U-PIN CMU ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก U-PIN CMU, ครีเอเตอร์ดิจิทัล, Samut Sakhon.

เมื่อ “ห้องเย็น” ไม่ได้เป็นแค่ห้องเย็น: U-PIN กับภารกิจสร้างอนาคตใหม่ให้ Cold Chain ไทยด้วยพลังงานใต้ดินจากต้นทุนพลังงาน...
29/05/2026

เมื่อ “ห้องเย็น” ไม่ได้เป็นแค่ห้องเย็น: U-PIN กับภารกิจสร้างอนาคตใหม่ให้ Cold Chain ไทยด้วยพลังงานใต้ดิน

จากต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูง สู่การใช้ข้อมูลและนวัตกรรมเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมอาหารทะเลไทย

ประเทศไทยเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกอาหารทะเลรายสำคัญของโลก แต่เบื้องหลังความสำเร็จนั้น มีโครงสร้างพื้นฐานที่คนส่วนใหญ่มองไม่เห็นกำลังทำงานตลอด 24 ชั่วโมง นั่นคือ “คลังสินค้าห้องเย็น” และระบบ Cold Chain ที่ทำหน้าที่รักษาคุณภาพอาหารตั้งแต่โรงงานจนถึงผู้บริโภค

ปัญหาคือ ระบบเหล่านี้กำลังเผชิญแรงกดดันครั้งใหญ่จากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น ความผันผวนของห่วงโซ่อุปทานโลก และข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้นทุกปี

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “จะทำความเย็นได้อย่างไร”

แต่คือ “จะทำความเย็นอย่างยั่งยืนและแข่งขันได้อย่างไร”

พลังงานใต้ดิน อาจเป็นคำตอบใหม่ของอุตสาหกรรม

โครงการ Smart Geothermal Cooling Pre-Pilot Platform and Supply Chain Resilience Development เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างนักวิจัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ บริษัทเทคโนโลยีด้านพลังงาน และภาคอุตสาหกรรมอาหารทะเล เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของการนำ “พลังงานความเย็นจากใต้ดิน” หรือ Geothermal Cooling มาใช้กับระบบห้องเย็นในประเทศไทย

หลักการสำคัญคือ การใช้อุณหภูมิที่ค่อนข้างคงที่ของชั้นดินใต้ผิวโลกมาช่วยลดภาระการทำงานของระบบทำความเย็น ส่งผลให้ใช้พลังงานน้อยลง มีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดต้นทุนการดำเนินงานในระยะยาว

ผลการศึกษาระดับสากลชี้ว่า เทคโนโลยีดังกล่าวมีศักยภาพในการลดการใช้พลังงานได้ราว 15-25% ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่มีนัยสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมที่ต้องเปิดระบบทำความเย็นตลอดทั้งปี

แต่โจทย์ที่แท้จริงไม่ใช่แค่ “ค่าไฟ”

แม้ต้นทุนพลังงานจะเป็นภาระสำคัญของผู้ประกอบการ แต่ในความเป็นจริง ปัญหาของอุตสาหกรรม Cold Chain มีความซับซ้อนกว่านั้น

การสูญเสียสินค้า การบริหารสินค้าคงคลังที่ไม่มีประสิทธิภาพ ความล่าช้าในการขนส่ง รวมถึงความเสี่ยงจากเหตุการณ์ไม่คาดคิดในห่วงโซ่อุปทาน ล้วนส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทย

ด้วยเหตุนี้ โครงการจึงไม่ได้มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีความเย็นเพียงอย่างเดียว แต่เลือกมองภาพรวมของระบบทั้งหมด ตั้งแต่ต้นทุนโลจิสติกส์ ความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทาน ไปจนถึงผลกระทบด้านคาร์บอน

เป้าหมายคือการสร้างต้นแบบใหม่ของ “Smart Cold Chain Ecosystem” ที่สามารถลดต้นทุน เพิ่มความยืดหยุ่น และตอบโจทย์ด้านความยั่งยืนไปพร้อมกัน

U-PIN จากแพลตฟอร์มข้อมูลเมือง สู่แพลตฟอร์มข้อมูลอุตสาหกรรม

หนึ่งในหัวใจสำคัญของโครงการคือ U-PIN Urban Platform

แพลตฟอร์มข้อมูลที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายแหล่งเข้าสู่ระบบเดียว ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลพลังงาน ข้อมูลคาร์บอน ข้อมูลต้นทุนโลจิสติกส์ หรือข้อมูลความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทาน

ข้อมูลทั้งหมดจะถูกแสดงผลผ่าน Dashboard แบบ Real-Time ช่วยให้ผู้บริหารและผู้ประกอบการสามารถมองเห็นสถานการณ์จริง และตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

ในอนาคต U-PIN อาจไม่ได้เป็นเพียงแพลตฟอร์มสำหรับการบริหารจัดการเมือง แต่กำลังก้าวสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลสำหรับภาคอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจสีเขียวของประเทศ

สมุทรสาคร: พื้นที่ต้นแบบของการเปลี่ยนผ่าน

โครงการเลือกจังหวัดสมุทรสาครเป็นพื้นที่นำร่อง เนื่องจากเป็นหนึ่งในศูนย์กลางอุตสาหกรรมอาหารทะเลและระบบห้องเย็นที่สำคัญของประเทศไทย

หากการศึกษาระยะ Pre-Pilot ประสบความสำเร็จ จะนำไปสู่การพัฒนาระบบต้นแบบระดับอุตสาหกรรม และต่อยอดสู่การขยายผลในพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศ

เป้าหมายในระยะถัดไปคือการสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ในรูปแบบ Cooling-as-a-Service (CaaS) รวมถึงการพัฒนาระบบบริ

จัดการความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทานที่สามารถใช้งานได้จริงในภาคธุรกิจ

เมื่อความยั่งยืนไม่ใช่ต้นทุน แต่คือความสามารถในการแข่งขัน

ในโลกที่มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและคาร์บอนกำลังกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญทางการค้า ความสามารถในการลดการใช้พลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และบริหารจัดการความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทาน จะกลายเป็นข้อได้เปรียบทางธุรกิจมากกว่าภาระต้นทุน

โครงการ Smart Geothermal Cooling จึงไม่ใช่เพียงงานวิจัยด้านพลังงาน

แต่คือความพยายามในการออกแบบอนาคตใหม่ให้กับอุตสาหกรรม Cold Chain ไทย ผ่านการบูรณาการเทคโนโลยี พลังงานสะอาด และข้อมูลอัจฉริยะเข้าด้วยกัน

เพราะในอนาคต การแข่งขันจะไม่ได้วัดกันว่าใคร “ทำความเย็นได้มากกว่า”

แต่จะวัดกันว่าใคร “ทำความเย็นได้อย่างยั่งยืนกว่า”
:::

“พลังความร้อนใต้พิภพ” การค้นพบที่จะนำ อุตสาหกรรม Cold-chain ในจังหวัดสมุทรสาคร ไปสู่ Renewable Energy 100% (RE100) และไป...
29/05/2026

“พลังความร้อนใต้พิภพ” การค้นพบที่จะนำ อุตสาหกรรม Cold-chain ในจังหวัดสมุทรสาคร ไปสู่ Renewable Energy 100% (RE100) และไปถึงเป้าหมาย Net Zero ได้อย่างยั่งยืน

"...คำว่ามหาศาลนี่ ซักไซ้จนได้ใจความว่า ปริมาณน้ำใต้ดินของแอ่งเจ้าพระยาน่าจะมีมากกว่าเขื่อนใหญ่ๆรวมกันกว...

29/05/2026

นกยางเปีย Little Egret

* ลำตัวสีขาวล้วน
* จะงอยปากสีดำเรียวยาว
* ขาสีดำ
* มีขนเส้นยาวสีขาวบริเวณท้ายทอย 2–3 เส้น
* เดินหากินตามโคลนเลนริมแม่น้ำหรือป่าชายเลน

บริเวณ สมุทรสาคร โดยเฉพาะพื้นที่ปากแม่น้ำท่าจีน ป่าชายเลน และนาเกลือ

นกยางเปีย เป็นนกผู้ล่าในห่วงโซ่อาหารของพื้นที่ชุ่มน้ำ แถบป่าชายเลนนี้ เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำ และนกน้ำที่ค่อนข้างสมบูรณ์

เหมาะสำหรับใช้เป็นพื้นที่ศึกษา และอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ภายใต้โครงการ U-PIN ส่งเสริมนิเวศเมืองที่น่าอยู่และยั่งยืนร่อไป

#มชสมุทรสาคร

29/05/2026

นกกาน้ำเล็ก Little Cormorant

* คอยาวสีดำ
* ปากเรียวยาว ปลายงุ้มเป็นตะขอสำหรับจับปลา
* ลำตัวลอยต่ำในน้ำ ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของนกกาน้ำ
* กำลังกลืนปลาที่จับได้ทั้งตัว (เหมือนจะเป็นปลาหมอคางดำด้วยสิ)

ถ่ายบริเวณ พื้นที่ป่าชายเลน แม่น้ำท่าจีน สมุทรสาคร แหล่งอาศัยของนกชนิดนี้
มักพบหากินตามแม่น้ำ คลอง บ่อกุ้ง และพื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่ง

ภาพนี้สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศได้ดี เพราะการที่นกกาน้ำสามารถจับปลาได้ แสดงว่าพื้นที่ดังกล่าวยังคงเป็นแหล่งอาหารของสัตว์น้ำและนกน้ำจำนวนมาก ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสุขภาพของระบบนิเวศชายฝั่งและป่าชายเลนได้เป็นอย่างดี

#มชสมุทรสาคร

U-PIN จับมือ SkinTEC ยกระดับ “La U-PIN Skin Mist” นวัตกรรมจากป่าชายเลนไทย สู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงามระดับสากลเมื่อวันท...
29/05/2026

U-PIN จับมือ SkinTEC ยกระดับ “La U-PIN Skin Mist” นวัตกรรมจากป่าชายเลนไทย สู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงามระดับสากล

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569
ผู้แทนโครงการ U-PIN มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (สมุทรสาคร) ประกอบด้วย ศ. ปฏิบัติ ดร. เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล ผู้อำนวยการสำนักบริการวิชาการ (Uniserv) มช. และ หัวหน้าหน่วยวิจัยเพื่อการจัดการพลังงานและเศรษฐนิเวศ

ผศ.ดร.มล. ญาศินี จักรพันธุ์ ประธานคณะประสานโครงการ U-PIN มช. (สมุทรสาคร)

และ ดร. รัตชยุดา กองบุญ รองหัวหน้าหน่วยวิจัยเพื่อการจัดการพลังงานและเศรษฐนิเวศ

เข้าร่วมประชุมกับบริษัท SkinTEC เพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน ร่วมหารือกับบริษัท SkinTEC Interproduct ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัย พัฒนา และผลิตเครื่องสำอางครบวงจรมาตรฐานสากล เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ La U-PIN Skin Mist นวัตกรรมสารสกัดจากป่าชายเลน ภายใต้โครงการ U-PIN ให้ก้าวสู่ตลาดสุขภาพและความงามทั้งในประเทศและต่างประเทศ

การหารือครั้งนี้มุ่งเน้นการต่อยอดงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งได้พัฒนาสารสกัดจากทรัพยากรป่าชายเลนที่มีคุณสมบัติช่วยปกป้องผิวจากมลพิษฝุ่น PM2.5 ลดการอักเสบของผิว และเสริมสร้างเกราะป้องกันผิวตามธรรมชาติ ผ่านผลิตภัณฑ์ La U-PIN Skin Mist ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม

ความร่วมมือกับ SkinTEC จะช่วยเสริมศักยภาพในด้านการพัฒนาสูตร การทดสอบประสิทธิภาพ การผลิตตามมาตรฐาน GMP และมาตรฐานสากล ตลอดจนการออกแบบผลิตภัณฑ์และกลยุทธ์การตลาด เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรชีวภาพของชุมชนชายฝั่ง

นอกจากการยกระดับผลิตภัณฑ์แล้ว ความร่วมมือครั้งนี้ยังสะท้อนแนวคิด “นวัตกรรมเพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม” ที่มุ่งสร้างเศรษฐกิจฐานชีวภาพ (Bio Economy) ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ระบบนิเวศป่าชายเลน โดยรายได้และคุณค่าที่เกิดขึ้นจะส่งกลับไปสู่การพัฒนาชุมชนและการดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

La U-PIN ไม่ได้เป็นเพียงผลิตภัณฑ์ดูแลผิว แต่เป็นตัวแทนของการเปลี่ยนงานวิจัยสู่ผลกระทบเชิงสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ ที่เชื่อมโยงมหาวิทยาลัย ชุมชน และภาคเอกชนเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนร่วมกัน

“จากป่าชายเลน…สู่การปกป้องผิว จากงานวิจัย…สู่ผลิตภัณฑ์ระดับโลก และจากนวัตกรรม…สู่ความยั่งยืนของชุมชน”

#วิจัยสู่การใช้ประโยชน์ #นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน #ป่าชายเลนสร้างมูลค่า

📍UNISERV มช. ร่วมหารือ มช.สมุทรสาครติดตามความก้าวหน้าโครงการ U-PINปักหมุด “ศูนย์การเรียนรู้ส่งเสริมนิเวศความยั่งยืนเมือง...
28/05/2026

📍UNISERV มช. ร่วมหารือ มช.สมุทรสาคร
ติดตามความก้าวหน้าโครงการ U-PIN
ปักหมุด “ศูนย์การเรียนรู้ส่งเสริมนิเวศความยั่งยืนเมืองสมุทรสาคร”

สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (UNISERV) ร่วมประชุมหารือกับคณะทำงานมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อติดตามความก้าวหน้าโครงการ U-PIN และแนวทางการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบสู่ “ศูนย์การเรียนรู้ส่งเสริมนิเวศความยั่งยืนเมืองสมุทรสาคร” ซึ่งมุ่งเน้นการบูรณาการองค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม นวัตกรรม และการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน

การหารือครั้งนี้ครอบคลุมแนวทางการขับเคลื่อนพื้นที่เรียนรู้สำหรับชุมชน การสร้างระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ (Learning Ecosystem) และการต่อยอดความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ภาคีเครือข่าย และภาคประชาชน เพื่อผลักดันเมืองสมุทรสาครสู่ต้นแบบเมืองแห่งความยั่งยืนในอนาคต

ภายในกิจกรรม ทีมงานได้ร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดการพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ การสร้างกิจกรรมเชื่อมโยงชุมชน และการใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยให้เป็น Living Lab สำหรับการทดลองและขยายผลนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม

อีกหนึ่งก้าวสำคัญของ U-PIN ในการเชื่อม “มหาวิทยาลัย” กับ “เมือง” เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนจากฐานพื้นที่จริง 🌱






#เมืองยั่งยืน
#มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
#สมุทรสาคร

🎓 'U-PIN สมุทรสาคร' สู่การขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะที่จับต้องได้จริง 🌍ข้อจำกัดด้านงบประมาณและสัญญาณเตือนภัยทางเศรษฐกิจ กำล...
27/05/2026

🎓 'U-PIN สมุทรสาคร' สู่การขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะที่จับต้องได้จริง 🌍

ข้อจำกัดด้านงบประมาณและสัญญาณเตือนภัยทางเศรษฐกิจ กำลังกลายเป็นบททดสอบสำคัญที่กดทับวิถีชีวิตและผู้ประกอบการในจังหวัดสมุทรสาคร

ความท้าทายนี้ทำให้สำนักบริการวิชาการ (UNISERV) และคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ต้องเดินหน้าเปลี่ยนบทบาทจากรั้ววิชาการลงมาขับเคลื่อนนวัตกรรมร่วมกับท้องถิ่น เพื่อแปรเปลี่ยนองค์ความรู้ให้กลายเป็นฟันเฟืองที่ช่วยแก้ปัญหาระดับโครงสร้างและปกป้องคุณภาพชีวิตของประชาชน

🛡️ พลิกฟื้นความเชื่อมั่นด้วยยุทธศาสตร์ U-PIN

U - University: ผสานองค์ความรู้จากรั้ววิชาการสู่การปฏิบัติจริงในพื้นที่ เพื่อแก้ปมปัญหาให้ประชาชนตัวเล็กอย่างยืดหยุ่น 🎓

P - Planet: ปักหมุดการพัฒนาที่สมดุลระหว่างวิถีชีวิตและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เศรษฐกิจท้องถิ่นเติบโตได้อย่างสง่างามและยั่งยืน 🌍

I - Innovation: ขับเคลื่อนด้วยความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและขยายโอกาสในการสร้างรายได้ให้คนในชุมชน 💡

N - Network: ถักทอสายสัมพันธ์ของทุกภาคส่วนให้เป็น "ตาข่ายนิรภัย" ทางสังคมที่ช่วยพยุงไม่ให้ใครต้องล้มละลายจากวิกฤต 🤝

การบูรณาการเทคโนโลยี Smart City และการวาง Roadmap 3 ปีอย่างเป็นระบบ คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยชุบชีวิตเศรษฐกิจฐานรากของสมุทรสาครให้กลับมาเดินหน้าและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

#สมุทรสาคร #มหาชัย #มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ #นวัตกรรมเพื่อสังคม #ความยั่งยืน #รีวิวงาน

23/05/2026
ประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการ U-PIN มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (สมุทรสาคร)
22/05/2026

ประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการ U-PIN มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (สมุทรสาคร)

อธิปไตยที่กินได้: ปลดล็อกพื้นที่ทับซ้อนอ่าวไทย พลิกฟื้นวิกฤตพลังงานมหาชัย ⛽ค่าไฟและต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูง กำลังกลายเป็น...
22/05/2026

อธิปไตยที่กินได้: ปลดล็อกพื้นที่ทับซ้อนอ่าวไทย พลิกฟื้นวิกฤตพลังงานมหาชัย ⛽

ค่าไฟและต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูง กำลังกลายเป็นมรสุมลูกใหญ่ที่กดทับอุตสาหกรรมห้องเย็นและภาคการประมง

ความไม่ชัดเจนนี้ทำให้ชาวประมงต้องออกเรือไปเสี่ยงโชคและเสี่ยงถูกจับกุมอยู่เป็นระยะ ถึงเวลาแล้วที่จะต้องเปลี่ยนวาทกรรมทางการเมือง ให้กลายเป็นการเจรจาบนกติกาสากลและผลประโยชน์ร่วมกัน เพื่อแปรเปลี่ยนทรัพยากรให้เป็น "อธิปไตยที่กินได้" ที่ช่วยกดต้นทุนพลังงานให้ประชาชน

🛡️ พลิกฟื้นความเชื่อมั่นด้วยยุทธศาสตร์ U-PIN

U - University: ผสานองค์ความรู้จากรั้ววิชาการสู่การปฏิบัติจริงในพื้นที่ เพื่อแก้ปมปัญหาให้ประชาชนตัวเล็กอย่างยืดหยุ่น 🎓

P - Planet: ปักหมุดการพัฒนาที่สมดุลระหว่างวิถีชีวิตและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เศรษฐกิจท้องถิ่นเติบโตได้อย่างสง่างามและยั่งยืน 🌍

I - Innovation: ขับเคลื่อนด้วยความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและขยายโอกาสในการสร้างรายได้ให้คนในชุมชน 💡

N - Network: ถักทอสายสัมพันธ์ของทุกภาคส่วนให้เป็น "ตาข่ายนิรภัย" ทางสังคมที่ช่วยพยุงไม่ให้ใครต้องล้มละลายจากวิกฤต 🤝

การปลดล็อกพื้นที่ทับซ้อนอย่างโปร่งใสและชาญฉลาด คือกุญแจสำคัญที่จะคืนความปลอดภัยให้ท้องทะเล และชุบชีวิตเศรษฐกิจฐานรากของมหาชัยให้กลับมาลืมตาอ้าปากได้อย่างยั่งยืน

# # # #
บทความฉบับเต็ม

ภาระต้นทุนพลังงานและค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้น กำลังกลายเป็นความท้าทายระลอกใหญ่ที่กดทับลมหายใจของอุตสาหกรรมห้องเย็นและภาคการประมงในจังหวัดสมุทรสาคร ทว่าท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจระดับฐานรากนี้ ประเทศไทยกลับมี "หม้อข้าวใบใหญ่" ซึ่งอุดมไปด้วยก๊าซธรรมชาติ ซุกซ่อนอยู่ใต้พื้นที่กว่า 26,000 ตารางกิโลเมตรกลางอ่าวไทย ทรัพยากรที่มีศักยภาพในการต่อลมหายใจให้เศรษฐกิจเหล่านี้ กลับถูกแช่แข็งไว้กว่าครึ่งศตวรรษจากกรณีพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล (OCA) ระหว่างไทยและกัมพูชา
รอยต่อของปัญหาพื้นที่ทับซ้อนนี้ มีที่มาจากการประกาศเขตแดนทางทะเลที่ไม่สอดคล้องกัน ในปี พ.ศ. 2515 กัมพูชาได้ประกาศลากเส้นพาดผ่านกึ่งกลางเกาะกูด ซึ่งในมุมมองของไทยและหลักสากลถือว่าขัดต่อหลักการและสนธิสัญญา ร.ศ. 126 อย่างชัดเจน ส่งผลให้ในปี พ.ศ. 2516 รัฐบาลไทยมีความจำเป็นต้องประกาศเส้นเขตแดนของตนเองเพื่อรักษาสิทธิ ความทับซ้อนของเส้นเขตแดนทั้งสองฝ่ายทำให้เกิดพื้นที่สุญญากาศทางกฎหมาย ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่แค่ความสูญเสียด้านโอกาสทางพลังงาน แต่ยังตกอยู่กับชาวประมงไทยที่ต้องนำเรือออกไปเสี่ยงโชคท่ามกลางน่านน้ำที่ปราศจากความแน่ชัด นำไปสู่ปัญหาความสุ่มเสี่ยงในการถูกจับกุมขณะทำการประมงที่เกิดขึ้นอยู่เป็นระยะ
การแสวงหาทางออกจึงไม่ควรพึ่งพาวาทกรรมที่สร้างความขัดแย้งทางการเมือง แต่ควรหันมาใช้เครื่องมือที่ประชาคมโลกยอมรับอย่างกฎหมายทะเลสากล (UNCLOS) ตามที่ วิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ ได้เสนอไว้ว่า การชำระล้างปัญหาต้องตั้งอยู่บน "ความเป็นธรรม" (Equity) โดยเริ่มต้นจากการปักหมุด "จุด A" ด้วยการลากเส้นแบ่งครึ่ง (Median Line) ระหว่างเกาะกูดกับชายฝั่งกัมพูชา เพื่อสร้างความชัดเจนและยืนยันอธิปไตยของไทยเหนือน่านน้ำรอบเกาะกูดอย่างถูกต้องตามหลักสากล จากนั้นจึงลากเส้นต่อไปยัง "จุด B" เพื่อกำหนดเขตเศรษฐกิจจำเพาะใหม่ ซึ่งจะช่วยลดขนาดพื้นที่ทับซ้อน และตีกรอบสิทธิในแหล่งทรัพยากรฝั่งตะวันตกให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น
สำหรับพื้นที่ส่วนลึกกลางอ่าวไทยที่ยังมีความซับซ้อนสูง ทางเลือกที่ตอบโจทย์ความเป็นจริงที่สุดคือการนำโมเดลพื้นที่พัฒนาร่วม (JDA) มาปรับใช้ ดังเช่นความสำเร็จที่ไทยเคยตกลงร่วมกับประเทศมาเลเซียในปี พ.ศ. 2522 ภายใต้ศิลปะการเจรจาแบบมีได้มีเสีย (Take and Give) เราสามารถดึงความมั่งคั่งที่หลับใหลขึ้นมาใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ ก่อนที่ก๊าซธรรมชาติจะลดความสำคัญลงในยุคเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
อธิปไตยที่แท้จริงจึงไม่ได้อยู่เพียงบนแผนที่ แต่วัดกันที่ความสามารถในการแปรเปลี่ยนทรัพยากรให้กลายเป็น "อธิปไตยที่กินได้" เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน การปลดล็อกพื้นที่ทับซ้อนอ่าวไทยอย่างโปร่งใสและชาญฉลาด จะเป็นกุญแจสำคัญในการกดต้นทุนพลังงานของประเทศ คืนความปลอดภัยให้ท้องทะเล และชุบชีวิตอุตสาหกรรมห้องเย็น ตลอดจนการประมงของมหาชัยให้กลับมาเดินหน้าได้อย่างยั่งยืน
________________________________________
รายการอ้างอิง
วิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์. (ม.ป.ป.). อธิปไตยที่กินได้ : เปลี่ยน 'พื้นที่ทับซ้อน' ไทย-กัมพูชา ที่ไร้ทางออก เป็น 'พื้นที่ความมั่งคั่ง' ด้วยหลักกฎหมายสากล (UNCLOS).
กรุงเทพธุรกิจ. (2569). กัมพูชา เอาคืน ทร. จับเรือประมงไทย หลังตะเพิด 30 เรือประมงกัมพูชา. สืบค้นจาก https://www.bangkokbiznews.com/politics/1221449

#พื้นที่ทับซ้อน #วิกฤตพลังงาน #ก๊าซธรรมชาติ #สมุทรสาคร #มหาชัย #เศรษฐกิจไทย #รีวิวงาน

นำเสนอความก้าวหน้าโครงการ U-PIN ต่อคณะกรรมการอำนวยการคณะอุตสาหกรรมเกษตร โดยท่าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. หม่อมหลวง (ม.ล.) ...
22/05/2026

นำเสนอความก้าวหน้าโครงการ U-PIN ต่อคณะกรรมการอำนวยการคณะอุตสาหกรรมเกษตร โดยท่าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. หม่อมหลวง (ม.ล.) ญาศินี จักรพันธุ์
ประธานคณะประสานโครงการ U-PIN มช. สมุทรสาคร
เมื่อวันที่ 20 พค. 69

ที่อยู่

Samut Sakhon

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ U-PIN CMUผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์