20/09/2025
นอกจากวัฒนธรรมการกินแซ่บของคนไทย อีกอย่างที่เปิดโลกภายหลังจากที่ได้ไปต่างประเทศ (และได้อยู่ร่วมบ้านกันกับชาวตะวันตกประมาณเดือนหน่อยๆ ) นั่นคือ
คนไทยกินเนื้อสัตว์เยอะมาก
เรานึกภาพการกินชาบู หมูกะทะ สุกี้ปิ้งย่างสารพัด ที่เวลาเราสั่งตอนอยู่บ้านเรา ก็จะมีภาพอาหารพวกนี้มาเป็นโถ เป็นถ้วยใหญ่ ข้างในก็คือชิ้นส่วนเนื้อสัตว์ที่เรากินกัน บางทีไอ้แค่โถนั้นอะ กินมื้อเดียวด้วย
ถ้าเป็นเด็กๆ วัยรุ่นมหาลัย บางคนกินแบบนั้นสองมื้อติดกันก็มี
กลับมาที่เมืองฝรั่ง จำได้แม่นมากตอนกินอาหารมื้อแรก (ซึ่งเป็นมื้อเช้า) เจ้าบ้านจัดแจงอาหารบนโต๊ะให้กับเรา ไอ้เราก็เอ้อ ดีจัง กำลังหิวพอดี ปรากฎว่าไปเจอโต๊ะกินข้าว บนโต๊ะมีอาหารทุกอย่าง มีไข่หนึ่งถ้วย ชีสหนึ่งตัด (คำนามชีสมันใช้ว่าอะไรนะ ก้อนมั้ย ?) แต่ไม่มีเนื้อสัตว์
ตอนแรกๆ ก็คิดเองว่า เออ เขาคงไม่กินเนื้อสัตว์กันตอนเช้าหรอก ก็กินไปปกติ ปรากฎว่ายิ่งอยู่นานไปเรื่อยๆ หลายๆ วัน มานั่งทบทวนดูก็เลยรู้ว่าเออ เราเองไม่ได้กินเนื้่อสัตว์มากเท่ากับตอนที่อยู่ไทย
คิดเองว่ามันอาจจะแพง จนได้ไปตลาดบ้านเขาก็เอ้อ มันก็ไม่แพงนี่หว่า
ลองนั่งเปรียบเทียบกับตลอดช่วงที่อยู่ไทย กับตอนอยู่เมืองฝรั่ง ก็ค้นพบว่าไอ้หนึ่งมื้อสำหรับบุปเฟต์ที่เรากินตอนอยู่ไทย ปริมาณเนื้อสัตว์ที่กินสามารถใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ได้สองสัปดาห์เลยนะ (ได้กลับมากินเนื้้อสัตว์เยอะๆ ในวันที่ฝรั่งให้ทำอาหารไทยให้กิน 555)
วันที่กลับไทยตอนนั้นก็แน่นนอน กลับมาก็หมูกะทะชุดใหญ่ หายอยากมาก
สรุปคือคนไทยมันกินแซ่บอะ การไปอยู่เมืองนอกของชาวกินแซ่บนี่มันเรื่องใหญ่มาก
เดี๋ยวโพสต่อไปน่าจะเขียนเรื่องปัญหาจากการกินแซ่บของตัวเอง อาทิเช่น การเจียวกากไก่เพื่อเอาน้ำมันไว้เจียวไข่ (ซึ่งฝรั่งก็จะงง + ตกใจมากว่ายูทำอะไรวะ เก็บเดี๋ยวนี้มันเหม็นมาก แต่พอทำเสร็จนั่งกินตุ้ยๆ ขอข้าวเพิ่ม พวกแกนี่มันยังไง 555555)