The Ayutthaya Times

The Ayutthaya Times ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก The Ayutthaya Times, บริษัทด้านสื่อ/ข่าวสาร, อยุธยา, Ayutthaya.

The Ayutthaya Times เป็นเพจข่าว ที่นำเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้น มานำเสนอให้ได้รับชม และประชาสัมพันธ์ เรื่องราวหรือกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นในอนาคตมาแจ้งให้ทราบ ธำรงค์ไว้ซึ่ง ชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่สนับสนุนการพนันไม่สนับสนุนยาเสพติดทุกชนิด

กระบะชนประสานงารถพ่วง 18 ล้อ ถนนหลังวัดบึง ท่าเรือ เสียชีวิต 1 ราย คนขับรถบรรทุกบาดเจ็บติดซากรถ          เมื่อเวลา 07.30...
28/08/2026

กระบะชนประสานงารถพ่วง 18 ล้อ ถนนหลังวัดบึง ท่าเรือ เสียชีวิต 1 ราย คนขับรถบรรทุกบาดเจ็บติดซากรถ

เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 28 สิงหาคม 2569 เกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะชนประสานงากับรถพ่วง 18 ล้อ บนถนนเส้นทางหลังวัดบึง ตำบลวังแดง อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ส่งผลให้คนขับรถยนต์กระบะเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เบื้องต้นทราบชื่อ นายชนสรน์ แสงทองล้วน ชาวอำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ส่วนรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ข้างทาง คนขับได้รับบาดเจ็บและติดอยู่ภายในซากรถ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยอยุธยาเร่งใช้เครื่องตัดถ่างเข้าช่วยเหลือ ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลท่าเรือ
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าเรือ อยู่ระหว่างตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุที่แท้จริงต่อไป

ทั้งนี้ ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวและญาติของผู้เสียชีวิตมา ณ โอกาสนี้
📌 การนำเสนอภาพและข่าวอุบัติเหตุ มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร เป็นวิทยาทานแก่ประชาชน และประชาสัมพันธ์การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่กู้ภัย โดยมิได้มีเจตนาลบหลู่ ดูหมิ่น หรือสร้างความเสียหายแก่ผู้ใด และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการชี้ผิดหรือถูกในทางคดี

จับต่อเนื่อง แรงงานต่างด้าวทำงานแย่งอาชีพคนไทย (ขายของหน้าร้าน)          เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 27 สิงหาคม 2569  นางสา...
28/08/2026

จับต่อเนื่อง แรงงานต่างด้าวทำงานแย่งอาชีพคนไทย (ขายของหน้าร้าน)

เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 27 สิงหาคม 2569 นางสาวสุภิญญา แก่นจ้าย จัดหางานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มอบหมายเจ้าหน้าที่งานตรวจและคุ้มครองคนงาน ร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่ปกครองอำเภอบางปะอิน ลงพื้นที่บูรณาการตรวจสอบตามเรื่องร้องเรียนแรงงานต่างด้าวทำงานแย่งอาชีพคนไทย (ขายของหน้าร้านและงานขับรถ) ณ ศูนย์การค้า นครทองพลาซ่า หมู่ที่ 2 ถนนอุดมสรยุทธ์ ตำบลคลองจิก อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวน 3 ราย รายละเอียดดังนี้

1.MS.PAN EI PHYU (นางสาวปาน อิ เพียว) อายุ 22 ปี สัญชาติเมียนมา ร้านจำหน่ายอาหารเมียนมา ทำงานขายของหน้าร้านและรับเงินทอนเงินจากลูกค้า จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรบางปะอิน ดำเนินคดีในข้อหาเป็นคนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากสิทธิ์ มาตรา 8 (เป็นงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำโดยมีเงื่อนไข บัญชีที่ 4 (2) งานขายของหน้าร้าน) แห่งพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และข้อหาเป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุดลง ตรา 81 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522

2. MR.TRAN DINH NHAN (นายตัน คิน ยัน) อายุ 34 ปี สัญชาติเวียดนาม ร้านจำหน่ายต้มแซ่บหมู ทำงานขายของหน้าร้านและรับเงินทอนเงินจากลูกค้า พบหนังสือเดินทาง แต่ไม่พบใบอนุญาตทำงาน จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรบางปะอิน ดำเนินคดีในข้อหาเป็นคนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากสิทธิ์ มาตรา 8 (เป็นงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำโดยมีเงื่อนไข บัญชีที่ 4 (2) งานขายของหน้าร้าน) แห่งพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

3.MR.HLA KHIN (นายหล้า ขิ่น) อายุ 30 ปี สัญชาติเมียนมา ทำงานขับรถส่งอาหารเมียนมา จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรบางปะอิน ดำเนินคดีในข้อหาเป็นคนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากสิทธิ์ มาตรา 8 (เป็นงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำโดยเด็ดขาด (2) งานขับขี่ยานยนต์หรืองานขับขี่ยานพาหนะ) แห่งพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และข้อหาเป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุดลง มาตรา 81 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ใช้เทคโนโลยีสู่การแก้ปัญหาให้ชุมชน ลดเผา ลด PM2.5          เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ...
27/08/2026

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ใช้เทคโนโลยีสู่การแก้ปัญหาให้ชุมชน ลดเผา ลด PM2.5

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุริยา น้ำแก้ว รองคณบดีด้านพัฒนานักศึกษา คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ พร้อมด้วย ดร.เจษฎางค์ ถนอมสิน อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมอุตสาหการ และนักศึกษาหลักสูตรอุตสาหกรรมศาสตรบัณฑิต (อส.บ.) สาขาวิชาเทคโนโลยีอุตสาหการ ชั้นปีที่ 1 ลงพื้นที่ให้บริการตัดตอซังข้าวด้วยเทคนิคการปั่นย่อย ณ แปลงนา หมู่ 5 ตำบลยางนอน อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อเป็นแนวทางลดการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม ที่เป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาฝุ่น PM2.5 กิจกรรมดังกล่าวดำเนินตามนโยบายสภามหาวิทยาลัยฯ ที่มุ่งนำองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และศักยภาพด้านเทคโนโลยีของมหาวิทยาลัยไปใช้ประโยชน์ต่อชุมชนและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและหมอกควันจากการเผาเศษวัสดุทางการเกษตร ขณะเดียวกัน ยังบูรณาการกับการจัดการเรียนการสอนในรายวิชา Automation เปิดโอกาสให้นักศึกษาเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง ทั้งการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ระบบอัตโนมัติ และกระบวนการทำงานของเครื่องจักรในภาคสนาม พร้อมพัฒนาทักษะการทำงานร่วมกับชุมชน การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และการนำความรู้วิชาชีพไปตอบสนองความต้องการของสังคม ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์จากนายชนัญญู สวนดอกไม้ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 ตำบลยางนอน ในการจัดหาพื้นที่ดำเนินกิจกรรม โดยการปั่นย่อยตอซังเป็นอีกทางเลือกในการจัดการเศษวัสดุทางการเกษตร ช่วยลดการเผาและมลพิษ ลดฝุ่น PM2.5 อีกทั้งเศษซากพืชที่ย่อยแล้วสามารถคืนสู่ดิน ช่วยใช้ทรัพยากรทางการเกษตรอย่างคุ้มค่าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยในการ “เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง สร้างองค์ความรู้ด้วยเทคโนโลยี และนำความเชี่ยวชาญสู่การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน” พร้อมปลูกฝังความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ร่วมขับเคลื่อนการลดการเผาในภาคการเกษตร เพื่อคุณภาพชีวิตและอากาศที่ดีของประชาชน

องคมนตรี ตรวจเยี่ยมโรงเรียนโครงการกองทุนการศึกษาและโรงเรียนเครือข่ายด้านคุณธรรมจริยธรรม จ.พระนครศรีอยุธยาวันที่ 26 สิงหา...
27/08/2026

องคมนตรี ตรวจเยี่ยมโรงเรียนโครงการกองทุนการศึกษาและโรงเรียนเครือข่ายด้านคุณธรรมจริยธรรม จ.พระนครศรีอยุธยา

วันที่ 26 สิงหาคม 2569 พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี เดินทางไปตรวจเยี่ยมโรงเรียนโครงการกองทุนการศึกษาและโรงเรียนเครือข่ายด้านคุณธรรมจริยธรรม ณ อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมี นายวรวิทย์ ยอแสง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้การต้อนรับ

โอกาสนี้ องคมนตรีและคณะเดินทางไปยังโรงเรียนวัดหนองไม้ซุง อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รับฟังการบรรยายสรุปแนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาจากผลประเมิน CONNEXT ED ของโรงเรียนวัดทางหลวงและโรงเรียนวัดหนองไม้ซุง รวมถึงแนวทางการดำเนินการและการประเมินตาม 3 เสาหลัก ก่อนเยี่ยมชมห้องเรียนโรงเรียนวัดหนองไม้ซุง

จากนั้น เวลา 13.00 น. องคมนตรีและคณะเดินทางไปยังโรงเรียนวัดเทพกุญชร (ชื่นดำรงธรรม) อำเภออุทัย ซึ่งเป็นโรงเรียนเครือข่ายด้านคุณธรรมจริยธรรมของโรงเรียนวัดหนองไม้ซุง โดยรับฟังการบรรยายสรุปแนวทางการดำเนินการและการประเมินเสาหลักที่ 3 พร้อมเยี่ยมชมห้องเรียนโรงเรียนวัดเทพกุญชร (ชื่นดำรงธรรม) ก่อนเดินทางกลับในเวลา 15.00 น.

การตรวจเยี่ยมครั้งนี้เป็นการติดตามการดำเนินงานของโรงเรียนโครงการกองทุนการศึกษาและโรงเรียนเครือข่ายด้านคุณธรรมจริยธรรมในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีผู้บริหารสถานศึกษา ครู และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการดำเนินงานด้านคุณธรรมจริยธรรมของสถานศึกษาในพื้นที่

บูรณาการตรวจสอบตามเรื่องร้องเรียนแรงงานต่างด้าวทำงาน ขายของหน้าร้าน แย่งอาชีพคนไทย        เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 25 สิ...
26/08/2026

บูรณาการตรวจสอบตามเรื่องร้องเรียนแรงงานต่างด้าวทำงาน ขายของหน้าร้าน แย่งอาชีพคนไทย

เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 25 สิงหาคม 2569 นางสาวสุภิญญา แก่นจ้าย จัดหางานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มอบหมายเจ้าหน้าที่งานตรวจและคุ้มครองคนงาน ร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่ปกครองอำเภออุทัย และกำนันผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่บูรณาการตรวจสอบตามเรื่องร้องเรียนแรงงานต่างด้าวทำงาน(ขายของหน้าร้าน)แย่งอาชีพคนไทย ณ ตลาดดีดีแลนด์ ตำบลอุทัย อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประกอบด้วย

รายที่ 1.นางสาวเอ เอ มาว (MISS.SAI DAR BI หรือ MS.AYE AYE MAW) อายุ 36 ปี สัญชาติเมียนมา พบหนังสือเดินทางและพบใบอนุญาตทำงาน กับ นายจ้างรายเดิม ทำงานขายของหน้าร้านและรับเงินทอนเงินจากลูกค้า จากการตรวจสอบชื่อผู้รับเงินผ่านคิวอาร์โค้ดชื่อนายจ้างใหม่ จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอุทัย ดำเนินคดีในข้อหาเป็นคนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากสิทธิ์ มาตรา 8 (เป็นงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำโดยมีเงื่อนไข บัญชีที่ 4 (2) งานขายของหน้าร้าน) ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษนายจ้างใหม่ ซึ่งมีชื่อปรากฏในคิวอาร์โค้ดรับเงิน ในข้อหารับคนต่างด้าวทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน ฝ่าฝืนมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว และที่แก้ไขเพิ่มเติม

รายที่ 2.นางสาวเอ โม ติน (MS.AYE MOE THIN) อายุ 26 ปี สัญชาติเมียนมา ทำงานขายของหน้าร้านและรับเงินทอนเงินจากลูกค้า ไม่พบหนังสือเดินทางและไม่พบใบอนุญาตทำงาน กับ นายจ้างไม่ทราบชื่อนามสกุลที่แน่ชัด จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอุทัย ดำเนินคดีในข้อหาเป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีในอนุญาตทำงานหรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ มาตรา 8 (เป็นงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำโดยมีเงื่อนไข บัญชีที่ 4 (2) งานขายของหน้าร้าน) แห่งพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว และที่แก้ไขเพิ่มเติม

เตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อย ขอให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ใกล้ ...
26/08/2026

เตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อย ขอให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ใกล้ 700 เข้ามาทุกที

เมื่อเช้าวันที่ 26 สิงหาคม 2569
เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำ จาก 550 ลบ.ม./วินาที เป็น 620 ลบ.ม./วินาที

จัดหางานฯ อยุธยา บูรณาการตรวจสอบตามเรื่องร้องเรียนแรงงานต่างด้าวทำงาน ขายของหน้าร้าน แย่งอาชีพคนไทย        เมื่อเวลา 13....
26/08/2026

จัดหางานฯ อยุธยา บูรณาการตรวจสอบตามเรื่องร้องเรียนแรงงานต่างด้าวทำงาน ขายของหน้าร้าน แย่งอาชีพคนไทย

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 25 สิงหาคม 2569 นางสาวสุภิญญา แก่นจ้าย จัดหางานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มอบหมายเจ้าหน้าที่งานตรวจและคุ้มครองคนงาน ร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่ปกครองอำเภออุทัย และกำนันผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่บูรณาการตรวจสอบตามเรื่องร้องเรียนแรงงานต่างด้าวทำงาน(ขายของหน้าร้าน)แย่งอาชีพคนไทย ณ ตลาดศรีอยุธยาเมืองใหม่ (ตลาดแกรนด์) ซอย 5 ตำบลธนู อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบร้านจำหน่ายหมูในตลาดสด แกรนด์ หมู่ที่ 1 ตำบลธนู อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีการจ้างคนไทย จำนวน 2 คน (ชาย 1 คน หญิง 1 คน) มีการจ้างแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา มีหนังสือเดินทางและใบอนุญาตทำงานถูกต้อง จำนวน 6 คน (ชาย 4 คน หญิง 2 คน) พบแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ชื่อนางเม ทุน (MRS.MAY TUN) อายุ 45 ปี มีหนังสือเดินทางและใบอนุญาตทำงานถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2570 ประเภทงานกรรมกร แต่ทำงานขายของหน้าร้านและรับเงินทอนเงินจากลูกค้า จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอุทัย ดำเนินคดีในข้อหาเป็นคนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากสิทธิ์ มาตรา 8 (เป็นงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำโดยมีเงื่อนไข บัญชีที่ 4 (2) งานขายของหน้าร้าน) โดย นายจ้างยินยอมให้สำนักงานจัดหางานจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นผู้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับในข้อหารับคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน มาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

“สถาบันอยุธยาศึกษา จัดมหกรรมวิชาการ ชูทุนทางวัฒนธรรม ยกระดับอยุธยาเมืองมรดกโลกสู่ความยั่งยืน”สถาบันอยุธยาศึกษา มหาวิทยาล...
25/08/2026

“สถาบันอยุธยาศึกษา จัดมหกรรมวิชาการ ชูทุนทางวัฒนธรรม ยกระดับอยุธยาเมืองมรดกโลกสู่ความยั่งยืน”

สถาบันอยุธยาศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา จัดมหกรรมอยุธยาศึกษาวิชาการ ประจำปี 2569 เพื่อเผยแพร่ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และสร้างพื้นที่สาธารณะในการเรียนรู้ร่วมกัน ภายใต้แนวคิด “สถาบันอยุธยาศึกษา : ศึกษา สืบสาน สร้างสรรค์ ทุนทางวัฒนธรรมแห่งเมืองมรดกโลก”

โดยมี คุณจิรศักดิ์ ชุมวรานนท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนาศึกษาและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนครศรีอยุธย เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วย อาจารย์ ดร.สุรินทร์ ศรีสังข์งาม ผู้อำนวยการสถาบันอยุธยาศึกษา อาจารย์ ดร.ธานี ชูกำเนิด รองผู้อำนวยการสถาบันอยุธยาศึกษา คุณสมาภรณ์ ครุฑธา ผู้จัดการแผนกการตลาด ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค คณะผู้บริหาร คณาจารย์ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมงานคับคั่ง

ภายในงานมุ่งเน้นการบูรณาการองค์ความรู้ท้องถิ่นเข้ากับยุคสมัยปัจจุบัน ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ นิทรรศการแสดงผลงานทางวิชาการ การประกวดสร้างสรรค์แผนที่เชิงวัฒนธรรม จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและจังหวัดอ่างทอง เพื่อสร้างฐานข้อมูลวัฒนธรรมที่จับต้องได้ และการเสวนาทางวิชาการในหัวข้อ “อัคราภิรักษ์ศิลปิน : เรื่องเล่าจากพระราชกรณียกิจสู่มรดกศิลปวัฒนธรรมของแผ่นดิน” โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ อาจารย์เผ่าทอง ทองเจือ และเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองในหัวข้อ “อยุธยา Next : เล่าเรื่องอยุธยาอย่างไร? ให้คนยุคใหม่อยากฟัง” เพื่อหาแนวทางส่งต่อวัฒนธรรมสู่คนรุ่นใหม่ นอกจากนี้ ยังมีการแสดงโขนรามเกียรติ์ ชุด “วัฏฏะฤดู เชิดชูนาฏกรรมไทย”, การแสดงจากศิลปิน “ต้นตาล ไมค์ทองคำ”, กิจกรรม “Learn & Craft Workshop” ตลอดจนการออกร้านจำหน่ายสินค้าภูมิปัญญาและอาหารท้องถิ่นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 - 25 สิงหาคม.2569 ณ ชั้น 2 ข้างร้าน Sizzler ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค

ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยามอบทุนการศึกษามูลนิธิคุณพุ่ม ประจำปีการศึกษา 2569 จำนวน 130 ทุน รวม 650,000...
25/08/2026

ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยามอบทุนการศึกษามูลนิธิคุณพุ่ม ประจำปีการศึกษา 2569 จำนวน 130 ทุน รวม 650,000 บาท

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 25 สิงหาคม 2569 ห้องประชุม The Hall Convention Center ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มอบหมายให้ นายวรวิทย์ ยอแสง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษามูลนิธิคุณพุ่ม ประจำปีการศึกษา 2569 โดยมีนางอำไพพิต บุนนาค ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้บริหาร ข้าราชการ บุคลากรทางการศึกษา ผู้ปกครอง และผู้รับทุนเข้าร่วมพิธี

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี องค์ประธานมูลนิธิคุณพุ่ม ทรงมีพระกรุณาธิคุณประทานทุนมูลนิธิคุณพุ่ม เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเด็กและเยาวชนพิการให้ตรงตามความจำเป็นเฉพาะบุคคล โดยในปีการศึกษา 2569 ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ดำเนินการจัดสรรทุนการศึกษาให้แก่เด็กพิการในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวน 130 ทุน ทุนละ 5,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 650,000 บาท

ในพิธี ประธานถวายคำนับพระรูปและเปิดกรวยทำความเคารพพระรูปทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ก่อนที่นางอำไพพิต บุนนาค ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวรายงาน และเบิกตัวผู้รับทุนทั้ง 130 ทุน เข้ารับหน้าพระรูป จากนั้นรองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้อ่านพระดำรัสของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี และผู้แทนผู้รับทุนอ่านคำสำนึกในพระกรุณาธิคุณ

โอกาสนี้ นายวรวิทย์ ยอแสง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้กล่าวให้โอวาทแก่ผู้รับทุนและผู้ปกครอง โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการดูแลเด็กพิการด้วยความรัก ความเข้าใจ และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งเสริมให้ครอบครัวมีส่วนร่วมในการดูแลและพัฒนาเด็กอย่างเหมาะสม เพื่อให้เด็กสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ โดยย้ำว่าความเข้มแข็งของครอบครัวเป็นพลังสำคัญต่อความสำเร็จในการพัฒนาเด็กพิการ พร้อมกล่าวถึงทุนการศึกษามูลนิธิคุณพุ่มว่าเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง และขอให้นำทุนไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่บุตรหลานที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ เพื่อให้เด็กพิการมีศักยภาพและสามารถช่วยเหลือตนเองได้ต่อไป

พิธีดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเด็กและเยาวชนพิการให้ได้รับโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาศักยภาพตามความจำเป็นเฉพาะบุคคล ตลอดจนเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจแก่เด็กพิการและครอบครัวในการร่วมกันพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กให้สามารถดำรงชีวิตและอยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างมีความสุข

*ด่วนที่สุด*กรมชลประทาน แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา ฉบับที่ 1          กรมชลประทาน  แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มน...
25/08/2026

*ด่วนที่สุด*
กรมชลประทาน แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา ฉบับที่ 1

กรมชลประทาน แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา ฉบับที่ 1 ตามรายละเอียดที่แนบ โดยคาดการณ์ว่าปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาจะมีแนวโน้มสูงขึ้น และมีความจำเป็นที่จะต้องระบายท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ในอัตราระหว่าง 700 – 1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

โดยในช่วง 1 - 9 วันข้างหน้า โดยในวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ที่สถานี C.2 อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ จะมีปริมาณน้ำไหลผ่าน ประมาณ 1,000 - 1,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และคาดการณ์ปริมาณน้ำ จากลำน้ำสาขามีปริมาณประมาณ 60 - 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งทำให้ปริมาณน้ำที่เหนือเขื่อนเจ้าพระยามีปริมาณระหว่าง 1,100 - 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และรับน้ำเข้าระบบชลประทาน 2 ฝั่ง ในอัตรา 400 - 450 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที กรมชลประทานมีความจำเป็นต้องระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ในอัตราระหว่าง 700 - 1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันอีกประมาณ 0.60 - 1.50 เมตร บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ บริเวณอำเภอเสนา อำเภอผักไห่ อำไห่ อำเภอบางบาล อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอบางปะอิน อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยจะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชน หากมีปริมาณน้ำเหนือเพิ่มขึ้นที่จะส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยามากกว่า 1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะแจ้งให้ทราบต่อไป

นอกจากนี้ กรมชลประทานได้แจ้งเตือน 11 จังหวัดในลุ่มน้ำเจ้าพระยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกาศประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ บริษัท ห้างร้าน ที่ประกอบกิจการในแม่น้ำเจ้าพระยาอาทิ งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แพร้านอาหาร เป็นต้น รวมทั้งประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อย ขอให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ที่อยู่

อยุธยา
Ayutthaya
13000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ The Ayutthaya Timesผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์