Siam reports ร้อยเรื่องเมืองสยาม

Content Creator Media For All 2026  โอกาสคนทำสื่อ จัดเต็มทุกกลุ่มเป้าหมายเตรียมความพร้อมให้กับผู้สนใจยื่นข้อเสนอโครงการห...
16/11/2025

Content Creator Media For All 2026
โอกาสคนทำสื่อ จัดเต็มทุกกลุ่มเป้าหมาย
เตรียมความพร้อมให้กับผู้สนใจยื่นข้อเสนอโครงการหรือกิจกรรม ประจำปี 2569

วันที่ 19 พฤศจิกายน 2568
เวลา 14.30 - 15.30 น.

รับชมการถ่ายทอดสด ได้ทาง Facebook : กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

(มีผู้บรรยายภาษามือตลอดการถ่ายทอดสด)


#กองทุนสื่อ

#สื่อสร้างสรรค์เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม
#กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยเเละสร้างสรรค์

ติดตาม “กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์”
Website : www.thaimediafund.or.th
Facebook : กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
Youtube : www.youtube.com/c/ThaiMediaFund
TikTok / X : Thai Media Fund
Line official :

สงขลาเดินหน้าจัดกิจกรรม “วันทะเลโลก 2568” ร่วมอนุรักษ์ทะเลไทยอย่างยั่งยืนวันนี้ (6 มิถุนายน 2568) จังหวัดสงขลา โดยสำนักง...
06/06/2025

สงขลาเดินหน้าจัดกิจกรรม “วันทะเลโลก 2568” ร่วมอนุรักษ์ทะเลไทยอย่างยั่งยืน

วันนี้ (6 มิถุนายน 2568) จังหวัดสงขลา โดยสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 จัดกิจกรรมเนื่องใน “วันทะเลโลก (World Ocean Day)” ประจำปี 2568 ณ บริเวณชายหาดสมิหลา (หน้ารูปปั้นนางเงือก) ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา ภายใต้ธีม “WONDER: Sustaining What Sustains Us (ดูแลทะเลที่หล่อเลี้ยงเรา)” โดยมี นายจิรวัตร์ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานในพิธีเปิดงาน

นายจตุรเทพ โควินทวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 ในนามตัวแทนผู้จัดงาน กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในวันนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในคุณค่าและความสำคัญของทรัพยากรทางทะเลแก่ประชาชนทุกภาคส่วน โดยเฉพาะเยาวชน พร้อมทั้งส่งเสริมความร่วมมือในการป้องกันปัญหามลพิษทางทะเล เช่น ขยะทะเล และการอนุรักษ์ระบบนิเวศชายฝั่งอย่างจริงจัง

กิจกรรมในงานประกอบด้วย การแสดงจากโรงเรียนมหาวชิราวุธ การปล่อยเต่าทะเล 15 ตัว และพันธุ์ปูม้าจำนวน 10 ล้านตัว ลงสู่ธรรมชาติ การเก็บขยะทะเลโดยอาสาสมัคร กว่า 500 คน ตลอดจนการจัดนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับสัตว์ทะเลหายาก ปัญหาขยะทะเล และความหลากหลายทางชีวภาพในทะเลไทย ซึ่งได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน และภาคประชาสังคมเป็นอย่างดี

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนถึงความตั้งใจร่วมกันของจังหวัดสงขลาในการอนุรักษ์ท้องทะเลอย่างยั่งยืน โดยมุ่งหวังให้วันทะเลโลกเป็นจุดเริ่มต้นของความเปลี่ยนแปลงในวงกว้าง และเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ร่วมสืบสานการดูแลรักษาทรัพยากรทางทะเลให้คงอยู่คู่ชุมชน ชายฝั่ง และประเทศชาติต่อไปในอนาคต.

สงขลา  /  ทัพเรือภาคที่ 2 อนุรักษ์รักษ์ทะเลไทย  ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำกิจกรรมเก็บขยะชายหาดวันนี้ (  29 พ.ค.68 )  เวลา   09....
29/05/2025

สงขลา / ทัพเรือภาคที่ 2 อนุรักษ์รักษ์ทะเลไทย ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำกิจกรรมเก็บขยะชายหาด
วันนี้ ( 29 พ.ค.68 ) เวลา 09.00 น ณ ชายหาดมหาราช อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา พลเรือโท นเรศ วงศ์ตระกูล ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 และผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 2 มอบหมายให้ พลเรือตรี ปรีชา รัตนสำเนียง รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 เป็นประธานในกิจกรรม รักษ์ทะเลไทย ตามแนวพระราชดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และกิจกรรม ซีพีร้อยเรียงความดี ทะเลไทยยั่งยืน Seacosystem ดำน้ำ ฟื้นฟู ปะการังเทียม ณ ชายหาดมหาราช อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา โดยมีกิจกรรมสำคัญได้แก่ (1) กิจกรรมเก็บขยะชายหาด (2) กิจกรรมดำน้ำเก็บขยะใต้ทะเล (3) กิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา องค์ประธานมูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงห่วงใยปัญหาเรื่องความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติใต้ทะเล การทำร้ายสัตว์ทะเลด้วยน้ำมือมนุษย์โดยตั้งใจหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และทรงมีเจตนารมย์ในการอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย การนี้กองทัพเรือจึงได้สนองพระดำริโดยการจัดทำโครงการ อนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ขึ้นเพื่อเป็นการอนุรักษ์และการสร้างจิตสำนึกในการหวงแหนและรักษาสิ่งแวดล้อมตลอดจนระบบนิเวศ โดยกิจกรรม รักษ์ทะเลไทย” ที่จัดขึ้นบริเวณชายหาดมหาราชในครั้งนี้ ทัพเรือภาคที่ 2 ร่วมกับศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 2 สำนักปฏิบัติการด้วยความยั่งยืนทางทะเล บริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ หน่วยงานราชการในพื้นที่อำเภอสทิงพระ นักดำน้ำจิตอาสาในพื้นที่ พร้อมด้วยประชาชนและเยาวชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อเป็นการสร้างจิตสำนึกที่ดีกับทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งต่อไป...

“ชวน–นิพนธ์” นำคณะเยี่ยมชมตลาดทุเรียนไทยในเฉิงตู  ย้ำการรักษาคุณภาพสร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภคจีนขยายโอกาสตลาดผลไม้ไทยเฉ...
26/05/2025

“ชวน–นิพนธ์” นำคณะเยี่ยมชมตลาดทุเรียนไทยในเฉิงตู ย้ำการรักษาคุณภาพสร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภคจีนขยายโอกาสตลาดผลไม้ไทย

เฉิงตู, สาธารณรัฐประชาชนจีน (วันที่ 25 พฤษภาคม 2568) นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยและอดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา นำคณะผู้แทนจากประเทศไทยเยี่ยมชมร้านจำหน่ายทุเรียนไทยในเมืองเฉิงตู หนึ่งในตลาดบริโภคทุเรียนที่เติบโตเร็วที่สุดในจีนตอนตะวันตกเฉียงใต้

การเยี่ยมชมในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงกระแสความนิยมบริโภค “ทุเรียนไทย” ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในหมู่ผู้บริโภคชาวจีน โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลนำเข้าปี 2568 ซึ่งข้อมูลล่าสุดระบุว่าประเทศจีนสามารถนำเข้าทุเรียนไทยได้เฉลี่ย มากกว่า 600 ตู้คอนเทนเนอร์ต่อวัน โดยแต่ละตู้มีน้ำหนักประมาณ 17 ตัน คิดเป็นปริมาณรวมกว่า 10,000 ตันต่อวัน ซึ่งปัจจุบันระบบขนส่งมีความคล่องตัวมากขึ้น ทั้งทางบก ทางทะเลจากท่าเรือในภาคตะวันออกของไทย และทางอากาศสู่เมืองเป้าหมาย ทำให้สามารถกระจายผลผลิตเข้าสู่พื้นที่ปลายทางในจีนได้รวดเร็วและสดใหม่กว่าในอดีต ส่งผลให้ร้านจำหน่ายทุเรียนในเมืองใหญ่ เช่น เฉิงตู เซี่ยงไฮ้ และกวางโจว เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างชัดเจน

นายนิพนธ์ กล่าวให้กำลังใจผู้ส่งออกและเกษตรกรไทยว่า ทุเรียนไทยยังคงได้รับความนิยมและเป็นที่ต้องการอย่างสูงในตลาดจีน แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการ รักษาคุณภาพให้ได้มาตรฐานโดยเฉพาะ “หมอนทองไทย” ที่เป็นที่รู้จักในด้านรสชาติ เนื้อแน่น และความสม่ำเสมอของผลผลิต

ขณะเดียวกัน คณะฯ ได้สอบถามความคิดเห็นจากผู้บริโภคในท้องถิ่น ซึ่งส่วนใหญ่ต่างชื่นชอบรสชาติของทุเรียนไทย แต่ก็มีข้อเสนอแนะว่า ควรควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์ “Durian Thailand” ซึ่งจะส่งผลดีในระยะยาวต่อทั้งผู้ปลูก ผู้ส่งออก และภาพลักษณ์ของผลไม้ไทยในตลาดโลก

ผู้ช่วย รมว.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงพื้นที่ติดตามการขับเคลื่อนงานด้าน อววน. ร่วมนำเสนอผ...
22/04/2025

ผู้ช่วย รมว.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงพื้นที่ติดตามการขับเคลื่อนงานด้าน อววน. ร่วมนำเสนอผลงานนิทรรศการในพื้นที่จังหวัดสงขลา

วันที่ 22 เมษายน 2568

นายศุภชัย ใจสมุทร ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานขับเคลื่อนงานด้าน อววน. ในพื้นที่จังหวัดสงขลา (เสริมทัพ/พัฒนาศักยภาพ ครูของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (ครู สกร.) ด้วย ววน. พื้นที่ภาคใต้) เยี่ยมชมผลงานนิทรรศการ และรับฟังการนำเสนอการใช้ประโยชน์นวัตกรรม ผลงานวิจัยจากผู้แทนชุมชน เยี่ยมชมนิทรรศการ และรับฟังการนำเสนอการใช้ประโยชน์นวัตกรรม ผลงานวิจัยจากผู้แทนชุมชน โดย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายวิทยา จันทน์เสนะ กล่าวต้อนรับ และอธิการบดีได้มอบหมายให้ ผศ.ปิยะ ประสงค์จันทร์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย (มทร.ศรีวิชัย) กล่าวรายงาน ณ ห้องประชุมชูพันธ์ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มทร.ศรีวิชัย สงขลา

มทร.ศรีวิชัย เป็นเจ้าภาพหลัก ร่วมกับ มหาวิทยาลัย เครือข่ายภาคใต้ และ หน่วยงานในระบบ อววน. ในพื้นที่ภาคใต้ ร่วมกันจัดนิทรรศการ แสดงผลงานจำนวน 18 นิทรรศการ งานดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีระดับภูมิภาคในการนำเสนอความก้าวหน้า ทางผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีศักยภาพพร้อมใช้ประโยชน์ สำหรับการพัฒนา เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศ เป็นการหนุนเสริมให้เกิดกลไกสนับสนุนการพัฒนาผลงานวิจัย ให้เข้มแข็ง และสามารถส่งต่อ/ขยายผลหรือต่อยอดให้เกิดประโยชน์แก่ชุมชน สังคม โดยการบูรณาการ เชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างองค์กรและเครือข่ายทั่วประเทศ และเป็นการสร้างความตระหนัก และปลูกจิตสำนึกให้กับนักวิจัยในการขับเคลื่อนนโยบาย “มทร.ศรีวิชัย สู่การเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีที่เหมาะสมสำหรับชุมชน (Hub of Machine) เพื่อยกระดับรายได้ครัวเรือนและเศรษฐกิจฐานราก” ของ มทร.ศรีวิชัย

นอกจากนี้ มทร.ศรีวิชัย ยังนำเสนอนิทรรศการ คลินิกเทคโนโลยี มทร.ศรีวิชัย นครศรีธรรมราช เทคโนโลยีการผลิตปุ๋ย เทคโนโลยีการแปรรูปน้ำผึ้ง เทคโนโลยีการแปรรูปเนื้อสัตว์ คลินิกเทคโนโลยี มทร.ศรีวิชัย สงขลา ผลิตภัณฑ์เห็ดแครง ผลิตภัณฑ์จากเตยปาหนัน เทคโนโลยีผลิตภัณฑ์จากผ้ามัดย้อม และผ้า Ecoprint เทคโนโลยีผ้ามัดย้อมพิมพ์ลาย คลินิกเทคโนโลยี มทร. ศรีวิชัย ตรัง ชุดเพาะเลี้ยงสาหร่ายขนนก ชุดวัดคุณภาพน้ำโดยระบบสามารถวัดค่าได้แก่ ค่าความเค็มในน้ำอุณหภูมิ ค่าความเป็นกรด-ด่าง ค่าความเข้มแสง ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสาหร่ายขนนก ได้แก่ ข้าวสาหร่าย – ผงโรยข้าว สบู่สาหร่าย เครื่องดื่มสาหร่ายผลิตภัณฑ์กุ้งแห้งลดเค็มจากโครงการการใช้เทคโนโลยีพัฒนาและยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์กุ้งแห้งลดเค็มชุมชนแปรรูปอาหารทะเล ตำบลตะเสะ อำเภอหาดสำราญ จังหวัดตรัง และมีการส่งมอบ “เครื่องลดความชื้นน้ำผึ้งด้วยระบบสุญญากาศ” ผลผลิตของ “โครงการการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ตำบล ปากบาง อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา” ภายใต้ “โครงการยุวชนอาสา ประจำปี พ.ศ. 2568” ให้แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงผึ้งชันโรงบ้านเกาะแลหนังฟาร์ม ตำบลปากบาง อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา

ในช่วงบ่ายวันเดียวผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วยคณะเดินทางเยี่ยมชมการขยายผลนวัตกรรมพร้อมใช้และเทคโนโลยี ของ มทร.ศรีวิชัย ผลการดำเนินงานด้าน อววน. พัฒนาพื้นที่ตำบลท่าข้าม อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เข้าชมการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างคุณค่าและยกระดับวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้เพาะเลี้ยงเห็ดแครง บนพื้นฐานศักยภาพและทรัพยากรท้องถิ่นอย่างยั่งยืน (มทร.ศรีวิชัย สงขลา/คณะวิศวกรรมศาสตร์ฯ) การขับเคลื่อนทุนทางวัฒนธรรมมโนราห์เพื่อหนุนเสริมระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์จังหวัดสงขลา (มทร.ศรีวิชัย สงขลา/คณะสถาปัตยกรรม) กิจกรรมอบรมสาธิตการร้อยลูกปัดมโนราห์ กิจกรรมสาธิตการทำรังสรรค์อาหารพื้นถิ่นจากเห็ดแครง และข้าวเหนียวดำ และเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์สืบสานศิลป์โนรา

12/04/2025

#จากผู้ต้องหาสู่ผู้จุดไฟประกายให้ชุมชน – ‘สุชาติ’ ชายผู้เปลี่ยนผืนดินรกร้าง ให้กลายเป็นอาณาจักรแห่งความหวังของชุมชนแห่งนี้

ดีหลวงบ้านฉาน
หากคุณเคยได้ยินคำว่า “ขอแค่มีใจ ไม่ต้องรอใคร” เรื่องราวของผู้ชายที่ชื่อ สุชาติ จะยืนยันให้คุณเห็นว่า นี่ไม่ใช่แค่คำพูดที่สวยหรู – แต่มันคือเรื่องจริงที่กำลังเกิดขึ้นริมชายหาดทะเลเล็ก ๆ ในตำบลดีหลวง อ.สทิงพระ จังหวัดสงขลา

ที่ครั้งหนึ่งเคยมีเพียงศาลาเหล็กผุพัง พื้นดินลูกรังและซากต้นสนที่ตายยืนต้น วันนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชน ศูนย์กลางเยาวชน สนามกีฬา ศูนย์เรียนรู้ทางทะเล ลานจัดกิจกรรมของ อสม. และชมรมประมงพื้นบ้าน – ทั้งหมดนี้เกิดจาก “น้ำพักน้ำแรงของคนธรรมดาๆ ที่ไม่ยอมให้คำว่าไม่มีงบ มาหยุดความฝันของคนทั้งชุมชนได้

เมื่อจุดเริ่มต้นคือคำร้องเรียน...

ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่ปีก่อน “คุณสุชาติ” พร้อมทีมอาสาฯ เริ่มลงมือซ่อมแซมศาลาริมทะเลที่ทรุดโทรม พร้อมริเริ่มไอเดียง่ายๆ จากลูกสาวที่อยากวาดภาพปลาใต้ทะเลบนพื้นถนน เพื่อให้ผู้คนได้มาแวะชมถ่ายรูป – กลายเป็นจุดเช็กอินที่ไม่เหมือนใคร

แต่แทนที่จะได้รับคำชื่นชม กลับมีคำร้องเรียนว่า “ทำให้ถนนสกปรก ลื่น และอันตราย” เรื่องถึงหูเจ้าหน้าที่กรมทางหลวงชนบท...

> “เขามาตรวจพื้นที่ เห็นศิลปะที่เราวาด เห็นภาพรวมของการพัฒนา พอรู้ว่ามีนามสกุลเดียวกันกับเจ้าหน้าที่ในหน่วยงาน เขาถามแค่ว่า – พี่คิดจะทำอะไรต่อ... ผมตอบทันทีว่า ‘ผมอยากเห็นคนใช้เส้นทางนี้แล้วภูมิใจ’”

แล้วสิ่งที่ไม่มีวันเกิดขึ้น... ก็เกิดขึ้นจริง

กรมทางหลวงชนบท เขต 1 สนับสนุนเต็มที่ – มีการตัดถนนใหม่จากปากทางถึงแนวชายฝั่ง วางระบบไฟฟ้าส่องสว่างตลอดเส้นทาง ติดเสาไฟสนามสูง 15 เมตร ที่ส่องได้ไกลกว่า 200 เมตร พร้อมวางแผนติดตั้ง ประภาคารนำทางเรือประมงพื้นบ้าน ให้สามารถใช้เป็นจุดพิกัดทางทะเลได้จริง!

จากถนนดินลูกรัง วันนี้กลายเป็นถนนเชื่อมโยงฝั่งทะเลกับหมู่บ้านอย่างสมบูรณ์ ไม่ต้องอ้อมไกล ชาวบ้านใช้ประโยชน์ได้ทุกวัน

> “ทุกบาทที่ใช้ ไม่ได้ขอจากรัฐ ผมขอแค่จิตอาสา ใครมีทราย เอาทราย ใครมีหิน เอาหิน ผมเป็นแค่ขอทานที่ ‘ขอเพื่อชุมชน’ ไม่ได้ขอเพื่อตัวเอง”

จากพื้นที่ที่ไม่มีใครแล... สู่พื้นที่ที่ไม่มีใครอยากจาก

ศาลา 6 หลังใหม่ถูกสร้างขึ้นแทนของเดิมที่สนิมกัดกิน ห้องน้ำทันสมัย มูลค่ากว่า 9 ล้านบาทก็สร้างเสร็จแล้ว สนามกีฬา เยาวชนกว่า 60 คนมาฝึกซ้อมทุกเย็น ไฟสว่างไสว ทำให้ปัญหาอาชญากรรมลดลงอย่างเห็นได้ชัด

นอกจากนี้ยังเป็นจุดจัดกิจกรรมของ อสม., ศูนย์เรียนรู้ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ, ที่ทำการชมรมบ้านฉาง (ขึ้นทะเบียนกับกรมทรัพยากรทางทะเลฯ) และกำลังผลักดันให้เป็น ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการ เพื่อรองรับรถนักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ ที่เริ่มหลั่งไหลเข้ามา

แต่ทุกการเปลี่ยนแปลง ต้องแลกด้วยการยืนหยัด

คุณสุชาติไม่ได้เดินบนทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ – เขาเคยถูกแจ้งความในข้อหา “บุกรุกที่สาธารณะ” โดยบางหน่วยงานท้องถิ่นที่ “เสียหน้า” เพราะไม่ใช่คนของตัวเองที่เริ่มโครงการ

> “ผมถูกแจ้งความ ถูกตั้งข้อหาเหมือนคนร้าย ทั้งที่ผมใช้เงินส่วนตัว ใช้แรงเพื่อนฝูง ใช้พลังชาวบ้าน ถ้าเขายึดติดเรื่องการเมือง เราจะพัฒนาได้ยังไง?”

มะพร้าว 3,000 ต้น คือคำมั่นสัญญาที่ปลูกไว้

เขาปลูกต้นมะพร้าวไว้ตลอดแนว – 3,000 ต้น เพื่อให้ในอนาคตลูกหลานจะได้เห็นร่มเงา ได้กินมะพร้าวริมทะเล ได้พักผ่อนใต้ต้นไม้ที่ “เกิดจากหัวใจของคนหนึ่งคนที่ไม่เคยยอมแพ้”

> “ผมไม่ได้ต้องการชื่อเสียง แค่ขอให้คนรุ่นหลังไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ ผมแค่อยากให้พวกเขาเห็นว่า ถ้าเรารักบ้านเกิด...เราจะเปลี่ยนทุกอย่างได้ แม้จะไม่มีงบสักบาทเดียว”

นี่คือเรื่องจริงของคนธรรมดา ที่กำลังทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่

สุชาติ – จากผู้ถูกแจ้งความ เป็นคนที่ทุกคนต้องขอบคุณ
เพราะสิ่งที่เขาทำ...ไม่ใช่แค่สร้างถนน แต่คือการสร้าง “ศรัทธาในพลังของชุมชน”

โก โฮลเซลล์ ดัน ปลากะพงสามน้ำทะเลสาบสงขลาชูของดี GI เอกลักษณ์ท้องถิ่น  ต่อยอดสู่สินค้าสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหาร   ทำไม...
25/02/2025

โก โฮลเซลล์ ดัน ปลากะพงสามน้ำทะเลสาบสงขลา

ชูของดี GI เอกลักษณ์ท้องถิ่น ต่อยอดสู่สินค้าสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหาร



ทำไม? ปลากะพงสามน้ำ แห่งลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ถึงเป็น ของดีประจำจังหวัดสงขลา ที่ได้มาตรฐาน GI หรือสินค้าตามแหล่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ และได้ชื่อว่า เป็นวัตถุดิบเลื่องชื่อ ที่ตลาดร้านอาหารมีความต้องการสูง



นายพลอิทธิ์ กรกอง ตัวแทนเกษตรกร เล่าว่าปลากะพงสามน้ำ คือ ปลากะพงขาวที่เกษตรกรเลี้ยงกันในทะเลสาบสงขลา ซึ่งมีพื้นที่ครอบคลุม 5 อำเภอของจังหวัดสงขลา ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอหาดใหญ่ อำเภอสิงหนคร อำเภอบางกล่ำ และอำเภอควนเนียง



เกษตรกร จะเริ่มจากการนำลูกพันธุ์ปลากะพงขนาด 3 นิ้ว ซึ่งต้องเป็นลูกพันธุ์จากแหล่งทะเลสาบสงขลาเท่านั้น จากนั้นนำมาปล่อยในกระชังกลางทะเลสาบสงขลา ซึ่งเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติ ใช้วิถีการเลี้ยงแบบดั้งเดิม ใช้เวลาในการเลี้ยงด้วยอาหารเม็ดผสมปลาสดสับประมาณ 1 - 2 ปี เพื่อให้ได้ปลากะพง น้ำหนัก 3 - 5 กิโลกรัม ซึ่งความพิเศษของทะเลสาบสงขลาที่ทำให้ปลากะพงได้ชื่อว่า เป็นปลาสามน้ำ มาจากกระแสน้ำขึ้น น้ำลง ที่ทำให้ น้ำ มีภาวะเป็นทั้งน้ำจืด น้ำเค็ม และน้ำกร่อย หมุนเวียนตลอดทั้งปี ปลาจากที่นี่จึงมีความพิเศษกว่าทั่วไป เพราะจะมีเนื้อแน่น นุ่ม มัน ไม่คาว รสชาติดี เนื้อปลามีสีขาว มีคุณค่าทางโภชนาการสูง แบ่งเป็นส่วนๆ ไม่ว่าจะเป็น ส่วนหางที่จะมีคอลลาเจนสูง ส่วนเนื้อกลางจะมีโอเมก้า ราวท้องของปลาจะมีไขมันดี



ด้วยรสชาติโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ จึงทำให้ปลากะพงสามน้ำทะเลสาบสงขลา ได้รับเครื่องหมายสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์



ผู้ประกอบการร้านอาหารจึงมีความต้องการปลากะพง GI จากแหล่งน้ำนี้เป็นจำนวนมาก เพราะสามารถนำเนื้อไปแล่ แบ่งไปสร้างสรรค์เมนูขึ้นชื่อต่างๆ ทำอาหารได้หลากหลาย อาทิ แกงเหลือง เนื้อปลากะพงลวก กะพงทอดน้ำปลา กะพงผัดฉ่า กะพงซอสมะขาม ฯลฯ ช่วยส่งเสริมการบริโภคปลาท้องถิ่น สร้างคุณค่าให้กับผลผลิตของเกษตรกรไทย



ที่สำคัญ เมื่อปลายปีที่แล้ว ที่สงขลาเกิดอุทกภัย ผู้เลี้ยงปลากะพงทะเลสาบสงขลา ประสบปัญหาการระบายสินค้าออกสู่ตลาด “โก โฮลเซลล์” ได้เข้ามาช่วยรับซื้อ ช่วยเหลือเกษตรกรให้ผ่านพ้นอุปสรรค และนำปลากะพงสามน้ำที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวสงขลา กระจายไปจำหน่ายยังสาขาของโก โฮลเซลล์ ทั่วประเทศ



“ต้องขอบคุณ โก โฮลเซลล์ ที่เข้ามาช่วยระบายปลาในช่วงปลายปี 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดฝนตกหนัก น้ำท่วม เกิดการเปลี่ยนแปลงของน้ำ เกษตรกรจึงต้องรีบจับและระบายปลาออก” นายพลอิทธิ์ กล่าวเสริม



ไปลองลิ้มชิมรสชาติ ปลากะพงสามน้ำทะเลสาบสงขลา ได้แล้ววันนี้ที่ โก โฮลเซลล์ ทุกสาขา รวมถึงสาขาล่าสุด โก โฮลเซลล์ สาขาหาดใหญ่

19/01/2025

19-1-68
กระทรวงแรงงานพบประชาชน

พิพัฒน์’ นำกระทรวงแรงงานพบประชาชน ปี 68 เริ่ม! สงขลา รับสมัครงาน อบรมอาชีพอิสระ ตรวจสุขภาพฟรี เตรียมสัญจรทั่วประเทศ

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานเปิดโครงการกระทรวงแรงงานพบประชาชน ประจำปี 2568 จังหวัดสงขลา โดยมี นายภุชงค์ วรศรี ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงแรงงาน นายภูมิพัฒน์ เหมือนจันทร์ โฆษกกระทรวงแรงงาน นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ประธานคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน นางสาวกรจิรัฏฐ์ พงจันทร์ศธร ผู้ช่วยปลัดกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงแรงงาน ร่วมเป็นเกียรติ นายสันติ นันตสุวรรณ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน รักษาราชการแทน รองปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวรายงาน นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวต้อนรับ หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงแรงงาน อาสาสมัครแรงงาน บัณฑิตแรงงาน เครือข่ายผู้ประกันตน สถานประกอบการ ร่วมให้การต้อนรับ ณ ห้องประชุมชูพันธ์ ชั้น 2 คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตสงขลา อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า โครงการกระทรวงแรงงานพบประชาชน ประจำปี 2568 โดยนำภารกิจของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน มาอำนวยความสะดวก ให้บริการกับพี่น้องประชาชน ในจังหวัดสงขลา ซึ่งจังหวัดสงขลามีความพร้อมด้านคมนาคม ทั้งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ มีสถานประกอบการและมีการจ้างงานจำนวนมาก ประกอบกับจังหวัดสงขลามีลุ่มน้ำทะเลสาบที่มีพื้นที่ติดต่อกัน 3 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดสงขลา นครศรีธรรมราช และพัทลุง กระทรวงแรงงานจึงเข้าไปส่งเสริมพัฒนาอาชีพให้แก่ประชาชนในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ให้เป็นสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ และส่งเสริมการทำงานทุกช่วงวัย มีตำแหน่งงานกว่า 1,000 อัตรา ทั้งงาน สำหรับนักศึกษาพาร์ทไทม์ และอาชีพสำหรับวัยเกษียณ ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบางผู้พิการ เพื่อเพิ่มโอกาสการทำงาน พร้อมให้ความรู้กลุ่มอาชีพอิสระ รับงานไปทำที่บ้าน รวมถึงการส่งเสริมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ให้กองทุนกู้ยืมเพื่ออาชีพ และ มอบสิทธิประโยชน์ประกันสังคม ตรวจสุขภาพและให้วัคซีนฟรีเพื่อพี่น้องประชาชนในจังหวัดสงขลาและพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งผมขอขอบคุณภาคีเครือข่ายแรงงาน ภาครัฐ ภาคเอกชน สถานประกอบกิจการ รวมถึงมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตสงขลา ที่สนับสนุนบุคลากร สถานที่ และร่วมกันดำเนินโครงการจัดงานในวันนี้ // ด้าน นายพิพฒน์ รัชกินประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผย การจัดโครงการกระทรวงแรงงานพบประชาชน จังหวัดสงขลาในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดสงขลาและใกล้เคียง ภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน ในการนำภารกิจด้านแรงงานเชิงรุกมาให้บริการกับพี่น้องประชาชน จังหวัดสงขลาและจังหวัดใกล้เคียง // ทั้งนี้ กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย 1) นัดพบแรงงาน เปิดอัตราว่างกว่า 1,000 อัตรา 2) กิจกรรมประกันสังคมทุกมาตรา และตรวจสุขภาพป้องกันโรค โดยฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ตรวจระดับน้ำตาล และการฟื้นฟูสมรรถภาพคนงาน 3) กิจกรรมแรงงานอิสระ อบรมอาชีพเพิ่มรายได้ หนึ่งตำบลหนึ่งกลุ่มอาชีพ 4) กิจกรรมส่งเสริมผู้ประกอบการ แรงงานพันธุ์ดี ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง 5) บริการวิชาการด้านความปลอดภัยฯ
กระทรวงแรงงานพร้อมนำกิจกรรมกระทรวงแรงงานพบประชาชน ให้เกิดขึ้นทั้งปีทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทยต่อไป วรินทร แสงมาก/ข่าวภูมิภาคสงขลา/รายงาน/094-732-6069

สงขลา / ทัพเรือภาค 2 สงขลา จัดงานวันเด็กแห่งชาติ แสดงยุทโธปกรณ์ครบครันรับ วันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568วันนี้ ( 11 ม.ค. 6...
12/01/2025

สงขลา / ทัพเรือภาค 2 สงขลา จัดงานวันเด็กแห่งชาติ แสดงยุทโธปกรณ์ครบครันรับ วันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568
วันนี้ ( 11 ม.ค. 68 ) เวลา 09 .00 น .ณ บริเวณหาดชลาทัศน์ ต.บ่อยาง อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา และ บริเวณท่าทียบเรือ ฐานทัพเรือสงขลา พลเรือโท นเรศ วงศ์ตระกูล ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 เป็นประธานกล่าวเปิดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 โดยกิจกรรมดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อให้เด็ก และเยาวชนได้มีการพัฒนาไปในทางที่ดี และเป็นกำลังสำคัญที่มีคุณภาพของชาติ
โดย ทัพเรือภาคที่ 2 จังหวัดสงขลา มีการจัดกิจกรรมขึ้น 2 จุด คือ บริเวณท่าเทียบเรือสงขลา ทัพเรือภาคที่ 2 และณ บริเวณหาดชลาทัศน์ ต.บ่อยาง อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา ประกอบด้วยกิจกรรมต่างๆ มากมายให้เด็ก และเยาวชนได้ร่วมสนุก เช่น การแสดงเครื่องบินโชว์ SKY MASTER (T-337) เฮลิคอปเตอร์แบบ BELL-212 การจัดแสดงยุทโธปกรณ์ต่างๆ อีกทั้งยังได้นำเรือรบ จำนวน 2 ลำ คือ เรือหลวงคลองใหญ่ และ เรือ ต.994 ออกมาจัดแสดงให้เด็ก และเยาวชนได้ศึกษาเรียนรู้ มีการบินผาดโผน มีการสาธิต การช่วยเหลือผู้ประสพภัยทางทะเล โดยมีเด็กๆและผู้ปกครองให้ความสนใจเป็นอย่างมาก โดย พลเรือโท นเรศ วงศ์ตระกูล ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 ได้ร่วมสนุกสนานกับกับดเด็กๆ เพื่อต้องการให้เด็กๆมีความสุข…
สงขลา / ทัพเรือภาค 2 สงขลา จัดงานวันเด็กแห่งชาติ แสดงยุทโธปกรณ์ครบครันรับ วันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568
พลเรือโท นเรศ วงศ์ตระกูล ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 เป็นประธานกล่าวเปิดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 โดยกิจกรรมดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อให้เด็ก และเยาวชนได้มีการพัฒนาไปในทางที่ดี และเป็นกำลังสำคัญที่มีคุณภาพของชาติ ณ บริเวณหาดชลาทัศน์ ต.บ่อยาง อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา

วรินทร แสงมาก/ข่าวภูมิภาค/รายงาน/088-272-6282

27/12/2024

เทศบาลนครสงขลา ร่วมกับ ตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา และอำเภอเมืองสงขลา ประชุมเตรียมความพร้อมและซักซ้อมแผนรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกการจราจร ในงานเทศกาลปีใหม่ 2568
วันนี้ (27 ธันวาคม 2567) ณ สำนักงานเทศบาลนครสงขลา นายวันชัย ปริญญาศิริ นายกเทศมนตรีนครสงขลา เป็นประธานในการประชุมเตรียมความพร้อมและซักซ้อมแผนรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกการจราจร ในงานเทศกาลปีใหม่ 2568 พร้อมด้วย พ.ต.ท. ธเนศ พงษ์รอด รอง.ผกก.ป.สภ.เมืองสงขลา นายสุรัตน์ ลายจันทร์ นายอำเภอเมืองสงขลา หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมฯ
สำหรับการซักซ้อมแผนรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกการจราจร ในงานเทศกาลปีใหม่ 2568 ในวันนี้ เป็นการบูรณาการร่วมกันของส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา เทศบาลนครสงขลา อำเภอเมืองสงขลา และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในการจัดให้มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาสมัครในการดูแลความปลอดภัยทั่วพื้นที่จัดงาน การอำนวยความสะดวกในการจราจร รวมถึงการจัดเตรียมที่จอดรถสาธารณะ และจัดตั้งจุดรับ-ส่ง พี่น้องประชาชนที่เดินทางมาเที่ยวงาน เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ร่วมฉลองเทศกาลปีใหม่ในบรรยากาศที่สนุกสนานและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

✨👨🏻‍💼โครงการนำร่องเสริมศักยภาพ SMEs เพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อ💸💡SMEs กับปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเป็นสิ่งที่ได้ยินกันมา...
18/12/2024

✨👨🏻‍💼โครงการนำร่องเสริมศักยภาพ SMEs เพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อ💸

💡SMEs กับปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเป็นสิ่งที่ได้ยินกันมานาน มีหลายหน่วยงานช่วยกันส่งเสริม แต่ก็ยังคงมีเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการในภาคเหนือ โดยเฉพาะช่วงหลังโควิด-19 จึงเป็นที่มาที่ทีมงานตั้งคำถามว่า อะไรเป็นสาเหตุแท้จริงที่ทำให้ SMEs จำนวนมากยังเข้าไม่ถึงสินเชื่อ และจะมีแนวทางช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรมได้อย่างไร ดังนั้น เพื่อสร้างความเข้าใจในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของ SMEs จึงนำมาสู่โครงการนำร่องเสริมศักยภาพ SMEs เพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อ

📊2 ปีที่ผ่านมา มี SMEs ที่ต้องการแต่ไม่ได้สินเชื่อถึง 47% บางส่วนมีศักยภาพแต่ขาดความรู้ด้านผลิตภัณฑ์ และไม่แน่ใจว่าจะกู้ได้หรือไม่ ซึ่ง SMEs ต้องการที่ปรึกษาเพื่อช่วยประเมินและเสนอแนะการพัฒนาธุรกิจได้อย่างตรงจุด แต่ไม่รู้จะหาตัวช่วยได้จากที่ไหนอีกทั้งยังมีค่าใช้จ่ายสูง

🧐จากการวิเคราะห์ข้อมูลข้างต้น แบงก์ชาติภาคเหนือจึงเสนอที่จะจัดทำ 3 เครื่องมือใหม่ที่จะตอบโจทย์ความต้องการของ SMEs 1) แบบทดสอบตนเองในการประเมินโอกาสในการขอกู้ 2) ศูนย์รวบรวมผลิตภัณฑ์ทางการเงินสำหรับ SMEs 3) ศูนย์รวบรวมเครื่องมือเสริมศักยภาพด้านการเงิน

📌และอยู่ระหว่างทำพื้นที่ทดลองเชิงปฏิบัติการ “คลินิกเสริมแกร่งการเงิน SMEs” ในการค้นหาคำตอบว่า “ทำอย่างไร ที่จะใช้ 3 เครื่องมือใหม่ ให้เกิดผลได้อย่างแท้จริง” เพื่อให้ SMEs สามารถเข้าถึงและใช้เครื่องมือที่ต้องการได้ง่ายขึ้น

📚อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่นี่ https://www.bot.or.th/th/research-and-publications/research/regional/reg-research-2024-03-nro.html

#แบงก์ชาติ #สินเชื่อ #ภาคเหนือ

“นิพนธ์” ชี้การกระจายอำนาจคือทางรอดลดความเหลื่อมล้ำ ย้ำแจกเงินแก้ไม่ตรงจุด ต้องสร้างอาชีพ-ทำชุมชนเข้มแข็ง      เมื่อวันท...
18/12/2024

“นิพนธ์” ชี้การกระจายอำนาจคือทางรอดลดความเหลื่อมล้ำ ย้ำแจกเงินแก้ไม่ตรงจุด ต้องสร้างอาชีพ-ทำชุมชนเข้มแข็ง

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2567 ณ โรงแรมรามา การ์เด้นส์ นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เข้าร่วมเวทีเสวนาในหัวข้อ “ทิศทางชุมชน ทิศทางประเทศไทย” ภายในงาน “15 ปีสัมมาชีพ สานพลังไทย สร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางในการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน โดยมี ดร.อุตม สาวนายน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมเวทีแลกเปลี่ยนความเห็น

นายนิพนธ์กล่าวว่า จากประสบการณ์การทำงานที่คลุกคลีกับประชาชนมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่การเป็นสมาชิกสภาจังหวัด (สจ.) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) จนถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และตำแหน่งรัฐมนตรี ทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่า “หากต้องการทำให้ประเทศไทยเข้มแข็ง ต้องสร้างความเข้มแข็งจากฐานราก นั่นคือชุมชนและท้องถิ่น” ซึ่งหากทำให้ท้องถิ่นเข้มแข็ง ประเทศก็เข้มแข็ง ซึ่งการกระจายอำนาจถือเป็นหัวใจสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำ จะเห็นได้ว่าในอดีตความเจริญถูกกระจุกตัวอยู่ในเมืองใหญ่หรือมหานคร ขณะที่ชนบทยังคงขาดแคลนทุกอย่าง โดยเฉพาะเรื่องโครงสร้างพื้นฐานทุุกด้านและโอกาสในการพัฒนา แม้ในสมัยพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี จะมีความพยายามในปรับปรุงชนบทผ่านการสร้างสาธารณูปโภค แต่เมื่อเริ่มยกฐานะ สภาตำบลเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลเมื่อปี 2537 ความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองกับชนบทเริ่มลดลง และถึงวันนี้คงเหลือแต่เพียง เมืองขนาดเล็ก ขนาดกลางและเมืองขนาดใหญ่

“วันนี้เราต้องตั้งคำถามกันและหาแนวทางกันว่า จะทำอย่างไรให้เมืองมีความเหลื่อมล้ำน้อยลง ทั้งในแง่การเมือง เศรษฐกิจ การศึกษา สาธารณสุข และโครงสร้างพื้นฐาน เพราะหากทำได้ ความยากจนเชิงโครงสร้างก็จะลดลง และชุมชนก็จะสามารถยืนหยัดได้อย่างยั่งยืน อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญก็คือ การลดความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองมหานครกับเมืองขนาดเล็กขนาดกลาง เราต้องเร่งสร้างเมืองมหานคร” ใหม่ ๆ ในภูมิภาค ให้เติบโตเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจในภูมิภาค ซึ่งจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำระหว่างกรุงเทพมหานครและเมืองขนาดเล็ก พร้อมกระจายความเจริญสู่ทุกภูมิภาค เราต้องกระจายความเจริญไปให้ทั่วทุกพื้นที่ ทำให้ทุกจังหวัดสามารถเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาได้เหมือนกรุงเทพฯ นี่ต่างหากคือทางรอดในการลดความเหลื่อมล้ำอย่างแท้จริง” นายนิพนธ์กล่าว

พร้อมกันนี้ นายนิพนธ์ยังวิพากษ์นโยบายการ “แจกเงิน” ที่ฝ่ายการเมืองมักใช้แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า โดยชี้ว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุด และส่งผลให้ชุมชน สังคมยิ่งอ่อนแอลง “การแจกเงินเหมือนการแจกปลา แต่ไม่สอนให้จับปลา สุดท้ายคนก็จะรอแค่ว่า รัฐบาลจะแจกอะไรต่อไป โดยไม่คิดถึงการสร้างโอกาสหรืออาชีพที่ยั่งยืน

“การแก้ไขปัญหาความยากจนที่แท้จริง ต้องมุ่งเน้นการสร้างรายได้จากอาชีพ ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน และกระจายโอกาสให้เท่าเทียมกัน ที่สำคัญ ต้องแก้ปัญหาให้ตรงจุด มองเห็นจุดแข็งและจุดอ่อนของแต่ละพื้นที่ แทนที่จะใช้ยาแก้ปวดสูตรเดียว แก้ทั้งประเทศ การจะแก้ปัญหาให้สำเร็จได้ ต้องเหมือนหมอที่วินิจฉัยโรคอย่างแม่นยำ ต้องจ่ายยาให้เหมาะสมกับคนไข้ เพราะแต่ละพื้นที่ แต่ละตำบล ต่างมีจุดแข็งและจุดอ่อนที่แตกต่างกัน เราจึงต้องวางนโยบายที่ตอบโจทย์ของพื้นที่นั้นอย่างแท้จริง” นายนิพนธ์กล่าว

นายนิพนธ์ บุญญามณี กล่าวเน้นย้ำว่า แทนที่รัฐบาลจะมุ่งเน้นการแจกเงินแก้ปัญหาเฉพาะหน้า รัฐบาลควรเปลี่ยนแนวทางไปสู่การพัฒนาคน โดยสร้างทักษะและความรู้ที่เท่าทันเทคโนโลยีในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมปฏิรูปหลักสูตรการศึกษาให้เหมาะสมกับบริบทของชุมชน ลดเวลาเรียนที่ไม่จำเป็น และมุ่งเน้นการเรียนรู้ที่สามารถนำไปต่อยอดอาชีพและสร้างรายได้อย่างยั่งยืน เพื่อให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองและสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนได้อย่างแท้จริง.

นายนิพนธ์ได้ทิ้งท้ายว่า สิ่งที่พูดคุยกันในเวทีนี้จะต้องไม่เป็นเพียงแค่คำพูดที่ลอยอยู่ในอากาศ แต่ต้องนำมาสู่การปฏิบัติจริง โดยเน้นการหาจุดร่วมที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน และเดินหน้าไปพร้อมกัน หากเราร่วมมือกันในสิ่งที่เห็นตรงกัน มันจะสร้างพลังและพลวัตรที่สำคัญในการเปลี่ยนแปลงอนาคตของประเทศได้อย่างแท้จริง และหากเรากระจายอำนาจ กระจายโอกาสให้ทุกคนอย่างเป็นธรรม เท่าเทียม ก็จะสามารถลดความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นได้ อันจะนำไปสู่ความเข้มแข็งของชุมชนที่ทุกคนปรารถนาอย่างยั่งยืน

ที่อยู่

16./2moo4 Kradangha Sathingpra Songkhla
Songkhla

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Siam reportsผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์