BrandThink Media Creative Change: Empowering, Diversity, Positive impact BrandThink House or DIR4, a film production company based in Bangkok, Thailand.

We provide film production service also co-production with creative solution with 13 years of experience.

BrandThink ได้รับความไว้วางใจจาก ZEEKR Thailand และยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกันอีกครั้ง เพื่อสื่อสารแนวคิดเกี่ยวกั...
17/03/2026

BrandThink ได้รับความไว้วางใจจาก ZEEKR Thailand และยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกันอีกครั้ง เพื่อสื่อสารแนวคิดเกี่ยวกับอนาคตของการเดินทาง และชวนผู้คนมองการเดินทางในมุมใหม่
เพราะรถยนต์ไฟฟ้าในวันนี้
อาจไม่ได้เป็นเพียง ‘เทคโนโลยีใหม่’ อีกต่อไป
แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตในเมือง
และนี่คือเหตุผลที่ ZEEKR x BrandThink
อยากชวนคุณเริ่มต้นการเดินทางครั้งใหม่
ไปพร้อมกับยนตรกรรมไฟฟ้าระดับพรีเมียมของ ZEEKR
BrandThink is trusted by ZEEKR Thailand
and is truly delighted to be collaborating once again to communicate ideas about the future of mobility and invite people to see the way we move from a new perspective.
Because electric vehicles today
are no longer merely ‘a new technology.’
They are increasingly becoming part of everyday urban life.
And this is why ZEEKR x BrandThink
invite you to begin a new journey
together with ZEEKR’s premium electric mobility.


BrandThink Media: จาก ‘ร้านอร่อย’ สู่ ‘ร้านที่อยู่รอด’กว่าจะเป็น ‘ร้านนี้แหละใช่ Talk 2026 by เวิลด์แก๊ส’ที่ชวนเจ้าของร้...
16/03/2026

BrandThink Media: จาก ‘ร้านอร่อย’ สู่ ‘ร้านที่อยู่รอด’
กว่าจะเป็น ‘ร้านนี้แหละใช่ Talk 2026 by เวิลด์แก๊ส’
ที่ชวนเจ้าของร้านอาหารคิดรอบด้าน
ตั้งแต่กลยุทธ์ ระบบหลังร้าน ไปจนถึง Food Community
เมื่อธุรกิจร้านอาหารยุคใหม่ ต้องการมากกว่าแค่เมนูอร่อย และบางครั้ง เวทีเสวนาไม่ได้เริ่มต้นจากรายชื่อวิทยากร และไม่ได้เริ่มต้นจากการออกแบบเวที แต่เริ่มต้นจากคำถามเล็กๆ คำถามหนึ่ง ที่ว่า “ร้านอาหารในวันนี้ จะอยู่รอดในวันพรุ่งนี้ได้อย่างไร?”
คำถามนี้กลายเป็นจุดตั้งต้นของงาน ‘ร้านนี้แหละใช่ Talk 2026 by เวิลด์แก๊ส’ เวทีเสวนาที่ชวนผู้ประกอบการร้านอาหาร เชฟ นักสร้างแบรนด์ และผู้เชี่ยวชาญในวงการอาหาร มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับธุรกิจร้านอาหารในยุคที่ต้นทุน เทคโนโลยี และพฤติกรรมผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
งานนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2026 ณ True Digital Park กรุงเทพฯ แต่เบื้องหลังของเวทีนี้ ไม่ได้เริ่มต้นจากการวางกำหนดการของงาน หากเริ่มต้นจากการตั้งคำถามทางธุรกิจที่ใหญ่กว่านั้น
สำหรับ WP Energy ผู้จัดงานหลัก เวทีนี้เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะขยายบทบาทขององค์กรจากผู้ให้บริการพลังงาน ไปสู่การเป็น ‘เพื่อนคู่คิดของธุรกิจร้านอาหาร’ เพราะในตลอดหลายปีที่ผ่านมา WP Energy ทำงานใกล้ชิดกับผู้ประกอบการร้านอาหารจำนวนมากทั่วประเทศ ทำให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของธุรกิจอาหารอย่างชัดเจน ตั้งแต่ต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น ไปจนถึงการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในโลกออนไลน์
โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่เพียงเรื่องพลังงานที่ใช้ในครัว แต่คือคำถามที่ว่า…ธุรกิจร้านอาหารจะเติบโตอย่างยั่งยืนได้อย่างไร? แนวคิดนี้จึงกลายเป็นจุดร่วมของการทำงานระหว่าง WP Energy และ BrandThink ในการออกแบบเวทีที่ไม่ได้เป็นเพียงงานสัมมนา แต่เป็นพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และบทเรียนจากคนทำธุรกิจอาหารตัวจริง
สำหรับทีม BrandThink การออกแบบงานนี้ไม่ได้เริ่มจากคำถามว่า “เราจะจัดงานสัมมนาอย่างไร” แต่เริ่มจากคำถามว่า “ธุรกิจร้านอาหารในวันนี้กำลังเผชิญกับอะไร?”
BrandThink จึงเริ่มต้นจากการสำรวจแลนด์สเคปของธุรกิจอาหาร ตั้งแต่ต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ไปจนถึงการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในโลกออนไลน์ จากการสำรวจนี้ ทีมพบว่าร้านอาหารหลายแห่งไม่ได้ล้มเหลวเพราะอาหารไม่อร่อย แต่ล้มเหลวเพราะไม่มีระบบธุรกิจที่แข็งแรง แนวคิดของงานจึงค่อยๆ ชัดขึ้นว่า เวทีนี้จะไม่ได้พูดถึงเพียงเรื่องอาหาร แต่จะพูดถึงกลยุทธ์ ระบบ และ Food Community ที่ช่วยให้ธุรกิจร้านอาหารเติบโตได้ในระยะยาว
ด้าน ‘อารยา บิณฑะประทีป’ Creative Event จาก BrandThink เล่าเบื้องหลังให้ฟังว่า งาน ‘ร้านนี้แหละใช่ Talk 2026 by เวิลด์แก๊ส’ เริ่มต้นจากโจทย์ของ WP Energy ที่ต้องการสร้างพื้นที่ให้ผู้ประกอบการร้านอาหารได้มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเรียนรู้ร่วมกันในฐานะ Food Community ทีม BrandThink จึงออกแบบงานให้เป็นเวทีทอล์ก ที่รวมมุมมองจากหลายด้านของธุรกิจอาหาร เพื่อให้ผู้ประกอบการเห็นภาพการทำร้านอาหารในยุคใหม่แบบรอบด้าน ไม่ใช่เพียงการฟังสัมมนาเฉพาะเรื่อง
อีกหนึ่งโจทย์สำคัญของ BrandThink คือ จะทำอย่างไรให้เวทีนี้แตกต่างจากงานสัมมนาทั่วไป แทนที่จะเป็นการบรรยายแบบทางเดียว ทีม BrandThink เลือกออกแบบเวทีให้เป็นพื้นที่ที่ผู้ประกอบการร้านอาหารสามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์จริงจากการทำธุรกิจ จึงเกิดการคัดเลือก speakers ที่มาจากหลายมิติของวงการอาหาร ตั้งแต่ผู้บริหารด้านธุรกิจพลังงาน นักสร้างคอนเทนต์ด้านอาหาร ผู้ประกอบการแบรนด์อาหาร ไปจนถึงเชฟและแพทย์ด้านโภชนาการ แนวคิดนี้ทำให้เวทีไม่ได้พูดถึงอาหารเพียงมิติเดียว แต่เชื่อมโยงทั้งเรื่องธุรกิจ สุขภาพ การตลาด และคอมมิวนิตีของคนทำอาหาร
บทเรียนสำคัญจากงานนี้คือ ธุรกิจร้านอาหารในยุคนี้ไม่ได้แข่งขันกันเพียงเรื่องรสชาติ แต่แข่งขันกันที่ แบรนด์ เรื่องเล่า และความเข้าใจผู้บริโภค ขณะเดียวกันหลายเซสชันยังชี้ให้เห็นว่า ร้านอาหารยุคใหม่ต้องคิดมากกว่าเรื่องเมนู ตั้งแต่การสร้าง Food Community และการสื่อสารบนโซเชียลมีเดีย ไปจนถึงการให้ความสำคัญกับ สุขภาพของผู้บริโภค เพราะรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในครัว ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบ วิธีการปรุงอาหาร หรือการควบคุมโภชนาการ ล้วนส่งผลต่อทั้งสุขภาพของผู้บริโภค และภาพลักษณ์ของร้านอาหารในระยะยาว
ในการจัดงานครั้งนนี้ BrandThink พบว่าธุรกิจร้านอาหารในยุคนี้ไม่ได้แข่งขันกันเพียงเรื่องรสชาติอีกต่อไป แต่แข่งขันกันที่แบรนด์ เรื่องเล่า และความสัมพันธ์กับลูกค้า ร้านที่อยู่รอดได้จึงไม่ใช่แค่ร้านที่ทำอาหารอร่อย แต่เป็นร้านที่มีตัวตนชัดเจน และสามารถสร้างคอมมิวนิตีของลูกค้าได้
นอกจากเนื้อหาบนเวที อีกหนึ่งช่วงสำคัญของงาน คือการเปิดตัวแคมเปญ ‘Yes Sign’ สัญลักษณ์ที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเลือกร้านอาหารได้ง่ายและมั่นใจมากขึ้น โดยร้านที่ได้รับเครื่องหมายนี้ต้องผ่านเกณฑ์สำคัญด้านรสชาติ การบริการ และมาตรฐานความปลอดภัย
สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหาร เครื่องหมายนี้จึงไม่ใช่เพียงสัญลักษณ์ แต่คือการยืนยันว่า ร้านอาหารเหล่านั้นผ่านมาตรฐานที่ผู้บริโภคสามารถเชื่อมั่นได้
นอกจากนี้ ระหว่างการเตรียมงาน อารยายังเล่าเบื้องหลังอีกว่า ทีม BrandThink ได้พูดคุยกับผู้ประกอบการร้านอาหารหลายรูปแบบ และพบว่าหลายร้านกำลังเผชิญความท้าทายคล้ายกัน ทั้งเรื่องต้นทุน การแข่งขัน และการสร้างตัวตนของร้าน สิ่งนี้ทำให้ทีมทำงานอยากให้งานนี้เป็นมากกว่าเวทีพูดคุย แต่เป็นพื้นที่ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และต่อยอดเป็น Food Community ที่เติบโตไปด้วยกัน
สุดท้ายแล้ว เวที ‘ร้านนี้แหละใช่ Talk 2026 by เวิลด์แก๊ส’ ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง WP Energy และ BrandThink อาจไม่ได้ให้สูตรสำเร็จสำหรับธุรกิจร้านอาหาร แต่สิ่งที่เวทีนี้พยายามชวนคิดคือ ในโลกที่การแข่งขันสูงขึ้นทุกวัน ร้านอาหารที่อยู่รอดได้ในระยะยาว มักไม่ใช่ร้านที่มีเมนูมากที่สุด แต่คือร้านที่มีกลยุทธ์ ระบบหลังร้าน และคอมมิวนิตี ที่แข็งแรงพอจะพาธุรกิจให้เติบโตต่อไปได้
และสำหรับ BrandThink งานนี้ไม่ใช่เพียงการจัดเวทีเสวนาอีกหนึ่งครั้ง แต่คือความพยายามในการใช้พลังของ storytelling ภายใต้แนวคิดการทำงานที่เป็นหัวใจหลัก นั่นคือ ‘Creative Change’ เพื่อเชื่อมโยงธุรกิจ แบรนด์ และผู้คนในอุตสาหกรรมเดียวกันให้ได้มาพบกัน แลกเปลี่ยน และเติบโตไปพร้อมกัน
เพราะบางครั้ง การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม อาจไม่ได้เริ่มจากการเปิดร้านใหม่หนึ่งร้าน แต่อาจเริ่มต้นจาก บทสนทนาเล็กๆ ที่ทำให้ผู้คนในวงการเดียวกัน เริ่มมองอนาคตของธุรกิจตัวเองในมุมใหม่ และ WP Energy ก็เป็นหนึ่งในองค์กรที่มองเห็นความสำคัญของการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน ผ่านการสนับสนุนพื้นที่สำหรับบทสนทนาเหล่านี้
#ร้านนี้แหละใช่Talk2026byเวิลด์แก๊ส

07/03/2026

BrandThink Media: “มือทุกคู่…ล้วนมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน”
เบื้องหลัง Photo Story ‘Labor Day’ ของ BrandThink
ผลงานคว้ารางวัล Amnesty Media Awards 2025
บางครั้ง ‘มือ’ อาจเป็นเพียงรายละเอียดเล็กๆ ในภาพถ่าย แต่สำหรับ Photo Story ชุด ‘Labor Day’ ผลงานภาพถ่ายโดย ภรัณยู วรรณศรีพิศุทธิ์ ช่างภาพของ BrandThink มือเหล่านั้นคือสัญลักษณ์ของผู้คนที่กำลังขับเคลื่อนสังคม

เพราะมือแต่ละคู่สะท้อนชีวิตที่แตกต่างกัน แต่ทั้งหมดล้วนมีสิ่งหนึ่งร่วมกัน คือ ‘ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์’ แนวคิดนี้กลายเป็นหัวใจของ Photo Story ที่เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2568 เนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ ก่อนที่ผลงานจะได้รับ รางวัลที่ 3 ประเภทภาพถ่าย หัวข้อ ‘สิทธิมนุษยชน’ จากเวที Amnesty Media Awards 2025 ซึ่งจัดโดย แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ณ โรงแรมเบสท์เวสเทิร์น กรุงเทพฯ
สำหรับภรัณยู ผลงาน Photo Story ชุดนี้ไม่ได้ตั้งใจเล่าถึงการต่อสู้ในพื้นที่ห่างไกล หรือเหตุการณ์ใหญ่ที่ปรากฏบนหน้าข่าว หากแต่ต้องการสะท้อนชีวิตของผู้คนธรรมดาที่กำลังต่อสู้กับอำนาจในรูปแบบต่างๆ ที่แทรกอยู่ในชีวิตประจำวัน
เขาอธิบายแนวคิดของงานชิ้นนี้ว่า “ผลงานชิ้นนี้อาจไม่ได้เล่าถึงการต่อสู้ในพื้นที่ที่เข้าถึงยาก แต่พยายามเล่าถึงชีวิตของพวกเราทุกคนที่กำลังต่อสู้กับอำนาจในรูปแบบต่างๆ ทั้งนอกและในระบบแรงงาน”
เบื้องหลังของ Photo Story ชุดนี้ เริ่มต้นจากการที่ภรัณยูนำเสนอแนวคิดในที่ประชุมกองบรรณาธิการ BrandThink เพื่อชวนทีมตั้งคำถามว่า หากเราจะเล่าเรื่อง ‘แรงงาน’ ในวันแรงงานแห่งชาติ เราจะเล่าอย่างไรให้ผู้คนมองเห็นความหมายของคำว่าแรงงานในมุมใหม่ การสนทนาในห้องประชุมวันนั้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงบทบาทของช่างภาพหรือบรรณาธิการเท่านั้น แต่เปิดพื้นที่ให้ทุกคนในทีมมีส่วนร่วม ตั้งแต่ บรรณาธิการ, นักเขียน, Video Creator, Proofreader, กราฟิกดีไซเนอร์, แอดมิน ไปจนถึงนักศึกษาฝึกงาน ต่างช่วยกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ตั้งคำถาม และต่อยอดแนวคิดของงาน
สำหรับ BrandThink กระบวนการทำงานด้านบรรณาธิการจึงไม่ใช่เพียงการผลิตเนื้อหา แต่คือการทำงานแบบ Editorial Collaboration ที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมกับเรื่องเล่า ตั้งแต่ต้นทางของไอเดีย ไปจนถึงการเผยแพร่ผลงาน
จากบทสนทนาในวันนั้น คำถามหนึ่งจึงค่อยๆ ชัดเจนขึ้นว่า “ถ้าเราไม่ถ่ายใบหน้าของแรงงาน เราจะยังเล่าเรื่องแรงงานได้หรือไม่” และคำตอบคือ ‘มือ’
เพราะมือคือส่วนของร่างกายที่สะท้อนชีวิตการทำงานได้มากที่สุด ทั้งร่องรอยของเวลา ความชำนาญ และประสบการณ์ที่สะสมอยู่ในแต่ละอาชีพ
Photo Story ชุด Labor Day จึงเลือกใช้ ‘มือ’ เป็นภาษาหลักของภาพถ่าย เพื่อสะท้อนว่าทุกอาชีพกำลังร่วมกันขับเคลื่อนสังคมในแบบของตัวเอง สำหรับภรัณยู งานชิ้นนี้ยังเป็นการเติมเต็มแพชชันของคตัวเองในการใช้ภาพถ่ายเล่าเรื่องของผู้คนในสังคม ผ่านรายละเอียดเล็กๆ ที่อาจถูกมองข้ามในชีวิตประจำวัน
เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ได้จัดงานประกาศผลและพิธีมอบรางวัล ‘สื่อมวลชนเพื่อสิทธิมนุษยชน’ (Amnesty Media Awards 2025) ซึ่งมอบรางวัลให้กับผลงานสื่อหลากหลายประเภทที่สะท้อนประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน และ Photo Story ชุด ‘Labor Day’ ของ BrandThink ได้รับ รางวัลที่ 3 ประเภทภาพถ่าย ในหัวข้อ ‘สิทธิมนุษยชน’
ระหว่างพิธีรับรางวัล ภีมรพี รพีพัฒน์ ธุรารัตน์ Deputy Editor-in-Chief ของ BrandThink ได้กล่าวถึงความหมายของผลงานชิ้นนี้ว่า
“ผลงานชิ้นนี้พูดถึงการต่อสู้ที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตของคนธรรมดา และเล่าถึงชีวิตของผู้คนที่กำลังต่อสู้กับอำนาจในระบบแรงงาน ทั้งที่มองเห็นและมองไม่เห็น
สำหรับกองบรรณาธิการ BrandThink ‘สิทธิแรงงาน’ คือ ‘สิทธิมนุษยชน’
ไม่ว่ามือคู่นั้นจะถือประแจ ทำอาหาร จับปากกา ถือกล้อง หรือประกอบสัมมาอาชีพใดก็ตาม
มือทุกคู่ล้วนมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน”
Photo Story ชุด ‘Labor Day’ จึงไม่ใช่เพียงผลงานของช่างภาพคนหนึ่ง หรือของกองบรรณาธิการเพียงทีมเดียว แต่คือเรื่องเล่าที่เกิดขึ้นจากการร่วมกันมองเห็นคุณค่าของผู้คนในสังคม และบางครั้ง เรื่องราวของสังคมอาจไม่ได้เริ่มต้นจากเหตุการณ์ใหญ่เสมอไป แต่อาจเริ่มต้นจากเพียง ‘มือธรรมดาๆ คู่หนึ่ง’ ที่กำลังทำงานอยู่ในชีวิตประจำวัน
ย้อนชมผลงานภาพถ่ายชุด ‘Labor Day’ โดย ‘ภรัณยู วรรณศรีพิศุทธิ์’ ได้ที่: https://www.facebook.com/share/p/176c6CZMeF/
#วันแรงงาน

MOODY มอบช่วงเวลาสุดอบอุ่น ท่ามกลางลมหนาวบางๆ ‘สำรวจฤดูกาลที่ใช่’ ผ่านงาน MOODY MIND DAY 2 ‘ฤดูผลิบาน’ Presented by Shis...
11/12/2025

MOODY มอบช่วงเวลาสุดอบอุ่น
ท่ามกลางลมหนาวบางๆ ‘สำรวจฤดูกาลที่ใช่’
ผ่านงาน MOODY MIND DAY 2 ‘ฤดูผลิบาน’ Presented by Shiseido
“เพราะจังหวะที่ใช่ของเราต่างกัน แต่สักวันมันจะมาถึง”
หลังได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากทุกคนที่มาร่วมสร้างภูมิคุ้มใจในอีเวนต์แรก ‘MIND DAY ภูมิคุ้มใจ Presented by Shiseido’ เมื่อปีที่ผ่านมา เพื่อสานต่อความอบอุ่นนั้นและสร้างความใกล้ชิดให้กับผู้ติดตาม MOODY มากยิ่งขึ้น อีเวนต์ของเราจึงกลับมาอีกครั้งในปีนี้ ภายใต้ชื่อ MOODY MIND DAY 2 ‘ฤดูผลิบาน’ Presented by Shiseido
งานครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘MIND BLOOMING - ฤดูผลิบาน’ จากความเชื่อที่ว่า ทุกคนมีจังหวะชีวิตเป็นของตัวเอง จังหวะที่อาจเร็วหรือช้ากว่าคนอื่น แต่ล้วนงดงามในแบบของเรา ไม่จำเป็นต้องเดินตามมาตรฐานที่สังคมวางไว้ เหมือนดอกไม้ที่ผลิบานในช่วงเวลาที่ต่างกัน และไม่มีช่วงเวลาใดที่ ‘ช้าเกินไป’ สำหรับการเติบโต
MOODY MIND DAY 2 ‘ฤดูผลิบาน’ จัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ณ อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CU Centenary Park, Bangkok) พื้นที่สีเขียวท่ามกลางเมืองใหญ่ที่ทำให้ผู้คนได้หยุดพัก หายใจ และกลับมาดูแลใจตัวเองอีกครั้งก่อนจะส่งท้ายปี ผ่าน 6 กิจกรรมไฮไลต์ ได้แก่
MIND TALK
Session 1 | ความฝันไม่มีวันหมดอายุ โดย ‘แตงโม-กิตติพร โรจน์วณิช’
เธอค้นพบว่าแม้ชีวิตจะผ่านพายุหลายครั้ง แต่ตราบใดที่ยังไม่ลืม ‘ราก’ หรือความชอบแท้จริง พลังในการเริ่มใหม่จะไม่มีวันหายไป ความสุขเกิดจากการกลับไปหาสิ่งที่อยากทำ ไม่ใช่แค่สิ่งที่อยากได้ และเมื่อได้เชื่อมต่อกับหัวใจดวงเดิมอีกครั้ง ดอกไม้ในชีวิตก็พร้อมผลิบานใหม่ได้เสมอ แม้จะเคยล้มลงมาก็ตาม
Session 2 | บุตรผู้มีแม่สองคน โดย ‘หงส์-ศิริวรรณ พรอินทร์’
เรื่องราวของเธอชวนให้เห็นว่า ครอบครัวที่แท้จริงคือพื้นที่ปลอดภัย ที่โอบรับตัวตนของเราไม่ว่าจะมีรูปแบบอย่างไร การเติบโตท่ามกลางความรักและการยอมรับ ทำให้เธอเปลี่ยนบาดแผลจากการถูกเลือกปฏิบัติให้กลายเป็นพลังในการขับเคลื่อนสังคม และย้ำว่าการผลิบานของเราจะกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ดอกไม้อื่นๆ กล้าผลิบานตามไปด้วย
Session 3 | นักพากย์ผู้ผ่านหลากฤดูกาล โดย ‘น้าต๋อย เซมเบ้-นิรันดร์ บุณยรัตพันธุ์’
ตัวแทนเสียงแห่งความทรงจำวัยเด็กที่สอนให้เห็นว่าความรักในสิ่งเล็กๆ อย่าง ‘การ์ตูน’ สามารถเติบโตเป็นพลังที่เปลี่ยนชีวิตผู้คนได้จริง ทั้งในวันที่เขามอบแรงบันดาลใจให้เด็กๆ และในวันที่เด็กเหล่านั้นเติบโตกลับมาช่วยชีวิตเขา ความตั้งใจ ความไม่ยอมแพ้ และการก้าวต่อไปแม้ผ่านความเจ็บปวด คือฤดูผลิบานที่แท้จริงของนักพากย์ผู้ใช้เสียงปลอบโยนคนทั้งรุ่น
Session 4 | เด็กหญิงผิวด่างขาว โดย ‘รินดา-พรรณวลัย ทิพรดารัตนสิริ’
เรื่องราวของเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่ทำให้เห็นว่า ความแตกต่างไม่ใช่ข้อบกพร่อง แต่คือเอกลักษณ์ที่งดงาม เมื่อเราเรียนรู้ที่จะยอมรับและเห็นคุณค่าในตัวเอง การเติบโตจะเกิดขึ้นจากภายใน และพลังบวกนั้นจะส่งต่อไปยังคนรอบข้าง เหมือนดอกไม้ที่บานในฤดูกาลของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องเหมือนใครก็สวยได้
Session 5 | In Between Seasons โดย ‘ปัญ-ปัญสิกรณ์ ติยะกร’ และ ‘วอร์ม-สิรวิชญ์ บุญประสิทธิการ’
เรื่องราวของไอดอลสาวที่ชี้ให้เห็นว่าความงามของชีวิตไม่ได้อยู่แค่ช่วงที่ผลิบานเต็มที่ แต่ซ่อนอยู่ในช่วง ‘กำลังเปลี่ยนผ่าน’ ที่เรายอมรับความไม่แน่นอน กล้าลองผิดลองถูก และไม่รีบหาคำตอบให้ชีวิต เพราะสิ่งที่ใช่สำหรับคนอื่น อาจยังไม่ใช่สำหรับเรา การเติบโตอย่างช้าๆ ก็มีความงามในแบบของมัน เหมือนใบไม้สีส้มที่ค่อยๆ เปลี่ยนฤดู
Session 6 | Bloom Beyond the Spotlight โดย ‘วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร’ และ ‘ลีโอ พุฒ-พุฒิพงศ์ ศรีวัฒน์’
เรื่องราวของชายหนุ่มผู้ยืนอยู่ท่ามกลางแสงเจิดจ้า ทำให้เห็นว่าความสำเร็จไม่ได้มาจากการเร่งตัวเองให้ ‘เก่งทันใคร’ แต่มาจากการรู้จักตัวเอง ตั้งสติรับมือความกดดัน และพัฒนาอย่างต่อเนื่องในจังหวะที่เหมาะกับชีวิตของตัวเองจริงๆ เขาชวนให้เราเชื่อว่าทุกคนมีฤดูกาลของตัวเอง และเมื่อไม่เปรียบเทียบ ไม่กดดันจนเกินไป คุณภาพที่เติบโตจากภายในจะพาเราไปสู่ช่วงเวลาที่ผลิบานและงดงามที่สุด
นอกจากเซสชันพูดคุย ภายในงานยังอบอวลไปด้วยกิจกรรมใน MIND WORKSHOPS ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาสีที่ใช่เพื่อเพิ่มความมั่นใจ การเขียน Calligraphy ฝึกสมาธิ ปรับสมดุลทางใจผ่านการทำเทียนหอม กลับมาอยู่กับตัวเองผ่านการจัดดอกไม้ รวมถึงการสร้างความแข็งแรงทางกายด้วยพิลาทิส
บรรยากาศยังคึกคักด้วยผู้คนที่มานั่งพักและเติมพลังกันที่โซน Shiseido Recharge Bar พร้อมเดินเพลินไปกับสินค้าน่ารักจากโซน MIND MARKET และแวะชมนิทรรศการเล็กๆ จาก MOODY ที่โซน MIND EXHIBITION
ก่อนจะปิดท้ายค่ำคืนอย่างอบอุ่นด้วยคอนเสิร์ตจากวง ‘STOONDIO’ ที่ฮีลใจผู้เข้าร่วมงานด้วยเสียงเพลงที่โอบกอดหัวใจให้ได้พักหายใจอีกครั้ง
โดย MOODY ยังเชื่อว่าทุกคนที่มาร่วมงานจะได้รับประสบการณ์ที่ดี ได้ใช้เวลาช่วงสั้นๆ กลับมาทบทวนตัวเอง ให้อภัย ให้กำลังใจ และอ่อนโยนกับหัวใจของตัวเอง พร้อมยอมรับทุกแง่มุมของชีวิต เพื่อนำสิ่งที่ตกตะกอนไปเป็นสารตั้งต้นสู่การค้นพบ ‘ฤดูกาลของตัวเอง’ ที่จะมาถึง
#ฤดูผลิบาน
#อุทยาน100ปี

BrandThink Interview: คุยเบื้องหลัง‘ฮาลาบาลา ป่าจิตหลุด’ กับบทเรียนที่ว่าเรื่องเล่า Local ก็พาหนังไทยไปไกลถึงเทศกาลหนังโ...
01/11/2025

BrandThink Interview: คุยเบื้องหลัง
‘ฮาลาบาลา ป่าจิตหลุด’
กับบทเรียนที่ว่าเรื่องเล่า Local ก็พาหนังไทยไปไกลถึงเทศกาลหนังโลกได้
กับ ‘นุชี่-อนุชา บุญยวรรธนะ’ และ ‘น้ำหวาน-ชวนา กีรติยุตอมรกุล’
เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา หลายคนคงจะได้รับชม ‘ฮาลาบาลา ป่าจิตหลุด’ ภาพยนตร์เรื่องที่ 3 จากบ้าน BrandThink Cinema ที่ทีมงานทุกคนทุ่มเทกันอย่างเต็มที่กันมาแล้ว
ผลลัพธ์ที่ได้ก็นับว่าคุ้มค่า เมื่อ ‘ฮาลาบาลา ป่าจิตหลุด’ สามารถพาตัวเองไปไกลถึง 17 ประเทศ และสิ่งที่น่าภาคภูมิใจที่สุด คือการได้รับเลือกเข้าฉายในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติชั้นนำ ทั้งในเอเชียและยุโรป อย่างเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน (Busan International Film Festival) และเทศกาล SITGES ประเทศสเปน
เบื้องหลังความสำเร็จนี้ นอกจากผู้กำกับอย่าง ‘เอกสิทธิ์ ไทยรัตน์’ แล้ว เราอยากชวนทุกคนมาพูดคุยกับอีกสองคีย์แมนสำคัญที่ร่วมปลุกปั้นโปรเจกต์นี้มาตั้งแต่ต้น อย่าง ‘นุชี่-อนุชา บุญยวรรธนะ’ และ ‘น้ำหวาน-ชวนา กีรติยุตอมรกุล’ ที่จะมาแชร์มุมมองและกลยุทธ์ในการพาหนังไทยไปสู่สายตาผู้ชมทั่วโลก
บทสัมภาษณ์นี้จะพาทุกคนไปสำรวจว่า เรื่องราวแบบ Local สามารถเชื่อมโยงผู้คนในระดับสากล และนำพาภาพยนตร์ไปไกลกว่าที่คิดได้อย่างไร
อ่านบทสัมภาษณ์เต็มได้ที่นี่: https://www.brandthink.me/content/interview-hala-bala-local-story-global-success/
เรื่อง: หทัยธร แรงทอง
ภาพ: ภรัณยู วรรณศรีพิศุทธิ์

BRANDTHINK INTERVIEW: “อาหารไทยสนุกกว่าที่คิด” เวลาพูดถึงอาหารไทยในสายตาคนอื่น มันมักถูกย่อเหลือเพียงไม่กี่เมนูผัดไทย ต้...
10/10/2025

BRANDTHINK INTERVIEW: “อาหารไทยสนุกกว่าที่คิด”
เวลาพูดถึงอาหารไทยในสายตาคนอื่น มันมักถูกย่อเหลือเพียงไม่กี่เมนู
ผัดไทย ต้มยำกุ้ง มัสมั่น ข้าวผัดสับปะรด...แต่ในชีวิตจริง เราโตมากับบะหมี่รถเข็น ข้าวมันไก่หน้าปากซอย ข้าวขาหมูที่สืบสูตรกันมาหลายรุ่น แต่ทำไมเรื่องราวเหล่านี้กลับไม่ค่อยมีใครเล่า
จากจุดนี้เอง ‘จักรพันธุ์ ขวัญมงคล’ ในฐานะผู้กุมบังเหียนของ ‘Sauce เรื่องราวกินได้’ พื้นที่ที่เขานิยามว่ามันเป็นคอนเทนต์อาหารที่ให้ความสำคัญกับเรื่องราว เลยอยากทำให้สิ่งธรรมดาที่เรากินทุกวัน กลายเป็นเรื่องพิเศษขึ้นมาอีกครั้ง ผ่านวิธีที่เขาเรียกว่า ‘Hyperlocal’ ชวนให้เรามองกลับไปที่ซอยเล็กๆ ร้านเล็กๆ และผู้คนจริงๆ ที่ทำให้อาหารไทยยังหายใจอยู่ทุกวัน
Sauce เริ่มต้นด้วยคำว่า ‘เรื่องราวกินได้’ และวันนี้กำลังขยับสู่ ‘Sauce Power’ ที่ไม่ใช่แค่การเล่า แต่เป็นการสร้างพลังใหม่ให้วัฒนธรรมการกินไทย ทั้งกับผู้คนในพื้นที่ และกับแบรนด์ที่อยากสื่อสารกับผู้คนที่ใช้ชีวิตจริงๆ
เรื่องราวของอาหารไทยที่ Sauce พร้อมเสิร์ฟจะเป็นอย่างไร มาหาคำตอบไปด้วยกัน
👉 อ่านบทสัมภาษณ์เต็มได้ที่: https://www.brandthink.me/content/sauce-power-hyperlocal-content-thailand
เรื่อง: ดนยา สุทธิวรรณ
ภาพ: ภรัณยู วรรณศรีพิศุทธิ์
#เรื่องราวกินได้


ถอดรหัสเบื้องหลังวิธีคิด BrandThink กับเวทีเสวนา ‘Film is Future’ ที่ BKKIFF 2025: เมื่อภาพยนตร์คือสะพานเชื่อม ‘คอมมูนิต...
09/10/2025

ถอดรหัสเบื้องหลังวิธีคิด BrandThink กับเวทีเสวนา ‘Film is Future’ ที่ BKKIFF 2025: เมื่อภาพยนตร์คือสะพานเชื่อม ‘คอมมูนิตี’ สู่ ‘วัฒนธรรม’ และโอกาสทางเศรษฐกิจ
สำหรับ BrandThink เราเชื่อว่าพลังของความคิดสร้างสรรค์คือจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง เรื่องราวที่ดีสามารถทำหน้าที่เป็น ‘สะพาน’ ที่เชื่อมโยงผู้คนจนเกิดเป็นคอมมูนิตี และท้ายที่สุด พลังของคอมมูนิตีนี่เองที่จะนำไปสู่การสร้างสรรค์วัฒนธรรมใหม่ๆ และขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโต
ความเชื่อนี้คือหัวใจสำคัญที่ทำให้เรา ในฐานะ ‘Hybrid Creator’ ตัดสินใจเข้ามาเป็นผู้ร่วมสร้างสรรค์และคัดสรร (curate) เวทีเสวนา ‘Film is Future’ ภายในงาน Bangkok International Film Festival 2025 (BKKIFF 2025) เพราะเรามองเห็นว่าภาพยนตร์ไม่ใช่เพียงสื่อบันเทิง แต่คือเครื่องมืออันทรงพลังที่สามารถสร้างบทสนทนาทางสังคมและขับเคลื่อนวัฒนธรรมและเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตไปพร้อมๆ กันได้
เวทีนี้จึงไม่ใช่แค่การเสวนา แต่คือการจำลอง ‘Creative Synergy’ ในแบบฉบับของ BrandThink ที่เชื่อมโยงผู้คนจากหลากหลายวงการ ทั้งนักสร้างสรรค์ นักการตลาด ภาครัฐ และผู้ชม เข้ามาอยู่ในคอมมูนิตีเดียวกัน เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและร่วมกันวาดภาพอนาคตของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย
_____________________________________________________
จากรากสู่โลก (From Roots to the World): พลังของเรื่องเล่าที่จริงแท้
หัวใจสำคัญที่ BrandThink ตั้งใจขับเคลื่อนผ่านเวทีนี้ คือการตอกย้ำความเชื่อที่ว่า เรื่องราวที่ทรงพลังที่สุดต้องมีรากฐานจากความจริงแท้ (Authenticity) และหยั่งลึกในบริบททางวัฒนธรรมของตนเอง
ประเด็น ‘Hyper Local Content’ ที่ถูกหยิบยกมาพูดคุยโดยผู้กำกับและทีมสร้างชั้นนำอย่าง ต้องเต-ธิติ (สัปเหร่อ), ปอนด์-กฤษดา (Be On Cloud), และ อนุชา บุญยวรรธนะ ได้สะท้อนวิสัยทัศน์นี้อย่างชัดเจน ความสำเร็จของ ‘สัปเหร่อ’ และ ‘แมนสรวง’ คือบทพิสูจน์ว่าเรื่องราวที่จริงใจซึ่งมีที่มาที่ไปชัดเจนในวิถีชีวิตและความเชื่อ คือสะพานที่แข็งแกร่งที่สุดในการเชื่อมโยงกับ ‘ความรู้สึก’ ของผู้ชมในวงกว้าง ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ใดในโลกก็ตาม
สิ่งนี้สะท้อนตัวตนของ BrandThink ในฐานะ ‘Creator at Heart’ ที่เชื่อมั่นว่าการเคารพในแก่นแท้ของเรื่องราว คือกุญแจสำคัญในการสร้างผลกระทบที่ยั่งยืนและมีความหมายต่อผู้คน
_____________________________________________________
Culture and Business as the Outcome: เมื่อ ‘หนังเจอแบรนด์’ คือการสร้างวัฒนธรรมที่ไม่รู้จบ
เราเชื่อว่า ‘Advertising Alone is no Longer Enough’ การโฆษณาเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะสร้างผลกระทบทางธุรกิจที่แท้จริงได้อีกต่อไป แต่ภาพยนตร์คือ ‘Cultural Vehicle’ ที่สามารถนำพาแบรนด์เข้าไปนั่งในใจคนดู ผ่านการเข้าถึงวัฒนธรรม คอมมูนิตี และความเชื่อของผู้คนได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ใน Session ที่ 3 น้ำหวาน-ชวนา (Chief Strategy and Services Officer, BrandThink) ได้ร่วมแบ่งปันมุมมองว่าการสร้างคุณค่าร่วม (Shared Value) ระหว่างแบรนด์กับภาพยนตร์ คือการสร้าง ‘วัฒนธรรม’ และ ‘Brand Love’ ที่ยั่งยืนกว่า Product Placement ทั่วไป ซึ่งเป็นแนวทางที่ BrandThink ใช้ในการสร้างสรรค์โปรเจกต์เสมอมา นั่นคือการจุดประกายบทสนทนาที่สามารถ ‘Shape Culture’ ได้
_____________________________________________________
Creator at Heart: สู่อนาคตที่ผู้กำกับต้องเป็น ‘Super Filmmaker’
ในยุคที่พฤติกรรมผู้ชมเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาและภูมิทัศน์สื่อที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เราเชื่อว่านักสร้างสรรค์ต้องเป็นมากกว่าผู้เล่าเรื่อง แต่ต้องเป็น ‘Hybrid Creator’ ที่เข้าใจธุรกิจและกลยุทธ์อย่างรอบด้าน
มุมมองของ เอกลักญ กรรณศรณ์ (Managing Director, BrandThink) ใน Session Roundtable ชี้ให้เห็นภาพอนาคตนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่าผู้กำกับยุคใหม่ต้องเป็น ‘Super Filmmaker’ ที่ไม่ได้มีแค่ passion แต่ยังต้องเข้าใจ insight ของคนดูและเพิ่มมุมมองทางการตลาดมากขึ้นด้วย เพื่อสร้างโมเดลธุรกิจที่สมดุลระหว่างความเป็นศิลปะและรายได้ คือการผสานความคิดสร้างสรรค์เข้ากับการวางกลยุทธ์เพื่อสร้างผลกระทบที่วัดผลได้จริง
_____________________________________________________
การที่ BrandThink เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ BKKIFF 2025 ในครั้งนี้ จึงเป็นมากกว่าการจัดงานอีเวนต์ แต่คือการตอกย้ำจุดยืนและวิสัยทัศน์ของเราในการขับเคลื่อน ‘Creative Change’ ที่ต้องการยกระดับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย โดยเริ่มต้นจากการเชื่อมโยง ‘Creator’ เข้ากับ ‘Community’ เพื่อสร้าง ‘Culture’ ที่แข็งแกร่ง และนำไปสู่โอกาสทางเศรษฐกิจในอนาคตที่ยั่งยืนสำหรับทุกคนในระบบนิเวศนี้ต่อไป


BrandThink จับมือพาร์ตเนอร์ คว้ารางวัล ‘Best Media, Publisher, Broadcasting Influencer Campaign’ จากงาน Thailand Influen...
03/10/2025

BrandThink จับมือพาร์ตเนอร์
คว้ารางวัล ‘Best Media, Publisher, Broadcasting Influencer Campaign’
จากงาน Thailand Influencer Awards 2025 by Tellscore
วันนี้ (3 ตุลาคม 2568) ทีมงาน BrandThink ได้รับรางวัล ‘ 1st Prize Winner Best Media, Publisher, Broadcasting Influencer Campaign’ จากแคมเปญ ‘THINK DAY: OUT OF THE LOOP PRESENTED BY MAYBELLINE BRAVE TOGETHER’ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง Maybelline New York, Glow Story และ BrandThink ณ ICONSIAM - TRUE ICON HALL ชั้น 7
โดยรางวัลนี้เป็นส่วนหนึ่งของ ‘Thailand Influencer Awards 2025 by Tellscore’ งานประกาศรางวัลเพื่อเฟ้นหาสุดยอดอินฟลูเอนเซอร์และสุดยอดครีเอเตอร์แห่งปี ภายใต้ธีม ‘Creators of Change - ครีเอเตอร์เปลี่ยนโลกพารอด’ สะท้อนบทบาทใหม่ของครีเอเตอร์ที่ไม่ใช่แค่ผู้สร้างคอนเทนต์เพื่อความบันเทิง แต่คือพลังสำคัญในการขับเคลื่อนทั้งเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม
สำหรับแคมเปญ THINK DAY: OUT OF THE LOOP PRESENTED BY MAYBELLINE BRAVE TOGETHER ถือเป็นการสร้างสรรค์ O2O Experience ที่เชื่อมโลกออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน เพื่อ Empower คนรุ่นใหม่ให้ หลุดออกจากลูปความทุกข์ ที่ต้องเผชิญทั้งกาย ใจ งาน และเงิน ผ่านการบอกเล่าจาก Influencer และผู้มีชื่อเสียงที่กล้าเปิดเผยประสบการณ์และบาดแผลในชีวิตจริง
แคมเปญนี้ยังผสานการสื่อสารผ่าน Microsite, On-stage Sharing, Exhibition และ Sati App เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้คนรุ่นใหม่กล้าแชร์ พูดคุย และหาทางออก โดยผลลัพธ์ที่ได้คือเสียงสะท้อนจากผู้เข้าร่วมที่รู้สึกว่า “นี่ไม่ใช่แค่งาน แต่คือที่ที่เราได้เป็นตัวเองจริงๆ”
BrandThink ขอขอบคุณคณะกรรมการและทุกเสียงสนับสนุนที่เห็นคุณค่าของการทำงาน เราจะยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์งานที่มีคุณภาพและพลังทางความคิด เพื่อยกระดับมาตรฐานสื่อออนไลน์และการเป็นครีเอเตอร์ให้ก้าวไกลยิ่งขึ้น พร้อมเดินหน้าภายใต้วิสัยทัศน์ของบริษัท คือ Creative Change, Empowering, Diversity และ Positive Impact



จบลงไปแล้วกับเวที ‘ECONOMY OF PRIDE FORUM’ ที่ BrandThink ได้รับเกียรติให้เป็นผู้คัดสรรและออกแบบคอนเทนต์ภายในงาน TILFF 2...
09/09/2025

จบลงไปแล้วกับเวที ‘ECONOMY OF PRIDE FORUM’ ที่ BrandThink ได้รับเกียรติให้เป็นผู้คัดสรรและออกแบบคอนเทนต์ภายในงาน TILFF 2025 เทศกาลภาพยนตร์ LGBTQ+ ระดับนานาชาติของไทย
ฟอรัมนี้ไม่ได้เพียงพูดถึง Pride ในฐานะ ‘ตัวตน’ แต่ยกระดับให้เห็นถึง Pride ในฐานะ ‘ทุน’ ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม
โดยภายในงานประกอบด้วย 4 เวทีเสวนา ที่เปิดมุมมองใหม่ในหลากหลายมิติ
[SESSION 1: Pride = Capital ตัวตนที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ]
ตัวตนที่กลายเป็น ‘ทรัพย์สิน’ และการขับเคลื่อน ‘เศรษฐกิจใหม่’
จากกรณีศึกษาของอัลคาซ่าร์ คาบาเร่ต์ โชว์ พัทยา ไปจนถึงบทสนทนาเรื่อง Pride Economy ฟอรัมนี้ชวนตั้งคำถามว่า หากเราเห็น Pride เป็นมากกว่าแค่ Soft Power แล้วจะสร้างการเติบโตแบบยั่งยืนได้อย่างไร?
[SESSION 2: The Future of Creative Economy เมื่อความหลากหลายกลายเป็นต้นทุนทางเศรษฐกิจ]
LGBTQ+ คือทุนเบื้องหลังของวงการบันเทิง
ทั้งทุนบุคคล ทุนวัฒนธรรม และทุนเรื่องเล่า ล้วนเป็นกำลังสำคัญที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมคอนเทนต์ในวันนี้ แต่ในขณะเดียวกันคำถามสำคัญคือเราจะผลักดันคอนเทนต์เหล่านี้ให้เข้าใจคอมมูนิตี้ และต่อยอดสู่ระดับโลกอย่างไร
[SESSION 3: Genderless by Default ควรปรับตัวอย่างไร เมื่อผู้บริโภคยุคใหม่ไม่จำกัดเพศ]
เมื่อเพศไม่ใช่ปัจจัยในการเลือกบริโภคอีกต่อไป
เซสชันนี้ชวนแบรนด์เข้าใจโลกใหม่ ที่ผู้บริโภคให้คุณค่ากับ ‘รสนิยม’ และ ‘ความเป็นตัวเอง’ มากกว่าฉลากทางเพศ พร้อมแนวทางการสื่อสารอย่างจริงใจและเคารพในความแตกต่าง
[SESSION 4: Beyond Pride มูฟเมนต์ที่มีความหมายมากกว่าการเปลี่ยนโลโก้]
ไม่ใช่แค่โลโก้สีรุ้ง แต่คือวัฒนธรรมองค์กรที่ยืนหยัดในความเท่าเทียม
ร่วมเรียนรู้จากองค์กรที่ ‘เชื่อจริง ทำจริง’ อย่าง Sansiri และ Journal ที่ออกแบบระบบภายในให้ครอบคลุมตั้งแต่สวัสดิการไปจนถึงการตลาด โดยมีผู้นำองค์กรเป็นผู้ขับเคลื่อนวาระนี้จากภายในอย่างแท้จริง
เวที ECONOMY OF PRIDE ครั้งนี้ไม่ได้จบแค่ที่การพูดคุย แต่หวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้าง ระบบนิเวศที่เห็นคุณค่าทุกตัวตน
BrandThink เชื่อว่าความหลากหลายคือ ‘ทุน’ ที่ต้องได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจัง และเราจะเดินหน้าสร้างบทสนทนาใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง
ขอขอบคุณ TILFF 2025 ที่มอบโอกาสให้เราร่วม Curate เวทีแห่งพลังสร้างสรรค์นี้
และขอบคุณ Speaker ทุกท่านที่ร่วมกันเปิดโลกทางความคิดให้กับผู้ฟัง

26/08/2025

เด็กฮีโร่...NET ZERO | INTO THE BETTER LAND EP.1
🌍 ESG is no longer optional — it’s the new business advantage.
ESG ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือกลยุทธ์ธุรกิจที่ขาดไม่ได้
ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แบรนด์ที่สามารถผสานแนวคิด ESG (Environment, Social, Governance) เข้ากับกลยุทธ์ธุรกิจได้ จะไม่เพียงสร้างผลลัพธ์ทางสังคมและสิ่งแวดล้อม แต่ยังสร้าง ความได้เปรียบทางการตลาด และ คุณค่าระยะยาว ให้กับองค์กร
BrandThink เชื่อว่า การเล่าเรื่อง (Storytelling) คือกุญแจสำคัญที่จะเปลี่ยน ESG จากเรื่องซับซ้อนขององค์กร ให้กลายเป็นเรื่อง จับต้องได้ ใกล้ตัว และสร้างแรงบันดาลใจ ให้กับทุกคน
✨ รายการ ‘Into The Better Land’ จึงถูกสร้างขึ้นเพื่อทำให้ ESG ไม่ใช่แค่ reporting ขององค์กร แต่คือ branding asset ที่ทุกธุรกิจสามารถใช้สื่อสารคุณค่าของตนเอง ผ่านเรื่องราวจริงของคนที่ลงมือทำจริง
ตอนแรก ‘เด็กฮีโร่…NET ZERO’ นำเสนอพลังของคนรุ่นใหม่ ที่ใช้ไอเดียเล็กๆ สร้างการเปลี่ยนแปลงใหญ่ เพื่อสะท้อนว่า การสร้างแบรนด์ที่ยั่งยืน เริ่มจากการสร้างสังคมที่ยั่งยืน
เพราะสุดท้าย ESG ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องขององค์กร แต่คือกลยุทธ์การตลาดที่ทำให้แบรนด์อยู่ในใจผู้บริโภค และเดินไปสู่โลกที่ดีกว่าด้วยกัน

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา บริษัท BrandThink มีความยินดีอย่างยิ่งในการต้อนรับคณะผู้บริหารและบุคลากรจากฝ่ายส่งมอบเทคโ...
07/08/2025

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา บริษัท BrandThink มีความยินดีอย่างยิ่งในการต้อนรับคณะผู้บริหารและบุคลากรจากฝ่ายส่งมอบเทคโนโลยีและโซลูชัน สำนักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมและศึกษาดูงาน เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการงานโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัล
ตลอดระยะเวลาการพบปะ เราได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนมุมมอง แนวทางการบริหารงานสื่อสาร และการปรับตัวของสื่อในยุคดิจิทัล รวมถึงกระบวนการผลิตคอนเทนต์ในแบบฉบับของ BrandThink ที่มุ่งสร้างคุณค่าให้กับผู้คนและสังคมผ่านเรื่องเล่าเชิงสร้างสรรค์
เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า แนวทางการสื่อสารและประสบการณ์จาก BrandThink จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาองค์ความรู้ของคณะผู้เข้าศึกษาดูงาน และสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการดำเนินงานของสำนักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศในอนาคต
ขอขอบคุณที่ให้เกียรติเข้าเยี่ยมชมและแลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกันในครั้งนี้

ในช่วงเวลาที่วัยรุ่นไทยต้องเผชิญกับความกดดันของการสอบไฟนอล ทั้งเหนื่อยล้าทั้งทางร่างกายและจิตใจ รามยอนเกาหลีจากแบรนด์ bi...
04/08/2025

ในช่วงเวลาที่วัยรุ่นไทยต้องเผชิญกับความกดดันของการสอบไฟนอล ทั้งเหนื่อยล้าทั้งทางร่างกายและจิตใจ รามยอนเกาหลีจากแบรนด์ bibigo กลายเป็นเหมือนพลังเล็กๆ ที่ช่วยปลุกไฟให้ลุกขึ้นสู้อีกครั้ง ทั้งอิ่มท้อง ทั้งอุ่นใจ และเพียงแค่คำแรก ก็ทำให้รู้สึกว่า ‘ยังมีแบรนด์ที่เข้าใจเราอยู่ตรงนี้’
จากจุดเริ่มต้นของ insight ที่ว่ารามยอนเป็น comfort food สำหรับวัยเรียน BrandThink จึงพัฒนาแนวคิดนี้ต่อยอดสู่แคมเปญ #ยืดอกพกซอง ร่วมกับ bibigo เพื่อนำเสนอภาพของแบรนด์ที่ไม่เพียงแค่ขายสินค้า แต่เป็นแบรนด์ที่เข้าใจจังหวะชีวิตของกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง โดยเฉพาะในช่วงเวลาสำคัญที่เต็มไปด้วยความเครียด ความมุ่งมั่น และความต้องการแรงใจ
เราเริ่มต้นด้วยการสร้างกิจกรรมออนไลน์ผ่าน Instagram เพื่อให้วัยรุ่นได้แชร์กำลังใจให้กันและกัน จากนั้นจึงต่อยอดสู่อีเวนต์แบบออฟไลน์ ด้วยการนำ Food Truck จาก bibigo ไปเสิร์ฟรามยอนถึงหน้ามหาวิทยาลัย ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากการวางแผนและขับเคลื่อนแบบครบวงจร ตั้งแต่ Strategy + Creative + Media + KOL + Experience หรือที่เราเรียกว่า N2N Service ของ BrandThink
แคมเปญนี้ไม่ได้เป็นเพียงการสร้างการตระหนักรู้ (awareness) ชั่วคราว แต่ยังเชื่อมต่อความรู้สึกระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคได้อย่างลึกซึ้ง พิสูจน์ได้จากผู้ร่วมงานกว่า 1,500 คนใน 3 มหาวิทยาลัย ที่ไม่เพียงแค่ลิ้มลองรามยอน แต่ยังกลายเป็นผู้ส่งต่อความประทับใจผ่านโซเชียลมีเดีย สร้างกระแสแบบ organic ที่เกิดจากประสบการณ์จริง
สิ่งที่เกิดขึ้นคือภาพสะท้อนของการสื่อสารการตลาดในยุคใหม่ที่ไม่ได้วัดผลแค่ยอดขายหรือยอดไลก์ แต่คือการสร้างความรู้สึกดีๆ ที่จะติดอยู่ในใจผู้คน


#ยืดอกพกซอง
#รามยอนเกาหลีที่จริงใจ

ที่อยู่

Amphoe Dusit

เวลาทำการ

จันทร์ 10:00 - 19:00
อังคาร 10:00 - 19:00
พุธ 10:00 - 19:00
พฤหัสบดี 10:00 - 19:00
ศุกร์ 10:00 - 19:00

เบอร์โทรศัพท์

+66968964594

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ BrandThink Mediaผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง BrandThink Media:

แชร์

ประเภท