Yong media องค์กรสื่อมืออาชีพ

18/11/2022

รตอ.อรุณ สวัสดีสส.เขต4สงขลาได้แสดงวิสัยทัศน์​ความคิดเห็นเสนอแนะต่อการจัด​เวทีรับฟังความคิดเห็นของภาคประชาชนและหน่วยงานองค์กร​ต่าง​ๆ​ในการออกแบบก่อสร้างพิพิธภัณฑ์คาบสมุทรสทิงพระสงขลาในครั้งนี้​ว่า............................

16/11/2022

รองเลขาธิการ คปภ. ลงพื้นที่รับฟังข้อเสนอแนะจากเกษตรกรอำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา ในโครงการ “อบรมความรู้ประกันภัย (Training for the Trainers) สำหรับการประกันภัยข้าวนาปีและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์” ประจำปี 2565

ยอมใจนาย ชนะใจตัวเองและคนทั่วไป 2 ขาเดิน-ปั่น เพื่อไปแสวงบุญประกอบพิธีฮัจย์ ประเทศซาอุดิอาระเบียวันนี้ 9 พฤศจิกายน 2565 ...
09/11/2022

ยอมใจนาย ชนะใจตัวเองและคนทั่วไป 2 ขาเดิน-ปั่น เพื่อไปแสวงบุญประกอบพิธีฮัจย์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย
วันนี้ 9 พฤศจิกายน 2565 นายอาหมัด เบ็ญอาหลี รองนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ พร้อมด้วยนายราเชนท์ อาตมาตร ผู้บริหารโรงแรมยันณะตีย์ นายไปรซอน ศิริสันติวงศ์ ผู้ประสานงาน SADAO ROUTE4 ร่วมส่งและมอบเงินสนับสนุนช่วยเหลือแก่นายยูนูส และนายราชิด ครูสอนศาสนาตามหมู่บ้านจากเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย นักเดินเท้าและปั่นจักรยาน เพื่อไปแสวงบุญประกอบพิธีฮัจย์ 2023 ณ ประเทศซาอุดิอาระเบีย
ครูสอนศาสนาทั้ง 2 ท่านนี้ ต้องการที่จะไปแสวงบุญประกอบพิธีฮัจย์ ประเทศซาอุดิอาระเบียตามที่ตั้งใจไว้ โดยที่แต่ละท่านอยู่คนละฟากของเกาะชวาและไม่เคยรู้จักกันมาก่อน คนหนึ่งเดินเท้า คนหนึ่งปั่นจักรยาน ออกเดินทางจากที่พักของตนเองแล้วมาเจอกันโดยบังเอิญจึงได้เดินทางร่วมกันมา ใช้เส้นทางผ่านประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย พม่า บังคลาเทศ อินเดีย ปากีสถาน อิหร่าน โอมาน ยูเออี สิ้นสุดที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย ระยะทางกว่า 13,000 กิโลเมตร กำหนดการจะถึงประเทศซาอุดิอาระเบียประมาณเดือนมิถุนายน 2566 โดยมีเงินติดตัวคนละ 800 และ 230 บาท ได้ออกเดินทางจากเกาะชวามาเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2565 จำนวน 83 วัน ระยะทาง 2,835 กิโลเมตรแล้ว จะอาศัยพักตามมัสยิดหรือผู้ให้การสนับสนุนจัดสถานที่ให้ในจุดพักนั้นๆ จากการประสานงานของคุณไปรซอน ศิริสันติวงศ์ SADAO ROUTE4 ซึ่งจะมีเครือข่าย ROUTE4 ประสานงานช่วยเหลือตลอดการเดินทาง พร้อมกันนี้ทางนายราเชนท์ อาตมาตร ผู้บริหารโรงแรมยันณะตีย์ ได้สนับสนุนที่พักและอาหาร นายอนันต์ จันทรัตน์ นายกสมาคมสื่อมวลชนภาคใต้ 2558 สนับสนุนเงินจำนวน 3,000 บาท แก่ผู้แสวงบุญทั้ง 2 ท่าน นอกจากนี้ก่อนหน้านี้ ชาวมาเลเซียได้รวบรวมเงินจำหนวนหนึ่งเพื่อซื้อจักรยานให้กับนายยูนูส เพื่อใช้เป็นพาหนะแทนการเดินเท้าและจะได้เป็นเพื่อร่วมเดินทางกับนายราชิดอีกด้วย

พิธีวางศิลาฤกษ์​วิหาร​หลวงปู่ทวด(เหยียบ​นํ้า​ทะเลจืด)​ประจำวัดพังเถียะ​วันที่​8พย65เวลา9.09นที่วัดพังเถียะ​ เลขที่1หมู่​...
08/11/2022

พิธีวางศิลาฤกษ์​วิหาร​หลวงปู่ทวด(เหยียบ​นํ้า​ทะเลจืด)​ประจำวัดพังเถียะ​

วันที่​8พย65เวลา9.09นที่วัดพังเถียะ​ เลขที่1หมู่​ที่7ต.กระดังงา​ อ.สทิงพระ​ จ.สงขลา​
ดร.นาที รัชกิจประการ ประธานคณะที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (นายอนุทิน ชาญวีรกุล)เป็น​ประธาน​ใน​พิธี​วาง​ศิลาฤกษ์​ และ​คณะ​ พร้อมด้วยนาย ชัยเดช ปาละวงศ์ นายอำเภอ​สทิงพระ​และนายณัฐวุฒิ​ แสงศรี​คำ​ นายกอบต.กระดังงา​และประธาน​จัด​สร้าง​วิหารหลวงปู่ทวด​(เหยียบ​นํ้า​ทะเลจืด)​ซึ่ง​การจัดสร้าง​วิหารหลวง​ปู่ทวด(เหยียบ​นํ้า​ทะเลจืด)​ขนาดความลึก5เมตรกว้าง7.99เมตรท่านสามารถ​ร่วมทำบุญ​ผ่านบัญชี​วัดพังเถียะ​ธนาคาร​กรุงไทย​สาขา​สทิงพระ​เลขที่​บัญชี​9230496812ประธานจัด​สร้าง​นายณัฐวุฒิ​ แสงศรี​คำ​ นายก อบต.กระดังงา​ โทรศัพท์​ 0949946499 ดำเนินงานโดยหจก.กราฟฟิคมาร์เก็ต​ติ้งหาดใหญ่​ โดยคุณนันท์ภัส สังขไพฑูรย์​(พี่วรรณ)​โทรศัพท์​0909596495/074800158 เลขที่36ซอย4พิสุทธิ์​-พาณี ต.หาดใหญ่​ อ.หาดใหญ่​ จ.สงขลา​90110​ วงเงินก่อสร้าง4.250.000 บาท

​ข่าวYongMediaรายงาน

เลขาธิการศอ.บต. ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโรงเพาะฟักปูทะเลแบบครบวงจร พร้อมดันจังหวัดปัตตานีเป็นเมืองปูทะเลโลก วันที่ 6 ...
06/11/2022

เลขาธิการศอ.บต. ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโรงเพาะฟักปูทะเลแบบครบวงจร พร้อมดันจังหวัดปัตตานีเป็นเมืองปูทะเลโลก

วันที่ 6 พฤศจิกายน 2565 ที่ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) พร้อมด้วยนางสาวเยาวภา อินชะนะ ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. และผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาฝ่าย พลเรือน ศอ.บต. ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดความก้าวหน้าการขับเคลื่อนการฟื้นฟูชายฝั่งและส่งเสริมการเลี้ยงปูทะเลพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากระดับครัวเรือนและชุมชม เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการเลี้ยงปูทะเลให้เป็นสัตว์เศรษฐกิจตลอดจนเป็นเมืองปูทะเลโลก โดยมี รศ.ดร.กรรณิการ์ สหกะโร คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และคณะอาจารย์ ร่วมให้การต้อนรับ

จากนั้นเลขาธิการ ศอ.บต. ได้เดินทางไปยังโรงงานปูดำ ตานี ฟาร์ม เพื่อเยี่ยมชมกระบวนการขุนปูแบบระบบคอนโดน้ำหมุนเวียนให้มีคุณภาพและน้ำหนักได้ 3 -4 ตัว/1 กิโลกรัมจำหน่ายในราคา 500 บาทขึ้นไป ถือเป็นเพื่อต่อยอดและกระจายผลผลิตสู่ร้านอาหารและผู้ประกอบการในพื้นที่ด้วย

พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า รัฐบาลได้ส่งเสริมและสนับสนุนการเลี้ยงปูทะเลมากว่า 2 ปี โดยมีการกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เพื่อให้ผลักดันให้จังหวัดปัตตานีเป็นเมืองปูทะเลโลกแบบครบวงจรในอนาคตข้างหน้าให้เป็นแหล่งผลิตพันธุ์ปูตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางพร้อมกับการส่งเสริมในภาคการตลาดไปจนถึงภาคของการท่องเที่ยวซึ่งขณะนี้พบว่ามีการผลิตลูกปู เพื่อกระจายให้กับเกษตรกรกลุ่มผู้เลี้ยงปูที่มีความต้องการเป็นจำนวนมาก อีกทั้งมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานียังได้สร้างโรงเพาะฟักปูทะเลเสร็จสิ้นแล้วซึ่งวันที่ 19 ธันวาคม 2565 นี้พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานเปิดอย่างเป็นทางการ คาดว่าโรงเพาะฟักปูทะเลแห่งนี้จะเป็นจุดศูนย์กลางเพาะพันธุ์แม่ปูและแหล่งอนุบาลลูกปูที่มีขนาดอยู่ในช่วงอายุประมาณ 1 เดือนครึ่ง สามารถจำหน่ายให้กับเกษตรกรหรือผู้ประกอบการร้านอาหารได้ในราคาถูกและสามารถเป็นแหล่งถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับผู้ที่สนใจได้อีกด้วย นอกจากนี้จะทำให้เกษตรกรกลุ่มผู้เลี้ยงปูที่ศอ.บต.ได้มีการนำร่องกว่า 30 ชุมชน เกิดความเข้มแข็งและมีองค์ความรู้เพิ่มขึ้นสามารถขยายผลและต่อยอดได้ สามารถเชื่อมโยงด้านการท่องเที่ยวและดึงนักท่องเที่ยวทั้งและต่างประเทศให้เข้ามาบริโภคปูทะเลในพื้นที่ได้ อาทิ การชมป่ากินปูทะเล โดยกลุ่มเยาวชนสามารถเป็นมักคุเทศน์ได้ กลุ่มประชาชนทั่วไปสามารถนำผลผลิตปูทะเลมาสร้างเมนูอาหาร ปูทะเลดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วทุกพื้นที่มาเข้าพักโฮมสเตย์มากขึ้น ทำให้เกิดกลุ่มอาชีพต่าง ๆ โดยที่ริเริ่มจากการเลี้ยงปู เป็นต้น ทั้งถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เกิดจากการบริการจัดการที่ครบวงจร ซึ่งรัฐบาลโดยศอ.บต. หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจากการผลักดันเมืองปูทะเลจะสามารถจะสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้กับประชาชนได้อย่างยั่งยืนแน่นอน

ทั้งนี้การขับเคลื่อนเมืองปูทะเลโลกศอ.บต. ดำเนินการกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งปัตตานีและกองโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของกรมประมงเป็นฐานการผลิตลูกปูทะเลภายใต้การขับเคลื่อนโครงการตำบล มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ซึ่งในส่วนของสำนักงานประมงจังหวัดปัตตานี ได้ติดตามการเลี้ยงปูของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดปัตตานี มีการแนะนำให้เกษตรกรเลี้ยงปูในบ่อดิน มาขึ้นทะเบียนผู้เพาะเลี้ยงสัตว์นำ้ หรือประมงพื้นบ้านรวมกลุ่มกันจดทะเบียนองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นกับกรมประมง เพื่อประโยชน์ในการกำกับดูแลตลอดจนสิทธิประโยชน์ของเกษตรกรในการให้ความช่วยเหลือการส่งเสริมจากหน่วยงานภาครัฐต่อไป นอกจากนี้ในส่วนอำเภอยะหริ่งได้ดำเนินงานขับเคลื่อนการส่งเสริมการเลี้ยงปูทะเลในพื้นที่ และพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้การเลี้ยงปูทะเลในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ เพื่อนำไปศึกษาวิจัยและทำโรงเพาะฟักปูทะเลและใช้องค์ความรู้จากการศึกษาวิจัยด้านการเพาะเลี้ยงและอนุบาลลูกปูทะเลของกรมประมงมาประยุกต์ใช้แก้ไขปัญหาการผลิตลูกปูทะเลร่วมกันกับการศึกษาดูงานจากประเทศเวียดนามมาศึกษาวิจัยการเพาะเลี้ยงปูทะเลก่อให้เกิดประโยชน์ในการส่งเสริมการเลี้ยงปูทะเลได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งการจัดสร้างโรงเพาะฟักปูทะเลจะถือเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนลูกปูทะเลลงได้อีกทั้งจะเป็นแหล่งในการผลิตและจำหน่ายลูกปูทะเลให้แก่เกษตรกรกลุ่มผู้เลี้ยงปูได้ในราคาถูกต่อไป

แถลงข่าวการจัดงานมอเตอร์เอ็กซ์โปหาดใหญ่ 2022สมาคมการค้าธุรกิจยานยนต์จังหวัดสงขลาพร้อมขนขบวนรถแบรนด์ดังๆ พร้อมโปรโมชั่นปั...
04/11/2022

แถลงข่าวการจัดงานมอเตอร์เอ็กซ์โปหาดใหญ่ 2022

สมาคมการค้าธุรกิจยานยนต์จังหวัดสงขลาพร้อมขนขบวนรถแบรนด์ดังๆ พร้อมโปรโมชั่นปังๆ มาให้ ทุกท่านได้จับจองเป็นเจ้าของกันแล้ว ในงาน "มอเตอร์เอ็กซ์โปหาดใหญ่ 2022"

เมื่อช่วงบ่าย วันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 สมาคมการค้าธุรกิจยานยนต์จังหวัดสงขลา จัดแถลงข่าวงาน “มอเตอร์เอ็กซ์โปหาดใหญ่ 2022 ครั้งที่ 7” ภายใต้สโลแกน “Touch the Future - ยานยนต์แห่งอนาคต” ซึ่ง กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 - 12 ธันวาคม 2565 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 และหาดใหญ่ฮอลล์ ชั้น 5 เซ็นทรัล หาดใหญ่

นายณรงค์ ตั้งภัสสรเรือง นายกสมาคมการค้าธุรกิจยานยนต์จังหวัดสงขลา กล่าวว่า เป็นที่ทราบกันดีว่า ช่วงต้นเดือนธันวาคมของทุกปี สมาคมการค้าธุรกิจยานยนต์จังหวัดสงขลากำหนดจัดงานมอเตอร์เอ็กซ์โป หาดใหญ่ขึ้น ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ประกอบการธุรกิจจำหน่ายรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และบิ๊กไบค์ในจังหวัด สงขลาได้มีโอกาสนำเสนอนวัตกรรมยานยนต์และโปรโมชั่นที่น่าสนใจให้กับพี่น้องชาวใต้ โดยที่ผ่านมา ก็ได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานจองรถภายในงานเป็นจำนวนมาก สำหรับปีนี้มีค่ายรถยี่ห้อใหม่ๆ เข้า มาร่วมออกบูธกับสมาคมฯมากขึ้น โดยเฉพาะรถพลังงานไฟฟ้า ซึ่งกำลังได้รับความนิยม ที่สำคัญทุกค่ายรถ พร้อมแล้วที่จะนำเทคโนโลยียานยนต์ทันสมัย ประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มานำเสนอร่วมกับ โปรโมชั่นดีๆ ที่ทุกท่านสามารถเข้าถึงและจับจองเป็นเจ้าของกันได้ โดยทางสมาคมฯเชื่อมั่นว่าท่านจะได้รับ ความคุ้มจากการจองรถภายในงานมอเตอร์เอ็กซ์ไปหาดใหญ่ครั้งนี้แน่น

สำหรับกิจกรรมภาคความบันเทิงปีนี้ แบ่งออกเป็น 2 โซน ได้แก่ โซนลานหาดใหญ่ บริเวณ ค้านหน้าศูนย์การค้า พบกับกิจกรรมโชว์รถแต่งสวย รถสปอร์ต รถคลาสสิค และวีไอพีคาร์ และโซนเวที กลางที่ยังคงเน้นการส่งเสริมความสามารถของเยาวชนในพื้นที่ตลอดทั้ง 5 วันของการจัดงาน ซึ่งผู้ปกครอง สามารถส่งบุตรหลานของท่านมาร่วมแสดงความสามารถกันได้ โดยในปีนี้ จัดให้มีการประกวดทั้งหมด 4 รายการ ได้แก่ การประกวดร้องเพลงไทยสตริง Motor Expo Voice, การประกวด Mr Motormain 2022, การ ประกวด Motor Expo ค้นหางเครื่อง และการประกวด Motor Expo Kids Talent ผู้สนใจสามารถติดตาม รายละเอียดของกิจกรรมและความเคลื่อนไหวต่างๆ ของงาน “มอเตอร์เอ็กซ์โปหาดใหญ่ 2022" ครั้งที่ 7 ให้ที่เพจ MotorShowHatyai

8 - 12 ธันวาคม 2565 นี้
พบกันที่งาน “มอเตอร์เอ็กซ์โปหาดใหญ่ : 2022” ครั้งที่ 7 “Touch the Future - ยานยนต์แห่งอนาคต” ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

คณะเกษตรศาสตร์ มทร.ศรีวิชัย (ไสใหญ่) จัดอบรมการผลิตพืชและการเพิ่มคุณภาพอาหารสัตว์ เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตและการตลาดโค...
03/11/2022

คณะเกษตรศาสตร์ มทร.ศรีวิชัย (ไสใหญ่) จัดอบรมการผลิตพืชและการเพิ่มคุณภาพอาหารสัตว์ เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตและการตลาดโคเนื้อลิกอร์สู่การแข่งขันเชิงพาณิชย์

คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช (ใสใหญ่) นำโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมคิด ชัยเพชร รองอธิการบดีประจำวิทยาเขตนครศรีธรรมราช เป็นประธานกล่าวต้อนรับและกล่าวเปิด โครงการเครือข่ายวิจัยและนวัตกรรมเพื่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เครือข่ายยกระดับศักยภาพผลิตภัณฑ์ชุมชน ประจำปี 2565 ได้รับสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) การยกระดับมาตรฐานการผลิตและการตลาดโคเนื้อลิกอร์สู่การแข่งขันพาณิชย์ ณ ห้องประชุมศรีสรรพวิทย์ คณะเทคโนโลยีการจัดการ มหาวิทยาเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช (ไสใหญ่) โดยให้ความรู้ในหัวข้อ “การผลิตพืชอาหารสัตว์” วิทยากรโดย นายเศกสรรค์ สวนกูล ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาอาหารสัตว์ กรมปศุสัตว์ และ “การถนอมและเทคนิคการเพิ่มคุณภาพพืชอาหารสัตว์ไปใช้ประโยชน์ในการเลี้ยงสัตว์ วิทยากรโดย ผศ.ดร.สมคิด ชัยเพชร และอาจารย์นวลนพมล ศรีอุทัย อาจารย์ประจำหลักสูตรสาขาวิชาสัตว์ศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช (ใสใหญ่) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ยกระดับคุณภาพโคเนื้อในเขตเทือกเขาหลวงฝั่งตะวันตก จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นโครงการบูรณาการที่ผสมผสานระหว่างการวิจัย กับการบริการวิชาการแก่สังคม โดยมีผู้เข้าร่วมจำนวน 120 คน

การเลี้ยงโคเนื้อ เป็นอาชีพสามารถสร้างรายได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันเกษตรกรยังผลิตได้ไม่เพียงพอกับความ
ต้องการของผู้บริโภค จึงต้องมีการนำเข้าจากต่างประเทศปีละจำนวนมากและมีมูลค่ามหาศาล ประกอบกับเกษตรกร ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ยังเลี้ยงโคพื้นเมือง และโคลูกผสมที่ให้คุณภาพซากต่ำกว่าโคขุนที่ถูกพัฒนาสายพันธุ์ โดย ภาพรวมพอจะสรุปได้ว่ามีการพัฒนาล่าช้าและไม่เป็นไปตามแผนของประเทศ ซึ่งเกิดจากปัญหาต่างๆมากมาย โดยเฉพาะต้นทุนการผลิตเนื่องจากโคเนื้อเป็นสัตว์ใหญ่ การเลี้ยงและการปรับปรุงพันธุ์ต้องใช้เวลานานกว่าสัตว์ชนิดอื่นๆ และการผลิตโคขุนคุณภาพดีต้องใช้เวลามากกว่า 2 ปี ดังนั้นเมื่อต้องใช้ต้นทุนสูงถ้าเกษตรกรไม่มีความพร้อม และไม่มั่นใจเกี่ยวกับตลาดในอนาคต จึงไม่มีความมั่นใจในการลงทุนสำหรับการพัฒนาการเลี้ยงทั้งกระบวนการผลิต
ดังนั้นถ้าต้องการให้การเลี้ยงโคเนื้อโคขุนเป็นอาชีพที่มั่นคงและยั่งยืนมากกว่าการเลี้ยงแบบอาชีพเสริม ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาครัฐและภาควิชาการต้องยื่นมือเข้ามาช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องและครบวงจร โดยการถ่ายทอดองค์ความรู้ และสร้างความเข้าใจการเลี้ยงโคเนื้อตลอดห่วงโซ่อุปทาน การนำเทคโนโลยีจากการวิจัยมาถ่ายทอดให้เกษตรกร โดยตรงและนำไปสู่การปฏิบัติ ทั้งนี้เพื่อลดต้นทุน เพิ่มรายได้ เพิ่มผลตอบแทน และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอีกทางหนึ่ง ลดการนำเข้าและเพิ่มการส่งออกเพื่อยกระดับเศรษฐกิจของประเทศ เชื่อว่าการมีนักวิชาการมาให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด โดยมีการบูรณาการร่วมกับส่วนราชการอื่น หน่วยงานส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคมและภาคเอกชน ด้วยการแสวงหาช่องทางในกรลดต้นทุนการผลิตโดยการจัดการฟาร์มที่มีประสิทธิภาพ มูลค่าผลผลิตโคเนื้อและโคขุนการหาช่องทางตลาดและการแปรรูป ซึ่งนำจะเป็นแนวทางในการพัฒนาการแบบยั่งยืน ของจังหวัดนครศรีธรรมราช ในโครงการจัดให้มีกิจกรรมต่างๆที่ตอบสนองต่อการพัฒนาการผลิตแบบครบวงจรและเป็นความต้องการอย่างเร่งด่วนของเกษตรกร ซึ่งประกอบด้วย การพัฒนาอาหารและการจัดการอาหารโคเนื้อ เพื่อลดต้นทุนการผลิตโคเนื้อโคขุนการพัฒนาพันธุ์โคเนื้อโคขุนตามความต้องการผู้บริโภค การเพิ่มศักยภาพการสืบพันธุ์โคเนื้อและการจัดการสุขภาพโคเนื้อโคขุน การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในกระบวนการผลิตโคเนื้อโคขุน การสร้างมูลค่าเพิ่ม และการขยายช่องทางทางการตลาดโคขุนต่อไป

 #กิจกรรมพบปะน้ำชากาแฟยามเช้าครอบครัวอำเภอกระแสสินธุ์(หัวหน้าส่วนทุกหน่วยงาน, ผู้กำกับสภ., ผู้จัดการรัฐวิสาหกิจ ,สหกรณ์,...
03/11/2022

#กิจกรรมพบปะน้ำชากาแฟยามเช้าครอบครัวอำเภอกระแสสินธุ์
(หัวหน้าส่วนทุกหน่วยงาน, ผู้กำกับสภ., ผู้จัดการรัฐวิสาหกิจ ,สหกรณ์,นายกเทศบาล นายกอบต. ,ผอ.ทุก ร.ร ,กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน, วัดทุกวัด ,หจก.ก่อสร้าง,ประธานและอสม. ทุกท่าน สภาเกษตกร ,ข้าราชการบำนาญ )ทางสภาน้ำชากาแฟยามเช้าฯได้รับเกียรติจากท่านหัวหน้ารักษาการปศุสัตว์ ,สัสดี ,ประมงและกีฬาอำเภอให้เกียรตรับเป็นเจ้าภาพร่วมจัดเลี้ยงน้ำชากาแฟยามเช้าครอบครัวอำเภอกระแสสินธุ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทั้ง4 หน่วยงาน ร่วมกันเป็นเจ้าภาพท่านครับ ณ ร้านอาหารจันทร์เพ็ญ ม. 1 ต. เกาะใหญ่

กรมทางหลวงชนบท เร่งหารือร่วมกับกรมทรัพยากรฯ เพื่อหาแนวทางอนุรักษ์ฟื้นฟู และป้องกันในระหว่างการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสง...
30/10/2022

กรมทางหลวงชนบท เร่งหารือร่วมกับกรมทรัพยากรฯ เพื่อหาแนวทางอนุรักษ์ฟื้นฟู และป้องกันในระหว่างการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา ตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

กรมทางหลวงชนบท (ทช.) เร่งหารือร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อหาแนวทางดำเนินการร่วมกันในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ศึกษา และวิจัย เพื่อแก้ไขปัญหาโลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลา ในระหว่างเตรียมการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา ตำบลเกาะใหญ่ อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา – ตำบลเขาถนน อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง เพื่อป้องกันผลกระทบในระหว่างการก่อสร้างสะพานฯ ตามนโยบายของรัฐบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และอธิบดีกรมทางหลวงชนบท ที่ห่วงใยผลกระทบสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ได้กำชับให้ ทช. เร่งหารือแนวทางร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการขยายพันธุ์โลมาอิรวดี รวมถึงฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมในบริเวณทะเลสาบสงขลาให้มีความยั่งยืน

แหล่งข่าว ทช. เปิดเผยว่า จากกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติอนุมัติโครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลาฯ โดยได้แสดงความห่วงใยผลกระทบสิ่งแวดล้อม และได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคม ประสานการดำเนินโครงการฯ ร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสัตว์น้ำในทะเลสาบสงขลา และมอบหมายให้ ทส. กำหนดแนวทางที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมในการอนุรักษ์ คุ้มครอง และขยายพันธุ์โลมาอิรวดี รวมถึงฟื้นฟูสภาพแวดล้อมในทะเลสาบสงขลาให้มีความยั่งยืน ดังนั้น อธิบดีกรมทางหลวงชนบทจึงได้มอบหมายให้นายวีรเดช ชีวาพัฒนานุวงศ์ รักษาการวิศวกรใหญ่ ด้านสำรวจและออกแบบ เข้าพบนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อหารือแนวทางในการแก้ไข อนุรักษ์ และฟื้นฟู ซึ่งจากการหารือในเบื้องต้นได้ข้อสรุปว่า จะดำเนินการจัดตั้งคณะทำงานจัดตั้งศูนย์อนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในบริเวณทะเลสาบสงขลา โดยมีอธิบดีกรมทางหลวงชนบทและอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเป็นประธานคณะทำงานร่วมกัน เพื่อวิจัย อนุรักษ์ และฟื้นฟูในการแก้ไขปัญหาการสูญพันธุ์ของโลมาอิรวดี และผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ทช. ยังให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า ในด้านการก่อสร้างสะพานฯ ได้มีการกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและโลมาอิรวดี ประกอบด้วย
ระยะก่อสร้าง
1. ก่อนทำการก่อสร้างฐานราก จะมีการใช้ปลอกเหล็ก (Steel Casing) เพื่อใช้เป็นผนังกั้นน้ำ รวมถึงจะติดตั้งม่านดักตะกอน (Silt Protector) เพื่อล้อมรอบบริเวณการก่อสร้างไม่ให้เกิดการฟุ้งกระจายของตะกอนและวัสดุก่อสร้างสู่ทะเลสาบ และลดผลกระทบต่อแหล่งที่อยู่อาศัยของโลมาอิรวดี
2. จัดตั้งทีมงานเพื่อเฝ้าระวัง หากพบโลมาอิรวดีจะให้หยุดการก่อสร้างไว้ก่อน รวมทั้งจะวางทุ่นแจ้งเตือนหากโลมาอิรวดีเข้ามาใกล้พื้นที่เขตก่อสร้าง เพื่อผลักดันให้โลมาอิรวดีกลับไปยังแหล่งหากินทางตอนเหนือที่ได้กำหนดให้เป็นเขตคุ้มครอง นอกจากนี้ยังได้กำหนดพื้นที่เฝ้าระวังโลมาอิรวดีบริเวณสะพานช่วงหลัก (บริเวณสะพานขึง) ซึ่งเป็นบริเวณทางด้านทิศเหนือของแท่นก่อสร้างชั่วคราว หากพบว่ามีการเข้ามาใกล้ในพื้นที่เฝ้าระวังจะมีการแจ้งเตือนให้ฝ่ายก่อสร้างรับทราบทันที โดยการใช้สัญญาณเสียงแตรลมและโทรศัพท์
3. จะเพิ่มพื้นที่แหล่งอาหารของโลมาอิรวดี โดยจะประสานกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งให้จัดทำบ้านปลาประเภทซั้งเชือก จำนวน 20 ชุด เพื่อให้สัตว์น้ำในทะเลสาบสงขลาใช้เป็นที่อยู่อาศัยและเป็นแหล่งอาหารของโลมาอิรวดี
4. จะติดตั้งอุปกรณ์สำรวจเครื่องบันทึกเสียงใต้น้ำ (Acoustic Servey) เพื่อเก็บตัวอย่างคลื่นเสียงโลมาอิรวดีในพื้นที่ทะเลสาบสงขลา ครอบคลุมพื้นที่ 60 ตารางกิโลเมตร พร้อมอุปกรณ์เชื่อมเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลคลื่นเสียงของโลมาอิรวดี

ระยะดำเนินการ
จะติดตามตรวจสอบการแพร่กระจายของโลมาอิรวดี ด้านทิศเหนือของพื้นที่สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา ความถี่ในการตรวจสอบ 2 ครั้ง ต่อ 1 ปี คือเดือนเมษายนและเดือนพฤศจิกายน เพื่อศึกษาและติดตามพฤติกรรมโลมาอิรวดี

ด้านการอนุรักษ์โลมาอิรวดีและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม
กำหนดให้มีการจัดตั้งศูนย์อนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในบริเวณทะเลสาบสงขลา เพื่อวิจัย อนุรักษ์ ฟื้นฟู ศึกษาพฤติกรรม รวมถึงเพาะพันธุ์เพื่อแก้ไขปัญหาการสูญพันธุ์ของโลมาอิรวดี ต่อไป

สำหรับโครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลาฯ มีวงเงินค่าก่อสร้าง 4,841 ล้านบาท โดยในส่วนของค่าก่อสร้างมอบหมายให้กระทรวงการคลังจัดหาแหล่งเงินกู้ตามแผนการบริหารหนี้สาธารณะ อัตราส่วนของแหล่งเงินกู้และเงินงบประมาณเป็น 70 : 30 และเมื่อก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลาแล้วเสร็จจะสามารถลดระยะทางระหว่าง อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา – อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง จาก 80 กิโลเมตร เป็น 7 กิโลเมตรและลดระยะเวลาในการเดินทางจาก 2 ชั่วโมง เป็น 15 นาที นอกจากนี้จะสามารถพัฒนาการขนส่งโลจิสติกส์และเส้นทางการท่องเที่ยวเชื่อมโยงทะเลอันดามัน – อ่าวไทย พร้อมทั้งเชื่อม 3 จังหวัดคือ ตรัง พัทลุง และสงขลา รวมถึงสามารถแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด ยกระดับความปลอดภัยในการเดินทาง และหากเกิดภัยพิบัติจะสามารถอพยพประชาชนในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในช่วงปลายปี 2566 และคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้ประชาชนได้ใช้สัญจรภายในปี 2569 ต่อไป

พิธี​เปิด​/โครงการ​ส่งเสริม​การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ​ตำบลครองรี/องค์การ​บริหาร​ส่วน​ตำบล​ครองรี ต.ครองรี  อ.สทิงพระ​ จ.ส...
29/10/2022

พิธี​เปิด​/โครงการ​ส่งเสริม​การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ​ตำบลครองรี/องค์การ​บริหาร​ส่วน​ตำบล​ครองรี ต.ครองรี อ.สทิงพระ​ จ.สงขลา

เรือสำราญใหญ่ที่สุดในเอเชียSPECTRUM OF THE SEA กลับมาเยือนภูเก็ตในรอบ 3 ปีพร้อมนักท่องเที่ยวกว่า 4,500 คนและมีกำหนดมาอีก...
25/10/2022

เรือสำราญใหญ่ที่สุดในเอเชีย
SPECTRUM OF THE SEA กลับมาเยือนภูเก็ตในรอบ 3 ปีพร้อมนักท่องเที่ยวกว่า 4,500 คนและมีกำหนดมาอีกเกือบ 30 เที่ยว

(24 ต.ค.65 ) บริเวณท่าเทียบเรือชั่วคราวหาดป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานภูเก็ต, นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต(อบจ.ภูเก็ต), ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต, เทศบาลเมืองป่าตอง, เจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต เป็นต้น ให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มแรก จำนวนกว่า 4,500 คน ที่เดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ตโดยเรือสำราญ SPECTRUM OF THE SEA ซึ่งเดินทางมาจากประเทศสิงคโปร์ หลังจากต้องหยุดไปในช่วงเกิดสถานการณ์โควิด-19 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายมาเป็นระยะๆ
นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การเข้ามาของเรือสำราญดังกล่าว ถือเป็นสัญญาณที่ดีอีกอย่างหนึ่งของการท่องเที่ยว และเป็นครั้งแรกหลังจากหยุดเข้ามาในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 โดยเรือลำดังกล่าวสามารถรองรับผู้โดยสารได้มากถึง 4,900 คน แต่ที่เข้าครั้งนี้ประมาณ 4,500 คน ซึ่งจะก่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตอีกทางหนึ่ง และหลังจากนี้ก็จะมีเรือสำราญที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่นางสาวนันทาศิริ รณศิริ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท) สำนักงานภูเก็ต กล่าวว่า การเข้ามาเทียบท่าของเรือ SPECTRUM OF THE SEA ถือเป็นเรือสำราญลำแรกที่เดินทางเข้ามาเทียบท่าจังหวัดภูเก็ต หลังจากเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 มีผู้โดยสารกว่า 4,594 คน รวม 55 สัญชาติจากทั่วโลก 5 อันดับแรก ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินเดีย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย โดยจะขึ้นมาท่องเที่ยวบนเกาะภูเก็ตแบบ One Day Trip จำนวนกว่า 800 คน ส่งผลดีต่อจังหวัดภูเก็ต ในการกระตุ้นการท่องเที่ยวเดินทางอย่างมาก เนื่องกลุ่มนักท่องเที่ยวที่นิยมการเดินทางด้วยเรือยอร์ชและเรือสำราญนั้น เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวอีกกลุ่มหนึ่งที่มีศักยภาพในการใช้จ่ายสูง ที่ผ่านมา ททท.ได้ดำเนินการส่งเสริมการเดินทาง ของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มาตลอด โดยสถิติการเดินทางทางเรือ ในปี 2562 มีเรือสำราญเดินทางเข้ามา จังหวัดภูเก็ต จำนวน 154 ลำ คนประจำเรือพร้อมผู้โดยสาร รวม 485,598 คน ซึ่งจังหวัดภูเก็ตถือว่ามีความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยเรือสำราญ โดยเฉพาะการให้บริการทางการท่องเที่ยว สปาแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ และแหล่งช้อปปิ้ง ซึ่งสามารถตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ได้เป็นอย่างดี และนี่จะเป็นโอกาสสำคัญที่จะสร้างรายได้ให้จังหวัดภูเก็ตอีกทางหนึ่ง และต่อยอดไปสู่การเข้าเทียบท่าของเรือสำราญลำต่อไปในอนาคตอันใกล้

ที่อยู่

Songkhla/sathingphra
Amphoe Sathing Phra
90190

เบอร์โทรศัพท์

+66850775977

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Yong mediaผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Yong media:

แชร์