22/07/2026
คำว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” เป็นคำที่ใช้อธิบายสภาพทางการเมืองที่พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำรัฐบาล หลังพรรคนี้รีแบรนด์เปลี่ยนสีโลโก้เป็นนำ้เงินล้วน พร้อมกับมีสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เสียงส่วนใหญ่ที่เป็น "สีน้ำเงิน" และมีองค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจที่มาจากการคัดเลือกของวุฒิสภา ทำให้อำนาจทางการเมืองอยู่ในมือของคนกลุ่มเดียว https://www.ilaw.or.th/articles/58165
สำหรับสว. ที่มาจากระบบการเลือกกันเอง 200 คน มีอย่างน้อย 138 คนที่กำลังถูกดำเนินคดีฐาน "โกงการเลือก" ในจำนวนนี้ ยังมี 6 คนเป็นอดีตผู้สมัครสส. พรรคภูมิใจไทย มี 2 คนที่เป็นพี่น้องกับสส. พรรคภูมิใจไทย โดยประธานและรองประธานสว. ก็มีประวัติใกล้ชิดกับแกนนำพรรคภูมิใจไทย สว. จำนวนมากยังมมาจากจังหวัดที่พรรคภูมิใจไทยมีอิทธิพล เช่น บุรีรัมย์ อ่างทอง อุทัยธานี อำนาจเจริญ ฯลฯ https://www.ilaw.or.th/articles/52651 และเมื่อทำงานได้เกือบ 2 ปี ก็พบว่า สว. เกือบ 150 คน ไม่ได้เป็นอิสระ แต่ลงมติไปในทางเดียวกันอย่างสม่ำเสมอ https://www.ilaw.or.th/articles/53964
กลไกของรัฐธรรมนูญ 2560 กำหนดให้องค์กรที่ต้องตรวจสอบอำนาจรัฐ มีที่มาจากการเลือกของสว. ทำให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาจากการเลือกของสว. ไปแล้ว 4 จาก 7 คน ขณะที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็มาจากการเลือกของสว. ไปแล้ว 4 จาก 8 คน ตลอดวาระการดำรงตำแหน่งของสว. ชุดนี้จะเลือกองค์กรอิสระได้ 33 จากทั้งหมด 44 ตำแหน่ง https://www.ilaw.or.th/articles/56410
ตัวอย่างเช่น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนเดียวที่ได้รับความเห็นชอบจากสว. ไปแล้ว คือ สราวุธ ทรงศิวิไล เป็นอดีตอธิบดีกรมทางหลวง ในสมัยที่รัฐมนตรีมาจากพรรคภูมิใจไทย https://www.ilaw.or.th/articles/54463 หรือ กกต. คนหนึ่ง คือ ณรงค์ รักร้อย เป็นอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี https://www.ilaw.or.th/articles/53938
ภายใต้สภาวะที่อำนาจอยู่ในมือของ "สีน้ำเงิน" อย่างเต็มที่เช่นนี้ พรรคภูมิใจไทยได้เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อวางกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยกำหนดให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) มาจากการคัดเลือกของรัฐสภา ซึ่งหมายถึงการลงมติของสส.กับสว. ร่วมกัน และพลพรรคสีน้ำเงินได้ครองที่นั่งประมาณครึ่งหนึ่งในรัฐสภาไปเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ร่างของพรรคภูมิใจไทยยังเสนอด้วยว่า หากได้ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จแล้ว ต้องได้รับความเห็นชอบจากสว. อีกอย่างน้อย 1 ใน 4 หรือเกิน 50 คน จึงจะผ่านไปทำประชามติได้ เท่ากับเป็นการวางกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ "สีน้ำเงิน" มีบทบาทสูงสุด https://www.ilaw.or.th/articles/58025
ภาคประชาชนจึงจำเป็นต้องช่วยกันส่งเสียงว่า เราไม่เห็นด้วยกับการให้สว. ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งมีอำนาจเหนือประชาชนในกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และไม่เห็นด้วยหากกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะเดินหน้าโดย "สีน้ำเงิน" ที่มีอำนาจเต็มอยู่ฝ่ายเดียว เพราะหากเป็นเช่นนั้น รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็อาจเป็นไปเพื่อการรักษาระบอบอำนาจของสีน้ำเงินเอาไว้ ไม่อาจเป็นการคืนอำนาจให้ประชาชนได้
หนึ่งในช่องทางที่สามารถทำได้วันนี้ คือ การช่วยกันเข้าชื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับของภาคประชาชน ที่ให้สสร. มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน 100% ร่างรัฐธรรมนูญที่จัดทำขึ้นใหม่ต้องผ่านการทำประชามติโดยประชาชนเท่านั้น ไม่มีอำนาจพิเศษใดๆ ของสว. https://www.ilaw.or.th/articles/58142
สามารถร่วมลงชื่อให้ครบ 50,000 ชื่อ เพื่อเสนอเข้าแข่งกับร่างของพรรคภูมิใจไทย และลงชื่อกันให้มากขึ้นๆ เพื่อส่งเสียงของประชาชนว่า เราไม่เอาอำนาจสว. และไม่เห็นชอบกับระบอบสีน้ำเงิน ทาง conforall.com
สามารถดาวน์โหลดไฟล์ภาพ โปสเตอร์ ใบปลิว สำหรับนำไปใช้รณรงค์ต่อได้ทาง https://drive.google.com/drive/folders/1ngDOTvVdF3vaXfHX_ozQ2lvRaCGXWamD?usp=drive_link