14/09/2025
วางแผนการเงินที่ดีในวันนี้ เพื่อชีวิตที่ดีในวันข้างหน้า
[ ] 50% แรกใช้เพื่อชีวิตวันนี้ 50% หลังใช้เพื่อชีวิตวันหน้า สูตรแบ่งเงินแบบ “คนละครึ่ง” 50:50 ให้ปัจจุบันครึ่งหนึ่ง ให้อนาคตครึ่งหนึ่ง
ทุกวันนี้เงินเดือนที่ได้มา เราเอาไปใช้จ่ายเท่าไหร่ แล้วเก็บออมเท่าไหร่?
หลายคนอาจจะคุ้นกับสูตรแบ่งเงินยอดฮิตอย่าง 50:30:20 หรือ 50:40:10 กันมาบ้าง ซึ่งก็ถือเป็นหลักการที่ดีและใช้ได้จริงในระยะยาว เพราะมีสัดส่วนของการออมเงินที่ไม่มากและไม่น้อยเกินไป คือ 10 - 20% ของรายได้ต่อเดือน
แต่สำหรับคนที่อยากสร้างเนื้อสร้างตัวให้เร็วขึ้น หรืออยากเกษียณก่อนวัยอันควร เช่น กลุ่ม FIRE สูตรที่กำลังจะพูดถึงนี้อาจจะตอบโจทย์มากกว่า เพราะมีสัดส่วนของการเก็บเงินเพื่ออนาคตที่สูงมากขึ้น นั่นก็คือ สูตรแบ่งเงินแบบ “คนละครึ่ง” หรือ 50:50 นั่นเอง
หลักการคือแบ่งรายได้ออกเป็น 2 ส่วนเท่าๆ กัน คือ 50% สำหรับใช้ชีวิตในปัจจุบัน และ 50% สำหรับชีวิตในอนาคต ฟังดูเหมือนจะทำได้ยาก แต่ถ้าลองทำความเข้าใจและนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับตัวเองแล้วจะพบว่ามันไม่ได้โหดร้ายอย่างที่คิดเลย
💰[ ส่วนที่ 1: 50% สำหรับ #ปัจจุบัน ]
50% ของรายได้ต่อเดือน ส่วนนี้คือเงินที่เราจะใช้จ่ายเพื่อการดำรงชีวิตและเติมเต็มความสุขในแต่ละเดือน ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็น หรือค่าใช้จ่ายที่ช่วยให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
โดย 50% ของรายได้ต่อเดือนนี้ สามารถแบ่งย่อยได้อีก เช่น
➡️40% แรก = สำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็น
เงินส่วนนี้คือค่าใช้จ่ายที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวัน เช่น ค่าเช่าบ้านหรือผ่อนบ้าน, ค่าผ่อนรถ, ค่าอาหาร, ค่าน้ำ, ค่าไฟ, ค่าเดินทาง และหนี้สินอื่นๆ ที่ต้องชำระในแต่ละเดือน
➡️10% หลัง = สำหรับความสุข
เงินส่วนนี้คือรางวัลสำหรับตัวเองที่ทำงานหนักมาตลอดทั้งเดือน จะเอาไปใช้จ่ายเพื่อความสุขเล็กๆ น้อยๆ อย่างการดูหนัง, ฟังเพลง, ซื้อเสื้อผ้า, กินอาหารอร่อยๆ หรือไปเที่ยวพักผ่อนก็ย่อมได้ การแบ่งเงินส่วนนี้ไว้โดยเฉพาะจะช่วยให้เราไม่รู้สึกอึดอัดกับการเก็บเงินมากเกินไป และยังคงมีความสุขกับการใช้ชีวิตในปัจจุบันด้วย
💰 [ ส่วนที่ 2: 50% สำหรับ #อนาคต ]
50% ส่วนนี้ เป็นเงินที่เราจะเก็บออมและลงทุนเพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาวให้กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความมั่งคั่ง หรือการเกษียณอย่างสบายใจ
สามารถแบ่งย่อยได้ตามสถานการณ์ทางการเงินของแต่ละคน เช่น
🙋♀️สำหรับคนที่ยังไม่มีเงินสำรองฉุกเฉิน ลองแบ่งย่อยเป็น 30:10:10
➡️30% = สำหรับเงินสำรองฉุกเฉิน จัดการเก็บเงินส่วนนี้เป็นอันดับแรกจนกว่าจะมีเงินก้อนเพียงพอตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
➡️10% = สำหรับลงทุน เมื่อมีเงินสำรองฉุกเฉินในระดับที่น่าพอใจแล้ว ให้เริ่มแบ่งเงินส่วนนี้มาลงทุนในสินทรัพย์ที่มีโอกาสเติบโตในระยะยาว เช่น กองทุนรวม, หุ้น หรืออสังหาริมทรัพย์
➡️10% = สำหรับค่าประกันสุขภาพ เงินส่วนนี้สำคัญไม่แพ้กัน เพราะจะช่วยป้องกันไม่ให้เงินเก็บที่อุตส่าห์สะสมมาต้องหมดไปกับค่ารักษาพยาบาลยามเจ็บป่วย ลองแบ่งเงินส่วนนี้เพื่อซื้อประกันสุขภาพหรือประกันชีวิตที่เหมาะสมกับตัวเอง
🙆♂️สำหรับคนที่มีเงินสำรองฉุกเฉินแล้ว ลองแบ่งย่อยเป็น 40:10
➡️40% = สำหรับลงทุน เพิ่มสัดส่วนการลงทุนเพื่อเร่งการเติบโตของเงินเก็บ ทำให้เงินทำงานแทนเราได้เร็วขึ้น
➡️10% = สำหรับค่าประกันสุขภาพ ยังคงให้ความสำคัญกับการทำประกันสุขภาพ เพราะความเสี่ยงเรื่องสุขภาพเป็นสิ่งที่ประมาทไม่ได้
การแบ่งเงินแบบ “คนละครึ่ง” อาจจะฟังดูเป็นเรื่องที่หนักและท้าทาย โดยเฉพาะในช่วงแรกที่เราอาจจะต้องปรับตัวอย่างมาก แต่หากเราสามารถทำได้ต่อเนื่องจะส่งผลให้เราบรรลุเป้าหมายทางการเงินได้เร็วกว่าที่คิด
แต่ต้องบอกว่า การใช้ชีวิตด้วยสูตรนี้ต้องไม่ใช่การอดๆ อยากๆ จนขัดสน หรือต้องจำกัดตัวเองจนไม่มีความสุข แต่ต้องจัดสรรเงินให้เหมาะสมกับตัวเราและเป้าหมาย ให้เราสามารถมีความสุขกับชีวิตได้ทั้งในปัจจุบันและสร้างอนาคตที่มั่นคงไปพร้อมๆ กัน
ถ้าใครอยากเริ่ม ให้ลองเริ่มจากการสำรวจค่าใช้จ่ายของตัวเองในแต่ละเดือนดู แล้วค่อยๆ ปรับการใช้จ่ายให้เข้ากับสูตร 50:50 นี้ทีละเล็กทีละน้อย รับรองว่าคุณจะเห็นความเปลี่ยนแปลงทางการเงินที่น่าพอใจอย่างแน่นอนครับ
เขียนโดย: วัฒนา มะสันเทียะ, AFPT™
#จัดการเงิน #สูตรแบ่งเงิน #แบ่งเงิน #ออมเงิน #ลงทุน #ประกัน