Pthai พี่ไทเล่าให้ฟัง

Pthai พี่ไทเล่าให้ฟัง Pthai > Press for Thais in Australia. :::: อัพเดทความเคลื่อนไหวในออสเตรเลีย และที่อื่นๆ ให้คุณได้รู้เท่าทันเหตุการณ์
(1)

“โหวตล่วงหน้า 2.4 ล้านคน! คนไทยทั่วโลกจุดไฟเลือกตั้ง–ประชามติ 2569”___โดย Pthai พี่ไทเล่าให้ฟัง รบกวนกดติดตามด้วยนะครับ_...
06/01/2026

“โหวตล่วงหน้า 2.4 ล้านคน! คนไทยทั่วโลกจุดไฟเลือกตั้ง–ประชามติ 2569”
___

โดย Pthai พี่ไทเล่าให้ฟัง
รบกวนกดติดตามด้วยนะครับ
___

กรุงเทพฯ, 6 ม.ค. 2569: ระเบิดฟอร์ม! กกต. ปล่อยยอดลงทะเบียนล่วงหน้าทะลุ 2.41 ล้านสิทธิ์เลือกตั้ง (ในไทย 2.27 ล้าน + ต่างแดน 139,535 คน)

และ 1.6 ล้านสิทธิ์ประชามติ (ในไทย 1.5 ล้าน + ต่างแดน 95,666 คน) รวมพลัง 4 ล้านเสียง กำหนดอนาคตไทยตั้งแต่ต้นปี .

ซิดนีย์-ลอนดอน-โตเกียวรอแชมป์! คนไทยนอกประเทศแห่ลงทะเบียนเกือบแสนสิทธิ์ แต่กกต.ยังไม่เปิดอันดับประเทศยอดฮิตรอบนี้

คาดศูนย์ใหญ่ซิดนีย์ ลอนดอน นำโด่งตามสถิติเก่า

เกมชิงเก้าอี้เปลี่ยนแล้ว – ฐานเสียงล่วงหน้าพุ่งขนาดนี้ วันโหวตจริง (23-26 ม.ค.) เขตสูสีอาจพลิกได้ทุกเมื่อ สิทธิ์คุณคือกระสุนทอง ลุยเลย!

#เลือกตั้ง69เดือด #โหวตต่างแดน #ประชามติล้านสิทธิ์

7 วันสั่งตาย! ไทยสังเวย 272 ศพ สถิติชี้ 'ชนน้อยแต่ดับจริง' ทิ้งห่างออสเตรเลีย 6 เท่า!"___เรื่อง Pthai พี่ไทเล่าให้ฟัง ฝา...
06/01/2026

7 วันสั่งตาย! ไทยสังเวย 272 ศพ สถิติชี้ 'ชนน้อยแต่ดับจริง' ทิ้งห่างออสเตรเลีย 6 เท่า!"
___

เรื่อง Pthai พี่ไทเล่าให้ฟัง
ฝากกดติดตามด้วยครับ
___

" สรุปข้อมูลเด็ดเปรียบเทียบหมัดต่อหมัดระหว่างไทยและออสเตรเลีย เพื่อเตือนสติผู้ใช้รถใช้ถนน

หมัดต่อหมัด: ไทย vs ออสเตรเลีย สถิติสังเวยปีใหม่ (7 วันอันตราย 2569)

ปริมาณความสูญเสีย:

ในขณะที่ไทยมียอดตาย 7 วันถึง 272 ศพ แต่ออสเตรเลียตลอดช่วงเทศกาลปีใหม่ 7-10 วัน มักมียอดผู้เสียชีวิตรวมอยู่ที่ประมาณ 40-60 ราย เท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าไทยถึง 5-6 เท่า ทั้งที่มีการเดินทางข้ามรัฐระยะไกลเป็นจำนวนมาก

​แนวโน้มในอดีต:

ออสเตรเลียเคยมีสถิติที่เลวร้ายในอดีต แต่ในช่วง 5 ปีมานี้ พวกเขาเจอปัญหาใหม่คืออุบัติเหตุที่เกิดจาก "สารเสพติด" และ "ความเหนื่อยล้า" มากกว่าการเมาสุราเพียงอย่างเดียว ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตรายปีทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 1,200-1,300 ราย (หรือเฉลี่ยเพียงวันละ 3-4 ราย เท่านั้น)
___

ยุทธวิธีสยบมัจจุราช: ระบบป้องกันคนละขั้ว

* ไทยใช้ "คน" (Human Wall):

เน้นยุทธศาสตร์ "ด่านชุมชน" ใช้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ อสม. ตั้งกำแพงเหล็กหน้าหมู่บ้าน สกัดคนเมาไม่ให้แตะถนนใหญ่ ผลลัพธ์คือ 5 จังหวัด (เช่น สมุทรสงคราม, สตูล) "ตายเป็นศูนย์" เพราะคนในพื้นที่คุมกันเอง

* ออสซี่ใช้ "กฎ" (Iron Law):

ไม่เน้นด่าน แต่เน้น "เชือดใบขับขี่" ด้วยระบบ Double Demerit Points (ตัดแต้ม 2 เท่า) ใครซ่าช่วงปีใหม่คือ "จบเห่" เสียสิทธิขับขี่ทันที พร้อม AI ตรวจจับมือถือที่แม่นเหมือนจับวาง ใครกดมือถือขณะขับเตรียมรับหมายศาลถึงบ้าน

บทสรุปอาชญากรรม:

ไทยกำลังสู้กับ "ความเร็วและคอเหล้า" ส่วนออสเตรเลียกำลังสู้กับ "ความประมาทและสารเสพติด" แต่ความต่างคือ 'ระเบียบวินัย' ที่วัดกันด้วยจำนวนโลงศพ!
___

แหล่งข้อมูล (Sources):

* ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.): สรุปยอด 7 วันอันตราย (30 ธ.ค. 68 – 5 ม.ค. 69)

* กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.): รายงานสถานการณ์อุบัติเหตุรายจังหวัด 2569

* Bureau of Infrastructure and Transport Research Economics (BITRE): Australian Road Deaths Statistics 2025/26

#สมรภูมิถนน2569 #7วันอันตราย ีย #เมาไม่ขับ #วินัยจราจรสะท้อนยอดตาย

ที่มาของภาพประกอบ: ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.): สรุปยอด 7 วันอันตราย (30 ธ.ค. 68 – 5 ม.ค. 69)

"ถอดรหัสลับวินาทีเฉียดตาย Cessna 202: เมื่อ ' มิสเตอร์บีน (Mr.Been) หรือ  โรวัน แอตคินสัน' ต้องกลายเป็นนักบินจำเป็นเพื่อ...
06/01/2026

"ถอดรหัสลับวินาทีเฉียดตาย Cessna 202: เมื่อ ' มิสเตอร์บีน (Mr.Been) หรือ โรวัน แอตคินสัน' ต้องกลายเป็นนักบินจำเป็นเพื่อเอาชีวิตรอด

___

เรื่อง Pthai พี่ไทเล่าให้ฟัง
ช่วยกดติดตามด้วยนะครับ
___

นี่คือการเรียบเรียงเหตุการณ์จริงของ โรวัน แอตคินสัน หรือที่เรารู้จักเขาในชื่อของ Mr.Been ในรูปแบบบทความเชิงอาชญากรรมและการสืบสวนเชิงลึก (Crime & Investigation Narrative) ที่จะพาคุณไปเจาะลึกถึงรายละเอียดของเหตุการณ์ "วิกฤตเหนือน่านฟ้าเคนยา" ครับ
___

แฟ้มคดี: รหัสลับ Cessna 202 – ปฏิบัติการกู้ชีพกลางเวหา
___

เหตุการณ์เริ่มต้น: เที่ยวบินที่หายไปจากเรดาร์
วันที่ 22 มีนาคม 2001 | เวลา 13:45 น. | น่านฟ้าเหนือประเทศเคนยา

เครื่องบิน Cessna 202 ทะยานขึ้นจากรันเวย์เล็กๆ มุ่งหน้าสู่ไนโรบี ภายในห้องโดยสารมีผู้โดยสารวีไอพีคือ โรวัน แอตคินสัน ภรรยาของเขา ซูเนตรา และลูกๆ อีกสองคน

แสงแดดจัดจ้าสะท้อนกับปีกเครื่องบิน ทุกอย่างดูเป็นไปตามตารางบิน จนกระทั่งความเงียบที่ผิดปกติเริ่มปกคลุมห้องนักบิน
___

นาทีวิกฤต: นักบินไร้สติ (Pilot Incapacitation)

ในระดับความสูง 16,000 ฟุต ร่างของนักบินหนุ่มชาวเคนยาทรุดฮวบลงค้างกับคันบังคับ หัวเครื่องบินเริ่มปักลงสู่พุ่งไม้หนาทึบเบื้องล่างด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นอย่างน่ากลัว แรงเหวี่ยงทำให้ซูเนตราและเด็กๆ เสียการทรงตัว

> บันทึกการสอบสวน (ฉบับจำลอง): "พยานระบุว่านักบินไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า เขาไม่ได้ร้องขอความช่วยเหลือ แต่หมดสติไปในทันที เครื่องบินเสียการควบคุมและเริ่มเข้าสู่สภาวะทิ้งดิ่ง (Nose-dive)

วินาทีนั้น โรวัน แอตคินสัน ซึ่งนั่งอยู่ที่นั่งข้างนักบินตัดสินใจข้ามเส้นแบ่งระหว่าง 'ผู้โดยสาร' และ 'ผู้ควบคุม' ในทันที"
___

การสืบสวนกลางเวหา: มือที่ไร้ประสบการณ์แต่เปี่ยมด้วยสติ

จากการตรวจสอบข้อมูลยืนยันว่า โรวันไม่เคยผ่านการฝึกบินและไม่มีใบอนุญาตใดๆ แต่สิ่งที่เขามีคือ "พื้นฐานวิศวกรรม" จากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด เขาใช้สมาธิที่นิ่งเงียบเยี่ยงนักสืบวิเคราะห์แผงวงจรตรงหน้า

* การควบคุมระดับ: โรวันคว้าคันบังคับ (Control Yoke) ดึงกลับอย่างระมัดระวังเพื่อเชิดหัวเครื่องขึ้น ป้องกันไม่ให้ความเร็วเกินขีดจำกัดจนโครงสร้างเครื่องฉีกขาด

* การสื่อสาร: เขาพยายามมองหาปุ่มวิทยุสื่อสารท่ามกลางความโกลาหล

* การช่วยชีวิต: ในขณะที่โรวันประคองเครื่องให้ "ขนานเส้นขอบฟ้า" ซูเนตราทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยชีวิต เธอพยายามเขย่าตัวและตบหน้านักบินซ้ำๆ รวมถึงใช้น้ำเย็นราดเพื่อกระตุ้นระบบประสาท
___

จุดเปลี่ยนของคดี: การฟื้นคืนสติที่เส้นยาแดงผ่าแปด

นานนับนาทีที่เครื่องบินบินส่ายไปมาภายใต้การบังคับของชายผู้เป็น "มิสเตอร์บีน" ในจินตนาการของคนทั่วโลก แต่ในโลกจริงเขาคือผู้กุมชะตาชีวิต 5 ชีวิต

จนกระทั่งนักบินสำลักลมหายใจและฟื้นขึ้นมาด้วยอาการมึนงง เขาพบว่ามือของโรวันยังคงกำคันบังคับไว้แน่นเพื่อไม่ให้เครื่องตก

กัปตันเข้าควบคุมเครื่องต่อในทันทีและนำเครื่องลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินวิลสันได้อย่างปลอดภัย
___

หลังเหตุการณ์: การสอบสวนและการยกย่อง

หลังเครื่องแตะรันเวย์ หน่วยงานสอบสวนอุบัติเหตุทางอากาศได้เข้ามาตรวจสอบทันที:

* ผลการตรวจร่างกายนักบิน: พบว่าเกิดสภาวะวูบกะทันหันซึ่งอาจมาจากความดันหรือความล้า (Fatigue)

* บทสรุปของเจ้าหน้าที่: หากโรวันไม่ตัดสินใจเข้าควบคุมเครื่องในทันที เครื่องบินจะพุ่งชนพื้นโลกภายในเวลาไม่ถึง 2 นาที เนื่องจากความเร็วที่เพิ่มขึ้นจากการปักหัวลง

การยกย่อง: โรวัน แอตคินสัน ได้รับการยกย่องจากสื่อทั่วโลกและผู้เชี่ยวชาญด้านการบินว่ามี "ความเยือกเย็นภายใต้ความกดดัน (Cool under pressure)" ที่ยอดเยี่ยมระดับมืออาชีพ

แต่เขากลับเลือกที่จะเก็บตัวเงียบและไม่รับรางวัลใดๆ โดยกล่าวเพียงว่าเป็นสิ่งที่ใครก็ต้องทำเพื่อครอบครัว
___

แหล่งข้อมูลอ้างอิง (Sources):

* The Guardian Archive (2001): "Atkinson's plane drama"
* BBC News (March 24, 2001): "Mr Bean actor saves family in plane scare"
* The Nation (Kenya): รายงานการสอบสวนเหตุการณ์นักบินหมดสติกลางอากาศ
* Independent.co.uk: เจาะลึกความนิ่งของ Atkinson ในฐานะวิศวกรเก่า

ที่มาของภาพ: จากอินเตอร์เน็ตไม่สามารถจะระบุที่มาได้

06/01/2026

"จากคฤหาสน์สู่กรงขังแมนแฮตตัน! ดูภาพล่าสุดมาดูโรถูกคุมตัวลงจากเฮลิคอปเตอร์ หลังโดนสหรัฐฯ รวบตัวจากเวเนฯ มาขึ้นศาลนัดแรกข้อหาค้ายาข้ามชาติ เจ้าตัวยังปากแข็ง ทักทายนักข่าว 'Happy New Year' ก่อนจะสวนผู้พิพากษาว่า 'ผมคือผู้นำที่ชอบธรรม' ใครจะอยู่ใครจะไปงานนี้โลกต้องจับตา!"

คดีมาดูโรที่นิวยอร์ก 1. ถูกตั้งข้อหา ‘ก่อการร้ายยาเสพติด’ ขนโคเคนเข้าสหรัฐฯ 2. ฟอกเงิน 3. ครอบครองอาวุธสงคราม และ 4. สมคบคิดกับกบฏ FARC

ล่าสุดศาลสั่ง ‘ไม่ให้ประกันตัว’ เพราะเสี่ยงหนีสูงมาก แม้เจ้าตัวจะอ้าง ‘ความคุ้มกันทางการทูต’ แต่สหรัฐฯ ยืนยันว่าเขาไม่ใช่ประธานาธิบดีอีกต่อไป เตรียมสืบพยานนัดหน้ามีนาคมนี้ครับ!"

#พี่ไทเล่าให้ฟัง #เวเนซุเอลา #ข่าวเด่น2026

เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเช้าวันนี้เวลา 10:18 น.
06/01/2026

เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเช้าวันนี้เวลา 10:18 น.

แก้เครียด…เฮ้อ
06/01/2026

แก้เครียด…เฮ้อ

“อีกไม่กี่เมตรจากประตู: กับภาพบาดตาสาวน้อยวัย 14 ปี นอนหลับไหลอยู่ใต้ผ้าคลุมสีขาว กับคำถามที่กฎหมายสวิสต้องตอบ” กับเรื่อ...
06/01/2026

“อีกไม่กี่เมตรจากประตู: กับภาพบาดตาสาวน้อยวัย 14 ปี นอนหลับไหลอยู่ใต้ผ้าคลุมสีขาว กับคำถามที่กฎหมายสวิสต้องตอบ” กับเรื่องราวของบาร์มรณะที่สวิตเซอร์แลนด์

___

เรื่อง Pthai พี่ไทเล่าให้ฟัง
ฝากกดติดตามด้วยนะครับ
___

บทความนี้เขียนจากข้อมูลการสืบสวนสอบสวนจากเรื่องจริง โดยผสานข้อมูลที่ถูกต้องตามกฎหมายสวิส + การเล่าเหตุการณ์เชิง “reconstruction”ผ่านสายตา นักดับเพลิงคนหนึ่ง ที่เป็นผู้พบร่างเด็กอายุ 14 ปีโดยไม่ระบุตัวตน ไม่ใส่ข้อมูลเท็จ และไม่ละเมิดผู้เยาว์
___
___

“อีกไม่กี่เมตรก็ถึงทางออกแล้ว”

ผมจำตำแหน่งนั้นได้แม่น
ไม่ใช่เพราะมันอยู่กลางซากไฟ
แต่เพราะมันอยู่ ใกล้ประตูเกินไป

ควันยังไม่ทันจาง
รองเท้าบูตผมเหยียบลงบนพื้นเปียก น้ำผสมเขม่าดำ ไฟถูกควบคุมแล้ว แต่ความเงียบที่ตามมา…ดังยิ่งกว่าเสียงไซเรน

ไฟฉายสะท้อนบางอย่างบนพื้น
ร่างหนึ่ง นอนตะแคง
ตัวเล็กกว่าที่ผมคาดไว้

เธอไม่ไหม้
ไม่มีบาดแผล
ไม่มีเลือด

มีเพียง “ควัน”
และระยะทาง…อีกไม่ถึง สามเมตร จากประตูทางออกด้านข้าง

> “อีกนิดเดียวเอง”
ผมเผลอพูดออกมาเบา ๆ ใต้หน้ากาก
“อีกแค่นิดเดียว…”

---

เธอคือใคร ในคืนที่ทุกคนมองว่าเป็น “ผู้ใหญ่”

ตำรวจบอกภายหลังว่า เธออายุ 14 ปี ผู้เสียชีวิตที่อายุน้อยที่สุดในเหตุการณ์นี้

ไม่มีชื่อในข่าว
ไม่มีภาพ
ไม่มีประวัติให้ใครขุด

เพราะกฎหมายสวิสไม่อนุญาต. และเพราะบางความจริง…ไม่ควรถูกทำให้เป็นวัตถุดิบ

แต่จากคำให้การของผู้รอดชีวิตหลายคน
ภาพหนึ่งค่อย ๆ ชัดขึ้น

เด็กผู้หญิงคนนั้น
แต่งตัวเหมือนวัยรุ่นโต
เสื้อโค้ตสีเข้ม รองเท้าบูต สายข้อมือเข้างาน
อยู่ท่ามกลางฝูงชนที่อายุไล่เลี่ยกัน

ในแสงไฟสลัว
ในคืนปีใหม่
ในบาร์ที่คนแน่นเกินกว่าจะนับ
ไม่มีใครรู้ว่าเธออายุ 14

หรือบางที…อาจไม่มีใคร “อยากรู้”

---

คำถามที่กฎหมายต้องตอบ
เด็กอายุ 14 เข้าไปในผับได้อย่างไร?

คำตอบตามกฎหมาย ไม่ซับซ้อน แต่เจ็บปวด
ในรัฐ Valais ของสวิตเซอร์แลนด์:

✔️ ผู้มีอายุต่ำกว่า 16 ปี
สามารถเข้าไปในสถานที่ที่เสิร์ฟแอลกอฮอล์ได้หลัง 22:00 น.หากมี

*ผู้ปกครอง
*หรือผู้ใหญ่ที่ได้รับอนุญาตจากผู้ปกครอง

❌ ห้ามเสิร์ฟแอลกอฮอล์ให้ผู้ที่อายุต่ำกว่า 16
❌ ห้ามเกินจำนวนผู้ใช้พื้นที่ตามใบอนุญาต
❌ ห้ามละเลยระบบทางหนีไฟและความปลอดภัย

ไฟไหม้เกิดขึ้น ประมาณ 01:30 น.
หมายความว่า การที่เด็กอายุ 14 อยู่ในบาร์ ไม่ผิดโดยอัตโนมัติ
ถ้า *มีผู้ใหญ่ดูแลจริง และ
ถ้า *ระบบความปลอดภัยทำงานตามกฎหมาย

แต่ในคืนที่มีคนเบียดกันจน “เดินไม่ได้”
คำว่า ดูแล กลายเป็นเพียงศัพท์ในเอกสาร

---

นาทีที่ไฟมา — และมนุษย์เริ่มหายไปจากกัน
ตำรวจเรียกมันว่า > “ไฟลุกลามเร็วผิดปกติจากวัสดุเพดาน”

ผมเรียกมันว่า > “นรกที่ไม่มีเสียงกรีดร้อง”

ควันดำหนาทึบ ร้อน แสบ
แย่งออกซิเจนไปจากปอดในไม่กี่ลมหายใจ

เด็กคนนี้ ตามตำแหน่งที่พบ เธอพยายามหนีแล้ว
ไม่ใช่ยืน ไม่ใช่นั่ง แต่ “เคลื่อนตัว”

มือหนึ่งเอื้อมไปทางประตู
อีกมือกดอกตัวเองเหมือนคนหายใจไม่ออก

เธอแพ้…ไม่ใช่เพราะไฟ
แต่เพราะเวลา😭

---

มุมมองตำรวจ เมื่อโศกนาฏกรรมไม่ใช่อุบัติเหตุ

เช้าวันถัดมา อัยการประกาศตั้งข้อหาเบื้องต้นกับผู้บริหารผับ

⚖️ ฆ่าคนโดยประมาท (negligent manslaughter)

⚖️ ทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บโดยประมาท

⚖️ วางเพลิงโดยประมาท

⚖️ ฝ่าฝืนกฎหมายความปลอดภัยอาคาร

⚖️ อาจรวมถึงการปล่อยให้มีคนเกินความจุที่กฎหมายกำหนด

ประเด็นสำคัญไม่ใช่แค่ “เด็กเข้าไปได้ยังไง”
แต่คือ

> “ถ้าไม่มีคนล้น ไม่มีคอขวด เด็กคนนี้จะออกมาได้หรือไม่”

คำตอบนั้น
ตำรวจรู้
นักดับเพลิงรู้
และครอบครัวของเธอ…รู้ดีที่สุด

---

ครอบครัว และความยุติธรรมที่ไม่อาจย้อนเวลา

ครอบครัวยังไม่พูดกับสื่อ
แต่ตามกฎหมาย พวกเขามีสิทธิ์:

*ฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหาย
*เข้าร่วมคดีอาญาในฐานะผู้เสียหาย
*เรียกร้องการเปลี่ยนแปลงมาตรการความปลอดภัยระดับรัฐ

**สิ่งเดียวที่กฎหมายให้ไม่ได้
คือขอให้เด็กอายุ 14 คนนั้น…กลับมา

---

ประโยคที่ผมไม่อยากพูดซ้ำอีก

ก่อนที่ร่างจะถูกคลุมด้วยผ้าขาว
ผมหันไปบอกตำรวจว่า

> “เธออยู่ใกล้ทางออกมาก
ใกล้เกินกว่าที่ใครควรจะตายตรงนั้น”

เขาไม่ตอบ
เขาไม่จำเป็นต้องตอบ

___

Image Credit: CNN


#เด็ก14ปี
#อีกไม่กี่เมตร
#ความปลอดภัยไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
#กฎหมายกับความสูญเสีย
#เรื่องจริงยิ่งกว่านวนิยาย

🏛️ เจาะลึกนาทีประวัติศาสตร์: ‘มาดูโร’ จากคฤหาสน์ สู่กรงขังนรกในแมนแฮตตัน___เรื่อง Pthai พี่ไทเล่าให้ฟัง รบกวนกดติดตามด้ว...
06/01/2026

🏛️ เจาะลึกนาทีประวัติศาสตร์: ‘มาดูโร’ จากคฤหาสน์ สู่กรงขังนรกในแมนแฮตตัน
___

เรื่อง Pthai พี่ไทเล่าให้ฟัง
รบกวนกดติดตามด้วยนะครับ
___

🚁 1. นาทีการจับกุมและการคุมตัว (The Capture)

* โดนรวบตอนไหน:

ปฏิบัติการเกิดขึ้นในช่วงก่อนรุ่งสางของวันเสาร์ที่ 3 มกราคม 2026 (ตามเวลาท้องถิ่น) โดยกองกำลังพิเศษสหรัฐฯ (US Special Forces) กว่า 150 นาย บุกจู่โจมบ้านพักของมาดูโรในกรุงการากัสแบบไม่ทันตั้งตัว

* สภาพตอนโดนคุมตัว:

ภาพที่ถูกเผยแพร่โดยทำเนียบขาวและสื่อต่างประเทศ แสดงให้เห็นมาดูโรในสภาพที่ดู "อ่อนแรงแต่ยังดื้อดึง"

เขาถูกใส่ กุญแจมือ และเดินกะเผลกเล็กน้อยขณะลงจากเครื่องบินที่ฐานทัพอากาศในนิวยอร์ก โดยเขาสวมชุดวอร์มสีดำ มีหมวกคลุมศีรษะ (Hoodie) และถูก ปิดตา (Blindfolded) ในช่วงแรกที่อยู่บนเรือรบ USS Iwo Jima ก่อนจะถูกพาตัวขึ้นเครื่องบิน

* การเคลื่อนย้าย:

😂เมื่อถึงนิวยอร์ก เขาและภริยา (ซิเลีย ฟลอเรส) ถูกนำตัวไปขังที่เรือนจำ Metropolitan Detention Center (MDC) ในบรูคลิน ซึ่งเป็นที่ขังเดียวกับ "เอล ชาโป" อดีตราชายาเสพติด
___

⚖️ 2. ข้อหาหนักระดับโลก (The Charges)
ในศาลแมนแฮตตัน มาดูโรและภริยาถูกยื่นฟ้องรวม 4 กระทงหลัก ซึ่งมีโทษสูงสุดคือ จำคุกตลอดชีวิต:

* สมคบคิดก่อการร้ายยาเสพติด (Narco-terrorism Conspiracy): ข้อหาใช้สถาบันของรัฐและกองทัพเวเนซุเอลาหนุนหลังการส่งออกโคเคนเข้าสหรัฐฯ

* สมคบคิดนำเข้าโคเคน (Co***ne Importation Conspiracy): ถูกกล่าวหาว่าทำงานร่วมกับกลุ่มกบฏ FARC และแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่

* ครอบครองปืนกลและอุปกรณ์ทำลายล้าง (Possession of Machine Guns & Destructive Devices): เพื่อใช้ปกป้องเส้นทางการค้ายา

* สมคบคิดเพื่อครอบครองอาวุธร้ายแรง: ข้อหาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้อาวุธสงครามในขบวนการอาชญากรรม
___

🗣️ 3. สิ่งที่เกิดขึ้นในศาล: การโต้แย้งและการปะทะฝีปาก

มาดูโร ปรากฏตัวต่อหน้าผู้พิพากษา Alvin Hellerstein ในชุดนักโทษสีเบจ พร้อมโซ่ตรวนที่ข้อเท้า (Leg Shackles) โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:

* คำพูดแรก: แทนที่จะแสดงความสลด มาดูโรหันไปหาแกลเลอรีผู้ชมและนักข่าวแล้วพูดภาษาอังกฤษว่า "Happy New Year!" (สวัสดีปีใหม่) ก่อนจะเริ่มการพิจารณา

* การโต้แย้งในศาล: มาดูโรยืนกรานปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา (Plead Not Guilty) และพูดผ่านล่ามด้วยเสียงหนักแน่นว่า:

> "ผมคือประธานาธิบดีที่ชอบธรรมของประเทศผม... ผมไม่ได้ถูกจับตามกฎหมาย แต่ผมถูก 'ลักพาตัว' (Kidnapped) มาตั้งแต่วันเสาร์ ผมคือนักโทษสงคราม!"

* คำแก้ตัว: เขาพยายามบอกศาลว่าเขาเป็น "สุภาพชน" (Decent man) และสิ่งที่สหรัฐฯ ทำคือการละเมิดอำนาจอธิปไตยอย่างรุนแรง

* นาทีระทึก: ในช่วงท้ายการพิจารณา มีชายชาวเวเนซุเอลาที่เคยถูกจำคุกในยุคมาดูโรยืนขึ้นตะโกนด่าเขาในศาล

มาดูโรจ้องหน้ากลับแล้วสวนเป็นภาษาสเปนว่า "ฉันคือนักโทษสงครามที่ถูกลักพาตัวมา!"
___

📅 4. ขั้นตอนต่อไป

ศาลปฏิเสธการประกันตัว (เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะหลบหนีสูงมาก) และนัดสืบพยานนัดถัดไปในวันที่ 17 มีนาคม 2026

โดยทีมทนายเตรียมจะสู้ในประเด็น "ความคุ้มกันทางการทูต" (Immunity) ของผู้นำรัฐ แม้สหรัฐฯ จะยืนยันว่าไม่รับรองสถานะเขาแล้วก็ตาม
___

พี่ไทเล่าให้ฟัง: ข่าวนี้คือที่สุดของต้นปี 2026 เลยครับพี่ เหมือนหนังสายลับระดับฮอลลีวูด แต่เกิดขึ้นจริง! การจับกุมผู้นำประเทศที่ยังอยู่ในตำแหน่งแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นบ่อยนัก ต้องรอดูว่าเวเนซุเอลาจะรับมือได้แค่ไหนหลังจากนี้

Image Credit: ABC NEWS

#พี่ไทเล่าให้ฟัง

6 มกราคม 2026 วันนี้สถานการณ์โลกและในออสเตรเลียมีแต่เรื่องพีกๆ ทั้งนั้นครับ โดยเฉพาะปฏิบัติการสายฟ้าแลบของสหรัฐฯ ในเวเนซ...
06/01/2026

6 มกราคม 2026 วันนี้สถานการณ์โลกและในออสเตรเลียมีแต่เรื่องพีกๆ ทั้งนั้นครับ โดยเฉพาะปฏิบัติการสายฟ้าแลบของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลา และสภาพอากาศในออสเตรเลียที่ร้อนระอุจนน่ากังวล

พี่ไทเล่าให้ฟัง: สถานการณ์ช่วงนี้ทั้งเรื่องอากาศและเรื่องการเมืองโลกมันร้อนแรงจริงๆ ครับ ใครที่อยู่ออสเตรเลียอย่าลืมดูแลสุขภาพ ดื่มน้ำเยอะๆ และติดตามข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้นะครับ ส่วนใครที่จะเดินทางไปไหนมาไหนในช่วงนี้ เช็กสภาพอากาศและสถานการณ์ความมั่นคงให้ดีด้วย
___

เรื่อง Pthai พี่ไทเล่าให้ฟัง
ฝากกดติดตามกันด้วยนะครับ
___

📢 พาดหัวข่าวเด่นประจำวัน

โลกระอุ! สหรัฐฯ รวบตัว 'มาดูโร' ขึ้นศาลนิวยอร์ก - ออสซี่อ่วม คลื่นความร้อนถล่มทำสถิติรอบ 6 ปี! และวิกฤตไฟป่าเมืองในออสเตรเลียที่อาจซ้ำรอย LA

* สไตล์วิเคราะห์: "ภูมิรัฐศาสตร์เปลี่ยนทิศ! จับตาผลกระทบหลังสหรัฐฯ บุกเวเนฯ "
* สไตล์เตือนภัย: "เช็กด่วน! ภัยเงียบจากโซเชียลคดี 'บริจิตต์ มาครง' ถึงคดีหลอกไปทำงานออสซี่ และระวังฮีทสโตรกพุ่งสูงปรี๊ด"

🇦🇺 ข่าวเด่นในออสเตรเลีย (8 ข่าว)

1. [วิกฤตความร้อน] ออสเตรเลียเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรงที่สุดในรอบ 6 ปี

กรมอุตุนิยมวิทยา (BoM) ออกประกาศเตือนภัยระดับรุนแรงในพื้นที่รัฐวิกตอเรีย, เซาท์ออสเตรเลีย และนิวเซาท์เวลส์ โดยอุณหภูมิพุ่งสูงกว่า 45°C ในบางพื้นที่ และคาดว่าเมลเบิร์นกับแอดิเลดจะแตะ 41°C ในวันพรุ่งนี้ ถือเป็นสภาพอากาศที่อันตรายที่สุดนับตั้งแต่ช่วง Black Summer ปี 2019-20

(ที่มา: The Guardian / BoM)
___

2. [เตือนภัยไฟป่า] ผู้เชี่ยวชาญชี้คนเมืองกว่า 6.9 ล้านคน เสี่ยงภัยไฟป่าลักษณะเดียวกับ LA

รายงานใหม่จาก Climate Council ระบุว่าพื้นที่ขอบเมืองใหญ่ของออสเตรเลีย เช่น ซิดนีย์ และเมลเบิร์น มีความเสี่ยงที่จะเกิดไฟป่ารุนแรงลามเข้าสู่เขตที่อยู่อาศัยหนาแน่น (Urban Fire) เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในลอสแอนเจลิส เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดและแห้งแล้งสะสม

(ที่มา: Climate Council / SBS News)
___

3. [ความมั่นคง] ย้ายตัวผู้ต้องหาคดี Bondi ไปเรือนจำ Supermax

ทางการสั่งย้ายตัวผู้ต้องหาจากเหตุการณ์รุนแรงที่บอนได (Bondi) ไปยังเรือนจำ Goulburn Supermax ซึ่งเป็นเรือนจำที่มีระบบรักษาความปลอดภัยสูงสุดในประเทศ เพื่อป้องกันเหตุแทรกซ้อนและควบคุมตัวระหว่างรอการพิจารณาคดีครั้งสำคัญ

(ที่มา: SBS Thai)
___

4. [เตือนภัยมิจฉาชีพ] ศูนย์ข่าวปลอมยืนยัน เพจชวนไปทำงานสวนที่ออสเตรเลียคือ "ของปลอม"

มีการระบาดหนักของเพจ "Work abroad in Australia" ที่โฆษณาชวนเชื่อว่าสามารถพาแรงงานไทยไปทำงานสวนได้ถูกกฎหมาย

กรมการจัดหางานยืนยันไม่มีการอนุญาตให้เพจนี้ดำเนินการ เตือนอย่าโอนเงินมัดจำเด็ดขาด

(ที่มา: ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย)
___

5. [คดีอาชญากรรม] ตำรวจเซาท์ออสเตรเลียยกระดับการหายตัวของ Trisha Graf เป็นคดีสำคัญ

หลังจากการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยนานกว่า 3 สัปดาห์ พบเพียงรถยนต์จอดทิ้งไว้ใกล้เหมือง Andamooka ตำรวจเชื่อว่าอาจมีเงื่อนงำการฆาตกรรมหรือเหตุร้ายแรง จึงประกาศขอความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่

(ที่มา: SAPOL)

6. [เศรษฐกิจ] ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดลบรับแรงกดดันจากสถานการณ์โลก

ดัชนี S&P/ASX 200 ปรับตัวลดลง 0.42% ในวันนี้ โดยหุ้นกลุ่มเหมืองแร่และพลังงานได้รับผลกระทบหนักที่สุด เนื่องจากนักลงทุนกังวลต่อความไม่แน่นอนหลังสหรัฐฯ เข้าแทรกแซงเวเนซุเอลา

(ที่มา: Money and Banking)
___

7. [เกษตรและเทคโนโลยี] CSIRO เปิดตัว AI 'My Plan

หน่วยงานวิทยาศาสตร์ระดับชาติเปิดตัวแอปพลิเคชันที่ใช้ AI วิเคราะห์พฤติกรรมการกินรายบุคคล เพื่อช่วยลดน้ำหนักอย่างยั่งยืน หลังพบว่าอัตราโรคอ้วนในออสเตรเลียยังคงเป็นปัญหาใหญ่ทางการแพทย์

(ที่มา: CSIRO)
___

8. [กีฬา] 'อุสมาน คาวาจา' ประกาศอำลาวงการคริกเก็ต

นักคริกเก็ตมุสลิมคนแรกของออสเตรเลียประกาศรีไทร์อย่างเป็นทางการ ปิดตำนานยอดฝีมือที่สร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ทั่วประเทศ ท่ามกลางเสียงชื่นชมจากแฟนกีฬาทั่วโลก

(ที่มา: SBS Sport)

🌎 ข่าวเด่นต่างประเทศ #

9. [การเมืองโลก] 'มาดูโร' ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาต่อศาลนิวยอร์ก ยันยังเป็น ปธน.

นายนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลาที่ถูกสหรัฐฯ จับกุมตัว ปรากฏตัวต่อศาลครั้งแรกโดยให้การปฏิเสธข้อหาค้ายาเสพติดและก่อการร้าย พร้อมตะโกนก้องกลางศาลว่า "ผมบริสุทธิ์และยังเป็นประธานาธิบดีที่ชอบธรรม!"

(ที่มา: Reuters / InfoQuest)
___

10. [ความตึงเครียด] สหรัฐฯ ยืนยันเข้าดูแลเวเนซุเอลาชั่วคราวเพื่อเปลี่ยนผ่านอำนาจ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงยืนยันว่าปฏิบัติการทหารในเวเนซุเอลาทำไปเพื่อคืนประชาธิปไตย และสหรัฐฯ จะเข้าบริหารจัดการชั่วคราวจนกว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่ที่โปร่งใส ขณะที่ UN แสดงความกังวลต่อเสถียรภาพในภูมิภาค

(ที่มา: The Guardian / RYT9)
___

11. [กฎหมายไซเบอร์] ศาลฝรั่งเศสสั่งคุก 10 ราย คดีบูลลี่ 'บริจิตต์ มาครง' เรื่องเพศสภาพ

เป็นคดีตัวอย่างระดับโลก! ศาลปารีสสั่งจำคุก (รอลงอาญา) และปรับเงินกลุ่มคนที่โพสต์ข่าวปลอมว่าสตรีหมายเลขหนึ่งฝรั่งเศสเคยเป็นผู้ชาย โดยศาลชี้ว่าเป็นการคุกคามทางเพศและทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างรุนแรง

(ที่มา: Al Jazeera)
___

12. [ความขัดแย้ง] สหรัฐฯ จี้เมียนมายุติความรุนแรงเนื่องในวันเอกราช

นายมาร์โก รูบิโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์กดดันรัฐบาลทหารเมียนมาให้หยุดใช้กำลังกับประชาชนและปล่อยนักโทษการเมือง เพื่อเปิดทางสู่การเจรจาสันติภาพอย่างแท้จริง

(ที่มา: US Embassy in Myanmar / RYT9)
___

13. [ตะวันออกกลาง] แผนหยุดยิงในกะซาส่อแววล่ม หลังมีการละเมิดข้อตกลงต่อเนื่อง

แม้จะมีการประกาศหยุดยิงระยะแรก แต่ล่าสุดพบรายงานการปะทะและผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น ทำให้การเจรจาระยะที่สองที่นานาชาติหวังว่าจะนำไปสู่สันติภาพถาวรต้องหยุดชะงักลงอีกครั้ง

(ที่มา: Vietnam.vn)
___

14. [ภัยธรรมชาติ] แผ่นดินไหว 6.2 เขย่าญี่ปุ่น
เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.2 เมื่อช่วงเช้านี้ตามเวลาท้องถิ่น สร้างความตื่นตระหนกให้ประชาชน แต่ไม่มีรายงานความเสียหายรุนแรงหรือการประกาศเตือนภัยสึนามิ

(ที่มา: NHK / RYT9)
___

15. [เทคโนโลยีโลก] การจ้างงานภาคผลิตสหรัฐฯ ต่ำสุดในรอบปี

ดัชนี PMI ภาคการผลิตของสหรัฐฯ ร่วงลงสู่ระดับ 47.9 สะท้อนภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง ทำให้นักลงทุนทั่วโลกกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจต้องรีบปรับลดดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาด

(ที่มา: InfoQuest)
___

#พี่ไทเล่าให้ฟัง

เอาอีกละ...จะเอาอีกหรือไง...ความอดทนของทหารไทยจะมีอีกได้นานแค่ไหน?
06/01/2026

เอาอีกละ...จะเอาอีกหรือไง...ความอดทนของทหารไทยจะมีอีกได้นานแค่ไหน?

อรุณสวัสดิ์เช้าวันที่ 6 มกราคมครับ เมื่อวานหลายคนอาจจะวุ่นวายกับการปรับตัววันแรก วันนี้เรามาเติมความนิ่งด้วยธรรมะที่ช่วย...
05/01/2026

อรุณสวัสดิ์เช้าวันที่ 6 มกราคมครับ เมื่อวานหลายคนอาจจะวุ่นวายกับการปรับตัววันแรก วันนี้เรามาเติมความนิ่งด้วยธรรมะที่ช่วยให้ "ใจเบา" ขึ้นในการทำงานครับ

ธรรมะที่อยากฝากไว้ในเช้านี้คือเรื่อง "ความพอดีและการปล่อยวางในหน้าที่" ครับ
___

โดย Pthai พี่ไทเล่าให้ฟัง
ฝากกดติดตามด้วยนะครับ
___

ธรรมะรับอรุณ: "ทำเต็มที่ แต่ไม่แบกผล"

ในทางธรรมมีหลักการที่น่าสนใจคือการแยกแยะระหว่าง "เหตุ" กับ "ผล" ออกจากกันครับ

* สร้าง "เหตุ" ให้ดีที่สุด: หน้าที่ของเราคือการใช้สติ ปัญญา และความเพียรในการทำงานตรงหน้าให้ประณีตที่สุดเท่าที่จะทำได้ นี่คือส่วนที่เราควบคุมได้ 100%

* วาง "ผล" ลงบ้าง: ผลลัพธ์ของงานบางครั้งมีปัจจัยภายนอกที่เราคุมไม่ได้ เช่น อารมณ์คนรอบข้าง เศรษฐกิจ หรือข้อผิดพลาดทางเทคนิค หากเรา "คาดหวัง" ว่าทุกอย่างต้องเป๊ะตามใจเราเป๊ะๆ ใจจะเกิดความทุกข์ทันที

> ข้อคิด: "เมื่อเราทำเหตุดีแล้ว ผลย่อมดีตามลำดับ หากผลไม่เป็นดังใจ ก็ให้ถือว่าเป็นบทเรียน ไม่ใช่ความล้มเหลว"
___

3 สิ่งที่ควรพกไปที่ทำงานวันนี้

* รอยยิ้มแห่งความเมตตา: ลองยิ้มให้เพื่อนร่วมงานหรือลูกน้องก่อนเริ่มบทสนทนา เมตตาธรรมจะช่วยลดกำแพงและความเครียดในที่ทำงานได้ดีเยี่ยม

* สติในคำพูด: ก่อนจะส่งอีเมลหรือพูดคุยเรื่องงานที่ตึงเครียด ให้หยุดคิดสัก 2 วินาที (Pause) เพื่อให้คำพูดนั้นเป็นไปเพื่อการแก้ปัญหา ไม่ใช่การใช้อารมณ์

* ความสันโดษในใจ: คือความพอใจในสิ่งที่ตนมีและเป็นอยู่ ไม่เปรียบเทียบความสำเร็จของตนกับใครจนใจเป็นทุกข์

"วันนี้ขอให้เป็นวันที่คุณทำงานอย่างมีความสุข มองเห็นความสวยงามในสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างวันนะครับ"

🕊️ ทรัมป์: ฝันถึงสันติ แต่ตื่นมาสร้างสงคราม “7 ประเทศในปีเดียว นี่หรือผู้นำผู้รักสันติ”  นี่หรือ…คนที่อยากได้โนเบลสันติภ...
05/01/2026

🕊️ ทรัมป์: ฝันถึงสันติ แต่ตื่นมาสร้างสงคราม “7 ประเทศในปีเดียว นี่หรือผู้นำผู้รักสันติ” นี่หรือ…คนที่อยากได้โนเบลสันติภาพ?
___

เรื่อง Pthai พี่ไทเล่าให้ฟัง
รบกวนกดติดตามด้วยนะครับ
___

เขาเคยพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
พูดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ว่าตัวเองคือผู้นำที่ “ไม่ชอบสงคราม”
คือคนที่อยาก ยุติสงครามที่ไม่มีวันจบ
และถึงขั้นเคยปล่อยให้คนรอบตัวพูดแทนว่า

> เขาคู่ควรกับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ

แต่เมื่อเราหันกลับไปมอง รอยเท้าที่ทิ้งไว้ในปีเดียว รอยนั้นไม่ได้เป็นรอยรองเท้านักการทูต
มันคือ รอยตีนตะขาบของกองทัพ

เพราะเพียงปีเดียว
สหรัฐฯ ภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์
มีรายงานการใช้กำลังทางทหาร อย่างน้อย 7 ประเทศ

ไม่ใช่การเจรจา
ไม่ใช่โต๊ะประชุม
แต่เป็น ขีปนาวุธ เครื่องบินรบ และโดรน

ลองไล่เรียงกันทีละประเทศ
ทีละเหตุการณ์ ด้วยข้ออ้างต่างๆนานา
แล้วค่อยถามตัวเองว่า

> นี่คือเส้นทางสู่สันติภาพ…จริงหรือ?

---

🔥 1) เยเมน — “ปกป้องการค้าโลก” ด้วยระเบิด

มีนาคม – พฤษภาคม 2025

สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางอากาศต่อกลุ่มฮูตี
อ้างเหตุผลว่าปกป้องเส้นทางเดินเรือในทะเลแดง
ปกป้องเรือสินค้า ปกป้องเศรษฐกิจโลก

ฟังดูดี
แต่ผลลัพธ์คือ การทิ้งระเบิดต่อเนื่องหลายสัปดาห์
โครงสร้างพื้นฐานเสียหาย
พลเรือนเสียชีวิต
และเยเมนประเทศที่ยากจนอยู่แล้วยิ่งจมลึกลงไปอีก

สันติภาพยังไม่มา
มีแต่ซากตึกที่เพิ่มขึ้น

---

🔥 2) โซมาเลีย — สงครามที่ไม่มีใครเห็น

กุมภาพันธ์ 2025

การโจมตีทางอากาศเพื่อกำจัด ISIS
เกิดขึ้นเงียบ ๆ
แทบไม่มีการแถลงใหญ่โต

สหรัฐฯ บอกว่า “แม่นยำ ไม่มีพลเรือนเสียชีวิต”
แต่โซมาเลียคือประเทศที่สื่อเข้าไม่ถึง
และคำว่า “ไม่มีใครเห็น”
ไม่เคยแปลว่า “ไม่มีใครเจ็บ”

---

🔥 3) อิรัก — ฉากเดิม นักแสดงเดิม

มีนาคม 2025

ชื่อเดิม เหตุผลเดิม“ต่อต้านการก่อการร้าย”

ขีปนาวุธถูกยิง
เป้าหมายถูกทำลาย
แต่คำถามเดิมยังคาอยู่

> ถ้าการโจมตีแบบนี้ได้ผลจริง ทำไมอิรักยังไม่เคยหลุดพ้นจากวงจรความรุนแรง?

---

🔥 4) อิหร่าน — เมื่อเส้นแดงถูกเหยียบ

มิถุนายน 2025 (รายงานจากหลายสื่อ)

ความตึงเครียดกับอิหร่านพุ่งสูง
มีรายงานการโจมตีเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์
แม้รายละเอียดหลายส่วนยังไม่ถูกยืนยันอย่างเป็นทางการทั้งหมด

แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดคือ
โลกเข้าใกล้ขอบสงครามใหญ่ขึ้นอีกก้าว

---

🔥 5) ซีเรีย — สงครามที่ไม่มีวันปิดฉาก

ธันวาคม 2025

การโจมตีภายใต้ชื่อปฏิบัติการใหม่ เป้าหมายคือ ISIS แต่พื้นที่คือประเทศที่ถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ มานานกว่าทศวรรษ

ทุกฝ่ายอ้างว่า “เพื่อความมั่นคง”
แต่ไม่มีใครอธิบายได้ว่า
เมื่อไหร่ซีเรียจะได้สันติภาพจริง ๆ

---

🔥 6) ไนจีเรีย — สงครามข้ามทวีป

ธันวาคม 2025

สหรัฐฯ ใช้กำลังในแอฟริกาตะวันตก อ้างการต่อต้านกลุ่มหัวรุนแรง

อีกหนึ่งประเทศ อีกหนึ่งสมรภูมิ
ที่เพิ่มเข้าในบัญชี “การใช้กำลังเพื่อความสงบ”

---

🔥 7) เวเนซุเอลา — จุดเดือดล่าสุด

ปลาย 2025 – ต้น 2026

การโจมตี โดรน ปฏิบัติการพิเศษ ข้ออ้างคือ “ปราบยาเสพติด” และ “ความมั่นคง”

แต่เวเนซุเอลาคือประเทศน้ำมัน คือประเทศที่ถูกคว่ำบาตรมานาน และคือประเทศที่ผู้นำสหรัฐฯ เคยพูดตรง ๆ ว่า

> “เราควรได้ผลประโยชน์จากทรัพยากรของที่นั่น”

นี่ไม่ใช่แค่เรื่องความมั่นคง
แต่มันคือ การเมืองของอำนาจและทรัพยากร

---

🧠 แล้วทั้งหมดนี้…ต้องการอะไร?

ถ้ามองจากภาพรวม
สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่การ “ปราบผู้ร้าย”

แต่มันคือ
*การยืนยันอำนาจของมหาอำนาจ
*การควบคุมเส้นทางพลังงาน
*การส่งสัญญาณว่า “ใครคือคนถือไม้ใหญ่”

และล่าสุด คำพูดที่ทำให้โลกสะดุดอีกครั้ง
การย้ำว่าอยากได้กรีนแลนด์เป็นของสหรัฐฯ

ฟังดูเหมือนเรื่องตลก แต่เมื่อพูดซ้ำ มันไม่ตลกแล้ว มันคือความคิดแบบเดียวกับ > อยากได้ของคนอื่น เพราะฉันมีอำนาจมากพอ

---

⚖️ แล้วใครจะเอาผิดได้ไหม?

ในโลกอุดมคติ
ศาลโลก
กฎหมายระหว่างประเทศ
ควรมีคำตอบ

แต่ในโลกแห่งความจริง
มหาอำนาจที่ถือกองทัพอันดับหนึ่งของโลก
แทบไม่ต้องรับโทษจากใคร

ไม่ใช่เพราะเขาถูก
แต่เพราะ ไม่มีใครใหญ่พอจะบังคับ

---

🕊️ ปิดท้ายคำถามเดียว

นี่หรือ…
คนดีของอเมริกา
ผู้ใฝ่ฝันถึงโนเบลสันติภาพ
แต่ฝากผลงานไว้ด้วย
เสียงระเบิดใน 7 ประเทศ

ถ้านี่คือ “สันติภาพในแบบของเขา”
โลกก็คงต้องถามกลับเบา ๆ แต่เจ็บลึกว่า

> แล้วสงครามหน้าตาจะเป็นยังไงกันแน่?

---

#แฮชแท็ก



---

แหล่งที่มาอ้างอิง (สื่อหลัก)

Reuters
BBC News
Time
Washington Examiner
The New York Post
Wikipedia (สรุปเหตุการณ์ทางทหารปี 2025–2026)

ที่มาของภาพ: NBC News 🕊️

Address

Sydney, NSW

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when Pthai พี่ไทเล่าให้ฟัง posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Share