PeopleVoiceTV PeopleVoice TV : ทีวีเสียงประชน
VALUE ADDED OF THAILAND

สหรัฐฯระอุ! ม็อบ “No Kings” นับล้านชุมนุมทั่วประเทศ ต้าน โดนัลด์ ทรัมป์ ก่อนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐอเมริกา — เมื่อวันที่ ...
29/03/2026

สหรัฐฯระอุ! ม็อบ “No Kings” นับล้านชุมนุมทั่วประเทศ ต้าน โดนัลด์ ทรัมป์ ก่อนเลือกตั้งกลางเทอม

สหรัฐอเมริกา — เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2569 ผู้ชุมนุมนับล้านคนออกมารวมตัวทั่ว สหรัฐอเมริกา ในการประท้วง “No Kings” ครั้งที่ 3 ครอบคลุมทั้ง 50 รัฐ เพื่อต่อต้านนโยบายของ โดนัลด์ ทรัมป์ โดยเฉพาะประเด็นผู้อพยพ ความมั่นคง และการทหาร

การชุมนุมเกิดขึ้นกว่า 3,200 จุด หลายเมืองใหญ่เข้าร่วม เช่น นิวยอร์ก และ วอชิงตัน ดี.ซี. พร้อมแรงสนับสนุนจาก เบอร์นี แซนเดอร์ส และ บรูซ สปริงสทีน

แม้ส่วนใหญ่เป็นไปโดยสงบ แต่มีเหตุปะทะบางพื้นที่ ขณะที่สถานการณ์เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม และคะแนนนิยมของทรัมป์ที่ลดลงต่อเนื่อง

“อนุทิน” ลงพื้นที่นครพนม นั่งสามล้อคาร์พูล ชูแนวคิดลดพลังงานภาคเดินทางนครพนม – วันที่ 29 มีนาคม 2569 เวลา 13.30 น. นายอน...
29/03/2026

“อนุทิน” ลงพื้นที่นครพนม นั่งสามล้อคาร์พูล ชูแนวคิดลดพลังงานภาคเดินทาง

นครพนม – วันที่ 29 มีนาคม 2569 เวลา 13.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดนครพนม เข้าร่วมงาน “มหกรรมเผยแพร่อัตลักษณ์เมืองนครพนม ครั้งที่ 1” หรือ “DNA นครพนม” ที่ลานพญาศรีสัตตนาคราช อำเภอเมืองนครพนม โดยระหว่างการลงพื้นที่ได้ใช้รถสามล้อเครื่องแบบคาร์พูลภายในเขตเทศบาลเมือง เพื่อสาธิตแนวทางลดการใช้พลังงานในภาคการเดินทาง

การใช้คาร์พูลครั้งนี้ถูกนำเสนอเป็นตัวอย่างการลดจำนวนยานพาหนะบนท้องถนนและลดการใช้น้ำมัน ท่ามกลางสถานการณ์ราคาพลังงานที่ยังมีความผันผวน ขณะที่แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับการส่งเสริมการปรับพฤติกรรมการใช้พลังงานของประชาชนซึ่งเป็นมาตรการที่ทำได้ทันทีโดยไม่ต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติม

ภายในงานมีการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่นและผลิตภัณฑ์ชุมชน โดยเชื่อมโยงกับแนวคิดการท่องเที่ยวยั่งยืนและการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามผลักดันรูปแบบการท่องเที่ยวที่ลดผลกระทบด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว.

นายกฯ ขับรถลงพื้นที่สุ่มตรวจปั๊มน้ำมันนครพนม ย้ำประหยัดพลังงานรับสงกรานต์นครพนม — อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที...
29/03/2026

นายกฯ ขับรถลงพื้นที่สุ่มตรวจปั๊มน้ำมันนครพนม ย้ำประหยัดพลังงานรับสงกรานต์

นครพนม — อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดนครพนมด้วยตนเอง โดยเช่ารถยนต์ขับเพื่อตรวจติดตามสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงแบบไม่แจ้งล่วงหน้า ที่สถานีบริการน้ำมันในอำเภอธาตุพนม เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2569 เวลา 11.49 น.

การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อตรวจสอบความเพียงพอของน้ำมันในช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ และติดตามการให้บริการของสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่ โดยข้อมูลล่าสุดพบว่าสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย น้ำมันดีเซลมีเพียงพอและกระจายครอบคลุมทุกอำเภอ ขณะที่น้ำมันประเภทอื่นสามารถให้บริการได้ตามปกติ ไม่มีการต่อคิวยาวเหมือนที่ผ่านมา

นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานในพื้นที่เร่งประชาสัมพันธ์การประหยัดพลังงาน และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้มีปริมาณน้ำมันรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาล

ทั้งนี้ การลงพื้นที่ดังกล่าวมีผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย อาทิ ปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน และผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนร่วมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดด้วย

จีนดัน “LMC 2.0” เปิดทศวรรษทองลุ่มน้ำโขง–ล้านช้าง ครบรอบ 10 ปีความร่วมมือกรุงเทพฯ, 24 มี.ค. 69 — นายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอั...
24/03/2026

จีนดัน “LMC 2.0” เปิดทศวรรษทองลุ่มน้ำโขง–ล้านช้าง ครบรอบ 10 ปีความร่วมมือ

กรุงเทพฯ, 24 มี.ค. 69 — นายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เผยแพร่บทความเนื่องในวาระครบรอบ 10 ปีของการประชุมผู้นำความร่วมมือแม่โขง–ล้านช้าง (LMC: Lancang-Mekong Cooperation) ครั้งแรก โดยเสนอแนวคิดยกระดับสู่ “กรอบความร่วมมือล้านช้าง–แม่โขง 2.0” เพื่อขับเคลื่อนภูมิภาคสู่ “ทศวรรษทอง” แห่งใหม่ ท่ามกลางความท้าทายของโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

บทความระบุว่า ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา กรอบความร่วมมือล้านช้าง–แม่โขง ได้พัฒนาเป็นกลไกความร่วมมือระดับภูมิภาคที่มีพลวัตสูง โดยยึดหลัก “ความเสมอภาค ความจริงใจ และความเป็นครอบครัวเดียวกัน” พร้อมขับเคลื่อนความร่วมมือใน 3 เสาหลัก และ 5 สาขาสำคัญ จนเกิด “ความเร็วแบบล้านช้าง–แม่โขง” ที่มีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง

ในด้านผลลัพธ์เชิงรูปธรรม จีนและ 5 ประเทศลุ่มน้ำมีมูลค่าการค้าเพิ่มขึ้นถึง 125% ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ขณะที่ความร่วมมือด้านความมั่นคงมีความคืบหน้า โดยเฉพาะการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ เช่น การพนันออนไลน์และการหลอกลวงทางโทรคมนาคม ภายใต้ปฏิบัติการร่วม “ล้านช้าง–แม่โขงปลอดภัย” นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเครือข่ายดิจิทัล รวมถึงโครงการ “Small but Beautiful” กว่าพันโครงการในด้านน้ำ เกษตร สาธารณสุข และการลดความยากจน

เอกอัครราชทูตจีนย้ำว่า แนวคิด “LMC 2.0” ซึ่งได้รับการผลักดันในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศครั้งที่ 10 ณ เมืองอันหนิง มณฑลยูนนาน โดย หวัง อี้ มุ่งเน้น 4 หลักสำคัญ ได้แก่ ความเป็นหนึ่งเดียว การเปิดกว้างเพื่อผลประโยชน์ร่วม นวัตกรรมสีเขียว และสันติภาพ พร้อมเสนอให้เร่งพัฒนากลไกความร่วมมือ การจัดตั้งสำนักเลขาธิการ และการเชื่อมโยงเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค ทั้งด้านคมนาคม อุตสาหกรรม และพลังงาน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทาน

ขณะเดียวกัน ยังเน้นย้ำความจำเป็นของการบริหารจัดการร่วมในประเด็นสำคัญ เช่น ทรัพยากรน้ำ สิ่งแวดล้อม และความมั่นคง โดยสนับสนุนการเสริมบทบาทของศูนย์ความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายล้านช้าง–แม่โขง (LMLECC) เพื่อรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่

ในมิติความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ บทความชี้ว่า ภูมิภาคลุ่มน้ำโขงควรเป็นต้นแบบของความร่วมมือแบบพหุภาคี ภายใต้แนวคิด “มีชะตากรรมร่วมกัน” และข้อริเริ่มสำคัญของจีน เช่น “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” เพื่อสร้างความมั่นคงและการพัฒนาร่วมกัน

สำหรับความสัมพันธ์ไทย–จีน ประเทศไทย และ สาธารณรัฐประชาชนจีน ยังคงเป็น “พี่น้องกัน” ที่มีความร่วมมือแน่นแฟ้น โดยปีนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของ “50 ปีทอง” ถัดไป ซึ่งจีนพร้อมสนับสนุนไทยในฐานะเจ้าภาพการประชุมผู้นำ LMC ครั้งที่ 5 และผลักดันการเชื่อมโยงยุทธศาสตร์การพัฒนาระหว่างกัน

ทั้งนี้ เอกอัครราชทูตจีนยืนยันว่า ความร่วมมือในกรอบล้านช้าง–แม่โขงจะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างเสถียรภาพและความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาค ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลกในปัจจุบัน.

UNIDO ดันอุตสาหกรรมปูนไทยสู่ Net Zero เร่งลดคาร์บอนทั้งระบบกรุงเทพฯ 19 มีนาคม 2569 — องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชา...
23/03/2026

UNIDO ดันอุตสาหกรรมปูนไทยสู่ Net Zero เร่งลดคาร์บอนทั้งระบบ

กรุงเทพฯ 19 มีนาคม 2569 — องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคอุตสาหกรรม จัดเวทีสรุปผลโครงการ “Decarbonization of the Cement and Concrete Sectors in Thailand” ณ Pullman Bangkok King Power หลังดำเนินงานต่อเนื่อง 2 ปี เพื่อผลักดันมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ของไทย สู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2593

ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า “การสัมมนาครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนผลสำเร็จของโครงการที่ผ่านมา แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการนำองค์ความรู้ไปพัฒนา ต่อยอด และขยายผลให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม”

นางสาวอารยา ไสลเพชร รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ระบุว่า ภาคอุตสาหกรรมเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zero และจำเป็นต้องยกระดับมาตรการลดก๊าซเรือนกระจก ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ โดยโครงการนี้มีส่วนช่วยทดสอบและประเมินความเป็นไปได้ของนวัตกรรมในภาคปูนซีเมนต์และคอนกรีต

ขณะที่ ปิง กิดนิกร เอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทย กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างไทยและแคนาดาในโครงการนี้ครอบคลุมทั้งด้านนโยบาย การวิจัย และการพัฒนาศักยภาพบุคลากร พร้อมชื่นชมความมุ่งมั่นของไทยในการดำเนินการตามความตกลงปารีส

ด้าน ดร.ชนะ ภูมี นายกกิตติมศักดิ์สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย ระบุว่า “การลดคาร์บอนไม่เพียงเป็นความท้าทายเร่งด่วน แต่ยังเป็นโอกาสเชิงกลยุทธ์ในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในระยะยาว”

ทั้งนี้ โครงการได้พัฒนาแนวทางสำคัญ เช่น การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อกระตุ้นตลาดวัสดุก่อสร้างคาร์บอนต่ำ การจัดทำแผนปฏิบัติการรองรับเป้าหมาย Nationally Determined Contribution (NDC) ของประเทศไทย และ Roadmap การลดคาร์บอนของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์

พร้อมกันนี้ ยังมีการสาธิตเทคโนโลยี 8 โครงการ อาทิ การใช้ขยะชุมชนและกากตะกอนเป็นเชื้อเพลิงทดแทนในกระบวนการผลิต (co-processing) และการใช้หน่วยดักจับคาร์บอนแบบเคลื่อนที่ (Mobile Carbon Capture Unit) สำหรับดักจับคาร์บอนจากปล่องโรงงาน ซึ่งสามารถขยายผลสู่การใช้งานจริงในระดับอุตสาหกรรม

อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนการลดคาร์บอนในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ยังต้องเผชิญข้อจำกัดด้านต้นทุนเทคโนโลยีและความพร้อมของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะในกลุ่ม SMEs ซึ่งยังต้องอาศัยการสนับสนุนด้านเงินทุนและนโยบายเพิ่มเติม

ขณะที่ องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ ระบุว่า แม้โครงการจะสิ้นสุดลง แต่ความรู้และความร่วมมือที่เกิดขึ้นจะถูกนำไปต่อยอด เพื่อขยายผลการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรมของไทยอย่างต่อเนื่อง และเสริมสร้างความร่วมมือในระดับภูมิภาคต่อไป

สำหรับอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ของไทย มีสัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณร้อยละ 39 ของภาคอุตสาหกรรมทั้งหมด ขณะที่ในระดับโลก อุตสาหกรรมนี้ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ราวร้อยละ 7–8 ของการปล่อยทั้งหมด และคอนกรีตเป็นวัสดุก่อสร้างที่มีการใช้งานมากที่สุดในโลก รองจากน้ำ ซึ่งสะท้อนถึงความท้าทายของประเทศไทยในการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในระยะยาว.

อนุฯ พาณิชย์ฯ วุฒิฯ ลงพื้นที่จันทบุรี เร่งยกระดับทุเรียนไทยสู้ตลาดจีน แนะรัฐแก้โลจิสติกส์-คุมมาตรฐานต้นน้ำจันทบุรี, 22 ม...
23/03/2026

อนุฯ พาณิชย์ฯ วุฒิฯ ลงพื้นที่จันทบุรี เร่งยกระดับทุเรียนไทยสู้ตลาดจีน แนะรัฐแก้โลจิสติกส์-คุมมาตรฐานต้นน้ำ

จันทบุรี, 22 มี.ค. 69 – คณะอนุกรรมาธิการพาณิชย์และเศรษฐกิจดิจิทัล ในคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม วุฒิสภา ลงพื้นที่ศึกษาดูงานการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์การส่งออกทุเรียนและมังคุด ปี 2569 เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของผลไม้ไทยในตลาดโลก

คณะฯ ดังกล่าว นำโดย นายเอกชัย เรืองรัตน์ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการ เข้าศึกษาดูงานที่ Tree House Durian Café โดยมีนายชูเกียรติ อุเทน ให้การต้อนรับ พร้อมนำเสนอการเพิ่มมูลค่าทุเรียนผ่านเมนูแปรรูป อาทิ บิงซูทุเรียน เค้กทุเรียน และกาแฟทุเรียน โดยใช้เนื้อทุเรียนสดจากสวนคุณภาพ ไม่ใช้สารแต่งกลิ่น ช่วยต่อยอดการขายได้ตลอดทั้งปี ลดข้อจำกัดด้านฤดูกาล

ต่อมา เวลา 10.00 น. คณะฯ เข้าร่วมการประชุม “แบรนด์ทุเรียนเอเชียสู่จีน 2026” ซึ่งจัดโดยเครือข่ายอุตสาหกรรมทุเรียน และสมาคมทุเรียนไทย เพื่อวิเคราะห์ทิศทางตลาดจีน พบว่าความต้องการบริโภคทุเรียนยังขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเมืองรอง ขณะที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับมาตรฐาน ความปลอดภัย และความสม่ำเสมอของรสชาติเป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม ไทยยังเผชิญการแข่งขันจากเวียดนามและมาเลเซีย ขณะที่โอกาสในตลาดจีนยังเปิดกว้าง เนื่องจากมีผู้บริโภคเพียงร้อยละ 10–20 เท่านั้นที่เข้าถึงทุเรียน ทำให้จำเป็นต้องเร่งสร้างแบรนด์และรักษาคุณภาพสินค้าให้โดดเด่น

ช่วงบ่าย เวลา 13.30 น. คณะฯ ลงพื้นที่สวนทุเรียนลุงเล็ก และแผงเจริญนานฟรุต เพื่อหารือแนวทางพัฒนาห่วงโซ่อุปทานผลไม้แบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยเน้นการยกระดับมาตรฐานการผลิตและการส่งออกโดยตรงสู่ต่างประเทศ ลดการพึ่งพาพ่อค้าคนกลาง

จากการลงพื้นที่ เกษตรกรสะท้อนปัญหาสำคัญ ได้แก่ การบริหารจัดการโลจิสติกส์เพื่อรักษาคุณภาพผลไม้ การลดระยะเวลาการตรวจสอบและขนส่ง รวมถึงเสนอให้ตรวจสารตกค้าง เช่น สาร BY2 และแคดเมียม ตั้งแต่ระดับสวน แทนการตรวจที่ด่านส่งออก โดยใช้มาตรฐาน GAP และ GMP เป็นฐาน

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะรวบรวมข้อมูลและข้อเสนอแนะจากการลงพื้นที่ เพื่อนำไปจัดทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายเสนอต่อรัฐบาล เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน พร้อมผลักดันทุเรียนไทยสู่ตลาดโลกในระยะยาว.

วุฒิสภาเห็นชอบส่งข้อเสนอรับมือวิกฤตตะวันออกกลางถึง ครม.กรุงเทพฯ, 23 มี.ค. 69 – ที่ประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประ...
23/03/2026

วุฒิสภาเห็นชอบส่งข้อเสนอรับมือวิกฤตตะวันออกกลางถึง ครม.

กรุงเทพฯ, 23 มี.ค. 69 – ที่ประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) มีมติพิจารณาวาระสำคัญหลายประเด็น โดยเฉพาะญัตติด่วนเกี่ยวกับสถานการณ์ระหว่างประเทศ พร้อมทั้งรับทราบและเห็นชอบรายงานจากคณะกรรมาธิการหลายด้าน

ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม สมาชิกวุฒิสภาได้ร่วมพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและถวายความอาลัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ในวาระ “เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม” ที่ประชุมรับทราบการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี การขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) รายงานกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงรายงานการเงินประจำปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2566

สำหรับวาระสำคัญ ที่ประชุมได้พิจารณาญัตติด่วน เรื่อง “ผลกระทบต่อประเทศไทยจากกรณีการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง” ซึ่งเสนอโดย นางสาวรัชนีกร ทองทิพย์ โดยมีมติเห็นชอบให้รวบรวมข้อสังเกตและข้อเสนอแนะจากสมาชิกวุฒิสภา ส่งต่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการ

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบรายงานของคณะกรรมาธิการ อาทิ ด้านการทหารเกี่ยวกับขีดความสามารถอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ด้านการพัฒนาการเมืองเกี่ยวกับผลกระทบกรณีส่งตัวชาวอุยกูร์ และการศึกษากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ส่วนญัตติที่อยู่ระหว่างการพิจารณา ที่ประชุมมีมติเลื่อนการพิจารณาออกไป รวม 4 เรื่อง ได้แก่ ปัญหาสังคมและค่าครองชีพ ปัญหาภัยพิบัติ แนวทางความมั่นคงชายแดนแบบบูรณาการ และการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

ชาวลุ่มน้ำเหนือยื่นข้อเสนอแก้ปัญหาสารปนเปื้อนข้ามพรมแดน เนื่องในวันน้ำโลกเชียงราย, 22 มีนาคม 2569 – สมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิ...
23/03/2026

ชาวลุ่มน้ำเหนือยื่นข้อเสนอแก้ปัญหาสารปนเปื้อนข้ามพรมแดน เนื่องในวันน้ำโลก

เชียงราย, 22 มีนาคม 2569 – สมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต ร่วมกับชุมชนบ้านใหม่และบ้านฝั่งหมิ่น จัดกิจกรรม “มหกรรมประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง สาละวิน” เนื่องในวันน้ำโลก ที่วัดฝั่งหมิ่นและสวนสาธารณะริมน้ำกก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เพื่อสะท้อนปัญหาการปนเปื้อนสารพิษในแม่น้ำข้ามพรมแดนจากกิจกรรมเหมืองแร่ในประเทศเพื่อนบ้านที่ยืดเยื้อมานานกว่า 2 ปี และส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ใช้น้ำกว่า 70,000 ครัวเรือน พร้อมยื่นข้อเสนอเชิงนโยบายต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาที่เข้าร่วมงาน

ในการนี้ นางสาวมณีรัฐ เขมะวงศ์ สมาชิกวุฒิสภา ได้เข้าร่วมรับฟังและรับข้อเสนอจากภาคประชาชน โดยเสนอแนวทางผลักดันให้ประเด็นดังกล่าวเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ พร้อมระบุว่า แม่น้ำยังคงไหลผ่านพื้นที่เดิม แต่ความเชื่อมั่นของประชาชนเปลี่ยนแปลงไปจากความเสี่ยงของสารพิษที่กระทบต่อการดำรงชีวิต ทั้งด้านน้ำ อาหาร และสุขภาพ

นางสาวมณีรัฐกล่าวว่า การแก้ไขปัญหาจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเชื่อมโยงใน 3 ระดับ ได้แก่ ระดับระหว่างประเทศที่ต้องสร้างความร่วมมือกับประเทศต้นน้ำในการตรวจสอบและกำหนดมาตรฐานสิ่งแวดล้อมร่วมกัน ระดับประเทศที่ต้องยกระดับระบบเฝ้าระวังคุณภาพน้ำ เปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส และพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของวัตถุดิบหรือแร่ (Traceability) และระดับพื้นที่ที่ต้องส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบ ฟื้นฟู และเยียวยาผลกระทบ

ขณะเดียวกัน ตัวแทนภาคประชาชนได้ยื่นข้อเสนอรวม 12 ประเด็น โดยเน้นการเปิดเผยข้อมูลการนำเข้าแร่จากเมียนมา การจัดทำระบบตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของมลพิษ การจัดทำแผนที่ความเสี่ยงในพื้นที่ลุ่มน้ำ และการตรวจสุขภาพประชาชนกลุ่มเสี่ยงอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อย 5 ปี รวมถึงการจัดตั้งห้องปฏิบัติการตรวจสารโลหะหนักในจังหวัดเชียงราย และการสนับสนุนงบประมาณเพื่อหาแหล่งน้ำดิบทดแทนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ตัวแทนภาคประชาชน กล่าวว่า ปัญหาการปนเปื้อนดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชนในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง และควรได้รับการแก้ไขที่ต้นเหตุอย่างจริงจัง ขณะที่เครือข่ายเยาวชนได้ยื่นข้อเสนอเพิ่มเติม 5 ประเด็น โดยให้ความสำคัญกับการตรวจสอบความปลอดภัยของอาหาร การสื่อสารข้อมูลที่เข้าใจง่าย การผลักดันเนื้อหาเรื่องมลพิษข้ามพรมแดนในหลักสูตรท้องถิ่น และการเปิดโอกาสให้เยาวชนมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจด้านทรัพยากรธรรมชาติ

ทั้งนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นกิจกรรมเสวนา ผู้เข้าร่วมได้ร่วมกันเดินรณรงค์เรียกร้องสิทธิในการเข้าถึงน้ำที่สะอาดและปลอดภัย (Clean and Safe Water) บริเวณริมแม่น้ำกก โดยภาคประชาชนระบุว่าหากภายในปีนี้ยังไม่มีความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหา อาจมีการเคลื่อนไหวเพิ่มเติมในอนาคต

สส.ปชช.ชี้น้ำมันแพง บีบประมงชายฝั่งจอดเรือ เสี่ยงกระทบความมั่นคงอาหารกรุงเทพฯ, 23 มี.ค 69 — นายนฤพล เลิศปัญญาโรจน์ สส. เ...
23/03/2026

สส.ปชช.ชี้น้ำมันแพง บีบประมงชายฝั่งจอดเรือ เสี่ยงกระทบความมั่นคงอาหาร

กรุงเทพฯ, 23 มี.ค 69 — นายนฤพล เลิศปัญญาโรจน์ สส. เขตบางขุนเทียน-บางบอน พรรคประชาชน เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องว่า สถานการณ์ดังกล่าวกำลังส่งกระทบเกษตรกรและชาวประมงอย่างหนัก โดยเฉพาะประมงชายฝั่งที่เริ่มต้องหยุดออกเรือ เนื่องจากไม่สามารถแบกรับต้นทุนเชื้อเพลิงได้

นายนฤพลระบุว่า ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นกระทบทั้งการทำประมง การเพาะปลูก และการขนส่ง ขณะที่รายได้ไม่สอดคล้องกับต้นทุน อีกทั้งยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงน้ำมันในพื้นที่ใช้งานจริง ทำให้เกิดต้นทุนแฝงทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย

โดนสส.พรรคประชาชน เขตบางขุนเทียน ได้เสนอให้รัฐบาลปลดล็อกข้อจำกัด เปิดให้เกษตรกรและชาวประมงสามารถซื้อน้ำมันใส่แกลลอนได้ ผ่านบัตรเกษตรกรและบัตรประมง เพื่อลดภาระและให้การทำงานไม่สะดุด พร้อมเตือนว่าหากไม่มีมาตรการเร่งด่วน อาจกระทบเป็นลูกโซ่ต่อเศรษฐกิจฐานรากและความมั่นคงทางอาหารของประเทศ.

“อนุทิน” รับตำแหน่งนายกฯ คนใหม่ แถลงขอบคุณ ปักหมุดแก้ 4 ปัญหาใหญ่ชาติ—เศรษฐกิจ ชายแดน ภัยธรรมชาติ และภัยสังคม“อนุทิน ชาญ...
07/09/2025

“อนุทิน” รับตำแหน่งนายกฯ คนใหม่ แถลงขอบคุณ ปักหมุดแก้ 4 ปัญหาใหญ่ชาติ—เศรษฐกิจ ชายแดน ภัยธรรมชาติ และภัยสังคม

“อนุทิน ชาญวีรกูล”แถลงขอบคุณประชาชนและทุกฝ่ายที่สนับสนุน หลังรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ย้ำจะทำงานเต็มกำลัง เร่งเดินหน้านโยบาย 4 ด้านหลัก พร้อมประกาศจะไม่หยุดพัก จนกว่าจะปูรากฐานมั่นคงให้ประเทศก้าวต่อไป ยืนยันไม่ได้เป็นหนี้บุญคุณใครในการขึ้นรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้

วันที่ 7 กันยายน 2568 ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงต่อสื่อมวลชนเป็นครั้งแรก ภายหลังรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยกล่าวแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และยืนยันจะทุ่มเททำงานเต็มที่เพื่อพาประเทศก้าวพ้นวิกฤต

นายอนุทิน ขอบคุณประชาชนที่มอบความไว้วางใจ รวมถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะพรรคประชาชนที่โหวตสนับสนุนให้เข้ามาแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า พร้อมทั้งกล่าวยกย่องพรรคร่วมรัฐบาล ได้แก่ พรรคกล้าธรรม พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปไตยใหม่ และสมาชิกสภาหลายฝ่าย ที่มีส่วนผลักดันให้รัฐบาลชุดนี้เกิดขึ้นได้

ทั้งนี้ นายอนุทิน ประกาศนโยบายเร่งด่วน 4 ด้านหลัก คือ

1. เศรษฐกิจ – ลดค่าครองชีพ ค่าพลังงาน การเดินทางและขนส่ง แก้หนี้เกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย เสริมรายได้ให้ผู้ประกอบการและชุมชนฐานราก

2. ความมั่นคงชายแดน – เดินหน้าแก้ปัญหากรณีพิพาทไทย–กัมพูชาอย่างสันติ ยืนยันไม่เสียดินแดนแม้แต่นิ้ว พร้อมชดเชยผู้ได้รับผลกระทบโดยรวดเร็ว

3. ภัยธรรมชาติ – พัฒนาระบบเตือนภัยให้ทันสมัย เร่งเยียวยาผู้ประสบภัย ยืนยันจะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยด้วยตนเอง เพื่อแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง

4. ภัยสังคม – เร่งปราบปรามยาเสพติด ค้ามนุษย์ การพนันออนไลน์ และแก๊งสแกมเมอร์ โดยจับมือประเทศเพื่อนบ้านอย่างจริงจัง

นายกรัฐมนตรีคนใหม่ย้ำว่า ตนไม่ได้มาดำรงตำแหน่งเพราะบุญคุณของใคร นอกจากประชาชนชาวไทย พร้อมทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ยึดมั่นหลักนิติธรรม ไม่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม

นายอนุทินยังยืนยันเจตนารมณ์ตามบันทึกข้อตกลงกับพรรคประชาชน ที่จะจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ภายใน 4 เดือน ผ่านกระบวนการตามกฎหมาย เพื่อคืนอำนาจให้ประชาชนตัดสินใจอนาคตประเทศ

“ผมและคณะรัฐมนตรีจะไม่มีวันหยุด ไม่มีวันพักร้อน จะทำงานเต็มกำลังในช่วงเวลาที่ได้รับโอกาส เพื่อวางรากฐานมั่นคงให้รัฐบาลต่อไปสานต่อ พร้อมสร้างความรักและความสามัคคีในชาติ เพื่อร่วมกันพัฒนาประเทศไทยอันเป็นที่รักของเรา” นายอนุทิน กล่าว

#นายกฯใหม่ #ข่าวการเมือง #รัฐบาลใหม่ #จัดตั้งรัฐบาล #ครมใหม่ #โปรดเกล้า #ภูมิใจไทย #พรรคการเมืองไทย
#แถลงรัฐบาล #นโยบายรัฐบาล #เสียงประชาชน #โปรดเกล้าแต่งตั้ง #คณะรัฐมนตรี #ข่าวด่วน #การเมืองไทย

ที่อยู่

129/2 Vibhavadi Rangsit 18 Alley, Lane5, Chom Phon Chatuchak
Bangkok
10900

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 18:00
อังคาร 08:00 - 18:00
พุธ 08:00 - 18:00
พฤหัสบดี 08:00 - 18:00
ศุกร์ 08:00 - 18:00

เบอร์โทรศัพท์

+66624483838

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ PeopleVoiceTVผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง PeopleVoiceTV:

แชร์