MarketPlus Online

MarketPlus Online Market Plus : Plus ทุกเรื่องการตลาด ให้ใกล้ตัวคุณ เว็บไซต์ข่าวธุรกิจในกลุ่มนิตยสาร MarketPlus

ถอดสูตรความยั่งยืนสไตล์ AISเปลี่ยน ‘ขยะ E-Waste’ เป็น ‘แฟชั่น Pride’ บนรันเวย์แห่งความเท่าเทียมเมื่อ "วันสิ่งแวดล้อมโลก"...
05/06/2026

ถอดสูตรความยั่งยืนสไตล์ AIS
เปลี่ยน ‘ขยะ E-Waste’ เป็น ‘แฟชั่น Pride’ บนรันเวย์แห่งความเท่าเทียม
เมื่อ "วันสิ่งแวดล้อมโลก" (World Environment Day) และเดือนแห่งการเฉลิมฉลองความหลากหลายอย่าง "Pride Month" โคจรมาบรรจบกันในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2569 AIS ในฐานะผู้นำโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของไทย ไม่พลาดที่จะลุกขึ้นมาสร้างจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ ด้วยการเปิดตัวแคมเปญสุดสร้างสรรค์ “E-Waste to PRIDE: เปลี่ยนขยะ E-Waste เป็นแฟชั่นแห่งความภาคภูมิใจ” ที่ยกระดับจากการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์แบบเดิมๆ ให้กลายเป็นงานศิลปะและแฟชั่นที่มีชีวิตบนท้องถนน
แคมเปญนี้มุ่งเป้าไปที่คนรุ่นใหม่และกลุ่มคนเมืองที่มีไลฟ์สไตล์ดิจิทัล โดยเชิญชวนให้ทุกคนนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ใช้แล้ว อาทิ โทรศัพท์มือถือเก่า สายชาร์จ และหูฟัง มาบริจาคได้ที่ AIS SIAM และ AIS Shop ทั่วประเทศ
ความน่าสนใจคือ ขยะเหล่านี้จะไม่ถูกนำไปทิ้งให้เป็นภาระต่อโลก แต่จะถูกนำไปดีไซน์เป็น "ชุด Pride เชิงสัญลักษณ์" เพื่อร่วมเฉิดฉายในขบวน Pride Parade ณ สยามสแควร์ ภายใต้แนวคิดที่ลึกซึ้งว่า “สิ่งที่เคยถูกทิ้ง ไม่ได้ไร้คุณค่า”
เชื่อมโยง ‘คุณค่าทรัพยากร’ สู่ ‘ความเท่าเทียมของผู้คน’
" สายชล ทรัพย์มากอุดม " หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กร AIS ได้ฉายภาพวิสัยทัศน์เบื้องหลังกิจกรรมนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า

‼ความยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้จริง เมื่อทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้อย่างง่าย เข้าใจได้ และเห็นคุณค่าของการเปลี่ยนแปลง กิจกรรม E-Waste to PRIDE จึงไม่ใช่เพียงการรณรงค์ให้ทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธี แต่เป็นการสร้างบทสนทนาใหม่ในสังคมว่า สิ่งที่เคยถูกมองว่าไร้ค่า สามารถกลับมาสร้างประโยชน์และแรงบันดาลใจได้ เช่นเดียวกับทุกความหลากหลายในสังคมที่ล้วนมีคุณค่าและควรได้รับการยอมรับ‼
เป้าหมายสูงสุดของ AIS ในเกมนี้ คือการสร้าง Sustainability Ecosystem หรือระบบนิเวศความยั่งยืนที่จับต้องได้จริง ด้วยการเชื่อมโยง 3 จิ๊กซอว์สำคัญเข้าด้วยกัน

▶️ ผู้บริโภค: เกิดแรงจูงใจและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทิ้งขยะดิจิทัลในบ้าน

▶️ พันธมิตร: ร่วมขับเคลื่อนและสนับสนุนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

▶️ ระบบรีไซเคิล: ได้รับขยะ E-Waste เข้าสู่กระบวนการจัดการอย่างถูกต้อง 100% หลังจบกิจกรรม
พลังขับเคลื่อนจากฐานลูกค้า 52 ล้านราย
การขยับตัวของ AIS ในด้านสิ่งแวดล้อมครั้งนี้ ถือว่ามีแรงส่ง (Impact) ต่อสังคมในวงกว้างอย่างมาก เมื่อพิจารณาจากฐานผู้ใช้งานโครงข่ายที่แข็งแกร่งกว่า 52.2 ล้านราย (ข้อมูล ณ มีนาคม 2569) ซึ่งประกอบด้วย:

◽ ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ 5G: ที่มีผู้ใช้งานกว่า 46.9 ล้านเลขหมาย

◽ ธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วสูง: ภายใต้แบรนด์ AIS 3BB FIBRE3 อีกกว่า 5.3 ล้านราย
ด้วยโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เข้าถึงแทบทุกครัวเรือน AIS จึงใช้ศักยภาพนี้ในการยกระดับการสื่อสารเรื่องสิ่งแวดล้อมให้เป็นเรื่องใกล้ตัว ผ่านรูปแบบที่สร้างสรรค์ ทันสมัย และเข้าถึงง่าย
แคมเปญ “E-Waste to PRIDE” ไม่ใช่แค่แฟชั่นโชว์ชั่วครั้งชั่วคราว แต่คือกระบอกเสียงสำคัญที่พิสูจน์ให้เห็นว่า องค์กรธุรกิจไทยสามารถขับเคลื่อนความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการโอบรับความหลากหลายทางสังคมได้อย่างกลมกลืนและทรงพลัง
สำหรับผู้ที่สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนขยะอิเล็กทรอนิกส์ให้เป็นพลังสร้างสรรค์ สามารถนำ E-Waste ไปส่งมอบได้แล้ววันนี้ที่ AIS SIAM และ AIS Shop ทุกสาขาทั่วประเทศ เพื่อส่งต่อทรัพยากรกลับคืนสู่โลกอย่างถูกวิธีและยั่งยืนร่วมกัน




. .

มาตรการพักชำระหนี้อาจช่วยให้เกษตรกรได้มีเวลาหายใจในช่วงที่ภาระทางการเงินกดดัน แต่โจทย์สำคัญหลังจากนั้นคือ จะทำอย่างไรให้...
05/06/2026

มาตรการพักชำระหนี้อาจช่วยให้เกษตรกรได้มีเวลาหายใจในช่วงที่ภาระทางการเงินกดดัน แต่โจทย์สำคัญหลังจากนั้นคือ จะทำอย่างไรให้เกษตรกรสามารถกลับมายืนได้ด้วยตัวเอง และมีรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว
นี่คือเป้าหมายที่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. เดินหน้าผลักดันผ่านโครงการอบรมฟื้นฟูพัฒนาศักยภาพ ภายใต้มาตรการพักชำระหนี้ให้กับลูกหนี้รายย่อยตามนโยบายรัฐบาล ระยะที่ 3 โดยล่าสุด นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการ ธ.ก.ส. ลงพื้นที่ ธ.ก.ส. สาขาทุ่งยาว จังหวัดตรัง เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด
หัวใจของโครงการนี้อยู่ภายใต้แนวคิด “3 ลด 3 สร้าง ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ที่ไม่ได้มุ่งเพียงลดภาระหนี้ แต่เน้นการฟื้นฟูศักยภาพอาชีพเดิม ควบคู่กับการส่งเสริมอาชีพใหม่ให้กับเกษตรกร โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพผลผลิต ลดต้นทุน ลดความเสี่ยง และเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น
หนึ่งในกิจกรรมที่สะท้อนแนวคิดดังกล่าวได้ชัดเจน คือการสาธิตการทำ “ไข่เค็มสมุนไพร” ซึ่งไม่ใช่แค่การแปรรูปผลผลิตธรรมดา แต่เป็นการต่อยอดวัตถุดิบในพื้นที่ให้กลายเป็นสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม โดยมีทีมงาน ธ.ก.ส. สาขาทุ่งยาว และสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. ตรัง จำกัด หรือ สกต. ตรัง ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่เกษตรกร
ความน่าสนใจของไข่เค็มสมุนไพรอยู่ที่การใช้วัตถุดิบท้องถิ่น เช่น ไข่เป็ดจากเกษตรกรในพื้นที่ และใบเตยที่ช่วยเพิ่มกลิ่นหอมให้กับผลิตภัณฑ์ ทำให้ไข่เค็มธรรมดาถูกยกระดับให้มีความแตกต่าง น่าซื้อ และตอบโจทย์ตลาดมากขึ้น
ที่สำคัญ ผลิตภัณฑ์ไข่เค็มสมุนไพรยังมีความต้องการในตลาดกว่า 20,000 ฟองต่อเดือน จึงถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสในการสร้างอาชีพเสริม และเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรรายย่อยได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเกษตรกรที่เข้าร่วมอบรมสามารถนำสูตรและความรู้ที่ได้รับไปต่อยอดในครัวเรือน หรือขยายผลสู่ชุมชนของตนเองได้
นอกจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์แล้ว ธ.ก.ส. ยังให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงตลาดตลอดห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยสนับสนุนช่องทางจำหน่ายทั้งออฟไลน์ผ่าน BAAC Outlet ณ สาขาของ ธ.ก.ส. และออนไลน์ผ่าน BAAC Matching เพื่อช่วยให้ผลิตภัณฑ์ของเกษตรกรเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น
สำหรับจังหวัดตรัง มีเกษตรกรลูกค้าเข้าร่วมมาตรการพักชำระหนี้เกษตรกรรายย่อย ระยะที่ 3 รวมทั้งสิ้น 2,757 ราย โดยอยู่ระหว่างการฟื้นฟูศักยภาพอาชีพ เพื่อให้หลังจบมาตรการ เกษตรกรสามารถกลับไปประกอบอาชีพ สร้างรายได้ และดูแลตัวเองได้อย่างยั่งยืน
โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงการอบรมอาชีพระยะสั้น แต่เป็นภาพสะท้อนของการช่วยเหลือเกษตรกรในมิติที่ลึกกว่าเดิม เพราะการพักหนี้อาจช่วยลดภาระในวันนี้ แต่การเติมความรู้ เติมทักษะ และเปิดช่องทางตลาด คือสิ่งที่จะช่วยให้เกษตรกรมีโอกาสสร้างอนาคตใหม่ได้อย่างมั่นคง
#ธกส #เกษตรกรไทย #พักชำระหนี้
#ฟื้นฟูอาชีพ #ไข่เค็มสมุนไพร #ตรัง
#เกษตรกรรายย่อย #ตลาดนำการผลิต
#นวัตกรรมเกษตร #ภูมิปัญญาท้องถิ่น

ถ้าเมื่อก่อน “รัตนาธิเบศร์” อาจถูกมองเป็นเพียงย่านที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ของนนทบุรี วันนี้ภาพจำของพื้นที่แห่งนี้กำลังเปลี่ย...
05/06/2026

ถ้าเมื่อก่อน “รัตนาธิเบศร์” อาจถูกมองเป็นเพียงย่านที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ของนนทบุรี วันนี้ภาพจำของพื้นที่แห่งนี้กำลังเปลี่ยนไปอีกขั้น เมื่อเซ็นทรัลพัฒนา หรือ CPN เตรียมเปิดตัว Central Northville แลนด์มาร์กใหม่มูลค่ากว่า 4,500 ล้านบาท ที่ถูกวางหมุดให้เป็นจุดเริ่มต้นของการยกระดับรัตนาธิเบศร์สู่ “เมืองใหม่” ของกรุงเทพฯ ตอนเหนือ
Central Northville มีกำหนดเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 บนพื้นที่กว่า 59 ไร่ พร้อมพื้นที่ใช้สอยรวมประมาณ 210,000 ตารางเมตร ภายใต้คอนเซ็ปต์ Future Living Destination แห่งแรกของไทย ซึ่งไม่ได้ตั้งใจเป็นเพียงศูนย์การค้าแห่งใหม่ แต่ต้องการเป็นพื้นที่ใช้ชีวิตของคนเมืองในทุกมิติ
ความน่าสนใจของโครงการนี้อยู่ที่แนวคิดการออกแบบที่ผสานธรรมชาติเข้ากับไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ ผ่านคอนเซ็ปต์ Thailand’s First Outdoor-in-Indoor Shopping Centre และ Fully Biophilic Indoor Garden ที่นำต้นไม้จริง น้ำ แสงธรรมชาติ และบรรยากาศแบบเอาต์ดอร์เข้ามาไว้ภายในอาคาร สอดรับกับเทรนด์ Well-being และ Longevity ที่ผู้คนให้ความสำคัญกับสุขภาพกาย สุขภาพใจ และคุณภาพชีวิตมากขึ้น
ภายในโครงการถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าพื้นที่ช้อปปิ้ง มีทั้งสวนป่าภายในอาคารอย่าง The Clouds พื้นที่คอมมูนิตี้สำหรับพักผ่อนและทำงานอย่าง The Hill รวมถึง Tree Grove ที่จำลองบรรยากาศธรรมชาติด้วยเสียงน้ำไหลและเสียงนกร้อง เพื่อสร้างความผ่อนคลายให้กับผู้มาใช้บริการ
ขณะเดียวกัน Central Northville ยังวางตัวเป็นจุดหมายของคนรักสุขภาพและกิจกรรมไลฟ์สไตล์ ผ่านไฮไลต์อย่าง D-Sports Stadium สปอร์ตเอนเตอร์เทนเมนต์จากญี่ปุ่นขนาดใหญ่, Fitness First Refined, HYROX Training Club, Pet Park และ Jogging Track ความยาว 450 เมตร ที่เปิดพื้นที่ให้ทั้งคนและสัตว์เลี้ยงได้ใช้ชีวิตร่วมกัน
ด้านร้านค้าและร้านอาหาร โครงการนี้รวบรวมแบรนด์กว่า 300 ร้าน โดยกว่า 80% เป็นแบรนด์ใหม่สำหรับพื้นที่ ครอบคลุมทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ ความงาม และเอ็นเตอร์เทนเมนต์ ไม่ว่าจะเป็น Katsu Midori, Solsot, Chagee, Momo Paradise, Saemaeul Express, Eat Am Are, Fam Time, Joe’s Wing รวมถึง SF Cinema คอนเซ็ปต์ใหม่ และร้านหลักในเครือเซ็นทรัล เช่น Tops Food Hall, Supersports, Power Buy, B2S และ OfficeMate
อีกหนึ่งโซนที่น่าจับตาคือ Food Ville ศูนย์อาหารคอนเซ็ปต์ใหม่ที่ออกแบบให้มีบรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติ พร้อมรวบรวมร้านดังจากกรุงเทพฯ และนนทบุรี รวมถึงร้านที่ได้รับการแนะนำจากมิชลิน สะท้อนภาพใหม่ของศูนย์การค้าที่ไม่ได้ขายแค่ “ของกิน” แต่ขายประสบการณ์การใช้เวลาร่วมกัน
คำถามสำคัญคือ ทำไม CPN ถึงเลือกลงทุนหนักในนนทบุรีช่วงเวลานี้
คำตอบอยู่ที่ศักยภาพของพื้นที่รัตนาธิเบศร์และกรุงเทพฯ ตอนเหนือ ซึ่งมีทั้งฐานประชากรขนาดใหญ่ กำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น การขยายตัวของโครงการที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะกลุ่ม High-end และ Luxury รวมถึงโครงข่ายคมนาคมที่เชื่อมต่อมากขึ้น ทั้งรถไฟฟ้าสายสีม่วง สายสีชมพู และโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลในอนาคต
ในวันที่อีคอมเมิร์ซเติบโตอย่างรวดเร็ว ศูนย์การค้าจึงไม่สามารถแข่งขันด้วยจำนวนร้านค้าหรือพื้นที่ขายเพียงอย่างเดียวได้อีกต่อไป แต่ต้องเปลี่ยนตัวเองให้เป็น “พื้นที่ใช้ชีวิต” ที่ผู้คนอยากมาใช้เวลา ไม่ว่าจะมาช้อปปิ้ง ออกกำลังกาย ทำงาน นัดเจอเพื่อน พาครอบครัวมาพักผ่อน หรือพาสัตว์เลี้ยงมาเดินเล่น
นั่นทำให้ Central Northville ไม่ได้แข่งขันกับห้างใกล้เคียงเท่านั้น แต่กำลังแข่งขันกับ “เวลาว่าง” ของคนเมือง
สำหรับมุมมองด้านอสังหาริมทรัพย์ สิ่งที่น่าจับตาไม่แพ้ตัวศูนย์การค้า คือการเกิดขึ้นของ Northville District เพราะเมื่อศูนย์การค้าขนาดใหญ่กลายเป็นศูนย์กลางกิจกรรมของพื้นที่ มักส่งผลต่อมูลค่าที่ดิน โครงการที่อยู่อาศัย และการลงทุนรอบสถานีรถไฟฟ้า เหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับหลายทำเลสำคัญในกรุงเทพฯ ทั้งพระราม 9 บางนา และราชพฤกษ์
รัตนาธิเบศร์จึงอาจกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ จากย่านที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ สู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและไลฟ์สไตล์แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ตอนเหนือ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องติดตามหลังการเปิดตัว ไม่ใช่เพียงจำนวนคนเดินศูนย์การค้าในช่วงแรก แต่คือการต่อยอดของ Northville District ในระยะยาว ทั้งโครงการมิกซ์ยูส เฟสใหม่ และคอนโดมิเนียมที่ CPN วางแผนเปิดในปี 2570 เพราะนั่นจะเป็นบทพิสูจน์ว่า Central Northville จะเป็นเพียงศูนย์การค้าแห่งใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม หรือจะเป็นจุดเริ่มต้นของ “เมืองใหม่” ที่ทำให้รัตนาธิเบศร์เปลี่ยนบทบาทไปอย่างแท้จริง

#เซ็นทรัลนอร์ทวิลล์ #เซ็นทรัลพัฒนา #รัตนาธิเบศร์ #นนทบุรี #กรุงเทพเหนือ

วันนี้ “สัตว์เลี้ยง” กลายเป็นสมาชิกคนสำคัญของครอบครัว ตลาด Pet Care ไม่ได้แข่งขันกันแค่ราคา รสชาติ หรือแพ็กเกจจิ้ง แต่กำ...
04/06/2026

วันนี้ “สัตว์เลี้ยง” กลายเป็นสมาชิกคนสำคัญของครอบครัว ตลาด Pet Care ไม่ได้แข่งขันกันแค่ราคา รสชาติ หรือแพ็กเกจจิ้ง แต่กำลังก้าวสู่ยุคที่ “นวัตกรรม” และ “งานวิจัย” กลายเป็นหัวใจสำคัญของการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง
ล่าสุด “หนุ่ม–กรรชัย กำเนิดพลอย” ในฐานะพาร์ทเนอร์ของ MONSTER LAB ร่วมกับ บริษัท มอนสเตอร์ แล็บ จำกัด บริษัทย่อยของ 88(ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ 88TH จับมือ Morena Solutions ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีชีวภาพและนวัตกรรมสำหรับสัตว์เลี้ยง ลงนาม MOU เพื่อร่วมพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมสำหรับอุตสาหกรรม Pet Care
ไฮไลต์สำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ คือการนำ Glyco-SOS™ Technology และ NMG™ Technology มาต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์ดูแลสัตว์เลี้ยงระดับพรีเมียม โดยเน้นทั้งเรื่องโภชนาการ การดูดซึมสารอาหาร และการดูแลสมดุลของระบบทางเดินอาหาร ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของสุขภาพสัตว์เลี้ยง
หนุ่ม–กรรชัย เผยว่า ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในฐานะฐานการผลิตและส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงที่สำคัญของโลก แต่ก้าวต่อไปที่น่าสนใจ คือการนำองค์ความรู้และงานวิจัยของคนไทย มาพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ปัญหาจริงของเจ้าของสัตว์เลี้ยง เพราะวันนี้สัตว์เลี้ยงไม่ใช่แค่สัตว์เลี้ยง แต่คือ “คนในครอบครัว”
MONSTER LAB เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์กลุ่ม Pet Care ภายในไตรมาส 3 ครอบคลุมทั้งอาหารเม็ด อาหารเปียก ขนม และผลิตภัณฑ์กรูมมิ่งสำหรับสุนัขและแมว สะท้อนทิศทางใหม่ของตลาดสัตว์เลี้ยงไทย ที่กำลังขยับจากการผลิต สู่การสร้างแบรนด์ด้วยนวัตกรรมอย่างจริงจัง
อ่านฉบับเต็ม >>> https://www.marketplus.in.th/content/detail.php?id=41445

#หนุ่มกรรชัย


เมื่อ AI ไม่ใช่เรื่องไกลตัวขององค์กรใหญ่เท่านั้น แต่กำลังกลายเป็น “เครื่องมือใหม่” ที่ SMEs ไทยต้องรู้จักและนำไปใช้ให้เป...
04/06/2026

เมื่อ AI ไม่ใช่เรื่องไกลตัวขององค์กรใหญ่เท่านั้น
แต่กำลังกลายเป็น “เครื่องมือใหม่” ที่ SMEs ไทยต้องรู้จักและนำไปใช้ให้เป็น
AIS Business จับมือ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย เปิดตัวโครงการ “AI Ready for SMEs” เพื่อช่วยผู้ประกอบการไทยเข้าถึงเทคโนโลยี AI ได้ง่ายขึ้น ปลอดภัยขึ้น และนำไปใช้กับธุรกิจได้จริง ตั้งแต่การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดต้นทุน วิเคราะห์ข้อมูล ไปจนถึงช่วยให้เจ้าของธุรกิจตัดสินใจได้แม่นยำมากขึ้น
โครงการนี้ตั้งเป้ายกระดับ SMEs ไทยกว่า 3.13 ล้านราย หรือคิดเป็น 99.6% ของภาคธุรกิจไทย ซึ่งเป็นฐานสำคัญของเศรษฐกิจประเทศ ผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่ แพ็กเกจ SME AI Ready ที่ผสาน Microsoft 365 และ Copilot, การจัดโรดโชว์และอบรมทักษะ AI ครอบคลุม 7 ภูมิภาคทั่วประเทศ และการพัฒนา SME AI Agent เพื่อให้ธุรกิจสามารถสร้างผู้ช่วย AI เฉพาะทางบน Copilot ได้ด้วยตนเอง
สิ่งที่น่าสนใจคือ ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ได้มอง AI เป็นเพียงเทคโนโลยีใหม่ แต่เป็น “แต้มต่อทางธุรกิจ” ที่จะช่วยลดช่องว่างระหว่างธุรกิจขนาดเล็กกับองค์กรใหญ่ เพราะในยุค AI ความได้เปรียบไม่ได้วัดจากขนาดของบริษัทเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความเร็วในการปรับตัว และความสามารถในการนำเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิดผลจริง
สำหรับ SMEs ไทย นี่อาจเป็นจังหวะสำคัญในการเริ่มต้นใช้ AI อย่างเป็นระบบ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน และเติบโตไปพร้อมเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ
อ่านบทความเต็ม >>>https://www.marketplus.in.th/content/detail.php?id=41440
#ธุรกิจSME

ยักษ์ใหญ่สุกี้เมืองไทยอย่าง MK GROUP กำลังขยับตัวครั้งสำคัญอีกครั้ง ไม่ใช่แค่การเปิดสาขาเพิ่ม หรือทำโปรโมชันเรียกลูกค้า ...
04/06/2026

ยักษ์ใหญ่สุกี้เมืองไทยอย่าง MK GROUP กำลังขยับตัวครั้งสำคัญอีกครั้ง ไม่ใช่แค่การเปิดสาขาเพิ่ม หรือทำโปรโมชันเรียกลูกค้า แต่เป็นการ “จัดทัพใหม่ทั้งพอร์ต” เพื่อให้แต่ละแบรนด์ในเครือมีบทบาทชัดเจน ตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละกลุ่มได้ตรงขึ้น ตั้งแต่สายคุ้มค่า สายครอบครัว คนเมือง ไปจนถึงลูกค้าพรีเมียม พร้อมตั้งเป้ารายได้ปี 2569 เติบโตกว่า 12%
หัวใจของแผนครั้งนี้อยู่ที่แนวคิด Find The Right STP หรือการหา “ตลาดเป้าหมาย–กลุ่มลูกค้า–ตำแหน่งแบรนด์” ให้ถูกที่ถูกทาง เพราะพฤติกรรมผู้บริโภควันนี้เปลี่ยนเร็วขึ้น คนไม่ได้เลือกร้านอาหารจากความคุ้นเคยเพียงอย่างเดียว แต่เลือกจากราคา ความคุ้มค่า ประสบการณ์ ทำเล และไลฟ์สไตล์ที่ตรงกับตัวเอง
"ทานตะวัน ธีระโกเมน" กรรมการผู้จัดการใหญ่ MK GROUP เปิดเผยว่า การเติบโตของ MK ในยุคใหม่ต้องเริ่มจากการเข้าใจลูกค้าให้ลึกกว่าเดิม ตลอดปีที่ผ่านมา กลุ่ม MK จึงเก็บข้อมูลและวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคอย่างละเอียด เพื่อออกแบบแบรนด์ให้ตอบโจทย์แต่ละเซกเมนต์ได้แม่นยำขึ้น
ภาพที่เห็นจึงไม่ใช่ MK แบบเดียวเหมือนในอดีต แต่เป็นอาณาจักรร้านอาหารที่แตกแบรนด์ให้ชัด ตั้งแต่ MK Restaurants สำหรับคนไทยทุกคนในห้างใหญ่, MK บุฟเฟต์ 299 บาท สำหรับกลุ่มที่มองหาความคุ้มค่า, MK Premium Buffet สำหรับคนเมืองที่ต้องการความหลากหลาย และคุณภาพ, ไปจนถึง MK Paradise ที่ยกระดับสุกี้สู่พรีเมียมในทำเลใจกลางเมืองอย่างสยามพารากอน
ขณะเดียวกัน ยังมี Bonus Suki ที่เข้ามาจับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความคุ้มค่าและความหลากหลายมากขึ้น รวมถึง Hikiniku To Come แฮมเบิร์กสไตล์ญี่ปุ่นสำหรับกลุ่มลูกค้าที่ชอบความเฉพาะตัว และแบรนด์ในเครืออย่าง Yayoi กับ แหลมเจริญ ซีฟู้ด ที่ช่วยเติมพอร์ตอาหารญี่ปุ่นและซีฟู้ดให้ครบขึ้น
อีกด้านหนึ่ง "ธีร์ ธีระโกเมน" กรรมการผู้จัดการใหญ่ MK GROUP วางเกมขยายธุรกิจแบบเดินหน้าเต็มกำลัง โดยเฉพาะแบรนด์น้องใหม่อย่าง โบนัสสุกี้ ที่เตรียมเปิดสาขาใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อปักหมุดให้ครอบคลุมทั่วประเทศมากขึ้น
ไม่เพียงในไทย MK GROUP ยังมองโอกาสในต่างประเทศ โดยเตรียมจับมือพันธมิตรในมาเลเซีย เปิดแบรนด์ Hikiniku To Come ในเร็วๆ นี้ สะท้อนให้เห็นว่า MK ไม่ได้ต้องการเติบโตเฉพาะตลาดสุกี้ในประเทศ แต่กำลังใช้พอร์ตแบรนด์อาหารที่หลากหลายเป็นเครื่องมือขยายฐานธุรกิจระยะยาว
กลยุทธ์การเติบโตของ MK GROUP แบ่งออกเป็น 2 แกนใหญ่ คือ เติบโตเชิงลึก และ เติบโตเชิงขยาย ฝั่งแรกคือการเพิ่มศักยภาพจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว เช่น การดันยอดขายสาขาเดิม การปรับร้านเดิมให้เป็นคอนเซปต์ใหม่ การทำเมนูและแคมเปญพิเศษ รวมถึงการรวมระบบสมาชิกและสิทธิพิเศษของแบรนด์ในเครือให้เชื่อมต่อกันมากขึ้น
ส่วนฝั่งเติบโตเชิงขยาย คือการเติมแบรนด์ใหม่เข้าพอร์ต เปิดสาขาเพิ่ม และขยายตลาดไปต่างประเทศ โดยปีนี้ MK GROUP ยังเตรียมเปิดตัวอีก 2 แบรนด์ใหม่ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนไทยที่หลากหลายขึ้น
โจทย์ใหญ่ของ MK ในปี 2569 จึงไม่ใช่แค่ “ขายสุกี้ให้มากขึ้น” แต่คือการเปลี่ยนจากแบรนด์สุกี้อันดับ 1 ให้กลายเป็นกลุ่มธุรกิจร้านอาหารที่มีหลายโมเดล หลายราคา หลายประสบการณ์ และเข้าถึงลูกค้าได้หลายช่วงชีวิต
นี่คือเกมใหม่ของ MK GROUP ที่ใช้ข้อมูลลูกค้าเป็นเข็มทิศ ใช้ STP เป็นแผนที่ และใช้พอร์ตแบรนด์เป็นเครื่องยนต์หลักในการขยายอาณาจักรอาหารไทยให้เติบโตต่อ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

#เอ็มเคสุกี้ #โบนัสสุกี้
#สุกี้อันดับ1 #กลยุทธ์STP
#ธุรกิจอาหาร

เปิดที่มาฟุตบอลยักษ์บุกเมืองเมื่อแมคโดนัลด์เปลี่ยนโมเมนต์ฟุตบอลโลก ให้กลายเป็นความสนุกกลางเมืองก่อนเสียงเชียร์ฟุตบอลโลกจ...
04/06/2026

เปิดที่มาฟุตบอลยักษ์บุกเมือง
เมื่อแมคโดนัลด์เปลี่ยนโมเมนต์ฟุตบอลโลก ให้กลายเป็นความสนุกกลางเมือง
ก่อนเสียงเชียร์ฟุตบอลโลกจะดังขึ้นอย่างเป็นทางการ แมคโดนัลด์ขอส่งสัญญาณปลุกอารมณ์แฟนบอลไทยก่อนใคร ด้วยแคมเปญเซอร์ไพรส์ “ลูกฟุตบอลยักษ์บุกเมือง” ที่เปลี่ยนโลโก้โค้งทองคุ้นตา ให้กลายเป็นจุดเช็กอินใหม่ของคนรักฟุตบอล
ปรากฏการณ์ครั้งนี้ เริ่มจากบทบาทของแมคโดนัลด์ ในฐานะแบรนด์ QSR เพียงหนึ่งเดียวที่เป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของการแข่งขัน FIFA World Cup 2026™ ซึ่งไม่ใช่แค่การร่วมอยู่ในอีเวนต์กีฬาระดับโลก แต่คือการชวนแฟนบอลเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง ตั้งแต่ก่อนทัวร์นาเมนต์จะเริ่มต้น
เพราะฟุตบอลโลกในวันนี้ ไม่ได้เป็นเพียงเกมการแข่งขันในสนาม แต่เป็นช่วงเวลาที่ผู้คนได้มารวมตัวกัน ลุ้นไปพร้อมกัน เชียร์ไปพร้อมกัน และแบ่งปันความสุขร่วมกัน แมคโดนัลด์จึงหยิบอินไซต์นี้มาเล่าในรูปแบบที่จับต้องได้ ผ่าน “ลูกฟุตบอลยักษ์” ที่บุกไปสร้างสีสันกลางเมือง
ความพิเศษอยู่ที่ ลูกฟุตบอลยักษ์ถูกนำมาติดกลางโลโก้แมคโดนัลด์ กลายเป็นภาพจำที่ทั้งสนุก สะดุดตา และชวนให้หยุดถ่ายรูป โดยมีการบุกเซอร์ไพรส์ใน 4 สาขาทั่วเมือง ได้แก่ เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ สุขุมวิท เอกมัย, อิมพีเรียลเวิลด์ สำโรง, พาซิโอ ลาดกระบัง และอาคารเพลินจิต เซ็นเตอร์
แคมเปญนี้ไม่ได้เป็นเพียงการตกแต่งหน้าร้านให้เข้ากับเทศกาลฟุตบอลโลกแค่นั้น แต่เป็นการสร้าง “โมเมนต์ร่วม” ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค เปลี่ยนร้านแมคโดนัลด์ให้กลายเป็นพื้นที่ปลุกพลังเชียร์ จุดนัดพบของแฟนบอล และจุดเช็กอินที่ทำให้บรรยากาศฟุตบอลโลกเริ่มคึกคักตั้งแต่วันนี้
และนี่อาจเป็นเพียงออเดิร์ฟแรกเท่านั้น เพราะแมคโดนัลด์ยังส่งสัญญาณว่าจะมีเซอร์ไพรส์อีกมากมายรอแฟนบอลทั่วประเทศ เพื่อเติมเต็มพลังเชียร์ให้สุดทุกแมตช์ ก่อนนับถอยหลังสู่มหกรรมฟุตบอลระดับโลกครั้งใหญ่ในปี 2026
เมื่อฟุตบอลโลกไม่ใช่แค่เรื่องของ 90 นาทีในสนาม แต่เป็นเทศกาลแห่งความสุขของคนทั้งโลก แมคโดนัลด์จึงเลือกเปิดเกมด้วยลูกฟุตบอลยักษ์ ที่ไม่เพียงบุกเมือง แต่ยังบุกใจแฟนบอลไทยให้เริ่มอินกับบรรยากาศแห่งการเชียร์ตั้งแต่ตอนนี้
#แมคโดนัลด์
#ฟุตบอลโลก2026 #ลูกฟุตบอลยักษ์บุกเมือง

เมื่อ “ซอสศรีราชา” ไม่ใช่แค่เครื่องปรุงเกมใหม่ของแบรนด์ไทย จากครัวท้องถิ่นสู่ชั้นวางโลกทุกวันนี้ตลาดอาหารโลกไม่ได้แข่งขั...
03/06/2026

เมื่อ “ซอสศรีราชา” ไม่ใช่แค่เครื่องปรุง
เกมใหม่ของแบรนด์ไทย จากครัวท้องถิ่นสู่ชั้นวางโลก

ทุกวันนี้ตลาดอาหารโลกไม่ได้แข่งขันกันเพียง “รสชาติ” แต่แข่งขันกันด้วยแบรนด์ นวัตกรรม ช่องทางจัดจำหน่าย และความสามารถในการอ่านเทรนด์ผู้บริโภค “ซอสศรีราชา” กำลังกลายเป็นหนึ่งในสินค้าธงของไทยที่สะท้อนบทบาทใหม่ของอุตสาหกรรมอาหารไทยบนเวทีโลก
จากเดิมที่ซอสพริกอาจถูกมองเป็นเพียงเครื่องปรุงประจำโต๊ะอาหาร วันนี้ซอสศรีราชาถูกยกระดับเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ เป็นวัตถุดิบของเชฟ เป็นสินค้าบนชั้นวางซูเปอร์มาร์เก็ตต่างประเทศ และกำลังถูกต่อยอดเป็นนวัตกรรมใหม่ในหลายรูปแบบ ตั้งแต่ซอสพรีเมียม รสชาติหลากหลาย ไปจนถึง “Pink Sauce” ซอสพริกศรีราชาสีชมพูที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสร้างหมวดหมู่ใหม่ในตลาดโลก
กรณีของ เอ็กโซติค ฟู้ด หรือ XO และ NRF นั้นไม่ใช่เพียงข่าวเปิดตัวสินค้า แต่เป็นภาพสะท้อนเกมกลยุทธ์ของผู้ประกอบการไทยที่กำลังขยับจากการเป็น “ผู้ผลิตอาหาร” ไปสู่การเป็น “เจ้าของแบรนด์ระดับโลก”
🟠 จาก Commodity สู่ Premium Brand
จุดร่วมสำคัญของทั้งสองบริษัท คือการไม่ปล่อยให้สินค้าไทยติดอยู่กับภาพจำของสินค้าราคาถูก หรือสินค้ารับจ้างผลิต แต่เลือกสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านแบรนด์
เอ็กโซติค ฟู้ด วางตำแหน่งตัวเองชัดเจนในฐานะ Premium Global Thai Brand โดยใช้แบรนด์ Flying Goose และ Exotic Food เป็นหัวหอกบุกตลาดต่างประเทศ ปัจจุบันสินค้าวางจำหน่ายในกว่า 80 ประเทศ มีจุดขายมากกว่า 30,000 แห่งทั่วโลก และสร้างยอดขายทะลุ 2,000 ล้านบาทในปี 2568
กลยุทธ์ของ XO ไม่ได้หยุดแค่การส่งออก แต่เน้นสร้าง Brand Value ระยะยาว ผ่านบรรจุภัณฑ์ที่โดดเด่นบนชั้นวาง การพัฒนารสชาติให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคสากล และการขยายไลน์สินค้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะซอสพริกศรีราชาภายใต้แบรนด์ Flying Goose ที่มีมากกว่า 50 รสชาติ รวมถึงเครื่องปรุงอาหารไทยภายใต้แบรนด์ Exotic Food กว่า 700 SKUs
นี่คือการเปลี่ยนเกมจาก “ขายของไทย” เป็น “ขายประสบการณ์ของแบรนด์ไทย” ซึ่งสำคัญมากในตลาดโลกที่สินค้าคล้ายกันมีจำนวนมาก แต่แบรนด์ที่ผู้บริโภคจดจำได้ต่างหากที่จะอยู่รอดในระยะยาว
🟠 ซอสศรีราชาในฐานะ Soft Power เชิงพาณิชย์

กระแสอาหารเอเชีย อาหารรสจัด และ การทำอาหารเองที่บ้าน ทำให้ตลาดซอสและเครื่องปรุงยังเติบโตต่อเนื่อง ข้อมูลจากเอกสารข่าวของ XO ระบุว่า ตลาดซอสพริกทั่วโลกมีมูลค่าประมาณ 5.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 ขณะที่ตลาดซอส และเครื่องปรุงอาหารทั่วโลกมีมูลค่าราว 280.35 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง
ในเชิงกลยุทธ์ ซอสศรีราชาไม่ได้เป็นเพียงสินค้าอาหาร แต่กลายเป็นประตูพา “รสชาติไทย” เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคต่างชาติ ไม่ว่าจะใช้กับอาหารเอเชีย เบอร์เกอร์ พิซซ่า ของทอด อาหารฟิวชัน หรือเมนูประจำบ้าน
สิ่งที่น่าสนใจคือผู้ประกอบการไทยไม่ได้รอให้ตลาดนำ แต่เริ่ม “ออกแบบตลาด” ด้วยตัวเอง ผ่านการทำรสชาติใหม่ บรรจุภัณฑ์ใหม่ การร่วมมือกับเชฟ ร้านอาหารท้องถิ่น และไลฟ์สไตล์แบรนด์ในต่างประเทศ เช่น กรณี XO ที่ทำ Collaboration กับแบรนด์อย่าง Anya Hindmarch® และ Percival เพื่อให้สินค้าไทยเชื่อมกับวัฒนธรรมอาหารและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคต่างประเทศมากขึ้น
🟠 Pink Sauce เกมสร้างหมวดหมู่ใหม่ของ NRF
อีกด้านหนึ่ง NRF เลือกใช้กลยุทธ์ที่ต่างออกไป คือการสร้าง “ความใหม่” ให้กับตลาดซอสพริกศรีราชา ผ่านการเปิดตัว Pink Sauce ซอสพริกศรีราชาสีชมพูครั้งแรกของโลกในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026
ผลตอบรับที่เกิดขึ้นสะท้อนว่า ตลาดโลกยังเปิดพื้นที่ให้กับสินค้าไทยที่มีความคิดสร้างสรรค์ โดย Pink Sauce สามารถสร้างการเจรจาธุรกิจกับลูกค้าจากกว่า 10 ประเทศ โดยเฉพาะตลาดยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชีย ซึ่งมองเห็นศักยภาพของสินค้าในการสร้างความแตกต่างบนชั้นวาง
NRF ยังเตรียมเปิดตัว Pink Sauce อย่างเป็นทางการในสหราชอาณาจักรในเดือนกรกฎาคม 2569 ผ่านความร่วมมือกับร้านอาหารเชนรายใหญ่ที่มีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศอังกฤษ พร้อมอยู่ระหว่างศึกษาแผนนำสินค้ากลับมาทำตลาดในประเทศไทย หลังได้รับกระแสตอบรับจากผู้บริโภคไทยผ่านช่องทางออนไลน์
นายแดน ปฐมวาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NRF เผยว่า ‼Pink Sauce ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะต้องการทำซอสรสชาติใหม่ แต่เป็นความตั้งใจที่จะ “สร้างหมวดหมู่ใหม่ให้กับตลาด” และพิสูจน์ว่าอาหารไทยยังมีพื้นที่สำหรับความคิดสร้างสรรค์อีกมาก‼
🟠 AI–Data–Innovation อาวุธใหม่ของอาหารไทย
จุดที่ทำให้เกมซอสศรีราชาน่าสนใจมากขึ้น คือผู้ประกอบการไม่ได้ใช้เพียงประสบการณ์หรือความรู้ด้านอาหารแบบเดิม แต่เริ่มนำเทคโนโลยีเข้ามาเสริมการตัดสินใจ
NRF ระบุว่า เบื้องหลังความสำเร็จในงาน THAIFEX ปีนี้ มีการนำ AI มาใช้วิเคราะห์ข้อมูลผู้บริโภค เทรนด์อาหาร และพฤติกรรมตลาดในแต่ละประเทศ เพื่อนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ และประสบการณ์ภายในบูธให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่มากขึ้น
ขณะที่ XO เดินหน้าลงทุนด้านมาตรฐานสากล ระบบ Automation การวิจัยและพัฒนาสินค้า รวมถึงการบริหารต้นทุนและความเสี่ยงเชิงรุก เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันระยะยาว และต่อยอดสินค้านวัตกรรมตามเทรนด์สุขภาพและความยั่งยืน
ภาพนี้สะท้อนว่า อุตสาหกรรมอาหารไทยกำลังเข้าสู่เฟสใหม่ จากเดิมที่แข็งแรงด้านรสชาติและต้นทุนการผลิต ไปสู่การแข่งขันด้วยข้อมูล เทคโนโลยี แบรนด์ และความเร็วในการออกสินค้าใหม่
🔴 สรุป ซอสศรีราชา คือสนามทดสอบแบรนด์ไทยระดับโลก
หากมองในเชิงกลยุทธ์ ซอสศรีราชาอาจเป็นมากกว่าเครื่องปรุงหนึ่งขวด เพราะนี่คือสนามทดสอบความสามารถของแบรนด์ไทยใน 4 มิติสำคัญ
หนึ่ง คือการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรและอาหารไทย
สอง คือการยกระดับจาก OEM หรือ Commodity ไปสู่ Global Brand
สาม คือการใช้ความคิดสร้างสรรค์สร้างหมวดหมู่สินค้าใหม่
และสี่ คือการใช้เครือข่ายจัดจำหน่าย เทคโนโลยี และข้อมูลผู้บริโภคเป็นเครื่องมือขยายตลาด
กรณีของ XO และ NRF ชี้ให้เห็นว่า โอกาสของอาหารไทยในตลาดโลกยังมีอีกมาก แต่ผู้ชนะจะไม่ใช่แค่ผู้ที่ทำรสชาติได้ดีเท่านั้น หากเป็นผู้ที่เข้าใจตลาดเร็วกว่า สร้างแบรนด์ได้ชัดกว่า และกล้าพอที่จะเปลี่ยน “ซอสหนึ่งขวด” ให้กลายเป็นธุรกิจระดับโลก
#ซอสศรีราชา
#อาหารไทยสู่ตลาดโลก



“การท่องเที่ยว” ไม่ได้หมายถึงแค่การเดินทางไปพักผ่อน แต่ยังเชื่อมโยงกับตัวตน ไลฟ์สไตล์ และคุณค่าทางสังคม เทศกาล Bangkok P...
03/06/2026

“การท่องเที่ยว” ไม่ได้หมายถึงแค่การเดินทางไปพักผ่อน แต่ยังเชื่อมโยงกับตัวตน ไลฟ์สไตล์ และคุณค่าทางสังคม เทศกาล Bangkok Pride 2026 กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งแม่เหล็กสำคัญที่ทำให้กรุงเทพฯ ถูกจับตาในฐานะจุดหมายปลายทางด้าน Pride Tourism ของเอเชีย
อโกด้า เผยว่า 9 ประเทศที่มีการค้นหาที่พักในกรุงเทพฯ ช่วงสุดสัปดาห์เทศกาล Pride มากที่สุด ล้วนมาจากเอเชียทั้งหมด เรียงตามลำดับดังนี้ มาเลเซีย สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน ญี่ปุ่น จีน อินโดนีเซีย ฮ่องกง และฟิลิปปินส์ สะท้อนให้เห็นว่า กรุงเทพฯ ไม่ได้เป็นเพียงเมืองท่องเที่ยวยอดนิยม แต่กำลังขยับสู่การเป็นเมืองปลายทางของนักเดินทางที่มองหาประสบการณ์เปิดกว้าง มีสีสัน และยอมรับความหลากหลาย
อินไซต์สำคัญคือ นักเดินทางจากเอเชียจำนวนมากไม่ได้เลือกกรุงเทพฯ เพราะความสะดวกด้านการเดินทางเพียงอย่างเดียว แต่เพราะเมืองนี้มี “บรรยากาศ” ที่ตอบโจทย์ Pride Season ทั้งกิจกรรมบนท้องถนน รูฟท็อป ย่านไลฟ์สไตล์ ไปจนถึงภาพลักษณ์ของไทยที่เปิดกว้างมากขึ้น โดยเฉพาะหลังประเทศไทยกลายเป็นชาติแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งยิ่งช่วยตอกย้ำบทบาทของกรุงเทพฯ ในฐานะศูนย์กลาง Pride Tourism ของภูมิภาค
ปีนี้ Bangkok Pride ยังขยายมิติจากงานเฉลิมฉลองไปสู่แพลตฟอร์มทางวัฒนธรรมและสังคม เริ่มจาก Bangkok Pride Awards 2026 วันที่ 28 พฤษภาคม ณ NEX HALL สยามพารากอน เพื่อยกย่องผู้บุกเบิกและผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับกลุ่ม LGBTQ+ ของไทย รวม 11 สาขา 24 รางวัล โดยมีผู้ร่วมโหวตมากกว่า 6 ล้านโหวต
ขณะที่ไฮไลต์สำคัญคือ Pride Parade วันที่ 31 พฤษภาคม ภายใต้ธีม “Patch the World with Pride” เส้นทางจากถนนสีลมสู่สนามกีฬาเทพหัสดิน พร้อมธงสายรุ้งขนาดยักษ์ยาวกว่า 500 เมตร นอกจากนี้ยังมี Bangkok Pride Forum 2026 เวทีเสวนากว่า 35 เซสชัน และ Drag Bangkok Festival 2026 ภายใต้ธีม “From Thailand to the World” ที่ช่วยเติมมิติให้ Pride ไม่ได้เป็นเพียงงานพาเหรด แต่เป็นพื้นที่ของวัฒนธรรม อัตลักษณ์ ชุมชน และเศรษฐกิจสร้างสรรค์
มุมธุรกิจที่น่าจับตา คือ Pride Tourism กำลังกลายเป็นโอกาสใหม่ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ทั้งโรงแรม สายการบิน ร้านอาหาร บาร์ คาเฟ่ อีเวนต์ ไลฟ์สไตล์ และแพลตฟอร์มจองท่องเที่ยว เพราะนักเดินทางกลุ่มนี้ไม่ได้มองหาแค่ที่พัก แต่ต้องการประสบการณ์เมืองที่มีชีวิตชีวา ปลอดภัย และเป็นมิตรกับความหลากหลาย
"อรรคพร รอดคง" ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยและอินโดจีนของอโกด้า กล่าวว่า ‼กรุงเทพฯ มีเสน่ห์พิเศษในการดึงดูดนักเดินทางจากทั่วเอเชียในช่วง Pride Season เห็นได้จาก 9 ตลาดต่างประเทศที่มียอดค้นหาสูงสุดล้วนมาจากภูมิภาคเดียวกัน พร้อมย้ำว่าอโกด้าต้องการช่วยให้นักเดินทางเข้าถึงที่พักที่เหมาะสม ด้วยตัวเลือกหลากหลาย ราคาเข้าถึงได้ และประสบการณ์จองที่สะดวก
ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า Bangkok Pride 2026 ไม่ได้เป็นเพียงเทศกาลเฉลิมฉลองความหลากหลาย แต่กำลังกลายเป็นซอฟต์พาวเวอร์ด้านการท่องเที่ยวที่ช่วยยกระดับกรุงเทพฯ ให้มีบทบาทบนแผนที่โลกมากขึ้น ในวันที่นักเดินทางยุคใหม่เลือกจุดหมายปลายทางจาก “คุณค่า” ของเมือง ไม่แพ้ความสวยงามหรือความคุ้มค่าในการเดินทาง

๓ มิถุนายน ๒๕๖๙วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินีขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนานทรง...
02/06/2026

๓ มิถุนายน ๒๕๖๙
วันเฉลิมพระชนมพรรษา
สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ
พระบรมราชินี

ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
ทรงพระเกษมสำราญ มีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง
สถิตเป็นมิ่งขวัญปวงชนชาวไทยตราบนานเท่านาน

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหาร และพนักงาน
บริษัท ดับเบิ้ล ดี ครีเอชั่น จำกัด

#ทรงพระเจริญ
#วันเฉลิมพระชนมพรรษา
#สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา
#พระบรมราชินี

ที่อยู่

Double D Creation Co. , Ltd. 22/43 Soi Bangna-trad, Bang Na, Bang Na
Bangkok
10260

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 19:00
อังคาร 09:00 - 19:00
พุธ 09:00 - 19:00
พฤหัสบดี 09:00 - 19:00
ศุกร์ 09:00 - 19:00
เสาร์ 10:30 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ MarketPlus Onlineผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง MarketPlus Online:

แชร์