Ayutthaya Story New

Ayutthaya   Story New ข่าวสด ทุกสถานการณ์

🚨 เซียนไฮโลขัดใจ! กลับจากงานศพทะเลาะกันกลางลานจอดรถ ก่อนคู่กรณีย้อนกลับมาใช้ปืนเคลียร์ ลูกสาวเห็นท่าไม่ดีคว้ามือถือถ่ายค...
30/08/2026

🚨 เซียนไฮโลขัดใจ! กลับจากงานศพทะเลาะกันกลางลานจอดรถ ก่อนคู่กรณีย้อนกลับมาใช้ปืนเคลียร์ ลูกสาวเห็นท่าไม่ดีคว้ามือถือถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐาน สุดท้ายพ่อถูกยิงดับ

อยุธยา – ยิงสนั่นกลางดึก! เกิดเหตุยิงกันเสียชีวิตภายในลานจอดรถบรรทุกไม้ของโรงงานไฟฟ้าแห่งหนึ่ง พื้นที่หมู่ 1 ต.ศาลาลอย อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 31 สิงหาคม 2569

ตำรวจ สภ.ท่าเรือ พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยและกู้ชีพ รพ.ท่าเรือ เข้าตรวจสอบ พบ นายสมภพ ลิ้นนาค อายุ 44 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. เข้าบริเวณใต้สะดือ กระสุนทะลุก้นกบ นอนจมกองเลือดอาการสาหัส เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาล แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ในที่เกิดเหตุพบ ปลอกกระสุนขนาด 9 มม. 1 ปลอก และไม้ 1 ท่อน ตกอยู่ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ด้าน นางสาววิสา อายุ 23 ปี ลูกสาวผู้เสียชีวิต เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ พ่อและ นายทวน อายุประมาณ 50 กว่าปี ซึ่งรู้จักกันมาก่อน ชวนกันไปร่วมงานศพที่วัดนางคุ่ม ก่อนนายทวนจะเข้าไปเล่นไฮโลภายในงานและเกิดมีปากเสียงกับคนในวง พ่อจึงเข้าไปห้ามและชวนกลับมาที่ลานจอดรถ

ต่อมาทั้งสองกลับมีปากเสียงกันเอง ก่อนนายทวนจะขับรถออกไปประมาณ 23.00 น. ตนคิดว่าเรื่องน่าจะจบแล้ว

แต่ประมาณ ตี 2 นายทวนขับรถกระบะอีซูซุสีทองติดคอกย้อนกลับมา ตนเห็นท่าไม่ดีจึงรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายคลิปไว้ และเห็นนายทวนถือปืนเดินตรงเข้าหาพ่อ ก่อนจะยิงใส่ 1 นัด แล้วขับรถหลบหนีไป

ขณะที่ นายณัฐวุฒิ อายุ 20 ปี คนขับรถบรรทุกไม้ ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า ช่วงประมาณ 23.00 น. เห็นทั้งคู่ทะเลาะและชกต่อยกัน โดยจับใจความได้ว่า นายทวนไม่พอใจที่เข้าไปเล่นไฮโลในงานวัดแล้วมีปากเสียงกับคนในวง และผู้ตายเข้าไปห้ามพร้อมพากลับ

ระหว่างทะเลาะกัน นายทวนพยายามบีบคอนายสมภพ ผู้ตายจึงใช้ไม้ฟาดเพื่อป้องกันตัว ก่อนนายทวนจะนำประแจมาไล่ทำร้าย กระทั่งแยกย้ายกันไป

จนกระทั่งเวลาประมาณ 02.00 น. นายทวนย้อนกลับมาพร้อมอาวุธปืน ทั้งคู่มีปากเสียงกันอีกครั้ง ก่อนนายทวนจะชักปืนยิงนายสมภพ 1 นัด เข้าบริเวณใต้สะดือจนล้มลง

เบื้องต้น ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบกล้องวงจรปิด รวมถึงคลิปวิดีโอที่ลูกสาวผู้เสียชีวิตบันทึกไว้ เพื่อเร่งติดตามตัวนายทวนมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

📢ประกาศเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา📢เรื่อง กำหนดที่จอดรถและอัตราค่าธรรมเนียมจอดรถ (ทดลองจัดเก็บ) 🚗เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา ก...
28/08/2026

📢ประกาศเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา📢

เรื่อง กำหนดที่จอดรถและอัตราค่าธรรมเนียมจอดรถ (ทดลองจัดเก็บ) 🚗

เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา กำหนดพื้นที่จอดรถและอัตราค่าธรรมเนียมจอดรถ (ทดลองจัดเก็บ) เพื่อจัดระเบียบการจอดรถ เพิ่มความเป็นระเบียบเรียบร้อย และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว

📍 พื้นที่ทดลองจัดเก็บค่าธรรมเนียม 2 จุด
🔹 จุดที่ 1 บริเวณลานจอดรถด้านหลังวิหารพระมงคลบพิตร
🔹 จุดที่ 2 บริเวณช่องจอดรถถนนป่าโทน บริเวณข้างศาลหลักเมืองและปางช้าง

🗓️ เริ่มทดลองจัดเก็บตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2569
หรือจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น

📌 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 089-496-2979

แมทธิว ดีน” นิมนต์ “พระอาจารย์แดง” เกจิดังเมืองกรุงเก่า ทำบุญครบรอบ 13 ปี ค่ายมวยคงสิทธา พร้อมทำบุญวันเกิดล่วงหน้า 48 ปี...
28/08/2026

แมทธิว ดีน” นิมนต์ “พระอาจารย์แดง” เกจิดังเมืองกรุงเก่า ทำบุญครบรอบ 13 ปี ค่ายมวยคงสิทธา พร้อมทำบุญวันเกิดล่วงหน้า 48 ปี

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 สิงหาคม 2569 ที่ค่ายมวยคงสิทธา แขวงลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร แมทธิว ดีน นักแสดงและนักร้องชื่อดัง เจ้าของค่ายมวยคงสิทธา พร้อมด้วย ลิเดีย ศรัณย์รัชต์ ภรรยา และครอบครัว นิมนต์ พระครูเกษมจันทวิมล หรือ พระอาจารย์แดง เกจิชื่อดังเมืองกรุงเก่า เจ้าของฉายา “นิ้วมหามงคล” เจ้าอาวาสวัดป้อมรามัญ และเจ้าคณะตำบลท่าวาสุกรี เขต 3 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มาประกอบพิธีทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในโอกาสครบรอบ 13 ปี การก่อตั้งค่ายมวยคงสิทธา

พิธีดังกล่าวมี นายสุระ แสนคำ หรือ “เขาทราย แกแล็คซี่” อดีตแชมป์โลกขวัญใจชาวไทย พร้อมด้วยนักมวยและบุคลากรภายในค่ายมวยคงสิทธาเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง

โดยมีพระครูเกษมจันทวิมล หรือพระอาจารย์แดง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นำพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์จากวัดต่าง ๆ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวน 5 รูป ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญค่าย เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ค่ายมวย ผู้บริหาร นักมวย และครอบครัว

สำหรับการนิมนต์พระสงฆ์จำนวน 5 รูปเข้าร่วมพิธีครั้งนี้ ถือเป็นความตั้งใจของแมทธิวและครอบครัวที่ต้องการเสริมความเป็นสิริมงคล โดยมีความเชื่อว่าเป็นจำนวนที่เปรียบเสมือน “เทพเจ้า 5 พระองค์” เพื่อความเจริญรุ่งเรือง อยู่เย็นเป็นสุข และประสบความสำเร็จในการดำเนินกิจการ

นอกจากนี้ การทำบุญในครั้งนี้ยังถือเป็นโอกาสพิเศษ เนื่องจาก แมทธิว ดีน และลิเดีย เป็นลูกศิษย์ของพระอาจารย์แดงมาเป็นเวลานาน จึงได้ถือโอกาสนิมนต์พระอาจารย์แดงมาประกอบพิธีในวาระสำคัญของค่ายมวย

ขณะเดียวกัน ยังถือเป็นการทำบุญวันเกิดล่วงหน้าให้กับแมทธิว ดีน ซึ่งจะมีอายุครบ 48 ปี ในวันที่ 29 สิงหาคม 2569 โดยเจ้าตัวถือโอกาสทำบุญร่วมกับครอบครัว นักมวย และทีมงาน เพื่อความเป็นสิริมงคล รับวันคล้ายวันเกิด และก้าวเข้าสู่วัย 48 ปีด้วยความสุข ความเจริญ และสิ่งดี ๆ ในชีวิต

ทั้งนี้ ค่ายมวยคงสิทธา ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 13 ปีก่อน และกลายเป็นอีกหนึ่งค่ายมวยที่มีชื่อเสียงในวงการมวยไทย โดยแมทธิว ดีน ตั้งใจพัฒนาค่ายให้เป็นพื้นที่สำหรับการเรียนรู้และฝึกฝนศิลปะมวยไทย ควบคู่ไปกับการส่งเสริมสุขภาพและการออกกำลังกาย

กรมชลฯ ลุยแก้น้ำท่วม-แล้งซ้ำซาก "คลองพระอุดม" ชูโมเดลใหม่ผสมผสานธรรมชาติ นำสื่อลงพื้นที่จังหวัดปทุมธานี และพระนครศรีอยุธ...
26/08/2026

กรมชลฯ ลุยแก้น้ำท่วม-แล้งซ้ำซาก "คลองพระอุดม" ชูโมเดลใหม่ผสมผสานธรรมชาติ นำสื่อลงพื้นที่จังหวัดปทุมธานี และพระนครศรีอยุธยา หลังผลศึกษาชี้เป็นพื้นที่มีความสามารถรับน้ำจำกัด เปิดแนวคิดสร้างประตูระบายน้ำควบคู่กับพื้นที่ชุ่มน้ำ หวังฟื้นฟูระบบนิเวศและจัดการน้ำอย่างยั่งยืน

วันนี้ ( 26 สิงหาคม 69) เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมโรงแรมเดอะไพน์ รีสอร์ท จังหวัดปทุมธานี นายจักรพันธุ์ ช้อยหิรัญ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธา (ด้านวางแผน) เป็นผู้แทนกรมชลฯ กล่าวรายงานในที่ประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการการประยุกต์ใช้การแก้ไขปัญหาที่มีธรรมชาติเป็นพื้นฐานร่วมกับมาตรการเชิงโครงสร้างในการปรับปรุงคลองพระอุดม โดยมีผู้แทนหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนคณะกรรมการลุ่มน้ำ ผู้แทนภาคเอกชน กลุ่มผู้ใช้น้ำ ผู้นำชุมชนและสื่อมวลชน เข้าร่วมประชุมเป็นจำนวนมาก
จากนั้นช่วงบ่ายได้นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ ณ ประตูระบายน้ำสิงหนาท 1 อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตลอดจนพื้นที่ตามแนวคลองพระอุดม เพื่อดูสภาพพื้นที่จากต้นคลองถึงปลายคลอง

นายจักรพันธุ์ ช้อยหิรัญ กล่าวว่า ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก การระบายน้ำที่ติดขัดในช่วงน้ำหลากและปัญหาคุณภาพน้ำในคลองพระอุดม เป็นปัญหาที่ประชาชนสองฝั่งคลองต้องเผชิญเป็นเวลานาน ส่งผลกระทบต่อที่อยู่อาศัย ทรัพย์สิน การประกอบอาชีพและคุณภาพชีวิตอย่างต่อเนื่อง กรมชลประทานให้ความสำคัญและดำเนินการศึกษาโครงการนี้จนแล้วเสร็จ จึงนับเป็นก้าวสำคัญของการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ จุดเด่นของโครงการนี้ คือ การนำแนวคิดการแก้ไขปัญหาที่มีธรรมชาติเป็นพื้นฐาน หรือ Nature-based Solutions (NbS) มาประยุกต์ใช้ร่วมกับมาตรการเชิงโครงสร้าง มิใช่การเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และเป็นแนวทางที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลว่ามีความเหมาะสมในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อีกทั้งยังเคารพต่อวิถีชีวิตของชุมชนริมน้ำที่อยู่คู่กับคลองสายนี้มาแต่เดิม

จากวิกฤติดังกล่าว กรมชลประทานจึงได้ว่าจ้างศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดำเนินโครงการประยุกต์ใช้การแก้ไขปัญหาที่มีธรรมชาติเป็นพื้นฐาน (Nature-based Solutions : NbS) ร่วมกับมาตรการเชิงโครงสร้างในการปรับปรุงคลองพระอุดม ซึ่งเป็นคลองสายหลักความยาวประมาณ 29.9 กิโลเมตร เชื่อมระหว่างแม่น้ำเจ้าพระยากับพื้นที่ลุ่มต่ำฝั่งตะวันตกในเขตจังหวัดปทุมธานีและจังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ภายใต้แผนที่ 4 แผนงานปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก ซึ่งเป็นแผนงานภายใต้แผนหลักการบรรเทาอุทกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง 9 แผน ครอบคลุมพื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเจ้าเจ็ด-บางยี่หน

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ปัญหาการระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำ เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำของคลองพระอุดม และศึกษาความเหมาะสมของการนำแนวคิดการแก้ไขปัญหาที่มีธรรมชาติเป็นพื้นฐานมาใช้ร่วมกับมาตรการเชิงโครงสร้าง ตามแนวทางผสมผสาน Blue-Green-Grey ซึ่งเป็นแนวทางที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ควบคู่กับการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ด้านเศรษฐกิจและสังคม และการวิเคราะห์ความเหมาะสมทางเศรษฐศาสตร์ของโครงการ


นายจักรพันธุ์ ช้อยหิรัญ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการวิเคราะห์สภาพการไหลด้วยแบบจำลองคณิตศาสตร์ HEC-RAS โดยใช้รูปตัดลำน้ำจากการสำรวจ 3 ช่วงเวลา ได้แก่ ปี 2554, 2562 และ 2569 พบว่า คลองพระอุดมมีข้อจำกัดด้านความสามารถในการระบายน้ำอย่างมีนัยสำคัญ โดยพบจุดวิกฤตที่บริเวณ กม.21+440 ซึ่งเริ่มเกิดน้ำล้นตลิ่งตั้งแต่อัตราการไหลเพียง 25 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ประกอบกับท้องน้ำมีความลาดชันย้อนกลับประมาณ 1:4,700 จากปากคลองเข้าสู่ต้นคลอง มีสันดอนลักษณะหลังเต่ากลางคลองที่ทำให้หน้าตัดการไหลลดลง และมีจุดคอขวดบริเวณประตูระบายน้ำสิงหนาท 1 ที่ต้นคลอง ขณะที่ในช่วงที่ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาหนุนสูง จะไม่สามารถระบายน้ำออกโดยแรงโน้มถ่วงได้ ทำให้ระดับน้ำค้างสูงเป็นเวลานาน ผลการสำรวจครัวเรือนริมคลองพระอุดมยังพบว่า พื้นที่ริมคลองประสบปัญหาน้ำท่วมทุกปี ปีละ 1 ครั้ง มีระยะเวลาน้ำท่วมขังเฉลี่ยประมาณ 43 วันต่อครั้ง และในปีที่เกิดอุทกภัยรุนแรงที่สุดคือ ปี 2554 มีระดับน้ำท่วมสูงเฉลี่ยประมาณ 125 เซนติเมตร ท่วมขังนานเฉลี่ยประมาณ 124 วัน ซึ่งสอดคล้องกับสถิติของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่ระบุว่า ประเทศไทยมีมูลค่าความเสียหายจากอุทกภัยเฉลี่ยประมาณ 8,719 ล้านบาทต่อปี

นอกจากปัญหาด้านปริมาณน้ำแล้ว ผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำผิวดิน 5 สถานีตลอดความยาวคลอง เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ยังพบว่า คุณภาพน้ำมีแนวโน้มเสื่อมโทรมลงจากต้นคลองไปยังปลายคลองอย่างชัดเจน โดยค่าออกซิเจนละลายน้ำลดลงจาก 5.1 มิลลิกรัมต่อลิตรที่ต้นคลอง เหลือเพียง 2.8 มิลลิกรัมต่อลิตรที่ปากคลอง ค่าแอมโมเนีย-ไนโตรเจนเกินเกณฑ์มาตรฐานทุกสถานีในระดับ 7 – 9 เท่า และค่าบีโอดีเกินเกณฑ์มาตรฐาน 4 สถานี เมื่อประเมินเป็นดัชนีคุณภาพน้ำทั่วไป (Water Quality Index : WQI) ตามสูตรของกรมควบคุมมลพิษ พบว่ามีค่าเฉลี่ย 62.8 คะแนน จัดอยู่ในเกณฑ์ "พอใช้" โดยมี 2 สถานีในช่วงกลางคลองที่อยู่ในเกณฑ์ "เสื่อมโทรม" ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ที่ชัดเจนของการระบายน้ำเสียจากชุมชนโดยไม่ผ่านการบำบัด

สำหรับแนวทางการปรับปรุงคลองพระอุดมที่คณะผู้ศึกษาเสนอ ประกอบด้วย 2 กลุ่มมาตรการที่ทำงานเสริมกัน กลุ่มแรก คือมาตรการเชิงโครงสร้าง ได้แก่ การก่อสร้างประตูระบายน้ำพร้อมสถานีสูบน้ำบริเวณ กม.21+500 การปรับปรุงท้องน้ำให้มีความลาดชัน 1:10,000 ความกว้างท้องน้ำ 40 เมตร พร้อมขุดลอกสันดอนกลางคลอง การปรับปรุงประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำบริเวณปากคลองที่บรรจบแม่น้ำเจ้าพระยา การก่อสร้างกำแพงป้องกันน้ำล้นตลิ่งและซ่อมแซมอาคารป้องกันตลิ่งเดิม ตลอดจนการปรับปรุงประตูระบายน้ำปากคลองสาขาพร้อมสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า

กลุ่มที่สอง คือ มาตรการที่มีธรรมชาติเป็นพื้นฐาน ได้แก่ พื้นที่ชุ่มน้ำประดิษฐ์ (Constructed Wetland) บริเวณปากคลองสาขาเพื่อบำบัดน้ำเสียก่อนไหลลงคลองสายหลัก แนวกันชนริมน้ำ (Riparian Buffer) ด้วยพืชท้องถิ่นเพื่อดักตะกอน ลดการกัดเซาะตลิ่ง และเพิ่มทัศนียภาพ พื้นที่หน่วงน้ำและระบบเชื่อมโยงแม่น้ำกับที่ราบน้ำท่วมถึง (River-Floodplain Reconnection) รวมทั้งอาคารดักขยะและวัชพืช (Trash Trap) ที่กลมกลืนกับภูมิทัศน์ริมคลอง โดยมาตรการเชิงโครงสร้างจะทำหน้าที่เพิ่มขีดความสามารถในการระบายน้ำและควบคุมระดับน้ำ ขณะที่มาตรการที่มีธรรมชาติเป็นพื้นฐานจะทำหน้าที่หน่วงน้ำ ดักตะกอน บำบัดมลสาร และฟื้นฟูระบบนิเวศในด้านกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน กรมชลประทานได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การประชุมปฐมนิเทศโครงการเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 การประชุมกลุ่มย่อยพื้นที่ท้ายน้ำจังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 การประชุมกลุ่มย่อยพื้นที่ต้นน้ำจังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 จนถึงการประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการในวันนี้ ซึ่งผลการสำรวจความคิดเห็นพบว่าแนวทางที่มีธรรมชาติเป็นพื้นฐานได้รับการยอมรับในระดับสูง โดยผู้เข้าร่วมการประชุมปฐมนิเทศเห็นด้วยร้อยละ 88.6 และผู้เข้าร่วมการประชุมกลุ่มย่อยเห็นด้วยร้อยละ 90.0


“การปรับปรุงคลองพระอุดมครั้งนี้เป็นการนำร่องที่สำคัญ เพราะเราไม่ได้มองเพียงการเร่งระบายน้ำให้เร็วที่สุดเท่านั้น แต่มองไปถึงคุณภาพน้ำ ระบบนิเวศ และวิถีชีวิตของคนริมคลองไปพร้อมกัน การผสมผสานมาตรการเชิงโครงสร้างเข้ากับการแก้ไขปัญหาที่มีธรรมชาติเป็นพื้นฐาน จะทำให้การลงทุนของภาครัฐเกิดประโยชน์รอบด้านและยั่งยืนกว่าการเลือกใช้แนวทางใดแนวทางหนึ่งเพียงอย่างเดียว และที่สำคัญที่สุดคือประชาชนในพื้นที่ต้องได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น” นายจักรพันธุ์ ช้อยหิรัญ กล่าวทิ้งท้าย

ชาวบ้าน 2 ตำบล 2 อำเภอเฮ! ส.ส.อยุธยา เร่งผลักดันงบ 80 ล้าน ซ่อมถนนพังนานกว่า 20 ปีชาวบ้าน 2 ตำบล 2 อำเภอเฮ หลังถนนวัดจอด...
25/08/2026

ชาวบ้าน 2 ตำบล 2 อำเภอเฮ! ส.ส.อยุธยา เร่งผลักดันงบ 80 ล้าน ซ่อมถนนพังนานกว่า 20 ปี

ชาวบ้าน 2 ตำบล 2 อำเภอเฮ หลังถนนวัดจอดเกษ-สายเอเชีย ซึ่งอยู่ในสภาพชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อและสร้างความเดือดร้อนมานานกว่า 20 ปี ได้รับการผลักดันแก้ไข ล่าสุด ส.ส.พระนครศรีอยุธยา เขต 1 นำทีมลงพื้นที่เร่งปรับสภาพถนนชั่วคราว พร้อมผลักดันโครงการปรับปรุงถนนตลอดสาย ระยะทาง 4.9 กิโลเมตร วงเงินประมาณ 80 ล้านบาท

จากกรณี จ่าสิบเอกจตุรงณ์ เสตางกูล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเกาะ พร้อมด้วยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านในพื้นที่ ต.ขยาย อ.บางปะหัน และ ต.บ้านเกาะ อ.พระนครศรีอยุธยา ร้องเรียนปัญหาถนนวัดจอดเกษ-สายเอเชีย ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่าง 2 ตำบล 2 อำเภอ มีสภาพชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อ ฝุ่นฟุ้งกระจาย สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่ใช้เส้นทางเดินทางไปทำงาน รวมถึงรับส่งบุตรหลานไปโรงเรียน โดยปัญหาเรื้อรังมานานกว่า 20 ปี

ล่าสุด วันที่ 24 สิงหาคม 2569 นายทรงพล สุขสมบูรณ์ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา เขต 1 ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจ่าสิบเอกจตุรงณ์ เสตางกูล นายก อบต.บ้านเกาะ นำรถบดถนน เครื่องจักรหนัก และรถบรรทุกน้ำ เข้าปรับปรุงพื้นผิวถนนสายวัดจอดเกษ-สายเอเชีย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและให้ประชาชนสามารถใช้เส้นทางได้ชั่วคราว ระหว่างรอการแก้ไขอย่างถาวร
การดำเนินการดังกล่าวสร้างความดีใจให้กับนายกิตติ อิ่มสุวรรณ กำนันตำบลบ้านเกาะ ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านในพื้นที่ หลังจากก่อนหน้านี้นายทรงพล พร้อมคณะกรรมาธิการฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพถนน รับทราบปัญหาจากประชาชน และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางแก้ไข
นายทรงพล เปิดเผยว่า ได้เสนอขอโครงการปรับปรุงถนนตลอดสาย ระยะทางประมาณ 4.9 กิโลเมตร ใช้งบประมาณรวมประมาณ 80 ล้านบาท เดิมมีการแบ่งสัดส่วนการดำเนินงานออกเป็นครึ่งเส้นทาง แต่เพื่อให้การพัฒนาครอบคลุมตลอดแนวและเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างอำเภอ จึงได้ประสานร่วมกับนายนพ ชีวหนันท์ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา เขต 2 รวมถึงนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดย อบจ. พร้อมเข้ามารับเป็นหลักในการดูแลโครงการดังกล่าว
ส่วนความคืบหน้าการจัดทำแบบแปลนก่อสร้าง เดิมพบว่าแบบแปลนสิ้นสุดเพียงช่วง กม.0 ซึ่งยังไม่ครอบคลุมพื้นที่ที่มีปัญหา จึงได้ประสานแขวงทางหลวงให้เร่งรัดการดำเนินการ ล่าสุดได้รับแจ้งว่าการออกแบบเสร็จสมบูรณ์แล้ว และเตรียมส่งมอบแบบเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้างต่อไป

นายทรงพล กล่าวว่า ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า ผู้นำและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้เพิกเฉยต่อปัญหา ทันทีที่ได้รับเรื่องร้องเรียนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมเร่งรัดกระบวนการให้เร็วที่สุด เพราะความเดือดร้อนของประชาชนเป็นเรื่องที่รอไม่ได้

ขณะที่ชาวบ้านจำนวนมากที่ทราบข่าวว่าถนนกำลังได้รับการแก้ไข ต่างพากันดีใจ หลังต้องทนใช้เส้นทางดังกล่าวมานานกว่า 20 ปี พร้อมชี้ให้ดูสภาพรถจักรยานยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากการสัญจรบนถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อ ต้องขับผ่านจุดที่ขรุขระและกระแทกจนชิ้นส่วนรถได้รับความเสียหาย

ชาวบ้านรายหนึ่งกล่าวด้วยความดีใจว่า ตนใช้ถนนเส้นนี้มาตั้งแต่สมัยสามียังมีชีวิต จนถึงวันนี้สามีเสียชีวิตไปแล้ว ถนนก็ยังอยู่ในสภาพเดิม การที่เห็นหน่วยงานเข้ามาช่วยปรับปรุงและมีการผลักดันงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหา จึงรู้สึกดีใจและขอขอบคุณทุกฝ่ายที่เข้ามาช่วยเหลือ หวังว่าถนนเส้นนี้จะได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นและสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยในที่สุด

ด้าน นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่าตอนนี้นำเข้าแผนเข้าโครงการแล้ว จะตอกเข็ม เนื่องจากเป็นถนนคันคลองเพื่อเสริมความแข็งแรงพร้อมกับ ถนนเทคอนกรีต 20 เซนติเมตร

“มรภ.อยุธยา ยกระดับนวัตกรรมด้วยกระบวนการวิศวกรสังคมสู่ชุมชนยั่งยืน”มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา เดินหน้ายกระดับท้องถ...
23/08/2026

“มรภ.อยุธยา ยกระดับนวัตกรรมด้วยกระบวนการวิศวกรสังคมสู่ชุมชนยั่งยืน”

มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา เดินหน้ายกระดับท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง จัดงาน Show & Share โครงการยกระดับนวัตกรรมชุมชน ด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม ประจำปี 2569 เพื่อเป็นเวทีให้นักศึกษาได้แสดงศักยภาพ นำองค์ความรู้และทักษะวิศวกรสังคมมาสร้างสรรค์นวัตกรรมชุมชน พร้อมลงพื้นที่แก้ไขปัญหาและพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน โดยมี คุณพิมพ์ประภา พลรักษ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานพร้อมด้วย คุณสมาภรณ์ ครุฑธา ผู้จัดการแผนกการตลาด ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค ร่วมในพิธีเปิดกิจกรรม ณ ชั้น 2 ข้างร้าน Sizzler ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค

ภายในงานประกอบด้วย การเสวนาเรื่อง Show & Learn วิศวกรสังคมพัฒนานักศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น, การแสดงเพลงพื้นบ้าน การแสดงวงดนตรีโฟร์คซอง และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 8 ฐานกิจกรรม Show & Share พื้นที่นำเสนอผลงานนวัตกรรมชุมชนหลากหลายรูปแบบของนักศึกษา ที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้แลกเปลี่ยนมุมมองการพัฒนา เพื่อบ่มเพาะให้นักศึกษามีคุณลักษณะของ "วิศวกรสังคม" โดยนำกระบวนการไปประยุกต์ใช้จริงในการสร้างเครื่องมือ นวัตกรรม และแนวทางแก้ไขปัญหาที่ตอบโจทย์ความต้องการของชุมชนในท้องถิ่นอย่างแท้จริง

"สมาคมอีสปอร์ตฯ จัดแข่งขันอีสปอร์ต 2026 ปักหมุดอยุธยา ดันไทยสู่ศูนย์กลางอีสปอร์ตแห่งเอเชีย"กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผ...
15/08/2026

"สมาคมอีสปอร์ตฯ จัดแข่งขันอีสปอร์ต 2026 ปักหมุดอยุธยา ดันไทยสู่ศูนย์กลางอีสปอร์ตแห่งเอเชีย"

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผนึกกำลัง การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และสมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย เปิดฉากมหกรรมการแข่งขันอีสปอร์ตสุดยิ่งใหญ่แห่งปีในรายการ "ESPORTS CHAMPIONSHIP 2026" มุ่งเป้าหมายยกระดับศักยภาพนักกีฬาอีสปอร์ตไทยสู่เวทีนานาชาติ พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการแข่งขันอีสปอร์ตในภูมิภาคเอเชีย

ในพิธีเปิดการแข่งขันได้รับเกียรติจาก คุณสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เดินทางมาเป็นประธานในพิธีอย่างเป็นทางการ โดยมี คุณสันติ โหลทอง นายกสมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย และประธานสหพันธ์กีฬาอิเล็กทรอนิกส์แห่งเอเชีย, คุณปรีชา ลาลุน รองผู้ว่าการฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา, ดร.สมพล รัชตพิมลชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการตลาด ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค, คุณประสิทธิ์ โชคกิจ นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, รองศาสตราจารย์ ดร.ชูสิทธิ์ ประดับเพ็ชร์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา, คณะผู้บริหารการกีฬาแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการสมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย ร่วมงาน โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก เนืองแน่นด้วยนักกีฬาทั้งชาวไทยและต่างประเทศ อาทิ อินเดีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง ลาว อินโดนีเซีย บรูไน มัลดีฟ เข้าร่วมการแข่งขันจำนวนมาก ณ ชั้น 2 The Hall ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค

“รพ.พระนครศรีอยุธยา ร่วมภาคีเครือข่าย จัดหน่วยเคลื่อนที่คัดกรองมะเร็งเต้านม-นรีเวช เฉลิมพระเกียรติในหลวง”โรงพยาบาลพระนคร...
10/08/2026

“รพ.พระนครศรีอยุธยา ร่วมภาคีเครือข่าย จัดหน่วยเคลื่อนที่คัดกรองมะเร็งเต้านม-นรีเวช เฉลิมพระเกียรติในหลวง”

โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา ร่วมกับ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอพระนครศรีอยุธยา มูลนิธิกาญจนบารมี และศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค จัด “โครงการคัดกรองมะเร็งเต้านมโดยเครื่องเอกซเรย์เต้านมเคลื่อนที่ (Mammogram) และคัดกรองมะเร็งนรีเวช ในสตรีกลุ่มเสี่ยงและด้อยโอกาส เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ (72 พรรษา)

โดยได้รับเกียรติจาก นพ.ชวนนท์ อิ่มอาบ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วย พญ.ดวงพร อัศวราชันย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา คณะผู้บริหารสาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา คุณสมาภรณ์ ครุฑธา ผู้จัดการแผนกการตลาด ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค ผู้อำนวยการโรงพยาบาล สาธารณสุขอำเภอ อาสาสมัครสาธารณสุข และประชาชนกลุ่มเสี่ยงร่วมงาน

ภายในงาน ให้บริการคัดกรองมะเร็งเต้านมเคลื่อนที่ด้วยเครื่องเอกซเรย์เต้านมเคลื่อนที่กับสตรีกลุ่มเสี่ยง อายุ 30 – 70 ปี พร้อมให้ความรู้ความเข้าใจในการป้องกันควบคุมโรคมะเร็งเต้านม มีทักษะการตรวจคัดกรองเต้านมด้วยตนเอง และเอ็กซเรย์เต้านมโดยเครื่อง Mammogram รวมถึงคัดกรองมะเร็งปากมดลูกจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสูตินารีเวช โดยมี นพ.ผดุงสิทธิ์ ละมัยเกศ นายแพทย์ผู้แทนมูลนิธิกาญจนบารมี นำทีมบุคลากรสาธารณสุข ร่วมกับอาสาสมัครสาธารณสุข ลงพื้นที่ดูแลและให้บริการประชาชนอย่างใกล้ชิด โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ระหว่างวันที่ 10 - 11 สิงหาคม 2569 บริเวณลานจอดรถด้านหลัง ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค

ในหลวง-พระราชินี พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ “ครูหมวย” รับศพไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ลูกศิษย์สุดอาลัย เผยเป็นครูแนะแนวคอยชี้ทา...
08/08/2026

ในหลวง-พระราชินี พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ “ครูหมวย” รับศพไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ลูกศิษย์สุดอาลัย เผยเป็นครูแนะแนวคอยชี้ทางชีวิต

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 8 สิงหาคม 2569 ที่วัดตะโหนด ตำบลนครหลวง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ “ครูหมวย” หรือ นางสาวทิวาพร วานิช อายุ 42 ปี พร้อมอัญเชิญพวงมาลาพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี วางหน้าหีบศพ และรับศพไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์

พิธีดังกล่าวมี ศาสตราจารย์ ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการครูจากจังหวัดนนทบุรีและพระนครศรีอยุธยา ครอบครัว ญาติ และประชาชน เดินทางมาร่วมแสดงความอาลัยและรดน้ำศพเป็นจำนวนมาก

บรรยากาศภายในวัดเต็มไปด้วยความโศกเศร้า โดยมีอดีตลูกศิษย์และลูกศิษย์ปัจจุบันของครูหมวยเดินทางมาจากกรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี และจังหวัดปทุมธานี เพื่อร่วมพิธีและแสดงความอาลัยต่อครูผู้เป็นที่รัก

ด้านศาสตราจารย์ ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดเผยถึงแนวทางการเยียวยาว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประสานและแจ้งแนวทางการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบแล้ว โดยจะมีหลายหน่วยงานเข้ามาร่วมดูแลทั้งด้านจิตใจและการดำเนินการช่วยเหลือในส่วนต่าง ๆ

สำหรับมาตรการป้องกันในระยะต่อไป จะเป็นการทำงานร่วมกันของหลายกระทรวง ทั้งกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงสาธารณสุข รวมถึงหน่วยงานด้านอาชีวศึกษาและกระทรวงแรงงาน เพื่อร่วมกันดูแลความปลอดภัยและสภาพจิตใจของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา

มาตรการดังกล่าวแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ มาตรการเร่งด่วน ที่ต้องดำเนินการทันที และ มาตรการความปลอดภัยของโรงเรียนแห่งชาติ ซึ่งจะรวบรวมแนวทางการทำงานของทุกหน่วยงานให้เป็นระบบและมีมาตรฐานเดียวกัน โดยตั้งเป้าดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน

สำหรับมาตรการเร่งด่วน จะเน้นสร้างความมั่นใจให้แก่นักเรียน ผู้ปกครอง และบุคลากร โดยให้โรงเรียนเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราและป้องกันสิ่งของหรือสิ่งที่อาจผิดกฎหมายตามความเหมาะสม พร้อมกำหนดแนวทางควบคุมบุคคลภายนอกที่จะเข้าภายในโรงเรียน โดยอาจใช้ระบบลงทะเบียนเพื่อป้องกันบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง

ส่วนโรงเรียนที่เกิดเหตุ จะมีการวางแผนรองรับการเปิดเรียน โดยประสานกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เข้ามาดูแลสภาพจิตใจของนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และผู้ได้รับผลกระทบอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ ยังมีแนวทางจัดพื้นที่ปลอดภัย หรือ “เซฟโซน” สำหรับพูดคุยและให้คำปรึกษาแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนความปลอดภัยโรงเรียนแห่งชาติในระยะยาว

ส่วนข้อสังเกตเกี่ยวกับช่องโหว่ด้านความปลอดภัยของโรงเรียน รองนายกรัฐมนตรีระบุว่า จำเป็นต้องพิจารณาอย่างเป็นระบบ เนื่องจากเหตุการณ์อาจมีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง โดยต้องรอผลการตรวจสอบและสรุปจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อนำไปประกอบการกำหนดมาตรการในระยะยาว

ทั้งนี้ จะมีการนำแนวทางดังกล่าวเข้าสู่การหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันอังคารที่จะถึงนี้ เพื่อให้ทุกกระทรวงและทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการยกระดับมาตรการความปลอดภัยในสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ

ส่วนการดูแลครอบครัวและผู้ได้รับผลกระทบ รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ได้พูดคุยและให้กำลังใจครอบครัวของครูหมวย พร้อมยืนยันว่า หากผู้ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ มีความประสงค์จะย้ายสถานศึกษา จะประสานและดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ รวมถึงดูแลในประเด็นที่ยังมีความกังวล เพื่อให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตและเรียนได้อย่างมั่นใจมากที่สุด

เหตุการณ์ครั้งนี้นำไปสู่การเร่งทบทวนมาตรการด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมเดินหน้าทั้งมาตรการเร่งด่วนและการจัดทำมาตรการความปลอดภัยโรงเรียนระดับชาติ เพื่อยกระดับระบบดูแลนักเรียน ครู และบุคลากรให้มีมาตรฐานเดียวกัน และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันขึ้นอีก

“อยุธยาจัดงานวันคุณธรรม หนึ่งความดี ล้านความสุข”จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกับ ศู...
05/08/2026

“อยุธยาจัดงานวันคุณธรรม หนึ่งความดี ล้านความสุข”

จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกับ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) และคณะกรรมการศูนย์ประสานงานเครือข่ายคุณธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดงาน 4 สิงหาคม วันคุณธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา “หนึ่งความดี ล้านความสุข” ภายใต้โครงการเสริมหนุนกลไกศูนย์ประสานงานเครือข่ายคุณธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปีงบประมาณ 2569 เพื่อรำลึกถึงวันคุณธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นจังหวัดแรกของประเทศที่ได้ประกาศให้มีวันคุณธรรม เพื่อขับเคลื่อนการส่งเสริมคุณธรรมสร้างสังคมเข้มแข็ง อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ณ ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค

โดยได้รับความเมตตาจาก พระครูสุวัฒน์บุญโญภาส เจ้าคณะอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมพิธีเปิดงาน โดยมี คุณเดชาธร เชาว์เลขา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธาน พร้อมด้วย คุณรินทร์ปภัส เหิกขุนทด วัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา คุณนลินี ด่านชัยวิจิตร ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ดร.สมพล รัชตพิมลชัย รัชตพิมลชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการตลาด ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค หัวหน้าส่วนราชการ และเครือข่ายองค์กรคุณธรรม เข้าร่วมงาน

ภายในงานได้รับความร่วมมือจากหลากหลายองค์กรมาจัดแสดงนิทรรศการผลงานและผลิตภัณฑ์ ภายใต้แนวคิด “ชม แชร์ เชียร์” และการแสดงศิลปวัฒนธรรม ของเครือข่ายคุณธรรม อาทิ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, สำนักงานแรงงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, สำนักงานยุติธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, สภาองค์กรชุมชนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, ชุมชนคุณธรรมบ้านไทรน้อย, ชมรมส่งเสริมวัฒนธรรมกรุงเก่า, มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา, โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย, โรงเรียนไตรราชวิทยา และเครือข่ายการศึกษาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ที่อยู่

หมู่บ้านภิรมณ์สุข
Ayutthaya
13260

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00
เสาร์ 09:00 - 17:00
อาทิตย์ 09:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Ayutthaya Story Newผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์