13/09/2026
เงิน 31 ล้านบาทที่พูดถึงกันเมื่อวาน คือส่วนต่างดอกเบี้ยเงินกู้ที่รัฐบาลไทยมีภาระต้องจ่ายตามสัญญาที่ทำไว้กับธนาคาร EXIM Bank
ต่อให้วันนี้เราจะมีเรื่องวิวาทกับไอ้อดีตเพื่อนคนนั้นแค่ไหน แต่ที่ผ่านมา มันก็ยังชำระหนี้ทั้งต้นทั้งดอกตามสัญญามาโดยตลอด ไม่เคยเบี้ยวหนี้กับเราหรือธนาคาร
แต่ถ้าเราดันทะลึ่งไม่จ่ายเงิน 31 ล้านบาทนี้
คนที่ผิดสัญญากับธนาคารจะกลายเป็นเราเอง เพราะภาระส่วนนี้เกิดจากสัญญาระหว่างรัฐบาลไทยกับธนาคาร ไม่ใช่ภาระที่ไอ้อดีตเพื่อนต้องมารับผิดชอบแทน
พูดง่าย ๆ คือ เราจะเป็นฝ่ายเสียชื่อ เสียเครดิต เปิดช่องให้คนเอาไปนินทาว่าไม่รักษาสัญญา ส่วนมันไม่ต้องรับผิดชอบอะไรกับการตัดสินใจของเราเลยสักอย่าง
ถ้าไม่อยากให้ไอ้อดีตเพื่อนหัวเราะจนท้องคัดท้องแข็งว่า ประเทศเรายอมเอาความน่าเชื่อถือทางการเงินของตัวเองไปทิ้งเพราะโกรธมัน ทั้งที่มันไม่ต้องร่วมรับผิดชอบด้วย ก็อย่าคิดทำเรื่องแบบนี้เด็ดขาด
โกรธมันแค่ไหน ก็ต้องแยกให้ออกว่าอะไรคือความขัดแย้งกับมัน และอะไรคือพันธะที่เราทำสัญญาไว้เอง
#ทุกคนคะ เมื่อวานเห็นด้อมส้มแชร์กันให้ว่อน "รัฐบาลผ่านงบช่วยเหลือกัมพูชา 31 ล้านบาท" ท่ามกลางสถานการณ์ชายแดนที่ยังตึงเครียดอยู่แบบนี้ ฟังดูแล้วใครๆ ก็ต้องโมโหใช่ไหมคะ?
แต่เดี๋ยวก่อนค่ะ สิ่งที่เขาไม่ได้บอกและตั้งใจบิดเบือนเป็บขบวนการ Fake news โจมตีรัฐบาลคือ
1. มันคือ "เงินกู้" ไม่ใช่ "เงินให้เปล่า"
โครงการ NR67 มูลค่ารวม 983 ล้านบาท เป็น "เงินกู้เงื่อนไขผ่อนปรน" ที่กัมพูชาต้องใช้คืน ไม่ใช่เราแจกฟรี โดย ครม. เห็นชอบไปตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2565
2. มันไม่ใช่มติใหม่วันนี้ แต่เป็นสัญญาเก่าตั้งแต่ปี 65
NEDA ลงนามสัญญาเงินกู้กับกัมพูชาไปแล้วตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 ที่กรุงพนมเปญ ส่วนงบก้อนที่เป็นข่าวตอนนี้เกี่ยวข้องกับภาระผูกพันจากโครงการลักษณะนี้ที่ทำสัญญาไว้ตั้งแต่ตอนนั้น ไม่ใช่ว่าวุฒิสภาเพิ่งมานั่งโหวต "ให้เงินกัมพูชา" กันใหม่เมื่อวันที่ 11 ก.ย. ที่ผ่านมา
3. มันเอื้อผู้ประกอบการไทยด้วยนะ
สัญญากำหนดชัดว่าต้องใช้วัสดุ-อุปกรณ์จากไทยไม่น้อยกว่า 50% ของมูลค่าสัญญา แถมต้องใช้ผู้รับเหมาและวิศวกรไทยเป็นหลัก พูดง่ายๆ คือเม็ดเงินส่วนใหญ่วนกลับเข้ากระเป๋าผู้ประกอบการไทยเองด้วยซ้ำ
#สรุป วันที่ 11 ก.ย. 69 วุฒิสภาผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 วงเงินรวม 3.788 ล้านล้านบาทจริง และภายในงบก้อนใหญ่นั้นมีรายการที่เกี่ยวข้องกับพันธะผูกพันโครงการกัมพูชาแบบนี้ติดไปด้วย
แต่คำว่า "ให้เงินกัมพูชา" ที่แชร์กัน ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เพราะมันคือเงินกู้ที่มีเงื่อนไขเอื้อไทยเอง และเป็นสัญญาที่ผูกพันไว้นานแล้ว ไม่ใช่การตัดสินใจใหม่ในจังหวะที่ชายแดนกำลังตึงเครียด
หนูเข้าใจนะคะว่าทำไมคนถึงโกรธเมื่อได้ยินคำว่า "ช่วยเขมร" ในช่วงเวลาแบบนี้ แต่การเมืองที่ดีต้องอยู่บนข้อเท็จจริง ไม่ใช่การหยิบตัวเลขจริงมาตัดบริบทให้ดูน่าโกรธกว่าที่มันเป็น ใครก็ทำได้ค่ะ ถ้าอยากให้คนเกลียดใคร แต่ทำแบบนั้นแล้วสังคมได้อะไร?