THE RELAY The Relay - เพราะทุกเรื่องราว ควรถูกส่งต่อ

นุ่งขาสั้นมั่งดีก่า….สบายอ่ะ #ก็ลมมันเย็นอนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
02/08/2026

นุ่งขาสั้นมั่งดีก่า….สบายอ่ะ
#ก็ลมมันเย็น
อนุทิน ชาญวีรกูล
นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

การจากไปของ "ฮลุน โซโล่" นักเดินทางแบกเป้ชื่อดังของไทย ที่ถูกพบเสียชีวิตในห้องพักโรงแรมที่กรุงทบิลิซี ประเทศจอร์เจีย เมื...
29/07/2026

การจากไปของ "ฮลุน โซโล่" นักเดินทางแบกเป้ชื่อดังของไทย ที่ถูกพบเสียชีวิตในห้องพักโรงแรมที่กรุงทบิลิซี ประเทศจอร์เจีย เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 หลังขาดการติดต่อกับครอบครัวมานานกว่าสองสัปดาห์ ได้สร้างความเศร้าสลดให้กับผู้ติดตามหลายล้านคนทั่วประเทศ และทำให้เรื่องราวชีวิตของเขาถูกพูดถึงอีกครั้งในฐานะแรงบันดาลใจของใครหลายคน
จุดเริ่มต้นในกาฬสินธุ์
ฮลุน โซโล่ มีชื่อจริงว่า บวรทัต เป็งสุข เติบโตขึ้นในจังหวัดกาฬสินธุ์ หลังพ่อเสียชีวิตตั้งแต่เขายังเด็ก ย่าจึงเป็นผู้รับหน้าที่เลี้ยงดูแทน ทั้งพาไปโรงเรียนและปลูกฝังแนวคิดการใช้ชีวิตให้กับเขามาโดยตลอด ด้วยฐานะทางบ้านที่ไม่ได้พร้อมด้านการเงิน เขาจึงเลือกเรียนในโรงเรียนชุมชนใกล้บ้านเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย และพยายามสมัครขอทุนการศึกษาทุกทุนที่มีโอกาส
ที่มาของชื่อ "ฮลุน" นั้นมาจากการออกเสียงเพี้ยนตอนเด็กของชื่อที่แม่ตั้งใจจะให้ คือ "หลุน" ซึ่งกลายเป็นชื่อที่ติดตัวเขามาจนถึงวันที่โด่งดังในฐานะยูทูบเบอร์
จากค่าแรงวันละ 300 บาท สู่บัณฑิตจุฬาฯ
หลังเรียนจบมัธยม ฮลุนเข้าทำงานในโรงงานแห่งหนึ่ง ได้รับค่าแรงวันละ 300 บาท ระหว่างนั้นเขาไม่เคยหยุดมองหาโอกาสทางการศึกษา สมัครขอทุนทุกที่ที่เปิดรับและเข้าสอบแทบทุกสนาม จนในที่สุดก็สอบได้ทุนเต็มจำนวนเพื่อเข้าศึกษาต่อคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเขายอมรับว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิต
แม้จะได้ทุนการศึกษา แต่ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยก็ไม่ได้ราบรื่นนัก ความกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ทั้งค่าเทอม ค่าอาหาร และค่าหอพัก เป็นความเครียดที่ตามมาตลอดช่วงเรียน แต่ด้วยความมุ่งมั่น เขาก็สามารถเรียนจนสำเร็จการศึกษาได้ในที่สุด
หลังเรียนจบ ฮลุนตัดสินใจทำงานเก็บเงินอยู่ระยะหนึ่งก่อนเริ่มออกเดินทางคนเดียวไปยังจุดหมายต่าง ๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะสถานที่ที่นักท่องเที่ยวทั่วไปไม่ค่อยไปเยือน เขาเปิดเพจและช่องยูทูบชื่อ "ฮลุน โซโล่" เพื่อบันทึกและถ่ายทอดประสบการณ์การแบกเป้เที่ยวคนเดียวให้ผู้อื่นได้รับแรงบันดาลใจ ซึ่งเขาเคยบอกว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะทำให้ได้รู้จักเพื่อนใหม่ ๆ มากมายผ่านเพจนี้
ด้วยเนื้อหาที่เข้าถึงง่ายและเรื่องราวชีวิตที่สร้างแรงบันดาลใจ ทำให้ช่องของเขาเติบโตอย่างรวดเร็ว จนมีผู้ติดตามเพจเฟซบุ๊กกว่า 2.5 ล้านคน และสมาชิกช่องยูทูบเกือบ 1 ล้านคน กลายเป็นหนึ่งในนักท่องเที่ยวแบกเป้ (Backpacker) ที่มีชื่อเสียงที่สุดของไทย ด้วยสไตล์การเดินทางแบบลุยเดี่ยวไปยังประเทศที่มีความเสี่ยงสูงและพื้นที่ห่างไกล
ต้นเดือนกรกฎาคม 2569 ฮลุนเดินทางไปยังประเทศจอร์เจียเพียงลำพังเพื่อถ่ายทำคอนเทนต์ตามแบบฉบับที่เขาถนัด ครอบครัวติดต่อพูดคุยกับเขาครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ก่อนที่การติดต่อทุกช่องทางจะขาดหายไป จนพี่ชายต้องออกมาโพสต์ตามหาผ่านเฟซบุ๊กในวันที่ 28 กรกฎาคม พร้อมขอความร่วมมือจากคนไทยในจอร์เจียช่วยสอดส่องหาเบาะแส
กระทรวงการต่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอังการา ว่าที่กงสุลกิตติมศักดิ์ไทยประจำจอร์เจีย รวมถึงเครือข่ายอาสาสมัครและนักท่องเที่ยวไทยในพื้นที่ ต่างร่วมมือกันติดตามหาตัวอย่างเร่งด่วน โดยคาดว่าเขาอาจอยู่ในพื้นที่ยอดนิยมของนักเดินป่า เช่น สวาเนติ คาซเบกี หรือเมสเทีย
จนกระทั่งวันที่ 29 กรกฎาคม มีรายงานยืนยันว่าพบร่างของฮลุนในห้องพักโรงแรมที่กรุงทบิลิซี ตำรวจจอร์เจียอยู่ระหว่างสอบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตที่ยังไม่ชัดเจน ปิดฉากการเดินทางครั้งสุดท้ายของนักเดินทางหนุ่มผู้เป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายคนลุกขึ้นมาออกเดินทางตามความฝันของตัวเอง
#ฮลุนโซโล่ #นักเดินทางแบกเป้ #ยูทูบเบอร์ไทย #จอร์เจีย #ทบิลิซี #นักท่องเที่ยวไทย #แบกเป้เที่ยวคนเดียว

ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้ ( 28 ก.ค. 69 ) บริษัท จีเอ็มเอ็มทีวี จำกัด ออกประกาศชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์ปะทะระหว่า...
28/07/2026

ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้ ( 28 ก.ค. 69 ) บริษัท จีเอ็มเอ็มทีวี จำกัด ออกประกาศชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์ปะทะระหว่างผู้เข้าร่วมกิจกรรมกับเจ้าหน้าที่ในงานมหกรรมนิยายนานาชาติ 2026 ระบุว่าภายหลังเกิดเหตุ ทั้งสองฝ่ายซึ่งเป็นคู่กรณีได้ยื่นคำร้องทุกข์กล่าวโทษต่อกันกับพนักงานสอบสวนไว้ก่อนหน้านี้ ต่อมาเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ทั้งสองฝ่ายได้เข้าพบพูดคุยและทำความเข้าใจร่วมกันจนสามารถตกลงยุติข้อพิพาทได้ด้วยดี โดยถอนคำร้องทุกข์กล่าวโทษและไม่ติดใจดำเนินคดีต่อกันอีกต่อไป ทั้งนี้ ฝ่ายผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ลบโพสต์และเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ออกจากช่องทางส่วนตัวโดยสมัครใจแล้วเช่นกัน
ส่วนเจ้าหน้าที่ที่ถูกบริษัทสั่งระงับการว่าจ้างชั่วคราวไปก่อนหน้านี้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงยุติข้อพิพาทกันแล้ว บริษัทจึงยกเลิกมาตรการระงับการว่าจ้าง และมอบหมายงานคืนให้เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวตามเดิม
พร้อมกันนี้ บริษัทได้ขอความร่วมมือจากสาธารณชนให้เคารพการตัดสินใจและความเป็นส่วนตัวของคู่กรณีทั้งสองฝ่าย โดยไม่เผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ภาพ คลิป หรือเนื้อหาที่เกี่ยวข้องในลักษณะคุกคาม ดูหมิ่น หรือสร้างความเกลียดชัง รวมถึงไม่พาดพิงหรือคุกคามศิลปินและบุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ เพื่อยุติความขัดแย้งและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับทุกฝ่าย
ในตอนท้าย บริษัทยอมรับว่าเหตุการณ์นี้สร้างความกังวลและความผิดหวังให้แก่แฟนคลับจำนวนมาก ทั้งผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์และผู้ติดตามข่าวสาร พร้อมกล่าวขออภัยต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบ และยืนยันว่ายึดถือมาตรฐานเดียวกันในการดูแลผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนอย่างเท่าเทียม โดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติหรือสัญชาติ พร้อมให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความเป็นธรรมของเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานทุกฝ่ายเช่นเดียวกัน
#ดราม่าGMMTV #มหกรรมนิยายนานาชาติ2026 #แฟนคลับจีน #สถานทูตจีน #ทัวร์ลง #ข่าวบันเทิง #ดราม่าข้ามชาติ #ปะทะเดือด

ดีอีออกประกาศ ลบเนื้อหาออนไลน์เร่งด่วน  "พาดพิง" พระบรมวงศานุวงศ์" กว้างกว่ามาตรา 112กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม...
28/07/2026

ดีอีออกประกาศ ลบเนื้อหาออนไลน์เร่งด่วน "พาดพิง" พระบรมวงศานุวงศ์" กว้างกว่ามาตรา 112
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ออกประกาศฉบับใหม่ เรื่อง "การยื่นคำร้องต่อศาลขอให้มีคำสั่งระงับการทำให้แพร่หลายหรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน พ.ศ. 2569" ซึ่งเผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ลงนามโดยนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และมีผลบังคับใช้แล้วในปัจจุบัน
ประกาศฉบับนี้อาศัยอำนาจตามมาตรา 20 ของพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งโดยหลักแล้วกำหนดให้การยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อระงับหรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ต้องผ่านความเห็นชอบของรัฐมนตรีหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย แต่ในวรรคห้าของมาตราดังกล่าวมีข้อยกเว้นสำหรับกรณี "เหตุจำเป็นเร่งด่วน" ที่เปิดช่องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการไปก่อนได้โดยไม่ต้องรอความเห็นชอบจากรัฐมนตรี หรือในกรณีที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการกลั่นกรอง ก็สามารถดำเนินการได้แม้รัฐมนตรีจะไม่เห็นชอบ เพียงแต่ต้องรายงานให้ทราบภายหลัง
ทางการระบุว่าประกาศฉบับนี้จะช่วยให้กระบวนการปิดกั้นเว็บไซต์หรือ URL ที่ผิดกฎหมายทำได้รวดเร็วขึ้นอย่างมาก จากเดิมที่ต้องใช้เวลาหลายวัน เหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง โดยเชื่อมโยงกับนโยบายเร่งรัดปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ของรัฐบาล ซึ่งนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และรัฐมนตรีไชยชนกได้มอบหมายไว้ ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงดีอีระบุว่ามีการปิดกั้น URL ที่ผิดกฎหมายไปแล้วกว่า 8.8 แสนรายการ
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือ เนื้อหาของประกาศ ซึ่งมีทั้งหมด 4 ข้อ ได้ขยายความหมายของคำว่า "เหตุจำเป็นเร่งด่วน" ให้ครอบคลุมเนื้อหาที่ "ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน" ในหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งนักวิเคราะห์จากองค์กร iLaw ชี้ว่ามีการขยายขอบเขตกว้างกว่าที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112
ประเด็นแรก คือองค์ประกอบของการกระทำ มาตรา 112 เดิมกำหนดโทษเฉพาะการดูหมิ่น หมิ่นประมาท หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย แต่ประกาศฉบับใหม่ใช้คำว่า "พาดพิง" ซึ่งเป็นคำที่มีความหมายกว้างกว่ามาก และอาจครอบคลุมเนื้อหาได้ทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ ทำให้เกิดความกังวลว่าการวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริตก็อาจถูกตีความว่าเข้าข่ายและถูกสั่งระงับหรือลบได้เช่นกัน

ประเด็นที่สอง คือขอบเขตบุคคลที่ได้รับความคุ้มครอง มาตรา 112 คุ้มครองเฉพาะพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ แต่ประกาศฉบับนี้ขยายไปถึง "พระบรมวงศานุวงศ์" ซึ่งนับรวมตั้งแต่ระดับหม่อมเจ้าขึ้นไปจนถึงพระมหากษัตริย์ นักวิเคราะห์ยกตัวอย่างว่า แม้แต่เนื้อหาที่พาดพิงถึงหม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ผู้กำกับภาพยนตร์ไทยผู้ล่วงลับ ก็อาจเข้าข่ายตามประกาศฉบับนี้ได้เช่นกัน
การขยายนิยามดังกล่าวสร้างความกังวลในหมู่นักกฎหมายและองค์กรด้านสิทธิดิจิทัล ว่ากลไก "เหตุจำเป็นเร่งด่วน" ที่เปิดช่องให้เจ้าหน้าที่ข้ามขั้นตอนความเห็นชอบของรัฐมนตรีได้ เมื่อผนวกกับนิยามที่กว้างขึ้นทั้งในแง่การกระทำและบุคคลที่คุ้มครอง อาจนำไปสู่การปิดกั้นเนื้อหาที่กว้างขวางเกินกว่าเจตนารมณ์เดิมของกฎหมาย และอาจกระทบต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นบนโลกออนไลน์
ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลยังคงเน้นย้ำว่าจุดประสงค์หลักของประกาศฉบับนี้คือการเร่งปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์และเว็บไซต์หลอกลวงเป็นสำคัญ
อ้างอิง: ราชกิจจานุเบกษา, สำนักโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, iLaw
#ประกาศดีอี #พรบคอมพิวเตอร์ #มาตรา112 #พระบรมวงศานุวงศ์ #เสรีภาพสื่อ #เสรีภาพการแสดงออก #ปิดกั้นเว็บไซต์ #ลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ #ราชกิจจานุเบกษา #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

GMMTV ตกเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ หลังเกิดเหตุปะทะกันระหว่างแฟนคลับชาวจีนกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ภายในงานมหกรรม...
27/07/2026

GMMTV ตกเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ หลังเกิดเหตุปะทะกันระหว่างแฟนคลับชาวจีนกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ภายในงานมหกรรมนิยายนานาชาติ 2026
โดยมีคลิปวิดีโอเหตุการณ์ถูกเผยแพร่และแชร์ต่ออย่างรวดเร็วในโลกโซเชียล จนกลายเป็นไวรัลติดเทรนด์บนแพลตฟอร์มจีน พร้อมกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักทั้งจากแฟนคลับไทยและต่างประเทศ ในไทยเองก็มีการติดแฮชแท็กเรียกร้องให้แบนค่ายเพลงและซีรีส์รายนี้
จากคลิปที่เผยแพร่ มีผู้ใช้งานตั้งข้อสังเกตว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเป็นฝ่ายถูกกระทำก่อน แต่กลับไม่ได้รับการปกป้องหรือชี้แจงอย่างเป็นธรรมจากบริษัทต้นสังกัด สร้างความไม่พอใจในกลุ่มผู้ติดตามข่าวจำนวนหนึ่ง
หลังกระแสข่าวลุกลามอย่างรวดเร็ว บริษัท จีเอ็มเอ็มทีวี จำกัด ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ ยอมรับว่าจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเจ้าหน้าที่มีการใช้กำลังเกินกว่าความจำเป็นของสถานการณ์ในบางช่วง
ระบุว่าไม่สนับสนุนความรุนแรงทุกรูปแบบ และแสดงความเสียใจต่อผู้ได้รับผลกระทบทุกฝ่าย พร้อมชี้แจงว่าผู้ที่ปรากฏในเหตุการณ์เป็นบุคลากรภายนอกที่บริษัทว่าจ้างมาปฏิบัติงาน ไม่ใช่พนักงานประจำ แต่บริษัทยอมรับว่ามีหน้าที่กำกับดูแล จึงสั่งระงับการว่าจ้างเจ้าหน้าที่กลุ่มดังกล่าวไว้ก่อนจนกว่าการตรวจสอบจะได้ข้อสรุป
นอกจากนี้ บริษัทยังปฏิเสธกระแสข่าวลือที่อ้างว่าจะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง โดยยืนยันว่าไม่เป็นความจริงและไม่มีการฟ้องร้องบุคคลใด พร้อมย้ำว่าไม่มีนโยบายเลือกปฏิบัติต่อบุคคลด้วยเหตุแห่งเชื้อชาติหรือสัญชาติ มองว่าเหตุการณ์นี้เป็นเรื่องเฉพาะระหว่างบุคคล และระบุว่าจะนำเหตุการณ์นี้ไปทบทวนปรับปรุงมาตรการบริหารจัดการอีเวนต์ต่อไป
ต่อมา สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยได้ออกแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊กเช่นกัน ระบุว่าได้รับแจ้งจากพลเมืองจีนรายหนึ่งว่าถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยใช้กำลังเกินสมควรและนำตัวออกจากพื้นที่จัดงานเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม
พร้อมระบุว่าได้รับทราบแถลงการณ์จากผู้จัดงานที่ยอมรับว่ามีการใช้กำลังเกินกว่าที่ควรแก่สถานการณ์ สถานทูตจีนเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการแก้ไขอย่างเหมาะสมโดยเร็ว พร้อมย้ำว่าจะให้ความช่วยเหลือแก่พลเมืองจีนและปกป้องสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายของพลเมืองตน
อย่างไรก็ตาม โพสต์ดังกล่าวกลับถูกชาวเน็ตไทยจำนวนมากเข้าไปแสดงความคิดเห็นในเชิงตำหนิ จนกลายเป็นกระแสทัวร์ลงเพจสถานทูตจีน โดยมีทั้งความเห็นที่มองว่าสถานทูตควรสอนมารยาทให้ประชาชนของตัวเองก่อน การเปรียบเทียบกับนักท่องเที่ยวไต้หวันที่ถูกมองว่ามีมารยาทมากกว่า และคำถามว่าใครเป็นฝ่ายเริ่มก่อนตามที่ปรากฏในคลิป
รวมถึงมีการตั้งคำถามว่าสถานทูตได้ดูคลิปเหตุการณ์ทั้งหมดแล้วหรือยังก่อนจะออกแถลงการณ์กล่าวหาว่าฝ่ายไทยใช้กำลังเกินเหตุ ทำให้ประเด็นนี้ลุกลามกลายเป็นดราม่าคู่ขนานอีกกระแสหนึ่งควบคู่ไปกับดราม่าหลักของ GMMTV
แม้ทั้ง GMMTV และสถานทูตจีนจะออกมาชี้แจงอย่างรวดเร็ว แต่ดราม่ายังไม่จบง่ายๆ โดยเฉพาะในกลุ่มแฟนคลับต่างประเทศและชาวเน็ตไทยที่ยังคงติดตามความคืบหน้าของการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างใกล้ชิด
เหตุการณ์นี้ถือเป็นบททดสอบสำคัญด้านการบริหารจัดการวิกฤตของทั้งค่ายบันเทิงยักษ์ใหญ่และความสัมพันธ์ระหว่างแฟนคลับสองประเทศ ในสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบข้ามพรมแดนและกลายเป็นประเด็นอ่อนไหวทางสังคมออนไลน์
#ดราม่าGMMTV #มหกรรมนิยายนานาชาติ2026 #แฟนคลับจีน #สถานทูตจีน #ทัวร์ลง #ข่าวบันเทิง #ดราม่าข้ามชาติ #ปะทะเดือด

เอาให้คุ้ม! 'ยิงชีพ' เตรียมจัดเวทีพบปะ คดีฮั้ว สว. หากถูกฟ้องรายจังหวัดจากกรณี ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเท...
23/07/2026

เอาให้คุ้ม! 'ยิงชีพ' เตรียมจัดเวทีพบปะ คดีฮั้ว สว. หากถูกฟ้องรายจังหวัด
จากกรณี ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ iLaw
เปิดชื่อบุคคล 9 คนจากพรรคภูมิใจไทยที่ระบุว่ามีความเกี่ยวข้องกับคดีฮั้วเลือก สว. และมีการพาดพิงถึงนายอนุทินด้วย โดยนายกฯ ยืนยันว่าจะเดินหน้าฟ้องหมิ่นประมาทและไม่ยอมความ โดยให้เหตุผลว่าการกล่าวหาต้องมีหลักฐานชัดเจน
“เขาเป็นใคร เที่ยวมาพิพากษาแล้วมาเอ่ยชื่อแบบนั้น ทำให้คนได้รับความเสียหาย” และย้ำว่า “ทุกคนมีสิทธิที่จะพูด แต่พูดอะไรต้องรับผิดชอบ”
ขณะที่นายยิ่งชีพขอให้นายกฯ และพรรคภูมิใจไทยทบทวนการฟ้อง เพราะเห็นว่าเป็นการใช้คดีหมิ่นประมาทตอบโต้การตรวจสอบทางการเมือง และไม่ควรแจ้งความแยกหลายจังหวัดจนทำให้ผู้ถูกฟ้องต้องเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาหลายพื้นที่ โดยควรใช้การชี้แจงข้อเท็จจริงแทนการดำเนินคดี
ล่าสุด (23 ก.ค. 69) นายยิ่งชีพ ได้โพสต์เฟสบุ๊คสวนตัวเชิญชวนพยานคดีฮั้ว สว. พบปะหากถูกนายกฯและพรรคภูมิใจไทยฟ้องแยกรายจังหวัดโดยระบุว่า
ระหว่างที่กำลังเริ่มคิดว่า ถ้าจะมีคนฟ้องผมโดยการกลั่นแกล้งให้ต้องเดินทางไปยังจังหวัดห่างไกลเพื่อไปรับทราบข้อหา และต่อสู้คดี ผมจะเอาเงินที่ไหนจ่ายค่าเดินทาง และจะต้องจัดการชีวิตในจังหวัดที่ไม่คุ้นเคยนั้นอย่างไร
ภรรยาของผมก็ได้เสนอว่า งั้นก็ไปจัดกิจกรรมที่จังหวัดนั้นๆ เลย ...
เอาจริงมันก็ขี้เกียจครับ ทุกวันนี้งานเยอะอยู่แล้ว แต่ก็ใช่นะครับ ถ้านั่งเครื่องบินคนเดียวไปรับทราบข้อกล่าวหาตัวเปล่ามันจะเหงาอ่ะครับ ถ้าไหนๆ จะต้องเดินทางไปจังหวัดที่เกี่ยวข้องกับการโกงเลือกสว. แล้ว ก็คงต้องไปให้มันคุ้มค่าสักหน่อย
1. ก็จะขอถือโอกาสไปนัดหมายพบปะอดีตผู้สมัครในจังหวัดนั้นๆ ถือโอกาสไปลงพื้นที่เก็บข้อมูลเพิ่มเติมด้วยเลย ใครที่พอรู้อะไรบ้างก็จะได้เจอหน้ากันเป็นๆ สักทีหลังโทรศัพท์คุยกันมานาน
1. ก็จะขอถือโอกาสเชิญพยานในจังหวัดต่างๆ ไปยังสถานที่จริงด้วย ไปยังโรงแรมที่จัดประชุม แล้วก็ไปแถลงข่าวตรงนั้น ไปชี้จุดเกิดเหตุกัน จุดที่ทำโพย จุดที่นัดพบ จุดที่ส่งเงิน แล้วก็ทำสารคดี จำลองสถานการณ์จริงกัน ประชาชนจะได้เห็นภาพชัดขึ้นอีก เชิญใครที่อยากถ่ายให้ตามไปด้วยกัน
1. ก็จะขอถือโอกาสไปลงพื้นที่ทำงานรณรงค์ด้วยเลยครับ เราต้องการรวบรวมรายชื่อของผู้คนที่เห็นด้วยกับการมีสสร. จากการเลือกตั้ง100% ก็ไปเดินรณรงค์ จัดเวที แล้วก็ชวนคนมาลงชื่อกัน ก็น่าจะสนุกดี
#ยิ่งชีพอัชฌานนท์ #คดีฮั้วสว #ฮั้วเลือกสว #เลือกสว #สว67 #อนุทิน #ภูมิใจไทย

เพราะความจนมันน่ากลัว ส่องอาชีพ (อาจจะ) เข้าเกณฑ์ได้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายได้เฉลี่ยแต่ละอาชีพ เทียบกับเกณฑ์บัตรคนจ...
22/07/2026

เพราะความจนมันน่ากลัว ส่องอาชีพ (อาจจะ) เข้าเกณฑ์ได้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

รายได้เฉลี่ยแต่ละอาชีพ เทียบกับเกณฑ์บัตรคนจน 2569
เกณฑ์รายได้ของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 กำหนดไว้ที่ไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี หรือเฉลี่ยประมาณ 8,333 บาทต่อเดือน คำถามคือแต่ละกลุ่มอาชีพที่มักเข้าเกณฑ์นี้มีรายได้จริงเท่าไหร่ ?
เกษตรกร ทำนา ไร่ สวน เลี้ยงสัตว์ รายได้เงินสดทางการเกษตรเฉลี่ย 206,310 บาทต่อปี หรือราว 17,000 บาทต่อเดือน แต่เมื่อหักรายจ่ายทางการเกษตรเฉลี่ย 126,039 บาทต่อปีแล้ว เหลือรายได้สุทธิเพียงประมาณ 7,000 บาทต่อเดือนเท่านั้น
ตัวเลขนี้ต่ำกว่าเกณฑ์บัตรคนจนพอดี อธิบายได้ว่าทำไมเกษตรกรจำนวนมากเข้าเกณฑ์รายได้ แต่กลับตกสิทธิ์เพราะติดเงื่อนไขถือครองที่ดินแทน
แรงงานนอกระบบ รับจ้างทั่วไป ก่อสร้าง รับจ้างรายวัน ไม่มีนายจ้างประจำ ไม่มีประกันสังคม ประมาณ 9,000-11,000 บาทต่อเดือน คำนวณจากค่าแรงขั้นต่ำวันละ 337-400 บาท แต่รายได้จริงอาจไม่แน่นอน เพราะมีวันหยุดงานบ่อย และไม่มีการสำรวจอย่างเป็นทางการแยกเฉพาะกลุ่มนี้
ผู้สูงอายุไม่มีรายได้ประจำ พึ่งเบี้ยยังชีพหรือเงินจากลูกหลาน เบี้ยยังชีพ 600-1,000 บาทต่อเดือนตามช่วงอายุ รวมกับเงินสนับสนุนจากครอบครัวซึ่งไม่แน่นอน โดยรวมมักต่ำกว่า 5,000 บาทต่อเดือน
ผู้ค้าขายรายย่อย/หาบเร่แผงลอย 8,000-15,000 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับทำเลค้าขาย
ผู้ว่างงาน/ทำงานพาร์ทไทม์ในพื้นที่ห่างไกล ที่มีโอกาสจ้างงานจำกัด ต่ำกว่า 8,000 บาทต่อเดือน หรือบางเดือนไม่มีรายได้เลย
ตัวเลขของกลุ่มแรงงานนอกระบบ ผู้ค้าขายรายย่อย และผู้สูงอายุที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดเก็บสถิติรายได้เฉลี่ยแยกเฉพาะกลุ่มไว้อย่างเป็นทางการ จึงเป็นเพียงตัวเลขประมาณจากอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ
​ #บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ #บัตรคนจน #บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ2569 #บัตรคนจน2569 #สวัสดิการแห่งรัฐ #เกณฑ์บัตรคนจน #สิทธิ์บัตรคนจน

ต้องจนแค่ไหนถึงจะได้สวัสดิการแห่งรัฐ ?เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 กระทรวงการคลังประกาศผลการพิจารณาคุณสมบัติโครงการบัตรสว...
21/07/2026

ต้องจนแค่ไหนถึงจะได้สวัสดิการแห่งรัฐ ?
เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 กระทรวงการคลังประกาศผลการพิจารณาคุณสมบัติโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 อย่างเป็นทางการ หลังเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนกันมาตั้งแต่ต้นปี
โดยมีผู้ผ่านเกณฑ์ประมาณ 9.5 ล้านราย จากผู้ลงทะเบียนทั้งหมดเกือบ 19 ล้านราย ตัวเลขลดฮวบจาก 13 ล้านคนในรอบก่อน
กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกโซเชียลทันที เพราะเกณฑ์คัดกรองปีนี้เข้มขึ้นมากในหลายด้าน ทั้งการเปลี่ยนการพิจารณา "รายได้ครัวเรือน" มาเป็น "รายได้รายบุคคล" และการเปลี่ยนเกณฑ์วงเงินสินเชื่อจากที่เคยแยกกู้บ้านไม่เกิน 1.5 ล้านบาทกับกู้รถไม่เกิน 1 ล้านบาท มารวมเป็นวงเงินสินเชื่อทุกบัญชีต้องไม่เกิน 100,000 บาท
ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คนจำนวนมากหลุดสิทธิ์ไปโดยไม่ทันตั้งตัว
หลายคนออกมาโวยว่าผลตรวจสอบผิดพลาด เพราะระบบระบุว่ามีทรัพย์สินหรือถือครองอสังหาริมทรัพย์เกินเกณฑ์ทั้งที่ความจริงไม่ได้ร่ำรวยขนาดนั้น และแม้จะยื่นอุทธรณ์ผ่านระบบออนไลน์แล้วก็ยังไม่จบง่ายๆ เพราะต้องเดินทางไปติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมด้วย
ก่อนหน้านี้ยังเคยมีดราม่าเรื่องระเบียบที่อาจทำให้พ่อแม่ต้องเลือกระหว่างเงินช่วยเหลือจากรัฐกับการให้ลูกใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีเลี้ยงดูตน แต่คณะรัฐมนตรีได้มีมติแก้ไขประเด็นนี้ไปแล้วเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา
นอกจากนี้ยังมีเสียงวิจารณ์เรื่องความเหลื่อมล้ำระหว่างคนจนในเมืองกับคนจนในชนบท เพราะเกณฑ์การถือครองที่ดินและรายได้แบบเดียวกันไม่ได้สะท้อนบริบทความยากจนที่ต่างกันจริงๆ
สำหรับคำถามว่าต้องจนแค่ไหนถึงจะได้สิทธิ์ เกณฑ์กำหนดไว้ว่ารายได้เฉลี่ยต้องไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี หรือคิดเป็นประมาณ 8,333 บาท/เดือน
แต่แค่รายได้น้อยอย่างเดียวไม่พอ ต้องผ่านเกณฑ์อื่นครบทั้งหมด 9 ข้อไปพร้อมกัน ทั้งสัญชาติ อายุ ทรัพย์สินทางการเงินไม่เกิน 100,000 บาท วงเงินสินเชื่อไม่เกิน 100,000 บาท ไม่มีบัตรเครดิต และการถือครองที่ดิน บ้าน หรือยานพาหนะต้องไม่เกินเพดานที่กำหนด
ถ้าขาดข้อใดข้อหนึ่งก็ตกเกณฑ์ทันที ซึ่งนี่เองคือกับดักที่ทำให้คนจนจริงจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะเกษตรกรที่มีที่ดินทำกินติดตัว กลับตกสิทธิ์เพราะเงื่อนไขเรื่องอสังหาริมทรัพย์ ทั้งที่รายได้จริงต่ำกว่าเกณฑ์มาก
กลุ่มอาชีพที่มักเข้าเกณฑ์รายได้ระดับนี้ส่วนใหญ่อยู่ในเศรษฐกิจนอกระบบ ได้แก่ เกษตรกรรายย่อยที่ทำนา ทำไร่ สวน หรือเลี้ยงสัตว์ขนาดเล็ก ซึ่งรายได้ไม่แน่นอนขึ้นกับฤดูกาลและราคาผลผลิต แรงงานนอกระบบและรับจ้างทั่วไปที่ไม่มีนายจ้างประจำและไม่มีประกันสังคม เช่น งานก่อสร้างหรือรับจ้างรายวัน ผู้สูงอายุที่ไม่มีรายได้ประจำและต้องพึ่งเบี้ยยังชีพหรือเงินจากลูกหลาน ผู้ค้าขายรายย่อยและหาบเร่แผงลอยที่รายได้ผันผวนและไม่มีการบันทึกเป็นทางการ รวมถึงผู้ว่างงานหรือทำงานพาร์ทไทม์ในพื้นที่ชนบทที่โอกาสจ้างงานมีจำกัด
ข้อมูลที่มีการสำรวจอย่างเป็นทางการชัดเจนที่สุดคือกลุ่มเกษตรกร จากผลสำรวจภาวะเศรษฐกิจสังคมครัวเรือนเกษตรของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ปี 2565 พบว่าครัวเรือนเกษตรมีรายได้เงินสดทางการเกษตรเฉลี่ย 206,310 บาทต่อปี หรือประมาณ 17,000 บาทต่อเดือน แต่เมื่อหักรายจ่ายทางการเกษตรเฉลี่ย 126,039 บาทต่อปีออกแล้ว เหลือรายได้สุทธิเพียงประมาณ 7,000 บาทต่อเดือนเท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์รายได้ของบัตรคนจนพอดี
ส่วนกลุ่มอื่นอย่างแรงงานนอกระบบ ผู้ค้าขายรายย่อย และผู้สูงอายุ ยังไม่มีหน่วยงานใดเก็บสถิติรายได้เฉลี่ยแยกเฉพาะกลุ่มไว้อย่างเป็นทางการ
ตัวเลขที่ใช้อ้างอิงกันโดยทั่วไปจึงเป็นเพียงการประมาณจากอัตราค่าจ้างขั้นต่ำและเบี้ยยังชีพเท่านั้น ซึ่งสะท้อนว่าการออกแบบเกณฑ์คัดกรองคนจนของไทยยังต้องอาศัยข้อมูลทรัพย์สินและหนี้สินเข้ามาช่วยยืนยัน แทนที่จะพึ่งตัวเลขรายได้ที่ตรวจสอบยากในกลุ่มเศรษฐกิจนอกระบบเพียงอย่างเดียว
#บัตรคนจน #บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ #บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ2569 #สวัสดิการแห่งรัฐ

"พวกเขาประเมินความพร้อมของฉันต่ำเกินไป"กลางเดือนกรกฎาคม 2026 แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล สาขาอังกฤษ เผยแพร่รายงานจัดกลุ่...
19/07/2026

"พวกเขาประเมินความพร้อมของฉันต่ำเกินไป"
กลางเดือนกรกฎาคม 2026 แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล สาขาอังกฤษ เผยแพร่รายงานจัดกลุ่มองค์กรกว่า 50 แห่งว่าเป็น "ขบวนการต่อต้านสิทธิมนุษยชน" หนึ่งในนั้นคือ ศูนย์เบร่าส์เพลส ศูนย์พักพิงผู้หญิงที่เคยตกเป็นเหยื่อความรุนแรงทางเพศในเมืองเอดินบะระ ซึ่งก่อตั้งโดยเจเค โรว์ลิ่ง ผู้เขียนวรรณกรรมชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ ชื่อดัง
ประเด็นคือศูนย์เบร่าส์เพลสเป็นศูนย์แบบเฉพาะผู้หญิง ยึดตามเพศทางชีววิทยาตามกฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคของอังกฤษ การที่แอมเนสตี้จัดให้เป็นกลุ่มแนวคิดต่อต้านอัตลักษณ์ทางเพศ จึงถูกฝ่ายบริหารศูนย์มองว่าไม่เป็นธรรม
โรว์ลิ่งตอบโต้ทันทีผ่านสื่อสังคมออนไลน์ กล่าวหาว่าแอมเนสตี้กำลังสื่อว่ามีคนบางกลุ่มไม่สมควรมีสิทธิ จากนั้นทีมทนายของศูนย์เบร่าส์เพลสส่งจดหมายเรียกร้องให้ถอดรายงานและขอโทษ ไม่เช่นนั้นจะฟ้องหมิ่นประมาท กระแสวิพากษ์วิจารณ์ขยายวงกว้างขึ้นเมื่อบุคคลมีชื่อเสียงหลายคน อาทิ มาร์ตินา นาฟราติโลวา อดีตนักเทนนิสหญิงระดับตำนาน และ จอห์น คลีส สมาชิกวง Monty Python นักแสดงตลกชื่อดังชาวอังกฤษ ทั้งสองคนออกมาวิจารณ์แอมเนสตี้ผ่านโซเชียลมีเดีย
โดยจอห์น คลีสถึงกับบอกว่าเคยเป็นคนระดมทุนให้แอมเนสตี้มาก่อน แต่ตอนนี้ขอตัดขาดความสัมพันธ์กับองค์กรนี้
ท้ายที่สุดแอมเนสตี้ทนแรงกดดันไม่ไหวต้องถอดรายงานออกจากเว็บไซต์ พร้อมแถลงว่าเสียใจที่เอกสารถูกเผยแพร่โดยไม่ผ่านกระบวนการตรวจสอบภายใน แต่ยังไม่ยืนยันว่าจะถอดชื่อศูนย์เบร่าส์เพลสออกถาวรหรือไม่
ขณะที่หน่วยงานกำกับดูแลองค์กรการกุศลของอังกฤษเข้ามาตรวจสอบกรณีนี้เพิ่มเติม
สิ่งที่ทำให้กรณีนี้ถูกจับตาเป็นพิเศษคือฐานะการเงินของโรว์ลิ่ง ซึ่งมีทรัพย์สินสุทธิระดับพันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากยอดขายหนังสือกว่า 600 ล้านเล่ม ค่าลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ร่วมกับค่ายหนังยักษ์ใหญ่ สวนสนุกโลกเวทมนตร์ และเกมที่ทำรายได้ถล่มทลาย ทำให้เธอมีทั้งกำลังทุนและทีมกฎหมายพร้อมสู้คดีระยะยาว ต่างจากองค์กรเล็กๆ ที่มักยอมจำนนเมื่อถูกกดดันทางเศรษฐกิจ
โรว์ลิ่งใด้ปิดท้ายว่า แอมเนสตี้ประเมินทั้งความสามัคคีขององค์กรที่ถูกกล่าวหา และความพร้อมของเธอในการสนับสนุนการฟ้องร้อง ต่ำเกินไปมาก
#เจเคโรว์ลิ่ง #แอมเนสตี้ #แฮร์รี่พอตเตอร์

กวาด 33 ส.ส. แต่พ่ายศึกผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาชนเจอโจทย์ใหญ่ผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอย่างไม่เป็นทางการ เป็...
29/06/2026

กวาด 33 ส.ส. แต่พ่ายศึกผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาชนเจอโจทย์ใหญ่
ผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอย่างไม่เป็นทางการ เป็นไปตามความคาดหมาย เมื่อ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่ลงสมัครในนามอิสระ รักษาเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. ไว้ได้อีกสมัย ด้วยคะแนนกว่า 1.44 ล้านเสียง ทิ้งห่าง อันดับ 2 มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครอิสระอีกคน ที่ได้คะแนน 2.88 แสนเสียง ขณะที่ผู้สมัครจากพรรคประชาชน (ปชน.) ดร.โจ้ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ได้ประมาณ 1.2 แสนเสียง
ผลเลือกตั้งครั้งนี้นับเป็นความพ่ายแพ้ที่น่าจับตาของพรรคประชาชน เพราะเกิดขึ้นเพียงไม่กี่เดือนหลังการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่พรรคสามารถกวาด ส.ส. กรุงเทพมหานครครบทั้ง 33 เขต แบบแลนด์สไลด์ และได้รับคะแนนบัญชีรายชื่อเป็นอันดับ 1 ในพื้นที่กรุงเทพฯ จนถูกมองว่าเป็นพรรคที่ครองฐานเสียงเมืองหลวงมากที่สุด
อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่า "คะแนนนิยมพรรค" ไม่ได้แปลว่าจะกลายเป็น "คะแนนนิยมผู้สมัคร" โดยอัตโนมัติ
เพราะผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยตัดสินใจจากตัวบุคคล ประสบการณ์ และผลงานในการบริหารเมือง มากกว่าการยึดโยงกับสังกัดพรรคการเมือง
แม้พรรคประชาชนจะยังครองฐานเสียงคนรุ่นใหม่ คนวัยทำงาน และชนชั้นกลางในกรุงเทพฯ
แต่ฐานเสียงดังกล่าวกลับไม่เพียงพอที่จะท้าทายความนิยมของชัชชาติ ซึ่งสามารถรักษาฐานเสียงเดิมไว้ได้ พร้อมขยายการสนับสนุนไปยังประชาชนหลายกลุ่ม จนทิ้งห่างผู้สมัครพรรคประชาชนมากกว่า 1.3 ล้านคะแนน
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการแข่งขันกับ "เจ้าของผลงาน" ที่ดำรงตำแหน่งมาแล้ว 4 ปี ทำให้ผู้สมัครฝ่ายค้านต้องสร้างเหตุผลที่หนักแน่นพอให้ประชาชนเชื่อว่าการเปลี่ยนตัวผู้ว่าฯ จะทำให้กรุงเทพฯ ดีขึ้น ซึ่ง ปชน. ยังไม่สามารถสร้างแรงจูงใจดังกล่าวได้มากพอ
ภายหลังทราบผลคะแนน วิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กยอมรับผลการเลือกตั้ง โดยระบุว่า คะแนนที่พรรคได้รับเป็น "คำติติง" จากประชาชน พร้อมย้ำว่า "ทุกอย่างเป็นผลจากการตัดสินใจ การเตรียมตัว และการวางแผนของพรรค ที่ยังไม่ดีพอ" พร้อมขอโทษประชาชนที่ทำให้ผิดหวัง
ซึ่งหนึ่งในปัจจัยที่ถูกพูดถึงอย่างมากก่อนวันเลือกตั้ง คือกระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณีพรรคประชาชนแต่งตั้ง ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ เป็นประธานที่ปรึกษายุทธศาสตร์ทีมผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.
ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับผู้สนับสนุนบางส่วน เนื่องจากมองว่ามีจุดยืนทางการเมืองในอดีตที่แตกต่างจากอุดมการณ์ของพรรค จนแกนนำพรรคต้องออกมาชี้แจงหลายครั้งว่าเป็นยุทธศาสตร์เพื่อขยายแนวร่วม ไม่ใช่การเปลี่ยนจุดยืนของพรรค
หรืออาจจะเป็นความไม่พอใจที่สะสมกันมาของโหวตเตอร์ (Voter) ตั้งแต่การเลือกตั้งทั่วไป โดยเฉพาะการวางบทบาทฝ่ายค้านและการตัดสินใจในหลายประเด็นสำคัญ ซึ่งทำให้เกิดคำถามว่าพรรคยังคงยืนหยัดในหลักการเดิมได้มากน้อยเพียงใด และอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้สนับสนุนบางส่วนเลือกส่งสัญญาณผ่านคูหาเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ก็เป็นได้
#พรรคประชาชน #เลือกตั้งผู้ว่ากทม #ชัชชาติ #การเมืองไทย #วิเคราะห์การเมือง
#เลือกตั้งกทม #ผู้ว่ากทม #ข่าวการเมือง #วิโรจน์ลักขณาอดิศร #บทวิเคราะห์การเมือง

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ THE RELAYผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์