24/09/2026
ถ้าคุณได้ใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการ เป็นชีวิตในฝันอยู่ แต่กลับรู้สึก Burnout
ปัญหาอาจจะไม่ใช่เรื่องของงาน แต่เป็น 2 อย่างนี้...
เบวเป็นคนนึงค่ะ ที่รู้สึกว่า ตอนนี้โอเคกับงานที่ทำมากๆ
แต่บางครั้งก็มีความรู้สึกว่า Burnout อยู่บ่อยๆ
คือ มันไม่มีแรงบันดาลใจจะทำอะไร
รู้สึกเบื่องาน ทั้งๆที่งานก็ไม่ได้หนักเพิ่ม
รู้สึกว่าพักเท่าไหร่ ก็เหมือนจะยังไม่พอ บางทียิ่งพัก ยิ่งหนัก
จากที่เบวไปหาข้อมูลมา
พบว่า สาเหตุนึงของการ Burnout ไม่ได้เป็นเพราะงานเพียงอย่างเดียวค่ะ
แต่เป็นเพราะว่า ในโลกยุคนี้
มันแทบจะไม่มีเส้นแบ่งของงานกับชีวิตเลย
ไลน์ตามงานตอน 4 ทุ่ม
อีเมลล์ตอน ตี 2 เพื่อเรียกประชุมพรุ่งนี้ (ใครจะเตรียมตัวทันเนี่ยยย)
ไปวิ่ง ก็คิดถึงเรื่องงานว่า จะแก้ปัญหายังไงดี
กินข้าวเย็นพร้อมนั่งทำพรีเซ็นท์เทชั่นไปด้วย
สิ่งเหล่านี้กลายเป็นเรื่องปกติสำหรับคนทำงานยุคนี้ไปแล้ว
Simon Sinek เลยได้ให้คำแนะนำสำหรับการทำงานให้ไม่ Burnout ไว้อยู่ 2 อย่างค่ะ
อย่างแรกเลยก็คือ ให้ keep relationship ไว้เสมอ
เพราะ ความสัมพันธ์ที่ดีสามารถทำให้เราผ่อนคลายจากความตึงเครียดจากงานและชีวิตได้
เราสามารถบ่นได้ โกรธได้ ไม่พอใจได้ เมาท์เพื่อนร่วมงานได้ ท้อแท้ได้ กับใครสักคนนึงที่รับฟังเราจริงๆ
และนั่นคือ ความสำคัญของการมีความสัมพันธ์ที่ดี ค่ะ
อย่างที่สองคือ ปกป้อง "เวลาของตัวเอง" หรือ "Me Time" ไว้ค่ะ
เวลาของตัวเองที่คุณพอใจจะทำอะไรก็ได้ที่คุณต้องการ
เวลาที่คุณ กัน ไว้เพื่อตัวคุณเอง
เวลาที่คุณจะใช้แยกชีวิตของคุณ ออกจาก งาน
เพราะถ้าหากคุณไม่ปกป้อง เวลาของตัวเอง แล้ว
คุณก็จะไม่มีเวลาให้ตัวเองแบบไม่รู้ตัว
#คีย์เวิร์ดอยู่ตรงนี้
จุดเริ่มต้นของชีวิตที่ไม่ Burnout คือการที่คุณ ใส่ใจและให้ความสำคัญ
กับความรู้สึก และเวลา ของตัวคุณเอง
ไม่มีใครทำให้คุณ Burnout ได้ ถ้าคุณไม่อนุญาต
เพราะฉะนั้น แม้ว่างานจะสำคัญ
แต่คุณก็ต้องปกป้องความรู้สึก และเวลา ให้ชีวิตคุณด้วยเช่นกัน
หวังว่าเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์กับสุขภาพใจของคุณนะคะ 🩵