New Ways Publishing

New Ways Publishing สำนักพิมพ์ทางใหม่
สำหรับคนชอบวรรณกรรมคริสเตียนและวรรณกรรมดนตรีคลาสสิก

 #หนังสือดนตรีคลาสสิกเล่มแรกของฉัน มีวางขายที่บูธ artyhouse K30 ที่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาตินะคะ งานจัดถึงวันที่ 9 เม.ย....
04/04/2023

#หนังสือดนตรีคลาสสิกเล่มแรกของฉัน มีวางขายที่บูธ artyhouse K30 ที่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาตินะคะ งานจัดถึงวันที่ 9 เม.ย. 66 เวลา 10.00-21.00น. ค่ะ 🎶

อ่านฟรี!!!อ่านหนังสือดีวันคริสต์มาสรีวิวหนังสือ : Adventures In Missing The Point / การผจญภัยในความหลงประเด็น พร้อมบทแปล...
25/12/2022

อ่านฟรี!!!

อ่านหนังสือดีวันคริสต์มาส

รีวิวหนังสือ : Adventures In Missing The Point / การผจญภัยในความหลงประเด็น พร้อมบทแปลบทที่ 1
เขียนโดย : ไบรอัน ดี. แมคลาเรน และโทนี แคมโพโล
พิมพ์ครั้งแรก : 2003
จำนวนหน้า : 286 หน้า

ในหนังสือการผจญภัยในความหลงประเด็น ผู้เขียนได้เชิญชวนให้คริสเตียนทบทวนแนวทางความเชื่อบางอย่างที่คริสเตียนหลายคนอาจจะกำลัง "หลงประเด็นอยู่"
ไม่ว่าจะเป็นประเด็นต่าง ๆ ที่
*เกี่ยวกับพระเจ้า (ความรอด ศาสนศาสตร์ แผ่นดินของพระเจ้า ยุคสุดท้าย พระคัมภีร์)
*เกี่ยวกับโลกใบนี้ (การประกาศข่าวประเสริฐ การช่วยเหลือสังคม วัฒนธรรม บทบาทของผู้หญิงในพันธกิจ ความเป็นผู้นำ โรงเรียนพระคริสตธรรม สิ่งแวดล้อมนิยม การรักร่วมเพศ)
*หรือแม้กระทั่งจิตวิญญาณของมนุษย์ (ความบาป การนมัสการ ความสงสัย ความจริง การเป็นบุคคลนวนิยม)

ในแต่ละความหลงประเด็นนั้นจะถูกเขียนโดยผู้เขียนคนหนึ่งและปิดท้ายด้วยการตอบสนองและวิจารณ์จากผู้เขียนอีกคนหนึ่ง ซึ่งลักษณะการนำเสนอในรูปแบบนี้จะทำให้ผู้อ่านสามารถเห็นมุมมองและการตอบสนองที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นจุดที่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ตาม เนื่องจากแต่ละประเด็นนั้นมีความท้าทายต่อความเชื่อของคริสเตียนที่มีมาอย่างยาวนาน ผู้อ่านอาจจะมีความรู้สึกสงสัย อึดอัด หรือแม้กระทั่งต่อต้าน การอ่านการตอบสนองของผู้เขียนอีกคนหนึ่งอาจจะทำให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจประเด็นของผู้นำเสนอได้มากยิ่งขึ้น ผู้เขียนได้ย้ำว่าจุดประสงค์ของการเขียนหนังสือเล่มนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อวิจารณ์ความเชื่อของคนอื่น แต่เพื่อที่จะให้ผู้อ่านเผชิญหน้าและหลุดออกจากความมืดบอดของตนเอง และหนังสือเล่มนี้ถูกเขียนขึ้นเพื่อให้ผู้ที่อยากจะติดตามพระเยซูคริสต์ได้มองเห็นทางเดินแห่งความเชื่อนี้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ผู้แปลได้เลือกแปลและนำเสนอบทที่หนึ่งซึ่งนับได้ว่าเป็นหนึ่งในหัวใจที่สำคัญที่สุดของความเชื่อคริสเตียนนั่นก็คือความรอด ในบทนี้ผู้เขียน (ไบรอัน ดี. แมคลาเรน #คริสเตียนแบบใหม่) ได้อธิบายว่าคริสเตียนจำนวนมากกำลังหลงประเด็นในเรื่องของความรอด โดยเฉพาะคำถามที่ว่า "คุณรอดแล้วหรือยัง ?" กลายเป็นคำถามที่ทำให้เกิดความเข้าใจและพิธีกรรมบางอย่างที่แพร่หลายในหมู่คริสเตียน (โดยเฉพาะสาย Evangelical) ที่ผู้เขียนได้ย้ำว่าไม่ปรากฎอยู่ในพระคัมภีร์ ไม่ว่าจะเป็น "การต้อนรับพระเยซูให้เป็นพระผู้ช่วยให้รอดส่วนตัว" "การเรียกออกไปรับเชื่อ" "การอธิษฐานรับเชื่อ" "การรับประกันว่าจะได้ไปสวรรค์หลังจากที่ตายไปแล้ว"

ในบทนี้ผู้เขียนได้โต้แย้งว่าเรื่องของความรอดนั้นไม่ใช่แค่เรื่องชีวิตหลังความตายอย่างเดียวเท่านั้นแต่เป็นเรื่องของชีวิตในโลกนี้ด้วยเช่นเดียวกัน ผู้เขียนได้อธิบายว่าพระคัมภีร์เดิมและพระคัมภีร์ใหม่เมื่อพูดถึงความรอดนั้น ไม่ใช่รอดจากนรก แต่เป็นการรอด (การถูกช่วยกู้) จากการถูกกดขี่ข่มเหงจากศัตรูหรืออำนาจจากอาณาจักรต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น อียิปต์ อัสซีเรีย บาบิโลน กษัตรย์ต่าง ๆ ที่ชั่วร้าย หรือคนโรมัน และที่สำคัญที่สุดคือรอดจากอำนาจของความบาป อย่างไรก็ตามในขณะที่ฟาริสีคาดหวังว่าพระผู้ช่วยให้รอดนั้นจะมาช่วยเขาทั้งหลายให้รอดพ้นจากอำนาจทางการเมืองโดยทันทีนั้น คริสเตียนหลายคนเข้าใจว่าพระเยซูมาเพื่อจะช่วยให้ผู้ที่เชื่อในพระองค์นั้นรอดพ้นจากนรกแล้วไปสวรรค์ ซึ่งผู้เขียนได้อธิบายว่าฟาริสีหรือคริสเตียนหลายคนในสมัยนี้ที่เข้าใจความรอดในแบบนี้นั้นกำลังหลงประเด็นอยู่
ผู้เขียนได้เปรียบเทียบเรื่องราวความรอดเหมือนกับการวิ่งแข่ง นั่นก็คือการที่พึ่งได้รู้จักกับพระเยซูนั้นเปรียบเสมือนกับการที่เรากำลังก้าวข้ามจุดเริ่มต้น ซึ่งยังไม่ใช่ช่วงเวลาที่ควรจะต้องเฉลิมฉลอง (ในจุดเริ่มต้นนี้คริสเตียนหลาย ๆ คนมีความปลื้มปิติราวกับว่าถึงเส้นชัยแล้ว) และเมื่อเริ่มวิ่งไปเรื่อย ๆ แล้วนั้นผู้วิ่งจะแข็งแรงขึ้น มีความหวังมากขึ้น และเติบโตมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญผู้เขียนได้บอกว่าการวิ่งแข่งนี้มีความพิเศษที่ทำให้ผู้เข้าแข่งขันนั้นไม่รู้สึกเบื่อ นั่นก็คือในการแข่งขันนี้ไม่มีเส้นชัย เป็นการแข่งขัยที่เมื่อก้าวข้ามจุดเริ่มต้นแล้วนั้น จะพบกับการผจญภัยที่ไม่สิ้นสุดในชีวิตนี้และถัดจากชีวิตนี้

ถึงแม้ว่าผู้เขียนเป็นชาวตะวันตก การหลงประเด็นในความรอดนั้นเป็นสิ่งที่ก็กำลังเกิดขึ้นในหมู่คริสเตียนไทยด้วยเช่นเดียวกัน นี่เป็นอีกครั้งหนึ่งที่สำนักพิมพ์ทางใหม่ (New Ways Publishing) ได้กระตุ้นให้คริสเตียนไทยได้สำรวจความเชื่อและความเข้าใจในข่าวประเสริฐอีกครั้งหนึ่ง ผมจึงอยากเชิญชวนพี่น้องคริสเตียนไทยมาอ่านบทแปลบทนี้และทบทวนความเข้าใจและความเชื่อของตัวเองไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งผมเองเชื่ออย่างหนักแน่นว่าข่าวประเสริฐของพระเยซุคริสต์นั้น (การลงมาเกิด ทำพันธกิจ ตาย และฟื้นคืนพระชมน์) ได้ช่วยกู้เราไม่ใช่แค่ชีวืตหลังความตาย แต่เป็นชีวิตบนโลกนี้ ให้เรามีชีวิตที่ดี มีอิสระจากอำนาจของความบาป และเป็นพระพรกับผู้คนรอบข้างในสังคมที่เราอยู่

ดร. กฤษฎ์ นิรมิตธรรม
กองบรรณาธิการ
สำนักพิมพ์ทางใหม่

แจกฟรี!!!!! หนังสือเล่มใหม่ของเอ็น.ที.ไรท์ สำหรับเทศกาลอีสเตอร์ สำหรับแฟน ๆ ที่ชื่นชอบแนวคิดของท่านในหนังสือ พระเจ้ากับโ...
06/04/2022

แจกฟรี!!!!!
หนังสือเล่มใหม่ของเอ็น.ที.ไรท์ สำหรับเทศกาลอีสเตอร์

สำหรับแฟน ๆ ที่ชื่นชอบแนวคิดของท่านในหนังสือ พระเจ้ากับโรคระบาดใหญ่ เล่มนี้ต้องไม่พลาด
แม้จะมีเพียง 15 หน้า แต่อัดแน่นด้วยมุมมองใหม่ที่คุณอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน
แนะนำให้อ่านช้า ๆ เพราะว่าแนวคิดและมุมมองของท่านก็ซับซ้อนไม่ใช่น้อย

ว่าด้วย
- อนาคตสุดท้ายของพระเจ้าแทรกแซงเข้ามาในประวัติศาสตร์
- สวรรค์และโลกเป็นคู่แฝดแห่งการทรงสร้าง ที่ทับซ้อนและประสานเชื่อมโยงกัน
- ยุคที่กำลังจะมาถึง แทรกเข้ามาในยุคปัจจุบัน

ทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นได้เพราะการตายและการฟื้นคืนชีพของพระเยซู

หากวันอีสเตอร์ ≠ จุดเริ่มต้นใหม่ของสิ่งทรงสร้างของพระเจ้า ในความหมายของคุณ
มาขยายกรอบความคิดและหัวใจของเราให้ใหญ่ขึ้น รักสิ่งที่พระเจ้าสร้างมากขึ้น และช่วยกันเป็นตัวแทนของพระเจ้าในการดูแลสรรพสิ่งต่าง ๆ บนโลก
(ไม่ใช่โยนให้พระเจ้าทำคนเดียวในวันสุดท้าย)
ไรท์เปรียบเทียบได้เห็นภาพมากกว่า หากศิลปินมอบผลงานศิลปะอันล้ำค่าให้กับเรา เราคงไม่เอาไปเป็นเป้าปาลูกดอก หรือเป็นกระดานให้เด็กวาดเล่น!!!

ปล. ผมทำเล่มนี้มาสองเวอร์ชั่น เล่มหนึ่งภาษาเดิมสำหรับคนที่คุ้นเคยกับคำราชาศัพท์
อีกเล่มจะเป็นในเวอร์ชั่นการแปลภาษาไทยแบบอ่านง่ายโดยไม่อิงกับราชาศัพท์
รวมถึงมีการเปลี่ยนชื่อคน ชื่อสถานที่ ชื่อพระคัมภีร์ ฯลฯ ให้เลียนสำเนียงการออกเสียงเป็นภาษาอังกฤษ
เพื่อเป็นเตรียมสำหรับนักศึกษาหรือผู้ที่สนใจศึกษาต่อให้คุ้นเคยกับการออกเสียงในภาษาอังกฤษที่เป็นภาษาสากลครับ

ขอบคุณอ.แอ๊ด อนุสรณ์ คชเกร็ง, อ. สาณุรักษ์ ฟ่องวาริน, ดร. กฤษฎ์ นิรมิตธรรม ที่กรุณาสละเวลาอันมีค่ามาช่วยกันทำต้นฉบับนี้ครับ

เอ็น.ที.ไรท์ นักวิชาการด้านพระคัมภีร์ใหม่ชั้นนำของโลก ปัจจุบันท่านสอนที่ออกซ์ฟอร์ด

ดาวน์โหลดได้ฟรีที่ลิ้งค์ด้านล่างเลยครับ

เวอร์ชั่นภาษาเดิม
https://drive.google.com/file/d/1Vug37ETE6ToFByZI46-3um2RqYRlmkpE/view?usp=sharing

เวอร์ชั่นภาษาอ่านง่ายสำหรับคนที่ต้องการประสบการณ์การอ่านที่สดใหม่

https://drive.google.com/file/d/1M5Dh2LpBw49knfubXZcJBa0H_QQOIOsK/view?usp=sharing

ใครโหลดแล้วก็ช่วยกดไลค์กดแชร์ด้วยนะครับ

สิริพงศ์ คีตศิลป์สกุล
บรรณาธิการบริหาร
สำนักพิมพ์ทางใหม่
#เอ็น.ที.ไรท์ .T.Wright #วันอีสเตอร์ #รักษ์โลก

สำหรับคนที่ชื่นชอบหนังสือ พระเจ้ากับโรคระบาดใหญ่ ของ ศจ. เอ็น. ที. ไรท์แล้วอยากศึกษาเรียนรู้เพิ่มเติมถึงมุมมองใหม่ของพระ...
15/11/2021

สำหรับคนที่ชื่นชอบหนังสือ พระเจ้ากับโรคระบาดใหญ่ ของ ศจ. เอ็น. ที. ไรท์
แล้วอยากศึกษาเรียนรู้เพิ่มเติมถึงมุมมองใหม่ของพระคัมภีร์กับผู้เชี่ยวชาญพระคัมภีร์ใหม่ชั้นนำของโลก ไม่ต้องบินไปเรียนท่านถึง Oxford
N. T. Wright online สร้างคอร์สเรียนคุณภาพจำนวนมาก ซึ่งไม่ใช่เฉพาะพระคัมภีร์ใหม่แต่เพียงเท่านั้น แต่ยังมีบางส่วนที่เป็นคอร์สเรียนพระคัมภีร์เดิมด้วย

เมื่อวานนี้ (อาทิตย์ที่ 14 พย) ผมได้รับเชิญไปพูดในงานระดมทุนประจำปี Building together 2021 (กดดูที่ลิ้งค์ด้านล่างประมาณนาทีที่ 14) ในฐานะที่เป็นนักเรียนทุนคนหนึ่งของโปรแกรมนี้ หากใครสนใจเรียนอย่าให้เรื่องเงินเป็นปัญหาครับ (เขามีทั้งทุนบางส่วน หรือทุนเต็ม) ติดต่อไปขอทุนกับทางทีมงาน (ซึ่งอยู่ที่ อเมริกา) หรือสอบถามมาทางผมก็ได้ครับ
หรือใครที่มีทุนทรัพย์แล้วต้องการเป็นพรให้ผู้ที่สนใจเรียน ที่มีอยู่ประมาณแสนกว่าคน ใน195ประเทศทั่วโลกก็ร่วมบริจาคกับเขาได้ครับ

https://fb.watch/9i1vjjccTa/

#พระเจ้ากับโรคระบาดใหญ่ #เรียนพระคัมภีร์ออนไลน์

ขอบคุณคุณแจน ลูกค้าคนแรกของที่นี่นะคะ อุดหนุนไป 2 เล่มเลย คนทำหนังสือดีใจมากค่าาาา 😍💞
01/11/2021

ขอบคุณคุณแจน ลูกค้าคนแรกของที่นี่นะคะ อุดหนุนไป 2 เล่มเลย คนทำหนังสือดีใจมากค่าาาา 😍💞

เมนูใหม่ "Sea Buckthorn Tea" มาแวะชิมชา และซื้อ "หนังสือดนตรีคลาสสิกเล่มแรกของฉัน" ที่ร้าน CiliC tea ชั้นใต้ดิน จามจุรีส...
01/11/2021

เมนูใหม่ "Sea Buckthorn Tea" มาแวะชิมชา และซื้อ "หนังสือดนตรีคลาสสิกเล่มแรกของฉัน" ที่ร้าน CiliC tea ชั้นใต้ดิน จามจุรีสแควร์ กันได้นะคะ ~

"หนังสือดนตรีคลาสสิกของฉัน" มีไปฝากวางขายที่ร้านชาชีสสุดอร่อย ชื่อร้าน CiliC tea ชั้นใต้ดิน จามจุรีสแควร์ ด้วยนะคะ ใครแว...
20/10/2021

"หนังสือดนตรีคลาสสิกของฉัน" มีไปฝากวางขายที่ร้านชาชีสสุดอร่อย ชื่อร้าน CiliC tea ชั้นใต้ดิน จามจุรีสแควร์ ด้วยนะคะ

ใครแวะผ่านมา MRT สามย่าน สามารถแวะมาซื้อหนังสือ และชิมชาชีส หรือเมนูอื่นๆ ที่น่าสนใจในร้านนี้ได้ (แอบอยากบอกว่าอร่อยทุกอย่างเลย)

ร้านนี้ยินดีต้อนรับนักอ่าน คุณครูดนตรี นักเรียนดนตรี นักดนตรี ผู้ปกครอง และบุคคลทั่วไปที่สนใจทุกท่านเสมอค่ะ :)

How God Became Kingหนังสือ : How God Became King: The Forgotten Story of the Gospelsเขียนโดย : N. T. Wrightพิมพ์ครั้งแรก...
25/08/2021

How God Became King
หนังสือ : How God Became King: The Forgotten Story of the Gospels
เขียนโดย : N. T. Wright
พิมพ์ครั้งแรก : 2012
จำนวนหน้า : 282
สำนักพิมพ์ : SPCK/HarperOne

ชื่อแปลไทยคงได้ประมาณว่า "พระเจ้ามาเป็นกษัตริย์ : เรื่องราวที่ถูกลืมของกิตติคุณทั้งสี่เล่ม"

นอกจากหนังสือ Surprised by Hope อันโด่งดังของ เอ็น. ที. ไรท์แล้ว นี่ก็เป็นหนังสืออีกเล่มที่ เปิดโลกทัศน์ได้อย่างมากทีเดียว
หลายคนบอกที่เพิ่งเคยอ่านหนังสือของเขา อาจจะพบว่าอ่านค่อนข้างยาก (นี่เป็นสาเหตุที่ผม แอบทำใบสรุปเนื้อหาแทรกลงไปในหนังสือ พระเจ้ากับโรคระบาดใหญ่)
เพราะเนื่องจากเขาเป็นนักประวัติศาสตร์และศึกษาด้านปรัชญาด้วย ดังนั้น เขาจึงพยายามแยกรากความคิด ที่มันเจือปน อยู่ในแวดวงคริสเตียนและอยู่ในหลักศาสนศาสตร์ออกไป เพื่อเราจะได้ เจอ สิ่งที่ ผู้เขียนพระคัมภีร์เขียนอย่างที่มันเป็น และอย่างที่มันควรจะถูกอ่านด้วยสายตาของผู้อ่านในศตวรรษที่ 1

แต่การจะทำอย่างนั้นได้ เขาต้องรื้อถอนมุมมองต่าง ๆ และ ย้อนเวลากลับไป (เช่น ในเวลาร่วมสมัยนี้ อิทธิพลของ โพสต์โมเดิร์น ซึ่งมีทั้งที่ดีและส่วนที่ไม่เข้าท่าก็ต้องเอาออกไป, ศต 15-20 ยุคมอเดิร์น มีหลายอย่างในประวัติศาสตร์เกิดขึ้น เช่น ปรัชญา (โดยเฉพาะ Enlightenment) การเมือง การปกครอง วิทยาศาสตร์ ต่างก็ต้องค่อย ๆ แยกแยะและรื้อถอนออกไป, ช่วงปฏิรูปศาสนา เอย ช่วงยุคกลางเอย หรือศตที่ 3-4 เป็นต้น) มีหลายอย่างที่เกิดขึ้นทั้งให้เราเข้าใจพระคัมภีร์มากขึ้น แต่ หลายอย่างก็ไม่ใช่ และจำเป็นต้องขุดรากความคิดเหล่านั้นที่ปนอยู่ในความคิดของคริสเตียนออกไป จนกว่าจะไปเจอพระคัมภีร์ใหม่ ที่มันเป็นอยู่อย่างที่มันเป็นจริง ๆ (และน่าจะเป็นเหตุผลนี้ ที่เขาช่วยคริสเตียนจำนวนมากทั่วโลก มีสายตาใหม่ ในการเข้าใจพระคัมภีร์ เขาจึงได้รับการขนานนามว่า "นักวิชาการด้านพระคัมภีร์ใหม่ชั้นนำของโลก")

หากลองอ่านตามความคิดของเขาไปแบบนี้ก็อาจจะช่วยครับ

ในเล่ม How God Became King ได้รู้จักคำศัพท์ด้านการปกครองคำใหม่ ซึ่งผมไม่ค่อยได้ยินศัพท์จากแวดวงคริสเตียนในเมืองไทยสักเท่าไร ในบ้านเราตอนนี้ที่มีปัญหาเป็นประเด็นกันอยู่หลัก ๆ 3 ระบอบการปกครอง คือ Monarchy ราชาธิปไตย, Democracy ประชาธิปไตย, เผด็จการ (ที่สืบทอดอำนาจ) Autocracy แต่เราที่เป็นคริสเตียนรู้กันไหมว่า อ่านพระคัมภีร์แล้วจะได้การปกครองแบบได้ออกมา (แน่นอนว่าไม่ใช่ ประชาธิปไตย เพราะอันนั้น มาจากกรีก ไม่ใช่ไบเบิ้ล)

มาเรียนศัพท์คำใหม่ในหนังสือนี้ไปด้วยกัน ซึ่งก็คือ Theocracy ภาษาไทยเขาแปลออกมาว่า เทวาธิปไตย ซึ่งไม่รู้มีความเข้าใจตรงกันไหม แต่หลัก ๆ ก็คือ ระบอบการปกครองที่ยึดถือพระเจ้า หรือให้พระเจ้าปกครอง (อันนี้ คนอาจจะนึกย้อนกลับถึงภาพในสมัย ยุคที่โรมันรุ่งเรือง แล้วก็ เห็นว่า คาทอลิก มีการปกครองแบบลำดับชั้นคล้าย ๆ กัน จักรพรรดิที่เปลี่ยนมานับถือคริสต์จึงใช้กลุ่มนี้มาขยายอิทธิพลทั้งการเมืองและความเชื่อศาสนา ควบคุมคนในจักรวรรดิให้อยู่ภายใต้การปกครองของตน และมีอำนาจชี้เป็นชี้ตายต่อทุกคนที่คิดแตกต่างกัน)

แต่ theocracy ในพระคัมภีร์ใหม่มันไม่ใช่ภาพการปกครองแบบนี้อย่างแน่นอน

เมื่อครั้งที่ไรท์ ยังเป็นนักเรียน เขาโดนแบ่งกับเพื่อนให้ทำรายงาน เกี่ยวกับชีวิตของจีซัส บางคนได้เรื่องการเกิด (โอ้ ง่ายเลย เรื่องราวคริสต์มาส มีเยอะเต็มไปหมด) บางคนได้เรื่องการตาย (หนังสือมากมายอธิบายเรื่องกางเขนก็มีเพียบ) แต่เขาได้หัวข้อที่ว่า ทำไมจีซัสถึงมีชีวิตอยู่ ซึ่งก็หาเหตุผลไม่ค่อยได้ว่าทำไม ครั้นไปดู หลักข้อเชื่อ (ไม่ว่าไนซีน หรือของอัครทูต) ก็ไม่ช่วยเพราะ ส่วนหนึ่งของหลักของเชื่อ ที่เกี่ยวกับจีซัส ยังเขียนแค่ว่า
“ลงมาเกิดเป็นมนุษย์โดยวิญญาณบริสุทธิ์ จากแมรี่หญิงพรหมจารี
และถูกตรึงกางเขนเพื่อเราด้วย ภายใต้พอนเชียส ไพลาต ท่านทรมานและถูกฝัง.....”
คือ กล่าวถึงการเกิด (มธ. บทที่1-2) แล้วก็กระโดดข้ามไปการตายเลย (มธ. บทที่ 27-28) หากเราเป็นแมทธิว (มัวธิว) เราก็คงยั้วะเหมือนกันนะ นั่งเขียนทั้งเล่ม 28 บท เอามาแค่นี้ แล้วบทที่ 3-26 (ช่วงที่จีซัสมีชีวิตอยู่) ล่ะ? ช่วงกลางที่หายไปล่ะ?

ไรท์จึง นำเสนอให้เรา อ่านกิตติคุณทั้งสี่เล่มใหม่ โดยเปรียบเทียบกับการจัดวางลำโพงเครื่องเสียง สี่ตัว ที่ควรจะปรับเสียงให้ดังเท่า ๆ กัน (บางตัวดังมากเกินไป จนไปกลบบางตัวที่แทบจะไม่ได้ยินเลย)

ผมสรุปให้สั้น ๆ ว่าผู้เขียนกิตติคุณทั้งสี่คน พยายามบอกอะไรกับเรา ผ่าน 4 ตัวที่ปรับแต่งให้เสียงสมดุลแล้ว คือ

1. จีซัส คือ จุดสุดยอดของเรื่องราวของชนชาติอิสราเอล เรื่องเล่าในพระคัมภีร์เดิมเป็นเรื่องเล่าที่ยังไม่จบบริบูรณ์ดี ปฐมกาลเริ่มด้วย ความสง่างามของสิ่งที่พระเจ้าสร้าง แต่กลับจบลงด้วย การเป็นเชลยของชนชาติที่พระเจ้าเลือกให้เป็นตัวแทนและแสงสว่างแก่โลกนี้ แต่พวกเขากลับล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง แต่แมทธิวพยายามจะบอกผู้อ่านว่า ในเรื่องราวเดียวกันนี้ ของบรรพบุรุษของพวกเขาตั้งแต่ ครอบครัวของอับราฮัม พงศ์พันธุ์ของเดวิด การฟื้นตัวกลับจากการเป็นเชลยได้สิ้นสุดลงแล้วที่ จีซัส เรื่องราวของอิสราเอลนั้นสำคัญก็เพราะว่า ผู้สร้างโลกนี้ได้เลือกและเรียกชนชาติอิสราเอล และผ่านโดยทางประชาชนเหล่านี้พระเจ้าจะกอบกู้โลกนี้ขึ้น

2. เรื่องราวของ “พระเจ้า” ของชนชาติอิสราเอล (ลำโพงตัวนี้ มักจะดังเกินไป จะเสียงเพี้ยน จนคนได้ยินแค่ว่า โลกนี้มีพระเจ้า พระเจ้า พระเจ้า แล้ว จีซัส ก็คือ พระเจ้า) แต่เราควรอ่านด้วยสายตาแบบนี้ว่า พระเจ้าผู้สร้างต้องการจะอยู่กับมนุษย์ ตั้งแต่การทรงสร้าง สวรรค์และโลกในหกวัน (วัฒนธรรมอื่นโลกโบราณ มันคือ หกช่วงของการสร้างวิหาร แล้ววัดที่เจ็ดก็จะเอารูปเคารพ image ไว้กลางวิหาร) แต่เรื่องเล่าของอิสราเอลนี้ พระเจ้าได้วางมนุษย์ซึ่งเป็นรูปสะท้อนของพระเจ้า (God’s image) ไว้ที่ใจกลางของสิ่งที่ทรงสร้าง ส่วนวันที่เจ็ดพระเจ้าพัก (rest) แต่ไม่ใช่นั่งพักสบาย ๆ แต่นั่งพักบนบัลลังก์ (rest on the throne) เพื่อปกครอง ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาพระเจ้าก็อยู่เคียงข้างมนุษย์ คอยแก้ปัญหาให้มนุษย์ตลอดไม่เคยหยุดพัก ตั้งแต่ปัญหาของมนุษย์คู่แรก ปัญหาพี่ฆ่าน้อง ปัญหาของโนอาห์ อับราฮัม ไอแซค(อิสอัค) เจคอบ (ยาโคบ) และต่อมาจนกลายเป็นชนชาติอิสราเอล (พระเจ้าบอกให้พวกเขาสร้างเต็นท์พลับพลานัดพบ เป็นที่ที่พระเจ้ามาพบกับพวกเขา สวรรค์กับโลกมาบรรจบกันที่เต็นท์นี้) ต่อมาสมัยมีราชวงศ์ปกครองจึงเปลี่ยนจากเต็นท์เป็นวิหาร เป็นที่ที่พระเจ้ามาพบกับพวกเขา สวรรค์กับโลกมาบรรจบกันที่วิหารนี้แทน แต่กษัตริย์แต่ละคนล้วนนอกใจไปนับถือรูปเคารพ จนพระเจ้าละทิ้งวิหารไป ชนชาติล่มสลายกลายเป็นเชลย แต่ก็พระเจ้าสัญญาว่าจะกลับมา แต่..แต่...แต่ ไม่ได้กลับมาอย่างที่พวกเขาคิด เพราะพระเจ้ากลับมา ไม่ใช่อยู่ในเต็นท์ ไม่ใช่อยู่ในวิหาร แต่อยู่ใน “คน” ซึ่งก็คือ จีซัส ตัวจีซัสจึงเป็นที่ที่สวรรค์กับโลกมาบรรจบกัน (นี่เป็นสาเหตุที่ม่านวิหารขาดออกตอนที่จีซัสตาย และพอวิญญาณบริสุทธิ์มาอยู่กับผู้เชื่อ เพราะพระเจ้าต้องการวิหารแบบใหม่ วิหารแบบเดิมจึงต้องถูกทำลายลง แล้วเราผู้เชื่อจึงกลายเป็นวิหารแทน ไม่ใช่อาคาร เราเป็นที่ที่สวรรค์กับโลกมาบรรจบกัน โดยเป็นตัวแทนของพระเจ้าแก่โลกนี้ แล้วก็สะท้อนสิ่งบนโลกกลับไปหาพระเจ้า)

3. เริ่มปฏิบัติการของคนของพระเจ้าที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ ผู้เขียนกิตติคุณทั้งสี่เล่มพยายามบอกเล่าเรื่องราวของจีซัสเพื่อเป็นสร้างรากฐานและเสริมแรงความมุ่งมั่นของคริสเตียนในการติดตามจีซัส เพื่อมีชีวิตอยู่อย่างที่ท่านอยู่ และหากจำเป็นก็อาจจะต้องตายอย่างที่ท่านตาย โดยเชื่อว่าอาณาจักรของพระเจ้า (ถูกจัดตั้งขึ้นผ่านการงานของท่าน) กำลังกลายมาเป็นจริงมากขึ้น ๆ ในโลกผ่านชีวิต การงานและการเป็นพยานของพวกเขาเอง รวมถึงชุมชนของพวกเขาด้วย ทั้งสี่เล่มนี้จึงเป็น เอกสารที่เป็นรากฐาน สำหรับขบวนการการเคลื่อนไหวแบบใหม่ และผ่านจีซัส อิสราเอลจึงได้รับการช่วยกู้และถูกสร้างขึ้นใหม่ ถูกทำให้สำเร็จอย่างที่พระเจ้าตั้งใจไว้ ไม่ใช้ถูกแทนที่ และก่อให้เกิดระเบียบโลกใหม่ที่ส่งขยายไปยังคนทุกชนชาติบนโลก ดังที่สัญญาไว้ในพระคัมภีร์เดิม เป็นจุดเริ่มต้นใหม่ของทุกสิ่ง ทุกอย่าง คนเหล่านี้จึงส่งข่าวดีออกไปยังชาติต่าง ๆ ทั่วโลกด้วย

4. เป็นเรื่องราวของการปะทะกันของอาณาจักร คืออาณาจักรพระเจ้าปะทะกับอาณาจักรของซีซาร์ ลำโพงตัวแรกได้บอกใบ้เป็นนัยให้เราอยู่แล้ว คือพระเจ้าจะช่วยเหลืออิสราเอลจากความชั่วร้ายและอำนาจของจักรวรรดิต่าง ๆ ของผู้ไม่เชื่อ ส่วนลำโพงตัวที่สองก็ชี้ให้เราเห็นผ่านพระคัมภีร์เดิมว่าพระเจ้าของพวกเขาคือผู้ที่คอยต่อกรกับผู้มีอำนาจของผู้ไม่เชื่อเหล่านั้นอยู่เสมอมา ส่วนตัวที่สามคือ ผู้ติดตามของจีซัสจะสัมพันธ์กับจักรวรรดิของซีซาร์ได้อย่างไร ผู้อ่านกิตติคุณจะพบว่าการตายของจีซัสสถาปนารูปแบบใหม่ของอำนาจ ซึ่งไม่เหมือนอำนาจของโลกนี้ กษัตริย์ของโลกนี้มักสุขสบายและรับการปรนนิบัติ แต่จีซัสผู้เป็นกษัตริย์ของอาณาจักรของพระเจ้ากลับก้มลงแทบเท้าของสาวกแล้วล้างเท้าให้พวกเขา ต่อมาในจอห์น (ยอห์น) บทที่ 19 ซึ่งเป็นบทสนทนาที่น่าสนใจมาก ลองคิดดูว่าพระเจ้ามอบอำนาจให้ใครบางคนมาฆ่าพระเจ้า (คือไพลาต (ปีลาต) ตัวแทนอาณาจักรโรม มาฆ่ากษัตริย์ของชาวจิว (ยิว)) ดูเหมือนว่าอำนาจของอาณาจักรพระเจ้าจะแพ้และจีซัสตายบนกางเขน จบข่าว! แต่สามวันให้หลัง จีซัสฟื้นจากความตาย กลายเป็นผู้ชนะที่แท้จริง ไม่ได้ชนะแค่อาณาจักรโรม แต่ชนะทุกอาณาจักรที่ชั่วร้าย ความเลวร้าย และความบาปทั้งหมด ฉะนั้นจีซัสจึงทำให้พระคัมภีร์เดิมสำเร็จเป็นจริง ท่านไม่ใช่แค่กษัตริย์ของชาวจิว (ยิว)) แต่เป็นกษัตริย์ของโลกนี้ด้วย

บอกตามตรงว่าหนังสือเล่มนี้ทำให้ผมได้พบความหมายของข่าวดีของพระเจ้าอย่างเต็มที่ (แม้ว่าเป็นคริสเตียนมายี่สิบปี แต่กลับเหมือนไม่เคยได้รู้ความหมายที่แท้จริงของมันมาก่อนเลย ส่วนใหญ่จะเน้นแค่ ตายแล้วได้ขึ้นสวรรค์ 555) ใครที่อ่านกิตติคุณทั้งสี่เล่ม แล้วไม่ได้เจอว่าพระเจ้ามาเป็นกษัตริย์ได้อย่างไร ก็ขอให้เกาะแนวทาง ทั้งสี่ของหนังสือเล่มนี้ไว้ ไม่หลงประเด็นแน่นอน

แล้วเมื่ออ่านจบ ก็ขึ้นอยู่กับเราว่า เราอยากจะอยู่ภายใต้การปกครองแบบไหน และจะเป็นคนแบบไหนในโลกนี้
ผมเชื่อว่า หากใครได้เห็นกษัตริย์ที่เปี่ยมด้วยรัก ยอมเสียสละ ไม่ถือตัว ใช้ชีวิตที่เรียบง่าย เดินดินเข้าถึงตัวได้ (แม้แต่ล้างเท้าให้สาวก) ยอมตายบนกางเขน และที่สำคัญที่สุดคือ ฟื้นคืนชีพขึ้นมาด้วย (เป็นต้นแบบให้เราเห็นถึง ร่างกายแบบใหม่ที่เราจะมี ในวันที่การทรงสร้างสวรรค์ใหม่และโลกใหม่มาถึง) คงยากที่จะกลับไปอยู่ภายใต้การแสวงหาอำนาจปกครองแบบเก่า ที่เห็นแก่ตัว เจ้ายศเจ้าอย่าง ใช้ชีวิตที่หรูหรา เท้าไม่ติดดิน ท้ายที่สุดต้องติดบ่วงกับดักทรัพย์สมบัติและอำนาจจนดิ้นไม่หลุด

“ในจีซัส พระเจ้าผู้มีชีวิตอยู่ได้กลายมาเป็นกษัตริย์ของทั้งโลกนี้ ...ผู้ที่ได้อ่านและอธิษฐานในกิตติคุณทั้งสี่เล่มสามารถช่วยให้อาณาจักรนั้นเป็นจริงในโลกแห่งวันพรุ่งนี้”
จากหนังสือ How God Became King

สิริพงศ์ คีตศิลป์สกุล
บรรณาธิการบริหาร
สำนักพิมพ์ทางใหม่

#เอ็น.ที.ไรท์ .T.Wright #โควิด19 #ไวรัสโคโรนา #คริสเตียนแบบใหม่

God's favorite place on earthหนังสือ : God's favorite place on earthเขียนโดย : Frank Viola แฟรงค์ ไวโอล่าพิมพ์ครั้งแรก :...
07/08/2021

God's favorite place on earth
หนังสือ : God's favorite place on earth
เขียนโดย : Frank Viola แฟรงค์ ไวโอล่า
พิมพ์ครั้งแรก : 2013
จำนวนหน้า : 207
สำนักพิมพ์ : David C Cook

สถานที่โปรดของพระเจ้าบนโลกนี้ เห็นชื่อหนังสือก็ดูอบอุ่น น่ารัก แอบคิดในใจว่า อยู่ที่ไหน ตอนที่ซื้อมาใหม่ ๆ ก็พลิก ๆ ดู เขียนว่า เป็น เบธานี ก็เฉย ๆ ไม่ได้สะกิดใจให้อยากอ่าน เลยค้างไว้ในตู้หนังสืออยู่นานมาก แต่พอได้หยิบมาอ่านแล้วก็ ต้องทึ่ง ในจิตนาการคนเขียน ที่เขียนออกมาได้ดีมาก ๆ จนทำให้อ่านจบด้วยความรวดเร็ว ที่ปกในมีคำนิยมเขียนไว้เยอะมากหลายคน จึงตามเข้าไปดู ปรากฏว่าเล่มนี้ไต่อันดับบนชาร์ตได้ไม่ใช่ย่อยเลย จาก Amazon list ทั้งหมด 33 ล้านเล่ม เล่มนี้ได้สูงสุดที่อันดับ13 แถมในเว็บไซต์ของผู้เขียน เล่มนี้ยังมีคนเขียนคำนิยม(ชมชอบ)ให้อีกเป็นกอง ประมาณว่าที่ลงในเล่มเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น https://frankviola.org/godsfavoriteplace/

เป็นหนังสือเล่มเล็ก ๆ มีเพียง หกบท (1 Appreciating Bethany 2 Awed in Bethany 3 Awakened in Bethany 4 Anointed in Bethany 5 Ascended in Bethany 6 Anticipating Bethany) เกี่ยวกับหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ชื่อ เบธานี อยู่ทิศตะวันออกห่างจาก กรุงเจรูซาเล็ม (เยรูซาเล็ม) เพียงสามกิโลเมตร (ที่เชิงของภูเขามะกอก) ตรงข้ามกับสวนเกทเสมนี หมู่บ้านนี้เต็มไปด้วยต้นปาล์ม ต้นอัลมอนด์ ต้นมะกอก ทับทิม แล้วก็ต้นมะเดื่อ มีความร่มรื่น เหมาะเป็นที่พักใจ

ในช่วงหกวันสุดท้ายก่อนที่จีซัส (พระเยซู) จะถูกตรึงกางเขน กลางวันท่านจะเข้าไปในกรุงเจรูซาเล็ม แต่กลางคืนจะมาพักแรมที่ เบธานี ที่ที่ท่านจะได้มาหลบภัย พักผ่อน ปลอดภัย ได้รับการยอมรับ และสงบสันติ (ขณะที่เมืองอื่น ๆ ปฏิเสธท่าน ขับไล่ท่าน หรือแม้แต่เจรูซาเล็ม นครศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นศูนย์กลางและเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวจิว (ยิว) เพราะเป็นที่ตั้งของพระวิหาร แต่กลับไม่ได้เป็นดั่งที่พระเจ้าตั้งใจไว้ จีซัสร้องไห้ตอนเข้าที่เข้ากรุงเจรูซาเล็ม เพราะรู้ว่าเมืองนี้ปฏิเสธผู้ไถ่ของตนเอง จนนำไปสู่การตรึงกางเขน แต่ที่เบธานีมีครอบครัวสามพี่น้องที่ท่านรักอยู่ที่นี่ (ยน 11:5)

มิตรภาพที่ได้จากสามพี่น้อง (ที่มีบุคลิกแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง) มีคุณค่าต่อท่านมาก โดยเฉพาะเมื่อท่านรู้ว่าจะต้องตาย และสิ่งที่แมรี (คนกลาง) ทำบางอย่างในช่วงที่กำลังรับประทานอาหารกันอยู่นั้น แม้สาวกจะต่อว่าเธออย่างรุนแรง แต่จีซัสบอกเลยว่า ไม่ว่าข่าวดีประกาศไปที่ไหนเรื่องราวของแมรีก็จะถูกระลึกถึงอยู่เสมอ (มก 14: 9)

และเมื่อฟื้นขึ้นจากความตายแล้วจีซัสก็กลับมาที่ หมู่บ้านเบธานีอีกครั้ง อวยพรคนที่นั่น แล้วก็เป็นที่ เบธานี นี้เองที่เป็นสถานที่สุดท้าย ที่เท้าของท่านแตะพื้นโลกเป็นครั้งสุดท้ายก่อนกลับสวรรค์ (ลก 24:50-51)

พอเห็นจะคุณค่าของหมู่บ้านเล็ก ๆ นี้คร่าว ๆ กันหรือยัง ผมตลกในคำนิยมอันหนึ่งที่ว่า "แม้ผมจะเรียนจบปริญญาเอกด้านศาสนศาสตร์มาก็ตาม กลับไม่เคยเห็นความสำคัญของ หมู่บ้านเบธานีในชีวิตของจีซัสมาก่อนเลย" 555

ในแต่ละบท จะแบ่งเป็น 3 ส่วน ซึ่งผมชอบส่วนแรกมาก ๆ เพราะราวกับว่าเรากำลังอ่านนวนิยายดี ๆ นี่เอง คือ เขาเอา เรื่องราวในไบเบิ้ล มาใส่รายละเอียดที่มีชีวิตชีวา เป็นภาพสามมิติ โดยเล่าผ่านสายตาของ ลาซาลัส (น้องคนเล็ก คนที่ป่วยตายแล้วจีซัสทำให้ฟื้นคืนชีพกลับมาอีกครั้งหนึ่ง) ด้วยศิลปะการเขียนชั้นสูงของผู้เขียน จึงราวกับว่าเขาพาเราเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์จริง รับรู้สภาพรอบตัว อารมณ์ ความรู้สึก ของคนในพระคัมภีร์ในแบบที่ใกล้ชิด คือ นอกจากผมจะยกย่องในจิตนาการของผู้เขียนแล้ว ผมยังยกย่องในความช่างสังเกตุ คำเล็ก คำน้อย สามารถเอามาสร้างเป็นฉาก ๆ ได้เร้าใจมาก

ส่วนที่ 2 The Sacred text คือ ข้อพระคัมภีร์ที่หยิบยกมาเล่าสอดคล้องไปกับส่วนแรกของบท และส่วนที่ 3 คือ Walking it out เป็นส่วนที่สะท้อนความคิดที่ได้จากเรื่องราวที่เกิดขึ้น หรือนำประยุกต์ใช้ โดยปกติส่วนตัวผมไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือประเภท ประยุกต์ใช้พระคัมภีร์สักเท่าไร เพราะถ้าหากคนเขียนยังไม่เข้าใจข้อพระคัมภีร์แบบลึกซึ้งดีพอ และหากตั้งอยู่บน การแปลจากภาษาเดิมที่คลาดเคลื่อน ก็จะยิ่งไถลออกไปไกลมาก แต่ก็ต้องยอมรับว่า แฟรงค์ ทำส่วนนี้ได้ดีพอสมควร แม้บางจุดอาจจะไม่เห็นด้วย แต่ก็ถือว่ามันโอเค ในมุมของเขา

ตอนท้าย คือเขาเคลื่อนออกจาก เบธานี ที่เป็นชื่อของหมู่บ้าน (ที่จีซัสได้พักใจ) เปลี่ยนเป็นชีวิตของผู้เชื่อ ผู้ที่ต้อนรับจีซัส ให้ (พระวิญญาณบริสุทธิ์) เข้ามาอยู่ด้วย ดั่งที่พระเจ้าสัญญาไว้

เล่มนี้แนะนำเลย เล่มเล็ก ๆ อ่านง่าย ๆ พร้อมความรู้สึกดี ๆ (ที่หายากเหลือเกินในชั่วโมงนี้ มีแต่ข่าวที่ทำให้จิตตก) เมื่ออ่านจบ

สิริพงศ์ คีตศิลป์สกุล
บรรณาธิการบริหาร
สำนักพิมพ์ทางใหม่

#แฟรงค์ไวโอล่า 's favorite place on earth #พระเยซู #เบธานี

ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร เราคริสเตียนยังคงอธิษฐานต่อไปสถานการณ์โควิดยังคงหนักหน่วง เราคริสเตียนยังคงต้องทำหน้าที่ของ...
25/07/2021

ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร เราคริสเตียนยังคงอธิษฐานต่อไป

สถานการณ์โควิดยังคงหนักหน่วง เราคริสเตียนยังคงต้องทำหน้าที่ของเราต่อไป โดยสะท้อนปัญหา ความยุ่งยากที่เกิดขึ้นให้กับพระเจ้า (ผ่านคำอธิษฐาน) ขณะเดียวกันก็สะท้อนความรักของพระเจ้า มายังโลก เพื่อช่วยเหลือกันให้ผ่านเวลานี้ไปให้ได้มากที่สุด

หนึ่งในคำอธิษฐานที่จีซัส (พระเยซู) สอนสาวกเรื่องการอธิษฐานใน มธ บทที่ 6
วันนี้ผู้เขียนหนังสือพระเจ้ากับโรคระบาด เชิญชวนให้เรามาสำรวจความหมายของ คำอธิษฐานนี้ในบริบทที่ใหญ่ขึ้นผ่านการงานและชีวิตของจีซัส

เรียนฟรี

The Lord's Prayer
https://www.udemy.com/course/the-lords-prayer-ntw/?mc_cid=3bd777ea3a&mc_eid=528affadbb&couponCode=LP_FREE_JULY_2021

เปิดให้เรียนฟรี (ลงทะเบียนภายในวันนี้ 25 กค 2021)
ลงทะเบียน ไปก่อน แล้วสะดวกเรียนเมื่อไรก็ค่อยเรียนครับ
ยังมีหัวข้ออื่นอีก ที่เปิดให้เรียนฟรีอีก 3 วิชา

-Faith Working Through Love
https://www.udemy.com/course/faith-working-through-love/

-Reading Scripture in Public
https://www.udemy.com/course/reading-scripture-in-public/

-Paul and His Letter to Philemon
https://www.udemy.com/course/paul-and-his-letter-to-philemon/

ปล. วิชาสุดท้ายเกี่ยวกับ จดหมายถึง ฟีเลโมน แต่ ภาษาอังกฤษ ออกเสียงว่า "ไฟลีม่อน" ผมเองนั่งเรียนตั้งหลายวิดีโอ ยังไม่รู้ว่าเขาหมายถึงใคร จนกระทั่งวิดีโอสุดท้าย เพิ่งจะมาถึงบางอ้อว่า "ไฟลีม่อน" ที่เขาพูดถึงคือ "ฟีเลโมน" 5555

นี่เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เวลาผมแปลข้อความพระคัมภีร์เอามาลง จะยึดตามการออกเสียงตามภาษาอังกฤษ เพื่อช่วยเวลาเรียนออนไลน์หรือฟังYoutube วิดีโอ จะได้เป็นชื่อเดียวกัน ลดการสับสนครับ

สิริพงศ์ คีตศิลป์สกุล
บรรณาธิการบริหาร
สำนักพิมพ์ทางใหม่

#เอ็น.ที.ไรท์ .T.Wright #โควิด19 #ไวรัสโคโรนา #คริสเตียนแบบใหม่
#เอ็น.ที.ไรท์ .T.Wright #โควิด19 #ไวรัสโคโรนา #คริสเตียนแบบใหม่

ขอแสดงความยินดีกับนักวิจารณ์หนังสือรุ่นใหม่ที่เข้าร่วมโครงการวิจารณ์หนังสือ โดยใช้ หนังสือ พระเจ้ากับโรคระบาดใหญ่ ของเรา...
14/06/2021

ขอแสดงความยินดีกับนักวิจารณ์หนังสือรุ่นใหม่
ที่เข้าร่วมโครงการวิจารณ์หนังสือ โดยใช้ หนังสือ พระเจ้ากับโรคระบาดใหญ่ ของเราเป็นเล่มวิจารณ์ครับ

ซึ่งโครงการนี้จัดขึ้นโดย คณะคริสตศาสนศาสตร์ (สำหรับนักศึกษาป. ตรี) มหาวิทยาลัยคริสเตียน, สถาบันกรุงเทพคริสตศาสนศาสตร์ (บีไอที) (สำหรับ ป.โท) และสำนักพิมพ์ทางใหม่

เราดีใจที่ได้มีส่วนในการสนับสนุนโครงการดี ๆ อย่างนี้
ทำให้เห็นว่าเด็กรุ่นใหม่ ของเรากระหายอยากเรียนรู้ และความคิดความอ่านชัดเจน เปิดกว้างพร้อมรับสิ่งใหม่ ๆ
ขอเชิญกดเข้าไปอ่านผลงานของคริสเตียนรุ่นใหม่ของเราว่ามีความคิดและปากกาเฉียบคมแค่ไหนครับ

ขอบคุณอ.ว่าที่ ร.ต.สาณุรักษ์ ฟ่องวาริน ผู้ริ่เริ่มโครงการ

สิริพงศ์ คีตศิลป์สกุล
บรรณาธิการบริหาร
สำนักพิมพ์ทางใหม่

#เอ็น.ที.ไรท์ .T.Wright #โควิด19 #ไวรัสโคโรนา #คริสเตียนแบบใหม่ #สถาบันกรุงเทพคริสตศาสนศาสตร์ #คณะคริสตศาสนศาสตร์

ที่อยู่

88/266 Mu Ban Klang Mueang Lu Soen, On Nut 46
Bangkok
10250

เบอร์โทรศัพท์

+66891084077

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ New Ways Publishingผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง New Ways Publishing:

แชร์