O2O Forum สื่อธุรกิจ O2O มุ่งเน้นการเชื่อมโยงระหว่างธุรกิจ กับ ธุรกิจ (B2B) O2OESG มุ่งสู่การสนับสนุนธุรกิจยั่งยืน

18/06/2025

@ผู้ติดตาม เวทีผู้นำความยั่งยืน ด้านการร่วมฟื้นฟูสภาพภูมิอากาศ ณ องค์การสหประชาชาติ ประจำปี 2568 (ภาษาไทย) จัดโดย AFMA (UN, FAO) และ Sustainism Initiatives (stnsm.org) องค์การระหว่างประเทศ ระดับรัฐบาล ร่วมกับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อม

ขอขอบคุณ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม ที่ร่วมขับเคลื่อนกับ O2OESG

ต้องการเข้าร่วมเพื่อนำเสนอผลงานด้านการร่วมฟื้นฟูสภาพภูมิอากาศ
สำหรับประเทศไทย โปรดติดต่อ คุณพรพจน์ เชาว์วิรกิจ (O2OESG)

+66970344225
หรือ [email protected]

 #กดเพื่อชม เวทีผู้นำความยั่งยืน ด้านการร่วมฟื้นฟูสภาพภูมิอากาศ ณ องค์การสหประชาชาติ ประจำปี 2568 (ภาษาไทย) จัดโดย AFMA ...
18/06/2025

#กดเพื่อชม เวทีผู้นำความยั่งยืน ด้านการร่วมฟื้นฟูสภาพภูมิอากาศ ณ องค์การสหประชาชาติ ประจำปี 2568 (ภาษาไทย) จัดโดย AFMA (UN, FAO) และ Sustainism Initiatives (stnsm.org) องค์การระหว่างประเทศ ระดับรัฐบาล ร่วมกับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อม

ขอขอบคุณ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม ที่ร่วมขับเคลื่อนกับ O2OESG

ต้องการเข้าร่วมเพื่อนำเสนอผลงานด้านการร่วมฟื้นฟูสภาพภูมิอากาศ
สำหรับประเทศไทย โปรดติดต่อ คุณพรพจน์ เชาว์วิรกิจ (O2OESG)

+66970344225
หรือ [email protected]

เวทีผู้นำความยั่งยืน ด้านการร่วมฟื้นฟูสภาพภูมิอากาศ ณ องค์การสหประชาชาติ ประจำปี 2568 (ภาษาไทย) จัดโดย AFMA (UN, FAO) แ....

มานับถอยหลังกันครับ!!! @ผู้ติดตาม หากต้องการเข้าร่วมเพื่อนำเสนอผลงานในการฟื้นฟูสภาพภูมิอากาศ ณ องค์การสหประชาชาติโปรดประ...
28/05/2025

มานับถอยหลังกันครับ!!! @ผู้ติดตาม
หากต้องการเข้าร่วมเพื่อนำเสนอผลงานในการฟื้นฟูสภาพภูมิอากาศ ณ องค์การสหประชาชาติ

โปรดประสานขอข้อมูลได้ที่ คุณพรพจน์ เชาว์วิรกิจ
ที่เบอร์ 0970344225 ครับ

ในตลาด ESG B2B ผู้ชนะไม่ใช่คนที่มีของดีที่สุด แต่คือคนที่มี “ความน่าเชื่อถือ” มากที่สุด ก่อนจะเริ่มขายสินค้า ESG หรือโซล...
30/04/2025

ในตลาด ESG B2B ผู้ชนะไม่ใช่คนที่มีของดีที่สุด แต่คือคนที่มี “ความน่าเชื่อถือ” มากที่สุด ก่อนจะเริ่มขายสินค้า ESG หรือโซลูชันใด ๆ สิ่งแรกที่ต้องทำคือ “เข้าให้ถูกวง”

การเปิดเกมต้องอาศัย Connection ที่องค์กรไว้วางใจ ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายระดับโลกอย่าง GRI, CDP หรือ Sustainism Initiative (stnsm.org) การที่คุณอยู่ในวงความร่วมมือที่เป็นที่ยอมรับ คือการส่งสัญญาณว่า “คุณผ่านการกลั่นกรองเบื้องต้นแล้ว”

แต่ Connection เพียงอย่างเดียวไม่พอ ถ้าทีมของคุณแก้ปัญหาไม่เป็น
องค์กรที่ปิดการขายได้ใน ESG B2B มักมีทีมงานที่เข้าใจมาตรฐานสากล (เช่น IFRS S2, TNFD) สามารถ customize solution ตามโมเดลธุรกิจของลูกค้า และยืนยันผลลัพธ์ผ่าน Proof of Concept (POC) ที่วัดผลได้จริง — ไม่ใช่แค่รายงาน PowerPoint

สุดท้าย ผู้ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงจริงเท่านั้นที่จะยั่งยืนในเกมนี้
ESG B2B ไม่ใช่แค่การขาย “เครื่องมือจัดการ” แต่คือการเปลี่ยนระบบคิดของทั้งองค์กรและห่วงโซ่ธุรกิจ ผู้เล่นที่มี “ของจริง” บวก “เครือข่ายจริง” จึงเป็นคนที่ไม่แค่ชนะดีล แต่ชนะทั้งอุตสาหกรรมในระยะยาว

ขอแสดงความยินดีกับ ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก    #อบก
29/04/2025

ขอแสดงความยินดีกับ ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก #อบก

งานวิจัยล่าสุดจาก World Economic Forum, McKinsey และ UN ESCAP ยืนยันว่า ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก องค์กรธุรกิจขนาดใหญ่กำลัง...
29/04/2025

งานวิจัยล่าสุดจาก World Economic Forum, McKinsey และ UN ESCAP ยืนยันว่า ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก องค์กรธุรกิจขนาดใหญ่กำลังปรับเกณฑ์การเลือกพันธมิตรใหม่ โดยให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการที่มีมาตรฐานด้าน ESG (Environmental, Social, and Governance) อย่างชัดเจนและตรวจสอบได้ เพื่อรองรับแรงกดดันจากตลาดทุน ผู้ถือหุ้น และพันธมิตรสากล

จากกรณีศึกษาของประเทศชั้นนำ เช่น ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และออสเตรเลีย พบว่า ผู้ประกอบการที่สามารถก้าวเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานขององค์กรขนาดใหญ่ได้สำเร็จ ล้วนมีลักษณะร่วม 3 ประการ คือ

1.การได้รับการรับรองมาตรฐาน ESG หรือสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นทางการ
2.การนำเสนอผลลัพธ์ที่วัดผลได้จริง (Measurable Outcomes)
3.การเชื่อมโยงกับเครือข่ายพันธมิตรนานาชาติที่ได้รับการยอมรับ

สำหรับ SME ที่ต้องการขยายโอกาสสู่ตลาด B2B กับองค์กรระดับประเทศและระดับโลก การสร้างความพร้อมใน 3 ด้านดังกล่าวจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นเงื่อนไขที่จำเป็น การยกระดับมาตรฐาน ESG ของธุรกิจจึงเปรียบเสมือน "ใบเบิกทาง" ที่จะทำให้องค์กรของท่านกลายเป็นพันธมิตรที่ภาคธุรกิจรายใหญ่ไว้วางใจได้อย่างแท้จริง

เข้าร่วมกับเราที่ O2O Forum x Sustainism : ESG Top Leaders Road to 2030

ประเทศไทยกำลังผลักดันบทบาทสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสีเขียวและการลงทุนอย่างยั่งยืนของอาเซียน โดยเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจที่...
03/04/2025

ประเทศไทยกำลังผลักดันบทบาทสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสีเขียวและการลงทุนอย่างยั่งยืนของอาเซียน โดยเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและสังคม ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน การพัฒนาเทคโนโลยีสะอาด และการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่สนับสนุนความยั่งยืน ประเทศไทยยังเปิดรับการลงทุนสีเขียวจากต่างประเทศ พร้อมทั้งส่งเสริมความร่วมมือระดับภูมิภาคเพื่อขับเคลื่อนอาเซียนสู่อนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาว (ภาษาอังกฤษ)

Discover how Thailand is emerging as ASEAN’s hub for green economy and sustainable investment. Explore the future of smart, green growth.

@ผู้ติดตาม การเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนจะมีบทบาทและสำคัญมากขึ้น พวกเราและ     ขอสนับสนุนทุกองค์กรที่มุ่งสู่ความยั่งยืนครั...
10/03/2025

@ผู้ติดตาม การเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนจะมีบทบาทและสำคัญมากขึ้น พวกเราและ ขอสนับสนุนทุกองค์กรที่มุ่งสู่ความยั่งยืนครับ บรรถไฟฟ้า BTS ครับ

สำหรับบริษัทมหาชนฯ ที่ต้องการเข้าร่วม โปรดติดต่อ คุณพรพจน์ เชาว์วิรกิจ ที่เบอร์ 0970344225 ครับ

O2O Forum

ครั้งแรก!!! ของการชวนกันมาคุยเรื่องความยั่งยืนทางธุรกิจ ในมิติของ ESG ระหว่าง Trick of the Trade กับ O2O Forum พวกเราหวั...
25/02/2025

ครั้งแรก!!! ของการชวนกันมาคุยเรื่องความยั่งยืนทางธุรกิจ ในมิติของ ESG ระหว่าง Trick of the Trade กับ O2O Forum พวกเราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนองค์กรธุรกิจสู่ความยั่งยืน พบกันนะครับ ในวันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ คุยกันสั้นๆ ครึ่งชั่วโมง เริ่ม 11.00 น. ครับ

@ผู้ติดตาม ขอบคุณครับ

ลำบากแล้ว!! ถ้าองค์กรยังตีความว่า ความยั่งยืน "Sustainability" คือ เรื่องการปล่อยคาร์บอน เช่น ต้นไม้ต้องเยอะขึ้น โรงงานต...
02/02/2025

ลำบากแล้ว!!
ถ้าองค์กรยังตีความว่า ความยั่งยืน "Sustainability" คือ เรื่องการปล่อยคาร์บอน เช่น ต้นไม้ต้องเยอะขึ้น โรงงานต้องปล่อย CO₂ ให้น้อยลง ขับรถ EV คือทางรอดของโลก ถูก!! แต่ไม่ใช่ทั้งหมดของเรื่องนี้

อย่าหลงทางในภวังค์คาร์บอน
อย่าหลงทางในภวังค์คาร์บอน
อย่าหลงทางในภวังค์คาร์บอน
ย้ำ!! ESG ไม่ใช่เพียงเรื่องคาร์บอน

ผู้นำประเทศมหาอำนาจบางคนพยายามแสดงท่าทีว่า "เรื่องคาร์บอนไม่สำคัญเท่าธุรกิจน้ำมัน" เหมือนเป็นการส่งสัญญาณไปยังทั่วโลกว่า "เราไม่สนใจเรื่องความยั่งยืนแล้ว"

แต่จริงๆแล้ว!! ในทางกลับกัน
กำแพง ESG ของพวกเขาที่มีต่อพวกเรา
ไม่เคยลดลงเลย

การกีดกันทางการค้าในระดับนานาชาติ ส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากเรื่องคาร์บอน แต่มาจากเรื่องอื่นที่จับต้องได้มากกว่า เช่น การละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือการทุจริตในธุรกิจ ซึ่งทำให้เห็นชัดว่า ESG มีมากกว่าแค่เรื่องของสิ่งแวดล้อม

ลองดูตัวอย่างของการคว่ำบาตร หรือ ข้อพิพาททางการค้าระดับโลก ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะบริษัทปล่อยคาร์บอนเยอะ แต่เกิดจากเรื่องที่จับต้องได้ เช่น

Marine Mammal Protection Act (MMPA) - สหรัฐอเมริกา
ห้ามนำเข้าสินค้าประมงจากประเทศที่ใช้วิธีทำประมงที่ส่งผลกระทบต่อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเล เช่น โลมาและวาฬ มีผลต่ออุตสาหกรรมประมงทั่วโลก เพราะหากประเทศใดไม่มีมาตรการป้องกันสัตว์น้ำเลี้ยงลูกด้วยนมในการทำประมง สินค้าจากประเทศนั้นจะถูกแบนจากตลาดสหรัฐฯ

Modern Slavery Act - สหราชอาณาจักรและออสเตรเลีย
บังคับให้บริษัทที่มีรายได้เกินเกณฑ์ที่กำหนด ต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับห่วงโซ่อุปทานของตนเอง เพื่อพิสูจน์ว่า ไม่มีการใช้แรงงานทาสหรือแรงงานบังคับ มีผลต่อธุรกิจแฟชั่น อุตสาหกรรมการผลิต และสินค้าเกษตร ที่ต้องตรวจสอบแหล่งที่มาของแรงงาน

EU Corporate Sustainability Reporting Directive (CSRD)
บังคับให้บริษัทขนาดใหญ่ที่ดำเนินธุรกิจในสหภาพยุโรป ต้องรายงานข้อมูลด้าน ESG อย่างละเอียด รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยคาร์บอน แรงงาน และธรรมาภิบาล

ตรงกันข้าม!! บริษัทที่ปล่อยคาร์บอนสูงกลับยังสามารถทำธุรกิจได้ตามปกติ กองทุนระดับโลกหลายแห่งถึงกับถือหุ้นในบริษัทพลังงานฟอสซิล แม้จะมีการประกาศว่าจะเป็น Net Zero ภายในปี 2050 แต่การลงทุนในธุรกิจน้ำมันยังคงดำเนินต่อไป

ESG ไม่ใช่แค่เรื่อง "สิ่งแวดล้อม"
แต่รวมถึงสิทธิแรงงาน และ ความโปร่งใส
ยิ่งทำงานกับ องค์การระหว่างประเทศระดับรัฐบาล ที่ทำเรื่องความยั่งยืนสากลมากขึ้น ก็เห็นมิติความเข้าใจผิดของการตีความ ที่นำไปสู่การหลงทาง และ Greenwashing ได้มากขึ้น หวังว่าบทความใดๆหลังจากนี้จะช่วยทำหน้าที่เป็นแนวทาง ให้เราเข้าใจนิยามคำว่ายั่งยืนได้มากขึ้น

Great Smog of Thailandวิกฤตฝุ่น PM 2.5 กับความรับผิดชอบร่วมของทุกคนเชื่อมโยงอดีตลอนดอนกับปัจจุบันในไทยปัญหาฝุ่น PM 2.5 ใ...
26/01/2025

Great Smog of Thailand
วิกฤตฝุ่น PM 2.5 กับความรับผิดชอบร่วมของทุกคน

เชื่อมโยงอดีตลอนดอนกับปัจจุบันในไทย
ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในไทยสะท้อนวิกฤตการณ์ Great Smog of London ปี 1952 ซึ่งเกิดจากการเผาถ่านหินคุณภาพต่ำปลดปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO₂) และเขม่าฝุ่นสะสมในชั้นบรรยากาศ ทำให้เกิดหมอกพิษที่คร่าชีวิตผู้คนกว่าหลายหมื่นคน ทั้งในช่วงเกิดเหตุและระยะยาว บทเรียนสำคัญนี้ทำให้อังกฤษตื่นตัว ออกกฎหมาย Clean Air Act 1956 เพื่อควบคุมการปล่อยมลพิษจากอุตสาหกรรมและเชื้อเพลิง ในทางกลับกัน ประเทศไทยกำลังเผชิญ “Great Smog of Thailand” จากการเผาไหม้ที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม การคมนาคม และอุตสาหกรรมอย่างจงใจ และดูเหมือนปัญหานี้ยังไม่ได้รับการแก้ไขที่ต้นตอ

PM 2.5 เป็นฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ไม่สามารถมองเห็นได้ แต่สามารถแทรกซึมเข้าไปในระบบทางเดินหายใจและกระแสเลือดของเรา อนุภาคเหล่านี้มาจากการเผาไหม้ทั้งในภาคอุตสาหกรรมและการเกษตร เช่น การเผาไร่อ้อยและข้าวโพด รวมถึงการปล่อยไอเสียจากรถยนต์และโรงงาน ฝุ่นละอองเหล่านี้เชื่อมโยงกับโรคร้ายแรง เช่น หัวใจวาย มะเร็งปอด และโรคหลอดเลือดสมอง (Cohen et al., 2017) และที่น่ากังวลคือ เราทุกคนล้วนมีส่วนในวงจรมลพิษนี้ ไม่ว่าจะจากการเดินทาง การใช้พลังงาน หรือวิถีการบริโภค

กรณีลอนดอนและสิงคโปร์พิสูจน์ว่า การแก้ไขปัญหามลพิษอย่างยั่งยืนต้องเริ่มจาก “กฎหมายที่บังคับใช้ได้จริง” อังกฤษมี Clean Air Act ในปี 1956 ขณะที่สิงคโปร์มีกฎหมาย Transboundary Haze Pollution Act 2014 เพื่อลงโทษผู้ก่อมลพิษข้ามพรมแดน ไทยเองมีความพยายามรณรงค์ “งดเผา” ในภาคเกษตรกรรม แต่กลับไร้การบังคับใช้อย่างจริงจัง ทั้งยังขาดแรงจูงใจให้เกษตรกรเปลี่ยนวิธีการเก็บเกี่ยว ยิ่งไปกว่านั้น กฎหมายควบคุมการปล่อยมลพิษจากอุตสาหกรรมและยานพาหนะยังไม่เข้มงวดพอ

คำถามสำคัญคือ ประชาชนอย่างเรามองเห็นความสำคัญของกฎหมายที่ส่งเสริมความยั่งยืนแล้วหรือยัง? เราเข้าใจหรือไม่ว่า มาตรการควบคุมมลพิษที่เข้มงวดอาจช่วยรักษาคุณภาพชีวิตของเราเอง รวมถึงคนรุ่นหลัง? หากไม่มีแรงกดดันจากประชาชน รัฐบาลและภาคธุรกิจจะไม่มีแรงผลักดันเพียงพอที่จะออกมาตรการที่กล้าหาญ เช่น การบังคับใช้เขตปลอดการเผา การส่งเสริมพลังงานสะอาด หรือการเพิ่มภาษีสำหรับอุตสาหกรรมที่ก่อมลพิษ

“Great Smog of Thailand” ไม่ใช่เพียงวิกฤตฝุ่นในวันนี้ แต่มันคือสัญญาณเตือนว่า เรากำลังทำซ้ำประวัติศาสตร์ที่เจ็บปวดของลอนดอน หากเราไม่เริ่มต้นแก้ไขอย่างจริงจัง ฝุ่น PM 2.5 จะยังคงกัดกินชีวิตและสุขภาพของคนไทยทุกคน การแก้ปัญหานี้ไม่ได้อยู่ที่ภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่มันต้องการพลังจากทุกคนที่ร่วมผลักดันกฎหมายส่งเสริมความยั่งยืนและการบังคับใช้ที่เข้มงวด

การแก้ปัญหา PM 2.5 อย่างยั่งยืนในภาค ธุรกิจเกษตร อุตสาหกรรม พลังงาน และ คมนาคม จำเป็นต้องปรับตัวตามหลัก ESG (Environmental, Social, and Governance) อย่างครอบคลุม โดยในด้าน Environmental ธุรกิจเกษตรควรส่งเสริมการเก็บเกี่ยวโดยไม่ใช้การเผา ขณะที่อุตสาหกรรมต้องลงทุนในเทคโนโลยีสะอาดเพื่อลดการปล่อยมลพิษ และ ภาคพลังงานควรเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน ส่วนคมนาคมต้องผลักดันการใช้ยานพาหนะไฟฟ้าและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับพลังงานสะอาด ในด้าน Social ภาคธุรกิจต้องสนับสนุนการอบรมและให้ความรู้กับเกษตรกร พนักงาน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเกี่ยวกับผลกระทบของมลพิษ และในด้าน Governance บริษัทต้องรายงานการปล่อยมลพิษอย่างโปร่งใส พร้อมตั้งเป้าหมายลดการปล่อยมลพิษที่ชัดเจนและปฏิบัติตามมาตรฐานสากล เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

Great Smog of London ทำให้อังกฤษตระหนักและเปลี่ยนแปลงจนกลายเป็นผู้นำด้านคุณภาพอากาศ สิงคโปร์แก้ปัญหาฝุ่นข้ามพรมแดนด้วยมาตรการที่เข้มงวดและมีประสิทธิภาพ คำถามคือ ประเทศไทยจะปล่อยให้ Great Smog of Thailand เป็นเพียงประวัติศาสตร์ที่ซ้ำรอย หรือจะใช้มันเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงสู่ความยั่งยืน?

คำตอบนั้นอยู่ที่ทุกคน ไม่ใช่แค่รัฐบาลหรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง ประชาชนอย่างพวกเราต้องออกมาส่งเสียงเรียกร้องและผลักดันให้เกิดกฎหมายเพื่อปกป้องชีวิตของพวกเรา จากอากาศพิษตั้งแต่นี้ในปัจจุบันและอนาคต หากคุณเห็นด้วย โปรดพิมพ์ “เห็นด้วย” ใต้คอมเม้นต์

ขอบคุณภาพจาก https://www.yourweather.co.uk/

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ O2O Forumผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง O2O Forum:

แชร์