ได้เป็นคนเดียวที่เจอเรื่องนี้นะคะ และคุณไม่ได้ทำอะไรผิดเลย

นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงเวลาเราไปคนเดียว
1. ทำไมโรงพยาบาลถึงอยากให้มีญาติ?
เขาไม่ได้อยากทำให้เราลำบากใจค่ะ แต่เขากลัว 3 เรื่องนี้

เรื่องเซ็นยินยอม: ถ้าต้องผ่าตัด วางยาสลบ ส่องกล้อง หรือทำหัตถการที่มีความเสี่ยง กฎหมายบังคับว่าต้องมีคนเซ็นยินยอมรับความเสี่ยง ถ้าเราสลบไป จะไม่มีใครตัดสินใจแทนเราได้

เรื่องฉุกเฉิน: ถ้าเราความดันตก แพ้ยา หรือเป็นลมหลังทำหัตถการ จะไม่มีใครที่หมอโทรหาได้เลย

เรื่องข้อมูล: ตอนหมออธิบายผลตรวจที่ซับซ้อน ถ้าเราตกใจจนจำอะไรไม่ได้ จะไม่มีอีกคนที่ช่วยจำ ช่วยถาม ช่วยตัดสินใจ
2. ถ้าไม่มีญาติเลย จะถูกรักษายากขึ้นมั้ย?
ในทางปฏิบัติ จะติดอยู่ 2 จุดค่ะ
• ถ้าเป็นตรวจทั่วไป เจาะเลือด X-ray รับยา: ไปคนเดียวได้ 100% ไม่มีปัญหา • ถ้าต้องทำหัตถการที่ต้องดมยา / วางยาสลบ / ผ่าตัดเล็ก: ส่วนใหญ่โรงพยาบาลจะไม่ยอมให้ทำถ้ามาคนเดียวจริงๆ เขาจะเลื่อนออกไปก่อน เพราะกลัวเรื่องความปลอดภัยหลังฟื้นยา ไม่มีใครพากลับบ้าน
ไม่ใช่การลงโทษนะคะ แต่เป็นมาตรการความปลอดภัยของเขา
3. คนตัวคนเดียวต้องเตรียมตัวยังไง ให้ไปต่อได้
จากประสบการณ์ของคนที่ไปคนเดียวหลายๆ คน เขาใช้วิธีนี้ค่ะ

1. เตรียมกระดาษใบเดียวไว้ยื่นให้เจ้าหน้าที่เลย
เขียนไปเลยว่า:
"มาคนเดียวค่ะ ไม่มีญาติมาด้วย ถ้าฉุกเฉินติดต่อ... (ชื่อเพื่อน/เบอร์) ประวัติแพ้ยา... โรคประจำตัว... ยาที่กินอยู่..."
ยื่นใบนี้ จะลดการถูกถามซ้ำกลางกลุ่มคนไข้ได้เยอะมาก

2. แยกคำว่า "ญาติ" กับ "ผู้ติดต่อฉุกเฉิน"
บอกเจ้าหน้าที่ว่า "ไม่มีญาติ แต่มีผู้ติดต่อฉุกเฉินได้ค่ะ คือ..." โรงพยาบาลรับได้นะคะ ไม่จำเป็นต้องเป็นญาติทางสายเลือด ขอแค่เป็นคนที่ติดต่อได้จริง

3. ถ้ารู้ล่วงหน้าว่าต้องทำหัตถการ
โทรไปถามแผนกนั้นก่อน 1 วันว่า "ถ้ามาคนเดียว ต้องมีคนมารับกลับจริงไหม ต้องเซ็นอะไรบ้าง" เราจะได้เตรียมเพื่อน หรือจ้างผู้ช่วยดูแล (มีบริการ Caregiver รายวัน) ไปเป็นเพื่อนในวันนั้นได้

4. ขอให้พยาบาลเป็นพยานในการรับทราบข้อมูล
ถ้าไม่มีญาติเซ็น เราเซ็นเองได้ค่ะ แจ้งได้เลยว่า "ขอรับทราบความเสี่ยงและเซ็นเอง และขอให้พยาบาลช่วยเป็นพยานว่าได้รับฟังแล้ว" ตามกฎหมายผู้ป่วยที่มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์เซ็นเองได้

คุณไม่ได้เป็นคนเดียวที่เจอเรื่องนี้นะคะ และคุณไม่ได้ทำอะไรผิดเลย
นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงเวลาเราไปคนเดียว
1. ทำไมโรงพยาบาลถึงอยากให้มีญาติ?
เขาไม่ได้อยากทำให้เราลำบากใจค่ะ แต่เขากลัว 3 เรื่องนี้

เรื่องเซ็นยินยอม: ถ้าต้องผ่าตัด วางยาสลบ ส่องกล้อง หรือทำหัตถการที่มีความเสี่ยง กฎหมายบังคับว่าต้องมีคนเซ็นยินยอมรับความเสี่ยง ถ้าเราสลบไป จะไม่มีใครตัดสินใจแทนเราได้

เรื่องฉุกเฉิน: ถ้าเราความดันตก แพ้ยา หรือเป็นลมหลังทำหัตถการ จะไม่มีใครที่หมอโทรหาได้เลย

เรื่องข้อมูล: ตอนหมออธิบายผลตรวจที่ซับซ้อน ถ้าเราตกใจจนจำอะไรไม่ได้ จะไม่มีอีกคนที่ช่วยจำ ช่วยถาม ช่วยตัดสินใจ
2. ถ้าไม่มีญาติเลย จะถูกรักษายากขึ้นมั้ย?
ในทางปฏิบัติ จะติดอยู่ 2 จุดค่ะ
• ถ้าเป็นตรวจทั่วไป เจาะเลือด X-ray รับยา: ไปคนเดียวได้ 100% ไม่มีปัญหา • ถ้าต้องทำหัตถการที่ต้องดมยา / วางยาสลบ / ผ่าตัดเล็ก: ส่วนใหญ่โรงพยาบาลจะไม่ยอมให้ทำถ้ามาคนเดียวจริงๆ เขาจะเลื่อนออกไปก่อน เพราะกลัวเรื่องความปลอดภัยหลังฟื้นยา ไม่มีใครพากลับบ้าน
ไม่ใช่การลงโทษนะคะ แต่เป็นมาตรการความปลอดภัยของเขา
3. คนตัวคนเดียวต้องเตรียมตัวยังไง ให้ไปต่อได้
จากประสบการณ์ของคนที่ไปคนเดียวหลายๆ คน เขาใช้วิธีนี้ค่ะ

1. เตรียมกระดาษใบเดียวไว้ยื่นให้เจ้าหน้าที่เลย
เขียนไปเลยว่า:
"มาคนเดียวค่ะ ไม่มีญาติมาด้วย ถ้าฉุกเฉินติดต่อ... (ชื่อเพื่อน/เบอร์) ประวัติแพ้ยา... โรคประจำตัว... ยาที่กินอยู่..."
ยื่นใบนี้ จะลดการถูกถามซ้ำกลางกลุ่มคนไข้ได้เยอะมาก

2. แยกคำว่า "ญาติ" กับ "ผู้ติดต่อฉุกเฉิน"
บอกเจ้าหน้าที่ว่า "ไม่มีญาติ แต่มีผู้ติดต่อฉุกเฉินได้ค่ะ คือ..." โรงพยาบาลรับได้นะคะ ไม่จำเป็นต้องเป็นญาติทางสายเลือด ขอแค่เป็นคนที่ติดต่อได้จริง

3. ถ้ารู้ล่วงหน้าว่าต้องทำหัตถการ
โทรไปถามแผนกนั้นก่อน 1 วันว่า "ถ้ามาคนเดียว ต้องมีคนมารับกลับจริงไหม ต้องเซ็นอะไรบ้าง" เราจะได้เตรียมเพื่อน หรือจ้างผู้ช่วยดูแล (มีบริการ Caregiver รายวัน) ไปเป็นเพื่อนในวันนั้นได้

4. ขอให้พยาบาลเป็นพยานในการรับทราบข้อมูล
ถ้าไม่มีญาติเซ็น เราเซ็นเองได้ค่ะ แจ้งได้เลยว่า "ขอรับทราบความเสี่ยงและเซ็นเอง และขอให้พยาบาลช่วยเป็นพยานว่าได้รับฟังแล้ว" ตามกฎหมายผู้ป่วยที่มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์เซ็นเองได้

คุณไม่ได้เป็นคนเดียวที่เจอเรื่องนี้นะคะ และคุณไม่ได้ทำอะไรผิดเลย
นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงเวลาเราไปคนเดียว
1. ทำไมโรงพยาบาลถึงอยากให้มีญาติ?
เขาไม่ได้อยากทำให้เราลำบากใจค่ะ แต่เขากลัว 3 เรื่องนี้

เรื่องเซ็นยินยอม: ถ้าต้องผ่าตัด วางยาสลบ ส่องกล้อง หรือทำหัตถการที่มีความเสี่ยง กฎหมายบังคับว่าต้องมีคนเซ็นยินยอมรับความเสี่ยง ถ้าเราสลบไป จะไม่มีใครตัดสินใจแทนเราได้

เรื่องฉุกเฉิน: ถ้าเราความดันตก แพ้ยา หรือเป็นลมหลังทำหัตถการ จะไม่มีใครที่หมอโทรหาได้เลย

เรื่องข้อมูล: ตอนหมออธิบายผลตรวจที่ซับซ้อน ถ้าเราตกใจจนจำอะไรไม่ได้ จะไม่มีอีกคนที่ช่วยจำ ช่วยถาม ช่วยตัดสินใจ
2. ถ้าไม่มีญาติเลย จะถูกรักษายากขึ้นมั้ย?
ในทางปฏิบัติ จะติดอยู่ 2 จุดค่ะ
• ถ้าเป็นตรวจทั่วไป เจาะเลือด X-ray รับยา: ไปคนเดียวได้ 100% ไม่มีปัญหา • ถ้าต้องทำหัตถการที่ต้องดมยา / วางยาสลบ / ผ่าตัดเล็ก: ส่วนใหญ่โรงพยาบาลจะไม่ยอมให้ทำถ้ามาคนเดียวจริงๆ เขาจะเลื่อนออกไปก่อน เพราะกลัวเรื่องความปลอดภัยหลังฟื้นยา ไม่มีใครพากลับบ้าน
ไม่ใช่การลงโทษนะคะ แต่เป็นมาตรการความปลอดภัยของเขา
3. คนตัวคนเดียวต้องเตรียมตัวยังไง ให้ไปต่อได้
จากประสบการณ์ของคนที่ไปคนเดียวหลายๆ คน เขาใช้วิธีนี้ค่ะ

1. เตรียมกระดาษใบเดียวไว้ยื่นให้เจ้าหน้าที่เลย
เขียนไปเลยว่า:
"มาคนเดียวค่ะ ไม่มีญาติมาด้วย ถ้าฉุกเฉินติดต่อ... (ชื่อเพื่อน/เบอร์) ประวัติแพ้ยา... โรคประจำตัว... ยาที่กินอยู่..."
ยื่นใบนี้ จะลดการถูกถามซ้ำกลางกลุ่มคนไข้ได้เยอะมาก

2. แยกคำว่า "ญาติ" กับ "ผู้ติดต่อฉุกเฉิน"
บอกเจ้าหน้าที่ว่า "ไม่มีญาติ แต่มีผู้ติดต่อฉุกเฉินได้ค่ะ คือ..." โรงพยาบาลรับได้นะคะ ไม่จำเป็นต้องเป็นญาติทางสายเลือด ขอแค่เป็นคนที่ติดต่อได้จริง

3. ถ้ารู้ล่วงหน้าว่าต้องทำหัตถการ
โทรไปถามแผนกนั้นก่อน 1 วันว่า "ถ้ามาคนเดียว ต้องมีคนมารับกลับจริงไหม ต้องเซ็นอะไรบ้าง" เราจะได้เตรียมเพื่อน หรือจ้างผู้ช่วยดูแล (มีบริการ Caregiver รายวัน) ไปเป็นเพื่อนในวันนั้นได้

4. ขอให้พยาบาลเป็นพยานในการรับทราบข้อมูล
ถ้าไม่มีญาติเซ็น เราเซ็นเองได้ค่ะ แจ้งได้เลยว่า "ขอรับทราบความเสี่ยงและเซ็นเอง และขอให้พยาบาลช่วยเป็นพยานว่าได้รับฟังแล้ว" ตามกฎหมายผู้ป่วยที่มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์เซ็นเองได้

คุณไม่ได้เป็นคนเดียวที่เจอเรื่องนี้นะคะ และคุณไม่ได้ทำอะไรผิดเลย

26/08/2026
26/08/2026
ฮีลใจ ฮีลกาย ไปกับทริป slow life งบไม่ถึง 100 บาท!เริ่มทริปด้วยการนั่งเรือด่วนเจ้าพระยาในราคาแค่ 23 บาท ชมวิวสวยๆ สองฝั่...
26/08/2026

ฮีลใจ ฮีลกาย ไปกับทริป slow life งบไม่ถึง 100 บาท!

เริ่มทริปด้วยการนั่งเรือด่วนเจ้าพระยาในราคาแค่ 23 บาท ชมวิวสวยๆ สองฝั่งแม่น้ำเพลินๆ จนถึงท่าเรือนนทบุรี

พอเดินออกจากท่าเรือ เลี้ยวซ้ายมาตามทางนิดเดียว ก็จะถึงจุดหมายของเราคือ ศาลเจ้าแม่ทับทิม ปู่เถ้ากงม่า ริมน้ำท่าน้ำนนท์ ศาลเจ้าเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ที่บรรยากาศสงบร่มรื่นมากๆ

โชคดีทริปนี้ได้เจอพี่เจ้าถิ่นบนเรือ พี่เขาใจดีอาสาพามาเป็นเพื่อนด้วย

ไหว้พระขอพรเสร็จแล้ว ยังเดินเล่นชิลๆ หน้าท่าน้ำนนท์ได้อีก มีร้านขนม ของกินอร่อยๆ ให้เลือกช้อปเลือกชิมเพียบ อร่อยและราคาไม่แพงเลย

26/08/2026

วุฒิภาวะของคน วัดกันที่การเติบโตและการอบรม
บางคนเล่าเรื่องคนอื่นได้คล่องปาก
ราวกับเป็นเจ้าของเรื่องเอง
คงเป็นพรสวรรค์ส่วนบุคคล

ยามเย็นวัดสระเกศ
23/08/2026

ยามเย็นวัดสระเกศ

วิธีประกอบและใช้งาน1. นำด้ามไม้ถูพื้นทั้ง 2 ท่อน มาต่อเข้าด้วยกัน 2. บริเวณตรงกลางด้ามจะมีปุ่มสีดำ ให้หมุนด้ามจนปุ่มสีดำ...
22/08/2026

วิธีประกอบและใช้งาน
1. นำด้ามไม้ถูพื้นทั้ง 2 ท่อน มาต่อเข้าด้วยกัน 2. บริเวณตรงกลางด้ามจะมีปุ่มสีดำ ให้หมุนด้ามจนปุ่มสีดำลงล็อค จึงจะสามารถกดฉีดสเปรย์ได้ 3. เติมน้ำเปล่า ผสมกับน้ำยาล้างจานเจือจางเล็กน้อย ลงในกระบอกฉีด 4. พร้อมเริ่มทำความสะอาดพื้นได้ทันที
จุดเด่น
ผ้าไมโครไฟเบอร์ช่วยดักจับฝุ่นได้ดี ทำให้พื้นสะอาดทันทีหลังถู

คำแนะนำ : สำหรับพื้นกระเบื้อง พื้นแกรนิตโต้ หรือพื้นครัว แนะนำให้ผสมน้ำยาล้างจานแบบเจือจาง จะช่วยให้พื้นสะอาด ไม่ลื่น และช่วยลดปัญหามดและแมลงได้ค่ะ

ที่อยู่

ลาดพร้าว
Bangkok
10310

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Buddha Blessผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์