24/02/2026
🔴 ภาคเอกชน หาดใหญ่ส่งสัญญาณเตือนแรง “ฟื้นวันนี้ หรือเสี่ยงสูญฐานเศรษฐกิจ” วิกฤตน้ำท่วม–ความเชื่อมั่นถดถอย กดดันเมืองชายแดน เร่งรัฐอัดมาตรการเชิงรุกก่อนทุนไหลออก
วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องราชาวดี ตึกแกรนด์บอลรูม โรงแรมบุรีศรีภู อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา คณะเศรษฐศาสตร์และสถาบันสันติศึกษา แห่งมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับ World Bank Thailand จัดเวทีระดมความคิดเห็นการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจจังหวัดสงขลา ภายใต้โครงการ “Deep South Economic Corridor” เพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายรองรับยุทธศาสตร์เศรษฐกิจชายแดนไทย–มาเลเซีย
เวทีดังกล่าวสะท้อนเสียงจากภาคธุรกิจอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs หาดใหญ่ ที่กำลังเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก
🚩รายชื่อผู้กล่าวและผู้แทนภาคเอกชนที่ร่วมสะท้อนข้อเสนอ
การประชุมได้รับเกียรติจากผู้แทนภาคธุรกิจและสมาคมต่าง ๆ ร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างรอบด้าน ได้แก่
ดร.มาลิน สืบสุข ผู้แทนหอการค้าจังหวัดสงขลา
นายดลภัทร มณีแสง ผู้แทนสมาคมนักธุรกิจหาดใหญ่–สงขลา
นายศิวัตน์ สุวรรณวงศ์ ผู้แทนสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา
นายวรวิทย์ พงศ์จีน นายกสมาคม
นายจารุพงศ์ จงเจริญ อุปนายกสมาคม
ผู้แทนสมาคมเอสเอ็มอีจังหวัดสงขลา
ผู้แทนสมาคมยางพาราไทย
พิชัย จงไพรัตน์ กลุ่ม SME FAN สงขลา
ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และภาคบริการในพื้นที่
🚩หาดใหญ่ยังไม่ฟื้นเต็มศักยภาพ
ดร.มาลิน สืบสุข ระบุว่า แม้จังหวัดสงขลาจะมีมูลค่าเศรษฐกิจสูงที่สุดในภาคใต้ แต่สถานการณ์เศรษฐกิจในอำเภอหาดใหญ่ยังไม่ฟื้นกลับสู่ระดับเดิม ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการยังเปราะบาง หากขาดมาตรการสนับสนุนที่ชัดเจน อาจเกิดการย้ายฐานธุรกิจออกจากพื้นที่
นายดลภัทร มณีแสง กล่าวเพิ่มเติมว่า ตัวเลขเศรษฐกิจของจังหวัดเติบโตจากความได้เปรียบด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ด่านชายแดน ท่าเรือน้ำลึก และสนามบินนานาชาติ อย่างไรก็ตาม ภาคที่เติบโตต่อเนื่องคือ “การท่องเที่ยว” ซึ่งมีมูลค่าเป็นอันดับ 2 ของ GPP ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมกลับลดลงต่อเนื่อง จึงควรเร่งผลักดันอุตสาหกรรมใหม่ เช่น เครื่องมือแพทย์และดิจิทัล เพื่อสร้างฐานเศรษฐกิจที่สมดุล
🚩95% ของ SMEs คือไมโครไซซ์ รับแรงกระแทกเต็มที่
ผู้แทนสมาคมเอสเอ็มอีจังหวัดสงขลา ระบุว่า มากกว่า 95% ของ SMEs ในพื้นที่เป็นกิจการขนาดไมโคร รายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี มีพนักงานไม่เกิน 5 คน และพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวและบริการ เมื่อเกิดน้ำท่วมซ้ำซาก กลุ่มนี้ได้รับผลกระทบโดยตรง
ข้อเสนอสำคัญคือ รัฐควรกระตุ้นการจัดซื้อจัดจ้างจากผู้ประกอบการในพื้นที่ สนับสนุนสินค้าที่ผลิตในประเทศ และจัดกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง
🚩ดัน MICE – ฮาลาล – Medical & Wellness ฟื้นเมืองเศรษฐกิจ
นายศิวัตน์ สุวรรณวงศ์ ในนามสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา เสนอให้ภาครัฐผลักดันการท่องเที่ยวกลุ่ม MICE อย่างจริงจัง เนื่องจากจังหวัดสงขลามีศักยภาพเป็น MICE City ซึ่งสามารถสร้างรายได้หมุนเวียนสูงและฟื้นตัวเลขนักท่องเที่ยวให้กลับสู่ระดับก่อนน้ำท่วม
ขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจเสนอให้เร่งพัฒนาการท่องเที่ยวฮาลาล และ Medical & Wellness เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากมาเลเซียและภูมิภาคอาเซียน
🚩โลจิสติกส์–ท่าเรือน้ำลึก ตัวแปรชี้ขาดการแข่งขัน
ผู้แทนสมาคมเอสเอ็มอีจังหวัดสงขลา และผู้ประกอบการอุตสาหกรรม เห็นพ้องว่า การพัฒนาท่าเรือน้ำลึกและระบบโลจิสติกส์จะส่งผลเชิงบวกต่อเศรษฐกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพราะต้นทุนขนส่งเป็นปัจจัยหลักของความสามารถแข่งขัน
🚩เรียกร้องรัฐแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างจริงจัง
ผู้แทนสมาคมยางพาราไทย ระบุว่า ผู้ประกอบการหลายรายชะลอหรือหยุดการลงทุน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหลายครั้ง จึงต้องการเห็นการลงทุนโครงสร้างป้องกันอุทกภัยและระบบบริหารจัดการน้ำที่ชัดเจนและยั่งยืน
🚩ไทย–มาเลเซีย ต้องร่วมมือ ไม่ใช่แข่งขัน
กลุ่ม SME FAN สงขลา เสนอให้การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจเป็นความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างไทยและมาเลเซีย โดยเน้น
1.กลไกประสานงานที่ทำงานจริงจัง
2.การประชาสัมพันธ์ศักยภาพสงขลาไปยังตลาดมาเลเซีย
3.การวางบทบาทสงขลาเป็นประตูสู่ประเทศไทย
4.การลดขั้นตอนราชการที่ล่าช้า และเปิดโอกาสให้เอกชนดำเนินการได้คล่องตัว
เสียงสะท้อนจากเวทีครั้งนี้ชี้ชัดว่า การขับเคลื่อนระเบียงเศรษฐกิจจะประสบความสำเร็จได้ ต้องฟื้นความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการฐานรากควบคู่กันไป เพราะหาก SMEs ซึ่งเป็นโครงสร้างหลักของระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นยังเปราะบาง เป้าหมายการเป็นฮับเศรษฐกิจชายแดนอาจเผชิญความท้าทายที่รุนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้.