BrandThink Media Creative Change: Empowering, Diversity, Positive impact BrandThink House or DIR4, a film production company based in Bangkok, Thailand.

We provide film production service also co-production with creative solution with 13 years of experience.

BrandThink ได้รับความไว้วางใจจาก ZEEKR Thailand และยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกันอีกครั้ง เพื่อสื่อสารแนวคิดเกี่ยวกั...
17/03/2026

BrandThink ได้รับความไว้วางใจจาก ZEEKR Thailand และยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกันอีกครั้ง เพื่อสื่อสารแนวคิดเกี่ยวกับอนาคตของการเดินทาง และชวนผู้คนมองการเดินทางในมุมใหม่
เพราะรถยนต์ไฟฟ้าในวันนี้
อาจไม่ได้เป็นเพียง ‘เทคโนโลยีใหม่’ อีกต่อไป
แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตในเมือง
และนี่คือเหตุผลที่ ZEEKR x BrandThink
อยากชวนคุณเริ่มต้นการเดินทางครั้งใหม่
ไปพร้อมกับยนตรกรรมไฟฟ้าระดับพรีเมียมของ ZEEKR
BrandThink is trusted by ZEEKR Thailand
and is truly delighted to be collaborating once again to communicate ideas about the future of mobility and invite people to see the way we move from a new perspective.
Because electric vehicles today
are no longer merely ‘a new technology.’
They are increasingly becoming part of everyday urban life.
And this is why ZEEKR x BrandThink
invite you to begin a new journey
together with ZEEKR’s premium electric mobility.


BrandThink Media: จาก ‘ร้านอร่อย’ สู่ ‘ร้านที่อยู่รอด’กว่าจะเป็น ‘ร้านนี้แหละใช่ Talk 2026 by เวิลด์แก๊ส’ที่ชวนเจ้าของร้...
16/03/2026

BrandThink Media: จาก ‘ร้านอร่อย’ สู่ ‘ร้านที่อยู่รอด’
กว่าจะเป็น ‘ร้านนี้แหละใช่ Talk 2026 by เวิลด์แก๊ส’
ที่ชวนเจ้าของร้านอาหารคิดรอบด้าน
ตั้งแต่กลยุทธ์ ระบบหลังร้าน ไปจนถึง Food Community
เมื่อธุรกิจร้านอาหารยุคใหม่ ต้องการมากกว่าแค่เมนูอร่อย และบางครั้ง เวทีเสวนาไม่ได้เริ่มต้นจากรายชื่อวิทยากร และไม่ได้เริ่มต้นจากการออกแบบเวที แต่เริ่มต้นจากคำถามเล็กๆ คำถามหนึ่ง ที่ว่า “ร้านอาหารในวันนี้ จะอยู่รอดในวันพรุ่งนี้ได้อย่างไร?”
คำถามนี้กลายเป็นจุดตั้งต้นของงาน ‘ร้านนี้แหละใช่ Talk 2026 by เวิลด์แก๊ส’ เวทีเสวนาที่ชวนผู้ประกอบการร้านอาหาร เชฟ นักสร้างแบรนด์ และผู้เชี่ยวชาญในวงการอาหาร มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับธุรกิจร้านอาหารในยุคที่ต้นทุน เทคโนโลยี และพฤติกรรมผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
งานนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2026 ณ True Digital Park กรุงเทพฯ แต่เบื้องหลังของเวทีนี้ ไม่ได้เริ่มต้นจากการวางกำหนดการของงาน หากเริ่มต้นจากการตั้งคำถามทางธุรกิจที่ใหญ่กว่านั้น
สำหรับ WP Energy ผู้จัดงานหลัก เวทีนี้เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะขยายบทบาทขององค์กรจากผู้ให้บริการพลังงาน ไปสู่การเป็น ‘เพื่อนคู่คิดของธุรกิจร้านอาหาร’ เพราะในตลอดหลายปีที่ผ่านมา WP Energy ทำงานใกล้ชิดกับผู้ประกอบการร้านอาหารจำนวนมากทั่วประเทศ ทำให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของธุรกิจอาหารอย่างชัดเจน ตั้งแต่ต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น ไปจนถึงการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในโลกออนไลน์
โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่เพียงเรื่องพลังงานที่ใช้ในครัว แต่คือคำถามที่ว่า…ธุรกิจร้านอาหารจะเติบโตอย่างยั่งยืนได้อย่างไร? แนวคิดนี้จึงกลายเป็นจุดร่วมของการทำงานระหว่าง WP Energy และ BrandThink ในการออกแบบเวทีที่ไม่ได้เป็นเพียงงานสัมมนา แต่เป็นพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และบทเรียนจากคนทำธุรกิจอาหารตัวจริง
สำหรับทีม BrandThink การออกแบบงานนี้ไม่ได้เริ่มจากคำถามว่า “เราจะจัดงานสัมมนาอย่างไร” แต่เริ่มจากคำถามว่า “ธุรกิจร้านอาหารในวันนี้กำลังเผชิญกับอะไร?”
BrandThink จึงเริ่มต้นจากการสำรวจแลนด์สเคปของธุรกิจอาหาร ตั้งแต่ต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ไปจนถึงการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในโลกออนไลน์ จากการสำรวจนี้ ทีมพบว่าร้านอาหารหลายแห่งไม่ได้ล้มเหลวเพราะอาหารไม่อร่อย แต่ล้มเหลวเพราะไม่มีระบบธุรกิจที่แข็งแรง แนวคิดของงานจึงค่อยๆ ชัดขึ้นว่า เวทีนี้จะไม่ได้พูดถึงเพียงเรื่องอาหาร แต่จะพูดถึงกลยุทธ์ ระบบ และ Food Community ที่ช่วยให้ธุรกิจร้านอาหารเติบโตได้ในระยะยาว
ด้าน ‘อารยา บิณฑะประทีป’ Creative Event จาก BrandThink เล่าเบื้องหลังให้ฟังว่า งาน ‘ร้านนี้แหละใช่ Talk 2026 by เวิลด์แก๊ส’ เริ่มต้นจากโจทย์ของ WP Energy ที่ต้องการสร้างพื้นที่ให้ผู้ประกอบการร้านอาหารได้มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเรียนรู้ร่วมกันในฐานะ Food Community ทีม BrandThink จึงออกแบบงานให้เป็นเวทีทอล์ก ที่รวมมุมมองจากหลายด้านของธุรกิจอาหาร เพื่อให้ผู้ประกอบการเห็นภาพการทำร้านอาหารในยุคใหม่แบบรอบด้าน ไม่ใช่เพียงการฟังสัมมนาเฉพาะเรื่อง
อีกหนึ่งโจทย์สำคัญของ BrandThink คือ จะทำอย่างไรให้เวทีนี้แตกต่างจากงานสัมมนาทั่วไป แทนที่จะเป็นการบรรยายแบบทางเดียว ทีม BrandThink เลือกออกแบบเวทีให้เป็นพื้นที่ที่ผู้ประกอบการร้านอาหารสามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์จริงจากการทำธุรกิจ จึงเกิดการคัดเลือก speakers ที่มาจากหลายมิติของวงการอาหาร ตั้งแต่ผู้บริหารด้านธุรกิจพลังงาน นักสร้างคอนเทนต์ด้านอาหาร ผู้ประกอบการแบรนด์อาหาร ไปจนถึงเชฟและแพทย์ด้านโภชนาการ แนวคิดนี้ทำให้เวทีไม่ได้พูดถึงอาหารเพียงมิติเดียว แต่เชื่อมโยงทั้งเรื่องธุรกิจ สุขภาพ การตลาด และคอมมิวนิตีของคนทำอาหาร
บทเรียนสำคัญจากงานนี้คือ ธุรกิจร้านอาหารในยุคนี้ไม่ได้แข่งขันกันเพียงเรื่องรสชาติ แต่แข่งขันกันที่ แบรนด์ เรื่องเล่า และความเข้าใจผู้บริโภค ขณะเดียวกันหลายเซสชันยังชี้ให้เห็นว่า ร้านอาหารยุคใหม่ต้องคิดมากกว่าเรื่องเมนู ตั้งแต่การสร้าง Food Community และการสื่อสารบนโซเชียลมีเดีย ไปจนถึงการให้ความสำคัญกับ สุขภาพของผู้บริโภค เพราะรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในครัว ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบ วิธีการปรุงอาหาร หรือการควบคุมโภชนาการ ล้วนส่งผลต่อทั้งสุขภาพของผู้บริโภค และภาพลักษณ์ของร้านอาหารในระยะยาว
ในการจัดงานครั้งนนี้ BrandThink พบว่าธุรกิจร้านอาหารในยุคนี้ไม่ได้แข่งขันกันเพียงเรื่องรสชาติอีกต่อไป แต่แข่งขันกันที่แบรนด์ เรื่องเล่า และความสัมพันธ์กับลูกค้า ร้านที่อยู่รอดได้จึงไม่ใช่แค่ร้านที่ทำอาหารอร่อย แต่เป็นร้านที่มีตัวตนชัดเจน และสามารถสร้างคอมมิวนิตีของลูกค้าได้
นอกจากเนื้อหาบนเวที อีกหนึ่งช่วงสำคัญของงาน คือการเปิดตัวแคมเปญ ‘Yes Sign’ สัญลักษณ์ที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเลือกร้านอาหารได้ง่ายและมั่นใจมากขึ้น โดยร้านที่ได้รับเครื่องหมายนี้ต้องผ่านเกณฑ์สำคัญด้านรสชาติ การบริการ และมาตรฐานความปลอดภัย
สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหาร เครื่องหมายนี้จึงไม่ใช่เพียงสัญลักษณ์ แต่คือการยืนยันว่า ร้านอาหารเหล่านั้นผ่านมาตรฐานที่ผู้บริโภคสามารถเชื่อมั่นได้
นอกจากนี้ ระหว่างการเตรียมงาน อารยายังเล่าเบื้องหลังอีกว่า ทีม BrandThink ได้พูดคุยกับผู้ประกอบการร้านอาหารหลายรูปแบบ และพบว่าหลายร้านกำลังเผชิญความท้าทายคล้ายกัน ทั้งเรื่องต้นทุน การแข่งขัน และการสร้างตัวตนของร้าน สิ่งนี้ทำให้ทีมทำงานอยากให้งานนี้เป็นมากกว่าเวทีพูดคุย แต่เป็นพื้นที่ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และต่อยอดเป็น Food Community ที่เติบโตไปด้วยกัน
สุดท้ายแล้ว เวที ‘ร้านนี้แหละใช่ Talk 2026 by เวิลด์แก๊ส’ ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง WP Energy และ BrandThink อาจไม่ได้ให้สูตรสำเร็จสำหรับธุรกิจร้านอาหาร แต่สิ่งที่เวทีนี้พยายามชวนคิดคือ ในโลกที่การแข่งขันสูงขึ้นทุกวัน ร้านอาหารที่อยู่รอดได้ในระยะยาว มักไม่ใช่ร้านที่มีเมนูมากที่สุด แต่คือร้านที่มีกลยุทธ์ ระบบหลังร้าน และคอมมิวนิตี ที่แข็งแรงพอจะพาธุรกิจให้เติบโตต่อไปได้
และสำหรับ BrandThink งานนี้ไม่ใช่เพียงการจัดเวทีเสวนาอีกหนึ่งครั้ง แต่คือความพยายามในการใช้พลังของ storytelling ภายใต้แนวคิดการทำงานที่เป็นหัวใจหลัก นั่นคือ ‘Creative Change’ เพื่อเชื่อมโยงธุรกิจ แบรนด์ และผู้คนในอุตสาหกรรมเดียวกันให้ได้มาพบกัน แลกเปลี่ยน และเติบโตไปพร้อมกัน
เพราะบางครั้ง การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม อาจไม่ได้เริ่มจากการเปิดร้านใหม่หนึ่งร้าน แต่อาจเริ่มต้นจาก บทสนทนาเล็กๆ ที่ทำให้ผู้คนในวงการเดียวกัน เริ่มมองอนาคตของธุรกิจตัวเองในมุมใหม่ และ WP Energy ก็เป็นหนึ่งในองค์กรที่มองเห็นความสำคัญของการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน ผ่านการสนับสนุนพื้นที่สำหรับบทสนทนาเหล่านี้
#ร้านนี้แหละใช่Talk2026byเวิลด์แก๊ส

07/03/2026

BrandThink Media: “มือทุกคู่…ล้วนมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน”
เบื้องหลัง Photo Story ‘Labor Day’ ของ BrandThink
ผลงานคว้ารางวัล Amnesty Media Awards 2025
บางครั้ง ‘มือ’ อาจเป็นเพียงรายละเอียดเล็กๆ ในภาพถ่าย แต่สำหรับ Photo Story ชุด ‘Labor Day’ ผลงานภาพถ่ายโดย ภรัณยู วรรณศรีพิศุทธิ์ ช่างภาพของ BrandThink มือเหล่านั้นคือสัญลักษณ์ของผู้คนที่กำลังขับเคลื่อนสังคม

เพราะมือแต่ละคู่สะท้อนชีวิตที่แตกต่างกัน แต่ทั้งหมดล้วนมีสิ่งหนึ่งร่วมกัน คือ ‘ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์’ แนวคิดนี้กลายเป็นหัวใจของ Photo Story ที่เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2568 เนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ ก่อนที่ผลงานจะได้รับ รางวัลที่ 3 ประเภทภาพถ่าย หัวข้อ ‘สิทธิมนุษยชน’ จากเวที Amnesty Media Awards 2025 ซึ่งจัดโดย แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ณ โรงแรมเบสท์เวสเทิร์น กรุงเทพฯ
สำหรับภรัณยู ผลงาน Photo Story ชุดนี้ไม่ได้ตั้งใจเล่าถึงการต่อสู้ในพื้นที่ห่างไกล หรือเหตุการณ์ใหญ่ที่ปรากฏบนหน้าข่าว หากแต่ต้องการสะท้อนชีวิตของผู้คนธรรมดาที่กำลังต่อสู้กับอำนาจในรูปแบบต่างๆ ที่แทรกอยู่ในชีวิตประจำวัน
เขาอธิบายแนวคิดของงานชิ้นนี้ว่า “ผลงานชิ้นนี้อาจไม่ได้เล่าถึงการต่อสู้ในพื้นที่ที่เข้าถึงยาก แต่พยายามเล่าถึงชีวิตของพวกเราทุกคนที่กำลังต่อสู้กับอำนาจในรูปแบบต่างๆ ทั้งนอกและในระบบแรงงาน”
เบื้องหลังของ Photo Story ชุดนี้ เริ่มต้นจากการที่ภรัณยูนำเสนอแนวคิดในที่ประชุมกองบรรณาธิการ BrandThink เพื่อชวนทีมตั้งคำถามว่า หากเราจะเล่าเรื่อง ‘แรงงาน’ ในวันแรงงานแห่งชาติ เราจะเล่าอย่างไรให้ผู้คนมองเห็นความหมายของคำว่าแรงงานในมุมใหม่ การสนทนาในห้องประชุมวันนั้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงบทบาทของช่างภาพหรือบรรณาธิการเท่านั้น แต่เปิดพื้นที่ให้ทุกคนในทีมมีส่วนร่วม ตั้งแต่ บรรณาธิการ, นักเขียน, Video Creator, Proofreader, กราฟิกดีไซเนอร์, แอดมิน ไปจนถึงนักศึกษาฝึกงาน ต่างช่วยกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ตั้งคำถาม และต่อยอดแนวคิดของงาน
สำหรับ BrandThink กระบวนการทำงานด้านบรรณาธิการจึงไม่ใช่เพียงการผลิตเนื้อหา แต่คือการทำงานแบบ Editorial Collaboration ที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมกับเรื่องเล่า ตั้งแต่ต้นทางของไอเดีย ไปจนถึงการเผยแพร่ผลงาน
จากบทสนทนาในวันนั้น คำถามหนึ่งจึงค่อยๆ ชัดเจนขึ้นว่า “ถ้าเราไม่ถ่ายใบหน้าของแรงงาน เราจะยังเล่าเรื่องแรงงานได้หรือไม่” และคำตอบคือ ‘มือ’
เพราะมือคือส่วนของร่างกายที่สะท้อนชีวิตการทำงานได้มากที่สุด ทั้งร่องรอยของเวลา ความชำนาญ และประสบการณ์ที่สะสมอยู่ในแต่ละอาชีพ
Photo Story ชุด Labor Day จึงเลือกใช้ ‘มือ’ เป็นภาษาหลักของภาพถ่าย เพื่อสะท้อนว่าทุกอาชีพกำลังร่วมกันขับเคลื่อนสังคมในแบบของตัวเอง สำหรับภรัณยู งานชิ้นนี้ยังเป็นการเติมเต็มแพชชันของคตัวเองในการใช้ภาพถ่ายเล่าเรื่องของผู้คนในสังคม ผ่านรายละเอียดเล็กๆ ที่อาจถูกมองข้ามในชีวิตประจำวัน
เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ได้จัดงานประกาศผลและพิธีมอบรางวัล ‘สื่อมวลชนเพื่อสิทธิมนุษยชน’ (Amnesty Media Awards 2025) ซึ่งมอบรางวัลให้กับผลงานสื่อหลากหลายประเภทที่สะท้อนประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน และ Photo Story ชุด ‘Labor Day’ ของ BrandThink ได้รับ รางวัลที่ 3 ประเภทภาพถ่าย ในหัวข้อ ‘สิทธิมนุษยชน’
ระหว่างพิธีรับรางวัล ภีมรพี รพีพัฒน์ ธุรารัตน์ Deputy Editor-in-Chief ของ BrandThink ได้กล่าวถึงความหมายของผลงานชิ้นนี้ว่า
“ผลงานชิ้นนี้พูดถึงการต่อสู้ที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตของคนธรรมดา และเล่าถึงชีวิตของผู้คนที่กำลังต่อสู้กับอำนาจในระบบแรงงาน ทั้งที่มองเห็นและมองไม่เห็น
สำหรับกองบรรณาธิการ BrandThink ‘สิทธิแรงงาน’ คือ ‘สิทธิมนุษยชน’
ไม่ว่ามือคู่นั้นจะถือประแจ ทำอาหาร จับปากกา ถือกล้อง หรือประกอบสัมมาอาชีพใดก็ตาม
มือทุกคู่ล้วนมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน”
Photo Story ชุด ‘Labor Day’ จึงไม่ใช่เพียงผลงานของช่างภาพคนหนึ่ง หรือของกองบรรณาธิการเพียงทีมเดียว แต่คือเรื่องเล่าที่เกิดขึ้นจากการร่วมกันมองเห็นคุณค่าของผู้คนในสังคม และบางครั้ง เรื่องราวของสังคมอาจไม่ได้เริ่มต้นจากเหตุการณ์ใหญ่เสมอไป แต่อาจเริ่มต้นจากเพียง ‘มือธรรมดาๆ คู่หนึ่ง’ ที่กำลังทำงานอยู่ในชีวิตประจำวัน
ย้อนชมผลงานภาพถ่ายชุด ‘Labor Day’ โดย ‘ภรัณยู วรรณศรีพิศุทธิ์’ ได้ที่: https://www.facebook.com/share/p/176c6CZMeF/
#วันแรงงาน

MOODY มอบช่วงเวลาสุดอบอุ่น ท่ามกลางลมหนาวบางๆ ‘สำรวจฤดูกาลที่ใช่’ ผ่านงาน MOODY MIND DAY 2 ‘ฤดูผลิบาน’ Presented by Shis...
11/12/2025

MOODY มอบช่วงเวลาสุดอบอุ่น
ท่ามกลางลมหนาวบางๆ ‘สำรวจฤดูกาลที่ใช่’
ผ่านงาน MOODY MIND DAY 2 ‘ฤดูผลิบาน’ Presented by Shiseido
“เพราะจังหวะที่ใช่ของเราต่างกัน แต่สักวันมันจะมาถึง”
หลังได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากทุกคนที่มาร่วมสร้างภูมิคุ้มใจในอีเวนต์แรก ‘MIND DAY ภูมิคุ้มใจ Presented by Shiseido’ เมื่อปีที่ผ่านมา เพื่อสานต่อความอบอุ่นนั้นและสร้างความใกล้ชิดให้กับผู้ติดตาม MOODY มากยิ่งขึ้น อีเวนต์ของเราจึงกลับมาอีกครั้งในปีนี้ ภายใต้ชื่อ MOODY MIND DAY 2 ‘ฤดูผลิบาน’ Presented by Shiseido
งานครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘MIND BLOOMING - ฤดูผลิบาน’ จากความเชื่อที่ว่า ทุกคนมีจังหวะชีวิตเป็นของตัวเอง จังหวะที่อาจเร็วหรือช้ากว่าคนอื่น แต่ล้วนงดงามในแบบของเรา ไม่จำเป็นต้องเดินตามมาตรฐานที่สังคมวางไว้ เหมือนดอกไม้ที่ผลิบานในช่วงเวลาที่ต่างกัน และไม่มีช่วงเวลาใดที่ ‘ช้าเกินไป’ สำหรับการเติบโต
MOODY MIND DAY 2 ‘ฤดูผลิบาน’ จัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ณ อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CU Centenary Park, Bangkok) พื้นที่สีเขียวท่ามกลางเมืองใหญ่ที่ทำให้ผู้คนได้หยุดพัก หายใจ และกลับมาดูแลใจตัวเองอีกครั้งก่อนจะส่งท้ายปี ผ่าน 6 กิจกรรมไฮไลต์ ได้แก่
MIND TALK
Session 1 | ความฝันไม่มีวันหมดอายุ โดย ‘แตงโม-กิตติพร โรจน์วณิช’
เธอค้นพบว่าแม้ชีวิตจะผ่านพายุหลายครั้ง แต่ตราบใดที่ยังไม่ลืม ‘ราก’ หรือความชอบแท้จริง พลังในการเริ่มใหม่จะไม่มีวันหายไป ความสุขเกิดจากการกลับไปหาสิ่งที่อยากทำ ไม่ใช่แค่สิ่งที่อยากได้ และเมื่อได้เชื่อมต่อกับหัวใจดวงเดิมอีกครั้ง ดอกไม้ในชีวิตก็พร้อมผลิบานใหม่ได้เสมอ แม้จะเคยล้มลงมาก็ตาม
Session 2 | บุตรผู้มีแม่สองคน โดย ‘หงส์-ศิริวรรณ พรอินทร์’
เรื่องราวของเธอชวนให้เห็นว่า ครอบครัวที่แท้จริงคือพื้นที่ปลอดภัย ที่โอบรับตัวตนของเราไม่ว่าจะมีรูปแบบอย่างไร การเติบโตท่ามกลางความรักและการยอมรับ ทำให้เธอเปลี่ยนบาดแผลจากการถูกเลือกปฏิบัติให้กลายเป็นพลังในการขับเคลื่อนสังคม และย้ำว่าการผลิบานของเราจะกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ดอกไม้อื่นๆ กล้าผลิบานตามไปด้วย
Session 3 | นักพากย์ผู้ผ่านหลากฤดูกาล โดย ‘น้าต๋อย เซมเบ้-นิรันดร์ บุณยรัตพันธุ์’
ตัวแทนเสียงแห่งความทรงจำวัยเด็กที่สอนให้เห็นว่าความรักในสิ่งเล็กๆ อย่าง ‘การ์ตูน’ สามารถเติบโตเป็นพลังที่เปลี่ยนชีวิตผู้คนได้จริง ทั้งในวันที่เขามอบแรงบันดาลใจให้เด็กๆ และในวันที่เด็กเหล่านั้นเติบโตกลับมาช่วยชีวิตเขา ความตั้งใจ ความไม่ยอมแพ้ และการก้าวต่อไปแม้ผ่านความเจ็บปวด คือฤดูผลิบานที่แท้จริงของนักพากย์ผู้ใช้เสียงปลอบโยนคนทั้งรุ่น
Session 4 | เด็กหญิงผิวด่างขาว โดย ‘รินดา-พรรณวลัย ทิพรดารัตนสิริ’
เรื่องราวของเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่ทำให้เห็นว่า ความแตกต่างไม่ใช่ข้อบกพร่อง แต่คือเอกลักษณ์ที่งดงาม เมื่อเราเรียนรู้ที่จะยอมรับและเห็นคุณค่าในตัวเอง การเติบโตจะเกิดขึ้นจากภายใน และพลังบวกนั้นจะส่งต่อไปยังคนรอบข้าง เหมือนดอกไม้ที่บานในฤดูกาลของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องเหมือนใครก็สวยได้
Session 5 | In Between Seasons โดย ‘ปัญ-ปัญสิกรณ์ ติยะกร’ และ ‘วอร์ม-สิรวิชญ์ บุญประสิทธิการ’
เรื่องราวของไอดอลสาวที่ชี้ให้เห็นว่าความงามของชีวิตไม่ได้อยู่แค่ช่วงที่ผลิบานเต็มที่ แต่ซ่อนอยู่ในช่วง ‘กำลังเปลี่ยนผ่าน’ ที่เรายอมรับความไม่แน่นอน กล้าลองผิดลองถูก และไม่รีบหาคำตอบให้ชีวิต เพราะสิ่งที่ใช่สำหรับคนอื่น อาจยังไม่ใช่สำหรับเรา การเติบโตอย่างช้าๆ ก็มีความงามในแบบของมัน เหมือนใบไม้สีส้มที่ค่อยๆ เปลี่ยนฤดู
Session 6 | Bloom Beyond the Spotlight โดย ‘วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร’ และ ‘ลีโอ พุฒ-พุฒิพงศ์ ศรีวัฒน์’
เรื่องราวของชายหนุ่มผู้ยืนอยู่ท่ามกลางแสงเจิดจ้า ทำให้เห็นว่าความสำเร็จไม่ได้มาจากการเร่งตัวเองให้ ‘เก่งทันใคร’ แต่มาจากการรู้จักตัวเอง ตั้งสติรับมือความกดดัน และพัฒนาอย่างต่อเนื่องในจังหวะที่เหมาะกับชีวิตของตัวเองจริงๆ เขาชวนให้เราเชื่อว่าทุกคนมีฤดูกาลของตัวเอง และเมื่อไม่เปรียบเทียบ ไม่กดดันจนเกินไป คุณภาพที่เติบโตจากภายในจะพาเราไปสู่ช่วงเวลาที่ผลิบานและงดงามที่สุด
นอกจากเซสชันพูดคุย ภายในงานยังอบอวลไปด้วยกิจกรรมใน MIND WORKSHOPS ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาสีที่ใช่เพื่อเพิ่มความมั่นใจ การเขียน Calligraphy ฝึกสมาธิ ปรับสมดุลทางใจผ่านการทำเทียนหอม กลับมาอยู่กับตัวเองผ่านการจัดดอกไม้ รวมถึงการสร้างความแข็งแรงทางกายด้วยพิลาทิส
บรรยากาศยังคึกคักด้วยผู้คนที่มานั่งพักและเติมพลังกันที่โซน Shiseido Recharge Bar พร้อมเดินเพลินไปกับสินค้าน่ารักจากโซน MIND MARKET และแวะชมนิทรรศการเล็กๆ จาก MOODY ที่โซน MIND EXHIBITION
ก่อนจะปิดท้ายค่ำคืนอย่างอบอุ่นด้วยคอนเสิร์ตจากวง ‘STOONDIO’ ที่ฮีลใจผู้เข้าร่วมงานด้วยเสียงเพลงที่โอบกอดหัวใจให้ได้พักหายใจอีกครั้ง
โดย MOODY ยังเชื่อว่าทุกคนที่มาร่วมงานจะได้รับประสบการณ์ที่ดี ได้ใช้เวลาช่วงสั้นๆ กลับมาทบทวนตัวเอง ให้อภัย ให้กำลังใจ และอ่อนโยนกับหัวใจของตัวเอง พร้อมยอมรับทุกแง่มุมของชีวิต เพื่อนำสิ่งที่ตกตะกอนไปเป็นสารตั้งต้นสู่การค้นพบ ‘ฤดูกาลของตัวเอง’ ที่จะมาถึง
#ฤดูผลิบาน
#อุทยาน100ปี

ที่อยู่

Amphoe Dusit

เวลาทำการ

จันทร์ 10:00 - 19:00
อังคาร 10:00 - 19:00
พุธ 10:00 - 19:00
พฤหัสบดี 10:00 - 19:00
ศุกร์ 10:00 - 19:00

เบอร์โทรศัพท์

+66968964594

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ BrandThink Mediaผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง BrandThink Media:

ทางลัด

แชร์