WATCHESSIAM.com

  • Home
  • WATCHESSIAM.com

WATCHESSIAM.com Watchesiam - ตามข่าวนาฬิกา

News Update : จากสนามแข่งระดับโลกสู่ข้อมือคุณ! เผยโฉม TAG Heuer Formula 1 Solargraph X Indy 500ปลุกวิญญาณนักแข่งในตัวคุณ...
13/05/2026

News Update : จากสนามแข่งระดับโลกสู่ข้อมือคุณ! เผยโฉม TAG Heuer Formula 1 Solargraph X Indy 500

ปลุกวิญญาณนักแข่งในตัวคุณด้วยเรือนเวลาคอลเลกชันพิเศษลำดับที่ 13 ที่ TAG Heuer ร่วมสร้างสรรค์กับการแข่งขันระดับตำนานอย่าง Indy 500 มาในดีไซน์ที่ดุดัน ทันสมัย และเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์สนามแข่ง

✨ Highlight ที่ไม่ควรพลาด:

Design & Legacy: ตัวเรือนสตีลพ่นทรายขนาด 38 มม. สวมใส่ง่ายทั้งชายและหญิง โดดเด่นด้วยโลโก้ Indy 500 และลวดลายอิฐ "Yard of Bricks" อันเป็นสัญลักษณ์ของสนาม Indianapolis

Solargraph Technology: ขับเคลื่อนด้วยพลังงานแสง! ชาร์จเพียง 1 นาทีจากแสงแดด ☀️ ใช้งานได้ทั้งวัน และหากชาร์จเต็มจะสำรองพลังงานได้นานถึง 10 เดือนในที่มืดสนิท

Durability: ขอบตัวเรือน TH Polylight หมุนได้สองทิศทาง น้ำหนักเบาแต่ทนทานสุดๆ พร้อมสายสตีล 3 แถวที่ให้ลุคสปอร์ตหรู

Limited Edition: ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 1,110 เรือนทั่วโลก เท่านั้น! มาพร้อมกล่องบรรจุภัณฑ์ดีไซน์พิเศษสำหรับแฟนพันธุ์แท้

ไม่ว่าคุณจะเป็นนักสะสมนาฬิกาหรือสาย Speed ตัวจริง เรือนนี้คือคำตอบที่ผสมผสาน "นวัตกรรม" และ "ความเร็ว" ไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

🏁 สัมผัสความเร้าใจของ Indy 500 ได้แล้ววันนี้ที่ [ใส่ช่องทางการติดต่อ/สถานที่จำหน่าย]

News Update : URWERK ปิดตำนานคอลเลกชันระดับไอคอน เผยโฉม UR-10 SpaceMeter Blue รุ่นสุดท้ายเพียง 25 เรือนทั่วโลกURWERK  แบ...
13/05/2026

News Update : URWERK ปิดตำนานคอลเลกชันระดับไอคอน เผยโฉม UR-10 SpaceMeter Blue รุ่นสุดท้ายเพียง 25 เรือนทั่วโลก

URWERK แบรนด์ผู้สร้างสรรค์เรือนเวลาอิสระระดับสูง (Haute Horlogerie) ประกาศบทสรุปอันยิ่งใหญ่ของซีรีส์ตระกูล “10” ด้วยการเปิดตัว UR-10 SpaceMeter Blue ผลงานชิ้นเอกรุ่นสุดท้ายที่ผลิตขึ้นเพียง 25 เรือน เพื่อย้ำเตือนมนุษยชาติว่า “เวลา” และ “อวกาศ” คือสิ่งที่แยกออกจากกันไม่ได้

มากกว่าการบอกเวลา แต่คือการวัดระยะทางแห่งจักรวาล
UR-10 SpaceMeter Blue ไม่ใช่แค่นาฬิกาข้อมือทั่วไป แต่เป็นเครื่องมือดาราศาสตร์ขนาดพกพาที่นำการเคลื่อนไหวของโลกในอวกาศมาไว้บนข้อมือ ผ่านหน้าปัดย่อย 3 ตำแหน่งที่สะท้อนการเดินทางของโลก:

Earth (2 นาฬิกา): บันทึกการหมุนรอบตัวเองของโลก ทุกระยะ 10 กิโลเมตร
Sun (4 นาฬิกา): บันทึกการโคจรรอบดวงอาทิตย์ ทุกระยะ 1,000 กิโลเมตร
Orbit (9 นาฬิกา): สเกลคู่ที่ประสานทั้งการหมุนและการโคจรเข้าด้วยกันอย่างแม่นยำ

ด้วยกลไกอันสลับซับซ้อนนี้ ผู้สวมใส่จะไม่เพียงแต่ทราบเวลา แต่จะตระหนักถึงตำแหน่งของตนเองภายในกลไกอันมหึมาของจักรวาลในทุกวินาทีที่ผ่านไป

ดีไซน์ที่ขัดแย้งแต่ซื่อสัตย์ต่อแก่นแท้
ในแง่ของดีไซน์ UR-10 มาในรูปลักษณ์หน้าปัดทรงกลมที่ดูเรียบง่ายที่สุดเท่าที่ URWERK เคยสร้างมา ทว่าภายในกลับบรรจุความขบถตามสไตล์ของแบรนด์ไว้อย่างเต็มเปี่ยม ตัวเรือนรุ่นสุดท้ายนี้มาในโทนสีน้ำเงินเข้ม (Blue Edition) เพื่อสื่อถึงห้วงอวกาศและความลุ่มลึกของดาราศาสตร์

นวัตกรรม Double Flow Turbine
นอกเหนือจากความงามเชิงศิลปะ URWERK ยังใส่ใจในวิศวกรรมกลไกด้วยระบบ Double Flow Turbine กังหันคู่ที่จดสิทธิบัตร ซึ่งทำงานร่วมกับระบบขึ้นลานอัตโนมัติ เพื่อควบคุมความเร็วของโรเตอร์ ลดภาระของกลไก และสร้างภาพลักษณ์การเคลื่อนไหวที่น่าหลงใหลราวกับถูกสะกดจิต

จากมรดกตกทอดสู่คลัง “The Legends”
แรงบันดาลใจของ UR-10 เกิดจากการผสมผสานระหว่างประวัติศาสตร์การประดิษฐ์นาฬิกาโบราณและความรักในครอบครัว โดยต่อยอดมาจากนาฬิกาลึกลับของ Gustave Sandoz ที่คุณพ่อของ Felix Baumgartner (ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์) เคยบูรณะไว้

Martin Frei ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์กล่าวว่า "สำหรับเรา รุ่นสีน้ำเงินนี้คือบทสรุปที่เหมาะสมที่สุด เพราะมันพานาฬิกาเรือนนี้กลับไปสู่บริบทดั้งเดิมของมัน นั่นคืออวกาศ"

การเผยโฉม UR-10 SpaceMeter Blue ในครั้งนี้ จึงถือเป็นการส่งผ่านนาฬิกาจากสายการผลิตเข้าสู่คลัง The Legends ของแบรนด์อย่างสมบูรณ์แบบ ทิ้งไว้เพียงตำนานและความล้ำสมัยที่จะคงอยู่ตลอดไป

Jewelry Collection :✨Cartier เผยโฉม LE CHŒUR DE PIERRE คอลเลคชั่นเครื่องประดับชั้นสูงที่ถ่ายทอดทั้ง “เสียง” (chœur) และ ...
13/05/2026

Jewelry Collection :✨Cartier เผยโฉม LE CHŒUR DE PIERRE
คอลเลคชั่นเครื่องประดับชั้นสูงที่ถ่ายทอดทั้ง “เสียง” (chœur) และ “หัวใจ” (cœur) ของอัญมณีในแบบฉบับของเมซง เมื่อทุกสิ่งเริ่มต้นจากความมุ่งมั่นที่จะทำให้อัญมณีชิ้นเด่นแต่ละเม็ดเปล่งประกายด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนเกิดเป็นแรงบันดาลใจสู่การสร้างสรรค์ผลงานที่เต็มไปด้วยสีสัน รูปทรง และการเล่นประกายแสง ทุกท่วงทำนองตั้งแต่ภาพร่างถึงการตกแต่งขั้นสุดท้ายล้วนผ่านการผสานศาสตร์แห่งงานฝีมือทุกแขนงเข้าด้วยกันดุจบทเพลงบรรเลงของวงออร์เคสตรา

ผลงานกว่า 125 ชิ้น ที่ใช้เวลารังสรรค์มากกว่า 85,000 ชั่วโมงจากคอลเลคชั่นนี้หลอมรวมทักษะเชิงช่างและสุนทรียภาพ เพื่อเผยความประณีตของอัญมณีหลากสีสันให้เจิดจรัสขั้นสูงสุด จนกล่าวได้ว่า Le Chœur de Pierre คือบทสดุดีแด่ความงามของอัญมณีที่ต่างขับขานเรื่องราวของตนเองผ่านดีไซน์และงานศิลป์อันเหนือกาลเวลาของเมซง สะท้อนถึงจิตวิญญาณของคาร์เทียร์ได้อย่างลึกซึ้งและทรงพลัง

In Detail :  AUDEMARS PIGUET × SWATCH GREEN EIGHT / SSX03G100Nวัสดุที่ใช้ทำตัวเรือน : ตัวเรือนสีเขียว เม็ดมะยมสีเขียวอ่อ...
13/05/2026

In Detail : AUDEMARS PIGUET × SWATCH
GREEN EIGHT / SSX03G100N

วัสดุที่ใช้ทำตัวเรือน : ตัวเรือนสีเขียว เม็ดมะยมสีเขียวอ่อนพร้อมโลโก้คอลแล็บ AP×Swatch สกรูหกเหลี่ยมและคลิป ทั้งหมดทำจากวัสดุ Bioceramic
เส้นผ่านศูนย์กลางตัวเรือน: 40.0 มม. แบบไม่มีคลิปและ 44.2 มม.×53.2 มม. แบบมีคลิป

ความหนาของตัวเรือน : 8.4 มม.

กลไกนาฬิกา: กลไก SISTEM51 (ไขลานด้วยมือ) พร้อมสิทธิบัตรที่ยังมีผลบังคับใช้ 15 รายการ สำรองพลังงานได้นาน 90 ชั่วโมง บาลานซ์สปริง Nivachron™ ที่ป้องกันสนามแม่เหล็ก และความเที่ยงตรงที่ตั้งค่าจากโรงงานด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์ ฝาหลังโปร่งใสเผยให้เห็นบางส่วนของกลไกนาฬิกา

คุณสมบัติในการกันน้ำ : 2 bar

กระจก : กระจกและฝาหลังทำจากแซฟไฟร์เพื่อให้ทนทานต่อรอยขีดข่วนมากเป็นพิเศษและเคลือบสารป้องกันแสงสะท้อน ส่วนฝาหลังก็ยังมีโลโก้ Royal Pop อีกด้วย

หน้าปัด : หน้าปัดสีเขียวมาพร้อมเอฟเฟกต์ tapisserie ที่มีโลโก้คอลแล็บ AP×Swatch และโลโก้ Royal Pop

เข็มนาฬิกา หลักชั่วโมง : เคลือบสารเรืองแสง Super-LumiNova® เกรด A (เปล่งแสงสีฟ้า)

ขอบหน้าปัด : ขอบหน้าปัดทรงแปดเหลี่ยมสีเขียวอ่อนทำจากวัสดุ Bioceramic พร้อมตกแต่งผิวซาตินในแนวตั้งและมีสกรูทรงหกเหลี่ยมสีเขียวอ่อนแปดตัวที่ทำจากวัสดุ Bioceramic

สายคล้อง: สายคล้องหนังลูกวัวสีเขียวพร้อมเย็บตะเข็บสีเขียวอ่อนที่ตัดกัน

วางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2026 เป็นต้นไป Swatch สาขาที่ร่วมรายการ : ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ศูนย์การค้าดิเอ็มสเฟียร์ , IconSiam F2 และ วัน แบงค็อก Swatch ขอสงวนสิทธิ์ในการซื้อ 1 เรือน/ 1 สาขาที่ร่วมรายการ/ 1 คน/ 1 วันเท่านั้น https://www.swatch.com/th-th/royal-pop.html

In Detail :  AUDEMARS PIGUET × SWATCH OTG ROZ / SSX03J100Nวัสดุที่ใช้ทำตัวเรือน : ตัวเรือนสีชมพู เม็ดมะยมสีเหลืองพร้อมโล...
13/05/2026

In Detail : AUDEMARS PIGUET × SWATCH
OTG ROZ / SSX03J100N

วัสดุที่ใช้ทำตัวเรือน : ตัวเรือนสีชมพู เม็ดมะยมสีเหลืองพร้อมโลโก้คอลแล็บ AP×Swatch สกรูหกเหลี่ยมและคลิป ทั้งหมดทำจากวัสดุ Bioceramic เส้นผ่านศูนย์กลางตัวเรือน: 40.0 มม. แบบไม่มีคลิปและ 44.2 มม.× 53.2 มม. แบบมีคลิป

ความหนาของตัวเรือน : 8.4 มม.

กลไกนาฬิกา: กลไก SISTEM51 (ไขลานด้วยมือ) พร้อมสิทธิบัตรที่ยังมีผลบังคับใช้ 15 รายการ สำรองพลังงานได้นาน 90 ชั่วโมง บาลานซ์สปริง Nivachron™ ที่ป้องกันสนามแม่เหล็ก และความเที่ยงตรงที่ตั้งค่าจากโรงงานด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์ ฝาหลังโปร่งใสเผยให้เห็นบางส่วนของกลไกนาฬิกา

คุณสมบัติในการกันน้ำ : 2 bar

กระจก : กระจกและฝาหลังทำจากแซฟไฟร์เพื่อให้ทนทานต่อรอยขีดข่วนมากเป็นพิเศษและเคลือบสารป้องกันแสงสะท้อน ส่วนฝาหลังก็ยังมีโลโก้ Royal Pop อีกด้วย

หน้าปัด : หน้าปัดสีทีลมาพร้อมเอฟเฟกต์ tapisserie ที่มีโลโก้คอลแล็บ AP×Swatch และโลโก้ Royal Pop รวมถึงหน้าปัดย่อย petite seconde สีชมพู

เข็มนาฬิกา หลักชั่วโมง : เคลือบสารเรืองแสง Super-LumiNova® เกรด A (เปล่งแสงสีฟ้า)

ขอบหน้าปัด : ขอบหน้าปัดทรงแปดเหลี่ยม สีเหลืองทำจากวัสดุ Bioceramic พร้อมตกแต่งผิวซาตินในแนวตั้งและมีสกรูทรงหกเหลี่ยมสีดำแปดตัวที่ทำจากวัสดุ Bioceramic

สายคล้อง : สายคล้องหนังลูกวัวสีชมพูพร้อมเย็บตะเข็บสีเหลืองที่ตัดกัน

วางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2026 เป็นต้นไป Swatch สาขาที่ร่วมรายการ : ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ศูนย์การค้าดิเอ็มสเฟียร์ , IconSiam F2 และ วัน แบงค็อก Swatch ขอสงวนสิทธิ์ในการซื้อ 1 เรือน/ 1 สาขาที่ร่วมรายการ/ 1 คน/ 1 วันเท่านั้น https://www.swatch.com/th-th/royal-pop.html
ดูน้อยลง

In Detail : AUDEMARS PIGUET × SWATCH HUIT BLANC / SSX03W100N  วัสดุที่ใช้ทำตัวเรือน : ตัวเรือนสีขาว เม็ดมะยมสีขาวพร้อมโล...
13/05/2026

In Detail : AUDEMARS PIGUET × SWATCH
HUIT BLANC / SSX03W100N

วัสดุที่ใช้ทำตัวเรือน : ตัวเรือนสีขาว เม็ดมะยมสีขาวพร้อมโลโก้คอลแล็บ AP×Swatch สกรูหกเหลี่ยมและคลิป ทั้งหมดทำจากวัสดุ Bioceramic เส้นผ่านศูนย์กลางตัวเรือน: 40.0 มม. แบบไม่มีคลิปและ 44.2 มม.×53.2 มม. แบบมีคลิป

ความหนาของตัวเรือน : 8.4 มม.

กลไกนาฬิกา: กลไก SISTEM51 (ไขลานด้วยมือ) พร้อมสิทธิบัตรที่ยังมีผลบังคับใช้ 15 รายการ สำรองพลังงานได้นาน 90 ชั่วโมง บาลานซ์สปริง Nivachron™ ที่ป้องกันสนามแม่เหล็ก และความเที่ยงตรงที่ตั้งค่าจากโรงงานด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์ ฝาหลังโปร่งใสเผยให้เห็นบางส่วนของ
กลไกนาฬิกา

คุณสมบัติในการกันน้ำ : 2 bar

กระจก : กระจกและฝาหลังทำจากแซฟไฟร์เพื่อให้ทนทานต่อรอยขีดข่วนมากเป็นพิเศษและเคลือบสารป้องกันแสงสะท้อน ส่วนฝาหลังก็ยังมีโลโก้ Royal Pop อีกด้วย

หน้าปัด : หน้าปัดสีขาวมาพร้อมเอฟเฟกต์ tapisserie ที่มีโลโก้
คอลแล็บ AP×Swatch และโลโก้ Royal Pop เข็มนาฬิกา หลักชั่วโมง: เคลือบสารเรืองแสง Super-LumiNova® เกรด A (เปล่งแสงสีฟ้า)

ขอบหน้าปัด: ขอบหน้าปัดทรงแปดเหลี่ยม สีขาวทำจากวัสดุ Bioceramic พร้อมตกแต่งผิวซาตินในแนวตั้งและมีสกรูทรงหกเหลี่ยมสีสันสดใสแปดตัวที่ทำจากวัสดุ Bioceramic

สายคล้อง: สายคล้องหนังลูกวัวสีขาวพร้อมเย็บตะเข็บสีเหลืองที่ตัดกัน

วางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2026 เป็นต้นไป Swatch สาขาที่ร่วมรายการ : ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ศูนย์การค้าดิเอ็มสเฟียร์ , IconSiam F2 และ วัน แบงค็อก Swatch ขอสงวนสิทธิ์ในการซื้อ 1 เรือน/ 1 สาขาที่ร่วมรายการ/ 1 คน/ 1 วันเท่านั้น https://www.swatch.com/th-th/royal-pop.html

News Update : ฉีกทุกกฎของการประดิษฐ์เรือนเวลา AUDEMARS PIGUET X SWATCH  เฉลิมฉลองตำนาน Royal Oak ของ Audemars Piguet ด้ว...
13/05/2026

News Update : ฉีกทุกกฎของการประดิษฐ์เรือนเวลา
AUDEMARS PIGUET X SWATCH เฉลิมฉลองตำนาน Royal Oak ของ Audemars Piguet ด้วยการเปิดตัวคอลเลกชันนาฬิกา Bioceramic สีสันสดใสจำนวนแปดรุ่นในรูปแบบพ็อกเก็ตวอทช์ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Swatch POP

วางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2026 เป็นต้นไป Swatch สาขาที่ร่วมรายการ : ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ศูนย์การค้าดิเอ็มสเฟียร์ , IconSiam F2 และ วัน แบงค็อก Swatch ขอสงวนสิทธิ์ในการซื้อ 1 เรือน/ 1 สาขาที่ร่วมรายการ/ 1 คน/ 1 วันเท่านั้น https://www.swatch.com/th-th/royal-pop.html

Hot Item :  กับความโดดเด่นด้วยดีไซน์โปร่งแสงสุดล้ำพร้อมควาแข็งแกร่งแบบฉบับ G-SHOCKG-SHOCK ปลุกตำนาน Y2K ให้กลับมาเป็นกระ...
11/05/2026

Hot Item : กับความโดดเด่นด้วยดีไซน์โปร่งแสงสุดล้ำพร้อมควาแข็งแกร่งแบบฉบับ G-SHOCKG-SHOCK ปลุกตำนาน Y2K ให้กลับมาเป็นกระแสอีกครั้งด้วยการเปิดตัวนาฬิการุ่น GA-V01SKE
ซีรีส์ใหม่ล่าสุดที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ตัวเรือนและสายแบบโปร่งแสงสีสันสดใสถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากแฟชั่นยุค Y2K ที่ถูกนำมาตีความใหม่อย่างทันสมัย ฉีกกรอบดีไซน์เดิมผสานเข้ากับเอกลักษณ์ด้านความแข็งแกร่งทนทานในแบบฉบับ G-SHOCK ได้อย่างลงตัวดีไซน์เด่นไม่ซ้ำใคร
GA-V01SKE นำเสนอแนวคิดการออกแบบที่ผสานความโค้งมนเข้ากับโครงสร้างเหลี่ยมคมอย่างลงตัว มาพร้อมหน้าปัดแบบ Analog-Digital
โดดเด่นด้วยจอ LCD ขนาดใหญ่ นอกจากดีไซน์ที่โดดเด่นแล้ว GA-V01SKE ยังมาพร้อมฟังก์ชันการใช้งานครบครันทั้งการแสดงเวลาโลก 48 เมือง ระบบปลุก 5 เวลาฟังก์ชันจับเวลาและจับเวลาถอยหลัง ไฟ LED และแบตเตอรี่ที่มีอายุการใช้งานยาวนานสูงถึง 10 ปี ไฮไลต์สำคัญของ GA-V01SKE
หนึ่งในนวัตกรรมสำคัญของรุ่นนี้ คือ ระบบ Shock Release Hand ซึ่งใช้แรงแม่เหล็กในการยึดเข็มนาทีเข้ากับแกนกลางช่วยดูดซับและกระจายแรงกระแทกได้อย่างมีประสิทธิภาพขณะเดียวกันตัวเรือนตรงกลางที่ทำหน้าที่ปกป้องโมดูลถูกห่อหุ้มด้วยโครงสร้างภายนอกที่แข็งแกร่งพร้อมสายที่เชื่อมต่อเป็นชิ้นเดียวกันเสริมด้วยตัวบอกเวลาขนาดใหญ่ที่วางซ้อนบนกระจก
ทำหน้าที่เสมือนกันชนเพื่อรองรับแรงกระแทกสีสันสดใส สะท้อนกลิ่นอาย Y2Kตัวเรือนและสายของรุ่นนี้มาในโครงสร้างโปร่งแสงสีสันสดใสสะท้อนโทนสีที่ได้รับความนิยมในยุค 2000ซึ่งพบได้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ของเล่น และแอ็กเซสซอรีแฟชั่นโดยมีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีดำ สีม่วง สีส้ม และสีเขียว

สัมผัสดีไซน์โปร่งแสงสุดล้ำของ G-SHOCK รุ่น GA-V01SKE ราคา 5,900 บาท ได้แล้ววันนี้ ที่ช็อปและเคาเตอร์ G-SHOCK ทุกสาขา สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมสินค้าได้ที่เว็บไซต์ https://www.casio.com/th/

Hit the road : Landwasser Viaduct - แลนด์มาร์กระดับโลกมีเวลาอีกสักวันว่างๆ ชวนไปขึ้นรถไฟ Regional Train ที่ให้วิวสวยไม่แ...
08/05/2026

Hit the road : Landwasser Viaduct - แลนด์มาร์กระดับโลก
มีเวลาอีกสักวันว่างๆ ชวนไปขึ้นรถไฟ Regional Train ที่ให้วิวสวยไม่แพ้ Bernina Express รถไฟพาโนรามาชื่อดัง เส้นทางค่อยๆลัดเลาะผ่านหุบเขา ป่าไม้และภูเขาสูงที่ถูกแต่งแต้มด้วยแสงธรรมชาติอย่างนุ่มนวลใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงนิด ๆ ก็พาคุณมาถึงหนึ่งในแลนด์มาร์กระดับโลก Landwasser Viaduct

ทันทีที่ถึงจะสัมผัสได้ถึงความพิเศษของสถานที่แห่งนี้สะพานหินโค้งสูงตระหง่านทอดตัวข้ามหุบเหวก่อนจะพุ่งเข้าสู่อุโมงค์กลางหน้าผาอย่างน่าทึ่ง Landwasser Viaduct ไม่ได้เป็นเพียงสะพานรถไฟธรรมดาแต่เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางรถไฟที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO และยังคงใช้งานจริงจนถึงปัจจุบันระหว่างนั่งรถไฟ มีประกาศบอกเป็นระยะเมื่อเข้าสู่ช่วงที่เป็นมรดกโลกทำให้นักเดินทางเตรียมตัวหยิบกล้องขึ้นมาบันทึกภาพได้ทันเวลาบรรยากาศบนขบวนเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเล็ก ๆ แบบนักเดินทางที่รู้ว่ากำลังจะได้เห็นอะไรบางอย่างที่พิเศษจริง ๆ เมื่อถึงสถานีใกล้จุดหมายการเดินทางยังไม่จบ คุณต้องเดินเท้าต่ออีกประมาณ 1.8 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 25–30 นาที เพื่อไปยังจุดชมวิวแต่เส้นทางนี้กลับเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่น่าประทับใจที่สุดทางเดินเลียบป่าและภูเขาเงียบสงบ อากาศเย็นสดชื่นทำให้ทุกก้าวเบาสบายอย่างไม่น่าเชื่อ คุณจะเดินไปเรื่อย ๆ โดยแทบไม่รู้สึกเหนื่อยเพราะสายตาถูกดึงดูดด้วยวิวธรรมชาติรอบตัวตลอดทางและเมื่อไปถึง ภาพของสะพาน Landwasser ที่ตั้งตระหง่านท่ามกลางภูเขา ก็เผยตัวออกมาอย่างสง่างามเสียงรถไฟที่แล่นผ่านสะพานในจังหวะพอดี
กลายเป็นภาพที่เหมือนหลุดออกมาจากโปสการ์ด ทั้งยิ่งใหญ่ นิ่งสงบและงดงามในแบบที่ไม่ต้องปรุงแต่งนักเดินทางหลายคนเลือกนั่งรอช่วงเวลาที่รถไฟวิ่งผ่าน เพื่อเก็บภาพ “โมเมนต์สำคัญ” นี้ไว้เป็นที่ระลึก

และเมื่อรถไฟเคลื่อนตัวผ่านโค้งของสะพานเข้าสู่อุโมงค์ภาพตรงหน้าก็เหมือนถูกหยุดเวลาไว้ชั่วขณะขากลับ อย่าพลาดแวะที่ Filisur หมู่บ้านเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยบ้านสไตล์façade สีสันสดใส เรียงรายอย่างมีเสน่ห์ถนนเงียบสงบเหมาะกับการเดินเล่นแบบไม่ต้องรีบร้อนทุกมุมดูอบอุ่นและน่ารักจนอยากใช้เวลาอยู่ให้นานขึ้นอีกนิดการมาเยือน Landwasser Viaduct จึงไม่ใช่แค่การมาชม “สะพาน” แต่คือการได้สัมผัสประสบการณ์ของการเดินทางอย่างแท้จริงตั้งแต่การนั่งรถไฟผ่านวิวระดับโลก การเดินท่ามกลางธรรมชาติไปจนถึงการค้นพบหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และบางครั้ง…ความทรงจำที่ดีที่สุดของการเดินทางก็เกิดขึ้นระหว่างทาง
............................... " not just at the destination" ...........................................

Hit the road : Senda dil Dragun ถึง Il Spirหนึ่งวันก็ไหวการเริ่มต้นง่ายกว่าที่คิด เพียงมาที่สถานีรถไฟ Chur แล้วขึ้นไปยัง...
08/05/2026

Hit the road : Senda dil Dragun ถึง Il Spir
หนึ่งวันก็ไหว
การเริ่มต้นง่ายกว่าที่คิด เพียงมาที่สถานีรถไฟ Chur แล้วขึ้นไปยัง Chur Postautostation ซึ่งอยู่ชั้นบน เดินตามป้ายก็ถึงทันทีจากนั้นขึ้นรถบัสสีเหลืองของ PostAuto สาย 81 มุ่งหน้าสู่ Falera มีรถออกทุกครึ่งชั่วโมงความสะดวกสบายแบบสวิสทำให้แม้ระยะทางจะดูไกลแต่กลับรู้สึกใกล้เพียงนิดเดียวจุดหมายแรกคือ Senda dil Dragun ลงที่ป้าย Laax GR Bergbahnenแล้วเดินเพียง 170 เมตร ก็ถึงจุดเริ่มต้นของเส้นทางเดินบนยอดไม้ที่ยาวที่สุดในโลก หรือที่เรียกว่า Baumwipfelpfad ระยะทางราว 1.6 กิโลเมตรทางเดินไม้ยกระดับพาเราไต่ผ่านเรือนยอดของต้นไม้สูงใหญ่มองเห็นป่าในมุมที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ทั้งแสงแดดที่ลอดผ่านใบไม้ เสียงลมและความเงียบสงบที่โอบล้อมทุกย่างก้าวเป็นประสบการณ์ที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง

หลังจากนั้น นั่งรถบัสย้อนกลับเพียงสองสถานี ลงที่ Flims Waldhaus, Caumasee แล้วเริ่มต้นอีกหนึ่งเส้นทางธรรมชาติที่งดงามไม่แพ้กันมุ่งหน้าไปยัง Il Spir จุดชมวิวเหนือ Rhine Gorge หรือที่ได้ชื่อว่า Grand Canyon of Switzerland เส้นทางเดินลัดเลาะผ่านป่าสนและภูมิประเทศที่เปลี่ยนแปลงอย่างนุ่มนวลแม้ระยะทางไป-กลับจะเกือบ 4 กิโลเมตรแต่ด้วยอากาศเย็นสบายและวิวที่สวยตลอดทางทำให้การเดินกลายเป็นความเพลิดเพลินมากกว่าความเหนื่อยและเมื่อถึงจุดหมายภาพของหุบเขาลึกตัดกับแม่น้ำสีเขียวเทอร์ควอยส์ก็ปรากฏตรงหน้าอย่างยิ่งใหญ่และสงบงามนักเดินทางหลายคนเลือกนั่งพักบนจุดชมวิว ปล่อยเวลาไหลไปช้า ๆ ถ่ายภาพ เก็บความทรงจำและซึมซับความงามของธรรมชาติที่ยังคงบริสุทธิ์

การเดินทางในวันนี้อาจทำให้คุณเดินเกือบสองหมื่นก้าวโดยไม่รู้ตัวแต่สิ่งที่ได้กลับมานั้นมากกว่าตัวเลขคือความรู้สึกของการได้อยู่กับธรรมชาติอย่างแท้จริง

Siam News : RICHARD MILLE Partner Gregoire Saucyสองพันธมิตรเข้าร่วมโครงการพัฒนานักขับของ McLaren RacingRichard Mille เดิ...
08/05/2026

Siam News : RICHARD MILLE Partner Gregoire Saucy
สองพันธมิตรเข้าร่วมโครงการพัฒนานักขับของ McLaren Racing

Richard Mille เดินหน้าสนับสนุนบุคลากรแห่งอนาคตของวงการมอเตอร์สปอร์ตอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด Grégoire Saucy นักแข่งชาวสวิสวัย 26 ปี
ได้ก้าวสู่บทใหม่ของเส้นทางอาชีพ หลังเข้าร่วมโครงการ McLaren
Driver Development Programme โปรแกรมพัฒนานักขับดาวรุ่งของ
McLaren Racing อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา Grégoire ถือเป็นหนึ่งในนักแข่งที่ Richard Mille ให้การสนับสนุนมาตั้งแต่ปี 2017 โดย Dominique Guenat ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ มองเห็นศักยภาพของเขาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นว่าสามารถก้าวขึ้นสู่การแข่งขันระดับสูงสุดและเป็นตัวแทนของสวิตเซอร์แลนด์บนเวทีระดับนานาชาติได้ในอนาคตแม้จะมีสไตล์การขับขี่ที่ดุดันและมุ่งมั่นในสนามแข่ง แต่ Grégoire กลับได้รับการยอมรับในเรื่องความถ่อมตน วินัยและความแน่วแน่ในการเผชิญความท้าทายซึ่งเป็นคุณค่าที่สอดคล้องกับจิตวิญญาณของ Richard Mille อย่างชัดเจนเส้นทางของนักแข่งจากแคว้นจูรา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เริ่มต้นขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่วัยเด็กเมื่อเขาได้รับใบอนุญาตแข่งขันตั้งแต่อายุเพียง 7 ขวบ
กลายเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตอายุน้อยที่สุดของประเทศในเวลานั้นก่อนจะสร้างชื่อจากการแข่งขันโกคาร์ตในสวิตเซอร์แลนด์ด้วยการขึ้นโพเดียมอย่างต่อเนื่องในปี 2015 เขาก้าวเข้าสู่โลกของรถสูตรเปิดผ่านการแข่งขัน V de V
Challenge Monoplace ก่อนสั่งสมประสบการณ์ในรายการ Formula 4

ทั้งในอิตาลีและเยอรมนี รวมถึง Toyota Racing Series และ Formula
Renault ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เขาเริ่มสร้างผลงานร่วมกับทีม ART Grand
Prixจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2021 เมื่อ Grégoire คว้าแชมป์ Formula
Regional European Championship ได้สำเร็จด้วยผลงานโดดเด่นจากชัยชนะ 8 สนาม โพลโพซิชัน 8 ครั้งและการขึ้นโพเดียมรวม 10 ครั้ง ตลอดฤดูกาล ภายใต้การสนับสนุนของ Richard Mille หลังประสบความสำเร็จในโลกของรถสูตรเปิดเขาตัดสินใจขยายขอบเขตของตัวเองสู่การแข่งขันเอ็นดูรานซ์ในปี 2024 ด้วยการเข้าร่วมทีม United Autosports ในการแข่งขัน FIA World Endurance Championship รุ่น LMGT3 พร้อมสร้างผลงานโดดเด่นด้วยอันดับ 4 ในรุ่น LMP2 ของการแข่งขันระดับตำนานอย่าง 24 Hours of Daytonaสำหรับฤดูกาล 2026 Grégoire จะลงแข่งขันในรายการ ELMS รุ่น
LMP2 รวมถึงบางสนามของ IMSA ร่วมกับ United Autosports ต่อเนื่อง
พร้อมเข้าร่วมกิจกรรมการทดสอบภายใต้โครงการของ McLaren Racing
ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญของเส้นทางสายเอ็นดูรานซ์หลังเปลี่ยนผ่านจากรถสูตรเปิดสู่รถสปอร์ตได้อย่างน่าประทับใจภายในเวลาเพียงสองปี

“ผมรู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้เข้าร่วมโปรแกรมนี้เพราะมันมอบทั้งการสนับสนุนและโอกาสสำคัญในการพัฒนาทุกด้านที่จำเป็นสำหรับการก้าวสู่การเป็นนักแข่งระดับสูง” Grégoire กล่าว

ความร่วมมือระหว่าง Richard Mille, McLaren Racing และ Grégoire
Saucy จึงไม่ใช่เพียงการสนับสนุนนักแข่งดาวรุ่งเท่านั้นแต่ยังสะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมกันของโลกแห่งเครื่องบอกเวลาชั้นสูงและมอเตอร์สปอร์ต ที่ต่างขับเคลื่อนด้วยความแม่นยำ ความกล้าและความทะเยอทะยานในการก้าวข้ามขีดจำกัดอยู่เสมอ

Address

1755/223 ถ. พหลโยธิน จตุจักร

10900

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when WATCHESSIAM.com posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Contact The Business

Send a message to WATCHESSIAM.com:

  • Want your business to be the top-listed Media Company?

Share