IZocial ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก IZocial, บริษัทด้านสื่อ/ข่าวสาร, Bangkok.

iZocial Thailand อัพเดตข่าวสารด้านเทคโนโลยี​ แง่มุม AI, Social Media, Gadgets, Digital Content, Innovations ติดต่อโฆษณาที่อีเมล์ [email protected] หรือไลน์ไอดี : wansaowansao

🔵 โลโก้ “แบรนด์” ระดับโลกไม่ได้ถูกออกแบบมาด้วยความบังเอิญ แต่มันคือศาสตร์จิตวิทยาผู้บริโภคที่เน้นความเรียบง่าย รูปทรงชัด...
12/09/2026

🔵 โลโก้ “แบรนด์” ระดับโลกไม่ได้ถูกออกแบบมาด้วยความบังเอิญ แต่มันคือศาสตร์จิตวิทยาผู้บริโภคที่เน้นความเรียบง่าย รูปทรงชัดเจน และสร้างภาพจำได้ทันทีที่มองเห็น
แบรนด์ชั้นนำทั้งหมดต่างตกอยู่ใน 7 สไตล์หลัก หรือการนำสไตล์เหล่านี้มาผสมผสานกันอย่างลงตัว
เปิดยุทธศาสตร์ ‘7 สไตล์โลโก้หลัก’ ที่ทุกแบรนด์เลือกใช้ในการออกแบบ

➡️ Pictorial (โลโก้ชื่อแบรนด์) : ไอคอนที่สื่อถึงชื่อแบรนด์หรือแนวคิดตรงๆ ชัดเจน เช่น Twitter (สัญลักษณ์นก), Target (เป้ายิง), National Geographic และ Firefox

➡️ Lettermark (โลโก้อักษรย่อ): โลโก้สไตล์โมโนแกรมที่ดึงเฉพาะอักษรย่อขององค์กรมาดีไซน์ เหมาะกับชื่อยาวๆ เช่น IBM, CNN, NASA และ HP

➡️ Wordmark (ตัวอักษรชื่อเต็ม) : เน้นประดิดประดอยตัวอักษรของชื่อแบรนด์ให้อ่านง่ายแต่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น Google, VISA และ FedEx

➡️ Combination (ผสมผสานไอคอนและตัวอักษร) : การจับคู่กันระหว่างสัญลักษณ์ไอคอนและตัวอักษรชื่อแบรนด์ เพิ่มความครบถ้วน เช่น adidas, Burger King และ Reebok

➡️ Emblem (ตราสัญลักษณ์คลาสสิก ): การนำไอคอน ตัวอักษร และกรอบรูปทรงมารวมไว้ในชิ้นเดียวกัน ให้ความรู้สึกเป็นทางการและทรงพลัง เช่น BMW, Ferrari และ Jeep

➡️ Abstract (สัญลักษณ์นามธรรม) : ใช้รูปทรงเรขาคณิตหรือเส้นสายเพื่อสื่อถึงแนวคิด อารมณ์ และความรู้สึกของแบรนด์โดยไม่ใช้รูปจริง เช่น Pepsi, Nike และ Chevrolet

➡️ Mascot (ตัวละครมาสคอต) : การใช้ตัวการ์ตูนหรือคาแรกเตอร์เป็นตัวแทนเพื่อสะท้อนบุคลิกความเป็นกันเองของแบรนด์ เช่น Duolingo, M&M's และ Wendy's

ไม่ว่าคุณจะเลือกสร้างสรรค์โลโก้ออกในรูปแบบประเภทใด หรือนำสไตล์ไหนมาผสมผสานกัน หัวใจสำคัญของการสร้างแบรนด์ให้สำเร็จคือการคงความเรียบง่ายและความง่ายต่อการจดจำเสมอ

ลองเช็กดูว่าตอนนี้แบรนด์ของคุณใช้โลโก้ประเภทไหนอยู่ หรือกำลังวางแผนใช้ประเภทไหนสร้างแบรนด์ใหม่ มาพิมพ์แชร์กันในคอมเมนต์ได้เลย ?
ที่มาภาพจาก : RuputeForge


#การตลาดออนไลน์ #สร้างแบรนด์

🔴 The End of Average จาก Todd Rose สู่ยุคที่ Marketing ต้องเลิกคิดแบบ “ลูกค้าเฉลี่ย”> The Daily Biz1. นักการตลาดคุ้นเคยก...
12/09/2026

🔴 The End of Average จาก Todd Rose สู่ยุคที่ Marketing ต้องเลิกคิดแบบ “ลูกค้าเฉลี่ย”
> The Daily Biz
1. นักการตลาดคุ้นเคยกับการเริ่มต้นวางแผนด้วยคำถามว่า
“ลูกค้าของเราเป็นใคร?”
อายุเท่าไหร่?
ผู้หญิงหรือผู้ชาย?
รายได้ประมาณเท่าไหร่?
อยู่ที่ไหน?
สนใจเรื่องอะไร?

เมื่อได้ข้อมูลเหล่านี้ เราก็นำมาจัดกลุ่มและสร้างภาพของ “กลุ่มเป้าหมาย”
เช่น ผู้หญิง อายุ 25–34 ปี
อาศัยในเมือง
รายได้ปานกลางถึงสูง
สนใจความงามและไลฟ์สไตล์

วิธีคิดนี้ใช้กันมานาน และยังมีประโยชน์ในการวางแผนการตลาด
เพียงแต่มันอาจอธิบาย “คนจริงๆ” ได้ไม่ทั้งหมด
2. ลองเอาผู้หญิงอายุ 28 ปีสองคนมายืนข้างกัน
อายุเท่ากัน อยู่ในเมืองเหมือนกัน รายได้ใกล้เคียงกัน และอาจถูกจัดให้อยู่ใน Target Audience เดียวกัน

ในชีวิตจริง คนหนึ่งอาจกำลังเก็บเงินซื้อคอนโด อีกคนหมดเงินไปกับการเดินทาง

คนหนึ่งเลือกเครื่องสำอางจากราคา อีกคนเลือกจากส่วนผสม
คนหนึ่งซื้อของทันทีเมื่อเห็นรีวิว อีกคนอ่านข้อมูลอยู่เป็นสัปดาห์กว่าจะตัดสินใจ

บน Media Plan ทั้งคู่อาจเป็น “กลุ่มเดียวกัน”
ในชีวิตจริง ทั้งคู่คือคนละคน

ตรงนี้ทำให้แนวคิด The End of Average ของ Todd Rose น่าสนใจสำหรับคนทำ Marketing

Todd Rose ทำให้แนวคิดนี้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางผ่านหนังสือ The End of Average: How We Succeed in a World That Values Sameness
Rose ตั้งคำถามกับโลกที่ชอบใช้ “ค่าเฉลี่ย” เป็นตัวแทนของมนุษย์ ทั้งที่คนหนึ่งคนไม่ได้มีคุณลักษณะทุกอย่างอยู่ตรงกลางของค่าเฉลี่ยพร้อมกัน
3. มนุษย์มีหลายมิติ
คนเก่งเรื่องหนึ่ง อาจธรรมดามากในอีกเรื่องหนึ่ง
คนคนเดียวกันก็ไม่ได้แสดงพฤติกรรมเหมือนเดิมในทุกสถานการณ์ เพราะสิ่งแวดล้อม เวลา ความต้องการ และบริบท ล้วนมีผลต่อการตัดสินใจ
Marketing ก็เจอเรื่องเดียวกัน
เราอาจรู้ว่าคนคนหนึ่งอายุ 35 ปี เป็นผู้ชาย อยู่กรุงเทพฯ และสนใจเทคโนโลยี
ข้อมูลทั้งหมดถูกต้อง
คำถามคือ…
มันเพียงพอที่จะบอกหรือยังว่า ตอนนี้เขาอยากซื้ออะไร?
4. Social Media ทำให้เรื่องนี้เห็นชัดขึ้นมาก
คนสองคน Follow เพจเดียวกัน ไม่ได้แปลว่าจะเห็น Content เหมือนกัน
คนสองคนดู TikTok คลิปเดียวกัน Feed หลังจากนั้นอาจไปกันคนละทิศ
หรือไม่ต้องเทียบกับใครเลย

ลองดูตัวเราเองก็ได้
ตอนเช้าอ่านข่าวเศรษฐกิจ
ตอนเที่ยงหาร้านอาหาร
ตอนเย็นดูคลิปบันเทิง
ก่อนนอนเปิดรีวิวโทรศัพท์ เพราะกำลังคิดว่าจะเปลี่ยนเครื่อง

ทั้งหมดคือ “คนคนเดียวกัน”
ถ้า Marketing เขียน Profile ของคนนี้ไว้เพียงว่า
“ชาย อายุ 35–44 ปี สนใจ Technology”
ข้อมูลอาจไม่ผิด
แค่ยังไม่พอ
5. การตลาดจึงละเอียดขึ้นเรื่อยๆ
Mass Marketing

Segmentation

Personalization

Hyper-Personalization

Individualization

คำถาม “Target Audience ของเราคือใคร?” ยังจำเป็น
เพียงแต่วันนี้ควรมีอีกคำถามตามมา
“ตอนนี้เขาสนใจอะไร และกำลังอยู่ในบริบทแบบไหน?”

คำถามนี้มีผลโดยตรงกับวิธีทำ Content
แบรนด์ไม่จำเป็นต้องฝากความหวังทั้งหมดไว้กับ “โพสต์ที่ดีที่สุดหนึ่งโพสต์” แล้วหวังว่าทุกคนจะชอบเหมือนกัน
เรื่องเดียวกันสามารถเล่าได้หลายมุม

เปลี่ยน Hook ได้
เปลี่ยน Format ได้
เปลี่ยนระดับความลึกได้
เปลี่ยนเหตุผลที่ใช้โน้มน้าวได้

เพื่อให้ Content แต่ละชิ้นตอบความสนใจของคนที่ไม่เหมือนกัน
Data และ Algorithm ทำหน้าที่ช่วยค้นหาว่า Content แบบไหนเหมาะกับใคร ส่วน AI กำลังทำให้การผลิต Content หลาย Version ทำได้เร็วและมีต้นทุนต่ำกว่าเมื่อก่อนมาก
ตรงนี้อาจกลายเป็นความได้เปรียบใหม่ของนักการตลาด
ไม่ใช่แค่ว่า

“ใครทำ Content เก่งกว่า”

อาจต้องดูด้วยว่า
“ใครเข้าใจความแตกต่างของคนได้ดีกว่า และมี Content มากพอที่จะตอบความแตกต่างเหล่านั้น”

ถ้าเอาความคิดของ Todd Rose มาวางบนโลก Marketing ผมคิดว่ามีคำถามหนึ่งที่น่าสนใจมาก
เราควรเลิกคิดเรื่อง “ลูกค้าเฉลี่ย” ได้หรือยัง?
เพราะคนอายุเท่ากัน ไม่ได้คิดเหมือนกัน
คนรายได้เท่ากัน ไม่ได้ซื้อของเหมือนกัน
แม้แต่คนคนเดียวกัน วันนี้กับพรุ่งนี้ ความต้องการก็อาจไม่เหมือนเดิม
ในวันที่ Data, Algorithm และ AI รู้จักความสนใจของคนได้ละเอียดขึ้นทุกที
Marketing อาจต้องรู้จัก “คน” ให้มากกว่า “ค่าเฉลี่ย”
เพราะสุดท้ายแล้ว
เราอาจใช้เวลามหาศาลในการออกแบบสินค้า โฆษณา และ Content สำหรับ “ลูกค้าเฉลี่ย”
ทั้งที่ลูกค้าคนนั้น…
อาจไม่มีอยู่จริง !!

🔴 การตลาดไม่ได้มีแค่ “ยิงแอด” แล้วนั่งฝัน.. รอยอดขาย !จริงๆ แล้วธุรกิจแต่ละประเภทนั้น ควรต้องใช้การตลาดหลายรูปแบบประกอบก...
10/09/2026

🔴 การตลาดไม่ได้มีแค่ “ยิงแอด” แล้วนั่งฝัน.. รอยอดขาย !
จริงๆ แล้วธุรกิจแต่ละประเภทนั้น ควรต้องใช้การตลาดหลายรูปแบบประกอบกัน เพราะแต่ละแบบมีหน้าที่ไม่เหมือนกัน

บางแบบสร้างความเชื่อใจ
บางแบบเร่งการเติบโต
บางแบบวัดผลเป็นยอดขาย
และบางแบบมีหน้าที่สร้างภาพจำให้แบรนด์อยู่ในใจคน
ภาพ Carousel ในโพสต์นี้ สรุป 6 ประเภทการตลาดที่คนทำธุรกิจและนักการตลาดรู้แล้วปัง-ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน ได้แก่

Content Marketing — ให้ความรู้ก่อน แล้วค่อยขาย
Growth Marketing — ลองเร็ว วัดผลเร็ว โตเร็ว
Performance Marketing — จ่ายเท่าไร ต้องเห็นผลลัพธ์
Influencer Marketing — ใช้ความน่าเชื่อถือเพื่อเพิ่มพลังการขาย
Brand Marketing — ทำให้คน “รู้สึก” กับแบรนด์ ไม่ใช่แค่ “เห็น”
Social Media Marketing — ไปอยู่ในที่ที่ผู้คนเลื่อนดูทุกวัน

ไม่มีการตลาดแบบไหนดีที่สุดสำหรับทุกธุรกิจ

สิ่งสำคัญคือรู้ว่า “ตอนนี้แบรนด์ของเราขาดอะไร” แล้วเลือกเครื่องมือให้ถูกกับเป้าหมาย

ปัดดูทีละภาพ แล้วลองเช็กดูว่า วันนี้ธุรกิจของคุณกำลังทำครบกี่แบบแล้วนะครับ :)


รวยไม่ไหวแล้วโว้ย ! 'AIS' - 'ทรู-ดีแทค'เปิดจอง iPhone 18 Pro / Max/ iPhone Duo🟢 ค่าย AIS - iPhone 18 Pro / iPhone 18 Pro...
10/09/2026

รวยไม่ไหวแล้วโว้ย !
'AIS' - 'ทรู-ดีแทค'
เปิดจอง iPhone 18 Pro / Max/ iPhone Duo
🟢 ค่าย AIS

- iPhone 18 Pro / iPhone 18 Pro Max
สั่งจองล่วงหน้า : เสาร์ 12 กันยายน 2569
วางตลาด ศุกร์ที่ 18 กันยายน 2569

- iPhone Duo
จองล่วงหน้า : เสาร์ 16 ตุลาคม 2569
วางตลาด ศุกร์ที่ 23 ตุลาคม 2569
🔴 ค่ายทรู-ดีแทค

- iPhone 18 Pro / iPhone 18 Pro Max
จองล่วงหน้า : เสาร์ที่ 12 กันยาฯ
วางตลาด ศุกร์ที่ 18 กันยาฯ

- iPhone Duo
จองล่วงหน้า : เสาร์ที่ 16 ตุลาฯ
วางตลาดศุกร์ที่ 23 ตุลาฯ

🔵 คำว่า "การตลาด" ไม่ได้มีแค่ “ยิงแอด” แล้วนั่งเฝ้าฝันรอยอดขาย !แต่ละธุรกิจต้องใช้หลายเครื่องมือร่วมกัน เพราะแต่ละแบบมีห...
09/09/2026

🔵 คำว่า "การตลาด" ไม่ได้มีแค่ “ยิงแอด” แล้วนั่งเฝ้าฝันรอยอดขาย !

แต่ละธุรกิจต้องใช้หลายเครื่องมือร่วมกัน

เพราะแต่ละแบบมีหน้าที่ต่างกัน

ทั้งสร้างความเชื่อใจ เร่งการเติบโต วัดผลยอดขาย และสร้างภาพจำให้แบรนด์

สำหรับ Carousel ชุดนี้ สรุป 6 ประเภทการตลาดที่ควรรู้ ประกอบด้วย :

1. Content Marketing — ให้ความรู้ก่อน แล้วค่อยขาย
2. Growth Marketing — ลองเร็ว วัดผลเร็ว โตเร็ว
3. Performance Marketing — จ่ายเท่าไร ต้องเห็นผลลัพธ์
4. Influencer Marketing — ใช้ความน่าเชื่อถือเพื่อเพิ่มพลังการขาย
5. Brand Marketing — ทำให้คน “รู้สึก” กับแบรนด์ ไม่ใช่แค่ “เห็น”
6. Social Media Marketing — ไปอยู่ในที่ที่ผู้คนเลื่อนดูทุกวัน

ไม่มีแบบไหนดีที่สุดสำหรับทุกธุรกิจ

สิ่งสำคัญก็คือรู้ว่า “ตอนนี้แบรนด์ของเราขาดอะไร?” แล้วเลือกเครื่องมือให้ตรงเป้าหมาย
ปัดเลื่อนดูทีละภาพได้เลยครับ หรือจะแชร์เก็บไว้แล้วลองเช็กว่า ธุรกิจของคุณกำลังทำครบกี่แบบแล้ว ?


🔴 เดิมพันด้วยชีวิตมนุษย์! นักวิจัย Anthropic ลาออก แฉบริษัท AI เร่งสร้างซูเปอร์ปัญญาประดิษฐ์โดยไร้ความรับผิดชอบ ➡️ “เจคอ...
09/09/2026

🔴 เดิมพันด้วยชีวิตมนุษย์! นักวิจัย Anthropic ลาออก แฉบริษัท AI เร่งสร้างซูเปอร์ปัญญาประดิษฐ์โดยไร้ความรับผิดชอบ
➡️ “เจคอบ ค็อกซอน” อดีตนักวิจัยจาก OpenAI และ Anthropic ทิ้งเก้าอี้ พร้อมเตือนภัยคุกคามจากการเร่งพัฒนา AI ที่สามารถพัฒนาตัวเองได้ ชี้บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำกำลังเอาชีวิตมนุษย์ไปเสี่ยง
📍อ่านข่าว : อุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ต้องเผชิญกับแรงสั่นสะเทือนครั้งสำคัญ เมื่อนักวิจัยผู้เชี่ยวชาญประกาศลาออกจากบริษัทพัฒนา AI ชั้นนำอย่าง Anthropic พร้อมออกโรงเตือนถึงอันตรายของการแข่งขันที่ไร้การควบคุมและขาดความรับผิดชอบ
เจคอบ ค็อกซอน (Jacob Coxon) ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ประกาศการตัดสินใจลาออกจากบริษัท Anthropic อย่างเป็นทางการ โดยระบุถึงประสบการณ์ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ในฐานะผู้ทำงานวิจัยด้านการฝึกอบรมโมเดลเบื้องต้น (Pretraining research) ให้กับองค์กรระดับแนวหน้าทั้ง OpenAI และ Anthropic
ค็อกซอน เปิดเผยข้อมูลที่น่ากังวลว่า ทั้งสองบริษัทไม่ได้ดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบที่เพียงพอต่อสังคม
องค์กรเหล่านี้กำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือดเพื่อมุ่งหน้าไปสู่เป้าหมายในการสร้าง ซูเปอร์ปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถพัฒนาศักยภาพตัวเองได้ (Self-improving superintelligence) อย่างรวดเร็วที่สุด
สิ่งที่นักวิจัยรายนี้เน้นย้ำคือ การระบุว่าแนวทางของบริษัท AI ในปัจจุบันเปรียบเสมือนการนำชีวิตของมนุษย์ไปเป็นสิ่งเดิมพัน หรือ Gambling with our lives
คำกล่าวอ้างนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงขั้นวิกฤตที่อาจเกิดขึ้น หากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์โดยปราศจากมาตรการด้านความปลอดภัยและการควบคุมที่รัดกุม
การลาออกพร้อมคำวิจารณ์อย่างรุนแรงของบุคลากรวงในบริษัทเอไอระดับโลกในครั้งนี้ ตอกย้ำให้เห็นถึงข้อถกเถียงภายในแวดวงนักพัฒนาเทคโนโลยี ที่กำลังตั้งคำถามถึงความสมดุลระหว่างการเร่งสร้างนวัตกรรมเพื่อแย่งชิงความเป็นผู้นำในตลาด กับการปกป้องมนุษยชาติจากภัยคุกคามที่อาจตามมาจากการพัฒนา AI ที่ก้าวหน้าเกินกว่าจะควบคุมได้ในอนาคต

🟢 '8 กฎเหล็ก' ที่ Founder ทุกคนต้องรู้ !  ขาดข้อไหนไป 'แบรนด์' โตยาก หากขาด '8 กฎเหล็ก' เหล่านี้ไป คุณแทบจะไม่สามารถทำให...
08/09/2026

🟢 '8 กฎเหล็ก' ที่ Founder ทุกคนต้องรู้ ! ขาดข้อไหนไป 'แบรนด์' โตยาก
หากขาด '8 กฎเหล็ก' เหล่านี้ไป คุณแทบจะไม่สามารถทำให้แบรนด์เติบโตได้เลย

- เพราะถ้า #ไม่มีการตลาด ก็จะไม่มีใครรู้เลยว่าคุณมีตัวตนอยู่
- ถ้าไม่มีข้อพิสูจน์ ก็ไม่มีใครเชื่อว่าแบรนด์ของคุณดีจริง
- ถ้าไม่มีการทำแบรนดิ้ง แบรนด์ของคุณก็จะกลืนหายไปกับคู่แข่งจนไม่สามารถโดดเด่นขึ้นมาได้

วันนี้ เราลองมาเช็กลิสต์กันดูครับว่า องค์ประกอบสำคัญที่ทุกธุรกิจต้องมีเพื่อสร้างการเติบโต มีอะไรบ้าง :

➡️ ขาด Marketing (การตลาด) : ไม่มีใครมองเห็นคุณ
➡️ ขาด Branding (การสร้างแบรนด์) : ไม่มีใครเลือกคุณ
➡️ ขาด Design (การออกแบบ) : ไม่มีใครเชื่อถือคุณ
➡️ ขาด Content (เนื้อหา) : ไม่มีใครได้รับรู้ถึงสิ่งที่คุณอยากสื่อสาร
➡️ ขาด Distribution (ช่องทางการกระจาย) : ไม่มีใครค้นพบคุณ
➡️ ขาด Automation (ระบบอัตโนมัติ) : ธุรกิจขยายตัว (Scale) ไม่ได้
➡️ ขาด Innovation (นวัตกรรม) : คุณจะไม่มีวันโดดเด่นเหนือใคร
➡️ ขาด Proof (ข้อพิสูจน์/รีวิว) : ไม่มีใครเชื่อใจคุณ

Founder หรือ ผู้ก่อตั้งธุรกิจที่มากประสบการณ์รู้ดีครับว่า การจะขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตได้นั้น จำเป็นต้องอาศัยทุกองค์ประกอบที่กล่าวมาข้างต้น แต่ Founder มือใหม่หลายคนมักเผลอมองข้ามบางข้อไป และต้องมาเรียนรู้ผ่านบทเรียนความผิดพลาดราคาแพงในภายหลัง

แล้วแบรนด์หรือธุรกิจของคุณในตอนนี้ล่ะครับ คิดว่ากำลังขาดองค์ประกอบในข้อไหนมากที่สุด ?

ปัญหาโลกแตก.. “ทำไมโพสต์แทบตาย แต่ไม่มียอดขายสักนิดเดียว !?” โพสต์ทุกวัน - ทำคลิปแทบทุกวันยอด Like ก็มี ยอด Reach ก็ไม่ไ...
07/09/2026

ปัญหาโลกแตก.. “ทำไมโพสต์แทบตาย แต่ไม่มียอดขายสักนิดเดียว !?”
โพสต์ทุกวัน - ทำคลิปแทบทุกวัน
ยอด Like ก็มี ยอด Reach ก็ไม่ได้แย่
แต่พอเปิดดูยอดขาย...
เงียบกริบ 😅
ปัญหาอาจไม่ใช่ “คุณทำ Content น้อยเกินไป”
แต่อาจเป็นเพราะ Content ที่กำลังทำอยูนั้น..
ยังไม่ได้พาคนจาก “เห็น” ไปสู่ “ซื้อ” !
เพราะคนเห็น ≠ คนสนใจ
คนสนใจ ≠ คนเชื่อ
และคนเชื่อ ≠ พร้อมซื้อทันที
นี่เป็นจุดที่คนทำ Content เพื่อขายของมักพลาด
เราสนใจว่า...
วันนี้จะโพสต์อะไร?
ยอดวิวเท่าไหร่?
Reach ดีไหม?
คน Like เยอะหรือเปล่า?
แต่ลืมถามคำถามที่สำคัญกว่า
“Content ชิ้นนี้กำลังพาลูกค้าไปขั้นตอนไหน?”
สรุปเนื้อๆ ทางแก้เรื่องนี้ออกมาเป็น 10 ภาพ
ตั้งแต่ “ปัญหา” ที่คนขายออนไลน์เจอบ่อย ไปจนถึงวิธีเปลี่ยน Content ให้ช่วยสร้างยอดขายได้จริง
ทุกวันนี้ตัวแอดมินก็พิสูจน์มาแล้วว่าทำได้จริง ส่งผลให้ปัจจุบันยอดคลิก-ยอดซื้อใน Shopee Affiliates ค่าคอมมิชชั่นขยับจริง !
👉 ลองเลื่อนดูทีละภาพนะครับ
แล้วใช้เป็นเหมือน “ไกด์ไลน์” ดูว่า “Content” ของเราตอนนี้กำลังทำหน้าที่แค่ “โพสต์ส่งไปวันๆ แค่ให้มีอะไรลงไปในแต่ละวัน”
หรือเรากำลังจะวางกลยุทธ์ปั้น Conversions..​ “สร้างเส้นทางให้คนตัดสินใจซื้อ!”
ถ้าเป็นคนทำเพจ , Creator , เจ้าของธุรกิจ หรือขายของออนไลน์
เซฟและแชร์ข้อมูลชุดนี้ไว้ใช้เป็นเช็กลิสต์แนวทางปั้น Content ได้เลย เชื่อว่ามีประโยชน์แน่นอนครับ

Social Media | Marketing | Creator | Business
ติดต่อโฆษณาแอดไลน์ไอดี : wansaowansao

ไทยเตรียมกติกา “ดาต้าเซ็นเตอร์” ใหม่ จับตาการลงทุนกับต้นทุนน้ำ–ไฟการประชุมคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ล...
06/09/2026

ไทยเตรียมกติกา “ดาต้าเซ็นเตอร์” ใหม่ จับตาการลงทุนกับต้นทุนน้ำ–ไฟ
การประชุมคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ล่าสุดที่ผ่านมา พิจารณาจัดตั้งอนุกรรมการ 4 ด้าน ได้แก่ เศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน ที่ตั้งและผังเมือง และสิ่งแวดล้อม ตามข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ BDE
ที่ประชุมให้ชะลอโครงการที่กำลังก่อสร้างและอยู่ระหว่างขออนุญาตรวม 166 โครงการชั่วคราว เพื่อรอหลักเกณฑ์ใหม่ พร้อมเร่งจัดทำมาตรฐานกลางภายในหนึ่งเดือน
รายงานระบุว่า แนวทางที่กำลังพิจารณาครอบคลุมการใช้น้ำและไฟฟ้า ความเหมาะสมของพื้นที่ และผลกระทบต่อชุมชน โดยรัฐบาลยืนยันว่าจะเดินหน้ารับการลงทุนควบคู่กับการกำกับให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศ
คุณอยากให้กติกาดาต้าเซ็นเตอร์ให้ความสำคัญกับเรื่องใดมากที่สุด—การจ้างงานคนไทย การใช้น้ำและไฟ หรือผลกระทบต่อชุมชน?

DEPA เผยมูลค่าอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยปี 68 ทะลุ 5.3 หมื่นล้านบาท ชี้คาแรกเตอร์โตพุ่ง 31% เร่งผลักดัน IP ไทยชิงส่วนแ...
06/09/2026

DEPA เผยมูลค่าอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยปี 68 ทะลุ 5.3 หมื่นล้านบาท ชี้คาแรกเตอร์โตพุ่ง 31% เร่งผลักดัน IP ไทยชิงส่วนแบ่งตลาด
Keypoints

1. มูลค่ารวมอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยปี 2568 อยู่ที่ 53,417 ล้านบาท ขยายตัว 6% โดยอุตสาหกรรมคาแรกเตอร์และอีสปอร์ตมีอัตราการเติบโตสูงที่สุด

2. โครงสร้างรายได้ยังน่าเป็นห่วง เนื่องจากมูลค่า 78% เป็นการนำเข้าคอนเทนต์จากต่างประเทศ และผู้ประกอบการไทยยังขาดแคลนทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ของตนเอง

3. และพันธมิตรเสนอแนวทางแก้ปัญหา โดยมุ่งเน้นการปั้น IP ของคนไทย และผลักดันมาตรการทางภาษีเพื่อดึงดูดให้แพลตฟอร์มต่างชาติเข้ามาจดทะเบียนสร้างรายได้ในไทย
📌สรุปรายละเอียดและแนวโน้มอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยล่าสุด ข้อมูลปี 2568
ภาพรวมและการเติบโต
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ร่วมกับพันธมิตรสมาคมต่างๆ แถลงผลสำรวจอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยปี 2568 พบว่ามีมูลค่ารวม 53,417 ล้านบาท เติบโต 6% จากปีก่อนหน้า และคาดการณ์ว่าจะขยายตัวต่อเนื่องแตะ 63,168 ล้านบาทในปี 2571 ปัจจัยหนุนหลักมาจากการบริโภคในประเทศที่ขยายตัว โดยเฉพาะกลุ่มอาร์ตทอยและเกมพีซี
ความท้าทายเรื่องส่วนแบ่งการตลาด
แม้ภาพรวมจะเติบโต แต่พบว่าเม็ดเงินส่วนใหญ่ถึง 41,735 ล้านบาท (78% ของตลาดรวม) เป็นการนำเข้าคอนเทนต์จากต่างประเทศ ขณะที่การส่งออกของไทยหดตัวลง 22%
ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ depa ชี้ว่า โจทย์ใหญ่คือการทำให้ผู้ประกอบการไทยได้ส่วนแบ่งจากตลาดที่เติบโตนี้มากขึ้น โดยต้องเร่งสร้าง “ทรัพย์สินทางปัญญา” (IP) ของตนเองแทนการเป็นเพียงผู้รับจ้างผลิต

📍 เจาะลึก 5 สาขาอุตสาหกรรมหลัก

➡️อุตสาหกรรมเกม: มีมูลค่าสูงสุดที่ 37,014 ล้านบาท เติบโต 3% โดยเกมพีซีทำสถิติยอดขายสูงสุดใหม่ อย่างไรก็ตาม 98% ของมูลค่ายังมาจากการนำเข้าคอนเทนต์จากต่างประเทศ

➡️ อุตสาหกรรมคาแรกเตอร์: เติบโตแรงสุดต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ด้วยมูลค่า 9,487 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% ตามกระแสอาร์ตทอย กล่องสุ่ม และธุรกิจมาสคอต แต่ปัญหาคือเจ้าของ IP ชาวไทยกลับได้ส่วนแบ่งเพียง 1.2% ของมูลค่าอุตสาหกรรมสาขานี้

➡️ อุตสาหกรรมอีสปอร์ต: มีมูลค่า 614 ล้านบาท เติบโต 16% ขับเคลื่อนโดยเกมบนมือถือเป็นหลัก แต่รายได้ส่วนใหญ่ยังคงไหลกลับไปสู่ผู้ให้บริการและเจ้าของเกมต่างประเทศ

➡️อุตสาหกรรมแอนิเมชัน: มีมูลค่า 3,150 ล้านบาท หดตัว 8% ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เนื่องจากสูญเสียงานรับจ้างผลิตให้คู่แข่งอย่างเวียดนามและฟิลิปปินส์ รวมถึงถูก AI ทดแทนงานพื้นฐาน แต่งานแอนิเมชัน 2 มิติยังขยายตัวได้ดีที่สุดในรอบ 5 ปี

➡️อุตสาหกรรมหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-book): มีมูลค่า 3,766 ล้านบาท หดตัว 5% เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี สาเหตุหลักมาจากการแข่งขันด้านราคาของคอนเทนต์แปลนำเข้า และผู้ใช้งานย้ายไปแพลตฟอร์มต่างประเทศ แม้พฤติกรรมการอ่านของคนไทยตามงานสัปดาห์หนังสือจะยังคงแข็งแกร่งก็ตาม
📍แนวทางแก้ไขในอนาคต

ในช่วงท้ายของการแถลง ผู้ทรงคุณวุฒิในวงการได้เสนอ 3 แนวทางหลักเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมให้ยั่งยืน ได้แก่

➡️การสร้างความชัดเจนด้านสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อดึงแพลตฟอร์มกลับมาจดทะเบียนในประเทศ
➡️การเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการไทยสู่การเจรจาธุรกิจในระดับสากล
➡️และการปรับปรุงระบบสำรวจให้ครอบคลุมรูปแบบรายได้ใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไป

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ IZocialผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง IZocial:

ทางลัด

แชร์