09/06/2026
ป่าไทยยังเหลือ 101 ล้านไร่ แต่เรื่องสำคัญกว่าคือตอนนี้ป่ากำลังเปลี่ยนไปอย่างไร
ทุกปีเรามักได้ยินข่าวว่าประเทศไทยมีพื้นที่ป่าเหลืออยู่กี่ไร่ เพิ่มขึ้นหรือลดลงเท่าไร
แต่เมื่อเปิดดูรายงาน โครงการจัดทำข้อมูลสภาพพื้นที่ป่าไม้และชนิดป่า ปี 2568 ของกรมป่าไม้ สิ่งที่น่าสนใจอาจไม่ใช่ตัวเลขรวมของประเทศ หากแต่เป็นภาพที่ซ่อนอยู่ภายในว่า ป่าไทยกำลังเปลี่ยนแปลงไปในลักษณะใด
และการเปลี่ยนแปลงนั้นกำลังบอกอะไรเกี่ยวกับอนาคตของทรัพยากรธรรมชาติไทย
รายงานระบุว่า ประเทศไทยมีพื้นที่ป่าไม้เหลืออยู่ประมาณ 101.67 ล้านไร่ หรือร้อยละ 31.43 ของพื้นที่ประเทศ
ในภาพรวมตัวเลขนี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงหวือหวาจากช่วงหลายปีที่ผ่านมา ลดลงจาก ปี 2567 เท่ากับ 112,777.42 ไร่ หรือร้อยละ 0.11
แต่เมื่อซูมลงนระดับจังหวัดกลับพบว่าพื้นที่ป่าในหลายแห่งยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่บางจังหวัดมีพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
แต่จุดสำคัญคือ รูปแบบการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ พื้นที่ป่าหลายแห่งถูกเปลี่ยนไปเป็นพื้นที่เกษตรกรรม พื้นที่ชุมชน และสิ่งปลูกสร้าง
หรือกล่าวคือความต้องการใช้ที่ดินของมนุษย์ยังคงเป็นแรงกดดันสำคัญต่อผืนป่าของประเทศ แม้ปัจจุบันจะมีพื้นที่อนุรักษ์และกฎหมายคุ้มครองป่าเข้มแข็งกว่าสมัยก่อนก็ตาม
เรื่องนี้จึงเป็นประเด็นชวนคิดว่าจะเกิดการจัดการอย่างไรให้สมดุลระหว่างคนกับป่า
หรือในตัวอย่างหนึ่ง จังหวัดภูเก็ตมีพื้นที่ป่าไม้ลดลงประมาณ 395 ไร่ในช่วงปีที่ผ่านมา โดยพื้นที่ที่หายไปส่วนใหญ่ถูกเปลี่ยนเป็นพื้นที่ชุมชน สิ่งปลูกสร้าง และพื้นที่ใช้ประโยชน์อื่นๆ ซึ่งสะท้อนแรงกดดันจากการขยายตัวของเมืองและการท่องเที่ยวได้อย่างชัดเจน
ขณะเดียวกัน หลายจังหวัดในภาคกลางยังคงเผชิญแรงกดดันจากภาคเกษตรกรรม โดยรายงานพบว่าการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าในหลายจังหวัดมีสาเหตุหลักมาจากการเปลี่ยนเป็นพื้นที่เกษตร
ไม่ว่าจะเป็นนครนายก ชัยนาท พิจิตร หรือพิษณุโลก ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่สะท้อนว่าความขัดแย้งระหว่างการใช้ที่ดินเพื่อผลิตอาหารกับการอนุรักษ์ป่ายังคงดำเนินอยู่
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงไม่ได้มีเฉพาะด้านลบ รายงานยังพบว่าบางจังหวัดมีพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการฟื้นตัวตามธรรมชาติหรือมีการปลูกฟื้นฟูป่า
ทำให้ภาพรวมของประเทศยังคงรักษาระดับพื้นที่ป่าไว้ได้ใกล้เคียงเดิมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
แต่ประเด็นที่น่าสนใจกว่า คือ การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะ ‘ปริมาณป่า’ แต่เกิดขึ้นกับ ‘ชนิดของป่า’ ด้วย
หลายพื้นที่ที่เคยเป็นป่าธรรมชาติสมบูรณ์กำลังเปลี่ยนสภาพไปเป็นป่าฟื้นตัวตามธรรมชาติ หรือกลายเป็นป่าที่มีโครงสร้างและองค์ประกอบชนิดพันธุ์แตกต่างจากเดิม
แม้พื้นที่เหล่านั้นจะยังถูกนับว่าเป็นป่าในทางสถิติ แต่ในเชิงนิเวศวิทยาอาจมีคุณค่าต่อสัตว์ป่าและความหลากหลายทางชีวภาพคงไม่เท่ากับป่าดั้งเดิม
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมตัวเลขพื้นที่ป่าเพียงอย่างเดียวจึงอาจไม่เพียงพอในการบอกสถานะทรัพยากรป่าไม้ของประเทศ
เพราะป่า 1,000 ไร่ที่เพิ่งฟื้นตัวใหม่ ไม่ได้มีคุณค่าเทียบเท่าป่าดิบผืนใหญ่ที่มีอายุหลายร้อยปี และเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าหายาก
ในรายงานยังระบุอีกว่า พื้นที่ป่าสำคัญของประเทศไทยยังคงกระจุกตัวอยู่ในภูมิภาคที่มีภูเขาและพื้นที่อนุรักษ์ขนาดใหญ่ เช่น ภาคเหนือ ภาคตะวันตก และบางส่วนของภาคใต้
ขณะที่หลายจังหวัดในภาคกลางและพื้นที่ราบลุ่มมีป่าเหลืออยู่ในสัดส่วนต่ำมาก บางจังหวัดแทบไม่เหลือป่าให้เห็นแล้ว เช่น นนทบุรี และปทุมธานี
ภาพรวมทั้งหมดจึงชี้ให้เห็นว่า แม้ประเทศไทยจะสามารถรักษาพื้นที่ป่าไว้ได้ราวหนึ่งในสามของประเทศ
แต่ความท้าทายที่แท้จริงไม่ใช่เพียงการรักษาตัวเลขไม่ให้ลดลง หากเป็นการรักษาคุณภาพของป่า ป้องกันการแตกกระจายของผืนป่า และลดแรงกดดันจากการใช้ที่ดินที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เพราะความสำคัญจริงๆ ของผืนป่าท้าย คือ ระบบนิเวศที่หล่อเลี้ยงความหลากหลายทางชีวภาพ แหล่งน้ำ และความมั่นคงทางสิ่งแวดล้อมของประเทศ
หากป่าเปลี่ยนไปจนเหลือเพียงตัวเลข แม้สถิติจะยังดูดี แต่ธรรมชาติที่อยู่เบื้องหลังตัวเลขนั้นอาจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
อ้างอิง
โครงการจัดทำข้อมูลสภาพพื้นที่ป่าไม้และชนิดป่า ปี พ.ศ. 2568. สำนักจัดการที่ดินป่าไม้. กรมป่าไม้ https://www.forest.go.th/land/รายงานโครงการจัดทำข้อ-14/
…
https://www.blockdit.com/islife
https://x.com/IsLife_Write
ติดต่อโฆษณาและประชาสัมพันธ์
Email : [email protected]