ESG Global Your go-to bilingual hub for all things ESG, sustainable business, innovation and technology

“Green PLEASE by SPC” ขยายผลต่อชุมชนและสังคม จุดพลังพนักงานร่วมขับเคลื่อนสังคมยั่งยืนสนับสนุนการคัดแยกขยะ ส่งเสริมการดูแ...
12/12/2025

“Green PLEASE by SPC” ขยายผลต่อชุมชนและสังคม จุดพลังพนักงานร่วมขับเคลื่อนสังคมยั่งยืน
สนับสนุนการคัดแยกขยะ ส่งเสริมการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและร่วมสร้างเมืองที่สะอาด

สหพัฒนพิบูล หรือ SPC ผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค ตอกย้ำความสำคัญด้านความยั่งยืนและการบริหารจัดการขยะอย่างเป็นรูปธรรม เดินหน้าสรุปผลการดำเนินงานโครงการ “Green PLEASE by SPC” ซึ่งเป็นโครงการด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมในการลดขยะและแยกขยะรีไซเคิล โดยเฉพาะการนำขวดพลาสติกไป Upcycle เพื่อสร้างประโยชน์กลับคืนสู่สังคม พร้อมขยายผลสู่ชุมชนรอบข้างเพื่อร่วมสร้างเมืองสะอาดอย่างยั่งยืนในระยะยาว

โครงการ Green PLEASE by SPC ได้รับการตอบรับอย่างดีจากพนักงาน ซึ่งร่วมส่งต่อขยะรีไซเคิลอย่างถูกวิธีตลอดทั้งปี โดยมีผลงานสำคัญที่เกิดขึ้นแล้ว ดังนี้

• เปลี่ยนขยะขวดพลาสติกเป็นชุด PPE เรืองแสงสำหรับพนักงานรักษาความสะอาด ส่งต่อให้กับกรุงเทพมหานคร ในโครงการมือวิเศษกรุงเทพ “แยกเพื่อให้...พี่ไม้กวาด” ขวดพลาสติกทั้งหมดถูกนำไป Upcycle เป็นชุด PPE ชุดดังกล่าวช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน และเป็นการเสริมประโยชน์ให้กับสังคมอย่างชัดเจน สะท้อนความตั้งใจในการนำทรัพยากรกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด (Circular Economy)

โครงการ Green PLEASE by SPC ยังมุ่งเน้นการสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อมที่ไม่ได้หยุดแค่ในองค์กร แต่ขยายสู่ชุมชนรอบข้าง เพื่อร่วมสร้างเมืองที่สะอาดและยั่งยืน โครงการได้ต่อยอดสู่พื้นที่ชุมชนใกล้เคียงรอบบริษัท เพื่อส่งเสริมการดูแลสิ่งแวดล้อมร่วมกัน โดยจัดกิจกรรมให้ความรู้และสนับสนุนให้ชุมชนคัดแยกขยะ โดยเริ่มจาก ขวดพลาสติก ซึ่งเป็นขยะที่สามารถรีไซเคิลได้มากที่สุด
การดำเนินงานนี้มีเป้าหมายเพื่อลดปริมาณขยะฝังกลบและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว นอกจากกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) SPC ยังได้ดำเนินในมิติด้านสังคม (Social) ปรับปรุงจุดสัญจรสำคัญในพื้นที่ ซึ่งสะท้อนความตั้งใจที่จะยกระดับสภาพแวดล้อมโดยรอบ ได้แก่
• ปรับปรุงสะพานลอยหน้าบริษัท เพื่อปรับทัศนียภาพและความปลอดภัยในการสัญจรของพนักงานและประชาชนทั่วไป

• ปรับปรุงสะพานชุมชนสุเหร่าบ้านดอน เพื่อปรับภูมิทัศน์สะพานข้ามคลองในชุมชนสุเหร่าบ้านดอน ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการเชื่อมโยงการสัญจรระหว่างชุมชน

สำหรับ โครงการ “Green PLEASE by SPC” ได้เริ่มขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2564 ซึ่งส่งเสริมให้พนักงานตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรภายในองค์กร เพื่อส่งเสริมการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี ลดการใช้พลาสติกและมีการจัดตั้งตู้คัดแยกขวดพลาสติกภายในบริษัทเพื่อให้ง่ายต่อการรีไซเคิล ตั้งแต่ดำเนินโครงการสร้างผลลัพธ์ที่วัดได้ชัดเจน สามารถจัดการขยะภายในองค์กรได้แล้วกว่า 7,062 กิโลกรัม ลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกได้ 15,023.84 kgCO₂e เทียบเท่าการปลูกต้นไม้ 1,699 ต้น

การดำเนินการเหล่านี้ตอกย้ำว่า SPC ให้ความสำคัญต่อความยั่งยืนและการบริหารจัดการขยะอย่างเป็นรูปธรรม และพนักงานมีบทบาทสำคัญในการสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อ
#สหพัฒนพิบูล

กสิกรไทยร่วมประชุม COP30  ตอกย้ำบทบาทผู้นำภูมิภาคด้านการเงินเพื่อสิ่งแวดล้อม เผยความสำเร็จ Thai CBN พร้อมเปิดตัว Carbon ...
25/11/2025

กสิกรไทยร่วมประชุม COP30 ตอกย้ำบทบาทผู้นำภูมิภาคด้านการเงินเพื่อสิ่งแวดล้อม เผยความสำเร็จ Thai CBN พร้อมเปิดตัว Carbon Credit Tokenization บนเวทีโลก

ธนาคารกสิกรไทย ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านการเงินเพื่อสิ่งแวดล้อมในระดับภูมิภาค เข้าร่วมการประชุมสมัชชาภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 30 (COP30) ระหว่างวันที่ 10–21 พฤศจิกายน 2568 ณ เมืองเบเลง สหพันธรัฐบราซิล โดยผู้บริหารธนาคารได้ร่วมถ่ายทอดวิสัยทัศน์ มุมมอง และประสบการณ์ด้านการเงินเพื่อสภาพภูมิอากาศ (Climate Finance) รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของตลาดคาร์บอนยุคใหม่ บนเวที Thai Pavilion ครอบคลุม 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Blockchain ในการออกคาร์บอนเครดิตโทเคน เพื่อพัฒนาตลาดคาร์บอนเครดิต การขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวผ่านความร่วมมือภาครัฐ–เอกชน และการจัดทำบัญชีคาร์บอน 2.0 โดยนับเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันที่ธนาคารเข้าร่วมในฐานะตัวแทนภาคเอกชนไทย

ดร.กรินทร์ บุญเลิศวณิชย์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย ร่วมเสวนาในหัวข้อ “Tokenization: Decentralizing Carbon Markets การใช้โทเคนเพื่อกระจายอำนาจในตลาดคาร์บอน” โดยนำเสนอโครงการนำร่องการแปลงคาร์บอนเครดิตเป็นโทเคนดิจิทัล ที่นำเทคโนโลยี Blockchain มาช่วยประสิทธิภาพและความโปร่งใสในกระบวนการซื้อขายและชดเชยคาร์บอนเครดิต ลดต้นทุนในการทำธุรกรรม อีกทั้งยังช่วยเพิ่มโอกาสให้ภาคประชาชนสามารถเข้าถึงการซื้อขายคาร์บอนเครดิต เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จะรองรับการทำธุรกรรมของตลาดคาร์บอนเครดิตภาคบังคับที่จะเกิดขึ้นในอนาคต พรอ้มผลักดันผลักดันให้ประเทศไทยสามารถเป็นศูนย์กลางการซื้อขายคาร์บอนเครดิตในระดับภูมิภาค

และยังร่วมเสวนาในหัวข้อ “Driving Systems Change through Climate Public-Private Partnerships (PPP) ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบผ่านความร่วมมือภาครัฐ–เอกชน” ซึ่งสะท้อนถึงความจำเป็นของความร่วมมือเชิงระบบ (Systems Change) ระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อขับเคลื่อน Climate Action อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งจากมุมมองระดับโลกของ UNFCCC ด้านการระดมทรัพยากร ไปจนถึงตัวอย่างความร่วมมือในประเทศไทยที่ธนาคารกสิกรไทยมีบทบาทสำคัญ เช่น โครงการ Thailand Climate Business Network (Thai CBN) เครือข่ายภาคธุรกิจ 34 องค์กร จาก 4 ภาคส่วน ได้แก่ ภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และภาคการเงินและการธนาคาร ซึ่งร่วมกันผลักดันการจัดการสภาพภูมิอากาศแบบบูรณาการ รวมถึง โครงการ Net Zero CEO หลักสูตรสำหรับผู้บริหารระดับสูงที่ธนาคารกสิกรไทยร่วมพัฒนากับสถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน (CBiS) เพื่อเสริมศักยภาพผู้นำองค์กรในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่การปล่อยคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน

ในขณะที่ ดร. วิชัย ณรงค์วณิชย์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย ได้ร่วมเสวนาในหัวข้อ “Carbon Accounting 2.0: Accelerating Transparency and Trust on the Road to Net Zero 2050 การจัดทำบัญชีคาร์บอน 2.0: เร่งความโปร่งใสและความเชื่อมั่นบนเส้นทาง Net Zero 2050” โดยนำเสนอแนวทางการบูรณาการนโยบาย โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล เทคโนโลยีทางธุรกิจ และการขับเคลื่อนเพื่อสังคม เพื่อพัฒนา “ระบบ Carbon Accounting รุ่นใหม่” ที่ช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือ โปร่งใส และเพิ่มการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ตลอดจนเป็นรากฐานสำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 อย่างมีคุณภาพและยั่งยืน สำหรับตัวอย่างจากภาคการเงินนั้น ดร.วิชัย ได้กล่าวถึงยุทธศาสตร์ความยั่งยืนปี 2568 ของธนาคารกสิกรไทย ซึ่งมุ่งพัฒนาระบบการปล่อยสินเชื่อและการลงทุนอย่างรับผิดชอบ ผ่านการบริหารความเสี่ยงเชิงรุก การประเมินด้าน ESG อย่างครบถ้วน พร้อมทั้งผลักดันสินเชื่อและเงินลงทุนด้านความยั่งยืนให้บรรลุเป้าหมาย 4–5 แสนล้านบาทภายในปี 2573 นอกจากนี้ ธนาคารยังให้การสนับสนุนลูกค้าในการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ ผ่านโซลูชันทางการเงิน องค์ความรู้ และนวัตกรรมรูปแบบใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องอาศัยข้อมูลที่โปร่งใส เพื่อประกอบการตัดสินใจด้านความเสี่ยงและการปล่อยสินเชื่อเชิงรับผิดชอบ ดังนั้นการพัฒนาแพลตฟอร์มข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานด้าน Carbon Accounting จึงเป็นหัวใจสำคัญในการสนับสนุนทั้งภาคธุรกิจและระบบการเงินไทยให้ก้าวสู่ เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ อย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

ดร.กรินทร์ กล่าวในต้อนท้ายว่า การเข้าร่วม COP30 สะท้อนความมุ่งมั่นของธนาคารกสิกรไทยในการยกระดับระบบการเงินไทยสู่ความยั่งยืนผ่าน Climate Solution และการผลักดันนวัตกรรมด้านสภาพภูมิอากาศ พร้อมสร้างความร่วมมือเชิงระบบกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ ภายใต้เป้าหมายในการเป็น "The Most Comprehensive Climate Solution Provider – ผู้ให้บริการโซลูชันด้านสภาพภูมิอากาศที่ครอบคลุมที่สุด” ที่จะก้าวไป “เหนือกว่าการให้การสนับสนุนทางการเงิน” เพื่อช่วยยกระดับศักยภาพการแข่งขันทางธุรกิจของลูกค้าในระยะยาวอย่างยั่งยืน และสนับสนุนประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างมั่นคงและเป็นรูปธรรม

#กสิกรไทย

ห้างเซ็นทรัล จัดงาน CENTRAL SANRIO CHARACTERS FAIR 2025 ชูกลยุทธ์ EXPERIENCE × EXCLUSIVITY ฉลองครบรอบคาแรกเตอร์ MY MELOD...
12/10/2025

ห้างเซ็นทรัล จัดงาน CENTRAL SANRIO CHARACTERS FAIR 2025 ชูกลยุทธ์ EXPERIENCE × EXCLUSIVITY ฉลองครบรอบคาแรกเตอร์ MY MELODY 50 ปี


กองบรรณาธิการ
ธาพิดา นรพัลลภ กรรมการผู้จัดการกลุ่มบริหารสินค้าออมนิชาแนล กลุ่มห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า ห้างเซ็นทรัล มีความผูกพันกับซานริโอและอยู่ในใจของคนไทยมายาวนานถึง 45 ปี ไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทางของไอเทมสุดน่ารักเท่านั้น แต่ยังเป็น ผู้ออกแบบประสบการณ์ ให้กับคอมมูนิตี้คนรักซานริโอได้เติบโตและเชื่อมโยงกันอย่างมีความหมาย นี่คือเหตุผลที่จัดงานแฟร์นี้ต่อเนื่องในทุกปี และในปี 2025 ยกระดับมาตรฐานของงาน CENTRAL SANRIO CHARACTERS FAIR 2025 ให้พิเศษยิ่งกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ภายใต้กลยุทธ์ EXPERIENCE × EXCLUSIVITY เพื่อมอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟให้แฟน ๆ ซานริโอได้เก็บ‘โมเมนต์แห่งความประทับใจ กับการฉลองครบรอบสองคาแรกเตอร์ในดวงใจของใครหลายคนอย่าง MY MELODY (มายเมโลดี้) ครบรอบ 50 ปี และ KUROMI (คุโรมิ) ครบรอบ 20 ปี ซึ่งบินตรงจากญี่ปุ่นมาให้แฟน ๆ ได้ใกล้ชิดคู่กันเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยการจัดงานที่แรกระหว่างวันที่ 2 ต.ค. 68 – 15 ต.ค. 68 ณ ลานโปรโมชัน ชั้น 1 เซ็นทรัล ลาดพร้าว และสามารถช้อปต่อเนื่องได้จนถึงวันที่ 2 พ.ย. 68 ที่แผนกซานริโอ ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา รวมถึงทุกช่องทาง การช้อปปิ้งสุดสะดวกของห้างฯ เพื่อให้แฟน ๆ ซานริโอทั่วประเทศสามารถเข้าถึงคอลเลกชันพิเศษได้อย่างทั่วถึง ภายในงานเรายังได้จัดเต็มด้วยดีลโปรโมชันสุดพิเศษจากหลากหลายไอเทมคอลเลกชันพิเศษและลิมิเต็ดเอดิชัน รวมถึงกิจกรรมน่ารัก ๆ มากมายที่ออกแบบมาเพื่อมอบความสุขให้กับแฟนซานริโอโดยเฉพาะ
“เราเชื่อว่าความสำเร็จในปีนี้จะช่วยกระตุ้นยอดขายกลุ่มสินค้าซานริโอของห้างเซ็นทรัลในช่วงไตรมาส 4 ปี 68 ให้เติบโตขึ้นราว 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและเราจะเดินหน้าสานต่อประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับคนรักซานริโออย่างต่อเนื่อง โดยเตรียมจัดกิจกรรมพิเศษของงาน CENTRAL SANRIO CHARACTERS FAIR 2025 ที่ห้างเซ็นทรัลชิดลมเร็ว ๆ นี้แบบที่ไม่ซ้ำกับสาขาลาดพร้าวแน่นอน”
➢ ไฮไลต์ 1: คอลเลกชันพิเศษและลิมิเต็ด เอดิชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เฉพาะที่ห้างเซ็นทรัลเท่านั้น
ห้างเซ็นทรัล ยกขบวนไอเทมสุดคิวต์มาให้แฟนซานริโอได้เลือกช้อปอย่างจุใจ กับคอลเลกชันพิเศษและลิมิเต็ด เอดิชัน “MY MELODY – KUROMI 50TH & 20TH ANNIVERSARIES” ที่นำเข้าจากญี่ปุ่นโดยเฉพาะ พร้อมด้วยไอเทมไลฟ์สไตล์จาก คาแรกเตอร์ยอดนิยมระดับโลก อาทิ HELLO KITTY, CINNAMOROLL, LITTLE TWIN STARS, BAD BADTZ-MARU และอีกมากมาย ให้เลือกช้อปอย่างครบครันทั้งไอเทม ตุ๊กตา หมอนอิง ผ้าปูที่นอน เครื่องเขียน กระเป๋า พวงกุญแจ และของสะสมสุดน่ารักอีกหลากหลายรายการ ตอบโจทย์ทั้งคนรักซานริโอและนักสะสมที่กำลังมองหาคอลเลกชันพิเศษซึ่งมีจำหน่ายเฉพาะที่ห้างเซ็นทรัลเท่านั้น
➢ ไฮไลต์ 2: ดีลโปรโมชันสุดพิเศษ มอบข้อเสนอสุดคุ้มให้แฟนซานริโอทั่วประเทศห้างเซ็นทรัล จัดแคมเปญโปรโมชั่นสุดพิเศษเอาใจแฟนซานริโอทั่วประเทศ พบข้อเสนอสุดคุ้มที่งาน CENTRAL SANRIO CHARACTERS FAIR 2025 ระหว่างวันที่ 2 ต.ค. 68 – 15 ต.ค. 68 ณ ลานโปรโมชัน ชั้น 1 เซ็นทรัล ลาดพร้าว และสามารถช้อปต่อเนื่องได้จนถึงวันที่ 2 พ.ย. 68 ที่แผนกซานริโอ ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา ไม่ว่าจะเป็น...
- สินค้าเฉพาะรุ่น / แบรนด์ ลดสูงสุด 50%
- สินค้าใหม่ ลดสูงสุด 15%
- รับคูปองส่วนลดแทนเงินสดและเครดิตเงินคืนสูงสุด 6,500 บาท ขึ้นไป เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไขที่กำหนด
- สุดยอดนักช้อป 5 ท่านแรก เมื่อช้อปสินค้าซานริโอในช่วงแคมเปญตั้งแต่วันที่ 2 ต.ค. 68 – 2 พ.ย. 68 ที่แผนกซานริโอ ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา สะสมยอดช้อปผ่านหมายเลขเดอะวัน และมียอดช้อปสูงสุด 3 ท่านแรก รับรางวัลเครื่องประดับ PRIMA Sanrio Collection (ทอง 9K) รวม 3 รายการ มูลค่ารวม27,900 บาท ประกอบด้วย ต่างหู Hello Kitty, จี้My Melody (ไม่รวมสร้อยคอ) และต่างหู Kuromiสำหรับท่านที่ 4-5 รับชุด Hello Kitty Tea Set มูลค่ารวม 7,600 บาท (ประกาศผลผ่านทางเพจSanrio Gift Gate Thailand ภายในวันที่ 1 ธ.ค. 68 เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด)
➢ ไฮไลต์ 3: กิจกรรมสุดคิวต์ มอบประสบการณ์สุดประทับใจให้แฟนซานริโอได้ร่วมสนุกตลอดงาน
ห้างเซ็นทรัล ได้จัดกิจกรรมสุดพิเศษ เพื่อเติมเต็มประสบการณ์ความสุขให้แฟนซานริโอและสายคอนเทนต์ได้มาสนุกและเก็บโมเมนต์แห่งความประทับใจตลอดงาน ซึ่งประกอบด้วยกิจกรรมสุดพิเศษ ได้แก่...
- Photo Booth Zone ให้แฟนซานริโอมาถ่ายภาพกับคาแรกเตอร์สุดฮอต ไม่ว่าจะเป็น MY MELODY, KUROMI, HELLO KITTY, CINNAMOROLL และผองเพื่อน เมื่อช้อปครบ 1,500 บาทขึ้นไป
- ไอศกรีม 3D สุดน่ารักจาก HELLO KITTY และ KUROMI ราคาเพียง 69 / 89 บาท ที่จะเพิ่มความสดใสให้กับทุกโมเมนต์
- Workshop พวงกุญแจ DIY สุดคิวต์ เมื่อช้อปครบ 1,500 บาทขึ้นไป ซึ่งจัดเฉพาะวันเสาร์–อาทิตย์ตลอดงาน (จำนวนจำกัด)
คนรักซานริโอมาร่วมสัมผัสประสบการณ์แห่งความน่ารักแบบเอ็กซ์คลูซีฟได้ที่งาน CENTRAL SANRIO CHARACTERS FAIR 2025 ประเดิมที่แรกระหว่างวันที่ 2 ต.ค. 68 – 15 ต.ค. 68 ณ ลานโปรโมชัน ชั้น 1 เซ็นทรัลลาดพร้าว และสามารถช้อปปิ้งได้ต่อเนื่องจนถึงวันที่ 2 พ.ย. 68 ที่แผนกซานริโอ ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา

Confluent จับมือ Visa Cash App Racing Bulls ปลดล็อกข้อมูลเรียลไทม์ กองบรรณาธิการConfluent, Inc. (คอนฟลูเอนท์) ผู้บุกเบิก...
12/10/2025

Confluent จับมือ Visa Cash App Racing Bulls ปลดล็อกข้อมูลเรียลไทม์

กองบรรณาธิการ
Confluent, Inc. (คอนฟลูเอนท์) ผู้บุกเบิกด้าน Data Streaming ประกาศความร่วมมือเป็นพันธมิตรระยะยาวกับทีม Visa Cash App Racing Bulls (VCARB) Formula 1
นับตั้งแต่สุดสัปดาห์นี้รถแข่ง VCARB 02 จะลงสนามการแข่งขัน Formula 1 Singapore Airlines Singapore Grand Prix พร้อมโลโก้ของ Confluent บน Halo และ Upper Sidepods โดยความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยนำแพลตฟอร์ม Data Streaming ระดับแนวหน้าของ Confluent เข้าสู่โลกแห่ง Formula 1 ที่มีการเดิมพันสูง เพื่อให้ทีม VCARB สามารถเข้าถึง ข้อมูลเชิงลึกได้แบบเรียลไทม์ ที่จำเป็นต่อการตัดสินใจที่เร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น ทั้งในระหว่างการแข่งขันและนอกสนาม
วงการ Formula 1 ถือเป็นหนึ่งในสนามทดสอบเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าที่สุดในโลก การตัดสินใจทุกอย่าง ตั้งแต่การสั่งการในเสี้ยววินาทีในวันแข่งขัน ไปจนถึงการออกแบบและพัฒนารถแข่งรุ่นใหม่ ล้วนต้องอาศัย ข้อมูล รถแข่งแต่ละคันสร้างข้อมูลมากกว่าหนึ่งล้านจุดในทุกวินาที ไม่ว่าจะเป็นประสิทธิภาพของยาง แรงทางอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamic Forces) ลักษณะการควบคุมรถ และสมรรถนะของนักขับ ด้วย Confluent ทีม VCARB สามารถทำให้ข้อมูลเหล่านี้ลื่นไหลอย่างต่อเนื่อง ตลอดทั่วทั้งระบบปฏิบัติการทั้งหมดของทีม สร้างระบบประสาทส่วนกลางที่เชื่อมต่อระหว่างรถแข่ง ผนังกั้นพิต และโรงงาน โดยข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ ไม่เพียงแต่จะตัดสินผลการแข่งขันเท่านั้น แต่ยังช่วย เร่งวงจรวิศวกรรม และเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ให้คล่องตัวอีกด้วย
"ในวงการ Formula 1 ชัยชนะไม่ได้ขึ้นอยู่กับรถแข่งเพียงอย่างเดียว แต่ตัดสินที่ข้อมูลซึ่งไหลเวียนไปทั่วทุกส่วนของทีม" คุณเจย์ เครปส์ ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง Confluent กล่าว "การเป็นพันธมิตรกับทีม VCARB นี้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่จะเกิดขึ้นเมื่อ Data Streaming แบบเรียลไทม์ กลายเป็นหัวใจสำคัญของการแข่งรถไม่แพ้เครื่องยนต์เลยทีเดียว ทุกรอบการวิ่งสร้างข้อมูลเชิงลึกที่ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจของเราในวันนี้ และยังใช้ฝึกฝนโมเดล AI และ Machine Learning ที่จะกำหนดทิศทางของรถแข่งและกลยุทธ์การแข่งขันในวันข้างหน้า เรารู้สึกตื่นเต้นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมกันสร้างสรรค์นวัตกรรมด้วยความเร็วระดับนี้"
สำหรับทีม VCARB ข้อมูลมีความสำคัญไม่ต่างจากน้ำมันเชื้อเพลิง ทีมใช้ประโยชน์จากกระแสข้อมูลที่ส่งจากรถแข่ง (Telemetry) และข้อมูลการจำลอง (Simulation Data) เพื่อเป็นแนวทางในการกำหนดกลยุทธ์ องค์ประกอบต่างๆ ในวันแข่งขัน เพื่อพัฒนาสมรรถนะของรถแข่งตลอดทั้งปี
"การขับรถในแต่ละรอบสอนสิ่งใหม่ๆ ให้กับเราเสมอ และยิ่งเราเรียนรู้ได้เร็วเท่าไร เราก็จะยิ่งพัฒนาได้ดีขึ้นเท่านั้น" คุณทิม กอสส์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคของ VCARB กล่าว "ด้วยการนำ Confluent มาปรับใช้ ข้อมูลจะกลายเป็นความได้เปรียบในการแข่งขัน ที่ไม่เพียงแต่ช่วยให้เราตัดสินใจได้ชาญฉลาดยิ่งขึ้นระหว่างการแข่งขัน แต่ยังเป็นแนวทางในการวิเคราะห์หลังการแข่งขัน และมีส่วนในการออกแบบรถแข่งอีกด้วย ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้จะช่วยให้เราลดช่องว่างเพื่อก้าวไปอยู่แถวหน้าของการแข่งขันให้ได้"
ความร่วมมือครั้งนี้ทำให้ Formula 1 ซึ่งเป็นสนามที่มีแรงกดดันจากการแข่งขันได้ทดสอบ โครงสร้างพื้นฐานของข้อมูลเรียลไทม์ที่ขีดจำกัดสูงสุด ให้เป็นเสมือนห้องปฏิบัติการที่มีชีวิตสำหรับเทคโนโลยีของ Confluent นอกจากนี้ยังเป็นการสร้าง วงจรการเรียนรู้และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยที่ทุกข้อมูลจากสนามแข่งจะช่วยในการตัดสินใจทางวิศวกรรมที่ชาญฉลาดขึ้น โลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมถึงการสร้างรูปแบบใหม่ ๆ ในการมีส่วนร่วมกับแฟน ๆ Confluent และ VCARB ผนึกกำลังด้วยเจตนารมณ์ร่วมกันในฐานะผู้ที่มุ่งมั่นจะฉีกกรอบเดิม ๆ สร้างสรรค์นวัตกรรมด้วยความเร็ว และกำหนดนิยามใหม่ของความเป็นไปได้ ด้วยเป้าหมายเดียวกัน คือการแสดงให้เห็นว่าข้อมูลเรียลไทม์นั้นสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ใช่แค่ในโลกของการแข่งรถเท่านั้น แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญสำหรับทุกธุรกิจที่ต้องการความได้เปรียบทางการแข่งขัน

Krungthai Travel Debit Card มิติใหม่แห่งความคุ้ม จาก Tourist ธรรมดา สู่ TouRICH รับดอกเบี้ยสูงสุด 2.5% ต่อปีกองบรรณาธิกา...
12/10/2025

Krungthai Travel Debit Card มิติใหม่แห่งความคุ้ม จาก Tourist ธรรมดา สู่ TouRICH รับดอกเบี้ยสูงสุด 2.5% ต่อปี

กองบรรณาธิการ
ธนาคารกรุงไทย มอบประสบการณ์ บัตร Krungthai Travel Debit ตอบโจทย์ลูกค้าที่วางแผนเดินทางท่องเที่ยว ด้วยแนวคิด เปลี่ยนจาก Tourist ธรรมดา สู่ TouRICH ที่สุดแห่งประสบการณ์เดินทาง เหนือกว่าด้วย Cash Back สูงสุด 10,000 บาทต่อปี แลกเงินเรทดี 20 สกุลเงินชั้นนำ รับอัตราดอกเบี้ย เงินฝากสูงสุด 2.5% ต่อปี เมื่อแลกเงินเก็บในบัญชีสกุลต่างประเทศ Global Savings โอนเงินระหว่างบัตรไม่เสียค่าธรรมเนียม เติมเต็มทุกการเดินทางให้คุ้มค่ามากยิ่งขึ้น
บัตร Krungthai Travel Debit Card บัตรเดียวเที่ยวคุ้มทั่วโลก
· รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 10,000 บาทต่อปี สำหรับบัตร Krungthai Travel Premium Mastercard Debit และสำหรับบัตร Krungthai Travel Platinum Mastercard Debit รับเครดิตเงินคืน สูงสุด 2,000 บาทต่อปี จากการรูดใช้จ่ายในต่างประเทศ ด้วยสกุลเงินต่างประเทศ สะสมทุกๆ 30,000 บาทต่อเดือน ไม่จำกัดสิทธิ์ ไม่ต้องลงทะเบียน ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2568 ถึง 31 ธันวาคม 2568 ทั้งนี้ เงื่อนไข และอัตราแลกเปลี่ยนเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
· แลกเงินเรทพิเศษครอบคลุม 20 สกุลเงินชั้นนำ รองรับการใช้จ่าย 210 ประเทศทั่วโลก
· รับอัตราดอกเบี้ย สูงสุด 2.5% ต่อปี จากบัญชีออมทรัพย์สกุลเงินต่างประเทศ Global Savings ใน 6 สกุลเงินหลัก ได้แก่ ดอลลาร์สหรัฐ (USD) ยูโร (EUR) ปอนด์สเตอลิง (GBP) ดอลลาร์ ออสเตรเลีย ( AUD) หยวนของจีน (CNY) และดอลลาร์นิวซีแลนด์ (NZD)
· ไม่เสียค่าธรรมเนียม ทั้งค่าธรรมเนียมความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน 2.5% (FX rate) ต่อปี และค่าธรรมเนียมโอนเงินสกุลต่างประเทศระหว่างบัตร เพื่อความสะดวกในการจัดการค่าใช้จ่าย
· ฟรี! ค่าธรรมเนียมกดเงินสดที่ตู้ ATM ทั่วโลก (เฉพาะส่วนของธนาคารผู้ออกบัตร) ค่าธรรมเนียมฝั่งผู้ให้บริการปลายทางเรียกเก็บ (ต่อรายการ) ขึ้นอยู่กับนโยบายของผู้ให้บริการ สำหรับบัตร Krungthai Travel Premium Mastercard Debit
· เที่ยวจีนบัตรเดียวจบ รูดจ่าย หรือผูกบัตรกับ Alipay หรือ WeChat pay สามารถใช้งานได้ทันที
· สิทธิพิเศษ Mastercard Travel Rewards รับส่วนลดและเครดิตเงินคืนจากร้านค้าแบรนด์ชั้นนำ พันธมิตร Mastercard ทั่วโลก
ผู้ที่สนใจ สมัครบัตรได้ที่แอปพลิเคชัน Krungthai NEXT พิเศษ สำหรับบัตร Krungthai Travel Platinum Mastercard Debit ยกเว้นค่าธรรมเนียมออกบัตร และรายปี ตลอดอายุบัตร มูลค่าสูงสุด 1,350 บาท สำหรับลูกค้าใหม่ที่สมัครตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 จนถึง 31 ธันวาคม 2568 และ สำหรับบัตร Krungthai Travel Premium Mastercard Debit ยกเว้นค่าธรรมเนียมออกบัตร และรายปี (ปีแรก) รวมมูลค่า 1,000 บาท เมื่อคงสถานะเป็นลูกค้า Krungthai Wealth หรือ ลูกค้าเดิมที่ถือบัตรเรียนเชิญ
ทั้งนี้ ลูกค้าที่ถือบัตร Krungthai Travel Visa Platinum Card ทั้งบัตรหลัก และบัตรเสริมสามารถใช้บริการบัตรได้ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2568 หลังจากนั้น บัตรจะไม่สามารถใช้ได้ แต่สามารถทำรายการขายคืนสกุลเงินในบัตรได้ถึงวันที่ 30 มีนาคม 2569
· กรณีมีเงินสกุลต่างประเทศคงเหลือ ธนาคารจะทำการขายคืนสกุลเงินทั้งหมดและโอนเงินคงเหลือทั้งหมดเข้าบัญชีเงินฝากของลูกค้าในวันที่ 31 มีนาคม 2569 พร้อมยกเลิกบัตร Krungthai Travel Visa Platinum Card ทันทีทั้งบัตรหลัก และบัตรเสริม รวมทั้งบริการ Krungthai Inter Wallet (หากมี)
· สำหรับสกุลเงิน CNY จะถูกโอนกลับไปที่บัตร Krungthai Travel UnionPay Debit Card (หากมี) โดยบัตรยังคงสามารถใช้งานบัตรได้ตามปกติ จนกว่าบัตรจะหมดอายุ
เพื่อการใช้งานบัตรได้อย่างต่อเนื่อง ลูกค้าสามารถเปลี่ยนมาใช้บัตร Krungthai Travel Debit Card ใบใหม่ และโอนย้ายสกุลเงินตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนดจากบัตร Krungthai Travel Visa Platinum Card มาบัตร Krungthai Travel Debit Card เพื่อใช้งานได้ทันที
#ธนาคารกรุงไทย #บัตรKrungthai TravelDebit

Krungsri 'Tech Day 2025': Driving Strategy to Become a Leading Regional and Sustainable BankESG Global Krungsri (Bank of...
08/10/2025

Krungsri 'Tech Day 2025': Driving Strategy to Become a Leading Regional and Sustainable Bank

ESG Global
Krungsri (Bank of Ayudhya PCL), a major player in Thailand’s financial landscape, has publicly outlined an aggressive technology and innovation strategy focused on connectivity, simplification, and ethical AI deployment to secure its future as a leading Sustainable and Regional Bank.
The vision was presented at the annual Krungsri Tech Day 2025: Empower People to Make Life Simple, an event held in collaboration with global technology giants, highlighting the bank's commitment to driving transformation across Thai business and society.
Krungsri President and CEO, Mr. Kenichi Yamato, said that the bank is not just adopting technology but driving a "
meaningful transformation to simplify, accelerate, and secure everyday financial experiences.
“By leveraging advanced digital capabilities, Krungsri aims to deliver customised services, streamline operations, and build lasting trust—supporting its aspiration to become the Leading Sustainable and Regional Bank,” Yamato stated in his opening remarks, positioning technology as a transformative force that empowers communities.
He added that Krungsri is investing in cutting-edge and digital technologies in order to enhance efficiency and quality to support business growth with security and trust, aiming to become a leading sustainable bank.
Three-Pillar Strategy for Digital Superiority
Ms. Saisunee Hanprathueangsil, Krungsri Chief Information and Digital Officer, detailed a strategic technology framework built on three key pillars:
1. Technology Simplicity:
The bank is undergoing a multi-stage infrastructure overhaul dubbed Leaner, Simpler, and Ahead of Business.' Key initiatives include a hybrid cloud migration, streamlining systems through the ongoing Jupiter program for Core Banking transformation, and automating operations to cut costs and speed up service delivery.
A concrete outcome of this strategy is the digitisation of the sugarcane purchasing process via the Payment Hub. This innovation has slashed transaction time from a two-day process (using paper checks) to just three to five minutes, delivering significant immediate cost savings and operational convenience for sugar factories and farmers.
2. Enabling for Growth:
Krungsri aims to serve as a reliable expert, handling the essential but non-core financial functions for Thai entrepreneurs. Under this pillar, the bank provides comprehensive, integrated digital financial solutions, allowing businesses to dedicate resources to innovation and differentiation. Krungsri currently facilitates over 90 million transactions annually and partners with more than 1,200 organisations, solidifying its role as a key financial partner for enterprise growth.
3. Sustainable AI and Ethical Governance:
Recognising the strategic importance and inherent risks of Artificial Intelligence, Krungsri has established an AI Center of Excellence (AI COE) supported by a practical AI Governance framework. This governance ensures the ethical and effective use of Traditional AI/ML, Generative AI, and Agentic AI.
The bank is currently deploying GenAI internally—for tasks such as AI-driven property valuation—and externally to enhance customer safety. This includes an advanced Fraud Score model to strengthen protection and models for Customer Lifetime Value and Churn Prevention to enable proactive service.
Furthermore, the bank has expanded its cooperation with Thailand’s Central Investigation Bureau (CIB), using secure APIs, near real-time dashboards, and machine-learning models to proactively screen suspicious activities, thereby reducing coordination time and improving case handling efficiency.
The event, now in its fourth year, brought together Krungsri and major global tech partners, including Accenture, AWS, IBM, Microsoft, and Redhat, to showcase trends and innovative solutions crucial for advancing Thailand's digital economy.
Ms. Saisunee said that thanking the partners for helping Krungsri "turn ideas into capabilities that foster a smarter working environment and support sustainable and resilient growth for businesses, society, and people."
,

29/08/2025

Krungsri Auto launches GO Auto Station platform to boost used car sales in Thailand

ESG Global
BANGKOK – Krungsri Auto, a leading automotive finance provider under Bank of Ayudhya PCL, is expanding its market presence with the launch of GO Auto Station, a new digital marketplace for used cars. Integrated into the GO by Krungsri Auto Application, this platform aims to be Thailand’s first end-to-end solution, providing a comprehensive hub for buying, selling, and financing used vehicles. The initiative is designed to revitalize the country’s used car sector and promote financial inclusion among Thai consumers.
With the largest selection in the market, GO Auto Station features over 218,000 quality-assured vehicles. This new venture comes at a critical time, as Thailand's used car sales experienced a 5% year-on-year decline in the first half of 2025 due to a slow economy and low consumer confidence. Krungsri Auto, which holds one-third of the used car finance market share, is confident that this platform will help reverse the trend.
Mr. Congsin Congcar, Head of Krungsri Auto Group, stated that the company is "setting a new benchmark with GO Auto Station, Thailand’s first One-Stop Solution." He highlighted that the platform is designed to provide convenience, speed, and confidence for buyers, while also giving dealer partners access to a broader base of qualified customers. “This innovation will help accelerate growth for the used car market and the Thai economy,” he added.
The GO Auto Station stands out with its three core strengths: Convenient, Fast, and Complete. Its smart search system with advanced filters caters to modern buyers, while the "PromptStart" feature allows customers to get loan approval within 30 minutes. The platform offers a complete experience, connecting users to financing, insurance, and maintenance services, all within a single app.
Mr. Congsin concluded, “Krungsri Auto believes this bold move into the used car market is a game-changer, driving sustainable growth, broadening fair access to financial services and car ownership, and setting new standards that will fuel both the industry and Thailand’s economy.” The company hopes the new platform will not only boost its business but also contribute to the country’s economic recovery.

ที่อยู่

89/65 Ladprakhao 72 Anusawari Bangkhen
Bangkok
10220

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ESG Globalผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์