12/04/2025
#จากผู้ต้องหาสู่ผู้จุดไฟประกายให้ชุมชน – ‘สุชาติ’ ชายผู้เปลี่ยนผืนดินรกร้าง ให้กลายเป็นอาณาจักรแห่งความหวังของชุมชนแห่งนี้
ดีหลวงบ้านฉาน
หากคุณเคยได้ยินคำว่า “ขอแค่มีใจ ไม่ต้องรอใคร” เรื่องราวของผู้ชายที่ชื่อ สุชาติ จะยืนยันให้คุณเห็นว่า นี่ไม่ใช่แค่คำพูดที่สวยหรู – แต่มันคือเรื่องจริงที่กำลังเกิดขึ้นริมชายหาดทะเลเล็ก ๆ ในตำบลดีหลวง อ.สทิงพระ จังหวัดสงขลา
ที่ครั้งหนึ่งเคยมีเพียงศาลาเหล็กผุพัง พื้นดินลูกรังและซากต้นสนที่ตายยืนต้น วันนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชน ศูนย์กลางเยาวชน สนามกีฬา ศูนย์เรียนรู้ทางทะเล ลานจัดกิจกรรมของ อสม. และชมรมประมงพื้นบ้าน – ทั้งหมดนี้เกิดจาก “น้ำพักน้ำแรงของคนธรรมดาๆ ที่ไม่ยอมให้คำว่าไม่มีงบ มาหยุดความฝันของคนทั้งชุมชนได้
เมื่อจุดเริ่มต้นคือคำร้องเรียน...
ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่ปีก่อน “คุณสุชาติ” พร้อมทีมอาสาฯ เริ่มลงมือซ่อมแซมศาลาริมทะเลที่ทรุดโทรม พร้อมริเริ่มไอเดียง่ายๆ จากลูกสาวที่อยากวาดภาพปลาใต้ทะเลบนพื้นถนน เพื่อให้ผู้คนได้มาแวะชมถ่ายรูป – กลายเป็นจุดเช็กอินที่ไม่เหมือนใคร
แต่แทนที่จะได้รับคำชื่นชม กลับมีคำร้องเรียนว่า “ทำให้ถนนสกปรก ลื่น และอันตราย” เรื่องถึงหูเจ้าหน้าที่กรมทางหลวงชนบท...
> “เขามาตรวจพื้นที่ เห็นศิลปะที่เราวาด เห็นภาพรวมของการพัฒนา พอรู้ว่ามีนามสกุลเดียวกันกับเจ้าหน้าที่ในหน่วยงาน เขาถามแค่ว่า – พี่คิดจะทำอะไรต่อ... ผมตอบทันทีว่า ‘ผมอยากเห็นคนใช้เส้นทางนี้แล้วภูมิใจ’”
แล้วสิ่งที่ไม่มีวันเกิดขึ้น... ก็เกิดขึ้นจริง
กรมทางหลวงชนบท เขต 1 สนับสนุนเต็มที่ – มีการตัดถนนใหม่จากปากทางถึงแนวชายฝั่ง วางระบบไฟฟ้าส่องสว่างตลอดเส้นทาง ติดเสาไฟสนามสูง 15 เมตร ที่ส่องได้ไกลกว่า 200 เมตร พร้อมวางแผนติดตั้ง ประภาคารนำทางเรือประมงพื้นบ้าน ให้สามารถใช้เป็นจุดพิกัดทางทะเลได้จริง!
จากถนนดินลูกรัง วันนี้กลายเป็นถนนเชื่อมโยงฝั่งทะเลกับหมู่บ้านอย่างสมบูรณ์ ไม่ต้องอ้อมไกล ชาวบ้านใช้ประโยชน์ได้ทุกวัน
> “ทุกบาทที่ใช้ ไม่ได้ขอจากรัฐ ผมขอแค่จิตอาสา ใครมีทราย เอาทราย ใครมีหิน เอาหิน ผมเป็นแค่ขอทานที่ ‘ขอเพื่อชุมชน’ ไม่ได้ขอเพื่อตัวเอง”
จากพื้นที่ที่ไม่มีใครแล... สู่พื้นที่ที่ไม่มีใครอยากจาก
ศาลา 6 หลังใหม่ถูกสร้างขึ้นแทนของเดิมที่สนิมกัดกิน ห้องน้ำทันสมัย มูลค่ากว่า 9 ล้านบาทก็สร้างเสร็จแล้ว สนามกีฬา เยาวชนกว่า 60 คนมาฝึกซ้อมทุกเย็น ไฟสว่างไสว ทำให้ปัญหาอาชญากรรมลดลงอย่างเห็นได้ชัด
นอกจากนี้ยังเป็นจุดจัดกิจกรรมของ อสม., ศูนย์เรียนรู้ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ, ที่ทำการชมรมบ้านฉาง (ขึ้นทะเบียนกับกรมทรัพยากรทางทะเลฯ) และกำลังผลักดันให้เป็น ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการ เพื่อรองรับรถนักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ ที่เริ่มหลั่งไหลเข้ามา
แต่ทุกการเปลี่ยนแปลง ต้องแลกด้วยการยืนหยัด
คุณสุชาติไม่ได้เดินบนทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ – เขาเคยถูกแจ้งความในข้อหา “บุกรุกที่สาธารณะ” โดยบางหน่วยงานท้องถิ่นที่ “เสียหน้า” เพราะไม่ใช่คนของตัวเองที่เริ่มโครงการ
> “ผมถูกแจ้งความ ถูกตั้งข้อหาเหมือนคนร้าย ทั้งที่ผมใช้เงินส่วนตัว ใช้แรงเพื่อนฝูง ใช้พลังชาวบ้าน ถ้าเขายึดติดเรื่องการเมือง เราจะพัฒนาได้ยังไง?”
มะพร้าว 3,000 ต้น คือคำมั่นสัญญาที่ปลูกไว้
เขาปลูกต้นมะพร้าวไว้ตลอดแนว – 3,000 ต้น เพื่อให้ในอนาคตลูกหลานจะได้เห็นร่มเงา ได้กินมะพร้าวริมทะเล ได้พักผ่อนใต้ต้นไม้ที่ “เกิดจากหัวใจของคนหนึ่งคนที่ไม่เคยยอมแพ้”
> “ผมไม่ได้ต้องการชื่อเสียง แค่ขอให้คนรุ่นหลังไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ ผมแค่อยากให้พวกเขาเห็นว่า ถ้าเรารักบ้านเกิด...เราจะเปลี่ยนทุกอย่างได้ แม้จะไม่มีงบสักบาทเดียว”
นี่คือเรื่องจริงของคนธรรมดา ที่กำลังทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่
สุชาติ – จากผู้ถูกแจ้งความ เป็นคนที่ทุกคนต้องขอบคุณ
เพราะสิ่งที่เขาทำ...ไม่ใช่แค่สร้างถนน แต่คือการสร้าง “ศรัทธาในพลังของชุมชน”