Nation STORY Where your voice matters.

ติดต่อโฆษณา
พฤศจิกา ปิ่นแก้ว(ฝ้าย)
อีเมล: [email protected]
โทร 065 536 4661

Where your voice matters.

บริษัท เนชั่นทีวี จำกัด
1854 ถนนเทพรัตน แขวงบางนาใต้ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260

13/04/2026

เปิดปิดปั๊ม 4 ทุ่ม-ตี 5 ลำบากเกินไป เปิดตลอด 24 ชั่วโมงถูกต้องแล้ว | Where your voice matters.
#เติมน้ำมัน #ราคาน้ำมัน #ไรเดอร์ #มาตรการรัฐ

OPINION: “หน้าจอ” ขโมยสุขภาพ “ผู้สูงวัย”! ไถคลิปสั้น แถมโรคร้าย?ช่วงวันหยุดสงกรานต์ เราได้มีโอกาสพักผ่อนกับครอบครัวกันเต...
13/04/2026

OPINION: “หน้าจอ” ขโมยสุขภาพ “ผู้สูงวัย”! ไถคลิปสั้น แถมโรคร้าย?
ช่วงวันหยุดสงกรานต์ เราได้มีโอกาสพักผ่อนกับครอบครัวกันเต็มที่เลยนะคะ ส่วนถ้าใครผ่านมาอ่านบทความนี้ พลอยอยากให้ทุกคนใส่ใจ “ผู้สูงวัย” ในบ้านเพิ่มขึ้นอีกสักนิด!
เพราะ “หน้าจอ”…กำลังทำร้ายพ่อๆ แม่ๆ ลุงป้าน้าอา ที่เรารักโดยที่เราไม่รู้ตัว! เมื่อก่อนเราสอนพวกเขาใช้สมาร์ทโฟน เพราะอยากให้ทันโลก ใช้ชีวิตสะดวกขึ้น แต่วันนี้…หลายบ้านกลับต้องเจอกับอีกด้านหนึ่ง เมื่อพวกเขาเริ่ม “วางมือถือไม่ลง”!
ไถคลิปสั้นจนดึก ดูไลฟ์แล้วเผลอซื้อของ ดูละครสั้นจนลืมเวลา บางคน…ใช้เงินเก็บทั้งชีวิตไปกับสิ่งที่ไม่จำเป็น
มือถือ…จากเครื่องมือ กลายเป็น “กรงดิจิทัล” ที่ค่อยๆ ล็อกชีวิตเขาไว้
สิ่งแรกที่เสียไป คือ “สุขภาพ”
ผู้สูงอายุ ร่างกายไม่ได้แข็งแรงเหมือนเดิมอยู่แล้ว สายตาเริ่มเสื่อม คอและกระดูกเปราะบาง แต่การก้มจอมือถือเป็นเวลานาน ทำให้เกิดปัญหาตามมา เช่น ต้อหิน โรคที่ความดันในตาสูง อาจทำให้ตาบอด ตาแห้ง หมอนรองกระดูกคอเสื่อม
เคสในบทความสุขภาพจากจีนนี้ เล่าถึงคุณลุงที่ชอบเล่นมือถือใต้ผ้าห่มตอนกลางคืน สุดท้ายเป็น “ต้อหินเฉียบพลัน” เกือบมองไม่เห็น บางคนแค่นั่งดูคลิปนานๆ ก็มีอาการชามือ จับช้อนไม่ได้ เพราะเส้นประสาทถูกกดทับ และที่หลายคนมองข้ามคือ “การนอนดึก” ค่ะ ทำให้ความดันขึ้น เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด
นี่ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลยค่ะ…แต่มันคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงทุกวันในโรงพยาบาล แต่...สิ่งที่น่ากลัวกว่า คือ “ความเหงาที่ถูกซ่อนอยู่ลึกๆ”
ผู้สูงอายุหลายคน…ไม่ได้ติดมือถือเพราะอยากติด แต่เพราะเพื่อนน้อยลง ลูกหลานไม่ค่อยมีเวลา บางคนต้องอยู่คนเดียว มือถือเลยกลายเป็น “เพื่อน” ทั้งคลิปวิดีโอ ไลฟ์สด คอมเมนต์ ยอดไลค์ มันเติมเต็มความรู้สึก “ยังมีคนเห็นเรา”
แต่ยิ่งโลกออนไลน์คึกคักเท่าไหร่ โลกจริงกลับยิ่งเงียบลง อาจมีวันนึงที่พ่อๆ แม่ๆ ป้าๆ ลุงๆ ของเรา เริ่มไม่อยากออกจากบ้าน ไม่คุยกับเพื่อนบ้าน อยู่กับครอบครัวแต่ใจลอยอยู่ในจอ ต้องสังเกตพฤติกรรมเหล่านี้ด้วยนะคะ
มีเคสหนึ่งที่พลอยอ่านแล้วสะเทือนใจมาก…คุณยายเลี้ยงหลานไปด้วย เล่นมือถือไปด้วย เด็กวิ่งออกถนนเกือบโดนรถชน จริงๆ แล้วมันไม่ใช่แค่ “ติดมือถือ” แต่มันคือ “ความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ หายไป”
และอีกสิ่งที่ถูกขโมยไปเงียบๆ คือ “เงินเก็บทั้งชีวิต” ผู้สูงอายุจำนวนมาก แยกแยะข้อมูลได้ยาก และเชื่อคนง่าย คำพูดในไลฟ์แค่ประโยคเดียว เช่น “สินค้านี้ทำมาเพื่อผู้สูงอายุโดยเฉพาะ” ก็อาจทำให้เขาจ่ายเงินหลายพันโดยไม่ลังเล หรือแย่กว่านั้น…โปรโมชันหลอกลวง การลงทุนปลอม แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือบางคนเสียเงินเป็นแสนบางคนหมดทั้งชีวิต เรื่องราวที่เราเคยเห็นในข่าวบ่อยๆ
และที่เจ็บปวดที่สุดคือ “ยังเชื่อว่าคนที่หลอกเขา เป็นคนดี” มีบางเคสถึงขั้น เอาบ้านไปจำนอง เพื่อเติมเงินให้คนในไลฟ์ที่ไม่เคยเจอหน้าด้วยซ้ำ
แล้วทำไม “ผู้สูงวัย” ถึงเลิกไม่ได้?
บทความจากจีนอธิบายไว้ชัดมากค่ะ อัลกอริทึม...ที่เข้าถึง และเข้าใจผู้สูงวัยเกินไป เสิร์ฟแต่สิ่งที่ชอบ ดูแล้วหยุดไม่ได้ ผนวกกับชีวิตจริงของคนอายุมาก “ว่างเกินไป” ไม่มีอะไรทำ มือถือเลยกลายเป็นโลกหลักของพวกเขา
ทางแก้…ไม่ใช่ “แย่งมือถือ”!
พลอยอยากบอกตรงๆ ว่าการห้ามหรือยึดมือถือ ไม่ช่วยค่ะ มีแต่จะทำให้ท่านต่อต้าน สิ่งที่ได้ผลจริงๆ คือ “แทนที่” ไม่ใช่ “ตัดออก” ลองเริ่มจากง่ายๆ ชวนพ่อแม่ไปเดินเล่น พาไปเจอเพื่อน หรือกิจกรรมชุมชน ชวนทำสิ่งที่เขาชอบ เช่น ปลูกต้นไม้ ทำอาหาร เต้นรำ และช่วยตั้งค่าจำกัดเวลาใช้งาน ปิดคอนเทนต์แนะนำ เตือนภัยเรื่องมิจฉาชีพ
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ…การกลับบ้านไปหาท่าน เพราะไม่มีอะไรแทนความรู้สึกที่ได้คุย ได้หัวเราะ ได้กินข้าวด้วยกันจริงๆ ได้เลย
สุดท้ายนี้ พลอยอยากฝากไว้ เทคโนโลยีควรทำให้ชีวิตดีขึ้น ไม่ใช่ค่อยๆ กลืนชีวิตของคนที่เรารัก อย่าปล่อยให้มือถือ ขโมยสุขภาพ เงินเก็บ และความสัมพันธ์ของพ่อแม่ไปทีละนิด ตอนเด็ก…เขาเคยจับมือเราหัดเดิน วันนี้…อาจถึงเวลาที่เราจะจับมือเขา แล้วพาออกจากโลกในจอ กลับมาอยู่ในโลกจริงที่ยังมีเราอยู่ข้างๆ ถ้าใครอ่านแล้วนึกถึงพ่อแม่…ลองส่งโพสต์นี้ให้ท่านดูนะคะ
#ผู้สูงวัย #โทรศัพท์มือถือ #โลกออนไลน์ #สุขภาพผู้สูงอายุ

13/04/2026

นายกฯ ลงพื้นที่จันทบุรี ตรวจด่านสงกรานต์ ย้ำ "เมาไม่ขับ ดื่มห้ามขับ"
#นายกอนุทิน #จันทบุรี #ตรวจด่าน #เมาไม่ขับ

QUOTE: ศึกแห่งศตวรรษ! ผู้นำโลกชนผู้นำศาสนา "ทรัมป์" ฟาด "โป๊ปเลโอ" แย่มาก หลังวิจารณ์สงครามอิหร่านเมื่อผู้นำมหาอำนาจชนกั...
13/04/2026

QUOTE: ศึกแห่งศตวรรษ! ผู้นำโลกชนผู้นำศาสนา "ทรัมป์" ฟาด "โป๊ปเลโอ" แย่มาก หลังวิจารณ์สงครามอิหร่าน
เมื่อผู้นำมหาอำนาจชนกับผู้นำทางจิตวิญญาณของคริสตชน 1,400 ล้านคน — นี่คือสงครามคำพูดที่โลกไม่เคยเห็นมาก่อน แล้วใครกันที่ "เปื้อนเลือด" ในสายตาของพระเจ้า?
ใครที่ติดตามการเมืองโลกมาสักพัก อาจเคยเห็นผู้นำทะเลาะกันข้ามประเทศ ข้ามทวีป แต่ไม่มีครั้งไหนที่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาจะออกมาโจมตีสมเด็จพระสันตะปาปาบนโซเชียลมีเดีย อย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้
วันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์บน Truth Social สั้นๆ แต่ทรงพลัง: "เลโอ แย่มาก"
🔵 [เริ่มต้นจากจัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ — เสียงของผู้ไม่ถือดาบ]
ย้อนกลับไปวันที่ 29 มีนาคม วันอาทิตย์ใบลาน — หนึ่งในวันศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของคริสตจักรคาทอลิก สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ทรงเทศนาต่อหน้าชาวคริสต์หลายหมื่นคนในจัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ ด้วยพระดำรัสที่แข็งกร้าวผิดปกติ
"นี่คือพระเจ้าของเรา: พระเยซู กษัตริย์แห่งสันติภาพ ผู้ทรงปฏิเสธสงคราม ไม่มีใครสามารถใช้พระองค์เป็นข้ออ้างในการทำสงครามได้"
พระองค์ยังอ้างพระคัมภีร์ว่า พระเยซูจะไม่ทรงฟังคำอธิษฐานของ "ผู้ที่มือเปื้อนเลือด" — พระดำรัสนี้ไม่ได้เอ่ยนามใคร แต่ก็ชัดเจนพออยู่แล้ว เมื่อสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านกำลังยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 2
ที่น่าสังเกตคือ ก่อนหน้านั้นเพียงไม่กี่วัน พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ได้สวดมนต์แบบคริสเตียนที่เพนตากอน เพื่อขอ "การใช้ความรุนแรงอย่างเด็ดขาดต่อผู้ที่ไม่สมควรได้รับความเมตตา" — แล้วโป๊ปผู้ระมัดระวังถ้อยคำก็ออกมาตอบสนองสิ่งนั้นอย่างไม่อ้อมค้อม
แล้วทรัมป์จะนิ่งเฉยได้อย่างไร?
🔵 [ทรัมป์ตอบ — สั้น, แรง, ไม่เคยเห็นมาก่อน]
คำตอบของทรัมป์มาถึงในคืนวันที่ 12 เมษายน ไม่ยาว แต่ทุกคำมีน้ำหนัก
ทรัมป์บอกว่า โป๊ปเลโออ่อนแอในการจัดการอาชญากรรม และแย่มากในด้านนโยบายต่างประเทศ พร้อมบอกให้โป๊ป "ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีๆ" และยังบอกผู้สื่อข่าวด้วยว่า "เขาไม่ใช่แฟนตัวยงของพระสันตะปาปาองค์นี้"
ยิ่งไปกว่านั้น ทรัมป์ยังตั้งข้อสังเกตว่า โป๊ปเลโอได้รับเลือกเพราะเป็นชาวอเมริกัน โดยมีจุดประสงค์เพื่อ "รับมือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ เจ. ทรัมป์" — ทำให้การโต้เถียงทางศาสนาและการเมืองกลายเป็นเรื่องเดียวกันอย่างสมบูรณ์
แล้วนั่นสร้างแรงกระเพื่อมอะไรตามมา?
🔵 [เสียงสะท้อนจากโลก — เมื่อโลกคาทอลิกพูด]
คำตอบนั้นรุนแรงและรวดเร็ว
มัสซิโม ฟัจจิโอลี ผู้เชี่ยวชาญด้านสันตะปาปา เปรียบการโจมตีครั้งนี้กับความพยายามของฮิตเลอร์และมุสโสลินีในสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่พยายามดึงสันตะปาปาปิอุสที่ 12 ให้ฝักใฝ่ฝ่ายตน แต่ถึงอย่างนั้น...
"แม้แต่ฮิตเลอร์หรือมุสโสลินีก็ยังไม่เคยโจมตีพระสันตะปาปาโดยตรงและเปิดเผยขนาดนี้"
ขณะที่ อาร์ชบิชอป พอล เอส. โคกลีย์ ประธานที่ประชุมบิชอปคาทอลิกแห่งสหรัฐฯ กล่าวชัดเจนว่า
"สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอไม่ใช่คู่แข่งของเขา พระองค์ไม่ใช่นักการเมือง แต่เป็นผู้แทนของพระคริสต์"
ชาวคาทอลิกในโลกโซเชียลต่างพากันแสดงปฏิกิริยาอย่างรุนแรง — ทรัมป์กำลังโจมตีผู้ที่พวกเขาเชื่อว่าเป็นผู้สืบทอดของนักบุญเปโตร
🔵 [ความขัดแย้งที่ลึกกว่าคำพูด — สงคราม ศาสนา และอำนาจ]
ประเด็นนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ "โป๊ปกับทรัมป์" แต่มันสะท้อนความขัดแย้งที่ลึกกว่านั้น
ฝั่งหนึ่ง รัฐบาลทรัมป์ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางศาสนาเพื่อสนับสนุนสงคราม — เฮกเซธสวดมนต์คริสเตียนเพื่อ "การใช้ความรุนแรงอย่างเด็ดขาด" บางคนในรัฐบาลอ้างความเชื่อทางศาสนาเป็นเหตุผลในการโจมตีอิหร่านเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
อีกฝั่งหนึ่ง โป๊ปเลโอ — สันตะปาปาชาวอเมริกันคนแรกในประวัติศาสตร์ — ทรงชูพระเยซูในฐานะ "กษัตริย์แห่งสันติภาพ" ผู้ทรงไม่ถือดาบ ไม่ป้องกันตัวเอง และเรียกร้องหยุดยิงอย่างต่อเนื่อง พร้อมตรัสว่าการขู่ทำลายอารยธรรมอิหร่านเป็นสิ่งที่ "ยอมรับไม่ได้อย่างแท้จริง"
คำถามก็คือ — เมื่อศาสนาถูกใช้เป็นทั้งเครื่องมือของสงครามและเครื่องมือของสันติภาพ แล้วสังคมจะแยกแยะสองสิ่งนี้ได้อย่างไร?
🔵 [มองไปข้างหน้า — บทเรียนที่โลกกำลังเรียนรู้]
ไม่ว่าคุณจะนับถือศาสนาใดหรือยืนอยู่ฝ่ายไหนในเรื่องนี้ สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้มีนัยสำคัญที่น่าคิดต่อ
โลกกำลังเผชิญกับสงคราม และผู้นำทั้งสองฝ่ายต่างอ้าง "ความถูกต้อง" ของตัวเอง คนหนึ่งอ้างอำนาจทางโลก อีกคนหนึ่งอ้างอำนาจทางวิญญาณ แต่สุดท้ายแล้ว คนที่แบกรับผลกระทบจากทุกการตัดสินใจเหล่านี้ คือประชาชนธรรมดา — ทั้งในอิหร่าน ในอิสราเอล ในสหรัฐ และทั่วโลก
บางทีคำถามที่แท้จริงไม่ใช่ "ใครถูกใครผิด" แต่คือ เราในฐานะสังคมโลก จะยอมให้ผู้นำของเราใช้คำว่า "พระเจ้า" และ "ความยุติธรรม" เป็นข้ออ้างสำหรับความรุนแรงได้อีกนานแค่ไหน?
สงครามคำพูดระหว่างทรัมป์กับโป๊ปเพิ่งเริ่มต้น — แต่ผลของมันอาจส่งผลต่อทิศทางของโลกได้ไกลกว่าที่เราคิด
คุณคิดว่าบทบาทของผู้นำทางศาสนาในยุคสงครามนี้ควรเป็นอย่างไร? แล้วเส้นแบ่งระหว่าง "ศาสนา" กับ "การเมือง" ยังมีอยู่จริงไหมในโลกปัจจุบัน? แลกเปลี่ยนมุมมองกันได้เลย 👇
#โดนัลด์ทรัมป์ #โป๊ปเลโอ #สงครามอิหร่าน #สหรัฐอเมริกา

INFO: สูงวัยไทยใจแกร่ง 81% ไม่ซึมเศร้า! นิด้าโพลเผย "เบี้ยยังชีพ-สุขภาพ-ครอบครัว" คือหัวใจวัยเกษียณเมื่อวัยเก๋าบอกว่าใจย...
13/04/2026

INFO: สูงวัยไทยใจแกร่ง 81% ไม่ซึมเศร้า! นิด้าโพลเผย "เบี้ยยังชีพ-สุขภาพ-ครอบครัว" คือหัวใจวัยเกษียณ
เมื่อวัยเก๋าบอกว่าใจยังสู้ แต่กระเป๋ายังไม่พอ… รัฐบาลพร้อมฟังแค่ไหน?
ท่ามกลางกระแสสังคมที่พูดถึง "วิกฤตสุขภาพจิต" กันอย่างกว้างขวาง ผลสำรวจล่าสุดจากนิด้าโพลกลับเผยภาพที่น่าประหลาดใจ — ผู้สูงอายุไทยส่วนใหญ่ "จิตใจแข็งแกร่งกว่าที่คิด" แต่สิ่งที่พวกเขากังวลมากกว่าความเศร้า คือเรื่องปากท้องที่ยังไม่มั่นคงพอ
🔵[ผลสำรวจชี้ชัด: วัยเก๋าไทยส่วนใหญ่ไม่ซึมเศร้า]
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น "นิด้าโพล" สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เปิดเผยผลสำรวจผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ จำนวน 1,310 คน ระหว่างวันที่ 1-3 เมษายน 2569 พบว่า
ร้อยละ 81.30 ระบุว่าไม่เคยมีอาการซึมเศร้า รู้สึกหดหู่ เศร้า หรือท้อแท้สิ้นหวังเลยในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ ร้อยละ 79.08 ไม่มีความรู้สึกเบื่อหน่ายหรือทำอะไรก็ไม่สนุก
ตัวเลขเหล่านี้ฉายภาพให้เห็นว่า วัยเก๋าไทยส่วนใหญ่ยังยิ้มสู้ได้ แม้จะเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของชีวิตในทุกด้าน
แล้วอะไรที่ทำให้พวกเขายังยิ้มได้อยู่ทุกวัน?
🔵[สุขภาพ-ครอบครัว-เงินในกระเป๋า: สามเสาหลักของความสุขวัยเกษียณ]
เมื่อถามถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อความสุขในชีวิตประจำวัน ผู้สูงอายุไทยเลือกตอบได้สูงสุด 3 ข้อ โดยผลออกมาชัดเจน
- 🥇 สุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ร้อยละ 62.75
- 🥈 ลูกหลานและครอบครัวที่อบอุ่น ร้อยละ 52.82
- 🥉 เงินใช้จ่ายที่เพียงพอ ไม่ขัดสน ร้อยละ 41.76
น่าสนใจที่ว่า แม้ "เงิน" จะไม่ได้อยู่อันดับหนึ่ง แต่เมื่อดูในภาพรวม ทั้งสามอันดับแรกต่างโยงถึง "ความมั่นคงพื้นฐาน" ที่ทุกคนต้องการ ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพ ความรักจากครอบครัว และการมีเงินพอใช้
🔵[วัยเก๋าคลายเหงาอย่างไร? ทีวียังครองใจ โซเชียลฯ มาแรง]
เมื่อถามถึงกิจกรรมยามว่างที่นิยมทำเพื่อสร้างความสุขและไม่ให้รู้สึกเหงา คำตอบที่ได้สะท้อนวิถีชีวิตไทยได้อย่างน่าประทับใจ
1. ดูทีวี / ฟังเพลง ร้อยละ 54.35
2. ทำงานบ้าน / ทำสวน ร้อยละ 48.70
3. ไปวัด / ปฏิบัติธรรม / ทำบุญ ร้อยละ 37.63
4. ออกกำลังกาย ร้อยละ 24.58
5. เล่นโซเชียลมีเดีย เช่น Line, Facebook, TikTok ร้อยละ 21.07
น่าสังเกตว่า "โซเชียลมีเดีย" ติดอันดับ 5 สะท้อนให้เห็นว่าวัยเก๋าไทยเริ่มปรับตัวเข้าหาเทคโนโลยี และนี่อาจเป็นช่องทางสำคัญที่รัฐและสังคมสามารถเชื่อมต่อกับพวกเขาได้มากขึ้น
🔵[ฝากรัฐบาล: เพิ่มเบี้ยยังชีพ คือสิ่งที่ขอมากที่สุด]
แม้จิตใจจะยังแข็งแกร่ง แต่ผู้สูงอายุไทยก็มีความคาดหวังต่อภาครัฐอย่างชัดเจน เมื่อถามถึงสิ่งที่อยากให้รัฐบาลทำเพื่อป้องกันภาวะซึมเศร้าในกลุ่มผู้สูงวัย ผลออกมาดังนี้
- เพิ่มเบี้ยยังชีพให้เพียงพอต่อการดำรงชีพ ร้อยละ 68.47 — อันดับหนึ่งที่ทิ้งห่างชัดเจน
- บริการตรวจสุขภาพจิตฟรีถึงบ้านหรือชุมชน ร้อยละ 45.19
- สนับสนุนกิจกรรมสันทนาการในชุมชน เช่น ชมรมผู้สูงอายุ ร้อยละ 39.08
- ส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุตามความเหมาะสม ร้อยละ 21.60
ตัวเลขเกือบ 7 ใน 10 ที่ขอให้เพิ่มเบี้ยยังชีพ สะท้อนว่า "ความมั่นคงทางการเงิน" คือรากฐานของสุขภาพจิตที่แท้จริง ไม่ใช่แค่เรื่องอารมณ์
🔵[ผู้เชี่ยวชาญชี้: เข้มแข็ง แต่รัฐต้องหนุน]
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุวิชา เป้าอารีย์ ผู้อำนวยการศูนย์สำรวจความคิดเห็น "นิด้าโพล" กล่าวสรุปได้อย่างตรงใจว่า
"ผลสำรวจนี้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้สูงอายุไทยส่วนใหญ่ยังมีความเข้มแข็งทางจิตใจ แต่ปัจจัยด้านเศรษฐกิจและสุขภาพยังคงเป็นประเด็นหลักที่รัฐบาลควรให้ความสำคัญ เพื่อสร้างสวัสดิการที่ยั่งยืนต่อไป"
กล่าวคือ สังคมไทยโชคดีที่วัยเก๋ายังไม่ล้มง่าย แต่ถ้ารัฐไม่เสริมรากฐาน วันที่ล้มก็อาจไม่ไกลเกินไป
วันนี้ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ "สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์" อย่างเต็มตัว คำถามที่สังคมต้องช่วยกันตอบคือ เราจะปล่อยให้ "ความเข้มแข็งของวัยเก๋า" แบกรับทุกอย่างไปคนเดียว หรือถึงเวลาแล้วที่รัฐและลูกหลานจะก้าวเข้ามาดูแลพวกเขาอย่างจริงจัง?
💬 คุณคิดว่าเบี้ยยังชีพเท่าไหร่ถึงจะ "พอ" สำหรับพ่อแม่และผู้สูงอายุในชีวิตของคุณ? แชร์ความเห็นด้านล่างได้เลย
#นิด้าโพล #ผู้สูงวัย #วัยเกษียณ #เบี้ยยังชีพ

STORY: "ดินสอพอง" แป้งขาวบนใบหน้า ที่คุณใช้มาทั้งชีวิต แต่อาจไม่เคยรู้จักจริง ๆHappy Songkran Day ทุกท่านช่วงสงกรานต์ เร...
13/04/2026

STORY: "ดินสอพอง" แป้งขาวบนใบหน้า ที่คุณใช้มาทั้งชีวิต แต่อาจไม่เคยรู้จักจริง ๆ
Happy Songkran Day
ทุกท่านช่วงสงกรานต์ เรามักคุ้นเคยกับภาพหนึ่งเสมอ
ใบหน้าที่เปื้อน “ดินสอพอง” รอยยิ้ม และความรู้สึกเย็น ๆ จากผิวที่ถูกแตะเบา ๆ (รึเปล่า)
สิ่งที่เราใช้กันมานาน ในเทศกาลนี้ กลับเป็นสิ่งที่หลายคนไม่เคยรู้จักมันจริง ๆ
ดินสอพอง…คืออะไร
มาจากไหน
และปลอดภัยแค่ไหน
คำว่า “ดินสอพอง” เป็นคำไทยโบราณ
หมายถึงดินเนื้อละเอียดสีขาว ที่มีองค์ประกอบหลักเป็น “แคลเซียมคาร์บอเนต”
ในทางธรณีวิทยา มันจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับ “หินปูน”
แต่ผ่านกระบวนการคัดแยกและทำให้บริสุทธิ์มากขึ้น
แหล่งดินสอพองที่มีชื่อเสียงในประเทศไทย อยู่ที่ ลพบุรี โดยเฉพาะที่ ท่าหิน
ดินจากบริเวณนี้มีคุณสมบัติเด่น คือเนื้อละเอียด เนียน และมีสีขาวสะอาด
เหมาะสำหรับนำมาแปรรูป
กระบวนการทำดินสอพอง เป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมายาวนาน
เริ่มจากการขุดดินดิบขึ้นมา นำไปตากให้แห้ง แล้วบดให้ละเอียด
จากนั้นจึงนำไปแช่น้ำ เพื่อให้สิ่งเจือปนตกตะกอนแยกออกจากเนื้อดิน
เมื่อได้น้ำดินที่สะอาด จะกรองและปล่อยให้ตกตะกอนอีกครั้ง
ก่อนตักเฉพาะส่วนที่เนียนที่สุด ไปปั้นเป็นก้อนหรือแผ่น แล้วตากแดดจนแห้ง
สิ่งที่ได้ คือดินสอพองแบบดั้งเดิม
ในอดีต ดินสอพองไม่ได้มีไว้เพื่อการละเล่น
แต่ถูกใช้เป็น “เครื่องประทินผิว” ด้วยคุณสมบัติที่ช่วยดูดซับความมัน
ให้ความรู้สึกเย็น และช่วยลดการระคายเคืองจากความร้อน
เมื่อเข้าสู่เทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นช่วงฤดูร้อนของไทย
ดินสอพองจึงถูกนำมาใช้ร่วมกับน้ำ ทั้งเพื่อความเย็นสบาย
และเป็นสัญลักษณ์ของความปรารถนาดี
การป้ายดินสอพองในอดีต จึงมีลักษณะ “แตะอย่างสุภาพ” มากกว่าการละเลง
ในด้านความปลอดภัย
ดินสอพองแท้ ที่ผ่านกระบวนการผลิตอย่างสะอาด โดยทั่วไปไม่เป็นอันตรายต่อผิวหนัง
อย่างไรก็ตาม ดินสอพองในปัจจุบันบางชนิด อาจมีการผสมสารอื่น
เช่น น้ำหอม สี หรืออาจมีสิ่งปนเปื้อนจากกระบวนการผลิต
ความเสี่ยงที่พบได้ ได้แก่ การระคายเคืองผิว การอุดตันของรูขุมขน และอันตรายต่อดวงตาหากเข้าตา
ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงการป้ายบริเวณรอบดวงตา และไม่ควรถูผิวแรงเกินไป
อีกประเด็นที่สำคัญไม่แพ้กัน
คือ “การให้เกียรติ”
แม้ดินสอพองจะเป็นสัญลักษณ์ของความสนุก แต่การป้ายโดยไม่ได้รับความยินยอม
อาจกลายเป็นการละเมิดพื้นที่ส่วนบุคคล
จากวัฒนธรรมที่อ่อนโยน อาจกลายเป็นความอึดอัดโดยไม่ตั้งใจ
ดินสอพอง จึงไม่ใช่แค่ผงสีขาวบนใบหน้า
แต่มันคือผลรวมของ ธรณีวิทยา ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมไทย
สิ่งเล็ก ๆ ที่เราคุ้นเคย อาจมีเรื่องราวซ่อนอยู่มากกว่าที่คิด
และบางที คำถามที่น่าสนใจ
อาจไม่ใช่แค่ว่า “ดินสอพองคืออะไร”
แต่คือ ในทุกครั้งที่เราหยิบมันขึ้นมาใช้
เรากำลังสืบต่อ “ความหมายเดิมของมัน”
หรือกำลังเปลี่ยนมันไปเป็นอย่างอื่นโดยไม่รู้ตัว?
#ดินสอพอง #เทศกาลสงกรานต์ #เล่นน้ำสงกรานต์

13/04/2026

"หัวหน้าเท้ง" ห่วงใยชาวเชียงใหม่ ฉลองสงกรานต์ท่ามกลางฝุ่น พร้อมลุยผลักดันร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดต่อ แม้รัฐบาลจ่อปัดตก
#หัวหน้าเท้ง #พรบอากาศสะอาด #สงกรานต์เชียงใหม่

INFO: 3 วันอันตราย ดับ 95 ศพ เจ็บเกือบ 500สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ประจำวันที่ 12 เมษายน 2569อุบ...
13/04/2026

INFO: 3 วันอันตราย ดับ 95 ศพ เจ็บเกือบ 500
สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ประจำวันที่ 12 เมษายน 2569
อุบัติเหตุ 171 ครั้ง จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ สุพรรณบุรี (10 ครั้ง)
ผู้บาดเจ็บ 169 คน จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ แพร่ (9 คน)
ผู้เสียชีวิต 24 ราย จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (3 ราย)
สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว และดื่มแล้วขับ
พาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์
สรุปยอดสะสมในช่วง 3 วัน (10–12 เม.ย. 69)
อุบัติเหตุรวม 515 ครั้ง จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่ ลำปาง (25 ครั้ง)
ผู้บาดเจ็บ รวม 486 คน จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ ลำปาง (25 คน)
ผู้เสียชีวิต รวม 95 ราย จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (6 ราย)
จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต หรือเสียชีวิตเป็นศูนย์ มี 30 จังหวัด

#7วันอันตราย #สงกรานต์2569 #อุบัติเหตุสงกรานต์ #ข่าววันนี้

13/04/2026

"อนุทิน" บินเหนือเยือนเชียงราย ร่วมแจมวงดนตรีพื้นเมือง โชว์เป่าขลุ่ยบรรเลงกล่อมผู้โดยสาร

#อนุทินชาญวีรกูล #เชียงราย #การเมือง #สงกรานต์2569

สุขสันต์วันปีใหม่ไทย สุขใจทุกครอบครัวสุขสันต์วันสงกรานต์  #สงกรานต์2569  #วันสงกรานต์
13/04/2026

สุขสันต์วันปีใหม่ไทย สุขใจทุกครอบครัว

สุขสันต์วันสงกรานต์

#สงกรานต์2569 #วันสงกรานต์

12/04/2026

เปิดปิดปั๊ม 4 ทุ่ม-ตี 5 คิดว่าไม่เวิร์ค ไรเดอร์ทำงานแทบ 24 ชั่วโมง | Where your voice matters.
#เติมน้ำมัน #ราคาน้ำมัน #ไรเดอร์ #มาตรการรัฐ

STORY : โลกทนไหวไหม? อิหร่านบีบจ่าย 'คริปโต' แลกเปิดฮอร์มุซ!พ้นเส้นตาย 48 ชั่วโมงที่ทางการสหรัฐฯ เคยขีดเอาไว้ สถานการณ์ท...
12/04/2026

STORY : โลกทนไหวไหม? อิหร่านบีบจ่าย 'คริปโต' แลกเปิดฮอร์มุซ!
พ้นเส้นตาย 48 ชั่วโมงที่ทางการสหรัฐฯ เคยขีดเอาไว้ สถานการณ์ที่ช่องแคบฮอร์มุซกลับไม่ได้คลี่คลายลงแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน อิหร่านกำลังใช้สถานะ "ผู้คุมประตู" บีบโลกด้วยกฎเหล็กใหม่ที่เหนือความคาดหมาย ด้วยการเรียกร้องค่าธรรมเนียมผ่านทางเป็น "สกุลเงินดิจิทัล" พร้อมบังคับตรวจค้นอาวุธบนเรือทุกลำ สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งกระดานเศรษฐกิจและการเมืองโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
🔵[ผงาดคุมเกมเศรษฐกิจ สหรัฐฯ จำยอม 10 เงื่อนไข]
แม้จะมีความพยายามบังคับใช้ข้อตกลงหยุดยิงระยะเวลา 2 สัปดาห์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน แต่ความเป็นจริงบนผืนน้ำสะท้อนให้เห็นว่า อิหร่านได้ผงาดขึ้นเป็นผู้กุมชะตาเศรษฐกิจโลกอย่างเต็มตัว การที่รัฐบาลวอชิงตันภายใต้การนำของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ต้องยอมรับเงื่อนไข 10 ข้อเพื่อแลกกับการเปิดเส้นทางน้ำที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แสดงให้เห็นถึงอำนาจต่อรองที่อิหร่านสามารถสั่งเปิดหรือปิดเส้นทางนี้ได้ตามอำเภอใจ พร้อมประกาศกร้าวที่จะทำลายเรือทุกลำที่ฝ่าฝืน
🔵[กฎเหล็กฮอร์มุซ: จ่าย ‘บิตคอยน์’ แลกไฟเขียวผ่านทาง]
ความเคลื่อนไหวล่าสุดที่สร้างความตกตะลึงให้แก่วงการขนส่งโลก คือการออกมาตอกย้ำกฎเหล็กโดย ฮามิด ฮอสเซนี โฆษกสหภาพผู้ส่งออกน้ำมัน ก๊าซ และผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีของอิหร่าน ที่ระบุชัดเจนว่าบริษัทเดินเรือทุกลำต้องชำระค่าธรรมเนียมเป็นสกุลเงินคริปโต (Cryptocurrency) ในอัตรา 1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สำหรับเรือบรรทุกน้ำมัน ส่วนเรือเปล่าสามารถผ่านได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
กระบวนการนี้เริ่มต้นจากการให้เรือส่งอีเมลแจ้งรายละเอียดสินค้า เมื่ออิหร่านประเมินเสร็จสิ้น เรือจะมีเวลาเพียงไม่กี่วินาทีในการโอน "บิตคอยน์" เพื่อป้องกันการถูกติดตามเส้นทางเงินหรือยึดทรัพย์จากมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตก
🔵[ค้นอาวุธทุกลำ-ขู่ถล่มเรือฝ่าฝืน]
นอกจากมาตรการรีดค่าผ่านทางดิจิทัลแล้ว อิหร่านยังอ้างความชอบธรรมด้านความมั่นคง ก้าวล่วงเข้าไปตรวจค้นเรือทุกลำอย่างละเอียดเพื่อป้องกันการลักลอบขนส่งอาวุธในช่วงหยุดยิง ซึ่งอิหร่านยืนกรานว่าทุกอย่างสามารถผ่านได้หากทำตามขั้นตอน แต่ไม่ได้มีความรีบร้อนใดๆ ทั้งสิ้น
ความตึงเครียดพุ่งสูงเมื่อเรือบรรทุกน้ำมันในอ่าวเปอร์เซียได้รับคำเตือนผ่านวิทยุสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษอย่างชัดเจนว่า "หากมีเรือลำใดพยายามแล่นผ่านโดยไม่ได้รับอนุญาต เรือเหล่านั้นจะถูกทำลายทันที"
🔵[ล้ำ ‘เส้นแดง’ อ่าวเปอร์เซีย เขย่าบัลลังก์ OPEC+]
การปล่อยให้อิหร่านขี่คอควบคุมเส้นเลือดใหญ่แห่งนี้ ถือเป็น "เส้นแดง" ที่ชาติตะวันตกและรัฐในอ่าวเปอร์เซียอย่าง ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ และยูเออี ยอมรับไม่ได้อย่างเด็ดขาด นักวิเคราะห์สายการเมืองระหว่างประเทศประเมินว่า การกระทำเช่นนี้ไม่ต่างจากการมอบอำนาจยับยั้งการส่งออกน้ำมันให้แก่อิหร่าน เพื่อใช้เล่นงานสมาชิกคู่แข่งในกลุ่ม OPEC+ โดยตรง
ความบาดหมางยิ่งร้าวลึกขึ้นเมื่อมีรายงานว่าอิหร่านได้ลอบโจมตีท่อส่งน้ำมันสายสำคัญของซาอุฯ เพื่อตอบโต้อิสราเอล แม้จะยังอยู่ในช่วงของการหยุดยิงก็ตาม
🔵[อ่าวเปอร์เซียกลายเป็น ‘ลานจอดรถ’ โลกถูกจับเป็นตัวประกัน]
สภาพการณ์ปัจจุบันในอ่าวเปอร์เซียจึงเข้าขั้นวิกฤต ข้อมูลแบบเรียลไทม์จาก Kpler ชี้ให้เห็นว่า ปัจจุบันมีน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์กลั่นแล้วเกือบ 200 ล้านบาร์เรล ค้างเติ่งอยู่บนเรือบรรทุกน้ำมันหลายร้อยลำ จนผืนน้ำบริเวณดังกล่าวมีสภาพไม่ต่างอะไรกับ "ลานจอดรถ" ขนาดยักษ์
ผู้เชี่ยวชาญด้านข่าวกรองทางทะเลจาก EOS Risk ประเมินว่า ด้วยระบบตรวจค้นและกระบวนการจ่ายคริปโตที่สลับซับซ้อน อาจมีเรือผ่านได้เพียง 10 ถึง 15 ลำต่อวันเท่านั้น ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเคลียร์คิวเรือที่ค้างอยู่ทั้งหมดได้ทันภายในกรอบเวลาหยุดยิงสองสัปดาห์
โลก ณ วินาทีนี้ จึงกำลังถูกจับเป็นตัวประกันทางเศรษฐกิจโดยสมบูรณ์
#สงครามอิหร่าน #ช่องแคบฮอร์มุซ #คริปโต #สหรัฐอเมริกา

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Nation STORYผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Nation STORY:

แชร์