30/08/2025
เส้นทางมรดกภูมิปัญญาไทย-มลายู: สะพานเชื่อมพรหมแดนด้วยวัฒนธรรมและการศึกษา
ในกิจกรรมหนึ่งภายใต้โครงการยูเนสโก UNESCO Bangkok “นำมรดกภูมิปัญญามาสู่ห้องเรียนในภาคใต้ของประเทศไทย” (Bringing Living Heritage to the Classroom in Southern Thailand) City Connext ร่วมกับ PSU Pattani Campus - มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และมหาวิทยาลัยมาเลเซีย รัฐกลันตัน (UMK) จัดกิจกรรมศึกษาดูงานข้ามพรมแดนภายใต้ชื่อ “เส้นทางมรดกภูมิปัญญาไทย-มลายู” โดยนำคุณครูระดับประถมศึกษาจาก 18 โรงเรียนใน 6 จังหวัดภาคใต้ของไทย ไปสัมผัสความหลากหลายและความคล้ายคลึงทางวัฒนธรรมในรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย พร้อมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับโรงเรียนและคุณครูชาวมาเลย์เซีย
คุณครูชาวไทยเหล่านี้เป็นผู้ที่ได้เข้าร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยมีคุณครูหลายท่านเป็นชาวมุสลิมและพูดภาษามลายูได้ ทำให้การแลกเปลี่ยนในครั้งนี้มีพลวัติในสามภาษา และสร้างมุมมองสู่ความรู้ที่เปิดกว้างทางวัฒนธรรม
ตลอดสองวันที่รัฐกลันตัน คณะครูได้เยี่ยมชมสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมและการศึกษา ได้แก่ มัสยิดมูฮัมมาดี ตลาดสิทธิเคาะดียะห์ บ้านไม้สไตล์มลายู-สยาม "เทียง 12" และโรงเรียนประถมศึกษาอิชมาอิล เพทรา 1 ซึ่งเปิดโอกาสให้ครูไทยเข้าร่วมกิจกรรมในชั้นเรียนระดับประถมศึกษาที่ 2-6 และเรียนรู้ทักษะงานฝีมือดั้งเดิมที่สอนโดยนักเรียน เช่น การทำว่าวมลายู การแกะสลักกริช และการวาดผ้าบาติกด้วยสีธรรมชาติ ซึ่งนับเป็นโอกาสพิเศษที่กระทรวงศึกษาธิการของมาเลเซียอนุญาตให้คณะต่างชาติเข้าชมการเรียนการสอนในโรงเรียนของรัฐได้ และเปิดเวทีแลกเปลี่ยนระหว่างครูชาวไทยและชาวมาเลย์เซียในด้านการบูรณาการมรดกภูมิปัญญาสู่หลักสูตรการเรียนรู้ในโรงเรียน
นอกจากนี้ คณะครูชาวไทยยังได้พบปะและแลกเปลี่ยนกับนักวิชาการจาก UMK อาทิ รองศาสตราจารย์ ดร. โมฮัมหมัด เซาฟี บิน เช รุสลี ผู้อำนวยการสำนักวิเทศสัมพันธ์ UMK ดร.วัน โมฮัมหมัด นัซดรอล บิน วัน โมฮัมหมัด นาซีร์ รองผู้อำนวยการ คณาจารย์จากคณะผู้ประกอบการและบริหารธุรกิจ และคณะเทคโนโลยีสร้างสรรค์และมรดกวัฒนธรรม รวมถึงบุคคลสำคัญในชุมชนท้องถิ่น เช่น ผู้อำนวยการโรงเรียน อิชมาอิล เพทรา 1 ประธานสมาคมโรงแรมรัฐกลันตัน และ นักเคลื่อนไหวด้านวัฒนธรรมท้องถิ่น
กิจกรรมนี้เน้นการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างคนในสองประเทศที่มีรากเหง้าทางเชื้อชาติและวัฒนธรรมที่ใกล้ชิดกัน ทั้งในด้านภาษา ดนตรี อาหาร หัตถศิลป์ และจิตวิญญาณ สะท้อนพลังของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และการใช้มรดกทางวัฒนธรรมเป็นเครื่องมือส่งเสริมการศึกษาสำหรับพลเมืองโลกตามแนวทางของยูเนสโก
หลังจากการศึกษาดูงานในครั้งนี้ คุณครูชาวไทยทุกคนจะนำแง่คิดและความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาแผนการเรียนรู้ในห้องเรียนของตนเอง โดยจะได้รับคำปรึกษาอย่างใกล้ชิดจากคณะวิทยากรจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และมีกำหนดนำเสนอผลงานที่ทดลองสอนด้วยแผนการเรียนรู้ใหม่เหล่านี้ต่อยูเนสโกในต้นเดือนตุลาคม พ.ศ. 2568 นี้ โดยแผนการเรียนรู้ทั้ง 18 แผนนี้จะครอบคลุมหัวข้อสู่การพัฒนาทางสังคมที่หลากหลาย ตั้งแต่การฟื้นฟูธรรมชาติด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น ไปจนถึงงานฝีมือและการสร้างรายได้ในชุมชน ซึ่งไม่เพียงสะท้อนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ที่ 4 (การศึกษา คุณภาพ) เท่านั้น แต่ยังรวมถึงเป้าหมายที่ 8 (งานที่ดี) เป้าหมายที่ 12 (การบริโภคและการผลิตที่มีความรับผิดชอบ) และเป้าหมายที่ 13–15 (การดำเนินการด้านภูมิอากาศ ชีวิตบนบก และชีวิตในน้ำนอกชายฝั่ง) อย่างเป็นรูปธรรม
Thai-Malay Living Heritage Trail
วันที่ 2 – 3 สิงหาคม 2568 รัฐกลันตัน ประเทศมาเลย์เซีย
-
Thai-Malay Living Heritage Trail: Bridging Borders Through Culture and Education
As part of the UNESCO project “Bringing Living Heritage to the Classroom in Southern Thailand,” City Connext, in collaboration with Prince of Songkla University (PSU) and Universiti Malaysia Kelantan (UMK), organized the Thai-Malay Living Heritage Trail—a two-day cross-border study visit from Southern Thailand to Kelantan, Malaysia. This initiative aimed to deepen understanding of shared cultural heritage among 18 Thai primary school teachers from six southern provinces who had previously participated in training in Hat Yai in April 2025.
Many participating teachers are Muslim women and Malay speakers, making the visit a unique trilingual and inclusive experience. Teachers explored significant cultural and educational landmarks such as Masjid Muhammadi (State Mosque), Siti Khadijah Market, Rumah Melayu Tiang 12, and Sekolah Kebangsaan Ismail Petra 1, where, under special permission from the Malaysian Ministry of Education, they observed local classroom practices and engaged in interactive sessions with students on traditional crafts—including Wau kite making, Kris crafting, and batik painting.
This immersive experience was further enriched through academic exchanges with UMK lecturers and administrators, including Assoc. Prof. Dr. Mohamad Saufi bin Che Rusuli and Dr. Wan Mohd Nazdrol bin Wan Mohd Nasir, among others. Cultural stakeholders also played a vital role in the dialogue, offering insights into heritage and community involvement.
The visit highlighted the cultural continuity between Thai and Malay border communities, emphasizing shared traditions, languages, and spiritual practices. It also underscored the importance of integrating living heritage into school curricula to foster intercultural dialogue, peacebuilding, and local pride in heritage.
Moving forward, the participating teachers will finalize lesson plans that incorporate local heritage into classroom teaching and extracurricular activities. The results will be shared with UNESCO in early October 2025. These efforts contribute not only to SDG 4 (Quality Education) but also to SDG 8 (Decent Work), SDG 12 (Responsible Consumption and Production), and SDGs 13–15 (Climate Action, Life on Land, and Life Below Water).
_