30/07/2025
🔴 ดีมานด์มัทฉะทั่วโลกโตเกินซัพพลาย ดันราคาเริ่มแพง หลังกลายเป็นเมนูขายดีสุดฮิต ทุกร้านต้องมีเสิร์ฟ
มัทฉะกำลังกลายเป็นเทรนด์ใหญ่ในวงการอาหารและเครื่องดื่มทั่วโลก ยืนยันจากการที่มีขายตั้งแต่ร้าน Starbucks ในอังกฤษ ไปจนถึงโดนัทร้าน Krispy Kreme ที่สิงคโปร์
ขณะเดียวกันโพสต์กลุ่ม Matcha Tok ใน TikTok ที่เป็นคอนเทนต์เรื่องราวต่างๆ ของ ผงชาเขียวจากญี่ปุ่น ก็มียอดวิวทะลุ 10 ล้านครั้งไปแล้ว แต่เทรนด์ดังกล่าวก็มีอีกประเด็นผุดขึ้นมา เพราะความต้องการกำลังมีมากเกินกว่าปริมาณผลิต จนราคาเริ่มแพงขึ้น
ลอเรน เพอร์วิส ที่ประกอบธุรกิจนำเข้าชาของสหรัฐฯ เผยว่า ลูกค้าของเธอเคยสั่งมัทฉะที่ใช้ได้ทั้งเดือน แต่ตอนนี้กลับหมดภายในไม่กี่วัน ขณะที่คาเฟ่บางแห่งถึงกับขอให้ส่งไปถึงวันละกิโลกรัม เพราะกลัวว่าจะมีไม่พอขาย จนเมื่อสินค้าเริ่มขาดแคลนหรือหายาก ราคาจึงแพงขึ้น
ราคามัทฉะที่แพงขึ้น ไม่ได้มีสาเหตุมาจากความต้องการในตลาดเท่านั้น แต่ยังมาจากคลื่นความร้อนที่ส่งผลโดยตรงต่อการเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวชาในญี่ปุ่น และในบางประเทศเช่นสหรัฐฯ ตั้งกำแพงภาษีนำเข้าต่อสินค้าญี่ปุ่น รวมถึงมัทฉะด้วย
สาเหตุที่ทำให้ราคามัทฉะในตลาดโลกแพงขึ้นยังไม่หมดแค่นั้น โดยญี่ปุ่น แหล่งปลูกชาและต้นกำเนิดมัทฉะกำลังประสบปัญหาขาดแคลนเกษตรกร จากภาวะสังคมสูงวัยยิ่งยวด และคนรุ่นใหม่ตามเมืองแหล่งเพาะปลูกชาที่มีน้อยอยู่แล้ว ก็ยังย้ายไปหางานทำตามหัวเมืองใหญ่ๆ อีก
ปัจจัยลบอีกอย่างที่กำลังส่งผลต่อตลาดมัทฉะทั่วโลกคือ ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านขนม พากันนำมัทฉะไปทำเมนูแปลกใหม่ต่างๆ เพื่อกระตุ้นยอดขาย และรองรับความต้องการของลูกค้า
ขณะที่ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อย ก็ซื้อมัทฉะปริมาณมากๆ มาตุนไว้ เพื่อชงดื่มเองหรือทำเป็นเมนูต่างๆ หลังมีข้อมูลปรากฏตามสื่อว่า มัทฉะนั้นดีต่อสุขภาพ และเป็นทางเลือกในการสร้างความกระปรี้กระเปร่าให้ร่างกาย นอกเหนือจากกาแฟ
ด้านผู้เชี่ยวชาญในวงการมัทฉะเตือนว่า อาจไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควร เพราะสารที่มีประโยชน์ ลดคุณค่าลงไปเมื่อถูกความร้อนหรือความเย็นมากเกินไป ดังนั้น การบริโภคมัทฉะกันอย่างมีสติหรือไตร่ตรองให้รอบคอบ อาจเป็นสิ่งที่เหมาะสมกว่าในสถานการณ์เช่นนี้
สมาคมชาญี่ปุ่นโลก (Global Japanese Tea Association) เสนอว่า ทางเลือกที่เป็นไปได้ของผู้บริโภคคือ การซื้อมัทฉะเกรดรองๆ เพราะราคาถูกลงกว่า และยังเหมาะกับการทำอาหารและเครื่องดื่มบางประเภทมากกว่า ขณะเดียวกันก็ยังไม่เสียรสชาติ เมื่อนำไปทำเครื่องดื่มบางประเภท อย่าง ลาเต้อีกด้วย
จากสถานการณ์ทั้งหมด จึงทำให้ราคามัทฉะในตลาดโลกแพงขึ้น แต่แน่นอนว่า ญี่ปุ่นก็ทำเงินเข้าประเทศได้มากขึ้นด้วย โดยข้อมูลจากกระทรวงเกษตร การประมงและกิจการป่าไม้ของญี่ปุ่น ระบุว่า ระหว่างปี 2008-2023 ตัวเลขการส่งออกชา เพิ่มขึ้น 9 เท่าจนมูลค่าไปอยู่ที่ 185 ล้านดอลลาร์ (ราว 6,245 ล้านบาท)
ส่วนความนิยมในปัจจุบันจะเป็นปัจจัยบวกส่งให้ตลาดมัทฉะโลกยิ่งโต จนเมื่อถึงปี 2027 คาดว่า เงินสะพัดในตลาดนี้จะเพิ่มเป็น 5,500 ล้านดอลลาร์ (ราว 185,000 ล้านบาท)
จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวและการเล็งเห็นว่าจะมีรายได้มหาศาลที่จะไหลเข้าประเทศ รัฐบาลญี่ปุ่นคงสนับสนุนทุกทาง เพื่อจูงใจให้เกษตรกรปลูกชาและแปรรูปเป็นมัทฉะกันมากขึ้น ซึ่งในจำนวนนี้อาจมีคนหนุ่มสาวรวมอยู่ด้วย / bbc
*****
(ที่มา : bbc)
#มัทฉะ #ราคาแพง #ดีมานด์ #ซัพพลาย #ขายดี #ญี่ปุ่น #ชาเขียว