01/03/2026
รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ ประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลว่า ยังไม่ถึงขั้นสงครามเต็มรูปแบบ เนื่องจากเป็นการโจมตีทางอากาศเป็นหลัก และยังไม่มีการรบภาคพื้นดินขนาดใหญ่
อย่างไรก็ตาม ความสูญเสียมีสูง โดยมีรายงานว่าผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี และครอบครัวเสียชีวิตตั้งแต่ช่วงแรกของการโจมตี ทำให้อิหร่านต้องปรับระบบการบังคับบัญชา
ขณะเดียวกัน อิหร่านได้โจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางหลายแห่ง ซึ่งสหรัฐอเมริกามีฐานทัพประมาณ 15 แห่ง และกำลังพลประมาณ 40,000–50,000 นาย ทำให้การสู้รบมีแนวโน้มยืดเยื้อ แม้ผู้นำระดับสูงจะเสียชีวิตแล้ว
รศ.ดร.ปณิธาน มองว่าในส่วนของอิหร่าน แม้ตอนนี้ผู้นำทางการเมืองและทหารเสียชีวิต แต่อิหร่านยังมีระบบผู้นำทดแทนผ่านโครงสร้างกองทัพสองส่วน คือ กองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม และกองทัพแห่งชาติ จึงยังสามารถตอบโต้ได้
โดยอิหร่านอาจเพิ่มแรงกดดันต่อสหรัฐฯ ผ่านการโจมตีฐานทัพหรือพันธมิตร เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง เพราะหากสหรัฐมีการสูญเสียเยอะขึ้น ก็จะไม่เป็นผลดีกับ “โดนัลด์ ทรัมป์” ซึ่งต้องเข้าสู่การเลือกตั้งกลางเทอมภายในปลายปีนี้ แต่หากสหรัฐฯ ชนะและได้เปรียบ ก็จะได้คะแนนเสียงภายในประเทศด้วย เรื่องนี้จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ซับซ้อน
จุดหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้ อาจารย์ปณิธานบอกว่า คือ แม้ตอนนี้อิหร่าน ไม่มีผู้นำสูงสุด แต่ยังตอบโต้ได้รวดเร็ว ทำให้เห็นว่าอิหร่านมีความพร้อมสูง อีกทั้งยังมีศักยภาพ สามารถปิดอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญ มีการซ้อมรบเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมากับรัสเซีย รวมถึงมีการวางทุ่นระเบิด
แต่ทั้งนี้ ปัจจุบันก็ยังไม่มีสัญญาณของจีน และรัสเซียที่จะเข้าร่วมรบ หากจีนและรัสเซียจะเข้ามาช่วยอิหร่านในการรบ ก็คงจะมาตั้งนานแล้ว ถ้ามาตอนนี้ก็ค่อนข้างที่จะสายไป แสดงว่าทั้งสองประเทศตัดสินใจแล้วว่า จะไม่มาในจังหวะนี้
สำหรับเป้าหมายของอิสราเอล มองว่าต้องการทั้งความมั่นคงของตนเอง และการหยุดยั้งโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน แม้การโจมตีบางครั้งถูกตั้งคำถามว่าอาจละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ขณะที่อิหร่านยังคงพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ และขีปนาวุธซึ่งสร้างความกังวลต่อประเทศในภูมิภาค และความล้มเหลวของการเจรจา ที่ผู้นำอิหร่าน เชื่อมั่นจิตวิญญาณของหลักศาสนาและความถูกต้อง จึงไม่ยอมเจรจาอะไรเป็นพิเศษ ทำให้การเผชิญหน้ารุนแรงขึ้น
รศ.ดร.ปณิธาน ระบุอีกว่า หากอิหร่านล้มลงและมีรัฐบาลใหม่ที่เป็นมิตรกับสหรัฐฯ ดุลอำนาจตะวันออกกลางจะเปลี่ยนไปอย่างมาก โดยสหรัฐฯ และอิสราเอลจะมีอิทธิพลเพิ่มขึ้น แต่ก็อาจสร้างความไม่พอใจในหมู่ชาวอาหรับและชาวปาเลสไตน์ และอาจนำไปสู่ความขัดแย้งระยะยาว หากไม่เกิดสมดุลอำนาจใหม่ที่เหมาะสม
ส่วนด้านเศรษฐกิจโลก ระยะสั้นจะเกิดความผันผวนของราคาน้ำมัน ราคาทองคำ การเดินทางเพราะน่านฟ้าปิดไว้หมดแล้ว และเส้นทางขนส่งสินค้า โดยผลกระทบระยะกลางจะขึ้นอยู่กับการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ของอิหร่าน และการกลับเข้าสู่การเจรจา
ส่วนประเทศไทย อาจได้รับผลกระทบโดยตรงจากแรงงานไทยหลายหมื่นคนในพื้นที่สู้รบ โดยทางการไทยมีการเตรียมการดีขึ้น จากประสบการณ์ในอดีต โดยไทยควรวางตัวเป็นกลางเนื่องจากมีความสัมพันธ์ที่ดีกับทุกฝ่าย พร้อมเรียกร้องให้ยุติความรุนแรง กลับเข้าสู่การเจรจา และเตรียมรับมือผลกระทบด้านเศรษฐกิจและพลังงานภายในประเทศ
#ปณิธานวัฒนายากร #อิหร่าน #อิสราเอล #อิหร่านอิสราเอล #ความขัดแย้งตะวันออกกลาง #ผลกระทบเศรษฐกิจ #เรื่องข่าวเรื่องใหญ่