07/06/2026
เรื่องน่าคิดต่อจริง ๆ บางทีเหมือนเราให้เทคโนโลยีซึมเข้าเส้นเลือดไปโดยอัตโนมัติไปแล้ว
ผลวิจัยเผย วัยรุ่นหันพึ่งพาปัญญาประดิษฐ์ปรึกษาสุขภาพจิตมากขึ้น สะท้อนข้อจำกัดในการเข้าถึงแพทย์
ผลการศึกษาล่าสุดจากสถาบันวิจัย RAND เปิดเผยข้อมูลน่าสนใจว่า เยาวชนและคนหนุ่มสาวในสหรัฐอเมริกาช่วงอายุ 12 ถึง 21 ปี กำลังหันไปพึ่งพาแชตบอต AI เพื่อขอคำแนะนำด้านสุขภาพจิตในช่วงที่มีอารมณ์เศร้า เครียด หรือวิตกกังวลเพิ่มมากขึ้น โดยสัดส่วนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้น จาก 13 เปอร์เซ็นต์ในช่วงต้นปี 2025 เป็น 19 เปอร์เซ็นต์ และที่น่าตกใจคือกว่า 63 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้งานกลุ่มนี้ ไม่เคยบอกใครเลยว่าตนเองใช้ AI เป็นที่ปรึกษาปัญหาทางใจ
นักวิจัยชี้ว่าตัวเลขผู้ใช้งานดังกล่าว มีสัดส่วนใกล้เคียงกับจำนวนวัยรุ่นที่เข้ารับการบำบัดจากจิตแพทย์จริง ๆ ซึ่งสถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพจิต ที่ยังมีข้อจำกัด ทั้งในเรื่องของค่าใช้จ่าย ความสะดวก และความไม่เพียงพอของผู้เชี่ยวชาญ แม้เยาวชนส่วนใหญ่ จะมองว่าคำแนะนำจากระบบมีประโยชน์ แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายก็แสดงความกังวลอย่างหนัก เนื่องจากระบบไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับผู้ที่มีภาวะวิกฤตทางจิตเวชรุนแรง หรือผู้ที่มีความเสี่ยงทำร้ายตนเอง ซึ่งอาจทำให้ได้รับคำแนะนำที่ผิดพลาดและเกิดอันตรายตามมาได้
อย่างไรก็ตาม วงการแพทย์ยอมรับว่าเทคโนโลยีนี้ มีประโยชน์ในแง่ของการช่วยฝึกสมาธิ ส่งเสริมการนอนหลับ หรือใช้เป็นเครื่องมือช่วยบำบัดปรับความคิด และพฤติกรรมในเบื้องต้นได้ ปัจจุบันหลายรัฐในสหรัฐอเมริกาเริ่มตื่นตัวและออกกฎหมายเพื่อควบคุมความเสี่ยง เช่น บังคับให้ระบบต้องส่งต่อผู้ใช้ไปยังสายด่วนฉุกเฉินทันที เมื่อพบสัญญาณอันตราย ขณะที่นักวิชาการยังคงเรียกร้องให้มีมาตรการกำกับดูแลระดับประเทศอย่างจริงจัง เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของเยาวชน