09/18/2026
🥹
วันนี้ได้ฟังเรื่องที่มีคนๆนึงเลือกจะเล่าให้หม่ามี้ฟัง .. เป็นเรื่องที่ไม่ใช่ทุกคนจะกล้าพูดหรือเล่าออกมาให้ใครฟัง โดยเฉพาะคนในที่ทำงาน
น้องเป็นน้อง secondment ที่ตอนนี้อยู่ Level เดียวกันกับตอนหม่ามี้ฝึกงานเลย แต่เค้าไม่ได้เป็น Co-op Student นะ ก็ทำงาน Full-time นี่แหละ แต่ด้วยตำแหน่งงาน คือ เทียบเท่าเลเวลเดียวกันกับตอนหม่ามี้ฝึกงาน ซึ่งน้องก็สมัครมาทำตำแหน่ง Analyst ในทีมหม่ามี้แบบ Secondment ก็คือมีระยะเวลากำหนดชัดเจน เช่น 6 เดือน พอครบเวลาก็กลับไปทำกับทีมเดิม หรือไปทำทีมอื่นต่ออีกที่เป็น Position แบบ secondment
หม่ามี้เป็นคนสัมภาษณ์น้อง และโหวตเองว่าคนนี้ดูหน่วยก้านดี น่าจะได้มาแล้วมาช่วยงานได้ และน้องก็ได้โอกาสเรียนรู้เพิ่มด้วย -- จาก 4 คนที่ทีมหม่ามี้ได้สัมภาษณ์ สุดท้ายน้องก็ได้งานนี้
เพื่อนแคริบเบี้ยน -- ช่วย setup training schedule และเพื่อนแคริบเบี้ยนก็เป็นคนที่ลงแรงสอนเยอะที่สุด หม่ามี้รองลงมา เพื่อนที่ Halifax และคนสุดท้าย คือ แคนาเดียนที่อยู่โตรอนโต ที่เลือกจะ ignore ไม่สนโลกสนอะไร จนวินาทีสุดท้าย และนางก็นั่งอยู่ข้างๆน้องนี่แหละ
ตลอดเวลาที่น้องอยู่กับทีมหม่ามี้ คนหลักๆที่สอนและ OJT กับน้อง คือ เพื่อนแคริบเบี้ยนและหม่ามี้ เรียกว่า ทั้งสอน ทั้งไกด์ ทั้งลองให้ทำเอง (แล้วเราคอยซัพพอร์ท) จนดูแล้วว่ารันเองได้ ถึงปล่อยให้ทำเอง มีอะไรสงสัยทักมาเมื่อไหร่ เราซัพพอร์ทน้องตลอด
วันนี้ได้มีโอกาสคุยกัน ก็ทักทายถามสารทุกข์สุกดิบ จนน้องบอกหม่ามี้ว่า "หลังจากที่ยูย้ายไป ไอก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าควรจะรู้สึกยังไง มันรู้สึกว่าทำงานไม่สนุกอีกต่อไปแล้ว งานไม่ได้เยอะจนไม่ไหว แต่มันรู้สึกว่าบรรยากาศมันไม่สนุกเหมือนตอนที่ยูยังอยู่"
เอาจริงๆ หม่ามี้รู้อยู่ลึกๆว่าน้องจะต้องเจอกับอะไร เราเป็นคนมองคนออกเร็วมากๆอยู่แล้ว แต่บังเอิญว่าเราก็แก่พรรษาพอที่จะรู้ว่าควรจะดีลกับคนแบบนั้นยังไง? แต่น้องคือยังเด็กมาก คิดดูคือเด็ก Undergrad อะ ก็แอบห่วงอยู่ตลอดว่าจะเอาอยู่ไหม จะเจอแคนาเดียนเอาเปรียบซึ่งๆหน้าหรือป่าว หรือจะเจอพฤติกรรมแย่ๆมั้ย -- แน่นอนว่าไม่พลาด
หม่ามี้ก็เลยถามไปกลางๆว่าทำไม ยูเจออะไรมา น้องก็พิมพ์มายาวเหยียด ใจความสำคัญ คือ ทุกครั้งที่น้องถามเรื่องงานกับแคนาเดียน สิ่งที่ได้รับกลับมา คือ ปัดคำถามนั้นทิ้ง และพูดจาเสียดสี บางครั้งก็ขึ้นเสียง เสียงดังจนเค้าเองรู้สึก embarrassed เพราะก็ดังจนคนแถวนั้นน่าจะได้ยินประมาณนึง 🥹 -- หม่ามี้เคยทำงานกับแคนาเดียนมาก่อน พอน้องเล่ามาก็เลยจะนึกออก เพราะเวลาอีตานี่หงุดหงิดใครซักคน ซึ่งหงุดหงิดง่ายด้วยนะ นางจะเสียงดัง เหวี่ยงเลยแหละ
อย่างหม่ามี้ เราก็จะพอรู้ละว่าคนประเภทนี้ เราจะเข้าไปแบบหงอๆ งงๆ ง่อยๆไม่ได้ เพราะเค้าพร้อมจะกด/ข่มเราทันที เราต้องหาจุดที่เราเก่งกว่าเค้าให้ได้ ซึ่งถ้าเราหาเจอ คนประเภทนี้จะไม่กล้า ซึ่งเราก็มีหลายจุดที่เราทำได้ดีกว่าเค้า เหอๆ ซอรี่นะ และที่ผ่านมาหม่ามี้ไม่เคยเจอพฤติกรรมแบบนี้เลย เต็มที่ คือ มันทำตาบอดมองไม่เห็นว่างานมันอยู่ตรงหน้า รอให้คนอื่นทนไม่ไหว จนมาหยิบไปทำเอง
น้องเล่าต่อว่ามีแค่หม่ามี้และเพื่อนแคริบเบี้ยนที่น้องรู้สึกสบายใจที่จะถามเวลาติดอะไร ตอนนี้เหมือนน้องไม่ได้มีตัวเลือกนัก ก็ต้องถามจากแคนาเดียนเอา แต่ก็ต้องเจอกับอะไรแบบนี้ แล้วน้องก็ระบายต่ออีกพักนึง แล้วก็ขอโทษที่มานั่งบ่นเรื่องพวกนี้ & ขอบคุณที่รับฟัง 🥹 -- เล่ามาถึงจุดนี้ หม่ามี้แบบรู้สึกฮึบขึ้นมาเลย เด็กคนนึงที่เพิ่งเริ่มทำงานไม่นาน ยังอยู่ในช่วงเรียนรู้ อุส่าห์พยายามถึบตัวเองให้พ้นจาก Level ล่างสุด เพื่อจะคว้าโอกาสได้ทำงานที่ Value มากขึ้น จนได้เรียกสัมภาษณ์ จนผ่านสัมภาษณ์ได้มาทำงานจริงๆ แทนที่จะมีคนซัพพอร์ทดีๆ ซึ่งน้องก็ไม่ใช่คนประเภททิ้งร่าง หวังพึ่งแต่คนอื่น น้องคือเตรียมมาก่อนแล้ว และมาถามเมื่อติดจริงๆ แล้วนี่ คือ ในทีมก็เก่งกันทุกคน (ยกเว้น Sr.Manager อะนะ เหอๆ) โดยเฉพาะแคนาเดียนที่ก็รู้ business process ดีกว่าใครๆ ตัวเองทำที่เดิมมา 25 ปี ไม่รู้ทุกเรื่องให้มันรู้ไป แต่แทนที่จะใช้ความรู้ความสามารถที่ตัวเองมีให้เป็นประโยชน์กับทีม กับคนอื่นบ้าง เปล่าเลย คิดไม่ได้เลยใช่มั้ย? โกรธอะ อยากด่า 🤬
หม่ามี้ก็บอกน้องไปว่า .. ถ้าไม่สบายใจอะไรก็แวะมาเล่าได้เสมอ คนเราควรมีคนที่เราสบายใจที่จะเล่าเรื่องอะไรแบบนี้ให้ฟังได้บ้าง หม่ามี้เองก็มีคนในที่ทำงานที่เราสบายใจที่จะเล่าเรื่องพวกนี้ให้เค้าฟังเช่นกัน
เสร็จแล้วก็เลยคุยต่อซักพัก น้องก็อัพเดทเงื่อนไขของ secondment และเหมือนตอนแรกจะได้ extend 6 months แต่ไปๆมาๆ Director อนุมัติมาแค่ 3 months -- สรุป Sr. Manager ก็ทำอะไรไม่ได้ซักอย่าง ไม่สามารถไฟท์อะไรให้ลูกน้องได้เลย พูดง่ายๆ ทุกวันนี้เหมือนเป็น slave ให้ Director แค่นั้นจริงๆ และน้องก็บอกว่าเค้ากำลังหาคนมาแทนตำแหน่งหม่ามี้
ก็เลยบอกน้องว่านี่คือสัญญาณ Red flag แล้วเลย เพราะปกติทีมนี้ Model คือ Manager 4 คน แค่นั้น ดังนั้นถ้าเค้าหาอีกคนมาแทนหม่ามี้ได้ ก็จบละ คนครบ ดังนั้นเค้าจะเอา secondment ไว้ทำไม ลด Cost ไปดีกว่า -- เลยบอกให้น้องเริ่มมองหา another option ได้แล้วเลย ไป set job alert ไป connect คนหรือทีมที่อยากทำ บลาๆ ก็แนะนำไป
แต่ก่อนเคยคิดไปเองว่าเรื่องพวกนี้ใครๆก็น่าจะรู้แล้วไหม พูดไปเดี๋ยวจะกลายเป็นสอนหนังสือสังฆราช แต่หลังๆ คือ เปลี่ยนความคิดแล้ว เพราะพบว่าเรื่องที่เราคิดว่าใครๆก็รู้ มันยังมีคนที่ไม่รู้อีกเยอะ บางคนก็ก็คือไม่รู้แบบไม่รู้จริงๆ -- บวกกับความรู้สึกที่พอโตมาอายุเท่านี้แล้ว ถ้าช่วยอะไรใครได้ (โดยเฉพาะคนที่ควรจะได้ได้รับความช่วยเหลือจากเรา .. เพราะก้ไม่ใช่ทุกคนที่ควรจะได้รับ อันนี้ก็ได้เรียนรู้เหมือนกัน 555) เราก็ยินดีที่จะช่วย แนะนำ ไกด์ใดๆ แทบจะเป็นยิ่งกว่าพระพี่เลี้ยง เรื่องบางเรื่องน้องก็บอกว่าขอบคุณมากๆที่สอนที่แชร์ ปสก. พวกนี้ มันเกินกว่าความคาดหวังเค้าไปเยอะ เอาแค่ว่าสอนงานเค้าก็ดีใจมากแล้ว 🥹
นี่สารภาพว่าฟังแล้วรู้สึกกระแทกใจมากจริงๆ 🥹 ไม่ใช่ส่วนที่เค้าชมเรา แต่เป็นส่วนที่เค้าต้องเผชิญเพียงลำพัง แล้วคิดดูว่าต้องเจอแบบนี้ทุกวัน เล่าให้ใครฟังขนาดนี้ก็ไม่ได้ (วันนี้น้องคงโล่งใจได้หน่อย อย่างน้อยก็ได้ระบาย เหมือนกันกับที่หม่ามี้มี Director คนดีคนเดิมให้ได้ระบายได้ตลอด) เพราะคือ อีคนนั่งอยู่ข้างๆกันเนี่ยแหละ แต่ปฎิบัติไม่ดีต่อกัน ไม่ให้เกียรติกัน ส่วน Sr.Manager ก็คงช่วยห่านอะไรไม่ได้ ตัวนางก็คงยังจะเอาตัวเองไม่รอดจากความต้องการของ Director
จนนี่ยังนั่งคิดว่าเรามี connection ตรงไหนบ้าง ทีมไหนบ้าง ที่ดูจะมีงานที่ฟิตกับ skillsets ของน้อง เรานี่อยากจะจูงมือพาไป coffee chat เลย คือ พร้อมแนะนำให้เลยอะ เอาจริงๆ เพราะเรารู้ว่าน้องทำงานเป็นยังไง ลอจิกใช้ได้ ไว ตั้งใจทำงาน ไม่เคยเกี่ยงงาน -- อยากให้น้องได้งานที่ดีหลังจากจบ secondment ที่นี่ ซึ่งก็เหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนเอง 🥲
จำไว้นะ ทุกคนเคยเป็น newcomer มาก่อนทั้งนั้น เคยไม่รู้ในเรื่องใดเรื่องนึงมาก่อนทั้งนั้น มีเรื่องที่ตัวเองไม่เชี่ยวชาญกันทั้งนั้น -- ดังนั้นถ้าในวันนั้นเราเคยมีใครซักคนคอยสอนงาน คอยซัพพอร์ทเรา เมื่อวันที่เราเติบโต เรารู้เยอะขึ้น อย่าทำตัวแบบนี้ ให้ลองเอาตัวเองไปยืนตรงที่เค้ายืนอยู่บ้าง เข้าใจเค้าให้มากกว่านี้ ใจจะได้เมตตาคนอื่นมากกว่านี้ ทั้งนี้ก็ยังย้ำนะ ไม่ใช่ทุกคนที่ควรจะได้รับโอกาสดีๆเช่นกัน
และก่อนหม่ามี้จะย้ายทีม หม่ามี้นั่งเขียน Python ให้แคนาเดียน ช่วยงานของนางล้วนๆ ใช้ AI ช่วยบางส่วน ซึ่งแคนาเดียนคือไม่กระดิกเลย หม่ามี้ถามน่าจะ 3 รอบว่าจะให้ go thru ให้มั้ยว่ายูต้องไปแก้ตรงไหนบ้าง เงียบ เงียบในทีนี้ คือ ถามไปทาง Webex อ่านแล้วไม่ตอบ -- Okay, fine! สุดท้ายนางมายิงนัดคุยตอนบ่ายสามโมง วันสุดท้ายที่หม่ามี้ทำงานกับทีม แล้วไม่ถามก่อนด้วยนะว่าสะดวกมั้ย? มารยาทอยู่ไหน? ซอรี่ ไอไม่สะดวก เลยพิมพ์สรุปไปให้ 5 bullets แล้วก็ปิดคอมเลย
นิสัยแบบนี้อย่าหาทำ .. สันดานมากจ้ะ 🤬 ขนาดวันปกติธรรมดา คนจะนัดเมิงหลังบ่ายสาม EST เมิงยังด่าเค้าแทบแย่ แล้วนี่กรูทำงานวันสุดท้าย แล้วเมิงมานัดเอาชม.สุดท้ายก่อนปิดเครื่อง ใช้อะไรคิด? หรือไม่ได้ใช้? (ปกติเป็นคนชอบสอนนะ ใครที่เคยทำงานด้วยจะรู้ การทำเพจมาตลอด 4 ปี แชร์นั่นแชร์นี่ไปเรื่อย ก็เพราะพื้นฐานเป็นคนแบบนี้ แต่ถ้าใครที่ทำให้เราไปถึงจุดที่ "คนอย่างเมิงไม่สมควรจะได้รับสิ่งนี้จากกรู" คุณควรพิจารณาตัวเองได้แล้ว 😁