ฤๅคัฟเวอรี่ - LueCovery

ฤๅคัฟเวอรี่ - LueCovery Talk 'True' Story for Recovery

เงิน 31 ล้านบาทที่พูดถึงกันเมื่อวาน คือส่วนต่างดอกเบี้ยเงินกู้ที่รัฐบาลไทยมีภาระต้องจ่ายตามสัญญาที่ทำไว้กับธนาคาร EXIM B...
13/09/2026

เงิน 31 ล้านบาทที่พูดถึงกันเมื่อวาน คือส่วนต่างดอกเบี้ยเงินกู้ที่รัฐบาลไทยมีภาระต้องจ่ายตามสัญญาที่ทำไว้กับธนาคาร EXIM Bank

ต่อให้วันนี้เราจะมีเรื่องวิวาทกับไอ้อดีตเพื่อนคนนั้นแค่ไหน แต่ที่ผ่านมา มันก็ยังชำระหนี้ทั้งต้นทั้งดอกตามสัญญามาโดยตลอด ไม่เคยเบี้ยวหนี้กับเราหรือธนาคาร

แต่ถ้าเราดันทะลึ่งไม่จ่ายเงิน 31 ล้านบาทนี้
คนที่ผิดสัญญากับธนาคารจะกลายเป็นเราเอง เพราะภาระส่วนนี้เกิดจากสัญญาระหว่างรัฐบาลไทยกับธนาคาร ไม่ใช่ภาระที่ไอ้อดีตเพื่อนต้องมารับผิดชอบแทน

พูดง่าย ๆ คือ เราจะเป็นฝ่ายเสียชื่อ เสียเครดิต เปิดช่องให้คนเอาไปนินทาว่าไม่รักษาสัญญา ส่วนมันไม่ต้องรับผิดชอบอะไรกับการตัดสินใจของเราเลยสักอย่าง

ถ้าไม่อยากให้ไอ้อดีตเพื่อนหัวเราะจนท้องคัดท้องแข็งว่า ประเทศเรายอมเอาความน่าเชื่อถือทางการเงินของตัวเองไปทิ้งเพราะโกรธมัน ทั้งที่มันไม่ต้องร่วมรับผิดชอบด้วย ก็อย่าคิดทำเรื่องแบบนี้เด็ดขาด

โกรธมันแค่ไหน ก็ต้องแยกให้ออกว่าอะไรคือความขัดแย้งกับมัน และอะไรคือพันธะที่เราทำสัญญาไว้เอง

#ทุกคนคะ เมื่อวานเห็นด้อมส้มแชร์กันให้ว่อน "รัฐบาลผ่านงบช่วยเหลือกัมพูชา 31 ล้านบาท" ท่ามกลางสถานการณ์ชายแดนที่ยังตึงเครียดอยู่แบบนี้ ฟังดูแล้วใครๆ ก็ต้องโมโหใช่ไหมคะ?

แต่เดี๋ยวก่อนค่ะ สิ่งที่เขาไม่ได้บอกและตั้งใจบิดเบือนเป็บขบวนการ Fake news โจมตีรัฐบาลคือ

1. มันคือ "เงินกู้" ไม่ใช่ "เงินให้เปล่า"

โครงการ NR67 มูลค่ารวม 983 ล้านบาท เป็น "เงินกู้เงื่อนไขผ่อนปรน" ที่กัมพูชาต้องใช้คืน ไม่ใช่เราแจกฟรี โดย ครม. เห็นชอบไปตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2565

2. มันไม่ใช่มติใหม่วันนี้ แต่เป็นสัญญาเก่าตั้งแต่ปี 65

NEDA ลงนามสัญญาเงินกู้กับกัมพูชาไปแล้วตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 ที่กรุงพนมเปญ ส่วนงบก้อนที่เป็นข่าวตอนนี้เกี่ยวข้องกับภาระผูกพันจากโครงการลักษณะนี้ที่ทำสัญญาไว้ตั้งแต่ตอนนั้น ไม่ใช่ว่าวุฒิสภาเพิ่งมานั่งโหวต "ให้เงินกัมพูชา" กันใหม่เมื่อวันที่ 11 ก.ย. ที่ผ่านมา

3. มันเอื้อผู้ประกอบการไทยด้วยนะ

สัญญากำหนดชัดว่าต้องใช้วัสดุ-อุปกรณ์จากไทยไม่น้อยกว่า 50% ของมูลค่าสัญญา แถมต้องใช้ผู้รับเหมาและวิศวกรไทยเป็นหลัก พูดง่ายๆ คือเม็ดเงินส่วนใหญ่วนกลับเข้ากระเป๋าผู้ประกอบการไทยเองด้วยซ้ำ

#สรุป วันที่ 11 ก.ย. 69 วุฒิสภาผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 วงเงินรวม 3.788 ล้านล้านบาทจริง และภายในงบก้อนใหญ่นั้นมีรายการที่เกี่ยวข้องกับพันธะผูกพันโครงการกัมพูชาแบบนี้ติดไปด้วย

แต่คำว่า "ให้เงินกัมพูชา" ที่แชร์กัน ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เพราะมันคือเงินกู้ที่มีเงื่อนไขเอื้อไทยเอง และเป็นสัญญาที่ผูกพันไว้นานแล้ว ไม่ใช่การตัดสินใจใหม่ในจังหวะที่ชายแดนกำลังตึงเครียด

หนูเข้าใจนะคะว่าทำไมคนถึงโกรธเมื่อได้ยินคำว่า "ช่วยเขมร" ในช่วงเวลาแบบนี้ แต่การเมืองที่ดีต้องอยู่บนข้อเท็จจริง ไม่ใช่การหยิบตัวเลขจริงมาตัดบริบทให้ดูน่าโกรธกว่าที่มันเป็น ใครก็ทำได้ค่ะ ถ้าอยากให้คนเกลียดใคร แต่ทำแบบนั้นแล้วสังคมได้อะไร?

อย่าแปรความจงรักภักดีให้กลายเป็นการผลักภาระ หลายคนคิดว่าการเรียกร้องให้พระมหากษัตริย์ทรงลงมาจัดการความขัดแย้งคือความรักช...
13/09/2026

อย่าแปรความจงรักภักดีให้กลายเป็นการผลักภาระ
หลายคนคิดว่าการเรียกร้องให้พระมหากษัตริย์ทรงลงมาจัดการความขัดแย้งคือความรักชาติและรักสถาบันฯ
แต่ในความเป็นจริง การทำเช่นนั้นคือการดึงองค์ประมุขลงมาสู่สนามความขัดแย้งทางการเมือง
การเมืองเป็นเรื่องของการแข่งขันทางผลประโยชน์ที่ไม่มีวันทำให้ทุกคนพอใจ

การขอให้ทรงใช้อำนาจตัดสินใจ
ย่อมนำพาคำวิพากษ์วิจารณ์และความเสื่อมเสียมาสู่สถาบันฯ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ซึ่งตรงกันข้ามกับเจตนาของคนที่บอกว่า "รักสถาบัน" โดยสิ้นเชิง

การปล่อยข่าวหรือสร้างกระแสให้คนสิ้นหวังจนต้องร้องหาอำนาจพิเศษ
มักเป็นเครื่องมือของกลุ่มคนที่ต้องการล้มกระดานประชาธิปไตย เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง

เมื่อใดที่ประชาชนยอมจำนนและเชื่อว่าระบอบปกติแก้ปัญหาไม่ได้
วงจรอุบาทว์ของการแทรกแซงและการรัฐประหารก็จะวนกลับมาอีกครั้ง
และผู้ที่ต้องรับกรรมในระยะยาวก็คือประชาชนคนไทยทุกคน

ประชาธิปไตยมีกลไกของมันเอง

ทั้งการเลือกตั้ง
การถอดถอน
การลงประชามติ
หรือการปฏิรูปกฎหมาย

หากนักการเมืองไม่ดี ระบบตรวจสอบต้องทำงาน
หากกฎหมายมีช่องโหว่ รัฐสภาต้องแก้ไข

ปัญหาของการเมืองต้องแก้ด้วยการเมืองและกระบวนการทางกฎหมาย
ไม่ใช่การโยนภาระความขัดแย้งไปให้พระมหากษัตริย์ทรงแบกรับ

ซึ่งอยากจะบอกว่า การกระทำอย่างนี้ ก็ไม่ได้ต่างกับความพยายามยกเลิกกฎหมายมาตรา 112 ที่ปลายทางคือล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ไม่ต่างกัน

โอ นี่แหละ เพนพ้อยท์ของ SME เคยโดนบริษัทนึง ดึงเครดิตเทอม 90 วัน วางบิลผิดวัน สะกดผิด สารพัดหาจุดผิด แล้วไล่ให้ไปแก้ไขมา...
12/09/2026

โอ นี่แหละ เพนพ้อยท์ของ SME
เคยโดนบริษัทนึง ดึงเครดิตเทอม 90 วัน วางบิลผิดวัน สะกดผิด สารพัดหาจุดผิด แล้วไล่ให้ไปแก้ไขมาส่งใหม่ รอบบิลหน้า

กว่าจะได้เงินจริง ปีถ้วน

วันนี้ พี่แต๋ม กลับงัด เอา พรบ การแข่งขันทางการ ค้า มาบังคับใช้ให้ ระบบ Credit Terms ของไทย ซึ่ง ต่อไปนี้ สินค้าทางการเกษตร Credit Terms ต้องไม่เกิน 30 วัน สินค้าอุปโภคบริโภค Credit Terms ต้องไม่เกิน 45 วัน ซึ่งเตรียมประกาศเป็นพระราชกิจจาฯในเร็วๆ นี้ นั่นคือ บังคับใช้แบบไม่มีข้ออ้างใดๆ

ส่งผลกับการจ่ายเงินของระบบราชการทุกหน่วยงานด้วย

ตื่นเช้ามา เปิดอ่านข่าวเรื่อยเปื่อยแบบปกติ แต่ก็ต้องตะลึงกับข่าวนี้ (แต่สื่ออื่นๆ เงียบมาก) แต่บอกเลยเรื่องนี้ พี่แต๋ม ศุภจี โคตรกล้า โคตรเจ๋ง โคตรทำสิ่งที่เป็นคุณประโยชน์กับพ่อค้าแม่ค้า SME เกษตรกร ทั่วฟ้าเมืองไทย ใครจะบอกว่าอวยเกินจริง อ่านให้จบ แล้วไปถามหาความจริงกับคนเคยขายของให้กับเชนใหญ่ก่อน ว่า Credit Terms นี่คือ นรก ของคนค้าปลีกค้าส่งมาหลายสิบปีแล้ว
-
ถ้าใครอยู่ในวงการค้าปลีก ค้าส่ง เมื่ออ่านข่าวนี้ต้องตะลึง และขยี้ตากันอีก 100 รอบ เพราะเรื่องนี้คือปัญหาและอุปสรรคในการเจริญเติบโต ของบรรดา SME ไทยจริงๆ ข่าวนี้จัดว่าเป็นระเบิดปารมนูลงในระบบค้าปลีกค้าส่งของไทยเลยก็ว่าได้
-
ระบบ Credit Terms หรือ Payment Terms คือระบบที่ธุรกิจขนาดใหญ่ ใช้กับธุรกิจขนาดเล็ก ในการชะลอการจ่ายเงิน นั่นคือ ถ้าคุณอยากจะเอาของมาขายฉัน คุณต้องยอมรับในเงื่อนไขนี้
-
นั่นคือ ฉันจะซื้อของคุณมาขายนะ แต่คุณต้องให้ Credit Terms ฉัน 60 วัน บางเจ้า 90 วัน แถม บวกวางบิลล่วงหน้าอีก 30 วัน บางบริษัท จ่ายเช็คอีก ทุก 15 หรือ 20 วัน หลังจากวางบิลอีก เอาง่ายๆ คือ คนที่จะขายของให้กับเชนใหญ่ ต้องยอมเอาสินค้าให้เขาไปขายก่อน ประมาณ 120 - 150 วัน กว่าจะได้เงิน ซึ่งเรื่องนี้ แล้วแต่เชนไหนจะเป็นคนกำหนด ซึ่งที่ผ่านมาทุกรัฐบาลมองว่าเป็นการสมยอม ก็เขาตั้งกติกาแบบนี้ คุณอยากที่จะขายของให้เขาคุณก็ต้องยอมทำตามกฏของบริษัทเขา
-
ลำพัง SME ที่เงินทุนหมุนก็น้อยนิด ต้องเอาเงินไปจม สัก 5 ล้าน ถ้าต้องขายกับหลายเชน ก็คูณเอา ที่สำคัญคือ หากสินค้าขายดี ขายหมด บางเชน ยังไม่จ่ายเงิน แต่สั่งของคุณเพิ่มอีก ทีนี้ต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาอีก ซึ่งระบบนี้ คืออุปสรรคทางด้านการเงินของ SME ไทยมาตลอด หลายสิบปี โดยไม่มีใครหน้าไหนเคยกล้าแตะ มาก่อนเนื่องจาก เชนค้าปลีกค้าส่งของไทย เป็นของใครบ้าง และไม่เคยมีใครเอากฏหมายมางัดกับเรื่องนี้กับกลุ่มเชนนี้มาก่อน
-
แต่วันนี้ พี่แต๋ม กลับงัด เอา พรบ การแข่งขันทางการค้า มาบังคับใช้ให้ ระบบ Credit Terms ของไทย ซึ่งต่อไปนี้ สินค้าทางการเกษตร Credit Terms ต้องไม่เกิน 30 วัน สินค้าอุปโภคบริโภค Credit Terms ต้องไม่เกิน 45 วัน ซึ่งเตรียมประกาศเป็นพระราชกิจจาฯ ในเร็วๆ นี้ นั่นคือ บังคับใช้แบบไม่มีข้ออ้างใดๆ ส่งฟลกับการจ่ายเงินของระบบราชการทุกหน่วยงานด้วย
-
สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมา คือการแข่งขันทางการค้ามันลดเพดานเรื่องเงินทุนลงมา ทำให้คนที่มีเงินทุนน้อยกว่าที่เมื่อก่อนสู้เขาไม่ได้ ตอนนี้สามารถสู้ได้ อย่างที่สอง คือเรื่อง กิจการการค้าสามารถมีเงินทุนหมุนเวียนในระบบโดยไม่ต้องกู้หนี้ยืมสินเพราะทุนต้องจมกับระบบ Credit Terms อีกต่อไป พวกพ่อค้าคนกลางที่ซื้อสินค้าเกษตรจากเกษตรกร ต่อไปก็ไม่สามารถมาอ้างเรื่องดึงการจ่ายกับเกษตรกร หรือสหกร ในการจ่ายเงินช้าได้แล้ว จึงอยากบอกต่อๆ กันไป เกษตรกรจะได้ไม่ต้องโดนเอาเปรียบจากการไม่รู้ข่าวสารเรื่องนี้
-
น้าหมึกขอขอบคุณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพานิชย์ ท่าน ศุภจี (หรือพี่แต๋ม) ด้วยความเคารพเป็นอย่างสูงครับ ที่กล้ามากๆ เป็นคนแรก และรัฐบาลแรก ที่กล้ารื้อระบบ Credit Terms เพื่อช่วยเหลือเรื่องการแข่งขันทางการเงินให้กับ เกษตรกร และ SME ไทย ยอมใจแม่จริงๆ กล้ามากๆ ขอคาราวะ

นี่คือวิธีของฝ่ายประชาธิปไตยเหรอเป็นวิธีการที่ สกปรก ต่ำช้า และโบราณจนไม่คิดว่าจะเป็นวิธีการของคนรุ่นใหม่หัวก้าวหน้าสิ้น...
11/09/2026

นี่คือวิธีของฝ่ายประชาธิปไตยเหรอ
เป็นวิธีการที่ สกปรก ต่ำช้า และโบราณจนไม่คิดว่าจะเป็นวิธีการของคนรุ่นใหม่หัวก้าวหน้า

สิ้นชีพเอ๋ย สิ้นชีพ

ขอให้ถ้อยคำเป็นหนังสือประกอบการสืบสวนและไต่สวนการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา
กราบเรียน ประธานกรรมการการเลือกตั้ง

อ้างถึง
๑. เลขสืบสวนที่ ๑๕๑/๒๕๖๗ บันทึกถ้อยคำ... ลงวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘
๒. คดีพิเศษที่ ๒๙/๒๕๖๘ บันทึกคำให้การ... ลงวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๖๘
๓. หนังสือสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ ลต ๐๐๐๘/๘๘๙๘ ลงวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๖๘

เรื่อง ขอเชิญไปให้ถ้อยคำเพิ่มเติม
สิ่งที่ส่งมาด้วย
๑. สำเนาบันทึกประจำวัน สถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น
๒. หนังสือถึงอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เรื่อง ขอให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือประกอบคดีพิเศษที่ ๒๙/๒๕๖๘

ตามหนังสือที่อ้างถึงข้างต้น ๓ คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ส่วนกลาง คณะที่ ๒๖ ได้แจ้งให้ข้าพเจ้า ... เลขประจำตัวประชาชน ... บ้านเลขที่ ... อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ได้ให้ถ้อยคำเพิ่มเติมในวันศุกร์ที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๖๘ เวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา ณ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ชั้น ๓) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ดังความแจ้งแล้วนั้น

ข้าพเจ้าขอให้ถ้อยคำเป็นหนังสือ โดยข้าพเจ้าทราบดีว่าการให้การอันเป็นเท็จอาจมีความผิดตามกฎหมาย ข้าพเจ้าขอสาบานและปฏิญาณตนว่าจะให้ถ้อยคำด้วยความสัตย์จริงทุกประการ โดยมีรายละเอียดดังนี้คือ

๑. ข้าพเจ้าเคยเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย และมีความขัดแย้งกับพรรคอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง ต่อมามีชายไม่ทราบชื่อได้ติดต่อข้าพเจ้าเข้ามาเกี่ยวกับเรื่องการให้ดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว. ชายคนดังกล่าวจึงเข้ามาแจ้งให้ข้าพเจ้าทราบว่า ข้าพเจ้าจะต้องถูกกลั่นแกล้งทางการเมืองจากพรรคภูมิใจไทยในอนาคต รวมถึงบุตรชายของข้าพเจ้าด้วย ชายคนกล่าวยังอ้างว่ารู้จักคนในรัฐบาลและยังได้อ้างว่าเขาสามารถช่วยเหลือให้ข้าพเจ้าหลุดพ้นจากข้อหาได้โดยเปลี่ยนข้าพเจ้าจากผู้ต้องหามาเป็นพยานในคดี แต่มีเงื่อนไขว่าข้าพเจ้าจะต้องให้การตามบทที่ได้กำหนดไว้ มิเช่นนั้นข้าพเจ้าจะต้องหมดอนาคตทางการเมือง รวมถึงจะมีคดีความติดตามข้าพเจ้าและบุตรชายซึ่งเป็น ... ไปด้วย ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวข้าพเจ้าและบุตรชายได้ถูกร้องเรียนจากหน่วยงานต่างๆ จริง ข้าพเจ้าจึงเกิดความกลัวเป็นอย่างมาก โดยคำให้การดังกล่าวถือว่าข้าพเจ้าได้ให้การในฐานะผู้ต้องหาในคดีนี้

๒. บุคคลดังกล่าวยืนยันว่ารัฐบาลมีแผนจะใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน่วยงานของรัฐ เป็นเครื่องมือทำลายล้างและใส่ร้ายทางการเมืองกับพรรคภูมิใจไทย โดยขณะนี้มีการเตรียมการสร้างพยานหลักฐานเพื่อใส่ร้ายว่าข้าพเจ้ามีส่วนร่วมในการฮั้วการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา โดยข้าพเจ้าต้องพ้นตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและรับโทษทางอาญา แต่หากข้าพเจ้า
ยินยอมให้ความร่วมมือจะรับรองในความปลอดภัย และจะมีกระบวนการใช้กฎหมายเลือกตั้งและข้อบังคับคณะกรรมการคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ในการกันตัวข้าพเจ้าไว้เป็นพยาน โดยข้าพเจ้าไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญา และไม่ต้องกลัวเรื่องการให้การเท็จต่อเจ้าพนักงาน เนื่องจากรัฐบาลได้ควบคุมหน่วยงานของรัฐต่างๆ ไว้หมดแล้ว ทั้งยังอ้างว่ามีผู้ให้ความร่วมมือจำนวนมากแล้ว เนื่องจากบางส่วนได้รับผลประโยชน์ตอบแทน และบางส่วนถูกข่มขู่จนเกรงกลัวอิทธิพลของรัฐบาล พร้อมทั้งกำชับให้ข้าพเจ้าเก็บเป็นความลับ จะมีการเล่นงานทางการเมือง เป็นเหตุให้ข้าพเจ้าเกิดความกลัวและยินยอมให้ความร่วมมือเพื่อป้องกันภยันตรายต่อตนเองและครอบครัว รวมทั้งบุตรของข้าพเจ้า

๓. ข้าพขอยืนยันว่าตามคำให้การที่ข้าพเจ้าได้ให้ไว้นั้น ความจริงแล้วไม่มีบุคคลใดกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีการจัดทำโพยฮั้วการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ตามที่ข้าพเจ้าเคยให้การไว้แต่อย่างใด

ข้าพเจ้าได้ให้การไปตามบทที่อ้างว่ามีการคิดคำนวณทางคณิตศาสตร์ไว้ ข้าพเจ้าสันนิษฐานว่าผู้สมรู้ร่วมคิดอาจนำคลิปการนับคะแนนไปให้ผู้เชี่ยวชาญด้านคณิตศาสตร์ แล้วจัดสร้างโพยฮั้วขึ้นมา เพื่อเป็นพยานหลักฐานเท็จให้สอดคล้องกับผลการเลือกตั้ง เพราะไม่มีประจักษ์พยาน และไม่มีการยึดโพยได้จากผู้สมัครรับเลือกตั้งรายใด เป็นพยานหลักฐานที่เกิดขึ้นภายหลังการเลือกตั้ง ซึ่งผู้ใดก็จัดทำขึ้นได้ ในส่วนพยานบุคคลข้าพเจ้าเชื่อว่ามีหลายคนได้ถูกว่าจ้างหรือถูกข่มขืนใจ บังคับ ขู่เข็ญ ล่อลวงหรือกระทำการโดยมิชอบด้วยประการใดๆ เช่นเดียวกับข้าพเจ้าที่ถูกบังคับ ขู่เข็ญ เพื่อจัดตั้งบุคคลมาให้การเป็นพยานเท็จตามที่มีการสมคบคิดวางแผนไว้อย่างเป็นกระบวนการ

๔. ผลของการแทรกแซงหน่วยงานของรัฐข้างต้น และพยายามใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม เป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งทางการเมืองกับพรรคภูมิใจไทย เป็นเหตุให้สมาชิกวุฒิสภารวมชื่อมีการร้องศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวหาว่ามีการฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง จนเป็นเหตุให้ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติสั่งให้ พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หยุดปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเฉพาะในฐานะผู้กำกับดูแลกรมสอบสวนคดีพิเศษ และรองประธานกรรมการคดีพิเศษตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๘๒ วรรคสอง ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๘ จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย

๕. เมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ข้าพเจ้ารู้สึกในความปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ทรัพย์สิน ชื่อเสียง ของตนเองและครอบครัว เนื่องจากกลุ่มคณะบุคคลที่สมรู้ร่วมคิดซึ่งมีการข่มขืนใจ บังคับ ขู่เข็ญ ล่อลวง ให้ข้าพเจ้าให้ถ้อยคำใส่ร้ายพรรคภูมิใจไทยไม่ได้มีอำนาจในรัฐบาลแล้ว จึงเป็นเหตุที่ข้าพเจ้าต้องการแก้ไขข้อความให้ตรงกับความเป็นจริง จึงขอให้ถ้อยคำเพิ่มเติมเป็นหนังสือเพื่อแก้ไขข้อความดังกล่าวต่อไป

ข้าพเจ้าขอยืนยันว่ามิได้มีเจตนาใส่ร้ายบุคคลอื่นให้เสื่อมเสียต่อชื่อเสียง และมิได้เจตนาจะให้การเท็จต่อเจ้าพนักงานซึ่งมีอำนาจสืบสวนสอบสวนเพื่อให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดได้รับโทษทางอาญา แต่การให้ถ้อยคำของข้าพเจ้าเกิดจากการถูกข่มขืนใจ บังคับ ขู่เข็ญ ล่อลวง ข้าพเจ้าให้ถ้อยคำพาดพิงใส่ร้ายตามบทที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า และข้าพเจ้าขอยืนยันว่าถ้อยคำของข้าพเจ้าในครั้งนี้ เป็นความสัตย์จริงทุกประการ คำให้การใดๆ ที่ขัดหรือแย้งกับคำให้การครั้งนี้ ให้ถือคำให้การครั้งนี้ เป็นคำให้การที่ถูกต้องและเป็นความสัตย์จริงทุกประการ และข้าพเจ้าไม่ประสงค์ให้ถ้อยคำเพิ่มเติมแต่อย่างใด

อนึ่ง ข้าพเจ้าได้แจ้งความร้องทุกข์ให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่นไว้แล้

คำว่า “ความมั่นคง” เป็นคำที่น่าสนใจ เพราะไม่ว่าจะพูดถึงความมั่นคงภายใน ความมั่นคงภายนอก ความมั่นคงทางการเงิน หรือความมั่...
11/09/2026

คำว่า “ความมั่นคง” เป็นคำที่น่าสนใจ
เพราะไม่ว่าจะพูดถึงความมั่นคงภายใน ความมั่นคงภายนอก ความมั่นคงทางการเงิน หรือความมั่นคงทางจิตใจ
ล้วนเป็นสิ่งที่คนทั่วไปมองว่าเป็นเรื่องดีและจำเป็นต่อการดำรงชีวิต

แต่เมื่อคำว่า “ความมั่นคง” ไปปรากฏในวงสนทนาของนักวิชาการสังคมบางกลุ่ม กลับดูเหมือนจะสร้างความไม่สบายใจอย่างรุนแรง ราวกับเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่อาจยอมรับได้
โดยเฉพาะคำว่า “ความมั่นของชาติ” ซึ่งมักถูกต่อต้านอย่างหนัก เหมือนผีเห็นพระ

ทั้งที่ในความเป็นจริง ความมั่นคงของประเทศเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุข

คนจำนวนไม่น้อยใช้ชีวิตอยู่ในสังคมที่ปลอดภัยและมั่นคงจนเคยชิน จึงไม่ตระหนักว่าหากบ้านเมืองขาดความมั่นคงแล้ว ประชาชนจะต้องเผชิญกับความยากลำบากเพียงใด หรือบางคนอาจมีจุดยืนที่มุ่งต่อต้านสถาบันและกลไกด้านความมั่นคงอยู่แล้ว จนไม่สนใจว่าการทำลายความมั่นคงจะส่งผลกระทบต่อประเทศอย่างไร ขอเพียงสามารถลดทอนหรือทำลายความมั่นคงได้ก็เพียงพอ

สิ่งที่น่าตั้งคำถามคือ ผู้ที่ออกมาเคลื่อนไหวในประเด็นซึ่งกระทบต่อความมั่นคงของชาติจำนวนหนึ่ง มักเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนหรือนักวิชาการจากคณะรัฐศาสตร์บางส่วน และในบางกรณีก็มีความเชื่อมโยงกับองค์กรหรือต่างประเทศ จนทำให้สังคมอดสงสัยไม่ได้ว่า มีผลประโยชน์หรือแหล่งเงินทุนจากภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ จนน่าตรวจสอบวัตถุประสงค์ของการรับทุน
หรือแท้จริงแล้วพวกเขาต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศไปในทิศทางของผู้ให้ทุน ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งแยกดินแดน การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองให้เป็นสาธารณรัฐ หรือการผลักดันแนวคิดทางการเมืองที่สอดคล้องกับค่านิยม และอุดมคติทางวิชาการของตนเอง

อย่างไรก็ตาม การที่บุคคลเหล่านี้ยังสามารถทำงานและสอนหนังสืออยู่ในมหาวิทยาลัยได้ ก็สะท้อนว่าประเทศไทยยังเปิดกว้างต่อความเห็นที่แตกต่างอย่างมาก
ในบางประเด็นอาจเปิดกว้างและมีเสรีภาพมากกว่าสหรัฐอเมริกาด้วยซ้ำ

สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การปิดกั้นความคิดเห็นที่แตกต่าง แต่คือการตรวจสอบข้อเท็จจริง แหล่งทุน ความเชื่อมโยง และผลกระทบต่อประเทศอย่างรอบด้าน โดยไม่ปล่อยให้คำว่า “เสรีภาพทางวิชาการ” ถูกใช้เป็นเกราะกำบังสำหรับการบ่อนทำลายความมั่นคงของชาติ

11/09/2026

ทีหลังก็อย่าให้หนีขึ้นเขา เข้าป่า
ไม่มอบตัวก็สู้อยู่ข้างล่าง
จะได้เคลียร์ง่ายๆ

10/09/2026

เนี่ย โกหกหน้าด้านๆ บิดเบือนอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร

คนตายควรจะน้อยกว่านี้
ก็ขอให้รู้ไว้ว่าคนตายเยอะขึ้นส่วนนึงเพราะ วิโรจน์ ลักขณาอดิสร นี่แหละ

บาปกรรมจะตามมึงไป

10/09/2026

....

ที่อยู่

Amphoe Muang Phrae

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ฤๅคัฟเวอรี่ - LueCoveryผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ฤๅคัฟเวอรี่ - LueCovery:

ทางลัด

แชร์