Quantia

Quantia Contact information, map and directions, contact form, opening hours, services, ratings, photos, videos and announcements from Quantia, Digital creator, Jamestown.
(2)

ดิฉันชื่อ ขวัญ หรือควอนเทีย จากเครือเพจ Tensia และ Core - Physiology นำเสนอบทความเรื่องวิทยาศาสตร์ของมะเร็งเป็นหลัก เพื่อให้ทุกคนเข้าใจพฤติกรรมของมะเร็งซึ่งเป็นหนึ่งในศัตรูหลักของมนุษย์ว่า จะป้องกันอย่างไร และหากเป็นแล้วมีกลไกอะไรที่พอกำจัดมันบ้าง

02/06/2026

สี่ทุ่มแล้ว 🕰️ นอนกันนะ
นอนดี ไม่ได้แค่ NK cell ล่ามะเร็งเก่ง แต่ยังหลั่ง XCL1 เรียกเม็ดเลือดขาวผู้ช่วยอย่าง cDC1 มายืนเคียงข้าง คอยปล่อยสกิล (IL-12, IFN-g) ช่วยเหลือ NK cell ที่กำลังล่ามะเร็งหน้างานได้ค่ะ

ทำไมการกินอาหารที่มีเส้นใยถึงช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งร่างเราคือระบบนิเวศน์ขนาดย่อมค่ะ โดยเฉพาะภายในลำไส้ของเรามี “ชุมชนสิ่...
02/06/2026

ทำไมการกินอาหารที่มีเส้นใยถึงช่วยลดความเสี่ยงมะเร็ง


ร่างเราคือระบบนิเวศน์ขนาดย่อมค่ะ โดยเฉพาะภายในลำไส้ของเรามี “ชุมชนสิ่งมีชีวิต” ขนาดมหาศาลอาศัยอยู่ร่วมกัน เปรียบเหมือนเมืองอีกเมืองหนึ่งที่ทำงานตลอดเวลา เมืองนี้เรียกว่า จุลินทรีย์ในลำไส้ (gut microbiome)

จุลินทรีย์เหล่านี้ไม่ได้อยู่เฉย ๆ แต่คอยช่วยย่อยอาหาร สร้างสารสำคัญ และสื่อสารกับระบบภูมิคุ้มกัน หากเมืองนี้สมดุล ทุกอย่างจะสงบ เรียบร้อย ผนังลำไส้แข็งแรง แต่ถ้าเมืองนี้เสียสมดุล จุลินทรีย์บางกลุ่มจะกลายเป็นฝ่ายก่อความวุ่นวาย เกิดการอักเสบเรื้อรัง และเปิดทางให้โรคต่าง ๆ รวมถึงมะเร็ง

🦠 ปัจจุบันพบว่าภาวะเสียสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ (dysbiosis) สามารถเพิ่มการอักเสบ รบกวนการทำงานของภูมิคุ้มกัน และทำให้สภาพแวดล้อมในลำไส้เหมาะต่อการเกิดมะเร็งมากขึ้น


ในเมืองนี้ “ไฟเบอร์” เปรียบเหมือน
เสบียงหลักของฝ่ายสนับสนุนลำไส้ค่ะ

ใยอาหาร (dietary fiber) เป็นสิ่งที่ร่างกายมนุษย์ย่อยเองไม่ได้ แต่จุลินทรีย์กลับใช้มันเป็นอาหาร เมื่อไฟเบอร์เดินทางมาถึงลำไส้ใหญ่ จุลินทรีย์จะนำไปหมัก (fermentation) แล้วสร้างสารสำคัญขึ้นมา เปรียบเหมือนของรางวัลจากการทำงานร่วมกัน

สารนั้นคือ กรดไขมันสายสั้น (short-chain fatty acids: SCFA) โดยเฉพาะตัวหนึ่งชื่อ butyrate

🌾 นอกจาก butyrate แล้ว ยังมี SCFA ตัวอื่น เช่น acetate และ propionate ที่ช่วยสนับสนุนสมดุลของจุลินทรีย์และการทำงานของภูมิคุ้มกัน แต่ butyrate เป็นตัวที่มีบทบาทเด่นที่สุดต่อสุขภาพของลำไส้


butyrate ทำหน้าที่เหมือน “อาหารเลี้ยงกำแพงเมือง”

มันเป็นพลังงานให้เซลล์ผนังลำไส้ ทำให้ผนังลำไส้แน่น แข็งแรง ไม่รั่วง่าย ลดโอกาสที่สารแปลกปลอมจะหลุดเข้าสู่ร่างกาย และลดการกระตุ้นภูมิคุ้มกันเกินจำเป็น

🧱 butyrate ยังช่วยเพิ่มโปรตีนที่ทำหน้าที่เชื่อมเซลล์ผนังลำไส้เข้าด้วยกัน ทำให้แนวกั้นระหว่างภายในลำไส้กับร่างกายแข็งแรงขึ้น

ในขณะเดียวกัน สารนี้ยังช่วยลดการอักเสบภายในผนังลำไส้ โดยไปกดเส้นทางการอักเสบ เช่น nuclear factor kappa B (NF-κB) และช่วยเพิ่มเซลล์ที่ทำหน้าที่ควบคุมความสงบของภูมิคุ้มกัน เช่น regulatory T cell (Treg ตัวที่เพจเคยโพสต์ว่าได้โนเบลไปตอนปี 2025 ค่ะ)

การอักเสบเรื้อรังทำให้เกิดอนุมูลอิสระและความเสียหายต่อ DNA มากขึ้น การลดการอักเสบจึงเป็นอีกกลไกหนึ่งที่ช่วยลดโอกาสที่ DNA จะเสียหายจนกลายเป็นมะเร็งค่ะ


ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น butyrate ยังทำหน้าที่เหมือน “ผู้คุมกฎ” ของเซลล์

หากมีเซลล์ที่เริ่มผิดปกติ มันสามารถส่งสัญญาณให้เซลล์นั้นหยุดแบ่งตัว หรือแม้กระทั่งเปิดสวิตซ์ปลิดชีพตัวเอง (apoptosis) ซึ่งแม้ผลนี้จะไม่ได้เป็นตัวหลักมาก แต่มันช่วยควบคุมไม่ให้เซลล์ที่กำลังจะกลายเป็นมะเร็ง อยู่รอดต่อไปได้


เมื่อระบบทั้งหมดนี้ทำงานร่วมกัน
เมืองในลำไส้จะอยู่ในสภาพที่ “ไม่เอื้อต่อมะเร็ง”

การอักเสบลดลง ผนังลำไส้แข็งแรง เซลล์ผิดปกติถูกกำจัดตั้งแต่ระยะแรก ทำให้ความเสี่ยงของมะเร็งลำไส้ใหญ่ (colorectal cancer) ลดลงอย่างชัดเจน และยังมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบเรื้อรัง เช่น มะเร็งตับ (hepatocellular carcinoma) และมะเร็งเต้านม (breast cancer)

🛡️ ไฟเบอร์ยังช่วยเพิ่มปริมาตรอุจจาระและลดระยะเวลาที่สารบางชนิดสัมผัสกับผนังลำไส้ ทำให้เซลล์เยื่อบุได้รับความเสียหายน้อยลงด้วยค่ะ


ดังนั้น

✅ ควรมีอาหารประเภทเส้นใยทุกมื้อ เช่น ผัก, ผลไม้ (แบบหวานน้อย), คาร์บเปลี่ยนเป็นชนิดที่ไม่ขัดสี, ธัญพืชต่างๆ

✅ เพิ่มไฟเบอร์ทีละน้อย อย่ายัดไปทีเดียวเยอะๆ บางคนท้องอืดได้ โดยเฉพาะคนที่เป็นลำไส้แปรปรวน ที่ต้องปรับลดไฟเบอร์ลง ใช้วิธีกระจายการกินดีที่สุด

✅ พยายามกินอาหารหลากหลายชนิด
เพราะจุลินทรีย์แต่ละกลุ่มชอบไฟเบอร์คนละแบบ


ดังนั้น ไฟเบอร์จึงไม่ใช่แค่
“กากอาหารช่วยขับถ่าย” อย่างที่หลายคนเข้าใจ

แต่มันคืออาหารของพันธมิตรในร่างกาย
ที่ช่วยสร้างสมดุล ลดการอักเสบ และเฝ้าระวังเซลล์ผิดปกติอยู่ตลอดเวลา

โดยสรุปก็คือ การกินไฟเบอร์อย่างเพียงพอ คือการเลี้ยงดูเมืองเล็ก ๆ ในลำไส้ให้แข็งแรง และเมื่อเมืองนี้แข็งแรง ร่างกายทั้งระบบก็มีโอกาสห่างไกลจากมะเร็งมากขึ้นในระยะยาวค่ะ

ตอนนี้เพจใหญ่ประจำทีมพวกเราTensia ยอดผู้ติดตาม 3 แสนแล้วค่ะ ยินดีด้วยนะคะหมอเซียส่วนดิฉัน หมอขวัญ ยังคงให้ความรู้ด้านวิท...
02/06/2026

ตอนนี้เพจใหญ่ประจำทีมพวกเรา
Tensia ยอดผู้ติดตาม 3 แสนแล้วค่ะ ยินดีด้วยนะคะหมอเซีย
ส่วนดิฉัน หมอขวัญ ยังคงให้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์มะเร็ง และการดูแลสุขภาพต่อไปนะคะ

ตอนนี้เพจ Tensia มีผู้ติดตาม 300,000 ท่านแล้ว
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามมาโดยตลอดนะคะ

กว่าจะมาถึงวันนี้ก็ทุลักทุเลมาโดยตลอด
เพราะว่าใช้โครงสร้างเพจคล้ายกับ vtuber
คือใช้อวตาร์เป็นการ์ตูน ทำให้ถูกเข้าใจผิดบ่อยครั้ง
ว่าเป็นเพจขายเกม เพจอนิเมะ ฯลฯ

แต่ถ้าใครได้เข้ามาอ่านแล้วก็จะทราบเองว่า
ข้างในมีแต่ content ทางการแพทย์ค่ะ


เราเอง เซีย ที่เป็นแอดมินหลัก
ปัจจุบันเป็นแพทย์ใช้ทุนปี 3 (Intern3)
ซึ่งเปิดเพจ Tensia มาตั้งแต่ ก.พ. 67
รวมเวลาเพจ 2 ปี 4 เดือน

โดยมีพี่เอวา Eva - อิศวาพร
พี่มินนี่ Manifia
พี่ขวัญ Quantia
ซึ่งเป็นแพทย์รุ่นพี่ที่กำลังเรียนต่ออย่างหนัก
ในชั้น resident/fellow แต่ยังมาช่วยเสมอ
แถมยังเปิดเพจแยกของตัวเองด้วย

และยังมีผู้ดูแลตัวน้อย 2 คนคือ
น้องลิ Lilith Little และ น้องริน Rin Madora
เป็นนักศึกษาแพทย์
คอยเป็นผู้ดูแลหลังบ้าน วางกลยุทธ
จัดคิว content, ประสานงานปัญหาต่างๆ
รวมถึงงาน art ส่วนใหญ่ ก็มาจากน้อง

และที่จะพูดถึงไม่ได้เลย คือผู้ปรึกษา content
ประจำทีม และเป็นผู้ก่อตั้งเครือเพจนี้ขึ้นมาทั้งหมด
รวมถึงโมเดลที่พวกเราใช้

นั่นคือ ผศ. นพ. นคร มธุรดาวงศ์
Nakorn - Core Physiology ที่เปิดเพจสอน
physiology มาตั้งแต่ 2561
มีนักศึกษาแพทย์ทั่วประเทศติดตามเพจ
มาโดยตลอด รวมถึงพวกเราด้วย
แต่ตอนนี้ อ.ไม่ได้ทำต่อแล้ว จึงมาเป็นที่ปรึกษาแทน
คอยเช็คพวกกลไกทางพรีคลินิกให้เสมอ


หลังจากนี้ เราก็ยังคงทำเพจต่อไป
แต่ไม่แน่ใจจะทำได้ถึงขนาดไหนเพราะ
จะเข้าสู่การเรียน resident แล้ว

แต่ก็ติดตามกันต่อไปนะคะ
ทางเครือเพจยังมุ่งมั่นใช้ความรู้ทาง basic medical science
เพื่อส่งเสริมสุขภาพ การออกกำลังกาย การนอน การกิน
เพราะทีมมั่นใจว่าถ้าการดูแลสุขภาพปฐมภูมิดี
โรคภัยต่างๆ ก็คงมีอุบัติการณ์น้อยลงค่ะ

ก็ขอฝากตัวต่อไปนะคะ

Tensia
และทีมงานเครือ Core Physiology

01/06/2026

22:00 🕙 แล้ว นอนกันค่ะ
นอนดี ระบบ cortisol จะขึ้นลงตามปกติ ไม่มีช่วงสูงลอย ทำให้เซลล์ plasmacytoid dendritic cell (pDC) สามารถส่งสาร IFN-α ไปกระตุ้นหน่วยพิฆาตมะเร็งอย่าง NK cell และ T cell ได้ดีมากเลยค่ะ

ไมโตคอนเดรียที่เสียหาย จากให้พลังงาน แต่จะให้อนุมูลอิสระแทน ทำร้าย DNA แบบใกล้ๆ เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งปกติแล้วไมโตคอนเดรี...
01/06/2026

ไมโตคอนเดรียที่เสียหาย จากให้พลังงาน แต่จะให้อนุมูลอิสระแทน ทำร้าย DNA แบบใกล้ๆ เพิ่มความเสี่ยงมะเร็ง


ปกติแล้วไมโตคอนเดรียทำหน้าที่นำสารอาหารมาเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายที่เรียกว่า การถ่ายทอดอิเล็กตรอนเพื่อสร้างพลังงานเก็บในรูป ATP

เซลล์ที่มีระบบพลังงานดีและพอเหมาะ เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดว่าเซลล์ปกติ และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ


แต่วิถีชีวิตในปัจจุบันเสี่ยงต่อการทำให้ไมโตคอนเดรียเสียหายมาก
✔️ การกินเข้ามาต่อวันในปริมาณมาก ทำให้ระบบขนส่งอิเล็กตรอน อาจขนส่งผิดพลาด สร้างอนุมูลอิสระแทน
✔️ น้ำหนักเกิน/ไขมันส่วนเกิน ทำให้เซลล์ไขมันหลั่งสารอักเสบทำร้ายเซลล์และไมโตคอนเดรียข้างใน
✔️ ภาวะดื้ออินซูลิน ทำให้น้ำตาลสูงเรื้อรัง จนเปลี่ยนแปลงโครงสร้างไมโตคอนเดรีย
✔️ นั่งๆ นอนๆ ไม่ออกกำลังกาย ทำให้เซนเซอร์ที่คอยกระตุ้นไมโตคอนเดรียทำงานลดลง
✔️ บุหรี่,สุรา, PM2.5 มีพิษทำลายไมโตคอนเดรียโดยตรง


ผลคือทำให้ไมโตคอนเดรียมีโครงสร้างที่เสียหาย ซ่อมแซมก็ช้า สร้างใหม่ก็ช้า ตัวที่พัง ถ่ายทอดอิเล็กตรอนได้ทีละน้อย และแย่มาก มีโอกาสถ่ายทอดผิดเส้นทาง (Reverse electron transport) ย้อนกลับมาสร้างอนุมูลอิสระแทน

ดังนั้นปัจจัยเสี่ยงข้างบน ไม่เพียงแต่สร้างแวดล้อมที่สร้างความเสียหาย DNA ได้โดยตรง แต่ยังทำให้ไมโตคอนเดรียพัง แล้วสร้างอนุมูลอิสระทำลาย DNA แบบจ่อๆ ด้วย

ซึ่งยิ่งอายุมากขึ้น ไมโตคอนเดรียก็มีแนวโน้มที่จะสะสมความเสียหายและทำงานลดลงอยู่แล้ว

จึงไม่แปลกที่ถ้าไม่ดูแลสุขภาพเลย อายุมากขึ้นก็เสี่ยงต่อ DNA เสียหาย จนในที่สุดเพิ่มโอกาสการเป็นมะเร็ง


ดูแลสุขภาพตั้งแต่วันนี้
ลดโอกาสมะเร็งได้ในวันหน้าได้ค่ะ

31/05/2026

4 ทุ่มแล้วนะคะ นอนกัน
ถ้านอนดี มีคุณภาพ โดยเฉพาะไม่มีนอนกรนรุนแรง เหล่า T cell จะมีโมเลกุล PD-1 น้อยลง ซึ่งทำให้เกิดภาวะ T cell exhaustion (ล้า) จนไม่พร้อมทำงาน ดังนั้นนอนดี หน่วยเพชฌฆาตอย่าง T cell พร้อมกำจัดมะเร็งค่ะ

อย่าปล่อยมะเร็งให้มีโอกาสตั้งตัวเลยค่ะตอนมันยังเด็ก มันอ่อนแอมากแทบไม่มีแรง ไม่มีเพื่อน ไม่มีฐานทัพโดนภูมิคุ้มกันของเราไ...
31/05/2026

อย่าปล่อยมะเร็งให้มีโอกาสตั้งตัวเลยค่ะ
ตอนมันยังเด็ก มันอ่อนแอมาก

แทบไม่มีแรง ไม่มีเพื่อน ไม่มีฐานทัพ
โดนภูมิคุ้มกันของเราไล่ฆ่ๅเป็นผักปลาเลย


มะเร็งระยะแรก
▪️ ยังไม่มีระบบสร้างเส้นเลือดมาเลี้ยงตัวเอง
▪️ ยังไม่มีสังคมมะเร็ง (Tumor microenvironment: TME) มาคอยช่วยบัง
▪️ ยังไม่สามารถกดภูมิคุ้มกันเราได้

มันยังเป็นแค่กลุ่มเซลล์ผ่าเหล่าออกมา
รอคอยการถูกกำจัดอย่างโหดเหี้ยมโดยภูมิคุ้มกัน

เพราะร่างกายเราใช้ “ระบบเฝ้าระวังมะเร็ง” (Cancer immunosurveillance) อย่างเต็มที่ค่ะ เหล่าเพชฌฆาต NK cell และทีเซลล์นักฆ่า (CD8+ T cell)

จะคอยสแกนหาเซลล์ที่แปลกไปจากเดิม เช่น แสดงโปรตีนผิดรูปหรือสูญเสียสัญญาณความเป็นตัวเอง แล้วรีบเข้าจัดการทันทีก่อนที่มันจะตั้งหลักได้

โดยสั่งให้เซลล์มะเร็งฆ่ๅตัวตๅยเรียงตัว
(Granzyme/FasL induced apoptosis)


จริงๆ แล้วเซลล์ปกติของเราทุกเซลล์จะมี “บัตรประชาชน” ติดอยู่บนผิวเซลล์ค่ะ นั่นคือโปรตีน MHC-I (Major Histocompatibility Complex class I)

เมื่อเซลล์เริ่มกลายพันธุ์เป็นมะเร็ง มันมักมีโปรตีนผิดรูปจำนวนมากเกิดขึ้นภายในเซลล์ บางส่วนจะถูกนำมาแสดงบน MHC-I ให้เพชฌฆาตทีเซลล์ (CD8+ T cell) ตรวจเจอได้

ขณะเดียวกัน มะเร็งหลายเซลล์พยายามเอาตัวรอดด้วยการลด MHC-I ลง เพื่อไม่ให้ CD8+ T cell เห็น

แต่กลายเป็นว่าการทำแบบนั้นกลับไปกระตุ้นเพชฌฆาต NK cell แทน เพราะ NK cell ถูกออกแบบมาให้ตามล่าเซลล์ที่ “หายบัตรประชาชน”

ดังนั้นไม่ว่ามะเร็งจะโชว์ตัวมากเกินไป หรือซ่อนตัวมากเกินไป ก็มีโอกาสถูกระบบภูมิคุ้มกันตรวจพบได้ทั้งคู่ค่ะ


ถ้าในช่วงนี้ร่างกายเราแข็งแรงดี สัญญาณอักเสบไม่เรื้อรัง การนอนเพียงพอ ฮอร์โมนสมดุล เซลล์ภูมิคุ้มกันจะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ทำให้เซลล์มะเร็งเล็กๆ เหล่านี้แทบไม่มีโอกาสรอดไปขยายจำนวนเลยค่ะ

ดังนั้นภูมิคุ้มกันของเราที่แข็งแรง
สามารถจัดการเซลล์ผิดปกติพวกนี้ได้แบบง่ายดาย
แค่เราดูแลร่างกายให้ดีอย่างสม่ำเสมอ


แต่เมื่อปล่อยมันไว้นาน
มันจะค่อยๆ แข็งแรงขึ้น รู้จักเรียกพวก สร้างพวก
ทั้งหลอกภูมิคุ้มกันให้สับสน
สร้างสภาพสังคมมะเร็งที่เอื้อให้มันโตไว
ชวนสารพัดเซลล์พวกเราให้ไปช่วยมัน
สูบทรัพยากรสารพัด เพื่อขยายอาณาเขต


เซลล์มะเร็งก็เหมือนเมืองที่กำลังจะตั้งตัวค่ะ ช่วงแรกมันยังไม่มีถนน ไม่มีระบบขนส่ง และไม่มีแหล่งอาหารเป็นของตัวเอง

ออกซิเจนและสารอาหารต้องอาศัยการแพร่เข้ามาจากเนื้อเยื่อรอบข้างเท่านั้น

ปัญหาคือการแพร่มีระยะจำกัดมาก พอเซลล์มะเร็งเริ่มรวมตัวหนาขึ้น เซลล์ที่อยู่ตรงกลางก้อนจะเริ่มขาดออกซิเจนและสารอาหาร

ดังนั้นมะเร็งจึงต้องรีบเปิดโครงการสร้างเส้นเลือดใหม่ (Angiogenesis) โดยหลั่งสาร VEGF ออกไปเรียกหลอดเลือดเข้ามาหาตัวเอง

ถ้ายังสร้างเครือข่ายหลอดเลือดไม่ได้ดีพอ ก้อนมะเร็งจำนวนมากจะโตต่อไม่ได้ บางส่วนเข้าสู่ภาวะหยุดแบ่งตัว บางส่วนเปิดสวิตซ์ปลิดชีพตัวเอง และบางส่วนถูกภูมิคุ้มกันกำจัดทิ้งไปก่อน

นี่จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่มะเร็งระยะแรกยังเปราะบางมาก และเป็นช่วงเวลาที่การกำจัดทำได้ง่ายที่สุดค่ะ


พอถึงตอนนั้น จะกำจัดจะกำจัดยากขึ้นแล้วค่ะ
แต่ก็ยังกำจัดได้นะคะ ถ้าร่วมรักษา ภูมิคุ้มกันดี ดูแลร่างกายให้ครบถ้วนทั้งการออกกำลังกาย การนอน และสารอาหารที่เพียงพอโดยเฉพาะโปรตีน

หลายคนที่เป็นระยะต้นๆ คือหายขาดไปเลย
บางคนที่เคยโพสต์ในเพจนี้เป็นระยะ 4 ตรวจติดตามแล้วไม่พบมะเร็งแล้วก็มี


เพราะอย่างนั้น ถ้าเราจะ “ชนะมะเร็ง” จริงๆ
เราต้องไม่ปล่อยมันให้มีโอกาส “เติบโต”

✅ ควบคุมน้ำหนัก เพราะความอ้วน เชื่อมโยงกับมะเร็งหลายชนิด ที่มีกลไกผ่านฮอร์โมนจากเซลล์ไขมัน เช่น เต้านม, ลำไส้ใหญ่
✅ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เอาให้ได้ในระดับปานกลาง (รู้สึกเหนื่อย) ป้องกันการเกิดมะเร็ง และป้องกันตอนเป็นมะเร็งได้ทุกระยะ
✅ หลีกเลี่ยงสารก่อมะเร็ง: งดบุหรี่, งดสุรา, ลดอาหารทอดจนไหม้เกรียม, ลดเนื้อแปรรูป
✅ คุมโรคเรื้อรังให้ดี โดยเฉพาะอ้วนและเบาหวาน เพราะน้ำตาลที่สูงลอย เปลี่ยนเป็นสารพิษชื่อ AGEs ขวางการทำงาน NK cell
✅ เพิ่มการกินเส้นใยมากขึ้น จากผัก ผลไม้ (เน้นผลไม้ที่หวานน้อย)
✅ รักษาสุขภาพจิตเสมอ อย่าให้เข้าสภาพเครียดเรื้อรัง มีโรคซึมเศร้าต้องรักษา
✅ นอนให้เพียงพอ 7-8 ชั่วโมง และคุณภาพดี หากมีนอนกรน ควรไปตรวจ sleep test และรักษาค่ะ หากมีภาวะนอนไม่หลับปรึกษาจิตแพทย์
✅ ตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ
✅ ตรวจคัดกรองมะเร็งพื้นฐาน เช่น เต้านม (Mammogram/อัลตราซาวด์), ปากมดลูก (Pap smear/HPV DNA), ลำไส้ใหญ่ (ส่องกล้อง)
✅ หากตรวจพบแล้ว เข้าร่วมการรักษา หากต้องการปรับตรงไหน ได้ยินอะไรมา สอบถามแพทย์ประจำตัวก่อนเสมอค่ะ และกลับมาดูแลตัวเองให้มากขึ้นไปอีก


มะเร็งไม่ใช่ปีศาจที่มาจู่โจมทันที
มันเริ่มจากแค่เซลล์เล็กๆ ที่ผิดจังหวะ แล้วค่อยๆ แทรกซึม

ถึงแม้ว่าธรรมชาติของเรายังผูกกับ
ความโชคร้ายค่อนข้างเยอะ
เช่น บางคนมีพันธุกรรมเสี่ยง
บางคนสุ่มเจอมะเร็งชนิดดุร้าย

แต่การดูแลรักษาตัวพื้นฐานมันลดความเสี่ยงได้จริงๆ ค่ะ

แม้กระทั่งผู้ที่เริ่มเป็นมะเร็งแล้ว ก็ช่วยลดการดำเนินของโรค
และช่วยตอบสนองต่อการรักษาค่ะ

มาดูแลสุขภาพกันเถอะค่ะ

30/05/2026

๒๒:๐๐ แล้ว นอนกันนะคะ
นอนดี ช่วยทำให้เซลล์มะเร็ง (และรอบๆ ) สร้างสาร CXCL9/10 ออกมาดี ซึ่งสารตัวนี้เหมือน ‘GPS’ ส่งสัญญาณให้เพชฌฆาต T cell (CD8+) เข้ามาพบเซลล์มะเร็งที่แอบอยู่ง่ายขึ้น แล้วในที่สุดก็กดสวิตซ์ให้มะเร็งทำลายตัวเอง

🌸 เวลามะเร็งจะเริ่มลุกลาม ไม่ได้สุ่ม แต่มันเลือกทิศที่เส้นใยซึ่งเรียงตัวไปในทิศทางเดียวอย่างต่อเนื่อง คล้ายกับทางด่วน ทำ...
30/05/2026

🌸 เวลามะเร็งจะเริ่มลุกลาม ไม่ได้สุ่ม แต่มันเลือกทิศที่เส้นใยซึ่งเรียงตัวไปในทิศทางเดียวอย่างต่อเนื่อง คล้ายกับทางด่วน ทำให้มันสามารถเกาะ–ดึง–เคลื่อนที่ไปได้ยาว ๆ


อย่างที่ได้กล่าวไปว่า มะเร็งคือเซลล์ที่ DNA เสียหาย
จนควบคุมการแบ่งเซลล์ไม่ได้ แบ่งตัวจนแออัด
แย่งทรัพยากรกันเอง จนมีเซลล์จำนวนมากล้มตๅย
เซลล์บางส่วนที่รอดมาได้ เพราะพยายามเอาตัวรอดสุดชีวิต

หนึ่งในนั้นคือการพยายามออกจากอาณาจักรมะเร็ง
หรือที่เราเรียกว่า “การลุกลาม”


🌼 แต่พื้นฐานแล้ว เซลล์มะเร็งส่วนใหญ่เคลื่อนที่ไม่เก่ง
บางกลุ่มต้องเข้าสู่สภาวะคล้ายเซลล์ต้นกำเนิดเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (mesenchymal-like state) ชั่วคราว ซึ่งสถานะนี้เคลื่อนที่ได้

บางตัวจัดเรียงโครงกระดูกในเซลล์ (actin filament) ได้
แต่ยังไม่เสถียรพอจะสร้างแรงขับเคลื่อนต่อเนื่องด้วยตัวเอง


สิ่งที่มันทำคือ ใช้เส้นใยในเนื้อเยื่อรอบ ๆ
เช่น เส้นใย collagen เป็นจุดเกาะ–ดึง–ปล่อย–เกาะใหม่
คล้ายคนที่ใช้ราวจับเดินไปข้างหน้า

โดยอาศัย integrins ในการยึดเกาะ
และใช้ระบบรับรู้แรงอย่าง YAP/TAZ
ในการปรับพฤติกรรมการเคลื่อนที่

เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า contact guidance


แต่เส้นใยรอบ ๆ ในเนื้อเยื่อปกติของเรา
มักเรียงตัวไม่ต่อเนื่อง และเปลี่ยนทิศทางอยู่ตลอด
ทำให้การทำเกาะ-ดึงเกิดขึ้นได้ยากและช้า


🌷 แต่เมื่อใดก็ตามที่เนื้อเยื่อเกิดการอักเสบเรื้อรัง
การซ่อมแซมมักมาพร้อมเส้นใยที่หนา
และเรียงตัวไปในทางเดียวกันและต่อเนื่อง (well-aligned)

ซึ่งกลายเป็น “ทางด่วน” สำหรับมะเร็ง
ให้มันเกาะและเคลื่อนที่ไปได้ไกลตามแนวเส้นใยนั้น

โดยมักได้รับความช่วยเหลือจากเซลล์ปกติ
ที่ถูกดึงมาอยู่ฝ่ายมะเร็ง เช่น fibroblast ที่แปรพักตร์
(Cancer-associate fibroblast) เป็นตัวหลักเลย
ที่คอยถักเส้นใยให้เป็นแนวยาวสวยๆ ให้มะเร็งเกาะ


ปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์จึงพยายามพัฒนายา
เพื่อยับยั้งการยึดเกาะระหว่างเซลล์กับเส้นใย
รวมถึงลดบทบาทของเซลล์ที่จัดเส้นทางการลุกลามเหล่านี้


✅ สิ่งที่เราพอทำได้ คือดูแลสุขภาพพื้นฐาน
เพื่อลดการอักเสบเรื้อรังและการทำลายเนื้อเยื่อ
ไม่ให้เส้นใยถูกจัดเรียงเป็นทางที่เอื้อต่อมะเร็ง
ซึ่งอาจช่วยลดโอกาสการลุกลามของมะเร็งได้ค่ะ

29/05/2026

22 นาฬิกาแล้วค่ะ นอนนะคะ เพราะนอนดี จะช่วยเพิ่มประสาท parasympathetic ในตอนพัก ทำให้ลดการอักเสบเรื้อรัง เม็ดเลือดขาวไม่ปล่อยสารอักเสบมากไป ทำให้ลดแวดล้อมของเนื้อเยื่อที่เสี่ยงต่อมะเร็งค่ะ

Address

Jamestown

Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when Quantia posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Share