Thai Scene Online "พื้นที่ที่รวบรวมและสะท้อนทุกปรากฏการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในเมืองไทย ผ่านการรายงานที่ฉับไวและมีมุมมองที่ชัดเจนบนโลกดิจิทัล"

25/06/2026
ล็อกวันให้ดี! สัปดาห์นี้เดินวอร์มเครื่อง สัปดาห์หน้าฉลองใหญ่ 4 ปี ‘กาดนั่งก้อม’ แลนด์มาร์กชุมชนเชียงใหม่              เม...
23/06/2026

ล็อกวันให้ดี! สัปดาห์นี้เดินวอร์มเครื่อง สัปดาห์หน้าฉลองใหญ่ 4 ปี ‘กาดนั่งก้อม’ แลนด์มาร์กชุมชนเชียงใหม่

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ได้มอบหมายให้ นางสาวรานี อิฐรัตน์ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในการประชุมคณะทำงานดำเนินการสืบสานต่อยอดเทศกาลประเพณีไทย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 3/2569 ณ อาคารวัฒนธรรมวิศิษฏ์ กระทรวงวัฒนธรรม
ที่ประชุมมีมติรับทราบความคืบหน้าและพิจารณาจัดสรรงบประมาณสนับสนุนสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดทั่วประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการขับเคลื่อนนโยบาย “ไท ไทย” เพื่อสืบสานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และยกระดับงานประเพณีสำคัญของท้องถิ่นให้กลายเป็นเทศกาลต้นแบบที่เข้มแข็ง ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนทุนทางวัฒนธรรมให้เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในระยะยาวผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน
สอดรับกับนโยบายส่งเสริมวัฒนธรรมชุมชน ในส่วนของภาคประชาชนและกลุ่มวิสาหกิจชุมชน พลพรรคผู้ประกอบการค้าผลิตภัณฑ์แฮนด์เมดเตรียมจัดงาน ฉลองครบรอบ 4 ปี "กาดนั่งก้อม" ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมร่วมสมัยที่ได้รับการตอบรับสูงจากนักท่องเที่ยวทั้งในและนอกพื้นที่
แอบกระซิบอัปเดตล็อกวันกันแบบสดๆ ร้อนๆ ส่งตรงจากทีมงานกาดนั่งก้อม เพื่อไม่ให้แฟนๆ ต้องไปเก้อ โดยมีไฮไลต์ไทม์ไลน์ เสาร์-อาทิตย์นี้ (27-28 มิ.ย. 2569) จัดเต็ม! ระเบิดความสนุกกับงานฉลองครบรอบ 4 ปีอย่างเป็นทางการ ใครอยากไปเจออีเวนต์ใหญ่ กิจกรรมแน่นๆ ปักหมุดสัปดาห์นี้เลย
วันธรรมดาหรือสัปดาห์ถัดไป ทางกาดก็ยังคงเปิดบริการตามปกติ ให้ได้ไปเดินชอปปิง หาของกิน ทอดน่องรับลมเย็นๆ สัมผัสบรรยากาศสโลว์ไลฟ์กันได้เหมือนเดิมจ้า
เตือนไว้ก่อนเลยว่าให้เตรียมเคลียร์พื้นที่กระเป๋าและเตรียมเงินในบัญชีไว้ให้พร้อม เพราะงานนี้ขนสินค้าคราฟต์คุณภาพพรีเมียมในราคามิตรภาพมาให้เลือกจนตาลาย เอาใจทั้งสายสตรีท สายมินิมอล และสายเนเจอร์

แฟชั่นผ้าทอสุดละมุน กับ เสื้อผ้าแฮนด์เมดเก๋ๆ เสื้อผ้าเด็กน่ารักๆ และไฮไลต์เด็ดที่ห้ามพลาดอย่าง “งานผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติ” รวมถึงผ้าทอสีล้อมครั่ง ย้อมคราม ที่บอกเลยว่าสีสวยละมุนตา ถ่ายรูปขึ้นกล้องอัปสเตตัสได้แบบปังๆ
ของแต่งบ้านฟีลอบอุ่น พลพรรคคนรักบ้านต้องมาตำ ผลิตภัณฑ์ไม้แกะสลักรูปสัตว์สุดคิวท์ จานชามไม้ฟีลมินิมอล เฟอร์นิเจอร์โต๊ะเก้าอี้ไม้ดีไซน์ชิค รวมไปถึงกระเป๋าสานแฮนด์เมด และชุดกระโปรงเด็กน่ารักๆ ที่เห็นแล้วต้องยอมควักกระเป๋าเปย์ซื้อฝากหลานๆ
นอกจากจะได้ของติดไม้ติดมือและอิ่มท้องกลับบ้านแล้ว กาดนั่งก้อมยังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนชอบทำกิจกรรมด้วยความสนุกแบบคอมโบ DIY ชิ้นเดียวในโลก ปลดปล่อยจินตนาการไปกับกิจกรรมทำพวงกุญแจสุดเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะคุณ เรียกเสียงฮาขำท้องแข็ง ห้ามพลาดกับ “กิจกรรมวาดรูปไม่เหมือน” (วาดภาพล้อเลียนแนวการ์ตูนสุดกวน) มาดูกันว่าคุณกับเพื่อน ใครจะโดนแกงจนขำก๊ากก่อนกัน และ ใกล้ชิดธรรมชาติ ชวนมาชมความน่ารัก แสนรู้ และร่วมถ่ายรูปใกล้ชิดกับน้องช้างตัวเป็นๆ ที่จะมาร่วมสร้างสีสันและรอยยิ้มให้กับนักท่องเที่ยวทุกวัย
เอาเป็นว่าเสาร์-อาทิตย์นี้ ใครกำลังหาที่เช็กอินกินเที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์ ได้ฟีลหนีความวุ่นวายไปฮีลใจ ขอชวนแต่งตัวคูลๆ พกถุงผ้า แล้วไปเจอกันที่ "กาดนั่งก้อม" ... งานนี้สนุกชัวร์ ไม่มาคือพลาดมากบอกเลย! ปักหมุดแล้วไปลุยกัน!

20/06/2026

วงในรัฐเผยชื่อ 3 สื่อดังติดโผมอนิเตอร์พิเศษ หลังพบนำเสนอข่าววิพากษ์วิจารณ์ หลายกรณี ทำสังคมเข้าใจบางประเ...

18/06/2026

ผอ.รร.การเมือง ศสว. จับมือท้องถิ่น จัดกิจกรรมร้อยใจชาวปัตตานี ดึงบาบอนิรอมลีชูหลักสันติ
เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2569 เวลา 14.00 น. ที่ศาลาอเนกประสงค์ ตำบลนาประดู่ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี โรงเรียนการเมือง ศูนย์สันติวิธี (รร.การเมือง ศสว.) นำโดย พ.อ.เอกธวุฒิ คงคาเขตร ผู้อำนวยการโรงเรียนการเมือง ศสว. พร้อมด้วยชุดการเมืองเคลื่อนที่ ได้ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง ฝ่ายปกครอง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ จัดกิจกรรมสานสัมพันธ์เจ้าหน้าที่รัฐและสร้างความเข้าใจกับประชาชน ภายใต้แนวคิด "ร้อยใจชาวปัตตานี"
โดยมี พ.ต.อ.ทศม ม่วงเกษม ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรนาประดู่ นายมะรุสดี มามุ ประธานสภาตำบลนาประดู่เหนือ นายสุไลมาน เจ๊ะและ นายกสมาคม POSBO ปลัดเทศบาลตำบลนาประดู่เหนือ, กำนัน และผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ หัวหน้าชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน กองร้อยทหารพรานที่ 4301 (หน.ชป.กร.ร้อย ทพ.4301) ชุดสันติสุขที่ 504 ร่วมกิจกรรม
นอกจากนี้ ยังได้เชิญ บาบอนิรอมลี เจ๊ะเละ วิทยากรพิเศษ ศูนย์สันติวิธี มาร่วมบรรยายธรรมตามหลักศาสนาอิสลามแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม
สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชนในพื้นที่ มุ่งเน้นการลดเงื่อนไขความหวาดระแวง และสร้างความรับรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายของรัฐให้แก่มวลชนในระดับฐานราก
พ.อ.เอกธวุฒิ คงคาเขตร ผอ.รร.การเมือง ศสว. กล่าวถ้อยแถลงตอนหนึ่งว่า พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้ด้วยความรัก และให้มนุษย์ทุกคนมีสิทธิและเสรีภาพในความเชื่อนั้น และทุกคนจะต้องรับในสิ่งที่เป็นผลจากการเลือกในความเชื่อนั้น และพระเจ้าตรัสว่า ให้มนุษย์ทุกคนจงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง
พร้อมกันนี้ ได้แสดงความขอบคุณผู้กำกับการ สภ.นาประดู่ รวมถึงผู้บังคับกองร้อยท่านใหม่ และผู้นำท้องถิ่นที่ให้โอกาสเจ้าหน้าที่ได้เข้ามาสานสัมพันธ์และอำนวยความสะดวกในเรื่องสถานที่
พ.อ.เอกธวุฒิ ได้กล่าวเปรียบเทียบถึงความสำคัญของสถาบันครอบครัวและการดูแลบุตรหลาน โดยระบุว่า หากเจ้าหน้าที่หรือผู้ปกครองลดระดับการปฏิบัติหรือลดความใกล้ชิดลง ความสัมพันธ์ก็อาจจะห่างเหินไปเรื่อยๆ
ขณะที่ บาบอนิรอมลี เจ๊ะเละ วิทยากรพิเศษ ศูนย์สันติวิธี ได้บรรยายธรรมโดยเน้นย้ำถึงหลักการที่แท้จริงของศาสนาอิสลาม ซึ่งเป็นศาสนาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความสันติ ไม่ทำร้าย ไม่รังเกียจ และไม่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น
บาบอนิรอมลี ระบุด้วยว่า ศาสนาอิสลามมีข้อห้ามที่ชัดเจนในเรื่องการนินทา การใส่ร้าย และการใช้คำพูดที่หยาบคาย รวมถึงการตั้งฉายาหรือเรียกชื่อเล่นในลักษณะที่นำไปสู่ความอับอายของบุคคลอื่น ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญในการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมอย่างสงบสุข

ผอ.รร.การเมือง ศสว. จับมือท้องถิ่น จัดกิจกรรมร้อยใจชาวปัตตานี ดึงบาบอนิรอมลีชูหลักสันติ          เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 25...
18/06/2026

ผอ.รร.การเมือง ศสว. จับมือท้องถิ่น จัดกิจกรรมร้อยใจชาวปัตตานี ดึงบาบอนิรอมลีชูหลักสันติ
เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2569 เวลา 14.00 น. ที่ศาลาอเนกประสงค์ ตำบลนาประดู่ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี โรงเรียนการเมือง ศูนย์สันติวิธี (รร.การเมือง ศสว.) นำโดย พ.อ.เอกธวุฒิ คงคาเขตร ผู้อำนวยการโรงเรียนการเมือง ศสว. พร้อมด้วยชุดการเมืองเคลื่อนที่ ได้ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง ฝ่ายปกครอง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ จัดกิจกรรมสานสัมพันธ์เจ้าหน้าที่รัฐและสร้างความเข้าใจกับประชาชน ภายใต้แนวคิด "ร้อยใจชาวปัตตานี"
โดยมี พ.ต.อ.ทศม ม่วงเกษม ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรนาประดู่ นายมะรุสดี มามุ ประธานสภาตำบลนาประดู่เหนือ นายสุไลมาน เจ๊ะและ นายกสมาคม POSBO ปลัดเทศบาลตำบลนาประดู่เหนือ, กำนัน และผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ หัวหน้าชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน กองร้อยทหารพรานที่ 4301 (หน.ชป.กร.ร้อย ทพ.4301) ชุดสันติสุขที่ 504 ร่วมกิจกรรม
นอกจากนี้ ยังได้เชิญ บาบอนิรอมลี เจ๊ะเละ วิทยากรพิเศษ ศูนย์สันติวิธี มาร่วมบรรยายธรรมตามหลักศาสนาอิสลามแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม
สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชนในพื้นที่ มุ่งเน้นการลดเงื่อนไขความหวาดระแวง และสร้างความรับรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายของรัฐให้แก่มวลชนในระดับฐานราก
พ.อ.เอกธวุฒิ คงคาเขตร ผอ.รร.การเมือง ศสว. กล่าวถ้อยแถลงตอนหนึ่งว่า พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้ด้วยความรัก และให้มนุษย์ทุกคนมีสิทธิและเสรีภาพในความเชื่อนั้น และทุกคนจะต้องรับในสิ่งที่เป็นผลจากการเลือกในความเชื่อนั้น และพระเจ้าตรัสว่า ให้มนุษย์ทุกคนจงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง
พร้อมกันนี้ ได้แสดงความขอบคุณผู้กำกับการ สภ.นาประดู่ รวมถึงผู้บังคับกองร้อยท่านใหม่ และผู้นำท้องถิ่นที่ให้โอกาสเจ้าหน้าที่ได้เข้ามาสานสัมพันธ์และอำนวยความสะดวกในเรื่องสถานที่
พ.อ.เอกธวุฒิ ได้กล่าวเปรียบเทียบถึงความสำคัญของสถาบันครอบครัวและการดูแลบุตรหลาน โดยระบุว่า หากเจ้าหน้าที่หรือผู้ปกครองลดระดับการปฏิบัติหรือลดความใกล้ชิดลง ความสัมพันธ์ก็อาจจะห่างเหินไปเรื่อยๆ
ขณะที่ บาบอนิรอมลี เจ๊ะเละ วิทยากรพิเศษ ศูนย์สันติวิธี ได้บรรยายธรรมโดยเน้นย้ำถึงหลักการที่แท้จริงของศาสนาอิสลาม ซึ่งเป็นศาสนาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความสันติ ไม่ทำร้าย ไม่รังเกียจ และไม่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น
บาบอนิรอมลี ระบุด้วยว่า ศาสนาอิสลามมีข้อห้ามที่ชัดเจนในเรื่องการนินทา การใส่ร้าย และการใช้คำพูดที่หยาบคาย รวมถึงการตั้งฉายาหรือเรียกชื่อเล่นในลักษณะที่นำไปสู่ความอับอายของบุคคลอื่น ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญในการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมอย่างสงบสุข

กมธ.กฎหมายฯ จับมือ กมธ.งบประมาณฯ ยกระดับสอบ ‘TH-AI Passport’        เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2569 ที่สำนักกรรมาธิการ 2 สำนัก...
18/06/2026

กมธ.กฎหมายฯ จับมือ กมธ.งบประมาณฯ ยกระดับสอบ ‘TH-AI Passport’
เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2569 ที่สำนักกรรมาธิการ 2 สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ห้องประชุมกรรมาธิการ CB 406 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้มีการจัดการประชุมครั้งที่ 5 โดยมีวาระสำคัญที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด คือการพิจารณาศึกษาเรื่องร้องเรียน "กรณีการดำเนินการตามกฎหมายในการจัดทำโครงการ TH-AI Passport ของกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม"
การตรวจสอบโครงการดังกล่าวในครั้งนี้ มีความเคลื่อนไหวสำคัญในการยกระดับกระบวนการตรวจสอบ การพิจารณาเรื่องร้องเรียนนี้อยู่ในความรับผิดชอบของ กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เพียงชุดเดียว ทว่าล่าสุดได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบเป็น "การประชุมร่วม" กับ คณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร
การปรับโมเดลตรวจสอบในลักษณะ "กมธ.ร่วม" ครั้งนี้ ถูกมองว่าเป็นการยกระดับการดักทางและเอกซเรย์โครงการอย่างเข้มข้น ทั้งในมิติความชอบด้วยกฎหมาย และมิติความคุ้มค่าของการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินไปพร้อม ๆ กัน
นอกจากนี้ ในการประชุมดังกล่าว ทาง กมธ. ได้มีการออกหนังสือเชิญตัวแสดงสำคัญ (Key Player) ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ TH-AI Passport เข้าให้ข้อมูลและชี้แจงต่อที่ประชุมอย่างพร้อมเพรียง ประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ในฐานะผู้กำกับดูแลนโยบาย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการและฝ่ายบริหาร และ นายทองดี ภูคารัตน์ ในฐานะ "ผู้ร้องเรียน" ซึ่งเป็นตัวแทนภาคประชาชน
การดึงทั้งฝ่ายนโยบาย ฝ่ายปฏิบัติการของกระทรวงดีอีเอส และตัวแทนภาคประชาชนผู้เปิดแผลร้องเรียนเข้ามาเผชิญหน้าในชั้นกรรมาธิการครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าปมเงื่อนงำในโครงการ TH-AI Passport ของกองทุนพัฒนาดิจิทัลฯ น่าจะมีประเด็นสำคัญที่ต้องรื้อเอกสารตรวจสอบอย่างละเอียด โดยเฉพาะในเรื่องความโปร่งใส ขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง หรือขอบเขตการดำเนินงาน (TOR) ว่ามีการเอื้อประโยชน์ หรือเป็นไปตามกรอบกฎหมายหรือไม่

"กมลศักดิ์" เผย กมธ. กฎหมาย การยุติธรรมฯ จี้กองทัพเรือแจงปมปืนหลวงโผล่โยงคดีลอบสังหาร ยันเตรียมส่งหนังสือถามสถานทูตสหรัฐ...
17/06/2026

"กมลศักดิ์" เผย กมธ. กฎหมาย การยุติธรรมฯ จี้กองทัพเรือแจงปมปืนหลวงโผล่โยงคดีลอบสังหาร ยันเตรียมส่งหนังสือถามสถานทูตสหรัฐฯ

(17 มิถุนายน 2569) ผู้สื่อข่าวรายงานจาก ห้องประชุม 405 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา กรุงเทพฯ ว่า วันนี้ มีการประชุมคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ซึ่งมี นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการฯ, นายปิยรัฐ จงเทพ, นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี ในฐานะ รองประธานฯ, นายรอมฎอน ปันจอร์ เลขานุการฯ, รวมทั้ง พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หัวหน้าพรรคประชาชาติ และ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ในฐานะ ที่ปรึกษากรรมาธิการ และกรรมาธิการ และคณะฯ ได้มีการพิจารณาศึกษาและติดตามตรวจสอบการอำนวยความยุติธรรม กรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ และผู้ติดตาม

นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการประชุมคณะกรรมาธิการฯ ในวันนี้ โดยระบุว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณาประเด็นเกี่ยวกับอาวุธปืน ซึ่งทางกองทัพเรือได้เข้ายืนยันว่าปืนดังกล่าวมีระบบและการทำบัญชีควบคุมอย่างถูกต้อง แต่ภาพรวมก็ยังคงเป็นประเด็นข้อสงสัยของสังคมว่า หากมีการทำบัญชีควบคุมที่ชัดเจนแล้ว เหตุใดอาวุธปืนกระบอกนี้จึงหลุดรอดไปปรากฏอยู่ในคดีความได้ ซึ่งเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของทางกองทัพเรือที่จะต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและชี้แจงอย่างเต็มที่

นอกจากนี้ นายกมลศักดิ์ เปิดเผยว่า ในส่วนของอาวุธปืนอีกกระบอกหนึ่ง ซึ่งตรวจสอบพบว่าเป็นทรัพย์สินของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาที่ส่งมอบให้ฝ่ายไทย คณะกรรมาธิการฯ มีมติที่จะทำหนังสืออย่างเป็นทางการส่งไปยังคณะที่ปรึกษาทางการทหารสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย และสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เพื่อสอบถามและตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับอาวุธปืนดังกล่าวเพิ่มเติม นอกเหนือจากกระบวนการสืบสวนสอบสวนทางคดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

"กองทัพเรือยืนยันว่ามีการทำบัญชี แต่ก็ยังเป็นประเด็นข้อสงสัยว่า ถ้าสืบสวนว่ามีบัญชีแล้วมันไปโผล่มาได้ยังไง ซึ่งเป็นเรื่องที่กองทัพเรือต้องตั้งกรรมการสอบ ส่วนอีกกระบอกหนึ่งเป็นกระบอกที่ต้องทำหนังสือไปที่สถานทูตสหรัฐอเมริกา สอบถามเกี่ยวกับอาวุธปืน เพราะเป็นอาวุธปืนที่เป็นทรัพย์สินของสหรัฐอเมริกาและส่งมอบให้กองทัพไทย" นายกมลศักดิ์ กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความพึงพอใจต่อความคืบหน้าในวันนี้ นายกมลศักดิ์ ระบุว่า มีความคืบหน้าในระดับหนึ่ง โดยพนักงานสอบสวนยืนยันว่าจะสืบสวนขยายผลเพื่อหาตัวผู้บงการทั้งหมดมาดำเนินคดี อย่างไรก็ตาม น่าเสียดายที่ในส่วนของกระบวนการตรวจสอบการจัดหาอาวุธปืนเพิ่มเติมนั้น ทางผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ได้เดินทางมาชี้แจงด้วยตัวเองในวันนี้ ซึ่งทางคณะกรรมาธิการฯ จะพิจารณาอีกครั้งว่าจะมีการเรียกผู้เกี่ยวข้องในส่วนของฝ่ายปกครองเข้ามาชี้แจงใหม่อีกครั้งหรือไม่

ที่อยู่

ตาชี
Amphoe Yaha
95120

เบอร์โทรศัพท์

+66831715419

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Thai Scene Onlineผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Thai Scene Online:

แชร์