Mosque review นำเสนอมัสยิดจากทุกทั่วมุมโลก ภาพสวยๆ เอกลักษณ์ของอิสลาม

06/11/2025
06/11/2025

01/11/2025

Masjid E Kohe Shamaque ตั้งอยู่ในประเทศ อินเดีย โดยเฉพาะในพื้นที่ Khuldabad รัฐมหาราษฏระ (Maharashtra) ซึ่งอยู่ใกล้กับเมือง Aurangabad ของประเทศอินเดีย.

ภาพนี้มาจากดินแดนของชนเผ่าบนีซาอัด ซึ่งเป็นสถานที่ที่ท่านศาสดา ﷺ อาศัยอยู่กับคุณฮาลีมะห์ ซาอ์ดียะห์ رضي الله عنها ในหุบเ...
31/10/2025

ภาพนี้มาจากดินแดนของชนเผ่าบนีซาอัด ซึ่งเป็นสถานที่ที่ท่านศาสดา ﷺ อาศัยอยู่กับคุณฮาลีมะห์ ซาอ์ดียะห์ رضي الله عنها ในหุบเขาและทุ่งดินแดนเหล่านั้น

🤍 เมื่อเราอ่านข้อมูลแบบนี้ ใจเราจะสั่นด้วยความศรัทธา น้ำตาแห่งความรักและความคิดถึงจะไหลออกมา เมื่อเราได้ยืนอยู่ ณ สถานที่เหล่านี้ หัวใจจะสั่นไหว ความรู้สึกจะลุกโชน น้ำตาจะไหลเป็นสาย รักและความคิดถึงผู้เป็นที่รัก ﷺ จะเต็มหัวใจ

31/10/2025

✍️ มัสยิดอัล-ฟัตห์ (Masjid Al-Fath)เป็นหนึ่งในสถานที่ทางประวัติศาสตร์สำคัญในนครมะดีนะฮ์ ที่ยังคงเป็นพยานแห่งชีวประวัติอั...
25/10/2025

✍️ มัสยิดอัล-ฟัตห์ (Masjid Al-Fath)
เป็นหนึ่งในสถานที่ทางประวัติศาสตร์สำคัญในนครมะดีนะฮ์ ที่ยังคงเป็นพยานแห่งชีวประวัติอันหอมหวานของท่านนบี ﷺ

มัสยิดอัล-ฟัตห์ตั้งอยู่บนเชิงเขา “ซะละอ์” (جبل سلع) ทางทิศตะวันตกของมัสยิดนะบะวี ซึ่งเป็นสถานที่ที่ท่านรอซูลุลลอฮ์ ﷺ ตั้งเต็นท์ของพระองค์ในวันสงคราม “อัลค็อนดัก” หรือ “อัลอะฮ์ซาบ” (สงครามคูเมือง)

ใกล้กับมัสยิดแห่งนี้ยังมีสุสานของบรรดาชะฮีดแห่งสงครามคูเมือง และมัสยิดนี้ถูกเรียกว่า “มัสยิดอัล-ฟัตห์” เพราะชัยชนะที่พระองค์และบรรดามุสลิมได้รับหลังจากสงครามครั้งนั้น

อีกชื่อหนึ่งของมัสยิดนี้คือ “มัสยิดอัลอะฮ์ซาบ” เนื่องจากท่านนบี ﷺ เคยวิงวอน (ดุอาอ์) ต่ออัลลอฮ์เพื่อให้ทรงลงโทษต่อบรรดากลุ่มพันธมิตร (อะฮ์ซาบ) ณ ที่แห่งนี้

นอกจากนี้ยังเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “มัสยิดอัลอะอ์ลา” (المسجد الأعلى) เนื่องจากตั้งอยู่ในจุดที่สูงกว่ามัสยิดอื่นๆ รอบข้าง

มัสยิดแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นใหม่โดย อุมัร บิน อับดุลอะซีซ (ร่อหิมะฮุลลอฮ์) ในสมัยที่ท่านดำรงตำแหน่งผู้ว่าการนครมะดีนะฮ์ในยุคอุมัยยะฮ์

ตลอดประวัติศาสตร์ มัสยิดอัล-ฟัตห์ได้รับการบูรณะและซ่อมแซมหลายครั้ง จนถึงยุคซาอุดีอาระเบีย ที่ให้ความสำคัญต่อการดูแล ปรับปรุง และต่อเติมมัสยิด เพื่อให้ใช้ในการละหมาดและกิจกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรมต่างๆ รวมทั้งเพื่อ เชิดชูคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ที่เกี่ยวข้องกับชีวประวัติของท่านนบี ﷺ

สถานที่แห่งนี้เคยเป็นที่พักผ่อนของท่านรอซูลุลลอฮ์ ﷺ และเป็นจุดที่พระองค์ทรงดูแลการขุดคูเมืองก่อนการต่อสู้ในสงครามอัลอะฮ์ซาบ

📜 แหล่งข้อมูล: @ معالم المدينة النبوية (สถานที่สำคัญแห่งนครมะดีนะฮ์)

สถานที่ฝังศพของท่านหญิงอุมมุลมุอ์มินีน มัยมูนะฮ์ บินต์ อัลฮาริษ (ร่อฎิยัลลอฮุอันฮา) — นางคือภรรยาคนสุดท้ายของท่านนบี ﷺ แ...
24/10/2025

สถานที่ฝังศพของท่านหญิงอุมมุลมุอ์มินีน มัยมูนะฮ์ บินต์ อัลฮาริษ (ร่อฎิยัลลอฮุอันฮา) — นางคือภรรยาคนสุดท้ายของท่านนบี ﷺ และก่อนสิ้นชีวิต นางได้สั่งเสียให้ฝังไว้ในสถานที่เดียวกับที่ท่านนบี ﷺ ได้สมรสกับนาง ซึ่งอยู่ต้นทางระหว่างนครมักกะฮ์และมะดีนะฮ์ ในเขต “ซะร็อฟ” (سرف) บริเวณ “หัยย์ อันนูรานียะฮ์” ใกล้เมืองมักกะฮ์

มีรายงานว่าพระนางเป็นผู้ที่เป็นสาเหตุให้มีโองการนี้ถูกประทานลงมา:

> "และสตรีผู้ศรัทธาคนใดที่ถวายตัวเองแก่ศาสนทูต หากศาสนทูตประสงค์จะสมรสกับนาง"
(ซูเราะฮ์ อัลอะฮ์ซาบ อายะฮ์ 50)

ท่านหญิงมัยมูนะฮ์ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮา ถึงแก่อสัญกรรมในปี ฮ.ศ. 51 (ตรงกับ ค.ศ. 671)

นางเป็นป้าของท่านอับดุลลอฮ์ อิบนุ อับบาส (ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุมา) และท่านอิบนุ อับบาสเองก็เป็นผู้ที่ลงไปในหลุมศพและช่วยในการฝังร่างของนาง ซึ่งสุสานของนางอยู่ริมเชิงเขา

ธรรมเนียมของบรรดาศอหาบะฮ์ (ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุม) ในยุคนั้น คือพวกเขามักฝังศพบนภูเขา เพื่อให้หลีกเลี่ยงจากทางน้ำไหลและกระแสน้ำหลากในหุบเขา

มัสยิดอัชชัยค็อยน์ (Masjid Ash-Sheikhain) — คำว่า “ชัยค็อยน์” เป็นรูปพหูพจน์ของคำว่า “ชัยคฺ” (شيخ) หมายถึงผู้อาวุโสสองคน...
23/10/2025

มัสยิดอัชชัยค็อยน์ (Masjid Ash-Sheikhain) — คำว่า “ชัยค็อยน์” เป็นรูปพหูพจน์ของคำว่า “ชัยคฺ” (شيخ) หมายถึงผู้อาวุโสสองคน ซึ่งเป็นชื่อของยิวบางกลุ่มที่เคยอาศัยอยู่บริเวณนั้น

บริเวณนี้เคยเป็นที่ตั้งค่ายพักของท่านรอซูลุลลอฮฺ ﷺ ในคืนก่อนที่พระองค์จะออกไปต่อสู้กับบรรดามุชริกีน (พวกตั้งภาคี) ในสงครามอุฮุด และ ณ ที่แห่งนี้เอง ท่านนบี ﷺ ได้ตรวจทหาร คัดเลือกคนที่เหมาะสมให้ออกไปรบ และให้กลับบ้านแก่ผู้ที่ไม่เหมาะสม

อบูสะอีด อัลคุดรี (ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ) กล่าวว่า: “ข้าพเจ้าเป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกส่งกลับจากที่มัสยิดอัชชัยค็อยน์ในวันสงครามอุฮุด”

มัสยิดแห่งนี้เป็นหนึ่งในมัสยิดที่ท่านนบี ﷺ เคยละหมาด ท่านได้ละหมาดอัศร์ มัฆริบ และอิชาอ์ในบริเวณนี้ และสถานที่นี้ยังถูกเรียกว่า “อัล-บะดาอิอ์” (البدائع) ตามรายงานจากท่านหญิงอุมมุซะละมะฮฺ (ร่อฎิยัลลอฮุอันฮา) ที่กล่าวว่า:
“ฉันได้มาหาท่านรอซูลุลลอฮฺ ﷺ ที่มัสยิดอัล-บะดาอิอ์ พร้อมกับเนื้อย่าง ท่านก็รับประทาน แล้วพักค้างคืนจนรุ่งเช้า ก่อนจะออกเดินทางไปยังอุฮุด”

และที่บริเวณ “อัชชัยค็อยน์” นี่เอง ท่านนบี ﷺ ได้ปฏิเสธกองกำลังชาวยิวที่อับดุลลอฮฺ บิน อุบัยย์ (ผู้นำพวกมุนาฟิก) นำมาร่วมรบ โดยกล่าวว่า:
“เราไม่ขอความช่วยเหลือจากผู้ตั้งภาคีเพื่อต่อสู้กับผู้ตั้งภาคี”

ณ ที่แห่งนี้เช่นกัน อับดุลลอฮฺ บิน อุบัยย์ ได้พาผู้ที่เชื่อฟังเขากลับ (ประมาณหนึ่งในสามของกองทัพมุสลิม) โดยอ้างเหตุผลว่า ท่านนบี ﷺ ไม่ได้ทำตามความเห็นของเขาในการปรึกษาว่าควรจะอยู่รับศึกในเมือง แต่กลับทำตามความเห็นของผู้อื่นที่เสนอให้ออกไปสู้ข้างนอก

มัสยิดนี้ยังถูกเรียกว่า “มัสยิดอัดดิรอ์อ์” (Masjid Ad-Dir‘) เพราะมีผู้กล่าวว่า ท่านนบี ﷺ ได้สวมเกราะสองชั้นก่อนออกศึก โดยสวมชั้นหนึ่งที่บ้าน และอีกชั้นหนึ่ง ณ ที่อัชชัยค็อยน์ ก่อนเคลื่อนทัพไปยังสนามรบอุฮุด.

✡️คนไทยมักจะไม่เรียกชาวยิว จะเรียกว่าชาวอิสราเอล ชาวยิวมักจะเรียกตนเองว่ามาจากเมืองต่างๆ เทอาวีฟ เยรูซาเล็ม จะขนานนามคนไ...
06/11/2023

✡️คนไทยมักจะไม่เรียกชาวยิว จะเรียกว่าชาวอิสราเอล ชาวยิวมักจะเรียกตนเองว่ามาจากเมืองต่างๆ เทอาวีฟ เยรูซาเล็ม จะขนานนามคนไทยว่า มายเฟรนด์ บางคนไม่ค่อยชอบให้ทักทายภาษาฮิบรู

🛗ชาวยิวที่ตั้งรกรากถาวรในประเทศไทยส่วนใหญ่ มากกว่า 1,000 คน อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณถนนข้าวสาร ประชาคมชาวยิวที่มีขนาดเล็กกว่าและมีธรรมศาลายิว อยู่ในจังหวัดภูเก็ต จังหวัดเชียงใหม่ และเกาะสมุย

🕎ในช่วงวันหยุดของชาวยิว จำนวนชาวยิวในบริเวณดังกล่าวจะเพิ่มสูงขึ้นมากเป็นหลายพันคน เนื่องจากมีชาวยิวเดินทางเข้ามาในช่วงวันหยุด ซึ่งส่วนใหญ่มาจากอิสราเอลและสหรัฐ ตามการขอจัดตั้งธรรมศาลายิวสองแห่งขึ้นในกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ พ.ศ. 2536 ในปีเดียวกับที่สมาคมชาวยิวแห่งประเทศไทยได้รับการก่อตั้งขึ้น และเป็นสมาชิกชาบัด

🔯ยิวเคร่งศาสนา วันสะบาโต วันฮานุคคาห์ แล้วนอกจากจะห้ามกินหมูแล้ว ยังมีพวกอูฐ ปลาดุก นกแร้ง นกอื่น ๆ พวกแมลง นกเค้าแมว ค้างคาว กระจงผา ฯลฯ นี่ห้ามกินเลยครับ มีเยอะมากๆ ที่ยิวห้ามกิน เพราะถือเป็นสัตว์ที่มีมลทิน สกปรกตามบันทึกในพระคัมภีร์โตราห์

🪬จากการสังเกตและสอบถามชาวยิวได้มาเที่ยวในไทย มักจะไม่ค่อยชอบกับสถานที่ที่มีชาวอาหรับ จะไปตั้งฐานบ้านเรือนอันถาวร มีกิจการประกอบการ ตั้งแต่ธุรกิจทัวร์จนถึงร้านอาหาร แล้วคนไทยก็จะบ่นว่าเศรษฐกิจไม่ดีบ้าง แต่จริงๆแล้ว ต่างชาติน่าคุ้มเองมากกว่า

🏛️เกาะใหญ่ๆฝั่งอ่าวไทย บางโซนเหมือนไม่ได้อยู่ที่ไทยเพราะชื่อร้าน ป้ายร้าน ป้ายรถแห่ จะเป็นภาษาฮิบรูเหมือนรัฐหนึ่งของเขา บางตัวจะทำตัวกร่างทำเป็นมาเฟีย แต่คนไทยก็ยังเป็นแลนด์ออฟสไมล์..

🕌มัสยิด Omar bin Al-Khattab ในอัลเญาฟ..   เป็นมัสยิดทางโบราณคดีที่เก่าแก่และสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งทางตอนเหนือของคาบสมุทรอา...
17/10/2023

🕌มัสยิด Omar bin Al-Khattab ในอัลเญาฟ..

เป็นมัสยิดทางโบราณคดีที่เก่าแก่และสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งทางตอนเหนือของคาบสมุทรอาหรับ ถือเป็นอนุสรณ์สถานที่สำคัญแห่งหนึ่งในภูมิภาคอัล-เญาฟ และในราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียโดยทั่วไป ความสำคัญของมัสยิดคือ สืบย้อนไปถึงการวางแผนเนื่องจากเป็นการแสดงถึงความต่อเนื่องของรูปแบบการวางแผนของมัสยิดแห่งแรกๆ ชวนให้นึกถึง การวางแผนมัสยิดของศาสนทูตขอพระเจ้าอวยพรเขาและประทานความสงบสุขแก่เขาในเมืองในระยะเริ่มแรกดังที่ ความสำคัญของมัสยิดแห่งนี้เน้นตรงที่มัสยิดแห่งนี้เป็นมัสยิดทางโบราณคดีที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งซึ่งมีรูปแบบไม่เปลี่ยนแปลง มัสยิดแห่งนี้เป็นของคอลีฟะห์ โอมาร์ บิน อัลค็อทตับ ขอพระเจ้าพอพระทัยท่านด้วย ว่ากันว่า เขาสร้างมันขึ้นในปี ฮ.ศ. 16 ขณะที่เขากำลังมุ่งหน้าไปยังกรุงเยรูซาเล็มเพื่อรับกุญแจสู่กรุงเยรูซาเล็ม มัสยิดโอมาร์ บิน อัลค็อตฏอบ ตั้งอยู่ที่ ใจกลางเมืองเก่า Dumat al-Jandal ติดกับย่าน Daraa จากทางใต้ซึ่งเป็นของภูมิภาค Al-Jawf ทางตอนเหนือของราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย สุเหร่าอันโด่งดังของมัสยิดตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ มุมและเบี่ยงเบนไปจากระดับกำแพง Qibla หอคอยสุเหร่าสร้างด้วยหิน ฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยม ด้านข้างยาว 3 เมตร และแคบเข้าด้านในเมื่อยกขึ้นจนจุดนั้นเป็นรูปครึ่งกรวยและสูง 12.7 เมตร หอคอยสุเหร่ามีหน้าต่างแต่ละชั้น มัสยิด เพิ่งได้รับการบูรณะเมื่อเร็วๆ นี้

รูปภาพเหล่านี้บันทึกหมู่บ้านเล็กๆ ของชาวปาเลสไตน์ชื่อ “นัจด์” ประชากรมีไม่เกิน 350 คน และนายกเทศมนตรีคือ ฮัจญ์ มูฮัมหมัด...
16/10/2023

รูปภาพเหล่านี้บันทึกหมู่บ้านเล็กๆ ของชาวปาเลสไตน์ชื่อ “นัจด์” ประชากรมีไม่เกิน 350 คน และนายกเทศมนตรีคือ ฮัจญ์ มูฮัมหมัด อาห์หมัด มาห์มูด จัสเซอร์ ผู้คนในหมู่บ้านเป็นคนเรียบง่ายที่ดำรงชีวิตด้วยการทำฟาร์มและเลี้ยงปศุสัตว์ ไม่มีโรงเรียน ดังนั้นนักเรียนจึงเดินไปที่หมู่บ้าน Semsem เพื่อเรียนรู้ในโรงเรียน เพื่อนบ้านของพวกเขา: หมู่บ้าน Najd ถูกทิ้งร้างเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2491 เพื่อให้กลายเป็นทุ่งนาสำหรับการตั้งถิ่นฐานที่จะสร้างขึ้นบนซากปรักหักพังซึ่งก็คือ "Sderot ” ซึ่งคุณได้ยินบ่อยมากเกี่ยวกับวันนี้

อ้างโดยนักวิจัย ฟาดี อัสลา

ที่อยู่

84รามคำแหง 60 แขวงพลับพลา วังทองหลาง กรุงเทพมหานคร
Bangkok
10310

เบอร์โทรศัพท์

+66988989071

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Mosque reviewผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Mosque review:

แชร์