Quantia

Quantia Contact information, map and directions, contact form, opening hours, services, ratings, photos, videos and announcements from Quantia, Digital creator, Jamestown.
(2)

ดิฉันชื่อ ขวัญ หรือควอนเทีย จากเครือเพจ Tensia และ Core - Physiology นำเสนอบทความเรื่องวิทยาศาสตร์ของมะเร็งเป็นหลัก เพื่อให้ทุกคนเข้าใจพฤติกรรมของมะเร็งซึ่งเป็นหนึ่งในศัตรูหลักของมนุษย์ว่า จะป้องกันอย่างไร และหากเป็นแล้วมีกลไกอะไรที่พอกำจัดมันบ้าง

🌸 เซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายมีระบบ ‘การทำลายตัวเอง’ ฝังอยู่ตั้งแต่เกิดระบบนี้เรียกว่าการทำลายตัวเองแบบมีแบบแผน(Programmed ce...
28/12/2025

🌸 เซลล์ทุกเซลล์ในร่างกาย
มีระบบ ‘การทำลายตัวเอง’ ฝังอยู่ตั้งแต่เกิด

ระบบนี้เรียกว่า
การทำลายตัวเองแบบมีแบบแผน
(Programmed cell death)

มันไม่ใช่อุบัติเหตุ
แต่เป็นเครือข่ายวงจรเคมีที่ซับซ้อน
ซึ่งจะถูกเปิดใช้งาน
ก็ต่อเมื่อเข้าเงื่อนไขที่ “จำเป็นจริงๆ”


🌷 เงื่อนไขหนึ่ง คือ เซลล์รู้ตัวว่าตัวเองพังเกินเยียวยา

เช่น
เมื่อเซลล์เผชิญ stress รุนแรงเกินจะทนไหว
หรือรับรู้ว่า DNA ภายในเสียหายมากเกินไปแล้ว

ในจังหวะนั้น
เซลล์จะเลือก “จากไปอย่างมีศักดิ์ศรี”
เพื่อไม่ให้ตัวเองกลายเป็นภัยต่อเนื้อเยื่อรอบข้าง


🌼 อีกเงื่อนไข คือ การถูกสั่งจากภายนอก

โดยเม็ดเลือดขาวสายพิพากษา
อย่าง NK cell หรือ CD8+ T cell

เมื่อพวกเขาตรวจพบว่า
“คุณมีเชื้อโรคซ่อนอยู่”
หรือ
“คุณกลายพันธุ์เป็นมะเร็งแล้ว”

คำตัดสินจะถูกส่งมาในรูปของสารชื่อ Granzyme
ซึ่งเข้าไปกดสวิตซ์
ให้เซลล์เปิดโหมดทำลายตัวเองทันที


🌸 เมื่อสวิตซ์ถูกเปิด… ทุกอย่างจะเดินหน้าอย่างเป็นระเบียบ

เซลล์จะปลุกระบบน้ำย่อยภายใน
เริ่มย่อย DNA
ย่อยโปรตีน
และรื้อโครงกระดูกเซลล์ของตัวเอง

รูปร่างที่เคยมั่นคง
จะเริ่มปูดออกมาเป็นกระเปาะเล็กๆ มากมาย
ดูคล้ายพวงองุ่น
ซึ่งเป็นสัญญาณสุดท้ายของการควบคุมอย่างมีแบบแผน


🌷 จากนั้น เซลล์จะค่อยๆ แตกออกเป็นชิ้นส่วนเล็กๆ

ชิ้นส่วนเหล่านี้
ไม่กระจายเละเทะ
ไม่ก่อการอักเสบ

แต่มันจะลอยอย่างสงบ
อยู่ในของเหลวของ “จักรวาลร่างกาย”

รอให้เทศกิจประจำร่างกาย
อย่าง Macrophage
เข้ามาเก็บกินซากเหล่านั้นไปอย่างเรียบร้อย


🌺 แต่… ไม่ใช่ทุกเซลล์จะยอมทำตามกฎนี้

หนึ่งในผู้ที่แหกกฎธรรมชาติข้อนี้
คือ เซลล์มะเร็ง

เซลล์ที่ควรจากไป
กลับเลือกอยู่ต่อ
ปิดสวิตซ์การทำลายตัวเอง
และเริ่มสร้างปัญหาให้ทั้งระบบแทน

🌸 ทำไมมะเร็งถึงต้องลุกลาม?มีคำถามหนึ่งที่ดิฉันเจอบ่อยมาก“ทำไมมะเร็งต้องลุกลามด้วย อยู่กับที่ไม่ได้เหรอ” คำตอบไม่ได้โหดร้...
27/12/2025

🌸 ทำไมมะเร็งถึงต้องลุกลาม?

มีคำถามหนึ่งที่ดิฉันเจอบ่อยมาก
“ทำไมมะเร็งต้องลุกลามด้วย อยู่กับที่ไม่ได้เหรอ”

คำตอบไม่ได้โหดร้ายอย่างที่หลายคนคิด
แต่มันคือเรื่องของ การเอาตัวรอด ในระดับเซลล์ค่ะ


🌺 จุดเริ่มต้นของมะเร็ง
มะเร็งไม่ใช่ผู้บุกรุกจากภายนอก
มันคือ เซลล์ของเราเอง ที่ DNA เสียหาย
จนระบบควบคุมการแบ่งตัวพังลง
มันจึงแบ่งตัวต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่หยุด

จากเซลล์เดี่ยวๆ
มันค่อยๆ สร้างอาณาจักรของตัวเองขึ้นมา
แน่นขึ้น อึดอัดขึ้น และเต็มไปด้วยแรงกดดัน

🌷 เมื่อเซลล์เยอะเกินไป ทุกอย่างเริ่มขาด
ในก้อนมะเร็ง มีการแย่งอาหาร
แย่งออกซิเจน แย่งพื้นที่
แม้แต่เซลล์มะเร็งด้วยกันเอง
ก็แข่งขันกันอย่างกับ squid game

หลอดเลือดงอกไม่ทัน
ออกซิเจนไปไม่ถึง
สารอาหารเริ่มไม่พอ
สภาพแวดล้อมตรงนั้นจึงกลายเป็นพื้นที่โหดร้ายสำหรับทุกเซลล์ค่ะ


🌺 เซลล์แต่ละตัวเริ่มดิ้นรน
เมื่ออยู่ในภาวะขาดออกซิเจน
เซลล์มะเร็งจำนวนมากจะ “เปิดสวิตช์เอาตัวรอด”
ผ่านสัญญาณชื่อ HIF-1α (Hypoxia-inducible factor 1 alpha)

สัญญาณนี้ไม่ได้ทำให้ทุกตัวรอด
ตรงกันข้าม
เซลล์ส่วนใหญ่จะล้มตๅยไปเงียบๆ

แต่ตัวที่รอดได้
จะเริ่มเก่งขึ้น ทนขึ้น
ปรับตัวได้มากขึ้น
เหมือนผ่านสนามฝึกที่โหดที่สุดในชีวิตเซลล์


🌼 ใครรอด ก็ได้สกิลเพิ่ม
เซลล์ที่รอด จะค่อยๆ สะสมความสามารถใหม่
▪️ ทนขาดออกซิเจนได้
▪️ เปลี่ยนวิธีใช้พลังงานให้ใช้ไวขึ้น (Warburg effect)
▪️ ไม่ยอมตๅยง่าย (Anoikis resistance)
▪️ เริ่มเคลื่อนไหวได้ (EMT)

ไม่ใช่เพราะมันฉลาดขึ้น
แต่เพราะมัน ถูกคัดเลือก จากสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายค่ะ


🌷 แล้วทำไมต้องลุกลาม
ก็เมื่ออาณาจักรเดิม
แออัด อดอยาก และอันตราย
ทางเลือกเดียวของเซลล์ที่อยากรอด
คือการออกเดินทาง

ตามหาสถานที่ที่เหมาะกับการ
อยู่รอดต่อไป แต่อยู่รอดในสภาพที่
ยังควบคุมการแบ่งตัวไม่ได้เหมือนเดิม


ซึ่งการลุกลามไม่ใช่เรื่องสุ่ม
สิ่งที่หลายคนอาจไม่เคยรู้คือ
มะเร็งไม่ได้เดินไปมั่วๆ

มันวางแผนล่วงหน้า

ก่อนจะไปจริง
มันจะส่ง “คำสั่ง” ออกไปก่อน
ผ่านถุงเล็กๆ ที่เรียกว่า extracellular vesicles (EVs)
ภายในบรรจุคำสั่ง microRNA
ล่องไปตามกระแสเลือด 🌷

🌺 คำสั่งเหล่านั้นไปทำอะไร
เมื่อไปถึงพื้นที่เป้าหมาย
มันจะค่อยๆ บงการสิ่งแวดล้อมให้ “เอื้อ” ต่อการตั้งรกราก
▪️ ทำให้ผนังหลอดเลือดรั่วง่าย
▪️ เรียก fibroblast มารอช่วย
▪️ กระตุ้นเม็ดเลือดขาวบางชนิดให้เคลียร์พื้นที่
▪️ เรียกเม็ดเลือดขาวสายกดภูมิมาดักรอ
▪️ กระตุ้นนิวโตรฟิลให้ปล่อยตาข่าย DNA (NETs) ไว้ให้เกาะ

ทั้งหมดนี้
ไม่ใช่เพื่อความร้ายกาจ
แต่เพื่อ เพิ่มโอกาสรอด ของเซลล์ไม่กี่ตัวค่ะ

ตอนเริ่มออกเดินก็ต้องไปกันเป็นปาร์ตี้
(Cluster CTC) เพื่อฝ่าเม็ดเลือดขาวในเลือด


🌷 โอกาสสำเร็จจริงๆ ต่ำมาก
แม้มะเร็งจะพยายามแค่ไหน
ภูมิคุ้มกันของร่างกายเรา
ก็ยังเก่งกว่ามาก

เซลล์ส่วนใหญ่
ไปไม่ถึงหรือไปถึงแล้วก็ถูกกำจัด

การแพร่กระจายหนึ่งครั้ง
คือผลลัพธ์ของความล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า


🌼 สิ่งที่เพจอยากย้ำเสมอ
การเข้าใจพฤติกรรมของมะเร็ง
ไม่ใช่เพื่อกลัวมัน
ไม่ใช่เพื่อไปสงสารมัน
แต่เพื่อรู้เขารู้เรา
รู้ว่าจริงๆ ธรรมชาติมันเกิดอะไรขึ้น

จากตัวร้าย
ก็เป็นแค่เซลล์ตัวนึงที่พยายามเอาชีวิตรอด
แบบสุดโต่ง เพราะมันแบ่งตัวไม่หยุด


สำหรับคนที่ยังไม่เป็น
นี่คือโอกาสดูแลสุขภาพตั้งแต่วันนี้

สำหรับคนที่เป็นแล้ว
อย่าเพิ่งท้อนะคะ
การรักษา
การปรับพฤติกรรม
และกำลังใจที่ดี

ทำให้มะเร็งที่เก่งแค่ไหน
ก็แพ้เราได้ค่ะ 🌸

🌹 ไมโตคอนเดรีย คือสมบัติล้ำค่า ที่ใคร ๆ ก็อยากได้ ใช่ค่ะ เซลล์มะเร็งด้วยเพราะไมโตคอนเดรียนั้น▪️แหล่งสร้างพลังงานชั้นยอด▪...
21/12/2025

🌹 ไมโตคอนเดรีย คือสมบัติล้ำค่า
ที่ใคร ๆ ก็อยากได้ ใช่ค่ะ เซลล์มะเร็งด้วย

เพราะไมโตคอนเดรียนั้น
▪️แหล่งสร้างพลังงานชั้นยอด
▪️แหล่งสร้างวัตถุดิบในสร้างสารพัดสาร
เช่น aspartate ไว้สร้าง DNA/RNA
acetyl-CoA ไว้ปรับการคลาย DNA ออก
▪️สร้างสัญญาณ (ROS) ที่ควบคุม
ที่เร่งการแบ่งเซลล์, การลุกลาม

จึงไม่แปลกที่เซลล์มะเร็ง มักจะดักขโมย
ไมโตคอนเดรียผ่านท่อนาโน จากเซลล์ใกล้ๆ

อาจจะเป็นเซลล์ร่างกายเราที่มาสวามิภักดิ์
หรือ เม็ดเลือดขาวที่บุกเข้ามาแต่อ่อนแรง

ดังนั้นเซลล์มะเร็งชื่นชอบไมโตคอนเดรีย
ขนาดนี้นี่เอง จึงเป็นหนึ่งในเป้าหมายของ
การวิจัยใหม่ๆ ที่จะเล็งจัดการไมโตคอนเดรีย
ของเซลล์มะเร็งค่ะ ซึ่งมีหลายตัวยากำลังวิจัยอยู่
ซึ่งต้องรอติดตามกันต่อไปนะคะ


แต่กว่ามะเร็งจะทำสกิลนี้ได้ มันต้องโตเป็นอาณาจักรที่ใหญ่โตระดับหนึ่งค่ะ ดังนั้นอย่าลืมดูแลสุขภาพนะคะ
✅ ควบคุมน้ำหนัก เพราะความอ้วน เชื่อมโยงกับมะเร็งหลายชนิด ที่มีกลไกผ่านฮอร์โมนจากเซลล์ไขมัน เช่น เต้านม, ลำไส้ใหญ่
✅ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เอาให้ได้ในระดับปานกลาง (รู้สึกเหนื่อย) ป้องกันการเกิดมะเร็ง และป้องกันตอนเป็นมะเร็งได้ทุกระยะ
✅ หลีกเลี่ยงสารก่อมะเร็ง: งดบุหรี่, งดสุรา, ลดอาหารทอดจนไหม้เกรียม, ลดเนื้อแปรรูป
✅ เพิ่มการกินเส้นใยมากขึ้น จากผัก ผลไม้ (เน้นผลไม้ที่หวานน้อย)
✅ ตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ
✅ ตรวจคัดกรองมะเร็งพื้นฐาน เช่น เต้านม (Mammogram/อัลตราซาวด์), ปากมดลูก (Pap smear/HPV DNA), ลำไส้ใหญ่ (ส่องกล้อง)

20/12/2025

มะเร็งสร้างหลอดเลือดแย่ๆ ให้อาณาจักรขาด O₂ เพื่อใช้สัญญาณ HIF-1a คัดเลือกเซลล์ที่ทนได้ เป็นแม่พิมพ์แบ่งตัวต่อไป

🧬 ทำไมมะเร็งถึงสร้าง “ทะเลกรด” รอบตัวเองและทำไมการอดน้ำตาลตรงๆ ถึงไม่ใช่คำตอบง่ายๆมะเร็งมีพฤติกรรมหนึ่งที่ทำเพื่อเอาตัวร...
16/12/2025

🧬 ทำไมมะเร็งถึงสร้าง “ทะเลกรด” รอบตัวเอง
และทำไมการอดน้ำตาลตรงๆ ถึงไม่ใช่คำตอบง่ายๆ

มะเร็งมีพฤติกรรมหนึ่งที่ทำเพื่อเอาตัวรอดในพื้นที่แออัด
นั่นคือ รีบเร่งหมักน้ำตาลกลูโคสเป็นกรดแลคติก
เพื่อสร้างแวดล้อมเป็นกรดรอบตัว
เหมือนสร้าง “ทะเลกรด” เป็นเกราะป้องกันตัวเอง

ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า Warburg effect



🔥 ก่อนอื่น ต้องเข้าใจก่อนว่า “เซลล์ปกติ” หาไฟฟ้าใช้ยังไง

ลองนึกว่าเซลล์ต้องผลิตไฟฟ้า (พลังงาน) ใช้ทั้งวัน

ในเซลล์ปกติ
กลูโคสจะถูกใช้ด้วยกระบวนการที่ ยาว แต่คุ้มค่า

กลูโคส
→ ถูกย่อยขั้นแรก (glycolysis)
→ ได้สารตัวกลางชื่อ pyruvate
→ นำไปแปรรูปเป็น acetyl-CoA
→ เข้าสู่โรงไฟฟ้าหลักของเซลล์ (Krebs cycle + ไมโตคอนเดรีย)
→ ผลิตพลังงาน ATP ได้มากต่อกลูโคส 1 โมเลกุล

วิธีนี้
▪️ ใช้ออกซิเจน
▪️ ไม่ทำให้แวดล้อมเป็นพิษ
▪️ ประหยัดน้ำตาล
▪️ เหมาะกับการอยู่ระยะยาว



⚠️ แล้วมะเร็ง “เปลี่ยนเกม” ยังไง

เมื่อมะเร็งโตจนเสถียรระดับหนึ่ง
มันจะเริ่ม ปรับ metabolism ของตัวเองหลายจุด
หรือที่เรียกว่า Metabolic reprogramming

มะเร็งเลือก ทางลัด

กลูโคส
→ glycolysis
→ pyruvate
→ รีบเปลี่ยนเป็น lactate ทันที

ไม่ส่งเข้าโรงไฟฟ้าใหญ่
ไม่รอขั้นตอนยาว
ยอมได้พลังงานต่อหน่วยน้อย
แลกกับ ความเร็วสูงมาก

ผลข้างเคียงสำคัญคือ
ระหว่างสร้าง lactate
จะปล่อย กรด (H⁺) ออกมาจำนวนมาก



🧪 นี่แหละ “หัวใจ” ของ Warburg effect

สิ่งที่มะเร็งต้องการจริงๆ ไม่ใช่พลังงานอย่างเดียว แต่คือ

▪️ ใช้น้ำตาลมหาศาล
▪️ ทำแวดล้อมรอบก้อนให้เป็นกรด
▪️ ทำให้ภูมิคุ้มกันทำงานยาก
▪️ ทำให้เซลล์ปกติอยู่ลำบาก
▪️ ตัวเองอยู่รอดได้ในก้อนที่แออัดและออกซิเจนต่ำ

ดังนั้น Warburg effect
ไม่ใช่เพราะมะเร็ง “โง่” ใช้พลังงานไม่คุ้ม
แต่เพราะมัน เลือกความอยู่รอดเหนือความประหยัด



❓ คำถามยอดฮิต

“งั้นอดน้ำตาลไปเลย ช่วยไหม?”

คำตอบคือ
ในทางทฤษฎี การจำกัดพลังงาน
อาจทำให้มะเร็งลดการใช้ Warburg effect
และสวิตช์กลับไปใช้การสร้างพลังงานแบบเดิม (OX-PHOS)

ผลที่ได้
ไม่ใช่ว่ามะเร็งตๅยเพิ่ม
แต่คือ มะเร็งไวต่อการรักษามากขึ้น

จึงเกิดแนวคิดที่เรียกว่า
Differential stress strategy
เช่น fasting-mimicking diets (FMD)
ใช้จำกัดอาหารช่วงสั้นๆ ก่อนให้การรักษา
เพื่อทำให้เซลล์มะเร็งอ่อนแรง
แต่เซลล์ปกติยังพอรับมือได้



⚠️ แต่ต้องระวังอย่างมาก

วิธีนี้
▪️ ใช้ไม่ได้กับมะเร็งทุกชนิด
▪️ ต้องทำภายใต้การดูแลของแพทย์และนักโภชนาการเท่านั้น

สิ่งที่อันตรายที่สุดคือ
การได้พลังงานไม่พอ
โปรตีนไม่พอ
และการเปิดโหมดสลาย (catabolism) มากเกินไป

ซึ่งจะทำให้
▪️ คนไข้ทนการรักษาได้น้อยลง
▪️ เสี่ยงภาวะแทรกซ้อนมากขึ้น

บางราย
มะเร็งไม่เปลี่ยน
แต่คนไข้ทรุดแทน



❓ แล้ว “กินด่าง” ล่ะ ช่วยไหม

คำตอบคือ แทบไม่ช่วย

ด่างส่วนใหญ่
ถูกทำลายตั้งแต่กระเพาะอาหาร
ต่อให้เข้าสู่เลือด
ก็ถูกระบบ buffering system ทำให้เป็นกลางอย่างรวดเร็ว

แวดล้อมกรดในก้อนมะเร็ง
แทบไม่เปลี่ยน
และงานวิจัยที่ได้ผลชัดเจน
ยังไม่มีค่ะ



🌱 แล้วควรทำยังไงจริงๆ

กินอาหารได้ตามปกติ
เน้นโปรตีนให้พอ (สำคัญมาก)

หากจะลองจำกัดอาหาร
ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
ว่ามะเร็งชนิดที่เป็นเหมาะหรือไม่

ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
ช่วยเพิ่มอำนาจให้ภูมิคุ้มกัน
ชะลอมะเร็งได้แทบทุกระยะ
(ถ้าร่างกายอ่อนแรง ต้องวางแผนกับแพทย์)

เลี่ยงปัจจัยเสี่ยง
บุหรี่ สุรา อาหารไหม้

ถ้าน้ำหนักเกิน
การลดน้ำหนักช่วยชะลอมะเร็งหลายชนิด
โดยเฉพาะมะเร็งเต้านมที่ตอบสนองต่อฮอร์โมน

ดังนั้น

เราไม่ได้ “กำจัดกรด” ในก้อนมะเร็งตรงๆ
แต่เรากำลัง
ทำให้สนามรบไม่เอื้อให้มะเร็งได้เปรียบอีกต่อไป

เมื่อหลอดเลือดดี
ออกซิเจนเข้า
ก้อนไม่แออัด
Warburg effect จะลดลงเอง
ภูมิคุ้มกันเข้าถึงง่ายขึ้น
ยาเข้าถึงง่ายขึ้นค่ะ 💙

🩸 ปัญหาอย่างหนึ่งของมะเร็งคือมันชอบเร่งให้หลอดเลือดงอกมาเลี้ยงแบบลวก ๆบางทีก็ปล่อยให้เยื่อบุผนังหลอดเลือดงอกเองโดยไม่มีค...
14/12/2025

🩸 ปัญหาอย่างหนึ่งของมะเร็งคือ
มันชอบเร่งให้หลอดเลือดงอกมาเลี้ยงแบบลวก ๆ
บางทีก็ปล่อยให้เยื่อบุผนังหลอดเลือดงอกเอง
โดยไม่มีคนไกด์ (ปกติ pericyte จะเป็นคนไกด์)

ผลคือได้หลอดเลือดที่แตกแขนงไม่ดี
วนอยู่แค่รอบนอกของก้อน
ข้างในแทบไม่ได้รับเลือด

แต่มันจงใจแบบนั้น
เพราะการขาดออกซิเจน ขาดอาหาร
จะคัดเลือกเซลล์ที่งัดพลังออกมาได้มากที่สุด

ยิ่งอยู่ในสภาพแวดล้อมวิกฤติ
ชาวมะเร็งยิ่งดุร้าย
ยิ่งลุกลาม
เพราะถูกบีบให้หนีออกมาจากชุมชนแออัดนี้



🏃‍♂️ การออกกำลังกายสม่ำเสมอ
คือหนึ่งในวิธีที่ ตัดแผนนี้ของมะเร็งโดยสิ้นเชิง

ยิ่งออก
→ ยิ่งปรับหลอดเลือดที่เลี้ยงก้อนมะเร็งให้เป็นปกติ
→ แตกแขนงดี
→ ทะลุทะลวงเข้าไปเลี้ยงถึงใจกลางก้อน

ชาวมะเร็งไม่ขาดอาหาร
ไม่ขาดออกซิเจน
ไม่ต้องอยู่ในภาวะ stress

เมื่อไม่ต้องดิ้นรน
ความดุร้ายก็ลดลง

และในช่วงเวลาที่ “เป็นสุข” นี้เอง
หลอดเลือดที่พาเลือดเข้าไปถึงใจกลาง
ก็กลายเป็นเส้นทางให้เม็ดเลือดขาว
บุกเข้าไปปลิดชีพเซลล์มะเร็งอย่างเงียบสงบ



💪 รูปแบบการออกกำลังกายที่พบว่าช่วย
มักพูดตรงกันว่า ควรมีความหลากหลาย ได้แก่

▪️ แอโรบิก
▪️ ออกแบบมีแรงต้าน
▪️ ยืดเหยียด

โดยแอโรบิกเน้นระดับปานกลาง
150–300 นาที/สัปดาห์

ออกแบบมีแรงต้าน
2–3 ครั้ง/สัปดาห์

มียืดเหยียดร่วมด้วยยิ่งดี
และควรหลีกเลี่ยงการออกหนักมากเกินไป
เพราะจะสร้างแวดล้อมอักเสบในช่วงแรก ๆ



🌱 เสมือนเราออกกำลังกาย
เพื่อทำให้เซลล์มะเร็ง “เป็นสุข”

ก่อนที่มันจะถูกทำให้หลับไปตลอดกาล

“แกไม่ต้องเจ็บปวดอีกแล้วนะ
หลับได้แล้ว
ไม่ต้องอดอยาก
และไม่ต้องแบ่งเซลล์อีกแล้ว”

ตับแข็ง ไม่ว่าจะเกิดจากสุรา ไวรัสตับอักเสบB/C หรือไขมันพอกตับ สามารถนำไปสู่จุดที่ DNA เสียหายสะสมมาเรื่อยๆ จนกลายร่างเป็...
10/12/2025

ตับแข็ง ไม่ว่าจะเกิดจากสุรา ไวรัสตับอักเสบB/C หรือไขมันพอกตับ สามารถนำไปสู่จุดที่ DNA เสียหายสะสมมาเรื่อยๆ จนกลายร่างเป็นมะเร็งตับได้

โดยในปัจจุบัน ไขมันพอกตับ (MASLD) แทบจะอยู่กับกลุ่มโรคเมตาบอลิซึม (Metabolic syndrome) เลย ได้แก่ภาวะอ้วน, ดื้ออินซูลิน, เบาหวาน

เพราะตับต้องแบกรับกรดไขมันที่โหลดเข้ามาเยอะมากทั้งจากพฤติกรรมการกิน และที่ส่งมาจากเนื้อเยื่อไขมัน แถมอาจมีปัญหาในการส่งออกที่เกิดจากภาวะดื้ออินซูลิน

สุดท้ายตับที่ไม่ใช่อวัยวะไว้สะสมไขมัน เต็มไปด้วยไขมัน ซึ่งถ้าเก็บไม่ดี มันสามารถรั่วออกมาสร้างพิษ (Lipotoxicity) และเกิดการอักเสบเรื้อรังได้

แต่ภาวะนี้ค่อนข้างขึ้นกับปัจจัยพันธุกรรมมาก บางคนไม่ค่อยดูแลตัวเอง แต่ไขมันก็พอกตับไม่มาก บางคนน้ำหนักเกินนิดหน่อย ไขมันช่องท้องไม่ได้เยอะมาก แต่พอกตับไปมากแล้ว

ดังนั้นอย่าลืมตรวจสุขภาพเสมอ
และดูแลสุขภาพอย่างเป็นองค์รวมนะคะ

อ่านต่อในคอมเมนท์ค่ะ

ไวรัสตับอักเสบ B และ C เป็นหนึ่งในต้นเหตุของตับแข็ง (Cirrhosis) และมะเร็งตับ (Hepatocellular carcinoma) ที่พบได้บ่อยนะคะ...
09/12/2025

ไวรัสตับอักเสบ B และ C เป็นหนึ่งในต้นเหตุของตับแข็ง (Cirrhosis) และมะเร็งตับ (Hepatocellular carcinoma) ที่พบได้บ่อยนะคะ

เพราะไวรัสทั้งสองตัวถ้าเข้าสู่สถานะติดเชื้อเรื้อรัง หรือที่เรียกว่าพาหะแล้ว เชื้อจะยังคงวนเวียนในตับ แล้วเปิดสงครามกับภูมิคุ้มกันซ้ำไปมา จนตับพังได้ค่ะ

แพทย์จะคอยตรวจดูค่าไวรัสที่แสดงถึงจำนวนและความ active ในการแบ่งตัว กับ ค่าเอนไซม์ตับ เพื่อพิจารณาว่าอยู่ในระยะที่ต้องได้รับยาต้านไวรัสเพื่อคุมจำนวนไวรัสหรือไม่

ดังนั้นท่าใดที่เป็นพาหะอย่าลืมตรวจติดตามเสมอนะคะ และปฏิบัติตามที่แพทย์บอกค่ะ

ดิฉันอยู่ทีมนี้นะคะ แต่ช่วงเวลาที่ผ่านมาป่วยมาหลายอาทิตย์ทำให้ไม่ค่อยได้เขียนบทความยาวๆ แบบแต่ก่อน ตอนนี้เริ่มดีขึ้นแล้ว...
07/12/2025

ดิฉันอยู่ทีมนี้นะคะ แต่ช่วงเวลาที่ผ่านมาป่วยมาหลายอาทิตย์ทำให้ไม่ค่อยได้เขียนบทความยาวๆ แบบแต่ก่อน ตอนนี้เริ่มดีขึ้นแล้ว จะกลับมาเขียนนะคะ

มีคนถามมาเยอะว่า ทำไมทำงานหลักเยอะมาก แล้วเอาเวลาไหนมาเขียนโพสต์ เยอะๆ แถมโพสต์ในช่วงเวลาทำงานได้ คำตอบแรกก่อนคือ เพจมันตั้งเวลาโพสต์ได้ค่ะ

แต่ถึงตั้งเวลาโพสต์ได้ เราคนเดียวไม่มีทางทำได้โดยเด็ดขาด เรามีทีมค่ะ ซึ่งประสานงานเป็นระบบ ทำให้แม้สมาชิกในทีมจะเป็นกลุ่มคนที่แทบไม่มีเวลาว่างเลย ก็เดินมาถึงจุดนี้ได้

อันนี้เป็นทีมงานทั้งหมดค่ะ

Tensia - เราเองชื่อเซีย ตอนนี้เป็นเพจหลัก content พฤติกรรมสุขภาพ
Eva - อิศวาพร - พี่เอวา content ประสาทวิทยา และคอยช่วยเราเขียน content
Manifia - พี่มินนี่ content ภูมิคุ้มกัน และคอยช่วยเราเขียน content
Quantia - พี่ขวัญ content มะเร็งวิทยา และคอยประสานงานกับอาจารย์

ทีมเบื้องหลังก็จะมี
Little & her organs - น้องลิ ดูเรื่องงาน art และกลยุทธทิศทางเพจ
Rival madora - น้องริน ช่วยน้องลิ และคอยกระตุ้นพี่ๆ ที่กำลังไร้สาระ55
Nakorn - Core Physiology - ผศ. นพ. นคร ผู้ให้คำปรึกษาพวกกลไกเชิงวิทยาศาสตร์พื้นฐานการแพทย์ (Preclinic)

แล้วก็จะมีเวียนกันดูแลค่ะ เพราะทุกวันจะมีอยู่อย่างน้อย 1 คนอยู่เวรนอกเวลาราชการ ก็เวียนไปช่วยดูกัน บางทีทีมเบื้องหลังก็ช่วยดูหมดค่ะ

ช่วงที่ผ่านมา มีคนในทีมป่วยหลายคน แต่ยังโพสต์อยู่ได้ทุกวันเพราะแบบนี้แหละค่ะ

หนึ่งในกลไกที่ ‘ปัจจัยก่อมะเร็ง’ ทั้งหลายคือ การเข้าทำลายตำแหน่งบนสาย DNA ที่ควบคุมการสร้างโปรตีนชื่อ p53 ส่งผลให้มันทำง...
06/12/2025

หนึ่งในกลไกที่ ‘ปัจจัยก่อมะเร็ง’ ทั้งหลายคือ การเข้าทำลายตำแหน่งบนสาย DNA ที่ควบคุมการสร้างโปรตีนชื่อ p53 ส่งผลให้มันทำงานน้อยลง/หยุดทำงาน

ซึ่งเดิมทีโปรตีนตัวนี้เป็นเหมือนระบบที่ทำให้
เซลล์นั้นๆ รู้จักเสียสละเพื่อส่วนรวม


คือเมื่อสาย DNA จุดใดก็ตาม ได้รับเสียหาย
p53 จะเข้าไปหยุดการแบ่งเซลล์ เพื่อไม่ให้เพิ่มจำนวนเซลล์ที่มี DNA เสียหายนี้ แล้วเรียกระบบซ่อมแซมเข้ามาซ่อมแซมให้ดี

แต่ถ้าเซลล์ไหนเสียหายเยอะ ก็ถึงเวลาเสียสละเพื่อส่วนรวม
เปิดโหมดทำลายตัวเอง (Apoptosis) เพื่อไม่ให้เซลล์ที่มี DNA เสียหายนี้ เล็ดรอดออกไป เพราะเราไม่มีทางรู้ว่าแม่พิมพ์อย่าง DNA ที่เสียหายไปนั้นโดนจุดไหน และถ้าจุดนี่นเกี่ยวกับการแบ่งเซลล์ ในที่สุดจะเกิดมะเร็ง


แต่นั่นแหละค่ะ ถ้าโปรตีนที่ควบคุมความเสียหายของ DNA
กลับเสียหายซะเอง เลยทำให้เซลล์นั้นๆ หลุดจากความเสียสละ และอยากมีชีวิตรอดมากขึ้น แม้ตัวเองจะกลายเป็นมะเร็งแล้วก็ตาม

นอนน้อยเรื้อรัง เพิ่มความเสี่ยงมะเร็ง โดยหลายกลไกเลยค่ะสุดท้ายมันจะสร้างสภาวะอักเสบเรื้อรัง ที่สุ่มทำร้าย DNA ตามเซลล์ต่...
05/12/2025

นอนน้อยเรื้อรัง เพิ่มความเสี่ยงมะเร็ง โดยหลายกลไกเลยค่ะ
สุดท้ายมันจะสร้างสภาวะอักเสบเรื้อรัง ที่สุ่มทำร้าย DNA ตามเซลล์ต่างๆ เรื้อรัง และลดการทำงานภูมิคุ้มกันที่คอยเคลียร์มะเร็งค่ะ

แต่อย่างไรก็ตามเรื่องนอนเป็นแค่ปัจจัยนึงค่ะ
ยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกมากมาย แต่ทางที่ดีควรรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ค่ะ

มะเร็งวางแผนให้ลุกลามง่ายขึ้นโดย: ส่งถุงคำสั่ง EV ไปเตรียมอวัยวะล่วงหน้า + เปิดช่องหลอดเลือด + กดภูมิคุ้มกันปลายทางก่อนล...
02/12/2025

มะเร็งวางแผนให้ลุกลามง่ายขึ้นโดย:

ส่งถุงคำสั่ง EV ไปเตรียมอวัยวะล่วงหน้า
+ เปิดช่องหลอดเลือด
+ กดภูมิคุ้มกันปลายทาง

ก่อนลุกลามจริง

มาดูแลสุขภาพกันเถอะค่ะ เพื่อลดอัตราเสี่ยงการเกิดมะเร็ง
อ่านต่อในคอมเมนท์นะคะ

Address

Jamestown

Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when Quantia posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Share