CEO Channels เล่าเรื่องธุรกิจ AI, Startup และ Online Business ถ่ายทอดกลยุทธ์ ถอดบทเรียนน่าสนใจจากผู้ประกอบการทั่วโลก เว็บไซต์ข่าวธุรกิจโลกในมือคุณ

ขอหมายเหตุก่อนว่า ชายคนนี้ไม่ได้โดนยูทูบปิดสร้างรายได้ แต่เขามาแชร์เรื่องราวที่อาจเป็นประโยชน์กับคนที่กำลังประสบปัญหานี้...
14/03/2026

ขอหมายเหตุก่อนว่า ชายคนนี้ไม่ได้โดนยูทูบปิดสร้างรายได้ แต่เขามาแชร์เรื่องราวที่อาจเป็นประโยชน์กับคนที่กำลังประสบปัญหานี้

ว่าแต่เขาคือใครและทำอะไร? 🤔

เขาชื่อ Matt Parr เป็นยูทูบเบอร์สาย Faceless หรือทำช่องไม่โชว์หน้าหลายช่องกว่าสิบปี และมาเริ่มออกกล้องสร้างแบรนด์ตัวตนในทศวรรษหลังครับ

คลิปล่าสุดที่เขาโพสต์ในช่อง Make Money Matt ได้อัพเดทรายได้จากยูทูบเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา คิดเป็นเงินไทยประมาณ 20 ล้านบาท โดยในจำนวนนี้ มีรายได้จากค่าโฆษณายูทูบเป็นสัดส่วนเพียง 5% เท่านั้น

และสาเหตุที่ CEO Channels หยิบเรื่องนี้มาเล่าเพราะปีนี้ ยูทูบ มีการปิดสร้างรายได้ช่องต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก

ขณะที่ยอดวิวของช่องปกติที่ทำนานก็ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้รายได้จากค่าโฆษณาลดลง จนทำให้หลายคนเครียด

เหตุการณ์ประจวบเหมาะกับ Matt Parr ทำคลิปแบ่งปันมุมมองว่า คุณไม่จำเป็นต้องรอรายได้จากยูทูบแต่เพียงอย่างเดียว

ไม่ว่าจะช่องเปิดใหม่ยังไม่ผ่านเกณณ์ยื่นสร้างรายได้ หรือช่องที่โดนปิดสร้างรายได้ไปแล้วก็ตาม ตราบใดที่ช่องยังอยู่ หรือยังมีสิทธิ์เปิดช่องใหม่ (ไม่ได้โดนแบนที่ตัว account) ชีวิตของพวกเรายังมีทางไปต่อครับ

ตามที่เกริ่นไปว่า รายได้ของ Matt Par และรวมถึงครีเอเตอร์ที่ประสบความสำเร็จอีกหลายคนที่ CEO Channels เคยทำกรณีศึกษา จะมีสัดส่วนรายได้จากค่าโฆษณายูทูบที่ประมาณ +/-5% พอ ๆ กัน

นั่นหมายความว่าอีก 90 - 95% มาจากแหล่งอื่น!

สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าตัวเลขรายได้ คือ ทัศนคติที่นำไปสู่รายได้

ครีเอเตอร์เหล่านั้นไม่ได้ทำคอนเทนต์เพื่อหวังรายได้จากค่า Content monetization จากแพลทฟอร์ม แต่พวกเขามองแพลทฟอร์มเป็น “พื้นที่สื่อ” ที่จะให้แอร์ไทม์ในการทำการตลาด โดยมีคอนเทนต์เป็นสื่อกลางการตลาด

แล้วรายได้อีกกว่า 90% ที่เหลือมาจากไหน?

รายได้อีกกว่า 90% มาจากการขายสินค้าและบริการ ทั้งของตัวเองและแบบ Affiliate partner

โดยหนึ่งในโปรดักท์ยอดฮิตของเหล่าครีเอเตอร์ คือ Information Product หรือ ชุดข้อมูลความรู้ในรูปแบบดิจิทัล เช่น อีบุ๊ก เทมเพลท เอกสาร และวีดีโอคอร์ส เป็นต้น

และในช่วงหลัง ๆ ครีเอเตอร์ในต่างประเทศเริ่มหันไปสร้างโปรดักท์ประเภท Software หรือ Application กันอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งขอเดาว่าน่าจะเป็นผลพวงจากการมาของเทคโนโลยี Vibe code ก็เป็นได้

คำถามต่อมาที่อาจลั่นในหัวของพวกเรา คือ “แต่ฉันไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ”

Matt Par บอกว่าคุณไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับโลก ในการทำสิ่งนี้ ขอแค่มีข้อมูลความรู้ในสิ่งที่จะถ่ายทอด และแพกเกจมันออกมาให้คนที่รู้น้อยกว่าคุณเสพง่าย

ซึ่งในปัจจุบัน มีแพลทฟอร์มอำนวยความสะดวกในการโฮสต์ขาย Information Product ที่มีค่าบริการต่ำมาก เช่น Sellfy, Skool, Whop เป็นต้น ฯลฯ

แต่ถ้าคุณไม่อยากสร้างโปรดักท์เองจริง ๆ เขาแนะนำอีกวิธี คือ ให้ทำ Affiliate โปรโมทสินค้าของคนอื่น

และข่าวดี คือ ทั้งสองแนวทางนี้มีวิธีทำคอนเทนต์ที่คล้ายกัน คือ Educational/Informative Content หรือคอนเทนต์ให้ข้อมูลความรู้ผลิตภัณฑ์

Step มีดังนี้:

1. Research -

ศึกษาหากลุ่มเป้าหมายแบบเฉพาะเจาะจง และวิเคราะห์ว่าคุณมีข้อมูลความรู้อะไรจะเสิร์ฟพวกเขา หรือสาย Affiliate คือ มีแอฟฯ สินค้าใดที่เกี่ยวกับกลุ่มนั้น ๆ และค่าคอมฯ ดี เป็นต้น

2. Content ปากกรวย -

ทำคลิปสั้นให้ข้อมูลความรู้แบบ Specific หรือเฉพาะเจาะจงในนิชนั้น ๆ เอาเข้ม ๆ ไปเลยว่าจะเจาะคนมีปัญหาเรื่องอะไร สุขภาพ ความงาม การงาน การเงิน การศึกษา หรือสาย Affiliate เช่น พ่อบ้าน แม่บ้าน ลูก สัตว์เลี้ยง เป็นต้น

Content ปากกรวย คือ ทัพหน้าบุกหากลุ่มเป้าหมายจำนวนมากก่อน กวาดต้อนคนสนใจเรื่องนั้น ๆ เข้ามาในพื้นที่สื่อของคุณ เพื่อส่งคนไปสเต็ปต่อไป

3. Money Video -

เน้นวีดีโอ Long-form 10 - 20 นาที ให้ข้อมูลวิเคราะห์ เจาะลึก จุก ๆ เกณฑ์แฟนพันธ์แท้ให้สื่อของคุณ และมี Call-to-Action ไปยังสินค้าอาจจะในวีดีโอ หรือใต้วีดีโอแล้วแต่

4. Paid Content / Product -

ส่วนนี้คือเนื้อหาสุดพรีเมี่ยมสำหรับคนสนใจจริง ๆ อยากไปต่อก็ชำระเงินเพื่อเข้าไปรับคอนเทนต์พรีเมียม แต่ถ้าเป็น Affiliate ก็คือโดนป้ายยาด้วยข้อมูลจัดหนัก จนคนตัดสินซื้อสินค้าแบบไม่ต้องคิดอะไรอีกแล้ว เป็นต้น

หวังว่าจะเป็นไอเดียและแนวทางต่อยอดสำหรับทุก ๆ คนต่อไปครับ

ในอดีต เราอาจต้องใช้เงินก้อนหลายแสนหรือหลายล้านบาท, ทีมงานจำนวนมาก, และเวลาเตรียมการนับปีในการสร้างธุรกิจส่วนตัวแต่ปัจจุ...
22/02/2026

ในอดีต เราอาจต้องใช้เงินก้อนหลายแสนหรือหลายล้านบาท, ทีมงานจำนวนมาก, และเวลาเตรียมการนับปีในการสร้างธุรกิจส่วนตัว

แต่ปัจจุบัน มิได้เป็นเช่นนั้น

Amjad Masad เจ้าของแพลทฟอร์ม Replit กล่าวไว้ในรายการพ็อดคาสต์ Jack Neel ว่า...

จากนี้ไป คุณอยากสร้างธุรกิจอะไร ก็พิมพ์บอก AI เพียง 5 - 10 นาที ก็จะสามารถสร้างธุรกิจใหม่ที่อาจเปลี่ยนชีวิตคุณในไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยเขามีตัวอย่างจริงมากมายที่เกิดขึ้นบนแพลทฟอร์มของเขา

แต่ก่อนอื่น Replit คืออะไร?

Replit คือแพลทฟอร์มสร้างแอปพลิเชั่นแบบ Low code/No code

อุปมาแบบเห็นภาพ คือ แพลทฟอร์มที่คุณสามารถพิมพ์แชทไอเดียกับ AI แล้วเอไอจะไปสร้าง แอปพลิเคชั่นให้ โดยที่คุณไม่ต้องมีความรู้ด้านโค้ดดื้ง

ปัจจุบันแพลทฟอร์ม Replit มีมูลค่ากิจการประมาณ 9 พันล้านดอลล่าร์ หรือราว ๆ 300,000 ล้านบาท!

Amjad Masad เจ้าของแพลทฟอร์ม Replit กล่าวไว้ในรายการพ็อดคาสต์ Jack Neel ว่า 4 - 5 ปีที่แล้ว คุณอาจจะต้องมีทีมวิศวกรนับสิบคน และเงินลงทุนมหาศาลในการสร้างธุรกิจ Software และ Application

แต่ในปี 2026 กฎเหล่านั้นถูกทลายลงแล้ว

เรากำลังอยู่ในยุคที่การเขียนโค้ดไม่ใช่อุปสรรคกั้นกลางระหว่าง ‘Idea’ & ‘action’

Case Study ที่เกิดกับตัวผู้ใช้งานแพลทฟอร์ม Replit

1. แอปฯ ช่วยงานเอกสารการเงิน

Amjad Masad เล่าว่า หนึ่งในผู้ใช้งาน Replit ทำงานวงการการเงิน และเห็นปัญหาความยุ่งยากในการจัดการงาน Spreadsheet และการทำ Slide ที่คนทำงานด้านวาณิชธนากิจต้องเผชิญ เขาจึงเกิดไอเดียที่จะแก้ปัญหานี้ และเข้าไปที่แพลทฟอร์ม Replit คุยไอเดียกับ AI และสั่งให้มันเนรมิตแอปต้นแบบขึ้นมาแก้ปัญหานั้น ส่งผลให้เขาได้รับดีลขอซื้อ License การใช้งานแอปฯ จำนวน 5 แสนดอลล่าในเวลาต่อมา

2. แอปฯ ช่วยคุณครูสร้างแบบฝึกหัด

คุณครูคนหนึ่งที่ลาออกจากโรงเรียนในช่วงโควิด-19 และเริ่มลองหัดใช้ AI กับ Replit เนื่องจากเขาเข้าใจปัญหาความยุ่งยากในวงการการศึกษาเป็นอย่างดี เขาจึงสร้างเครื่องมือมาช่วยครูในการให้คะแนนนักเรียนและสร้างแบบฝึกหัดด้วย AI - Amjad Masad เล่าว่าปัจจุบัน แอปฯ ของคุณครูคนนี้สร้างรายได้ 10-20 ล้านดอลลาร์ต่อปี

3. แอปฯ สร้าง Brand Kit อัตโนมัติ

นักเล่นโซเชียลมีเดียคนหนึ่ง เห็นความต้องการเกี่ยวกับการทำแบรนดดิ้ง เขาจึงสร้างแอปรับทำ Brand Kit อัตโนมัติ แอปนี้จะทำหน้าที่สร้างชุดออกแบบของแบรนด์ (Brand Kit) และโลโก้ด้วย AI โดยลูกค้าเพียงแค่กรอกชื่อโปรเจกต์ลงไป และจ่ายเงินประมาณ 40 ดอลลาร์ ก็จะได้ Brand Kit แบบครบชุดทันที

4. แอปฯ ติดตามสุขภาพ

แม้แต่ Amjad Masad ก็ใช้บริการแพลทฟอร์มของตัวเอง คือ เวลที่เขาป่วย - หมอมักจะให้กระดาษตารางมาเพื่อจดบันทึกการกินยา การกินอาหาร การออกกำลังกาย และเวลานอน ซึ่งเขาขี้เกียจมานั่งเขียนด้วยมือ จึงถ่ายรูปกระดาษใบนั้นแล้วสั่งให้ Replit สร้างเป็นแอปพลิเคชันขึ้นมาให้ ยิ่งไปกว่านั้น เขายังตั้งระบบอัตโนมัติให้แอปดึงข้อมูลการนอนหลับมาจากที่นอนอัจฉริยะและอุปกรณ์สวมใส่ (Wearables) เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องมากรอกข้อมูลเอง

The Hacker’s Blueprint:
พิมพ์เขียวสร้างว่าที่แอปพลิเคชันเงินล้านใน 10 นาที

Amjad Masad มีความเห็นว่า หัวใจสำคัญในการเป็นผู้ประกอบการในยุคนี้ ได้แก่ มองเห็นปัญหา และ สื่อสารกับ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยแตกออกเป็นระบบคิด ดังนี้

- ไอเดียที่ไม่ซ้ำใคร: ค้นหาปัญหา (Pain Points) รอบตัว หรือเทรนด์ที่กำลังมาแรง

- การแจกแจงรายละเอียด: เขียนอธิบายสิ่งที่ต้องการในหนึ่งย่อหน้า ระบุฟีเจอร์หลักที่จะสร้าง ‘Aha Moment’ หรือความรู้สึก ‘ใช่เลย’ ให้ผู้ใช้ได้ภายใน 5 นาทีแรก

- การใช้เครื่องมือ AI: ใช้เครื่องมืออย่าง Replit เปลี่ยนไอเดียแรกเป็นแอปใน 10 - 20 นาที และใช้การแชทเพื่อแก้ไขบั๊ก

- การทดสอบและปรับปรุง: นำโปรโตไทป์ที่มีหน้าที่หลักเพียงไม่กี่อย่างที่แก้ปัญหาได้จริง ไปให้กลุ่มเป้าหมายใช้ทันที สื่อสารกับ AI เหมือนสื่อสารกับพนักงานฝึกงานเพื่อปรับปรุงตาม Feedback

- การขยายตลาด: เริ่มจากชุมชนเฉพาะกลุ่ม เช่น Reddit, Discord ก่อนขยายผลผ่าน Short-form Content บน TikTok หรือ Instagram

Amjad Masad บอกว่า เรามาพักการถกเถียงว่า AI จะมาแทนที่คนหรือไม่ แล้วเปลี่ยนมาคิดกันว่าวันนี้คุณจะเริ่มสร้าง ‘สินทรัพย์’ ชิ้นแรกเพื่อแก้ปัญหาให้โลกนี้ได้อย่างไร เพราะนี่คือช่วงเวลาที่รวยง่ายที่สุดในประวัติศาสตร์อินเทอร์เน็ตแล้ว!

CEO Channels มีคอร์ส AI Basic เรียนฟรี ลิงก์สมัครเรียน ที่นี่ครับ > https://m.me/ceochannels?ref=w50441510

เขาชื่อ Sabri Suby เจ้าของบริษัท KingKong เขาเป็นที่ปรึกษาและรับทำการตลาดให้ธุรกิจมากกว่า 1 พันราย หลายปีที่ผ่านมา เขาใช...
21/02/2026

เขาชื่อ Sabri Suby เจ้าของบริษัท KingKong

เขาเป็นที่ปรึกษาและรับทำการตลาดให้ธุรกิจมากกว่า 1 พันราย

หลายปีที่ผ่านมา เขาใช้เงินยิงโฆษณาออนไลน์ เช่น Facebook ad, และ Google Ad มากกว่า 250 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 8 พันล้านบาท และสร้างยอดขายจาก Ad กว่า 7,800 ล้านดอลล่าร์ หรือกว่า 250,000 ล้านบาท!

Sabri Suby ได้ค้นพบประเภทลูกค้า และกลยุทธ์ที่สามารถทำซ้ำ และสร้างยอดขายที่แทบจะรับประกันผลลัพธ์ให้เขาทุกครั้งที่ซื้อโฆษณา ผ่านคลิปยูทูบ ชื่อ ‘How to Grow Your Business SO Fast it Feels Like CHEATING’

เขาเรียกกลยุทธ์นี้ว่า ‘The Market Awareness Pyramid’

Sabri Suby บอกว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่กำลังแย่งชิงการซื้อโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมาย 3% ขณะที่ยังมีกลุ่มเป้าหมายอีกถึง 97% ที่ยังไม่ถูกรับรู้ โดยเราสามารถจำแนกออกเป็น 4 ระดับ ดังนี้ครับ

1. ระดับ Buying Top 3% 🏆

กลุ่มยอดพิระมิด 3% เป็นกลุ่มพร้อมซื้อแทบจะทันที กลุ่มนี้รู้ตัวเองว่าต้องการอะไร, มีข้อมูลสินค้าแน่น, และพร้อมจ่าย แต่อาจกำลังเปรียบเทียบดีลที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับเขา ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มุ่งยิงโฆษณาไปหาคนกลุ่มนี้ และผลก็ คือ ปิดการขายยากกว่าที่คิด เพราะเป็นกลุ่ม Red Ocean สำหรับนักยิงโฆษณา

2. ระดับ Info-Gathering 17% 💪

เป็นกลุ่มที่รู้ปัญหาของตัวเองแล้ว แต่ข้อมูลยังน้อย และกำลังอยู่ในช่วงเซอร์เวย์สินค้า

3. ระดับ Problem Aware 20% 😢

เป็นกลุ่มที่รู้ปัญหาของตัวเองแล้ว แต่ยังไม่ได้เริ่มทำอะไร ยังจมอยู่กับปัญหา

4. ระดับ Not Problem Aware 60% 😭

เป็นกลุ่มที่มีปัญหา แต่ยังไม่รู้ปัญหาของตัวเอง ยังสับสนมึนงงว่าเกิดอะไรกับชีวิตตน

Sabri Suby บอกว่านี่คือกลุ่ม 3 กลุ่ม Blue Ocean สำหรับนักการตลาด แต่ขณะเดียวกัน ก็อาจยังไม่เหมาะที่จะยิง Ad สายฮาร์ดเซล แบบที่เคยใช้กับกลุ่ม Buying Top 3% มิได้

กลยุทธ์ในการเข้าถึง 3 กลุ่มนี้คือ Educational-Based Marketing

Educational-Based Marketing คือ การตลาดเชิงให้ข้อมูลความรู้

มุ่งบ่มเพาะความสัมพันธ์ ผ่านการมอบเนื้อหาที่มีคุณค่า โดยมีกระบวนการทำงาน 3 ขั้นตอนหลัก ดังนี้

* หมายเหตุ Sabri ทำธุรกิจบริการ ดังนั้น ตัวอย่างฟันเนิลของเขา คือ การสร้างโอกาสสู่การสนทนาทางโทรศัพท์ ในส่วนนี้ ผู้อ่านต้องไปปรับฟันเนิลที่เหมาะกับธุรกิจของตนต่อไปนะครับ

ขั้นตอนที่ 1 การดึงดูดด้วยคุณค่า

แทนที่จะใช้คำเชิญชวนที่สร้างความรู้สึกกดดันอย่างการ ขอใบเสนอราคา ซึ่งมักทำให้ลูกค้ารู้สึกว่ากำลังจะถูกขาย ธุรกิจควรเปลี่ยนมาใช้การแจกสิ่งที่ให้ประโยชน์ฟรีเพื่อแลกกับข้อมูลติดต่อ เช่น รายงานสรุป คู่มือแนะนำ หรือรายการตรวจสอบ (Checklists) ที่ช่วยแก้ปัญหาเบื้องต้นให้ลูกค้าได้จริง

ขั้นตอนที่ 2 การบ่มเพาะความเชื่อมั่น

เมื่อกลุ่มเป้าหมายเปิดใจรับข้อมูลแล้ว หน้าที่ของธุรกิจคือการสร้างความสัมพันธ์ผ่านเนื้อหาวิดีโอ ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอแนะนำแนวทางแก้ปัญหา การสัมมนาผ่านเว็บ (Webinar) หรือคอร์สเรียนสั้น ๆ เพื่อแสดงความเชี่ยวชาญและสร้างความไว้วางใจ ก่อนที่จะมีการพูดคุยเรื่องการขาย

ขั้นตอนที่ 3 การปิดการขายด้วยการให้คำปรึกษา

เปลี่ยนรูปแบบการโทรศัพท์จากการโทรไปตื้อขายของ ให้กลายเป็นการโทรไปเพื่อ มอบมูลค่าเพิ่ม เช่น การประเมินผลฟรี หรือการวางแผนกลยุทธ์ร่วมกัน โดยยึดหลักการสำคัญว่า ผู้ที่คุยด้วยต้องได้รับประโยชน์กลับไปเสมอ แม้ว่าสุดท้ายพวกเขาจะยังไม่ตัดสินใจซื้อสินค้าก็ตาม

กลยุทธ์นี้จะเสียเวลาเปล่าหรือไม่?

ถึงจุดนี้ คนที่ยังไม่คุ้นเคยกับการตลาดแบบ ฟันเนิล ก็อาจรู้สึกว่าเสียเวลากว่าซื้อโฆษณาห้วน ๆ ตรง ๆ หรือไม่

แต่ Sabri Suby มีสถิติในมือ ดังนี้ครับ

เมื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์เชิงสถิติระหว่างการตลาดแบบดั้งเดิมที่เน้นเฉพาะคนพร้อมซื้อ กับการตลาดเชิงให้ความรู้ เขาพบว่าโมเดลใหม่นี้สามารถเปลี่ยนผู้เข้าชมให้กลายเป็นผู้สนใจ (Lead) ได้สูงถึง 30% ในขณะที่แบบเดิมทำได้เพียง 4%

และเป็นความจริงว่า อัตราการปิดการขายต่อรายชื่อน้อยกว่าการซื้อโฆษณาแบบ Hard-selling แต่ยอดขายคิดเป็น 3 เท่าจากงบประมาณโฆษณาที่ใกล้เคียงกัน

สาเหตุก็เพราะธุรกิจจะไม่ถูกจำกัดอยู่แค่จำนวนคนที่ค้นหาคำสำคัญ (Keyword) ใน Google เท่านั้น แต่สามารถสร้างความต้องการใหม่ ๆ ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook Ads ได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า เนื่องจากคู่แข่งในตลาดกลุ่ม 97% นี้มีน้อยกว่า

สรุป

ในขณะที่คู่แข่งกำลังเหนื่อยล้ากับการหั่นราคาเพื่อแย่งลูกค้ากลุ่มเล็ก ๆ ธุรกิจที่ใช้การตลาดเชิงความรู้มีโอกาสครอบครองส่วนแบ่งตลาดส่วนใหญ่ได้ทั้งหมด ผ่านการเป็นผู้ให้คำแนะนำที่น่าเชื่อถือ และสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งก่อนที่กระบวนการขายจริงจะเริ่มต้นขึ้น

+++++

CEO Channels มีคอร์ส AI Basic เรียนฟรี ลงทะเบียนเรียนที่นี่ครับ > https://m.me/ceochannels?ref=w50441510

20/02/2026

อาชีพรับจ้างทำวีดีโอโฆษณาด้วย AI ค่าตัวคลิปละล้านบาท!

Dan Martell นักธุรกิจ, โค้ช, และครีเอเตอร์ช่อง Dan Martell มีโอกาสได้ลองใช้เครื่องมือ AI ในการทำงานจริงมากกว่า 500 ตัว แ...
20/02/2026

Dan Martell นักธุรกิจ, โค้ช, และครีเอเตอร์ช่อง Dan Martell มีโอกาสได้ลองใช้เครื่องมือ AI ในการทำงานจริงมากกว่า 500 ตัว

และนี่คือ 20 ตัวที่เขาใช้แล้วพบว่า ประสิทธิภาพการทำงานสูงขึ้น ลดค่าใช้จ่ายทางธุรกิจ เพิ่มยอดขาย หรือเพิ่มกำไร (จากต้นทุนโดยรวมที่ลดลง) และบางตัวเขานำไปขายบริการต่อได้อีกด้วย เช่น บริการทำคอนเทนต์ และบริการทำ Lead บนเว็บไซต์ เป็นต้น

ใครมี AI ตัวไหนใช้ดีที่ไม่ได้อยู่ในลิสต์นี้ สามารถพิมพ์คอมเมนต์แนะนำกันได้ครับ 🙂

1/20 11 Labs:

AI Speech Generation เสียงพากย์แสดงอารมณ์สมจริง ปรับลูกเล่นน้ำเสียงได้รายคำ เช่น ดีใจ เสียใจ โกรธ ฯลฯ รองรับภาษาไทยและโคลนเสียงได้แนบเนียน พร้อมฟีเจอร์สร้างดนตรีและซาวด์เอฟเฟกต์ครบวงจร

2/20 Alli AI (HireAlli):

AI Data Tracker ระบุตัวตนผู้เข้าชมเว็บไซต์จนรู้ชื่อและอีเมลจากประวัติออนไลน์ เพื่อใช้ทำ Re-targeting ทันทีแม้ไม่ได้กรอกข้อมูล ปัจจุบันจำกัดการใช้งานในสหรัฐฯ เนื่องจากกฎหมายความเป็นส่วนตัว

3/20 Buddy Pro:

AI Knowledge Cloning เปลี่ยนความเชี่ยวชาญเป็น "ฝาแฝดดิจิทัล" ที่เรียนรู้จากเจ้าของโดยตรง เพื่อทำหน้าที่ที่ปรึกษาแทนคนตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยให้ธุรกิจรองรับลูกค้าจำนวนมากได้โดยรักษามาตรฐานระดับพรีเมียม

4/20 Chat Aid:

AI Internal Support Agent บริหารความรู้ผ่าน Slack โดยดึงข้อมูลเอกสารบริษัทมาตอบคำถามพนักงานอย่างแม่นยำ ลดภาระฝ่าย HR และทีมบริหาร พร้อมสร้างวัฒนธรรมการเข้าถึงข้อมูลที่สะดวกและรวดเร็ว

5/20 ChatGPT:

AI General Intelligence ทรงพลังผ่าน Custom GPT ที่ปรับจูนตามงานเฉพาะทาง ตั้งแต่กลยุทธ์ธุรกิจจนถึงเขียนโปรแกรม เป็นศูนย์กลางจัดการกระบวนการคิดซับซ้อนให้ง่ายด้วยระบบประมวลผลภาษาแม่นยำระดับโลก

6/20 Claude:

AI Copywriting Specialist โดดเด่นด้านภาษาที่เป็นธรรมชาติและมีรสนิยม ทั้งการร่างอีเมลขายและบทความยาวที่สอดคล้องกับแบรนด์ พร้อมประมวลผลข้อมูลมหาศาลเพื่อสร้างแคมเปญการตลาดที่เพิ่ม Conversion ได้อย่างยอดเยี่ยม

7/20 Descript:

AI Video & Audio Editor ตัดต่อด้วยระบบ Text-based แก้ไขง่ายเหมือนลบข้อความ พร้อมฟีเจอร์ Studio Sound อัปเกรดเสียงและลบจังหวะ เอิ่ม อ่า และเดดแอร์ อัตโนมัติ ช่วยสร้างสรรค์งานพอดแคสต์และวิดีโอคุณภาพสูงในเวลาอันรวดเร็ว

8/20 Frank AI:

AI Financial Analyst ที่ปรึกษาการเงินเสมือน วิเคราะห์ธุรกรรมและกระแสเงินสดอัตโนมัติ ช่วยให้เจ้าของเห็นสุขภาพการเงินจริง พร้อมรับคำแนะนำบริหารความเสี่ยงและเพิ่มผลกำไรโดยไม่ต้องพึ่งพานักบัญชีตลอดเวลา

9/20 Gamma:

AI Presentation Designer เปลี่ยนข้อมูลดิบเป็นสไลด์สวยงามในคลิกเดียวด้วยระบบ Layout อัจฉริยะ ช่วยลดเวลาออกแบบลง 90% แต่ยังคงความเป็นมืออาชีพ เหมาะสำหรับการสร้างข้อเสนอขายที่ต้องการสร้างความประทับใจ

10/20 Hero Finance:

AI Cash Flow Manager ติดตามสถานะการเงินรายวันผ่านแดชบอร์ด Real-time พร้อมแจ้งเตือนความเสี่ยงสภาพคล่อง ช่วยให้ผู้ประกอบการไม่ต้องตัดสินใจในความมืด และวางแผนการเติบโตได้อย่างมั่นคงด้วยตัวเลขที่ชัดเจน

11/20 Lovable:

AI No-Code App Development สร้างแอปพลิเคชันจากภาษาธรรมชาติ เปลี่ยนคำสั่งเสียงหรือข้อความเป็นแอปใช้งานจริงอย่างรวดเร็ว ช่วยให้การสร้าง MVP ทำได้ง่ายเพียงสั่งงาน เป็นทางลัดสู่นักพัฒนายุคใหม่โดยไม่ต้องเขียนโค้ด

12/20 MAKE:

AI Workflow Automation เปรียบเสมือน ‘กาว’ เชื่อมต่อแอปนับร้อยพันเข้าด้วยกันโดยไม่ต้องใช้โค้ด ออกแบบระบบอัตโนมัติผ่านอินเทอร์เฟซแบบภาพ ช่วยเปลี่ยนงานซ้ำซากเป็นระบบอัตโนมัติ 100% เพื่อสเกลธุรกิจอย่างไร้ขีดจำกัด

13/20 Manus AI:

AI Autonomous Agent ทำงานซับซ้อนได้เอง ท่องเว็บเพื่อวิจัยข้อมูล พร้อมสกัดข้อมูลติดต่อมาจัดระเบียบให้พร้อมใช้งาน ช่วยให้คุณประหยัดเวลาและสเกลงานขายเชิงรุกได้อย่างแม่นยำโดยไม่ต้องคอยกำกับทุกขั้นตอน

14/20 Membership IO:

AI Community Platform เปลี่ยนการจัดการชุมชนเป็นเครื่องมือสร้างรายได้ โดดเด่นด้วยระบบค้นหาภายในอัจฉริยะ ช่วยสมาชิกเข้าถึงคลังเนื้อหาย้อนหลังได้ทันที เพิ่มมูลค่าให้ครีเอเตอร์และโค้ชออนไลน์เพื่อสร้างรายได้ยั่งยืน

15/20 Precision:

AI Business Intelligence เปลี่ยนตัวเลขซับซ้อนเป็นแผนปฏิบัติการเฉียบคม วิเคราะห์ KPI พร้อมให้คำแนะนำเพื่อเพิ่มกำไรสูงสุด ช่วยมองเห็นจุดคอขวดและโอกาสที่ซ่อนอยู่ผ่านการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่อย่างแม่นยำ

16/20 Revio:

AI Social CRM รวมการจัดการลูกค้าทุกโซเชียลไว้ที่เดียว ติดตามข้อความและคอมเมนต์เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสขาย ช่วยเปลี่ยนผู้ติดตามเป็น Lead อย่างมีระบบ พร้อมวิเคราะห์พฤติกรรมเพื่อเพิ่มยอดขายในระยะยาว

17/20 Revly:

AI Payment Recovery กู้คืนรายได้จากธุรกรรมล้มเหลวอัตโนมัติ ด้วยระบบติดตามที่วิเคราะห์จังหวะแจ้งเตือนลูกค้าได้แม่นยำ ช่วยให้ธุรกิจได้รับเงินโดยไม่ต้องใช้พนักงานตามทวง เป็นเครื่องมือเพิ่มกำไรที่เห็นผลชัดเจน

18/20 Social Sweep:

AI Contextual Networking ยกระดับการเชื่อมโยงธุรกิจผ่านข้อมูลโซเชียล สร้าง "Context Engine" แนะนำบทสนทนาและจุดเชื่อมโยงที่น่าสนใจในการติดต่อคนใหม่ๆ ช่วยให้การทำ Outreach ดูเป็นธรรมชาติและเพิ่มโอกาสสำเร็จสูง

19/20 Trainual:

AI Operations Architect เปลี่ยนกระบวนการทำงานที่กระจัดกระจายให้เป็นระบบระเบียบมาตรฐาน (SOP) แปลงวิดีโอหรือบันทึกประชุมเป็นคู่มือที่เข้าใจง่าย ช่วยให้ธุรกิจสร้างคัมภีร์ที่ขยายตัวได้จริงโดยไม่ต้องพึ่งพาตัวบุคคล

20/20 Your Atlas:

AI Voice Concierge ตัวแทนเสียงอัจฉริยะรับสายลูกค้าและนัดหมายแทนคนตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเชื่อมต่อปฏิทินทันที เหมาะสำหรับธุรกิจบริการท้องถิ่นที่ต้องการความเป็นมืออาชีพและไม่ต้องการพลาดทุกสายสำคัญ

+++++

CEO Channels มีคอร์ส AI Basic เรียนฟรี ลงทะเบียนเรียนที่นี่ครับ > https://m.me/ceochannels?ref=w50441510

19/02/2026

ชายคนนี้ โชว์ขั้นตอนสร้างธุรกิจใหม่ภายใน 48 ชั่วโมง!

ชายวัย 22 ปีคนนี้มีชื่อว่า Beechinour อาชีพรับผลิตวีดีโอโฆษณา โดยอาศัย Generative AI เป็นเครื่องมือหลักในการทำงาน เขาเผย...
18/02/2026

ชายวัย 22 ปีคนนี้มีชื่อว่า Beechinour อาชีพรับผลิตวีดีโอโฆษณา โดยอาศัย Generative AI เป็นเครื่องมือหลักในการทำงาน

เขาเผยผ่านบทสัมภาษณ์รายการ 'Brett Malinowski's Podcast' ว่า เขาคิดค่าผลิตระหว่าง 20,000 - 40,000 ดอลล่าร์ ต่อคลิป และล่าสุดมีรายได้รวมประมาณ 500,000 ดอลล่าร์ หรือประมาณ 16 - 17 ล้านบาทต่อปี!

ที่มาที่ไปเป็นอย่างไร CEO Channels จะเล่าให้ฟังครับ

Beechinour เริ่มฝึกฝนการตัดต่อวีดีโอตั้งแต่อายุ 10 ปี และสะสมทักษะผ่านการร่วมผลิต Music video มากกว่า 100 โปรเจคในระหว่างเรียนหนังสือ

นอกจากนั้น เขายังมีโอกาสทำงานด้าน Creative ก่อนจะออกมารับงานผลิตวีดีโอโฆษณาเป็นของตัวเองอย่างจริงจัง ในจังหวะที่เทคโนโลยี Generative AI กำลังเป็นเทรนด์ระดับโลก

เหตุการณ์นึ้จึงอาจกล่าวได้ว่า เป็นการบรรจบกันอย่างถูกจังหวะ ระหว่าง Core skill หรือ ทักษะดั้งเดิมอย่างการผลิตวีดีโอ กับเทคโนโลยีล้ำยุคอย่าง AI

อย่างไรก็ดี ความสำเร็จของ Beechinour มิได้เกิดจากการมีทักษะด้านงาน Creative อย่างลึกซึ้งแต่เพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องอาศัยวิสัยทัศน์ทางการตลาด ซึ่งเขาเรียกมันว่า ความรู้แบบ T-Shape

T-Shape คือผู้มีลักษณะ Core skill เป็นแนวดิ่ง คือ รู้ลึกและเชี่ยวชาญสุด ๆ กรณีนี้ คือ ทักษะ Creative director / producer

ส่วนแนวกว้าง คือ ความรู้ด้านธุรกิจ การตลาด และการบริหารทั่วไป เช่น เรื่องคน เรื่องการเงิน เป็นต้น ฯลฯ

ด้วยเหตุนี้ เขาจึงสามารถวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าได้ตรงเป้าซึ่งไม่ใช่ใครก็ได้ แต่เขามุ่งตรงไปยังกลุ่ม Tech startup ซึ่งไม่เพียงมีเงินทุนหนา แต่ยังเป็นกลุ่มลูกค้าที่เปิดรับเรื่อง AI อย่างมากอีกด้วย

ต่อไปนี้ คือ...

สรุปกระบวนการใช้ AI สำหรับงานผลิตวีดีโอโดยสังเขป

Beechinour ได้บอกเล่ากระบวนการทำงานของเขาในรายการ Podcast ช่อง Brett Malinowski โดยสังเขป ดังนี้ครับ

เขาบอกว่า จุดแข็งของ AI คือ ทลายข้อจำกัดด้านงบประมาณในการถ่ายทำจากสถานที่จริง และช่วยให้ครีเอเตอร์สามารถสร้างสรรค์ผลงานวีดีโอที่เคยเป็นไปได้ยากให้เป็นไปได้จากหน้าจอคอมพิวเตอร์ของพวกเขา

#ระดมสมอง

เมื่อได้รับโจทย์มา เขาจะใช้ Generative AI เช่น ChatGPT หรือ Gemini เป็นผู้ช่วยระดมไอเดียแปลกแหวกแนวประมาณ 10 - 20 ไอเดียเพื่อทำการคัดเลือก

#ร่างเนื้อหา

ส่วนการร่างบทโฆษณา เขาไว้ใจ Claude ที่ดูจะโดดเด่นด้านการเขียนบทความหรือสคริปต์ด้วยสำนวนที่สละสลวยเป็นธรรมชาติมากที่สุด (ณ เวลานี้)

#เตรียมสตอรีบอร์ด

ขณะที่ขั้นตอนการสร้าง Storyboard เขายกนิ้วโป้งให้ Nano Banana Pro เป็นผู้สร้างภาพนิ่งคุณภาพสูงและรวดเร็วสำหรับเตรียมงานในส่วนของสตอรี่บอร์ด

#วีดีโอ

ส่วนที่ซับซ้อนที่สุด คงหนีไม่พ้นการผลิตวีดีโอ ซึ่งจะต้องผสมผสานเครื่องมือที่หลากหลายเข้าด้วยกัน อาทิ Kling AI เป็นตัวหลักในการผลิตวีดีโอ

#ลูกเล่นอื่นๆ

แต่ถ้าต้องการภาพใบหน้าที่มีลายละเอียดสูงและเข้าถึงอารมณ์ เขาจะใช้ Luma AI และสำหรับงานเสียง เขาใช้ ElevenLabs AI - นอกจากนั้นยังมีซอฟต์แวร์การผลิตสื่ออื่น ๆ อีกสำหรับลูกเล่นการผลิตที่ซับซ้อน

ถึงจุดนี้ เราเห็นได้ชัดเจนว่า Beechinour ไม่ใช่ AI User ธรรมดา ๆ ที่พิมพ์ Prompt เจนงานไปส่งลูกค้า แต่เขาคือ Creative มืออาชีพ ที่ชิ้นงานผ่านกระบวนคิดและทำหลายขั้นตอน

จาก 1 ทักษะ แตกเป็น 4 โมเดลรายได้

Beechinour ไม่ได้หยุดอยู่เพียงรับจ้าง/รับทำ แต่เขาสร้างมูลค่าเพิ่มให้ตัวเองออกไปอีก 3 สาย (รวมเป็น 4 โมเดลรายได้)

- Consultant ให้บริการปรึกษาด้านงานครีเอทีฟ

- Education ให้บริการสอนทักษะการผลิตสื่อด้วย AI

- Sourcing จัดหาคนมีทักษะด้านครีเอทีฟป้อนองค์กรต่าง ๆ

Beechinour มีมุมมองว่า ความรู้ ความเข้าใจ และการฝึกฝนทักษะเฉพาะทางจนเชี่ยวชาญลึก คือ คุณค่าที่ลูกค้ายอมจ่ายคุณ มิใช่เพียงแค่คุณใช้ AI เป็นแต่เพียงอย่างเดียว

+++
CEO Channels มีคอร์สออนไลน์ AI Basic เรียนฟรี ลงทะเบียนเรียนที่นี่ครับ > https://m.me/ceochannels?ref=w50441510
+++

Dan Koe อุปมาการใช้ AI โดยคนทั่วไปกับ ตู้ปั่นสล็อต พวกเขาป้อนคำสั่งสั้น ๆ ลวก ๆ และคาดหวังผลลัพธ์คุณภาพสูง แต่สิ่งที่พวก...
17/02/2026

Dan Koe อุปมาการใช้ AI โดยคนทั่วไปกับ ตู้ปั่นสล็อต

พวกเขาป้อนคำสั่งสั้น ๆ ลวก ๆ และคาดหวังผลลัพธ์คุณภาพสูง แต่สิ่งที่พวกเขาได้คือ AI Slop หรือเนื้อหาเอาต์พุตที่ดูเยอะ แต่บางเบา ไม่มีเนื้อ มีแต่น้ำ

Dan Koe แนะนำให้เราปรับมุมมองจากเครื่องมือแชท ไปเป็น Virtual specialist ผู้ช่วยดิจิทัลที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน จากนั้นคิดย้อนกลับว่าเราจะต้องให้ข้อมูลอะไร และสั่งงานเขาอย่างไรจึงจะมีคุณสมบัติและผลลัพธ์ดังกล่าว

1. สร้างคู่มือพนักงานให้ AI ของคุณ

พนักงานยังต้องมี คู่มือ ฉันใด - AI ก็ต้องมีคู่มือ ฉันนั้น

หัวใจสำคัญที่จะทำให้ AI เลิกตอบคำถามออกทะเลและมีแต่น้ำ คือการสร้าง Detailed instructions หรือ แพกเกจคำสั่งอย่างละเอียด ที่มีความยาวตั้งแต่ 500 ถึง 2,000 คำ

ชุดคำสั่งนี้จะทำหน้าที่เป็น ‘พิมพ์เขียว’ ที่ระบุความเชี่ยวชาญและข้อกำหนดอย่างละเอียดเพื่อให้ AI เข้าใจบทบาทหน้าที่ของตัวเองอย่างแท้จริงครับ

2. ไอเดียเตรียมคู่มือพนักงาน AI

ไอเดีย 1 : ใส่สมองของคุณใส่ลงไปใน AI

วิธีเหมาะมากโดยเฉพาะคนที่เป็น Expert ในสายงานของตนเองมายาวนาน เพราะคุณจะรู้อย่างทะลุปรุโปรงแล้วว่าต้องทำอะไร อย่างไร และอะไรที่ไม่ควรทำ ฯลฯ กรณีนี้ คุณสามารถร่าง Instruction ให้ AI ซึ่งอุปมากับการ Copy สมองของคุณใส่ลงไปในเอไอ

ไอเดีย 2 : ใช้องค์ความรู้จาก Role model ใส่ลงไปใน AI

วิธีนี้เหมาะสำหรับบุคคลทั้วไปที่มี Role model หรือ บุคคลที่คุณชื่อชอบและนำไปให้ AI เรียนรู้ ยกตัวอย่าง ผมต้องการเทรน AI เป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน Funnel marketing ผมจึงนำองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ เช่น Alex Hormozi, Russel Brunson และ Neil Patel ไปเทรนเอไอ

ไอเดีย 3 : ใช้ตัวอย่างจาก Role model ใส่ลงไปใน AI

วิธีนี้จะคล้ายข้อ 2 แต่เปลี่ยนจากข้อมูลองค์รวม ไปเป็นข้อมูลจำเพาะ เช่น คุณชอบบทความลักษณะนี้ สำนวนแบบนี้ ลำดับการเขียนแบบนี้ ก็นำตัวอย่างไปเทรนเอไอ

เหล่านี้ Dan Koe ไม่ได้ระบุลงรายละเอียดว่าต้องเทรนอย่างไร CEO Channels จึงขอเสริมว่าวิธีทำสิ่งเหล่านี้ คือ การสร้าง Custom AI กรณี ChatGPT จะอยู่ในเมนู MyGPT และกรณี Gemini จะอยู่ในเมนู Gem

ผู้สนใจเรียนรู้วิธิทำอย่างละเอียด ให้กดสมัคร คอร์ส AI สอนฟรี ในคอมเมนต์ครับ

3. สร้างสภาพแวดล้อมการใช้ AI ให้เราฉลาดขึ้น

ช่วงหลัง ๆ เราอาจได้ยินสำนวน ‘ยิ่งมนุษย์ใช้ AI มากขึ้น จะยิ่งฉลาดน้อยลง’

ขณะที่ Dan Koe นำเสนอแนวคิดการใช้งาน AI ให้เกิดความท้าทายตลอดเวลา โดยออกแบบคำสั่งที่ลดการเออออเห็นด้วยตามเรา และเปลี่ยนมาเป็นคู่สนทนาที่รู้จักตั้งคำถาม โต้แย้ง ชวนขบคิด

เช่น การเขียน Instruction ด้วยปรัชญา ‘First Principles’ ที่ระบุคำสั่งมิให้ AI รีบตอบคำถามทันที แต่ให้ทำหน้าที่ ‘ถามคำถาม’ เพื่อนำทางผู้ใช้เกิดการขบคิดเชิงลึกเป็นชั้น ๆ ลงไปเรื่อย ๆ

หรือการเลียนแบบวิธีคิดของผู้ทรงอิทธิพลทางความคิดที่มีชื่อเสียงหรือที่คุณชื่นชอบ โดยการป้อนโลกทัศน์ของพวกเขาลงไป เพื่อให้ AI ช่วยวิเคราะห์ปัญหาในมุมมองที่ลึกซึ้งกว่าปกติ เป็นต้น

กุมภาฯ โปรโมชั่น ลด 55% คอร์สออนไลน์ 'สอนสร้างทีมคอนเทนต์จาก AI' หยุดใช้แรงตัวเองทำทุกอย่าง แล้วหันมาใช้ 'AI' ทำงานส่วนท...
17/02/2026

กุมภาฯ โปรโมชั่น ลด 55%
คอร์สออนไลน์ 'สอนสร้างทีมคอนเทนต์จาก AI'

หยุดใช้แรงตัวเองทำทุกอย่าง แล้วหันมาใช้ 'AI' ทำงานส่วนที่หนักและเสียเวลามาก ในการทำคอนเทนต์, ปั้นเพจ, ปั้นช่อง ของคุณ!

✅ได้ทั้งคุณภาพ

✅ได้ทั้งประสิทธิภาพ

✅ประหยัดค่าใช้จ่ายค่าทีมงาน

ถ้าวันนี้ คุณรู้สึกเหนื่อยล้าที่จะต้อง...

X ตื่นมานั่งเค้นสมองคิด ๆ ๆ ว่าวันนี้จะโพสต์อะไรดี

X นั่งร่างสคริปต์ครึ่งวัน และแต่งรูปอีกไม่ต่ำกว่าชั่วโมง เพื่อคอนเทนต์ชิ้นเดียว

X พอคิดไม่ออก ไม่มีคอนเทนต์ปล่อย ยอด Reach สื่อก็ดิ่งเหวทันที

ทางออก...

เปลี่ยนมาใช้โปรเซส Human-AI Hybrid ปั้นสื่อออนไลน์ให้เติบโต

คอร์สนี้จะไม่เพียงสอนใช้ ChatGPT หรือ Gemini พิมพ์สั่งทำคอนเทนต์เล่น ๆ แต่จะส่งมอบ โซลูชั่น การทำงานแบบ Human-AI Hybrid

เพื่อคุณจะสามารถนั่งแท่น ‘บรรณาธิการ’ ทีมคอนเทนต์ AI และให้ AI เป็น ‘ผู้ช่วย’ ทำคอนเทนต์มืออาชีพแบบ Full-team!

ประกอบด้วย...

✅AI Researcher: วิเคราะห์เข้อมูลสุดลึกเพื่อเป็นสารตั้งต้นคอนเทนต์คุณภาพสูง

✅AI Writer: เขียนบทความยาวหรือสคริปต์วีดีโอ ทั้งยาวและสั้นเป็นภาษาคน

✅AI Designer: ทำรูปภาพกราฟิกประกอบเนื้อหาสวยงามสมจริงในไม่กี่วินาที

✅AI Video Creator: เปลี่ยนสคริปต์เป็นคลิปวิดีโอในไม่กี่นาท

✅AI Agent: ช่วยจัดการงานรูทีนด้านเอกสารดิจิทัลและการกรอกข้อมูลเบื้องต้น

✅AI App: คอร์สนี้สอนถึงระดับสร้าง App!! สร้าง Custom ai app เป็นของตัวเองโดยที่คุณไม่ต้องแตะโคดดิ้งใด ๆ เลย

เหล่านี้ คือ ทีม AI ที่เราใช้งานจริง และจำแลงมาจากประสบการณ์การบริหารแผนกคอนเทนต์ที่ใช้คนจริง

ถอดโครงสร้างแผนกจริง มาแปลงเป็น AI Team ที่พร้อมทำงานให้คุณตลอด 24 ชั่วโมง

โดยไม่ต้องจ่ายเงินเดือนสูง แต่ให้ความรู้สึกเสมือนคุณมีแผนกคอนเทนต์ทั้งแผนกเป็นของตัวเอง

ผลลัพธ์บางส่วนจากผู้ใช้ AI สร้างทีมคอนเทนต์

💪 FB Page นิทานธรรมสอนใจ โต 100,000,000% ใน 21 วันจากการทำงานเพียงวันละ 60 - 90 นาที

💪 FB Page CEO Channels เบิร์นเอาต์หยุดทำ ก่อนนำ AI มาช่วยงานจนยอดเข้าชมโตจากหลักหมื่นสู่ 1 ล้านวิวใน 3 สัปดาห์

💪 FB Page Getup Teacher เบิร์นเอาต์หยุดทำ ก่อนนำ AI มาช่วยงานจนยอดเข้าชมโตจากหลักหมื่นสู่ 4 ล้านวิวใน 2 สัปดาห์

💪 YouTube Blue O’Clock สร้าง Custom AI App ช่วยทำคอนเทนต์ ทำงานเร็วขึ้นกว่า 14,000%

💪 TikTok สายเล่าเศรษฐกิจ 10,000 ผู้ติดตามใน 2 สัปดาห์

#สอนโดยใคร

เจ้าของแฟนเพจ CEO Channels และเว็บไซต์โรงเรียนออนไลน์ Expertsity มีประสบการณ์ด้านคอนเทนต์มากกว่า 10 ปี

เคยร่วมบริหารทีมคอนเทนต์ที่มีพนักงานประจำแผนกนี้นับสิบคน มาสู่วิถีทำงานแบบ Human-AI Hybrid

#เรียนที่ไหน

- คอร์สเรียนออนไลน์ ผ่านเว็บอีเลิร์นนิ่ง มีรหัสล็อกอินส่วนตัว

- เนื้อหาพร้อมเรียน 100% เรียนซ้ำได้ตลอดชีพ

- จำนวน 39 วีดีโอ / ความยาวเกือบ 5 ชั่วโมง

- มี PDF E-Book Prompt Framework Shortcut แจกฟรี

- มี PDF สไลด์การสอน ดาวน์โหลดฟรี

- ปรึกษาผู้สอนได้ทางอีเมล์ฟรี

บางท่านเป็นนักเรียนกันมา 10 ปี ก็ยังเขียนมาปรึกษากันอยู่

#ราคาเท่าไร

ราคาปกติ ฿5,000

ราคาพิเศษรอบเปิดตัว ฿2250

หมดเขต 28 ก.พ. 2026

มีทั้งชำระแบบโอน, บัตรเครดิต, และสามารถออกใบเสร็จรับเงินนามบริษัทได้ สะดวกแบบไหนทักแอดมินที่ลิงก์ด้านล่างได้เลยครับ

🔥สมัครเรียนราคาพิเศษ โปรดคลิกที่ลิงก์นี้ครับ > https://m.me/ceochannels?ref=w50511693

🔎 ต้องการดูรายละเอียด เช่น สารบัญเนื้อหา, ตัวอย่างคอร์ส, ตัวอย่างคลิป, คำถามที่ถามบ่อย ฯลฯ ในคอมเมนต์ครับ 👇

Seedance AI กำลังสั่นสะเทือนฮอลลีวู้ด 🔥ByteDance ยักษ์ใหญ่เบื้องหลังแพลตฟอร์มระดับโลกอย่าง TikTok ได้สร้างแรงสั่นสะเทือน...
16/02/2026

Seedance AI กำลังสั่นสะเทือนฮอลลีวู้ด 🔥

ByteDance ยักษ์ใหญ่เบื้องหลังแพลตฟอร์มระดับโลกอย่าง TikTok ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการเทคโนโลยีและลามไปถึงวงการภาพยนต์ ด้วยการเปิดตัว Seedance 2.0

Seedance คืออะไร?

Seedance คือโมเดล AI สำหรับสร้างวิดีโอ (Generative AI Video) ที่พัฒนาโดยบริษัท ByteDance เปิดตัวเวอร์ชั่น 1.0 เมื่อกลางปี 2025 แต่ยังไม่เป็นที่พูดถึงมากนัก

จนกระทั่งเวอร์ชั่น 2.0 ถึงปล่อยออกมาเมื่อ 12 ก.พ. 2026 และกลายเป็นกระแส Talk of the town ในข้ามคืน

มีคนดังอย่าง Elon Musk เจ้าของ Grok AI เข้าไปคอมเมนต์ใต้วีดีโอตัวอย่างที่ถูกโพสต์ใน X ว่า “It’s happening fast”

Seedance 2.0 โดดเด่นอย่างไร

ByteDance มีความมั่นใจว่าเวอร์ชั่น 2.0 คือก้าวกระโดดครั้งสำคัญในเรื่องความสมจริงของทั้งภาพและเสียง

เพราะความเปลี่ยนแปลงที่เวอร์ชั่น 2.0 นำมาสู่วงการ ไม่ใช่เพียงแค่การพิมพ์ข้อความแล้วได้ภาพเหมือนรุ่นก่อนๆแต่มันคือระบบที่รองรับข้อมูลนำเข้าได้หลากหลาย หรือ Multimodal

แตกต่างจากเครื่องมือประเภทเดียวกันในปัจจุบัน ที่ต้องพึ่งพาจินตนาการจากการตีความตัวอักษร แต่ระบบใหม่นี้อนุญาตให้ผู้ใช้งานอัปโหลดทั้งรูปภาพ คลิปวิดีโอ และไฟล์เสียงเข้าไปพร้อมกัน

จากนั้น AI จะทำหน้าที่เสมือน ‘ผู้กำกับดิจิทัล’ ที่นำวัตถุดิบทั้งหมดมาผสมผสาน ร้อยเรียง และสร้างเป็นวิดีโอชิ้นใหม่ที่สมบูรณ์แบบ

นอกจากนั้น Seedance 2.0 ยังพยายามแก้ปัญหาตลอดกาลของวิดีโอ AI อาทิ วัตถุที่ลอยคว้างผิดธรรมชาติ หรือการเคลื่อนไหวที่ขัดแย้งกับหลักกายวิภาค

เวอร์ชั่นนี้จึงถูกตั้งใจออกแบบมาให้เข้าใจระบบฟิสิกส์ พื้นที่ว่าง และความสัมพันธ์ของการเคลื่อนไหวอย่างลึกซึ้งโดยเฉพาะ

แต่!...

เหรียญย่อมมีสองด้าน

ขณะที่กลุ่มครีเอเตอร์อิสระและนักทำคลิปรายย่อยกำลังตื่นเต้นกับความทรงพลังของ Seedance 2.0 อีกฟากหนึ่ง คือ ฮอลลีวูดกำลังตื่นตระหนกกับผลลัพธ์ของเครื่องมือนี้

เมื่อโซเชียลมีเดียเต็มไปด้วยคลิปวิดีโอที่สร้างโดย AI ซึ่งอ้างอิงถึงแฟรนไชส์ภาพยนตร์ชื่อดัง ที่มีการเผยแพร่คลิปจำลองใบหน้าของนักแสดงระดับโลกอย่าง Tom Cruise และ Brad Pitt ในฉากต่อสู้ หรือแม้แต่ฉากที่เลียนแบบ Spider-Man และ Titanic อย่างสมจริง

สมาคมภาพยนตร์ (สหรัฐฯ) หรือ MPA ได้ออกแถลงการณ์วิพากษ์วิจารณ์ในทันที โดยระบุว่าการปล่อยเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงเช่นนี้โดยปราศจากมาตรการป้องกันที่เข้มงวด

อาจนำไปสู่การละเมิดลิขสิทธิ์ในวงกว้างและทำลายระบบนิเวศของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ซึ่งถือเป็นข้อกังวลในลักษณะเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นตอน OpenAI เปิดตัวโมเดล Sora เมื่อปีที่แล้ว

- การตอบโต้ของ Disney

ส่งจดหมายระงับการกระทำ (Cease-and-desist) ถึง ByteDance โดยกล่าวหาว่าบริษัทนำตัวละครลิขสิทธิ์อย่าง Spider-Man, Darth Vader, Baby Yoda และแม้แต่ Peter Griffin มาใช้เทรน AI และปล่อยให้ผู้ใช้สร้างคลิปจากตัวละครเหล่านี้ได้เหมือนเป็นของสาธารณะ

- การตอบโต้ของ Motion Picture Association (MPA)

ตัวแทนของสตูดิโอใหญ่ทั้ง Netflix, Disney, Warner Bros, Paramount และ Sony ระบุว่าในเวลาเพียงวันเดียว Seedance 2.0 ได้ละเมิดลิขสิทธิ์ผลงานของสหรัฐฯ ในสเกลที่ใหญ่มาก และเรียกร้องให้ ByteDance ยุติการให้บริการทันที

ทางด้าน ByteDance ไม่ได้นิ่งนอนใจ 🙏

ByteDance ได้ออกแถลงการณ์ว่าบริษัทเคารพสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและได้รับทราบข้อกังวลแล้ว โดยให้สัญญาว่าจะดำเนินการดังนี้:

- เพิ่มมาตรการป้องกัน (Safeguards): เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้งานสร้างวิดีโอที่ละเมิดลิขสิทธิ์หรือใช้ภาพลักษณ์คนดังโดยไม่ได้รับอนุญาต

- จำกัดการใช้งาน: มีการระงับความสามารถในการอัปโหลดรูปภาพบุคคลจริงเพื่อนำไปสร้างวิดีโอในบางเวอร์ชั่น

อย่างไรก็ดี บางคนในอุตสาหกรรมภาพยนต์ก็ยังมีความกังวล อาทิ Rhett Reese ผู้เขียนบท Deadpool ถึงกับโพสต์ใน X ว่า

“I hate to say it. It’s likely over for us.” แปลว่า มันน่าจะจบสิ้นสำหรับพวกเราแล้ว

หลังจากที่เขาเห็นคุณภาพของวิดีโอที่ Seedance 2.0 สร้างขึ้น

อนาคตของการผลิตภาพยนต์จะเป็นอย่างไรในวันที่ AI มีศัพยภาพสูงขึ้นจนกำลังจะก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ เราคงต้องติดตามกันต่อไปครับ

ยุคนี้ อาจเรียกได้ว่าเป็นยุคทองของวีดีโอสั้นแนวตั้ง โดยเฉพาะ YouTube Shorts...ซึ่งช่วงหลัง มีครีเอเตอร์ในต่างประเทศจำนวน...
14/02/2026

ยุคนี้ อาจเรียกได้ว่าเป็นยุคทองของวีดีโอสั้นแนวตั้ง โดยเฉพาะ YouTube Shorts...

ซึ่งช่วงหลัง มีครีเอเตอร์ในต่างประเทศจำนวนไม่น้อยสามารถสร้างรายได้จากค่าโฆษณายูทูบเดือนละหลักหลายพันไปจนถึงหลักหมื่นดอลล่าร์ต่อเดือน จากการโพสต์คลิป Shorts แต่เพียงอย่างเดียว

อย่างไรก็ดี กลไกขับเคลื่อนยอดวิว YouTube Shorts ก็อาจจะยังฟังดูลึกลับสำหรับหลาย ๆ คน

เพราะแม้บางคนจะโพสต์คลิปเหมือนช่องที่เขาทำแล้วได้ยอดวิวเยอะ แต่เราอาจไม่ได้ยอดวิวเยอะเท่าเขา และบางครั้ง ยิ่งพยายามโพสต์ถี่ ๆ กลับกลายเป็นระบบยิ่งไม่นำส่ง

วันนี้ CEO Channels มีเรื่องราวของชายคนหนึ่งที่แชร์เส้นทางการปั้นช่อง YouTube Shorts จาก 0 จนถึง 37,000 ผู้ติดตาม และมากกว่า 3.4 ล้านวิวภายใน 1 เดือนแบบ Step-by-Step ครับ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อต้นปี 2025

ชายคนนี้มีชื่อว่า Jack Craig เจ้าของช่องยูทูบชื่อเดียวกับชื่อของตนเอง โดยเขาไปเจอช่อง Role model ที่มีชื่อว่า Mikecrab

Mikecrab เป็นช่องแนวคลิปสั้นมุกตลกที่ใช้กราฟฟิกเกม Minecraft

ทั้งช่องมียอดวิวสะสมทั้งช่องรวมกัน ณ วันนี้เกือบ ๆ จะ 3 พันล้านวิว ซึ่งหาก คำนวณกันเล่น ๆ แบบเร็ว ๆ คาดว่ารายได้สะสมจากค่าโฆษณาอาจอยู่ระหว่าง 12 - 18 ล้านบาท

Jack อยากลองทำช่องแนวนี้บ้าง จึงเกิดเป็น Project ระยะสั้นนี้ขึ้นมา

โดยใช้ช่องยูทูบที่เขาเปิดทิ้งไว้เฉย ๆ มาหลายปี (ไม่มีความเคลื่อนไหว และไม่มีผู้ติดตาม) มาใช้ในการทำช่องที่เขาตั้งชื่อว่า ‘Foot Motion’

หมายเหตุ : เขามีผู้ช่วยด้านกราฟฟิกแอนิเมชั่นในการช่วยทำภาพเคลื่อนไหวครับ

1. เริ่มด้วยแนวคิด Fail-proof ปิดประตูกันความแป้ก

ถ้าจะเอาผลลัพธ์เร็วให้เริ่มต้นด้วย Fail-proof concept คือยังไม่ต้องคิดอะไรแปลกใหม เพราะคุณจะเป็นคนแบกรับความเสี่ยงในการเป็นเปิดตลาดอยู่คนเดียว

แต่ให้มองหา Niche ที่พิสูจน์แล้วว่ามีตลาดรองรับ มีฐานแฟนคลับพร้อมชม กรณีนี้ คือ Niche ละครสั้นบันเทิง+มุกตลก

2. ต่อด้วยเทคนิค Niche Transposition

อย่างไรก็ดี Minecraft เป็นนิชที่มีครีเอเตอร์ทำเยอะ และแข่งขันดุเดือดทั้งช่องใหญ่และช่องเล็ก สิ่งที่ Jack Craig ต้องวิเคราะห์ต่อก็คือ การหาช่องว่างในการทำคอนเทนต์แนวที่คล้ายกัน แต่เปลี่ยนตัวละคร

ไอเดียที่เขาได้ คือ "ฟุตบอลแอนิเมชัน" ซึ่งเขารู้สึกว่ามีคู่แข่งน้อยกว่า แต่มีฐานผู้ชมมหาศาลทั่วโลกเช่นกัน

3. ศึกษา Role Model แล้วนำมาต่อยอด

Jack Craig นั่งดูและวิเคราะห์คลิปช่องคลิปที่มียอดวิวสูง ๆ ของช่อง Mikecrab อย่างละเอียดเพื่อดูว่าเขานำเสนออย่างไร เดินเรื่องอย่างไร ตบมุกอย่างไร และตัดต่ออย่างไร ฯลฯ แล้วนำมาประยุกต์กับการทำคลิปของช่อง ‘Foot Motion’

2. ออกแบบคลิปหยุดคนดูตั้งแต่ต้นจนจบ

การใช้ตัวละครที่คนรู้จัก เช่น Minecraft หรือ นักฟุตบอลที่มีชื่อเสียง เป็นตัวหยุดด่านแรก และด่านหยุดต่อมา คือ การดำเนินเรื่องที่น่าสนใจ

เขาพบว่าคลิประหว่าง +/-26 วินาที ให้ผลลัพธ์ดีที่สุด (สำหรับเขา) และถึงแม้จะเป็นคลิปสั้น แต่ก็ยังมี Story arc คือ เปิดเรื่องด้วยเหตุการณ์บางอย่าง, จุดพลิกผัน, และจุดจบของเรื่องที่หักมุม หรือตบมุก

3. หยุดคนดูได้ก็ไม่ต้องโพสต์ถี่ ๆ

Jack Craig บอกว่า ครีเอเตอร์ใหม่ที่หันมาทำ Shorts อาจเข้าใจว่าถ้าเป็น Shorts ต้องโพสต์บ่อย ๆ ซึ่งการโพสต์บ่อย ๆ แต่คนแทบไม่ดูสักคลิป ระบบก็จะไม่ผลักดันในที่สุด

ดังนั้น เขาจึงแนะนำให้โฟกัสพลังงานไปที่การออกแบบเนื้อหาให้น่าติดตาม ถ้าทำเนื้อหาน่าติดตาม ระบบทดสอบส่งให้คนกลุ่มแรกดูแล้วเขาดูจนจบหรือแม้แต่ดูวน สัญญาณเหล่านี้จะบอกให้อัลกอริทึมรึบขยายการนำส่งคลิปของคุณเอง

เมื่อคลิปวิ่งดี เขาแนะนำว่าควรปล่อยให้มันวิ่งต่อไปโดยอย่างเพิ่งโพสต์คลิปใหม่เข้าไปเบียด

รอจนกว่าคลิปที่วิ่งดีจะซาลง ค่อยโพสต์คลิปใหม่ พยายามให้โอกาสและเวลาอัลกอริทึมของแพลทฟอร์มทำงานของม้นไปตามธรรมชาติ

สรุป

การทำคอนเทนต์ให้มีคนดู ไปจนถึงไวรัลเป็นแสนเป็นล้านวิว ยังคงอาศัยหลักการสำคัญในการทำสื่อ ได้แก่ เลือก Niche ที่มีฐานคนดูรองรับ และเข้าใจว่าคนดูชอบดูอะไร

ซึ่งเหล่านี้ไม่ต้องไปคิดใหม่ แต่สามารถเซอร์เวย์ได้จากแพลทฟอร์มยูทูบโดยตรง เพียงแต่ช่วง Research จะเป็นช่วงที่เราต้องทุ่มเททำการบ้านหนักหน่อยครับ

ที่อยู่

Sukumvit Road
Bangkok
10110

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ CEO Channelsผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์