Data Analytics Thailand

Data Analytics Thailand ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Data Analytics Thailand, Bangkok.
(1)

เรานำเสนอองค์ความรู้ด้าน Data & AI สำหรับคนทำงานยุคใหม่ ตั้งแต่พื้นฐานจนถึงการประยุกต์ใช้จริงในธุรกิจ

เนื้อหาครอบคลุม:
• Data Analytics / BI / Dashboard
• AI Tools & Automation
• Data for Business
• Case Study
• แนวคิด + ทักษะจำเป็นสำหรับสาย Data ยุคใหม่

📌 Roadmap เริ่มใช้ Microsoft Fabric + OneLakeจาก “ศูนย์” → สู่ “ระดับองค์กร”━━━━━━━━━━━━━━━🔥 ถ้าองค์กรของคุณมีข้อมูลอยู่...
11/08/2026

📌 Roadmap เริ่มใช้ Microsoft Fabric + OneLake
จาก “ศูนย์” → สู่ “ระดับองค์กร”
━━━━━━━━━━━━━━━

🔥 ถ้าองค์กรของคุณมีข้อมูลอยู่ 10 ระบบ
คุณอาจไม่ได้มี “ข้อมูล 10 ชุด”

แต่กำลังมีข้อมูลชุดเดียวกัน
ที่ถูก Copy ไปมา… 20–30 ชุดโดยไม่รู้ตัว

Excel อยู่กับทีม Finance
SQL Database อยู่กับ IT
CSV อยู่ใน Shared Drive
ข้อมูล Marketing อยู่บน Cloud
ส่วน Power BI แต่ละทีมก็สร้าง Dataset ของตัวเอง

สุดท้ายปัญหาไม่ใช่ “ไม่มี Data”

แต่คือ…

❌ Data กระจาย
❌ Definition ไม่ตรงกัน
❌ Report คนละตัวเลข
❌ Governance ยิ่งทำยิ่งยาก
❌ และไม่มีใครแน่ใจว่า Data ชุดไหนคือ “ตัวจริง”

นี่คือหนึ่งในโจทย์ที่ Microsoft Fabric + OneLake พยายามแก้

OneLake ถูกออกแบบให้เป็น Unified Data Lake ระดับองค์กร และมากับ Fabric tenant โดยไม่ต้องสร้าง Data Lake แยกเอง (⁠Microsoft Learn)

แต่คำถามสำคัญคือ…

“ถ้าองค์กรอยากเริ่ม Fabric วันนี้ ควรเริ่มจากตรงไหน?”

คำตอบคือ อย่าเริ่มจากการย้ายทุกอย่าง

ให้เริ่มเป็น Roadmap แบบนี้ 👇

━━━━━━━━━━━━━━━
1️⃣ STEP 1 — รวม Data Landscape ให้เห็นก่อน
━━━━━━━━━━━━━━━

เริ่มจากเลือก Use Case ที่มี Business Value ชัดเจน

เช่น Sales Analytics, Customer 360, Finance Dashboard หรือ Supply Chain

จากนั้น Map ว่า Data อยู่ที่ไหนบ้าง

→ SQL Database
→ Excel / CSV
→ Cloud Storage
→ SaaS Application
→ Existing Data Lake

แล้วค่อยนำข้อมูลเข้าสู่ OneLake ผ่าน Pipeline, Dataflow หรือ Streaming

บางกรณีไม่จำเป็นต้อง Copy Data เข้ามาด้วยซ้ำ เพราะสามารถใช้ Shortcut หรือ Mirroring เชื่อมกับข้อมูลภายนอกได้ (⁠Microsoft Learn)

💡 Mindset สำคัญคือ

“Connect & Reuse ก่อน Copy & Duplicate”

━━━━━━━━━━━━━━━
2️⃣ STEP 2 — สร้าง Lakehouse ให้เป็น Data Foundation
━━━━━━━━━━━━━━━

เมื่อ Data เริ่มเข้ามาแล้ว
อย่าเพิ่งรีบสร้าง Dashboard 50 หน้า

ให้สร้าง “ฐานข้อมูลที่เชื่อถือได้” ก่อน

ตัวอย่างง่าย ๆ ใช้แนวคิด Medallion Architecture

🥉 Bronze → Raw Data
🥈 Silver → Clean / Transform
🥇 Gold → Business-ready Data

ข้อดีของ Fabric Lakehouse คือ Data Engineer สามารถใช้ Spark ทำ Transformation ขณะที่ Data Analyst สามารถ Query ผ่าน T-SQL บนข้อมูล Delta เดียวกันได้ (⁠Microsoft Learn)

นี่คือจุดเปลี่ยนจาก

“ต่างคนต่างเตรียม Data”

ไปสู่

“องค์กรใช้ Data Foundation ร่วมกัน”

━━━━━━━━━━━━━━━
3️⃣ STEP 3 — เชื่อม Power BI ให้ใกล้ Data มากขึ้น
━━━━━━━━━━━━━━━

เมื่อ Gold Layer พร้อม
ค่อยสร้าง Semantic Model และ Business Metrics ที่ทุกทีมเข้าใจตรงกัน

Fabric ยังมี Direct Lake ซึ่งช่วยให้ Power BI semantic model ทำงานกับ Delta tables ใน OneLake ได้โดยตรง และถูกออกแบบมาสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลปริมาณมาก (⁠Microsoft Learn)

ผลลัพธ์ที่ต้องการไม่ใช่แค่

“Dashboard เร็วขึ้น”

แต่คือ

📊 Sales เห็น Revenue Definition เดียวกับ Finance
📊 Management เห็น KPI จาก Data Foundation เดียวกัน
📊 Analyst ลดเวลาทำ Data Preparation ซ้ำ ๆ

━━━━━━━━━━━━━━━
4️⃣ STEP 4 — วาง Governance ก่อน Scale
━━━━━━━━━━━━━━━

จุดที่หลายองค์กรพลาดคือ

สร้าง Data Platform สำเร็จ
แต่ทุกคนสร้าง Workspace, Lakehouse และ Report ได้อย่างอิสระจนกลายเป็น Data Silo รอบใหม่

เมื่อเริ่ม Scale ต้องวางเรื่อง

🔐 Access & Permissions
🏷️ Sensitivity Labels
📚 Data Discovery / Catalog
🔎 Lineage
👤 Ownership
🏢 Domains / Workspace Strategy
📋 Audit & Compliance

ปัจจุบัน OneLake Catalog มีมุมมองสำหรับ Explore, Govern และ Secure ขณะที่ Microsoft Purview สามารถช่วยด้าน Governance, Protection, Compliance และ Lineage ตั้งแต่ Data Source ไปจนถึง Power BI ได้ (⁠Microsoft Learn)

━━━━━━━━━━━━━━━
🚀 จาก Pilot → Enterprise
━━━━━━━━━━━━━━━

ภาพ Roadmap จึงไม่ควรเป็น

“ซื้อ Fabric → ย้าย Data ทั้งหมด → จบ”

แต่ควรเป็น

Business Use Case

OneLake

Lakehouse

Semantic Model + Power BI

Governance

Scale & Center of Excellence

เพราะการทำ Fabric ให้สำเร็จในระดับองค์กร ไม่ใช่แค่เรื่อง Technology

แต่คือการจัดการพร้อมกันทั้ง
People + Process + Data + Governance + Technology

ซึ่งสอดคล้องกับ Microsoft Fabric Adoption Roadmap ที่มองการ Adoption มากกว่าจำนวนคนที่ใช้ระบบ แต่รวมถึง Data Culture, Ownership, Governance, COE และ Change Management ด้วย (⁠Microsoft Learn)

━━━━━━━━━━━━━━━
🎯 เหมาะกับใคร?
━━━━━━━━━━━━━━━

ไม่ว่าคุณจะเป็น

• Data Analyst / Power BI Developer
• Data Engineer
• IT / Data Architect
• Data Manager
• CIO / CTO
• หรือ Business User ที่กำลังเริ่ม Data Transformation

Roadmap นี้ช่วยให้เห็นว่า

Microsoft Fabric ไม่ควรถูกมองเป็นแค่ “เครื่องมือทำ BI ตัวใหม่”

แต่มันคือโอกาสในการออกแบบ
Data Foundation ขององค์กรใหม่ตั้งแต่ต้น

📌 Save โพสต์นี้ไว้เป็น Checklist ก่อนเริ่ม Fabric
💬 และถ้าองค์กรคุณกำลังใช้ Power BI อยู่แล้ว คุณคิดว่า Step ไหน “ยากที่สุด” — Data, Lakehouse, Power BI หรือ Governance?

แชร์โพสต์นี้ให้ทีม Data / IT ที่กำลังวาง Architecture ได้เลยครับ

11/08/2026

A Category and Group Comparisons : Ridgeline Plot – Compares distributions across several groups.

11/08/2026

A Category and Group Comparisons : Dumbbell Chart – Compares two values across multiple categories.

11/08/2026

A Category and Group Comparisons : Lollipop Chart – Compares categories with less visual weight than bars.

11/08/2026

A Category and Group Comparisons : Dot Plot – Compares values using points.

11/08/2026

A Category and Group Comparisons : 100% Stacked Bar Chart – Compares percentage composition across groups.

11/08/2026

A Category and Group Comparisons : Stacked Bar Chart – Compares totals and their composition.

📌 Microsoft Fabric ไม่ได้จบแค่ “รวม Data ไว้ที่เดียว”ถ้าจะใช้ใน Enterprise ต้องเจาะ 6 เรื่องนี้ให้ขาด━━━━━━━━━━━━━━━หลาย...
11/08/2026

📌 Microsoft Fabric ไม่ได้จบแค่ “รวม Data ไว้ที่เดียว”
ถ้าจะใช้ใน Enterprise ต้องเจาะ 6 เรื่องนี้ให้ขาด
━━━━━━━━━━━━━━━

หลายองค์กรเริ่ม Microsoft Fabric ด้วยคำถามว่า

“เอา Power BI มาเชื่อม Fabric ยังไง?”

แต่สำหรับระบบระดับ Enterprise คำถามที่สำคัญกว่านั้นคือ…

🔥 Architecture ออกแบบถูกหรือยัง?
🔥 Performance จะรับ User หลักร้อย–หลักพันได้ไหม?
🔥 Governance ใครเป็นเจ้าของ Data?
🔥 Security ใครควรเห็นอะไร?
🔥 Capacity ที่ซื้อมาใช้คุ้มจริงหรือเปล่า?

เพราะการมี Technology ที่ดี
ไม่ได้แปลว่าเราจะมี Data Platform ที่ดีโดยอัตโนมัติ

━━━━━━━━━━━━━━━
🏗️ 1. Architecture — เริ่มจาก “One Data Foundation”
━━━━━━━━━━━━━━━

หัวใจของ Microsoft Fabric คือ OneLake ซึ่งทำหน้าที่เป็น Logical Data Lake กลางขององค์กร และเชื่อม Fabric workloads หลายประเภทเข้าไว้ด้วยกัน (⁠Microsoft Learn)

Architecture ที่ดีจึงไม่ควรเริ่มจาก

Source → Power BI Report

แต่ควรคิดเป็น Layer เช่น

Data Source → Ingestion → OneLake/Lakehouse → Curated Data → Semantic Model → Power BI

และในหลายองค์กรสามารถประยุกต์แนวทาง

🥉 Bronze — Raw Data
🥈 Silver — Clean / Standardized
🥇 Gold — Business-ready Data

Microsoft เองแนะนำ Medallion Architecture เป็นหนึ่งในแนวทางสำหรับการจัดโครงสร้าง Lakehouse บน Fabric (⁠Microsoft Learn)

ผลคือ Data Engineering, BI และ AI สามารถทำงานบน Foundation เดียวกันได้ง่ายขึ้น

━━━━━━━━━━━━━━━
⚡ 2. Performance — Dashboard ช้า อาจไม่ได้ผิดที่ Power BI
━━━━━━━━━━━━━━━

เมื่อใช้ Fabric เราต้อง Optimize ตั้งแต่ Data Layer

ตัวอย่างเช่น

• ลดจำนวนไฟล์ Parquet ขนาดเล็ก
• ออกแบบ Delta Table ให้เหมาะสม
• ลด Cardinality ที่ไม่จำเป็น
• Optimize Semantic Model และ DAX
• Pre-aggregate ข้อมูลที่ Query บ่อย

โดยเฉพาะ Direct Lake ที่ช่วยให้ Power BI semantic model เข้าถึงข้อมูลใน OneLake ได้โดยไม่ต้องทำ Import แบบเดิมในหลายสถานการณ์ แต่ Performance ยังคงขึ้นกับคุณภาพของ Delta Table และการออกแบบ Model (⁠Microsoft Learn)

พูดง่าย ๆ คือ

Dashboard เร็ว ไม่ได้เกิดจาก Visual สวย
แต่เกิดจาก Architecture ข้างหลังที่ดี

━━━━━━━━━━━━━━━
🛡️ 3. Governance — Data เยอะขึ้น ต้องควบคุมได้มากขึ้น
━━━━━━━━━━━━━━━

เมื่อข้อมูลกระจายหลายทีม ปัญหาที่ตามมาคือ

“Dataset ไหนคือของจริง?”

“ใครเป็น Owner?”

“ข้อมูลนี้ Sensitive หรือไม่?”

Fabric เชื่อม Governance เข้ากับ Microsoft Purview เพื่อรองรับเรื่องอย่าง Permission, Sensitivity, Auditing และ Data Governance บน Platform (⁠Microsoft Learn)

เป้าหมายไม่ใช่แค่สร้าง Data Lake

แต่ต้องสร้าง Trusted Data Platform

━━━━━━━━━━━━━━━
🔐 4. Security — อย่าคิดแค่ Workspace Permission
━━━━━━━━━━━━━━━

Enterprise Security ต้องคิดเป็น Layer

• Tenant / Capacity
• Workspace
• Fabric Item
• OneLake Data Access
• Semantic Model
• Row-Level / Object-Level Security
• Identity และ Service Principal

OneLake มีโมเดลควบคุมสิทธิ์ของ Data และสามารถกำหนด Access ลงไปในระดับข้อมูลได้ ไม่ควรพึ่งเพียงการแบ่ง Workspace อย่างเดียว (⁠Microsoft Learn)

หลักคิดสำคัญคือ

Right Person → Right Data → Right Level of Access

━━━━━━━━━━━━━━━
💰 5. Cost Optimization — ซื้อ Capacity ใหญ่ขึ้น ไม่ใช่คำตอบแรก
━━━━━━━━━━━━━━━

Fabric ใช้ Capacity ร่วมกันระหว่าง Workload

ดังนั้น Pipeline, Spark, Warehouse, Semantic Model และ Report สามารถแข่งขันกันใช้ Resource ได้

สิ่งที่องค์กรควร Monitor คือ

• Workload ไหนใช้ Capacity สูง
• Peak เกิดช่วงไหน
• Query ไหนกิน Resource
• Background Operation ใช้เท่าไร
• มี Throttling หรือไม่

Microsoft มี Fabric Capacity Metrics app สำหรับติดตาม Capacity Consumption และช่วยตัดสินใจเรื่องการ Scale (⁠Microsoft Learn)

ก่อน Upgrade SKU ลองถามก่อนว่า

“เราขาด Capacity จริง ๆ
หรือ Architecture ยังไม่ได้ Optimize?”

━━━━━━━━━━━━━━━
🔗 6. Integration — จุดแข็งจริงของ Fabric คือ Ecosystem
━━━━━━━━━━━━━━━

Fabric ไม่ควรถูกมองเป็นอีกหนึ่ง Data Warehouse

แต่มันเชื่อม

Data Engineering + Data Factory + Data Warehouse + Real-Time Intelligence + Power BI + OneLake

อยู่บน Platform เดียวกัน (⁠Microsoft Learn)

และ OneLake Shortcuts ยังช่วยอ้างอิงข้อมูลจากแหล่งอื่นโดยไม่จำเป็นต้อง Copy ข้อมูลทุกครั้ง เช่น Data ใน Azure, AWS หรือ OneLake อื่น (⁠Microsoft Learn)

นี่คือจุดที่ Fabric เริ่มเปลี่ยนจาก

“BI Platform”

ไปเป็น

👉 Enterprise Data & AI Platform

━━━━━━━━━━━━━━━
🎯 ใครควรเข้าใจ 6 เรื่องนี้?
━━━━━━━━━━━━━━━

โดยเฉพาะ

• Data Architect
• BI / Analytics Lead
• Power BI Developer
• Data Engineer
• IT Manager / CIO / CTO
• ทีมที่กำลังวาง Roadmap Microsoft Fabric

เพราะการ Deploy Fabric ให้สำเร็จไม่ใช่เรื่องของการ “เปิด Feature ให้ครบ”

แต่คือการออกแบบให้

Scale ได้ → Govern ได้ → Secure ได้ → และ Cost ควบคุมได้

ถ้าคุณกำลังวาง Architecture ของ Microsoft Fabric อยู่
Save โพสต์นี้ไว้เป็น Checklist ได้เลยครับ

และถ้าให้เลือกเพียง 1 เรื่องที่องค์กรของคุณกำลังปวดหัวที่สุดตอนนี้…

Architecture / Performance / Governance / Security / Cost

คุณเจอข้อไหน?

11/08/2026

A Category and Group Comparisons : Grouped Bar Chart – Compares multiple series side by side.

📌 Lakehouse, Warehouse, OneLake ต่างกันยังไง?อธิบายแบบคนทำธุรกิจเข้าใจได้━━━━━━━━━━━━━━━หลายองค์กรลงทุนกับ Data ไปเยอะมา...
11/08/2026

📌 Lakehouse, Warehouse, OneLake ต่างกันยังไง?
อธิบายแบบคนทำธุรกิจเข้าใจได้
━━━━━━━━━━━━━━━

หลายองค์กรลงทุนกับ Data ไปเยอะมาก…

แต่สุดท้ายยังเจอปัญหาเดิม

📊 ทีม Finance มีข้อมูลชุดหนึ่ง
📈 Sales มีอีกชุดหนึ่ง
📣 Marketing ก็มีของตัวเอง
💻 ฝั่ง IT ต้องคอยเชื่อมทุกอย่างเข้าหากัน

แล้วพอผู้บริหารถามว่า…

“ตกลงยอดขายจริงของเดือนนี้เท่าไร?”

กลับได้คำตอบว่า
“ขึ้นอยู่กับว่าดูจากระบบไหนครับ…” 😅

นี่คือเหตุผลว่าทำไมคำว่า Warehouse, Lakehouse และ OneLake ถึงสำคัญขึ้นเรื่อย ๆ

แต่ถ้าไม่ใช่สาย Data จะเข้าใจ 3 คำนี้ยังไง?

ลองคิดว่า “ข้อมูลของบริษัท = สินค้าในองค์กร” แล้วมองแบบนี้ครับ 👇

━━━━━━━━━━━━━━━
🏢 1. Warehouse = “คลังสินค้าที่จัดของเรียบร้อยแล้ว”
━━━━━━━━━━━━━━━

Data Warehouse เปรียบเหมือนคลังสินค้าที่มีการจัดหมวดหมู่ มีชั้นวาง และรู้ชัดว่าอะไรอยู่ตรงไหน

ข้อมูลมักถูกเตรียมและจัดโครงสร้างให้พร้อมสำหรับ

• รายงานผู้บริหาร
• Dashboard
• Business Intelligence
• การวิเคราะห์ KPI

ข้อดีคือ เป็นระเบียบ และนำไปวิเคราะห์ได้ง่าย

เช่น บริษัทต้องการ Dashboard ดู

ยอดขาย → กำไร → ลูกค้า → สาขา → รายเดือน

Warehouse เหมาะกับงานลักษณะนี้มาก

แต่โลกธุรกิจวันนี้ไม่ได้มีแค่ข้อมูลที่เป็น “ตารางสวย ๆ”

เรามี Log, IoT, JSON, File และข้อมูลจำนวนมหาศาลจากหลายระบบ

จึงเกิดแนวคิดต่อมา…

━━━━━━━━━━━━━━━
🏗️ 2. Lakehouse = “พื้นที่ที่เก็บได้หลากหลาย แต่ยังบริหารแบบคลังได้”
━━━━━━━━━━━━━━━

Lakehouse พยายามรวมข้อดีของ

Data Lake + Data Warehouse

เข้าด้วยกัน

พูดง่าย ๆ คือ

แทนที่จะต้องแยกว่า…

“ข้อมูลดิบไปเก็บตรงนี้”
“ข้อมูลวิเคราะห์ไปอีกระบบ”
“ข้อมูลสำหรับ AI ต้อง Copy ไปอีกที่”

Lakehouse ทำให้เราสามารถรองรับข้อมูลหลากหลายรูปแบบ แล้วนำมาจัดการ วิเคราะห์ หรือเตรียมใช้กับ Data Science / AI ได้ในสถาปัตยกรรมเดียวกันมากขึ้น

🎯 ในมุมธุรกิจ ประโยชน์สำคัญคือ

ลดความซับซ้อนของ Data Architecture

และช่วยให้ Data Engineer, Data Scientist และ Analyst ทำงานบนข้อมูลร่วมกันได้ง่ายขึ้น

━━━━━━━━━━━━━━━
🌐 3. แล้ว OneLake คืออะไร?
━━━━━━━━━━━━━━━

ถ้า Warehouse คือ “คลัง”

และ Lakehouse คือ “คลังยุคใหม่ที่ยืดหยุ่นกว่าเดิม”

OneLake ให้คิดว่าเป็น “พื้นที่เก็บข้อมูลส่วนกลางของทั้งองค์กร”

ใน Microsoft Fabric, OneLake ถูกออกแบบให้เป็น Data Lake กลางที่ Workload ต่าง ๆ ใน Fabric สามารถใช้ร่วมกันได้

ลองนึกภาพบริษัทมี

Finance → Warehouse
Data Team → Lakehouse
Power BI → Analytics
Data Science → Machine Learning

แทนที่แต่ละทีมจะสร้าง “เกาะข้อมูล” ของตัวเอง

OneLake ช่วยสร้างแนวคิดว่า

ข้อมูลอยู่บนฐานกลางเดียวกัน และแต่ละทีมเข้าถึงตามสิทธิ์และ Use Case ที่เหมาะสม

━━━━━━━━━━━━━━━
💡 สรุปให้จำง่ายที่สุด
━━━━━━━━━━━━━━━

🏢 Warehouse
= ข้อมูลที่จัดโครงสร้างแล้ว พร้อมสำหรับ BI และ Analytics

🏗️ Lakehouse
= รองรับข้อมูลได้ยืดหยุ่นกว่า และเชื่อมโลก Data Engineering + Analytics + AI

🌐 OneLake
= Data Lake กลางของ Microsoft Fabric ที่ช่วยให้หลาย Workload ใช้ข้อมูลร่วมกัน

สิ่งสำคัญคือ…

3 คำนี้ไม่ใช่คู่แข่งที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเสมอไป

เพราะใน Microsoft Fabric องค์กรสามารถมีทั้ง Warehouse และ Lakehouse โดยใช้ OneLake เป็น Data Foundation ร่วมกันได้

━━━━━━━━━━━━━━━
🚀 แล้วธุรกิจควรสนใจเรื่องนี้ทำไม?
━━━━━━━━━━━━━━━

เพราะปัญหา Data ของหลายองค์กรไม่ใช่

“เราไม่มีข้อมูล”

แต่คือ

เรามีข้อมูลเยอะ…แต่กระจัดกระจายจนใช้ประโยชน์ได้ช้า

ถ้าสถาปัตยกรรมข้อมูลดีขึ้น สิ่งที่ธุรกิจมีโอกาสได้กลับมาไม่ใช่แค่ Dashboard ที่เร็วขึ้น

แต่คือ

✅ ลดการ Copy Data ซ้ำ
✅ ลด Data Silo
✅ ทำ Analytics ได้เร็วขึ้น
✅ เตรียมข้อมูลสำหรับ AI ได้ง่ายขึ้น
✅ ทำให้คนในองค์กรมีโอกาสใช้ “ข้อมูลชุดเดียวกัน” ในการตัดสินใจมากขึ้น

นี่จึงไม่ใช่แค่เรื่องของ IT

แต่เป็นเรื่องของ ความเร็วในการตัดสินใจของธุรกิจ

📌 ถ้าต้องจำแค่ประโยคเดียว:

Warehouse จัดข้อมูลเพื่อใช้
Lakehouse รวมความยืดหยุ่นกับ Analytics
OneLake ทำให้ข้อมูลทั้งองค์กรมี Foundation ร่วมกัน

ถ้าโพสต์นี้ช่วยให้ 3 คำนี้ชัดขึ้น
Save ไว้เป็น Cheat Sheet ได้เลยครับ

และลองแชร์ให้เพื่อนที่เคยเปิด Microsoft Fabric แล้วเจอคำว่า Lakehouse / Warehouse / OneLake จนเริ่มสงสัยว่า…

“ตกลงมันต่างกันตรงไหน?” 😄

ที่อยู่

Bangkok
10400

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Data Analytics Thailandผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์