AMFI GAMES

AMFI GAMES games aleatory

14/04/2026

ytdyuttyu

บทที่ 3: คมมีดที่ร่วงหล่นงานฉลองครบรอบแต่งงาน 5 ปี และยังเป็นงานเปิดตัวโปรเจกต์ใหม่ของบริษัทหมิงคังเหมาห้องโถงจัดเลี้ยงข...
28/03/2026

บทที่ 3: คมมีดที่ร่วงหล่น

งานฉลองครบรอบแต่งงาน 5 ปี และยังเป็นงานเปิดตัวโปรเจกต์ใหม่ของบริษัท

หมิงคังเหมาห้องโถงจัดเลี้ยงของโรงแรมระดับหกดาวไว้ทั้งหมด

เขาต้องการใช้โอกาสนี้ ดันเป่าอวี้ขึ้นสู่ตำแหน่งรองประธานกรรมการอย่างเป็นทางการ

และประกาศเรื่องที่ฉันจะถอยไปอยู่เบื้องหลังเพื่อ "ดูแลครอบครัว"

ฉันสวมชุดเดรสราตรีสีดำสนิท แหวกข้างสุดเซ็กซี่ รัดรูปโชว์สัดส่วนโค้งเว้า

ริมฝีปากทาลิปสติกสีแดงเข้มราวกับเลือด

หมิงคังมองฉันจนตาค้าง

เขาไม่เคยเห็นฉันงดงามและเฉียบขาดขนาดนี้มาก่อน

เป่าอวี้ยืนอยู่ข้างๆ โกรธจนกัดริมฝีปากล่างตัวเองแทบพัง

"ขอบคุณทุกคนที่มาร่วมยินดีครับ"

หมิงคังยืนอยู่บนเวที ถือไมโครโฟนพูดด้วยน้ำเสียงกังวาน

"วันนี้ ผมอยากจะขอบคุณคนๆ หนึ่งเป็นพิเศษ ที่เคียงบ่าเคียงไหล่ร่วมสู้กับผมมา..."

เขายังพูดไม่ทันจบประโยค

หน้าจอ LED ยักษ์ด้านหลังก็ดับวูบลง

แล้วสว่างวาบขึ้นมาใหม่

ไม่ใช่ความเป็นมาของบริษัท

แต่เป็นวิดีโอระดับ 4K คมชัดที่ถ่ายฉากโสมมบนโต๊ะทำงานในวันนั้น

เสียงครวญครางของเป่าอวี้ คำด่าทอหยาบโลนของหมิงคัง ดังก้องไปทั่วห้องโถง

แขกเหรื่อนับร้อย นักข่าว พาร์ทเนอร์ธุรกิจ ต่างอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง

เสียงแก้วไวน์ตกแตกกระจายเกลื่อนพื้น

สีหน้าของหมิงคังซีดเผือดไร้สีเลือด

เป่าอวี้กรีดร้องเสียงแหลมปรี๊ด ทรุดตัวลงนั่งกุมหัว

ฉันค่อยๆ ก้าวขึ้นไปบนเวที กระชากไมโครโฟนมาจากมือของหมิงคัง

"คนที่สามีของฉันอยากจะขอบคุณ ก็คือน้องสาวบุญธรรมแสนดีคนนี้นี่เองค่ะ"

น้ำเสียงของฉันหนักแน่นและดังกังวาน

"ขอบคุณเธอที่ช่วย 'ปรนนิบัติ' ท่านประธานแทนฉันในทุกๆ ด้าน"

"แก... นังสารเลว! แกกล้าจัดฉากใส่ร้ายฉันเหรอ!"

หมิงคังพุ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่งตั้งใจจะทำร้ายฉัน

แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้แตะต้องแม้แต่ชายกระโปรงของฉัน ร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้น

เสิ่นซิงเหยี่ยเตะเข้าที่ท้องของหมิงคังอย่างหมดจดและแม่นยำ

หมิงคังกระเด็นไปไกลสามเมตร กุมท้องอ้วกเอาดีซ่านออกมา

เสิ่นซิงเหยี่ยหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดนิ้วที่เพิ่งแตะต้องเสื้อของหมิงคัง แววตาเย็นชาดุจน้ำแข็ง

"แตะต้องผู้หญิงของฉัน แกอยากตายนักใช่มั้ย?"

บทที่ 4: ก้นบึ้งนรกของพวกขยะ

เพียงชั่วข้ามคืน หมิงคังและเป่าอวี้ก็กลายเป็นตัวตลกของคนทั้งประเทศ

วิดีโอนั้นถูกแชร์ว่อนโลกโซเชียลอย่างบ้าคลั่ง

แต่นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น

เช้าวันรุ่งขึ้น ตำรวจเศรษฐกิจบุกเข้ามาในบริษัท

หลักฐานการหลีกเลี่ยงภาษี การยักยอกทรัพย์สินออกนอกประเทศของหมิงคัง ถูกฉันส่งมอบให้ครบถ้วนไม่มีขาดตกบกพร่องแม้แต่แผ่นเดียว

เขาถูกสวมกุญแจมือคุมตัวไปจากห้องทำงาน เผชิญกับโทษจำคุกตลอดชีวิต

แล้วเป่าอวี้ล่ะ?

เธอถูกญาติพี่น้องตัดหางปล่อยวัด เพื่อนฝูงรังเกียจตีตัวออกห่าง

ไม่มีบริษัทไหนกล้ารับคนที่ทำลายครอบครัวคนอื่น สันดานเน่าเฟะอย่างเธอเข้าทำงาน

เธอเร่ร่อนอยู่ข้างถนน ถูกพวกแม่บ้านจำหน้าได้แล้วปาไข่เน่าใส่ ตบหน้ากลางถนน

เธอร้องไห้โทรหาหมิงคัง แต่เบอร์นั้นถูกระงับการใช้งานไปอย่างถาวรแล้ว

พวกมันคิดว่าตัวเองฉลาด

คิดว่าจะตบตาฉันเพื่อแย่งชิงทุกอย่างไปได้

แต่สุดท้าย พวกมันก็ไม่เหลืออะไรเลยนอกจากสองมือเปล่า และบทลงโทษจากมโนธรรมที่โหดร้ายที่สุด

ฉันยืนอยู่บนชั้นสูงสุดของอาคารบริษัท มองลงไปยังกระแสรถราที่ขวักไขว่

บริษัทตกเป็นของฉันอย่างสมบูรณ์แล้ว

พวกขยะสังคมถูกกวาดล้างไปจนหมดสิ้น

ฉันลูบหน้าท้องของตัวเอง ที่ซึ่งสิ่งมีชีวิตเล็กๆ กำลังเติบโตขึ้นทุกวัน

ลูกจ๋า แม่จัดการกวาดขยะพวกนั้นทิ้ง เพื่อปูทางไว้ให้ลูกแล้วนะ

บทที่ 5: กรงขังแสนกลของสัตว์ร้าย

ประตูห้องทำงานเปิดออกเบาๆ

เสิ่นซิงเหยี่ยเดินเข้ามา ล็อกประตูด้วยเสียง "กริ๊ก" ดังก้อง

เขาถอดแว่นตากรอบทองออก โยนมันทิ้งลงบนโต๊ะ

เมื่อปลดเปลือกนอกของสุภาพบุรุษผู้ไร้กิเลสออก ตอนนี้เขาดูเหมือนสัตว์ป่าที่กำลังหิวโซ

"เรื่องงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว"

"ตอนนี้ ถึงคราวเรื่องของเราบ้าง"

เขาก้าวเข้ามา ต้อนฉันจนชิดกระจกบานใหญ่จรดพื้น

ลมหายใจร้อนระอุรินรดที่ใบหูของฉัน แฝงไปด้วยกลิ่นบุหรี่จางๆ

"เธอหลอกใช้ฉันได้คุ้มค่ามากเลยนะ ไห่ถัง"

"แล้วคุณจะทวงหนี้ยังไงล่ะคะ?" ฉันเงยหน้าขึ้น มองสบตาที่กำลังลุกโชนด้วยไฟปรารถนาของเขาอย่างไม่เกรงกลัว

มือเรียวยาวของเขาสอดสางเข้าไปในเรือนผมของฉัน จับท้ายทอยฉันไว้แน่น

"ด้วยทั้งชีวิตของเธอ"

จุมพิตประทับลงมา

ไม่อ่อนโยน ไม่อดกลั้น

มันดุดัน ครอบครอง และเป็นการรุกรานอย่างสมบูรณ์แบบ

ฉันหลับตาลง ตอบรับความเร่าร้อนของเขา

ภายนอกหน้าต่างกระจกคือเมืองที่สว่างไสวและวุ่นวาย

ภายในคือจังหวะการเต้นของหัวใจสองดวงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเย่อหยิ่ง ที่ค้นพบกันและกันท่ามกลางซากปรักหักพัง

ห้าเดือนต่อมา

ฉันคลอดลูกสาวที่น่ารักและแข็งแรง

เสิ่นซิงเหยี่ยกลายเป็นพ่อที่ถูกต้องตามกฎหมาย เป็นสามีที่รักและตามใจภรรยาจนสุดหัวใจ

ทุกคืน เขาจะกอดฉันและลูกไว้ในอ้อมแขนแน่น แววตาอ่อนโยนจนแทบจะหลอมละลาย

ศัตรูชดใช้กรรมอยู่ในคุกอันมืดมิด

ส่วนกุหลาบดำอย่างฉัน ในที่สุดก็พบผู้ชายที่ยอมเป็นปราการบังลมบังฝนให้ฉัน

ความสุขนี้ ช่างเจิดจรัสและสมบูรณ์แบบจนถึงที่สุด

รอยมลทินในห้องทำงาน: โทษประหารของคนทรยศบทที่ 1: กองขยะส่งกลิ่นเหม็นของสังคมชุดเดรสลูกไม้สีแดงสดถูกฉีกขาด ทิ้งขว้างไว้บนพ...
28/03/2026

รอยมลทินในห้องทำงาน: โทษประหารของคนทรยศ

บทที่ 1: กองขยะส่งกลิ่นเหม็นของสังคม

ชุดเดรสลูกไม้สีแดงสดถูกฉีกขาด ทิ้งขว้างไว้บนพรมขนแกะราคาแพง

ประตูห้องทำงานของท่านประธานแง้มอยู่เพียงเล็กน้อย

ผ่านช่องประตูแคบๆ นั้น เสียงเหนอะหนะและหยาบโลนดังลอดออกมากระแทกแก้วหูของฉัน

"พี่เขย... ช้าหน่อยสิ... ถ้าพี่เขามาเห็นจะทำยังไง?"

น้ำเสียงออดอ้อนเย้ายวนนั้น ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือเป่าอวี้

น้องสาวบุญธรรมที่ปากก็พร่ำเรียกฉันว่า "พี่สาวแสนดี" คนที่ฉันอุปการะมาตั้งแต่ตอนที่เธอออกจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าด้วยตัวเปล่า

"มาก็มาสิ? นังนั่นมันโง่เป็นหมูอยู่แล้ว"

"วันๆ เอาแต่ขลุกอยู่ในครัว จะไปรู้ได้ยังไงว่าผัวตัวเองกำลังชักใยบงการทั้งบริษัทนี้อยู่?"

ผู้ชายที่กำลังโถมตัวเข้าใส่เป่าอวี้อย่างบ้าคลั่งบนโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งตัวนั้น ก็คือหมิงคัง

สามีที่ฉันทุ่มเททรัพย์สินทั้งหมดของครอบครัวเพื่อผลักดันเขามาตลอดห้าปี

พวกเขาสิ้นยางอาย ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ไม่สนศีลธรรมจรรยาใดๆ

ณ สถานที่ทำงานอันศักดิ์สิทธิ์ กลางวันแสกๆ พวกเขากลับทำเรื่องที่โสมมและน่าสะอิดสะเอียนที่สุด

ฉันยืนนิ่งอยู่ที่หน้าประตู

ในมือคือใบอัลตราซาวนด์ครรภ์อายุครบหกสัปดาห์พอดี

และรายงานทางการเงินที่บ่งบอกว่าหมิงคังกำลังแอบยักยอกเงินบริษัทออกนอกประเทศ

หัวใจของฉันไม่ได้เจ็บปวดเหมือนในละครโทรทัศน์

มันแค่เย็นชา

เย็นชาและแข็งกระด้างราวกับภูเขาน้ำแข็ง

ถ้าเป็นไห่ถังเมื่อสามปีก่อน ฉันคงพุ่งเข้าไปกรีดร้อง และตบหน้าคู่ชายหญิงสารเลวนี่ให้หัน

แต่วันนี้ ฉันเพียงแค่แค่นยิ้มมุมปาก

ฉันยกโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดโหมดถ่ายวิดีโอ 4K ที่คมชัดที่สุด

บันทึกภาพมุมกล้องที่เปลือยเปล่า และคำพูดระยำของพวกมันไว้ทั้งหมด

วิดีโอความยาวสิบห้านาที

มากพอที่จะตอกฝาโลงพวกมันให้จมดินด้วยความอัปยศของสังคม

ถ่ายเสร็จ ฉันเก็บโทรศัพท์ แล้วหมุนตัวเดินจากไปเงียบๆ

ส้นรองเท้าส้นสูงกระทบพรมเก็บเสียงโดยไม่ทำให้เกิดเสียงใดๆ

หมิงคัง เป่าอวี้

เสพสุขกันให้พอเถอะ

เพราะนี่จะเป็นวันเวลาแห่งความสุขช่วงสุดท้ายของพวกแก

ฉันจะปล่อยให้พวกแกปีนป่ายขึ้นไปจนถึงจุดสูงสุดของความเย่อหยิ่ง

แล้วฉันนี่แหละ จะเป็นคนถีบพวกแกตกลงมาสู่ขุมนรกขุมที่สิบแปดด้วยมือของฉันเอง

สองแม่ลูกอย่างเราจะกอดความแค้นนี้ไว้ แล้วเอาคืนพวกแกเป็นร้อยเท่า

บทที่ 2: กุหลาบซ่อนหนามและสายตาของนักล่า

เย็นวันนั้น หมิงคังกลับบ้านมาด้วยสีหน้าเคร่งขรึมดูภูมิฐานตามปกติ

เขาถอดเสื้อสูทออก เดินเข้ามาโอบไหล่ฉัน

"ภรรยาครับ วันนี้ที่บริษัทงานยุ่งมาก พี่เหนื่อยแทบขาดใจเลย"

กลิ่นน้ำหอมราคาถูกของเป่าอวี้ยังคงติดอยู่ที่คอเสื้อของเขา

กระเพาะฉันบีบรัดจนอยากจะอาเจียน

แต่ฉันก็ยังคงยิ้มอย่างอ่อนโยน รับเสื้อของเขามาถือไว้

"คุณเหนื่อยแย่เลย เดี๋ยวฉันไปต้มซุปแก้แฮงค์ให้นะคะ"

เขาจุมพิตเบาๆ ที่หน้าผากฉัน แววตาแฝงไปด้วยความกะหยิ่มยิ้มย่อง

เขาคิดว่าฉันเป็นคนโง่จริงๆ

เป็นแค่เมียที่เอาแต่วนเวียนอยู่ในครัว ถูกเขาจูงจมูกได้ง่ายๆ

เช้าวันรุ่งขึ้น เป่าอวี้จงใจมาเล่นที่บ้านฉัน

เธอใส่เสื้อคอกว้าง จงใจก้มตัวลงให้เห็นรอย "สตรอว์เบอร์รี" สีแดงสดบนกระดูกไหปลาร้า

"พี่ไห่ถัง ช่วงนี้กระโปรงพี่คับไปหน่อยหรือเปล่าคะ? ผู้หญิงเราถ้าไม่รู้จักดูแลหุ่น สามีจะเบื่อเอาง่ายๆ นะคะ"

เธอยกมือปิดปากหัวเราะคิกคัก สายตาเต็มไปด้วยการยั่วยุ

ฉันจิบชาอย่างใจเย็น

"เธอพูดถูก ของเก่าๆ ก็ควรทิ้งไป เก็บไว้ก็มีแต่จะรกบ้านเปล่าๆ"

เป่าอวี้หน้าเจื่อนไปนิด แต่ก็คิดว่าฉันแค่พูดลอยๆ

เธอโง่เกินกว่าจะเข้าใจความหมายแฝงของฉัน

ในหนึ่งเดือนต่อมา ฉันสวมบทบาทภรรยาที่หน้ามืดตามัวได้อย่างแนบเนียน

ฉันเซ็นเอกสารทุกใบที่หมิงคังยื่นให้โดยไม่อ่าน

ฉันปล่อยให้เป่าอวี้เดินเข้าออกห้องทำงานของสามีตามสบาย

แต่ลับหลังพวกเขา ฉันแอบไปพบทนายความอันดับหนึ่งของเมือง

ฉันแอบโอนทรัพย์สินหลักทั้งหมดของบริษัทไปยังกองทุนทรัสต์ลับ

และคนที่อยู่เบื้องหลังคอยช่วยฉันลบเลือนร่องรอยทั้งหมด ก็คือ เสิ่นซิงเหยี่ย

ผู้ชายที่มักจะสวมชุดสูทสีดำสนิท สวมแว่นตากรอบทองดูไร้กิเลส

เขาคือผู้ถือหุ้นใหญ่ที่ลึกลับที่สุดของเครือบริษัทคู่แข่ง

ในห้องน้ำชาอันเงียบสงบ เสิ่นซิงเหยี่ยคีบบุหรี่ไว้ระหว่างนิ้วเรียวยาว

"เธออดทนขนาดนี้ ไม่รู้สึกอัดอั้นบ้างหรือไง?"

น้ำเสียงเขาทุ้มต่ำ สายตาทะลุผ่านม่านควันบางๆ จับจ้องมาที่ฉัน

"อัดอั้นสิคะ" ฉันยิ้มบางๆ

"แต่เพื่อจะจับเหยื่อตัวใหญ่ นักล่าก็ต้องรู้จักกลั้นหายใจ"

เสิ่นซิงเหยี่ยหรี่ตาลงเล็กน้อย

สายตาที่ดูไร้กิเลสเป็นประจำ จู่ๆ ก็มืดทะมึนลง

ลึกลงไปในนั้นคือความต้องการครอบครองที่บ้าคลั่งและร้อนระอุ

เขาโน้มตัวเข้ามา ปลายนิ้วที่แฝงไออุ่นเฉียดผ่านใบหูของฉันเบาๆ

"จัดการกองขยะพวกนั้นเสร็จแล้ว"

"เธอต้องจ่ายค่าจ้างให้ฉันด้วยนะ ไห่ถัง"

บรรยากาศรอบตัวพลันกลายเป็นความคลุมเครือและเหนอะหนะ

ฉันไม่หลบเลี่ยง มองตรงเข้าไปในดวงตาของเขา

"แน่นอนค่ะ ถ้าคุณมีปัญญากลืนกินมันได้หมดนะ"

บทที่ 3: ความลับภายใต้เปลือกนอก (ความจริงที่โหดร้าย)เซี่ยซิงเหยียนไม่ได้ล้มพับไป เพราะเธอคือนักข่าวสงครามผู้ยอดเยี่ยมช่ว...
27/03/2026

บทที่ 3: ความลับภายใต้เปลือกนอก (ความจริงที่โหดร้าย)

เซี่ยซิงเหยียนไม่ได้ล้มพับไป เพราะเธอคือนักข่าวสงครามผู้ยอดเยี่ยม

ช่วงที่นอนอยู่โรงพยาบาล เมื่อหลับตาลง เธอจะนึกถึงสถานที่เกิดเหตุระเบิด

สถานพยาบาลทหารตั้งอยู่ในเขตปลอดภัยระดับ 1 ทำไมผู้ก่อการร้ายถึงสามารถฝ่าด่านป้องกันสามชั้นเข้ามาวางระเบิดได้?

ทำไมไป๋เสี่ยวโหรว เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูล ถึงไปปรากฏตัวในที่เกิดเหตุตรงกับเวลาจุดชนวนพอดี?

แทนที่จะจมอยู่กับความเจ็บปวด เซี่ยซิงเหยียนตัดสินใจสืบหาความจริง

เธอใช้บัตรนักข่าวพิเศษลักลอบเข้าไปในคลังข้อมูลที่หลงเหลือจากเหตุระเบิด และค้นพบความจริงที่น่าสะพรึงกลัว

การระเบิดครั้งนั้นไม่ใช่การโจมตีของผู้ก่อการร้าย แต่เป็นการทำลายหลักฐานเพื่อปกปิดความผิด

ในสถานพยาบาลวันนั้น มีการซุกซ่อนพิมพ์เขียวอาวุธไมโครเวฟรุ่นใหม่ล่าสุดของกองทัพ

มีคนทรยศชาติ ลักลอบนำพิมพ์เขียวออกไป และใช้การระเบิดเพื่อลบร่องรอย

คนผู้นั้น ย่อมรู้จุดอ่อนของระบบรักษาความปลอดภัยเป็นอย่างดี

และคนที่รู้ช่องโหว่ของระบบรักษาความปลอดภัยดีที่สุด ก็มีเพียงเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูลของหน่วยข่าวกรอง ไป๋เสี่ยวโหรว

เธอฉวยโอกาสจากความรู้สึกผิดของฟู่เจิงสิง ซ่อนตัวอยู่ใต้เงา "น้องสาววีรชน" เพื่อส่งข้อมูลลับให้กับองค์กรค้าอาวุธข้ามชาติ

วันที่เกิดระเบิด เธอรั้งอยู่เพื่อรอรับชิปข้อมูลชิ้นสุดท้าย จัดฉากว่าติดอยู่ข้างใน และหลอกใช้ฟู่เจิงสิงพาตัวเองพร้อมกับของกลางหนีออกไปอย่างปลอดภัย

เซี่ยซิงเหยียนกำหมัดแน่น เล็บจิกเข้าเนื้อจนเลือดซิบ

ชีวิตลูกของเธอ ความรักของเธอ ถูกพรากไปเพียงเพราะแผนการทรยศชาติอันแสนต่ำช้า

ในขณะเดียวกัน ที่ค่ายทหาร ฟู่เจิงสิงทำตัวราวกับคนไร้วิญญาณ

บ้านที่ปราศจากเซี่ยซิงเหยียนเงียบเหงาและเย็นเยียบราวกับสุสาน

ไม่มีซุปร้อนๆ ไม่มีแสงไฟรอคอยเขากลับมา

ไป๋เสี่ยวโหรวแสร้งทำเป็นนำน้ำแกงมาส่งให้ถึงหน้าประตู ยิ้มเอียงอาย:

"ผู้กองฟู่ พี่สะใภ้ไม่เข้าใจคุณ แต่ยังมีฉันนะคะ..."

"ไสหัวไป!"

ฟู่เจิงสิงปัดชามซุปทิ้ง สายตาคมกริบดั่งใบมีดมองทะลุตัวเธอ

สัญชาตญาณความเฉียบแหลมของทหารหน่วยรบพิเศษเริ่มตื่นตัว

เขาสังเกตเห็นว่าไป๋เสี่ยวโหรวไม่มีอาการของคนเป็น PTSD จริงๆ

ยิ่งไปกว่านั้น เขาพบว่าระบบเครือข่ายภายในมีร่องรอยการถูกแฮ็กข้อมูลในวันที่เกิดระเบิดพอดี

ตอนนั้นเอง สายเข้ารหัสลับก็ดังขึ้นที่โทรศัพท์ของฟู่เจิงสิง เป็นสายจากผู้บัญชาการเขตทหาร:

"ฟู่เจิงสิง ภรรยาของคุณ เซี่ยซิงเหยียน เพิ่งบุกเดี่ยวเข้าไปในรังขององค์กร K ที่ชายแดนพื้นที่ไร้ผู้คน เพื่อชิงชิปข้อมูลคืน สถานการณ์อันตรายมาก!"

หัวใจของฟู่เจิงสิงราวกับถูกมือมัจจุราชบีบรัด

เขาแทบคลั่ง เธอเพิ่งแท้งลูก ร่างกายยังไม่หายดี แต่กลับเอาชีวิตไปทิ้งในดงอันตราย

บทที่ 4: ชำระแค้นด้วยเลือด (จุดไคลแมกซ์)

เหมืองร้างริมชายแดน เซี่ยซิงเหยียนถูกมัดติดกับเสาเหล็ก ตามร่างกายเต็มไปด้วยรอยเฆี่ยนจนเลือดซิบ

หัวหน้าองค์กร K ลูบคลำชิปในมือ ยิ้มอย่างชั่วร้าย

และคนที่ยืนอยู่ข้างๆ เขา ก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากไป๋เสี่ยวโหรว

"แกนี่ฉลาดไม่เบานะ นักข่าวเซี่ย น่าเสียดายที่แกกำลังจะต้องลงนรกไปหาลูกที่ยังไม่ทันได้เกิดของแกแล้ว"

ไป๋เสี่ยวโหรวถอดหน้ากากผู้บริสุทธิ์ออก เผยให้เห็นความเหี้ยมโหด

"ฟู่เจิงสิงมันโง่ แค่ฉันเอาเรื่องการตายของพี่ชายมาอ้าง มันก็พร้อมจะเทิดทูนฉันเป็นบรรพบุรุษแล้ว"

"เธอจะต้องชดใช้"

เซี่ยซิงเหยียนถ่มเลือดปนน้ำลายใส่หน้าไป๋เสี่ยวโหรว สายตาเย่อหยิ่งไม่ยอมสยบ

"ปัง!"

กระสุนสไนเปอร์เจาะทะลุกะโหลกทหารยามที่ยืนอยู่ข้างไป๋เสี่ยวโหรว

ประตูเหมืองถูกรถหุ้มเกราะพุ่งชนจนกระเด็น

ฟู่เจิงสิง ดวงตาแดงก่ำราวกับปีศาจร้าย นำทีมพยัคฆ์เดือดบุกทะลวงเข้ามา

การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือดนองเลือด เสียงปืนแหวกอากาศ เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ

ฟู่เจิงสิงไม่สนใจชีวิตตัวเอง บุกเดี่ยวเปิดทางสายเลือดพุ่งตรงไปยังเซี่ยซิงเหยียน

หัวหน้าองค์กร K จนตรอก หันปากกระบอกปืน M4A1 เล็งไปที่หน้าอกของซิงเหยียนแล้วเหนี่ยวไก

โดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว ฟู่เจิงสิงเอาตัวเองเข้าบังกระสุนแทน

"ฉึก! ฉึก!"

กระสุนสองนัดฝังเข้าที่ปอดและหัวไหล่ของเขา

เลือดสดๆ ทะลักออกจากมุมปาก

แต่เขายังคงฝืนยืนหยัด ชักปืนพกยิงสวนเข้ากลางแสกหน้าหัวหน้าองค์กรอย่างแม่นยำ

ไป๋เสี่ยวโหรวตื่นตระหนกพยายามจะวิ่งหนี แต่ก็ถูกทหารจับกดเข่าลงกับพื้น

ฟู่เจิงสิงทรุดเข่าลงตรงหน้าเซี่ยซิงเหยียน สองมือที่สั่นเทาและโชกไปด้วยเลือดพยายามแก้มัดให้เธอ

ลมหายใจของเขาขาดห้วง ชีวิตกำลังสูญสิ้นจากหน้าอกที่ฉีกขาด:

"ซิงเหยียน... พี่ขอโทษ... พี่มันโง่เอง... พี่เป็นคนฆ่าลูกของเรา... พี่ขอเอาชีวิตนี้... ชดใช้ให้เธอนะ..."

พูดจบ ร่างสูงใหญ่ของเขาก็ล้มพับลงบนไหล่เล็กๆ ของเธอ

เซี่ยซิงเหยียนกอดร่างที่เต็มไปด้วยเลือดของชายคนนั้นไว้ สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่กำลังเหือดหาย

วินาทีนั้น กำแพงน้ำแข็งในใจของเธอก็เกิดรอยร้าว ท้ายที่สุดแล้ว ความแค้นก็เอาชนะความกลัวที่จะสูญเสียเขาไปไม่ได้

"ฟู่เจิงสิง! ห้ามตายนะ! ไอ้บ้า ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้!"

เธอแผดเสียงร้องอย่างน่าเวทนาท่ามกลางเหมืองที่ว่างเปล่า

บทที่ 5: น้ำแข็งละลายในฤดูใบไม้ผลิ (ตอนจบแฮปปี้เอนดิ้ง)

หกเดือนต่อมา

ศาลทหารสูงสุดพิพากษาประหารชีวิตไป๋เสี่ยวโหรวในข้อหากบฏและขายความลับทางทหาร

วันฟังคำพิพากษา เธอร้องโวยวายอย่างบ้าคลั่ง แต่ไม่มีใครสนใจงูพิษที่ถูกถอนเขี้ยวทิ้งอีกต่อไป

ที่โรงพยาบาลศูนย์ ฟู่เจิงสิงผ่านการผ่าตัดใหญ่ถึงสามครั้ง นอนติดเตียงอยู่นานถึงสามเดือน กว่าจะรอดพ้นจากเงื้อมมือมัจจุราชมาได้

ตั้งแต่วันที่ฟื้นขึ้นมา หัวหน้าหน่วยรบเหล็กกล้าผู้แสนเย็นชาในวันวาน ก็กลายสภาพเป็นคนติดเมียอย่างหน้าไม่อาย

เซี่ยซิงเหยียนกำลังนั่งปอกแอปเปิ้ลอยู่ข้างเตียงผู้ป่วย ใบหน้าของเธอกลับมามีสีเลือดฝาดอีกครั้ง แต่สายตายังคงความเย็นชาเอาไว้

"ที่รัก... พี่เจ็บแผล..."

ฟู่เจิงสิงใช้โทนเสียงที่น่าสงสารที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อออดอ้อน ยื่นแขนที่ยังมีสายน้ำเกลือเสียบอยู่ตั้งใจจะสวมกอดเอวเธอ

เซี่ยซิงเหยียนปัดมือเขาออกเบาๆ ป้อนแอปเปิ้ลเข้าปากเขา:

"ใบหย่านั่นคุณฉีกทิ้งไปแล้ว ศาลทหารก็ไม่รับฟ้องเรื่องของเราอีก แต่ฉันยังไม่ได้บอกเลยนะว่าจะยกโทษให้คุณ"

"พี่รู้ พี่จะใช้เวลาทั้งชีวิตที่เหลือชดเชยให้เธอ"

ดวงตาสีดำสนิทของเขามองเธอ เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักใคร่ตามใจและความสำนึกผิดอย่างสุดซึ้ง

เขาค่อยๆ หยิบพินัยกรรมที่ผ่านการรับรองทางกฎหมายออกมาจากกระเป๋าเสื้อผู้ป่วย

"ทรัพย์สินทั้งหมด ชีวิต เงินเดือน เกียรติยศของพี่ ล้วนเป็นของเธอ"

"รวมถึงตัวพี่ด้วย จะเป็นลูกหมาของเธอ ไล่ยังไงก็ไม่ไป"

เซี่ยซิงเหยียนหลุดขยับยิ้ม รอยยิ้มที่แท้จริงซึ่งทำให้ห้องพักฟื้นที่หนาวเย็นสว่างไสวขึ้นมา

เธอรู้ดีว่า ผู้ชายคนนี้ได้ใช้ชีวิตของเขาเพื่อไถ่บาป ได้ลากคอศัตรูของลูกไปขึ้นศาลด้วยตัวเอง

เธอลงโทษเขาแบบนี้ มันก็เพียงพอแล้ว

สองปีต่อมา

ฤดูใบไม้ผลิอันแสนอบอุ่น ดอกซากุระบานสะพรั่งทั่วลานหน้าคฤหาสน์

ฟู่เจิงสิงในชุดลำลอง มือซ้ายชงนมผงอย่างชำนาญ มือขวาอุ้มเด็กหญิงตัวอวบอ้วนผิวขาวจั๊วะที่กำลังหัวเราะเอิ๊กอ๊าก

เขาก้มลง จูบที่หน้าผากของเซี่ยซิงเหยียนที่กำลังนอนอ่านหนังสืออยู่บนโซฟา

"ที่รัก ดื่มนมได้แล้ว"

เขาเอาคางถูไถกับคอของเธอ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรักใคร่อย่างเลี่ยนๆ

เซี่ยซิงเหยียนมองดูสองพ่อลูก สายตาเปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยน

พายุร้ายผ่านพ้น แผนการมืดมิดกลายเป็นอดีต ความเจ็บปวดแสนสาหัสในวันวาน ได้รับการเยียวยาด้วยชีวิตใหม่ที่สดใส

และความรักที่ถูกหล่อหลอมผ่านเลือดและไฟ

ในท้ายที่สุด หลังจากเถ้าถ่านแห่งการทำลายล้าง นกฟีนิกซ์ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นใหม่ นำพามาซึ่งความสุขที่สมบูรณ์แบบที่สุด

บทที่ 3: เปิดไพ่ใบสุดท้ายและการเกิดใหม่แห่งความสุขสามวันต่อมาห้องพัก VIP ของฉันสว่างไสวไปด้วยแสงแดดยามเช้า แต่อากาศภายใน...
27/03/2026

บทที่ 3: เปิดไพ่ใบสุดท้ายและการเกิดใหม่แห่งความสุข

สามวันต่อมา

ห้องพัก VIP ของฉันสว่างไสวไปด้วยแสงแดดยามเช้า แต่อากาศภายในกลับอัดแน่นไปด้วยความอันตราย

ประตูห้องเปิดออก

หลินเหว่ยเดินเข้ามา รอยยิ้มบนริมฝีปากของเขาจอมปลอมจนน่าสะอิดสะเอียน

ข้างกายเขาคือยัยแม่สามีที่กำลังจูงมือเด็กผู้ชายวัยราวเจ็ดขวบ ใบหน้าที่เจ้าเล่ห์และแววตาปลิ้นปล้อนนั้นถอดแบบมาจากพ่อของมันไม่มีผิด

"ที่รัก ดูสิว่าผมพาใครมาเยี่ยมคุณ"

เขาดันเด็กชายขึ้นมาข้างหน้า แสร้งทำเป็นอึกอัก ตีหน้าเศร้า

"นี่คือลูกของญาติห่างๆ ที่ต่างจังหวัดเพิ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ เด็กคนนี้น่าสงสารมาก กำพร้าทั้งพ่อและแม่"

แม่สามีของฉันรีบผสมโรงทันที ซับหางตาที่แห้งผาก

"ใช่แล้วอันอัน บ้านเราคนน้อย เธอก็คลอดลูกไม่ได้ สู้เรารับเด็กคนนี้มาเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรมดีกว่า บ้านจะได้ครึกครื้น วันหน้าจะได้มีคนสืบทอดวงศ์ตระกูล"

รับเลี้ยง?

ฉันหลุบตามองแหวนแต่งงานเพชรระยิบระยับบนนิ้วนาง มุมปากค่อยๆ โค้งขึ้น

ฉันหยิบแก้วน้ำเปล่าบนโต๊ะข้างเตียง ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้า

"คุณอยากรับมันมาเลี้ยงหรอ?" ฉันถาม น้ำเสียงเบาหวิว

"ใช่แล้วล่ะ คุณดูสิแกเป็นเด็กดี..."

"เพล้ง!"

ไม่ทันที่เขาจะพูดจบ ฉันก็สาดน้ำเปล่าทั้งแก้วใส่หน้าหลินเหว่ยเต็มแรง แล้วปาแก้วน้ำกระเบื้องลงแทบเท้าเขาจนแตกกระจาย

ถึงแม้จะเป็นแค่น้ำเย็น แต่การสาดอย่างแรงทำให้หลินเหว่ยผงะถอยหลังไปตามสัญชาตญาณ เอามือกุมหน้าและร้องเสียงหลง

ไอ้ลูกนอกสมรสตกใจร้องไห้จ้าเสียงดังลั่น

ยัยแม่สามีเบิกตากว้าง กรีดร้องราวกับหมูถูกเชือด พุ่งเข้ามาจะตบฉัน

"นังบ้า! แกกล้าตีผัวแกหรอ?"

ฉันเพียงแค่แสยะยิ้ม แล้วดีดนิ้วหนึ่งที

ประตูห้องน้ำเปิดผางออก

บอดี้การ์ดร่างยักษ์ในชุดดำสี่คนพุ่งพรวดออกมาดั่งเสือดาว

พวกเขาเตะสกัดอย่างชำนาญ จับหลินเหว่ยและยัยแม่สามีกดลงกับพื้นกระเบื้องอันเย็นเฉียบ บิดแขนพวกมันไพล่หลัง

"พวกแกทำบ้าอะไรเนี่ย? ปล่อยฉันนะ! ฉันจะแจ้งตำรวจ!" หลินเหว่ยคำราม หน้าแนบชิดกับพื้น พยายามดิ้นรนสุดชีวิต

ฉันเดินเข้าไปอย่างใจเย็น กระทืบส้นรองเท้าส้นสูงแหลมปรี๊ดลงบนหลังมือของเขาที่กำลังตะเกียกตะกายอยู่บนพื้น

ฉันขยี้แรงๆ

เสียงกระดูกลั่นกรอบแกรบผสมผสานกับเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของชายผู้ทรยศ

"แจ้งตำรวจงั้นหรอ? บังเอิญจัง ฉันเพิ่งแจ้งให้คุณพอดีเลย"

ฉันโยนแฟ้มประวัติการรักษาต้นฉบับ ใบยินยอมการผ่าตัด และผลตรวจ DNA ใส่หน้าเขา

"เลี้ยงลูกของญาติห่างๆ งั้นหรอ? หรือว่าไปรับองค์รัชทายาทลูกนอกสมรสของคุณกับนังแฟนเก่ากลับมาผลาญสมบัติของตระกูลเซี่ยกันแน่?"

สีหน้าของหลินเหว่ยซีดเผือดราวกับศพในพริบตา ริมฝีปากสั่นระริกจนพูดไม่ออก

ทันใดนั้น ทนายเฉิน - ตัวแทนทางกฎหมายที่มีอำนาจที่สุดของเครือบริษัทครอบครัวฉัน - ก็เดินเข้ามาในห้อง

เขาขยับกรอบแว่น เน้นย้ำทีละคำอย่างชัดเจน

"คุณเซี่ยได้ยื่นฟ้องอย่างเป็นทางการแล้ว ทรัพย์สิน หุ้น และอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมดในชื่อของหลินเหว่ยถูกอายัดฉุกเฉินเพื่อรอการระงับการทำธุรกรรม"

"ในขณะเดียวกัน รถของเจ้าหน้าที่สืบสวนจอดอยู่ด้านล่าง คุณและคุณอารองผู้อำนวยการของคุณจะถูกจับกุมทันทีในข้อหาจงใจทำร้ายร่างกาย ทำร้ายจิตใจ และร่วมกันฉ้อโกงทางการแพทย์"

ความมืดมิดร่วงหล่นลงตรงหน้าสองแม่ลูก

หลินเหว่ยโขกหัวลงกับพื้นอย่างบ้าคลั่ง เลือดไหลซึมออกจากหน้าผาก ร้องไห้อ้อนวอนอย่างน่าสมเพช

ยัยแม่สามีเป็นลมล้มพับไปกองกับพื้น น้ำลายฟูมปากเพราะอาการเส้นเลือดในสมองแตกเฉียบพลันเนื่องจากช็อกเกินไป

ฉันชักเท้ากลับ หันหลังมองออกไปนอกหน้าต่างที่อาบไล้ไปด้วยแสงแดด

เกมจบลงแล้ว

สองปีต่อมา

คลื่นทะเลสาดซัดกระทบหน้าผา นำพาฟองคลื่นสีขาวโพลนและความเค็มของมหาสมุทรมาด้วย

ฉันยืนอยู่บนระเบียงของคฤหาสน์ริมทะเล สวมเสื้อคาร์ดิแกนบางๆ จิบนมสดอุ่นๆ

ศัตรูได้รับการชดใช้กรรมแล้ว

คุณอาของเขาถูกเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพตลอดชีวิต และถูกตัดสินจำคุกสิบปี

หลินเหว่ยแบกรับหนี้สินค่าชดเชยก้อนโต ได้ยินมาว่าตอนนี้ต้องไปเป็นคนงานแบกหามที่กองขยะชานเมือง

ยัยแม่สามีอัมพาตครึ่งซีก นอนรอความตายอยู่ในบ้านพักคนชราซอมซ่อโดยไม่มีใครเหลียวแล

อ้อมแขนแกร่งที่แผ่ซ่านความอบอุ่นอันคุ้นเคย สวมกอดเอวฉันจากด้านหลังอย่างกะทันหัน

เสิ่นหลิง - ผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิต และตอนนี้คือผู้ชายที่เป็นของฉัน - ประทับจุมพิตลงบนกระหม่อมของฉันเบาๆ

"ภรรยาครับ ข้างนอกลมแรง ระวังจะเป็นหวัดเอานะ"

เสียงของเขาทุ้มต่ำ แฝงไปด้วยความเอาใจใส่อย่างหาที่สุดไม่ได้

ฝ่ามือใหญ่ของเขาลูบไล้เบาๆ บนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาในเดือนที่ห้าของฉัน

ใช่แล้วล่ะ

การผ่าตัดจุลศัลยกรรมต่อท่อนำไข่ที่ดำเนินการโดยเสิ่นหลิงประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

ผ่านพ้นหุบเหวแห่งการทรยศอันมืดมิด ฉันไม่เพียงแต่ทวงคืนความยุติธรรมกลับมาได้ แต่ยังได้สวมมงกุฎที่เจิดจรัสที่สุดด้วยมือของฉันเอง

"ฉันไม่หนาวหรอกค่ะ เพราะมีคุณอยู่ที่นี่แล้ว" ฉันยิ้ม เอนศีรษะซบลงบนอกของเขา

ความสุขที่แท้จริง ในที่สุดก็ผลิบานขึ้นมาจากกองเถ้าถ่าน

เลือดเย็นและรักแท้: แลกชีวิตเพื่อรักเธอบทที่ 1: หิมะเปื้อนเลือด (ความเจ็บปวดที่ฉีกกระชาก)ฤดูหนาวปี 2024 ความหนาวเหน็บที่...
27/03/2026

เลือดเย็นและรักแท้: แลกชีวิตเพื่อรักเธอ

บทที่ 1: หิมะเปื้อนเลือด (ความเจ็บปวดที่ฉีกกระชาก)

ฤดูหนาวปี 2024 ความหนาวเหน็บที่บาดลึกถึงกระดูกของชายแดนเหนือ ไม่อาจเทียบได้กับความเย็นชาที่แผ่ซ่านในอกของเซี่ยซิงเหยียน

ควันดำพวยพุ่งจากซากปรักหักพังของสถานพยาบาลทหาร

เสียงระเบิดของกลุ่มผู้ก่อการร้ายเพิ่งฉีกกระชากแก้วหูของเธอไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อน

เซี่ยซิงเหยียน นักข่าวสงครามผู้เจนจัด เวลานี้กลับเป็นเพียงแม่ที่อ่อนแอซึ่งตั้งครรภ์ได้ห้าเดือน และถูกทับอยู่ใต้ซากคานคอนกรีต

หน้าท้องของเธอปวดร้าวราวกับจะปริแตก

ความรู้สึกของชีวิตเล็กๆ ที่กำลังดิ้นรนอย่างสิ้นหวังถูกส่งผ่านความเจ็บปวดบีบรัดมาอย่างชัดเจน

เลือดอุ่นๆ ไหลรินลงมาตามเรียวขา ซึมเปื้อนกางเกงชั้นใน หยดลงบนหิมะสีขาวโพลนจนกลายเป็นแอ่งเลือดสีแดงฉานบาดตา

"ช่วยด้วย... ช่วยลูกฉันด้วย..."

เซี่ยซิงเหยียนกัดริมฝีปากล่างจนแตก กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งในปาก

สติของเธออยู่บนขอบเหวแห่งการพังทลาย ความมืดมิดเริ่มกลืนกินการมองเห็น

วินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าย่ำลงบนเศษอิฐก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบ หน่วยรบพิเศษพยัคฆ์เดือดมาถึงแล้ว

เซี่ยซิงเหยียนรวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายลืมตาขึ้น

ผ่านม่านควัน เธอเห็นผู้ชายที่เป็นดั่งชีวิตของเธอ ฟู่เจิงสิง หัวหน้าหน่วยรบพิเศษ สามีของเธอ

เขาสวมเสื้อเกราะกันกระสุน ใบหน้าที่หล่อเหลาและดุดันเต็มไปด้วยเขม่าควัน สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวกำลังกวาดมองพื้นที่

เซี่ยซิงเหยียนใจเต้นรัว กำลังจะเอ่ยเรียกชื่อเขา

เธอรู้ว่าเขาต้องช่วยเธอ เขาคือฮีโร่ของเธอ

แต่ทว่า วินาทีที่ฟู่เจิงสิงกำลังจะก้าวมาทางเธอ เสียงกรีดร้องแหลมปรี๊ดก็ดังขึ้นจากฝั่งตรงข้าม

"ผู้กองฟู่! ช่วยด้วย! ฉันกลัว พี่ชายฉันตายอย่างน่าอนาถ!"

นั่นคือ ไป๋เสี่ยวโหรว เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูลทางทหาร น้องสาวของเพื่อนร่วมรบที่เคยสละชีวิตรับกระสุนแทนฟู่เจิงสิง

เธอกำลังกอดเข่าขดตัวอยู่ในมุมที่ปลอดภัย ไม่ได้ถูกของหนักทับแต่อย่างใด

แต่กลับร้องไห้คร่ำครวญอย่างน่าเวทนา แสร้งทำเป็นตื่นตระหนกสุดขีด

ฝีเท้าของฟู่เจิงสิงชะงักงัน

เขามองมาที่เซี่ยซิงเหยียนที่กำลังรวยรินจมกองเลือด สลับกับมองไป๋เสี่ยวโหรวที่กำลังทึ้งผมตัวเองอย่างบ้าคลั่ง

กฎของกองทัพที่ต้องให้ความสำคัญกับผู้ที่มีอาการทางจิตเวชรุนแรงเพื่อป้องกันการฆ่าตัวตาย และความรู้สึกผิดต่อเพื่อนร่วมรบที่จากไป

ทำให้เขาตัดสินใจอย่างโหดร้ายที่สุดในชีวิต

"ซิงเหยียน อดทนไว้นะ พี่จะพาเสี่ยวโหรวออกไปก่อน ทีมกู้ภัยกำลังมา!"

ฟู่เจิงสิงหันหลังกลับ

เขาอุ้มไป๋เสี่ยวโหรววิ่งฝ่ากองเพลิงออกไป ทิ้งให้เซี่ยซิงเหยียนถูกทอดทิ้งอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่า

วินาทีที่แผ่นหลังอันแข็งแกร่งนั้นลับตาไป เซี่ยซิงเหยียนสัมผัสได้ชัดเจนถึงเลือดที่ทะลักออกมาจากร่างกายท่อนล่าง

เด็กในท้องของเธอหยุดดิ้น เสียง "ปึก" เบาๆ ดังขึ้นในห้วงความคิด

จังหวะการเต้นของหัวใจของชีวิตเล็กๆ หยุดลงแล้ว

เจ็บปวด ความเจ็บปวดทางกายที่กระดูกเชิงกรานถูกคานทับ ไม่เท่ากับเศษเสี้ยวความรู้สึกฉีกขาดในวิญญาณ

เธอสูญเสียลูกไปแล้ว สูญเสียไปต่อหน้าต่อตาผู้ชายที่เธอรักหมดหัวใจ

เซี่ยซิงเหยียนนอนราบอยู่บนหิมะที่หนาวเหน็บ น้ำตาเหือดแห้ง มุมปากยกยิ้มอย่างน่าสมเพชและแปลกประหลาด

หัวใจของเธอ พร้อมกับเด็กในครรภ์ ได้ตายจากไปตลอดกาลในวันหิมะตกวันนั้น

บทที่ 2: ลูกที่ตายจากไปพร้อมกับความรักของฉัน

ห้อง ICU ของโรงพยาบาลทหารเหลือเพียงเสียงเครื่องวัดชีพจรดังติ๊ดๆ อย่างเย็นชา

เมื่อฟู่เจิงสิงผลักประตูเข้ามา ร่างกายเขายังคงเต็มไปด้วยกลิ่นดินปืนและกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของไป๋เสี่ยวโหรว

เขาขมวดคิ้ว มองดูเซี่ยซิงเหยียนที่ผอมซูบจนเหลือแต่กระดูก นั่งพิงหัวเตียง สายตาว่างเปล่ามองออกไปนอกหน้าต่าง

"หมอบอกว่าพ้นขีดอันตรายแล้ว"

น้ำเสียงของฟู่เจิงสิงยังคงทุ้มต่ำและแข็งกระด้าง ความเหนื่อยล้าปรากฏชัดที่หางตา

"เรื่องลูก... เรายังหนุ่มสาว วันข้างหน้ายังมีได้อีก วันนั้นเสี่ยวโหรวอาการกำเริบหนัก ถ้าพี่ไม่พาเธอออกมาก่อน เธอคงกัดลิ้นตัวเองตาย"

"เธอเป็นคนเข้มแข็ง เธอต้องเข้าใจพี่นะ"

เซี่ยซิงเหยียนค่อยๆ หันหน้ากลับมา

ไม่มีเสียงกรีดร้อง ไม่มีฝ่ามือที่ฟาดลงด้วยความโกรธแค้น และไม่มีน้ำตาแห่งความอ่อนแออย่างที่เขาคิด

ดวงตาของเธอสงบนิ่งราวกับบ่อน้ำโบราณนับพันปีที่ไร้ระลอกคลื่น มองเขาเหมือนมองคนแปลกหน้า

"ฟู่เจิงสิง"

เสียงของเธอแหบพร่า แห้งผาก แต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ

"ตอนที่คุณอุ้มเธอออกไป ลูกของเรากำลังดิ้นรนอยู่ในเดือนสุดท้าย"

"เขาเจ็บปวดทรมานอยู่ในท้องฉัน เลือดของเขาไหลซึมเปื้อนชุดเครื่องแบบที่ฉันรีดให้คุณกับมือ"

"คุณบอกว่าฉันเข้มแข็งเหรอ? ใช่ ฉันเข้มแข็งมากพอที่จะรับรู้ถึงความตายของเลือดเนื้อเชื้อไขตัวเองโดยไม่เป็นบ้าไปเสียก่อน"

ฟู่เจิงสิงราวกับถูกชกเข้าที่หน้าอกอย่างจัง ก้าวเท้าโซเซ

เขาตั้งใจจะก้าวไปจับมือเธอ

"ซิงเหยียน พี่..."

"อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!"

เธอสะบัดมือเขาออก สายตาเต็มไปด้วยความขยะแขยงถึงขีดสุด

"กลิ่นบนตัวคุณมันทำให้ฉันคลื่นไส้"

เธอดึงกระดาษสีขาวแผ่นหนึ่งออกมาจากใต้หมอน โยนใส่หน้าอกเขา

มันคือใบหย่า ที่มีลายเซ็นของเธอแห้งสนิท แนบมาพร้อมกับใบมรณบัตรของทารกไร้ชื่อ

"เซ็นซะ แล้วก็ไสหัวไปให้พ้นหน้าฉัน"

"ซิงเหยียน! อย่าทำตัวไร้เหตุผลได้ไหม! การหย่าของทหารไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ตามอำเภอใจ!"

ฟู่เจิงสิงคำราม ความตื่นตระหนกเริ่มลุกลามในใจเขา

"ไม่เซ็นก็ไม่เป็นไร ฉันยื่นเรื่องขอแยกกันอยู่ต่อศาลทหารแล้ว บ่ายนี้ฉันจะออกจากโรงพยาบาล"

"จากนี้ไป ความเป็นตายของคุณ เกียรติยศของคุณ หรือต่อให้คุณจะกอดผู้หญิงคนนั้นนอนบนเตียงของเรา ก็ไม่เกี่ยวกับฉันอีกต่อไป"

บ่ายวันนั้น เซี่ยซิงเหยียนจากไป

เธอไม่ได้เอาอะไรไปจากเรือนหอเลย นอกเสียจากแฟลชไดรฟ์ที่เก็บภาพอัลตราซาวนด์ของลูกที่จากไป

ฟู่เจิงสิงยืนนิ่งงันอยู่ที่หน้าประตูโรงพยาบาล มองดูแผ่นหลังที่ผอมบางและเหยียดตรงของเธอค่อยๆ ลับตาไป

เป็นครั้งแรกในชีวิตของหัวหน้าหน่วยรบเหล็กกล้า ที่เขาได้ลิ้มรสความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด เขากำลังจะเสียเธอไปจริงๆ

บทที่ 2: การลอกคราบปีศาจใต้แสงไฟโรงพยาบาลเมื่อฉันตื่นขึ้นมา กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่คุ้นเคยก็ปะทะเข้าจมูกอีกครั้งฉันกำลังนอ...
27/03/2026

บทที่ 2: การลอกคราบปีศาจใต้แสงไฟโรงพยาบาล

เมื่อฉันตื่นขึ้นมา กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่คุ้นเคยก็ปะทะเข้าจมูกอีกครั้ง

ฉันกำลังนอนอยู่ในห้องพักฟื้นผู้ป่วยหนักระดับ VIP

ความเจ็บปวดจากแผลผ่าตัดที่หน้าท้องแล่นริ้วเข้ามา ปวดหนึบแต่ก็สมจริง ย้ำเตือนฉันว่าความจริงอันน่าสยดสยองเมื่อคืนนี้ไม่ใช่ฝันร้าย

หมอเสิ่นหลิงกำลังยืนอยู่ข้างเตียง พลิกดูประวัติการรักษาของฉัน

แววตาภายใต้กรอบแว่นสีทองของเขาฉายแววซับซ้อน

"คุณเซี่ย คุณเคยทำศัลยกรรมทำหมันตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ?"

เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ แววตาจับผิด

"ทำไมในประวัติการรักษาทางการแพทย์ส่วนกลางของคุณถึงไม่มีบันทึกใดๆ เกี่ยวกับการผ่าตัดครั้งนี้เลยล่ะครับ?"

ฉันกำผ้าปูเตียงสีขาวโพลนแน่น เล็บจิกทึ้งลงบนฝ่ามือจนเลือดซิบ

ฉันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหมอที่เพิ่งช่วยชีวิตฉันไว้ พยายามกลืนก้อนความรู้สึกที่จุกอยู่ที่คอลงไป

"ฉันไม่ทราบค่ะ มีคนแอบทำแบบนั้นกับฉันโดยพลการ"

เสียงของฉันแหบพร่า แตกสลาย แต่กลับแฝงไปด้วยความแน่วแน่ที่เย็นชาจนน่ากลัว

เสิ่นหลิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ดูเหมือนเขาจะพอเดาเรื่องราวอันดำมืดเบื้องหลังได้ลางๆ

เขาปิดแฟ้มประวัติคนไข้ ถอนหายใจ: "ถ้าคุณต้องการหลักฐานทางกฎหมาย ผมยินดีให้ภาพจากการส่องกล้องเมื่อคืนนี้ครับ"

ฉันยังไม่ทันได้กล่าวขอบคุณ ประตูห้องพักผู้ป่วยก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง

หลินเหว่ยพุ่งเข้ามา ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ผมเผ้ายุ่งเหยิงราวกับเพิ่งผ่านพายุบุระแคม

ตามมาติดๆ ด้วยยัยแม่สามี ริมฝีปากบางเฉียบของนางเบ้เป็นเส้นโค้งที่ดูถูกเหยียดหยามอย่างที่เคยเป็นประจำ

"อันอัน! ที่รัก คุณทำผมตกใจแทบตาย!"

เขาถลันเข้ามา จับมือฉันไว้แน่น ขอบตาแดงก่ำ

แต่ฉันไม่พลาดสายตาที่แอบลอบสังเกตของเขาที่กวาดมองใบหน้าฉัน ราวกับต้องการยืนยันว่าฉันรู้อะไรไปบ้างแล้ว

ฉันกดความรู้สึกคลื่นไส้ที่ตีตื้นขึ้นมาถึงคอ ปล่อยให้มือสกปรกของเขาสัมผัสตัวฉัน

"หมอบอกว่าถุงน้ำรังไข่คุณแตก มันอันตรายมากรู้ไหม? ขอบคุณสวรรค์ที่คุณฟื้นขึ้นมา"

แม่สามียืนกอดอก พ่นลมหายใจอย่างเย็นชาและแหลมคม

"เป็นหมันคลอดลูกไม่ได้อยู่แล้ว ตอนนี้ยังจะมาผ่าตัดรังไข่ออกอีก! ตระกูลหลินนี่ช่างโชคร้ายจริงๆ ที่รับแกเข้ามา"

นางปรายตามองฉันราวกับมองขยะ

"ไม่รู้ว่าชาติที่แล้วบ้านฉันไปทำเวรทำกรรมอะไรไว้ ชาตินี้ถึงได้ไร้ทายาทสืบสกุลแบบนี้!"

ถ้าเป็นเมื่อก่อน ฉันคงก้มหน้า ร้องไห้น้ำตาคลอแล้วกล่าวขอโทษพวกเขาทั้งสอง

แต่ตอนนี้ เมื่อได้ยินคำด่าทอเหล่านั้น ฉันกลับรู้สึกขบขัน

เป็นละครที่ยอดเยี่ยมจริงๆ

ฉันหลับตาลง บีบน้ำตาร้อนๆ สองสายออกมา สวมบทบาทภรรยาที่พังทลายและอ่อนแอถึงขีดสุด

"ฉันขอโทษ... เป็นเพราะฉันมันไร้ค่า..." ฉันสะอื้น เสียงสั่นเครือ

หลินเหว่ยเห็นฉันร้องไห้ ก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกอย่างแยบยล

เขาปลอบโยนฉันด้วยคำพูดจอมปลอมไม่กี่ประโยค สัญญาว่าจะต้มซุปไก่มาให้ แล้วก็รีบดึงแม่ปากคอเราะร้ายของเขาจากไป

ทันทีที่พวกเขาคล้อยหลัง น้ำตาบนใบหน้าของฉันก็เหือดแห้งไปในทันที

ฉันกระชากเข็มน้ำเกลือที่หลังมือออกอย่างแรง ปล่อยให้เลือดซึมออกมา

ฉันรีบคว้าเสื้อโค้ทสีดำมาคลุมทับชุดผู้ป่วย ดึงหมวกลงมาปิดหน้า ลอบออกจากห้องพักฟื้นผู้ป่วยกลางดึก

เป้าหมายของฉันคือโรงพยาบาลเอกชนของคุณอาของหลินเหว่ย

ฉันเรียกแท็กซี่ ส่งข้อความหาวี เพื่อนสนิทสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ซึ่งตอนนี้เป็นหัวหน้าแผนกเภสัชกรรมที่โรงพยาบาลแห่งนั้น

มีเพียงเธอเท่านั้นที่มีอำนาจและความสามารถที่จะช่วยฉันแทรกซึมเข้าไปในห้องเก็บแฟ้มประวัติแบบกระดาษ สถานที่ซ่อนความลับที่ไม่มีวันถูกจัดเก็บในระบบดิจิทัล

ตีสอง

ทางเดินในโรงพยาบาลเงียบสงัดราวกับสุสาน

วีใช้คีย์การ์ดรูดเปิดประตูเหล็กบานหนักของห้องเก็บเอกสาร แววตาฉายแวววิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด

"แกบ้าไปแล้วอันอัน เพิ่งผ่าตัดเสร็จมาเดินแบบนี้แผลปริจะทำยังไง?"

ฉันไม่ตอบ พุ่งเข้าไปที่ชั้นเหล็กสูงตระหง่าน ค้นหาแฟ้มประวัติการรักษาของตัวเองเมื่อห้าปีที่แล้วอย่างบ้าคลั่ง

ปัดฝุ่นบางๆ ออกไป ในที่สุดสมุดประจำตัวผู้ป่วยขอบสีฟ้าก็ปรากฏขึ้น

มือของฉันสั่นเทาขณะเปิดไปที่หน้าหนังสือยินยอมการผ่าตัด

ถัดจากหัวข้อ "ผ่าตัดไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลัน" มีข้อความเล็กๆ บรรทัดหนึ่งถูกเพิ่มเติมด้วยปากกาหมึกสีดำ

"ทำหมันรัดท่อนำไข่ด้วยความสมัครใจโดยใช้คลิปไททาเนียม"

และด้านล่างสุด ตรงช่องสำหรับลายเซ็นของญาติผู้ป่วย...

ลายเซ็นของหลินเหว่ยปรากฏเด่นชัด ตวัดอย่างอิสระ ทิ่มแทงสายตาของฉัน

แต่ความน่าสะอิดสะเอียนยังไม่จบแค่นั้น

ตรงกลางระหว่างกระดาษที่เหลืองซีด ฉันพบแฟ้มผลตรวจ DNA ที่ถูกเย็บติดไว้อย่างดี

ผลการตรวจพิสูจน์สายเลือด: มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด 99.99%

ผู้ร้องขอ: หลินเหว่ย ผู้ถูกเก็บตัวอย่าง: หลินฮ่าวเผิง อายุเจ็ดขวบ

เจ็ดขวบ?

ฉันแต่งงานมาห้าปี

เขามีลูกนอกสมรสวัยเจ็ดขวบกับแฟนเก่าที่อยู่ข้างนอก!

ในที่สุดจิ๊กซอว์ทุกชิ้นที่แตกสลายก็ถูกนำมาปะติดปะต่อกันจนกลายเป็นภาพที่โหดร้ายจนน่าขนลุก

พวกเขาวางแผนทำหมันฉันกลางโต๊ะผ่าตัด เปลี่ยนฉันให้กลายเป็นคนเป็นหมันที่แบกรับความรู้สึกผิดอยู่เสมอ

จุดประสงค์ก็เพื่อให้ฉันกัดฟันทนทำงาน มอบหุ้นและผลกำไรทั้งหมดจากบริษัทของครอบครัวฉันให้พวกเขาสูบเลือดสูบเนื้อ

และเมื่อฉันถูกคั้นจนหมดเปลือก พวกเขาจะอุ้มลูกนอกสมรสคนนั้นกลับมาอย่างชอบธรรม บังคับให้ฉันรับเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรมเพื่อสืบทอดทรัพย์สมบัติทั้งหมดของตระกูลเซี่ย

ฉันซบหน้าลงกับกองเอกสาร หัวเราะลั่นอย่างบ้าคลั่งท่ามกลางห้องที่มืดมิด

ความดีงามของฉันได้ตายไปบนโต๊ะผ่าตัดเมื่อคืนนี้แล้ว

ตอนนี้ ผู้รอดชีวิตที่กลับมาจากความตาย คือปีศาจร้ายที่มาทวงแค้น

บทที่ 1: มีดหมอบนเตียงผ่าตัดและโทษประหารที่ถูกซ่อนเร้นเลือดรอยสีแดงสดบาดตาค่อยๆ ซึมเปื้อน กลืนกินผ้าไหมสีขาวบริสุทธิ์ของ...
27/03/2026

บทที่ 1: มีดหมอบนเตียงผ่าตัดและโทษประหารที่ถูกซ่อนเร้น

เลือด

รอยสีแดงสดบาดตาค่อยๆ ซึมเปื้อน กลืนกินผ้าไหมสีขาวบริสุทธิ์ของชุดราตรีราคาแพง

ความเจ็บปวดที่ฉีกกระชากหน้าอกถาโถมเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว

มันแหลมคมและโหดร้ายราวกับเข็มอาบยาพิษนับหมื่นเล่มแทงทะลุเข้าไปในท้องน้อยของฉัน

เสียงชนแก้วคริสตัลดังกังวานในงานเลี้ยงฉลองครบรอบแต่งงานห้าปีเงียบลงในพริบตา

แสงไฟระย้าหรูหราบนเพดานสว่างวาบ หมุนวนในสายตาของฉันที่เริ่มพร่ามัวลงเรื่อยๆ

ฉันล้มฟุบลงบนพื้นหินอ่อนที่เย็นเฉียบ สองมือกุมท้องแน่น ขดตัวงอราวกับกุ้งที่ถูกต้มจนสุก

"อันอัน! ที่รัก คุณเป็นอะไรไป!"

เสียงตะโกนอย่างตื่นตระหนกของหลินเหว่ยดังขึ้นข้างหู

เขาพุ่งเข้ามา โอบกอดร่างที่กำลังสั่นเทาของฉัน ใบหน้าที่หล่อเหลาเผยให้เห็นความหวาดกลัวอย่างชัดเจน

ฉันอยากจะอ้าปากเรียกชื่อเขา อยากจะร้องขอความช่วยเหลือ

แต่ลำคอเปล่งออกมาได้เพียงเสียงครางที่ขมขื่นและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง

ลมหายใจของฉันขาดห้วง สติค่อยๆ ดับวูบไปท่ามกลางเสียงซุบซิบด้วยความตกใจของเหล่าแขกเหรื่อแวดวงไฮโซ

เมื่อฉันลืมตาขึ้นอีกครั้ง สิ่งที่กระแทกสายตาคือแสงไฟผ่าตัดที่สว่างจ้าและเย็นเยียบจนน่าขนลุก

กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อพุ่งเข้าจมูก ข้นคลั่กและชวนคลื่นไส้

ฉันกำลังนอนอยู่บนเตียงผ่าตัด

ยาชาอาจจะยังออกฤทธิ์ไม่เต็มที่ หรือเป็นเพราะฉันตื่นตระหนกเกินไป สมองจึงยังคงรักษาความมีสติเฮือกสุดท้ายเอาไว้ได้

"คนไข้มีเลือดออกในช่องท้องเนื่องจากถุงน้ำรังไข่แตก"

น้ำเสียงทุ้มต่ำและเยือกเย็นของศัลยแพทย์ดังทะลุหน้ากากอนามัยออกมา

เสียงกระทบกันของเครื่องมือผ่าตัดกับถาดโลหะฟังดูชวนขนลุก

ฉันได้ยินเสียงพยาบาลพูดขึ้น น้ำเสียงแฝงไปด้วยความไม่เข้าใจ

"หมอเสิ่นคะ คุณดูสิ... นี่มันอะไรกัน?"

ความเงียบงันราวกับความตายปกคลุมไปทั่วห้องฉุกเฉิน

เหลือเพียงเสียงตี๊ดๆ อย่างสม่ำเสมอของเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจ

"ทำไมท่อนำไข่ทั้งสองข้างของคนไข้ถึงถูกรัดแน่นด้วยคลิปไททาเนียมแบบนี้ล่ะ?"

คำพูดของคุณหมอที่ชื่อเสิ่นหลิงราวกับสายฟ้าที่ผ่าทะลุแก้วหูของฉัน

คลิปไททาเนียม? ทำหมันรัดท่อนำไข่?

ฉันนอนนิ่งสนิท เบิกตากว้างมองขึ้นไปบนเพดานสีขาวโพลน

หัวใจของฉันแทบจะหยุดเต้นไปชั่วขณะ เลือดในกายแข็งทื่อ

ฉันไม่เคย... ไม่เคยทำศัลยกรรมทำหมันเลย!

ตลอดห้าปีที่ผ่านมา ฉันใช้ชีวิตอยู่ในขุมนรกแห่งความรู้สึกผิด

ห้าปีเต็มๆ ที่ฉันคุกเข่ากราบไหว้ตามวัดวาอารามต่างๆ ดื่มยาสมุนไพรจีนที่ขมปร่าจนแทบจะอาเจียนเป็นเลือด

ฉันฉีดยากระตุ้นไข่ตกเป็นสิบๆ เข็ม หน้าท้องเต็มไปด้วยรอยเข็มช้ำเลือดช้ำหนอง เพียงเพื่อแลกกับชีวิตเล็กๆ ชีวิตหนึ่ง

ทั้งหมดนี้ก็เพราะคำว่า "ต้นหมากหูหนวก(เป็นหมัน)", "ไก่ที่ออกไข่ไม่เป็น" ที่แม่สามีคอยด่าทอฉันทุกวัน

หลินเหว่ยคอยอยู่เคียงข้างฉันเสมอ ลูบผมฉัน ใช้น้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุดเพื่อปลอบโยน

เขาบอกว่าไม่มีลูกก็ไม่เป็นไร เขาต้องการแค่ฉัน ขอแค่ความรักของเราสองคนก็พอแล้ว

ฉันเคยซาบซึ้งจนน้ำตาไหลให้กับการเสียสละอันยิ่งใหญ่นั้น

แต่ตอนนี้ คลิปไททาเนียมที่เย็นเฉียบซึ่งฝังแน่นอยู่ในร่างกายของฉัน ได้ตบหน้าฉายา "สามีผู้แสนดี" ของเขาอย่างจัง

ที่แท้ ฉันก็ไม่ได้เป็นหมัน

ที่แท้ สิทธิ์ความเป็นแม่ของฉันถูกใครบางคนแย่งชิงไปกับมือ แล้วจงใจซ่อนมันไว้อย่างแนบเนียนด้วยละครฉากหนึ่งที่แสนจะอำมหิต

น้ำตาของฉันทะลักออกมา ร้อนผ่าว ไหลอาบขมับไปผสมกับเส้นผมที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ

ฉันกัดริมฝีปากล่างจนห้อเลือดเพื่อไม่ให้เปล่งเสียงกรีดร้องออกมา

ใคร? ใครเป็นคนผลักฉันลงสู่หุบเหวแห่งความสิ้นหวังนี้?

ความทรงจำอันเลือนลางพรั่งพรูเข้ามา

ห้าปีก่อน ทันทีที่กลับจากฮันนีมูน ฉันเคยเข้าโรงพยาบาลเพราะไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลัน

และคนที่ลงมือถือมีดผ่าตัดให้ฉันในปีนั้น...

ก็คือคุณอาของหลินเหว่ย ซึ่งปัจจุบันนั่งแท่นเป็นรองผู้อำนวยการของโรงพยาบาลเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในเมือง

ความหนาวเหน็บแล่นปราดไปตามสันหลังของฉัน

พวกเขาทำอะไรกับฉันบนเตียงผ่าตัดในปีนั้น?

พวกเขาเปลี่ยนฉันให้กลายเป็นคนโง่ เป็นเครื่องพิมพ์แบงก์ที่แสนเชื่อง ซึ่งแบกรับความรู้สึกผิดที่ไม่สามารถมีลูกได้เอาไว้ในใจ

คมมีดผ่าตัดในอดีตไม่เพียงแต่ตัดไส้ติ่งออกไป แต่ยังตัดอนาคตและความเป็นคนของพวกปีศาจในคราบมนุษย์ออกไปด้วย

ยาสลบเริ่มออกฤทธิ์ เปลือกตาของฉันปิดลง

แต่ในความมืดมิดที่มองไม่เห็น เปลวไฟแห่งความเคียดแค้นสีแดงฉานได้ถูกจุดประกายขึ้นอย่างเป็นทางการ

ฉันขอสาบานต่อฟ้าดิน พวกที่ทำลายชีวิตฉัน ฉันจะทำให้พวกมันต้องชดใช้ด้วยเลือดและน้ำตา

Address


Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when AMFI GAMES posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

  • Want your business to be the top-listed Media Company?

Share