Field - feel Field - Feel Media Co., Ltd.
สื่อสาร สัมผัสสนาม ข้ามพรมแดน

ฟิล์ด - ฟิล มีเดีย (Field - Feel Co., Ltd.) เริ่มต้นจากกลุ่มนักเรียนสื่อ และนักเรียนมานุษยวิทยา ต้องการมีส่วนร่วมสื่อสารภายใต้แนวคิด "สัมผัสสนาม ข้ามพรมแดน เล่าเรื่องใหญ่ ผ่านมุมมองของคนตัวเล็ก ๆ" เพื่อบอกเล่าและขับเคลื่อนประเด็นทางสังคม การเมือง และวัฒนธรรม ในระดับมหภาค ผ่านมุมมองจุลภาค ในแต่ละท้องถิ่น ตีแผ่ความรุนแรงเชิงโครงสร้าง ผ่านเรื่องราวสายตาของคนตัวเล็ก ๆ ฟิล์ด ฟิล มีเดีย มีเป้าหมายเพื่อพ

าผู้คนในสังคมก้าวข้าม ผ่านพรมแดนแห่งความรุนแรงที่แบ่งแยกเราไว้ ทั้งพรมแดนทางความคิด พรมเเดนทางเพศ พรมแดนทางวัฒนธรรม พรมแดนรัฐชาติ ฯลฯ จนเกิดเป็นสังคมที่ผนวกรวมทุกคนเข้าไว้ด้วยกัน บนพื้นฐานของความเข้าอกเข้าใจ

ในคณะราษฎรนั้นส่วนใหญ่ล้วนแต่มีภูมิหลังเป็น “เด็กบ้านนอก” หรือ “คนต่างจังหวัด” ทั้งสิ้น รวมถึงผู้ได้ชื่อเป็น “สมอง” ของค...
11/05/2026

ในคณะราษฎรนั้นส่วนใหญ่ล้วนแต่มีภูมิหลังเป็น “เด็กบ้านนอก” หรือ “คนต่างจังหวัด” ทั้งสิ้น รวมถึงผู้ได้ชื่อเป็น “สมอง” ของคณะราษฎรอย่างปรีดี พนมยงค์ ก็มีภูมิหลังเป็น “เด็กยุดยากรุงเก่า” ไม่ต้องถามนักวิชาการด้านจิตวิทยาการเรียนรู้ที่ไหน เราก็พอจะทราบกันดีว่า ภูมิหลังวัยเด็กนั้นมีอิทธิพลต่อบุคคลเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่มากเพียงใด
ขณะเมื่อปรีดีทำการอภิวัฒน์ 2475 นั้น ปรีดีอายุ 32 ปี อาจดูเป็นอายุที่น้อย ยังหนุ่มอยู่มาก แต่เมื่อลองนึกย้อนดูว่า ปรีดีเริ่มมีจิตสำนึกรับรู้เรื่องการอภิวัฒน์มาตั้งแต่ยังอายุ 11 ปีแล้ว ก็ยิ่งมหัศจรรย์เข้าไปใหญ่ แต่ทั้งหมดนี้ก็เป็นสิ่งที่ไม่ยากเกินจะเข้าใจ ถ้าเรามองประวัติปรีดีโดยไม่ละเลยหรือพูดถึงแต่เพียงผ่านๆ (แบบที่เป็นมา) เกี่ยวกับชีวิตวัยเด็กของปรีดี 11 ขวบนั้นก็ย่างเข้าสู่วัยรุ่นและรู้เรื่องรู้ราวอะไรต่อมิอะไรบ้างแล้ว
อ่าน 11 ปีแรกเริ่มของ “เด็กชายปรีดี” (ปรีดี พนมยงค์) กับ ขบวนการเก๊กเหม็ง ร.ศ.130 (พ.ศ.2454) ที่อยุธยากรุงเก่า ได้ที่ https://field-feel.com/pridi-phanomyong-and-rs130
โดย กำพล จำปาพันธ์

Kingdom Come ได้นำเสนอภาพตัวแทนของความเป็นซูเปอร์ฮีโร่จากสหรัฐอเมริกาผ่านการกล่าวถึงเหตุการณ์ที่ Superman และ Justice Le...
10/05/2026

Kingdom Come ได้นำเสนอภาพตัวแทนของความเป็นซูเปอร์ฮีโร่จากสหรัฐอเมริกาผ่านการกล่าวถึงเหตุการณ์ที่ Superman และ Justice League ได้เข้าไปช่วยเหลือเหล่ามนุษย์ผู้ประสบภัย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้อพยพเข้ามาในสหรัฐอเมริกาท่ามกลางกระแสต่อต้านจากเหล่า Metahuman รุ่นใหม่ที่ต้องการครอบครองอำนาจเบ็ดเสร็จผ่านฉากหลังแห่งความโกลาหลซึ่งมีอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ (Statue of Liberty) บนเกาะลิเบอร์ตีในนครนิวยอร์กเป็นสถานที่สำคัญ
เรื่องราวของเหล่าตัวละครทั้งฝ่าย Metahuman และฝ่ายมนุษย์ใน Kingdom Come เผยให้เห็นถึงอิทธิพลทางอำนาจของทั้งสองฝ่ายที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาจากการแบ่งขั้วอำนาจทางการเมืองที่ถูกขับเคลื่อนด้วยความกลัวว่าเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ครองอำนาจมาแล้ว พวกเขาต้องทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้เกิดสภาวการณ์การสูญเสียอำนาจของตนเองไปยังอีกฝ่ายที่เป็นขั้วตรงข้ามด้วยวิธีการต่าง ๆ ไม่ว่าสิ่งเหล่านั้นจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามหลักจริยธรรมและศีลธรรมหรือไม่ก็ตาม
แม้ภาพจำของมนุษยชาติที่มีต่อเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ Metahuman และซูเปอร์ฮีโร่มนุษย์จะแตกต่างไปจากเดิมอยู่บ้าง ทว่าการที่มนุษย์ได้มีโอกาสร่วมแบ่งปันเรื่องราวประสบการณ์ว่าด้วยมิตรภาพและความเชื่อใจระหว่างกันผ่านมิติต่าง ๆ ทางสังคมภายใต้การสวมบทบาทเป็นซูเปอร์ฮีโร่ที่พวกเขารักและศรัทธานั้น ก็ได้ทำให้เหล่าซูเปอร์ฮีโร่ Metahuman และซูเปอร์ฮีโร่มนุษย์คนอื่น ๆ ได้ตระหนักถึงคุณค่าในตนเองผ่านความหมายของการเป็นส่วนหนึ่งในสังคมมนุษย์ท่ามกลางความแตกต่างเหล่านั้นได้อย่างลงตัว
อ่าน ตราบาปอดีต ลิขิตอนาคต: บทสำรวจบาดแผลทางอำนาจใน DC Comics: Kingdom Come ได้ที่ https://field-feel.com/dc-comics-kingdom-come-book-review
ธมลวรรณ บรรจงเกลี้ยง: เรื่อง

"สุขอยู่ในเมืองฟ้ามีแต่แดดกับฝน สุขเมืองคนมีแต่กินกับเมาแล้วกะฟ้อน” .บุญบั้งไฟถือเป็นงานเฉลิมฉลอง กิน ดื่มของคนอีสานอย่า...
08/05/2026

"สุขอยู่ในเมืองฟ้ามีแต่แดดกับฝน สุขเมืองคนมีแต่กินกับเมาแล้วกะฟ้อน”
.
บุญบั้งไฟถือเป็นงานเฉลิมฉลอง กิน ดื่มของคนอีสานอย่างน้อยสองวัน คือวันแห่ และวันจุดบั้งไฟ ในช่วงงานแห่เป็นงานที่ถือได้ว่ายิ่งใหญ่งานหนึ่งในรอบปีของคนในสังคม หมู่บ้าน หรือตำบลนั้นๆ
ความน่าสนใจในงานบุญบั้งไฟคือมักจะพบสัญลักษณ์ทางเพศต่างๆ เช่น ตุ๊กตาชาย-หญิงในท่าทางกำลังร่วมเพศ ปลัดขิกหรือการทำของเลียนแบบอวัยวะเพศชาย ในอีสานเรียกว่า “บักแบ้น” หรือ "หมากแป้น" ทำมาจากไม้ต่างๆ ที่หาได้ในท้องถิ่น แล้วตกแต่งด้วยสีแดง สีดำ เป็นต้น
หมากแป้นถูกนำไปใช้เล่นในกิจกรรมต่างๆ ในขบวนแห่บั้งไฟ เช่น แบกหามหยอกล้อเล่นกันอย่างตรงไปตรงมา หรือ แทรกอยู่ตามจุดต่างๆ โดยเฉพาะขบวนที่มีการเล่าเรื่องของการทำเกษตร โดยเชื่อว่าสัญลักษณ์ทางเพศเหล่านี้หมายถึงความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเป็นความต้องการของผู้คนในสังคมเกษตรกรรม
อ่าน “หมากแป้น” เพศ และสัญญะความอุดมสมบูรณ์ในบุญบั้งไฟอีสาน ได้ที่ https://field-feel.com/boonbungfai-religion-esan
โดย จารุวรรณ ด้วงคำจันทร์

ฝากประชาสัมพันธ์สำหรับผู้สนใจงานด้านพิพิธภัณฑ์ โบราณคดี และมรดกทางวัฒนธรรม
08/05/2026

ฝากประชาสัมพันธ์สำหรับผู้สนใจงานด้านพิพิธภัณฑ์ โบราณคดี และมรดกทางวัฒนธรรม

Call for Abstracts การประชุมวิชาการด้านพิพิธภัณฑ์และมรดกวัฒนธรรมศึกษา ครั้งที่ 4

โดย พิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติและเครือข่าย

เปิดรับบทคัดย่อ: ตั้งแต่วันนี้ – 15 พฤษภาคม 2569

วันจัดการประชุม: 17–18 สิงหาคม 2569

สถานที่: พิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

กาละ เทศะ และบริบท: พหุทัศน์ในงานพิพิธภัณฑ์ มรดก และศิลปะ

การสัมมนาวิชาการครั้งนี้มุ่งเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แนวคิด และประสบการณ์การทำงานด้านวัฒนธรรมในบริบทที่หลากหลาย ครอบคลุมงานพิพิธภัณฑ์ มรดกวัฒนธรรม โบราณคดี มานุษยวิทยาชาติพันธุ์ และพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย โดยเน้นการทำความเข้าใจวัตถุ ชุดสะสม งานศิลปะ เรื่องเล่า และหลักฐานทางวัฒนธรรมผ่านบริบททางสังคม ประวัติศาสตร์ และชุมชนร่วมสมัย

ขอเชิญนักวิชาการ นักวิจัย ภัณฑารักษ์ ผู้ปฏิบัติงานพิพิธภัณฑ์และหอศิลป์ นักโบราณคดี นักมานุษยวิทยา นักวิชาชีพด้านศิลปะและวัฒนธรรม ตลอดจนนักศึกษาทุกระดับ ร่วมส่งบทคัดย่อเพื่อนำเสนอผลงานวิจัย โครงการภาคสนาม โครงการภัณฑารักษ์ งานสร้างสรรค์เชิงวิจัย หรือกรณีศึกษาจากการปฏิบัติงานจริง

บทความที่เกี่ยวข้องกับประเด็น:

-มานุษยวิทยาชาติพันธุ์และงานวิจัยเชิงพื้นที่
-พิพิธภัณฑ์กับการสร้างความหมายและการเล่าเรื่อง
-พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยและแนวปฏิบัติภัณฑารักษ์
-การตีความวัตถุ ชุดสะสม และงานศิลปะ
-นิทรรศการ การจัดแสดง และการสื่อความหมาย
-ศิลปะร่วมสมัยกับบริบทสังคมและวัฒนธรรม
-มรดกวัฒนธรรมกับชุมชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
-โบราณคดีกับการอธิบายอดีตเชิงบริบท
-การเชื่อมโยงงานภาคสนามกับการจัดแสดงและคลังสะสม
-แนวทางการศึกษาข้ามสาขาด้านศิลปะ วัฒนธรรม และมรดก
-โครงการเชิงปฏิบัติการด้านพิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ และมรดก

เปิดรับผู้นำเสนอจาก
-นักวิชาการและนักวิจัย
-ผู้ปฏิบัติงานด้านพิพิธภัณฑ์และมรดกวัฒนธรรม
-นักโบราณคดีและนักมานุษยวิทยา
-บุคลากรภาคสนามและผู้ทำงานกับชุมชน
-นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาและปริญญาตรี

โดย พิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเครือข่ายสถาบัน

-SOAS University of London

-คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร

-สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล

-โครงการหน่วยวิจัยเฉพาะทางด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดีในยุคเปลี่ยนผ่านศาสนาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

-สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (มิวเซียมสยาม)

ขอเชิญส่งบทคัดย่อ การประชุมวิชาการพิพิธภัณฑ์และมรดกวัฒนธรรม ครั้งที่ 4

บทคัดย่อภาษาไทย ในรูปแบบ MsWord ความยาวไม่เกิน 300 คำ (ประมาณ 1 หน้ากระดาษ A4) พร้อมระบุ ชื่อบทความภาษาไทย ชื่อบทความภาษาอังกฤษ ชื่อผู้เขียน ต้นสังกัด ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ E-mail มาที่ [email protected] ภายในวันที่ 15 พฤษภาคม 2569

บทคัดย่อที่ได้รับการคัดเลือกมีกำหนดส่งบทความฉบับสมบูรณ์ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เพื่อรับการประเมินคุณภาพจากผู้ทรงคุณวุฒิ และกำหนดวิธีการนำเสนอในที่ประชุมต่อไป

หลังการประชุมจะมีการคัดเลือกบทความที่มีคุณภาพดี มาพัฒนาเพื่อรวมเล่มเผยแพร่ในรูปแบบ Proceedings ซึ่งจะมีกระบวนการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิและปรับแก้ไข รวมทั้งจัดพิมพ์จำนวนจำกัดสำหรับผู้เขียน และผู้สนใจสั่งพิมพ์

กำหนดการสำคัญ

ประกาศรับบทคัดย่อ วันนี้ – 15 พฤษภาคม 2569

ประกาศผลพิจารณาบทคัดย่อ 30 พฤษภาคม 2569

ปิดรับบทความฉบับสมบูรณ์ 30 มิถุนายน 2569

ประกาศผลพิจารณาบทความ 15 กรกฎาคม 2569

จัดการประชุม 17-18 สิงหาคม 2569

ส่งบทความฉบับสมบูรณ์เพื่อตีพิมพ์ 15 ตุลาคม 2569

ติดต่อสอบถาม

[email protected]

02-6966610 เหมือนพิมพ์

02-6966612 อุรฉัตร

02-6966613 เดชาภิวัชร์
.....................................
Call for Abstracts
Thammasat Museum of Anthropology invites submissions for the

The 4th Conference on Museums and Cultural Heritage
Abstract submission period: Now – 15 May 2026
Conference dates: 17–18 August 2026

Time, Space and Contexts: Multiples Perspectives on Museums, Heritage, and Art

This academic conference aims to serve as a platform for exchanging knowledge, ideas, and professional experiences in the study and practice of culture across diverse contexts. The conference brings together work in museums, cultural heritage, archaeology, ethnographic anthropology, and contemporary art museums. It emphasizes understanding objects, collections, artworks, narratives, and cultural evidence through their social, historical, and contemporary community contexts.

We invite scholars, researchers, curators, museum and gallery professionals, archaeologists, anthropologists, arts and culture practitioners, as well as students at all levels to submit abstracts for presentations. Submissions may include research papers, fieldwork projects, curatorial projects, practice-based research, and case studies drawn from professional experience.

Suggested Topics Include:

-Ethnographic and area-based research
-Museums and meaning-making and storytelling
-Contemporary art museums and curatorial practices
-Interpretation of objects, collections, and artworks
-Exhibitions, display strategies, and communication
-Contemporary art in social and cultural context
-Cultural heritage and communities and stakeholders
-Contextual approaches in archaeological interpretation
-Linking fieldwork with exhibitions and collections
-Interdisciplinary approaches to art, culture, and heritage
--Practice-based projects in museums, galleries, and heritage work

Presenters are welcome from the following groups:
-Academics and researchers
-Museum and cultural heritage practitioners
-Archaeologists and anthropologists
-Field professionals and community-based workers
-Graduate and undergraduate students

Organized by Thammasat Museum of Anthropology in collaboration with

SOAS University of London,

Faculty of Archaeology, Silpakorn University,

Research Institute for Languages and Cultures of Asia, Mahidol University,

Research Unit: The History and Archaeology of Transitional Periods of Religions in Southeast Asia,
Faculty of Liberal Arts, Thammasat University,

and National Discovery Museum Institute (Museum Siam)

ร้านแต้ส่งเส็งถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของดัชนีชี้วัดความเจริญ จากการขนส่งด้วยเกวียนพัฒนามาสู่การใช้รถโดยสารประจำทางรับซื้อ...
06/05/2026

ร้านแต้ส่งเส็งถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของดัชนีชี้วัดความเจริญ จากการขนส่งด้วยเกวียนพัฒนามาสู่การใช้รถโดยสารประจำทางรับซื้อจากจังหวัดขอนแก่น ซึ่งได้ก่อตั้งโรงน้ำแข็งแห่งใหม่ขึ้นมา สลับกับการไปรับซื้อจากจังหวัดร้อยเอ็ด ทั้งนี้เพื่อลดระยะเวลาการขนส่ง ซึ่งเดินทางไปกลับเพียง 4 ชั่วโมงเท่านั้น
หากพิจารณาถึงประวัติศาสตร์การพัฒนาตัวเมืองมหาสารคามในมิติเศรษฐกิจและสังคม เรื่องราวของ “ร้านแต้ส่งเส็ง” ไม่ได้เป็นเพียงบันทึกการเดินทางของชาวจีนโพ้นทะเลผู้แสวงโชคด้วยเสื่อผืนหมอนใบเพียงเท่านั้น แต่ยังถือว่าเป็นส่วนสำคัญของการเป็นผู้บุกเบิกที่นำความทันสมัยมาสู่จังหวัดหนึ่งในเมืองอีสานผ่านสินค้าที่เปี่ยมไปด้วยนวัตกรรมในยุคนั้นอย่าง “น้ำแข็ง”
ในอดีตมหาสารคามเป็นเมืองเกษตรกรรมที่ตั้งอยู่ใจกลางภาคอีสาน บางช่วงฤดูที่มีอากาศร้อนจัด และไม่มีแหล่งผลิตความเย็น ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวเช่นนี้ นายส่งจึงตัดสินใจเป็นเอเย่นต์นำน้ำแข็งเข้ามาขายในร้านโชห่วยจากการได้รับรู้ข่าวสารว่าเมืองโคราชมีแหล่งผลิตน้ำแข็ง
อ่าน แต้ส่งเส็ง : ร้านขายน้ำแข็งแห่งแรก ฟันเฟืองที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมืองมหาสารคาม ได้ที่ https://field-feel.com/tae-song-seng-mahasarakham
เรื่องโดย พชรพงษ์ พุฒซ้อน

ในยุทธภพ เสรีภาพคือการที่ผู้คนสามารถประลองวิชาและแลกเปลี่ยนสำนักคิดโดยไม่ถูกสังหารไปเสียก่อน ในโลกวิชาการ เสรีภาพก็มีควา...
04/05/2026

ในยุทธภพ เสรีภาพคือการที่ผู้คนสามารถประลองวิชาและแลกเปลี่ยนสำนักคิดโดยไม่ถูกสังหารไปเสียก่อน ในโลกวิชาการ เสรีภาพก็มีความหมายไม่ต่างกัน ความรู้ก้าวหน้าได้เพราะความขัดแย้งเชิงเหตุผล ไม่ใช่เพราะความสงบที่เกิดจากความกลัว
มหาวิทยาลัยก็เหมือนเช่นยุทธภพ ดินแดนที่มักถูกจินตนาการว่าเปี่ยมด้วยเสรีภาพให้ผู้คนออกย่ำเท้าแสวงปัญญา เป็นสถานที่ซึ่งมนุษย์สามารถตั้งคำถามกับความจริงเดิม ทดลองความคิดใหม่ และถกเถียงอย่างเปิดเผยโดยไม่ต้องหวาดกลัวอำนาจใด ๆ
หากในความเป็นจริง เราท่านต่างรู้แจ้งกันดี ทั้งยุทธภพและมหาวิทยาลัยกลับดำรงอยู่ในสภาพตรงกันข้าม มันคือพื้นที่ที่ระบอบศีลธรรมจอมปลอมทำงานอย่างแนบเนียนที่สุดแห่งหนึ่ง ผู้คนพูดถึงคุณธรรม วินัย ความเหมาะสม และภาพลักษณ์อยู่เสมอ แต่คำเหล่านี้มิได้ถูกใช้เพื่อปลดปล่อยมนุษย์ หากถูกใช้เพื่อกำกับ ควบคุม และรักษาโครงสร้างอำนาจเดิมไว้ให้มั่นคง
ข้าไม่เชื่อว่าฝ่ายธรรมะย่อมเป็นคนดี และไม่เชื่อว่าผู้ถูกตราว่าเป็นมารจะเลวร้ายเสมอไป ข้าตัดสินคนจากการกระทำมากกว่าป้ายชื่อหรือยศฐาบรรดามี ในสายตาของข้า ความดีเชิงศีลธรรมในระบบสถาบันการศึกษามิใช่เรื่องคุณธรรมน้ำมิตร แต่คือความสามารถในการปฏิบัติตามพิธีกรรมขององค์กร
อาจารย์บางคนมิใช่คนเฉื่อยชา หากถูกงานเอกสารดูดเวลาจนไม่เหลือแรงอ่านหนังสือ นักศึกษาบางคนมิใช่ไร้วินัย หากกำลังต่อต้านกฎที่ใช้ควบคุมมากกว่าดูแล ศัตรูที่แท้จริงมิใช่บุคคล หากคือโครงสร้างที่ทำให้ทุกคนต้องแสร้งเล่นบทบาทที่ตนเองก็ไม่เชื่อ ในระดับโครงสร้าง ระบอบนี้ย่อมมาพร้อมการแบ่งก๊กแบ่งฝ่าย มีกลุ่มผู้บริหารเดิม กลุ่มผู้ท้าชิง กลุ่มสายวิชาการ กลุ่มสายบริหาร กลุ่มผู้รอเลือกข้างตามทิศทางลม
อ่าน เมื่อข้า เล่งฮู้ชงอ่านเดวิด เกรเบอร์ ! ได้ที่ https://field-feel.com/langhuchong-read-david-graeber
โดย เล่งฮู้ชง แห่งเขาหัวซาน (นามปากกา)นักวิชาการผู้ไม่ประสงค์ออกนาม

สำหรับท่านที่สนใจ สนทนากันได้ค่ะ
02/05/2026

สำหรับท่านที่สนใจ สนทนากันได้ค่ะ

จ้วดๆๆๆ
ขอเรียนเชิญผู้ที่สนใจ มาร่วมรับฟัง/สนทนา ในกิจกรรมเปิดตัวหนังสือ “งัน: รถแห่ พรมแดนใหม่ ของความบันเทิงอีสาน”
ร่วมสนทนาโดย
-จารุวรรณ ด้วงคำจันทร์
-อาทิตย์ มูลสาร
-ดร. ณัฐพล วิสุทธิแพทย์
ในวันเสาร์ที่ 16 พ.ค. 2569
18.00 น. เป็นต้นไป
ณ ลาบเสียบ Rooftop JTAC
ที่ตั้ง: https://maps.app.goo.gl/6FU9AgHCFBpggXce7?g_st=ic

เนื่องใน “วันแรงงาน” 1 พฤษภาคมนี้ ผู้เขียนขอชวนทุกท่านย้อนกลับไปดูเรื่องราวของ “แรงงาน” ในหน้าประวัติศาสตร์ของจังหวัดมหา...
02/05/2026

เนื่องใน “วันแรงงาน” 1 พฤษภาคมนี้ ผู้เขียนขอชวนทุกท่านย้อนกลับไปดูเรื่องราวของ “แรงงาน” ในหน้าประวัติศาสตร์ของจังหวัดมหาสารคามสักเล็กน้อย เพื่อชี้ให้เห็นว่ายังมีคนตัวเล็กตัวน้อยจำนวนมากที่มีบทบาทต่อการขับเคลื่อนจังหวัดนี้มาตลอดช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์ และพวกเขาเหล่านี้ก็ควรค่าต่อการเป็นที่จดจำไม่ต่างจากบุคคลสำคัญมีชื่อหลาย ๆ ท่าน
โดยบทความนี้จะชวนมองเรื่องราวของ “แรงงาน” ในหน้าประวัติศาสตร์มหาสารคามผ่านงานประวัติศาสตร์นิพนธ์ชิ้นคลาสสิคที่สุดของมหาสารคามอย่าง “ประวัติศาสตร์ภาคอิสาณและเมืองมหาสารคาม” ของบุญช่วย อัตถากร รวมทั้งงานเขียนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในประวัติศาสตร์นิพนธ์ชิ้นดังกล่าวของบุญช่วย อัตถากร บุญช่วยได้กล่าวถึงบทบาทของ “แรงงาน” ในฐานะผู้ช่วยสร้างบ้านแปงเมืองภายใต้การนำของผู้ปกครองอย่างเจ้าเมืองท้องถิ่นหรือผู้ว่าราชการจังหวัดจากส่วนกลาง
แต่ก็น่าสนใจว่า “แรงงาน” ที่ถูกกล่าวถึงนั้นอาจเรียกได้ว่าเป็นแรงงานที่ทำงานโดยไม่ได้รับค่าจ้างใด ๆ เพราะพวกเขาถูกกล่าวถึงในฐานะ “ราษฎรที่ถูกเกณฑ์” มาใช้แรงงานเท่านั้น กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ พวกเขาเป็นแรงงานที่ทำงานฟรีให้กับชนชั้นปกครองนั่นเอง
บทบาทของบรรดาแรงงานในประวัติศาสตร์มหาสารคามปรากฏอย่างชัดเจนในช่วงทศวรรษ 2450-2470 ซึ่งเป็นระยะที่ศูนย์กลางของจังหวัดมหาสารคามอย่างตัวเมืองมหาสารคามได้รับการพัฒนาอย่างกว้างขวาง ภายใต้ความพยายามสถาปนาความมั่นคงของระบบราชการสมัยใหม่เหนือระบบกินเมืองแบบจารีตในช่วงทศวรรษ 2450-2460 (และลากยาวมาจนถึงช่วงทศวรรษ 2470 หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง) แรงงานจากราษฎรจึงมีส่วนสำคัญในบริบทดังกล่าว ทั้งการเป็นแรงงานในการสร้างเมือง การขุดคลอง รวมทั้งการสร้างโรงเรียน
อ่าน สร้างเมือง ขุดคลอง และสร้างโรงเรียน : บทบาทของ “แรงงาน” ในหน้าประวัติศาสตร์มหาสารคามช่วงทศวรรษ 2450-2470 ได้ที่ https://field-feel.com/labour-mahasarakham-2450-2470

เรื่องโดย ธนกร การิสุข

วันที่ 1 พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันแรงงานสากล หรือ เมย์เดย์ (May Day) กำหนดโดยขบวนการแรงงานสากลที่ 2 (Second International,...
01/05/2026

วันที่ 1 พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันแรงงานสากล หรือ เมย์เดย์ (May Day) กำหนดโดยขบวนการแรงงานสากลที่ 2 (Second International, Socialist International) เมื่อปี 1889 โดยอิงกับเหตุการณ์และขบวนการเคลื่อนไหวของแรงงานในโลกตะวันตก เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์การต่อสู้เพื่อสิทธิแรงงานในเหตุการณ์จลาจลเฮย์มาร์เก็ต (Haymarket Riot) ในชิคาโก สหรัฐอเมริกาเมื่อปี 1886
อย่างไรก็ตาม ในหลายประเทศก็มีวันแรงงานหรือวันกรรมกร (ในบทความนี้จะใช้คำว่า “วันแรงงาน”) โดยอิงกับประวัติศาสตร์และความเป็นมาของขบวนการเคลื่อนไหวแรงงานในประเทศนั้น ๆ สัมพันธ์กับบริบทสังคมการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรมของตนเอง
ประสบการณ์และชีวิตของมาร์ซินาห์ เป็นหนึ่งบทบันทึกความทรงจำร่วมของชาวอินโดนีเซียและพี่น้องแรงงานของเธอที่ร่วมกันต่อสู้เพื่อสิทธิอันชอบธรรมของผู้ใช้แรงงาน อุดมการณ์และความกล้าหาญของเธอได้เป็นเชื้อไฟที่ส่งต่อไปยังกลุ่มสหภาพแรงงานทั่วอินโดนีเซีย
การนำเรื่องราวของมาร์ซินาห์มาสื่อสารและเล่าผ่านสื่อผ่านมุมมองของคนอีกรุ่นด้วยสื่อรูปแบบต่าง ๆ อย่างพิพิธภัณฑ์ สถานีวิทยุชุมชน บทเพลงและดนตรี ย่อมเป็นการสร้างหน้าประวัติศาสตร์ความทรงจำร่วมเกี่ยวกับขบวนการแรงงานแห่งชาติอินโดนีเซีย และเป็นการสร้างวัตถุพยานเพื่อร่วมรำลึกถึงแรงงานหญิงชาวอินโดนีเซียกับการมีอยู่ของนาม “มาร์ซินาห์”
อ่าน Marsinah Museum: พิพิธภัณฑ์แห่งนามรำลึกของแรงงานหญิงชาวอินโดนีเซียในยุคระเบียบใหม่ ได้ที่ https://field-feel.com/marsinah-museum-indonesia
นงค์ลักษณ์ บัทเลอร์ เรื่อง

Naga Expedition (1959–1961) ถือเป็นโครงการสำรวจทางสมุทรศาสตร์ที่เชื่อมโยงวิทยาศาสตร์ธรรมชาติเข้ากับภูมิรัฐศาสตร์ของยุคสง...
30/04/2026

Naga Expedition (1959–1961) ถือเป็นโครงการสำรวจทางสมุทรศาสตร์ที่เชื่อมโยงวิทยาศาสตร์ธรรมชาติเข้ากับภูมิรัฐศาสตร์ของยุคสงครามเย็น โดยอาศัยหลักฐานจากคลังดิจิทัลของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานดิเอโก (UC San Diego Library Digital Collections) เป็นแหล่งข้อมูลหลัก การศึกษาพบว่าโครงการดังกล่าวมิได้มีเพียงเป้าหมายด้านการสำรวจทรัพยากรทางทะเลในอ่าวไทยและทะเลจีนใต้ตอนใต้เท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการสร้างเครือข่ายนักวิทยาศาสตร์ การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการขยายอิทธิพลเชิงวิชาการของสหรัฐอเมริกาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าอ่าวไทยถูกทำให้เป็น “พื้นที่ความรู้” (epistemic space) ผ่านกระบวนการสำรวจ การจำแนก และการจัดทำรายงานวิชาการ ซึ่งมีนัยทั้งทางวิทยาศาสตร์และการเมืองในเวลาเดียวกัน
“ถ้าแหล่งข้อมูลของนักประวัติศาสตร์ คือ พื้นที่ห้องสมุด เพื่อสำรวจเอกสารต่างๆ นักชีววิทยา ก็คือ ทะเล เพื่อสำรวจสมุทรศาสตร์และสิ่งมีชีวิตทางทะเลเช่นกัน” ผศ.ดร.วัชรพงษ์ หงส์จำรัสศิลป์
อ่าน จากซานดิเอโกถึงอ่าวไทย: Naga Expedition (1959–1961) กับการก่อรูปความรู้ทางทะเลในบริบทยุคสงครามเย็น ได้ที่ https://field-feel.com/naga-expedition-the-siam-society
เรื่องโดย บรรณษรณ์ คุณะ
สรุปจากงาน The Siam Society Literary Lounge เรื่อง “Naga Expedition: เรื่องราวการสำรวจอ่าวไทยในยุคที่ท้องทะเลยังเป็นปริศนา” ในวันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2569 เวลา 14.00 – 16.00 น. ณ สยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ (The Siam Society)
ภาพโดย จารุณี คงสวัสดิ์ , สยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์

เรื่องราวในนวนิยาย “แม่เบี้ย” สะท้อนให้เห็นว่าคุณค่าของข้อห้ามที่สอดแทรกอยู่ในกฎศีลธรรมต่าง ๆ ที่ปรากฏในเรื่องราวของเหล่...
28/04/2026

เรื่องราวในนวนิยาย “แม่เบี้ย” สะท้อนให้เห็นว่าคุณค่าของข้อห้ามที่สอดแทรกอยู่ในกฎศีลธรรมต่าง ๆ ที่ปรากฏในเรื่องราวของเหล่าตัวละครนั้น ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่เชื่อว่าศีลธรรมในเรื่องอื่น ๆ รวมถึงศีลธรรมทางเพศระหว่างบุคคลถูกแทรกแซงจากค่านิยมทางสังคมตะวันตกจนก่อให้เกิดการปล่อยปละละเลย ส่งผลให้คนส่วนใหญ่ในสังคมไทยร่วมสมัยต้องพึ่งพาทุนนิยมปิตาธิปไตยโดยไม่คำนึงถึงศีลธรรมในเรื่องต่าง ๆ เหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย
แม้โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นในชีวิตของเหล่าตัวละครในนวนิยาย “แม่เบี้ย” จะยังคงเป็นปริศนาที่ชวนให้ครุ่นคิดถึงจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของความรักอยู่เนือง ๆ ว่าอะไรคือสิ่งที่ดลใจให้พวกเขากระทำเช่นนั้นจนกระทั่งนำไปสู่จุดจบอันแสนสลดใจในชีวิตของแต่ละคนได้อย่างคาดไม่ถึงเลยก็ตาม
ทว่าภายใต้ฉากหลังของสังคมไทยร่วมสมัยที่เผยให้เห็นถึงร่องรอยของการผุพังทางตัวตนและความรู้สึกของมนุษย์ที่ต่างจำต้องสยบยอมต่ออำนาจทางศีลธรรมอันดีของสังคมผ่านความหรูหราทันสมัยในสังคมเมืองหลวงที่เชื่อมโยงกับความเรียบง่ายทว่าซ่อนอันตรายไว้ภายในบ้านเรือนไทยหลังนั้นได้อย่างไร้รอยต่อนั้น ปริศนาว่าด้วยจุดเริ่มต้นของเรื่องราวอันแสนลึกลับเกี่ยวกับงูเห่ายักษ์สีดำตัวนั้นกลับดำเนินต่อไปในบทสุดท้ายของนวนิยายเรื่องนี้ราวกับว่าเขายังคงอยู่ที่ไหนสักแห่ง รวมถึงยังคงวนเวียนอยู่ในเรื่องเล่าของใครสักคนผ่านตอนจบของนวนิยายอีกด้วย
อ่าน ถอดรหัสอำนาจแห่งเพศ ผู้หญิง และงูพิษจาก “แม่เบี้ย” นวนิยายโดยวาณิช จรุงกิจอนันต์ ได้ที้่ https://field-feel.com/gender-maebia-wanich
เรื่องโดย ธมลวรรณ บรรจงเกลี้ยง

ที่อยู่

ฟิลด์/ฟิล มีเดีย (Field/Feel Media Co. , Ltd)
Chiang Mai
50180

เบอร์โทรศัพท์

+66942865641

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Field - feelผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Field - feel:

แชร์

ประเภท