Exo keeper เพจให้ความรู้ และช่องyoutube แนะนำเกี่ยวกับสัตว์Exotics

ย้อนไปเมื่อช่วงเทศกาลสงกรานต์  ที่ผ่านมา  แอดได้เดินทางกลับบ้านภรรยาที่นครสวรรค์  และภรรยาใจดี พาแอดมาลงลำธาร ตามใจ 1 วั...
28/07/2026

ย้อนไปเมื่อช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่ผ่านมา แอดได้เดินทางกลับบ้านภรรยาที่นครสวรรค์ และภรรยาใจดี พาแอดมาลงลำธาร ตามใจ 1 วัน (อย่างว่านะครับ Happy wife Happy life)

โดยสถานที่ๆภรรยาเลือกพาไป เป็นที่ๆแอดไม่เคยไปมาก่อน ถึงขับรถผ่านเห็นป้ายอยู่บ่อยๆก็เถอะ ซึ่งเป็นธารน้ำตกแห่งหนึ่ง ในจัวหวัดอุทัยธานี ด้วยความที่อากาศร้อนมาก ทำให้ให้ได้แต่คิดว่า “ จะมีน้ำไหลให้ไหมนะ!? ”

พอไปถึง จอดรถเสร็จสรรพ เรียบร้อย แอดก็อ้ำๆอึ้งๆ อยู่พอสมควร ว่าจะถือสวิงลงไปดีไหม ไม่มั่นใจว่ามีข้อห้ามอะไรหรือเปล่า จนหันไปเห็นน้องคนนึง ที่รู้สึกคับคล้ายคับคลา เดินถือสวิง และลังโฟมนำลงไปก่อนแล้ว แอดยังหันไปคุยกับภรรยาอยู่เลยว่า “ เนี้ย!! น้องคนนี้เป็นผู้ติดตามในเพจ และรู้จักเราแน่ๆ ” แอดจึงไม่รอช้าคว้าสวิง เดินขนของตามลงไปในทันที แล้วก็เป็นอย่างที่คิด น้องMaster Kan เป็นผู้ติดตามเพจและช่องจริงๆ (แอดประหลาดใจมากๆ5555 เข้าป่าเข้าดงมาไกล ก็ยังมีโอกาสได้เจอผู้ติดตามที่รู้จักเพจเล็กๆเพจนี้)

จากนั้นเราจึงทำความรู้จักกัน และน้องก็เล่าให้แอดฟังว่าสถานที่แห่งนี้นั้น มีอะไรบ้าง เคยเจอปลาชนิดไหน จนสุดท้ายก็เป็นการพากันดำน้ำดูปลา และเปลี่ยนประสบการณ์หรือเทคนิคการชนิดปลาชนิดต่างๆ จนหมดเวลา

สำหรับปลาส่วนใหญ่ที่แอดเจอก็จะเป็น ปลาค้อ และปลาเลียหินเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะ ปลาค้อแม่วงก์(Schistura sp. Mea wong)ที่สามารถพบเจอได้เป็นจำนวนมาก รองลงมาก็คงจะเป็น ปลาเลียหินสุรินทร์บินนาน(Garra surinbinnani) ซึ่งถือว่าเป็น 2 ปลาไฮไลท์ ของสถานที่แห่งนี้เลย

ปล.ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก ที่ได้ร่วมดูและช้อนปลากับผู้ติดตามอีกครั้ง ถึงแม้ในครั้งจะไม่ได้มีการนัดหมายไว้ก่อน ขอบคุณน้องมากๆ

19/07/2026

Hole of Taenioides sp.

Natural Habitat in the Bang Pakong River

บ้านของปลาเขือสกุลนี้ ในที่อยู่อาศัยธรรมชาติ

ก่อนนอนของวันว่างๆ ไม่หยุดที่จะเติมความรู้กันครับ 💪🏻🧠📔🥸🦎📍พิกัดหนังสือ Lizards of thailand(หนังสือข้อมูลตระกูลกิ้งก่า ตุ๊...
30/06/2026

ก่อนนอนของวันว่างๆ ไม่หยุดที่จะเติมความรู้กันครับ 💪🏻🧠📔🥸🦎

📍พิกัดหนังสือ Lizards of thailand
(หนังสือข้อมูลตระกูลกิ้งก่า ตุ๊กแก จิ้งจกในประเทศไทย) เพจมูลนิธิกระต่ายในดวงจันทร์

ไดโนเสาร์ ทั้ง 14 ชนิดของประเทศไทย
14/05/2026

ไดโนเสาร์ ทั้ง 14 ชนิดของประเทศไทย

อัพแพทช์ใหม่ “14 ไดโนเสาร์ไทย” 🦕🦖

นับตั้งแต่การค้นพบกระดูกไดโนเสาร์ชิ้นแรก เมื่อปี พ.ศ. 2519 ณ ห้วยประตูตีหมา อุทยานแห่งชาติภูเวียง จังหวัดขอนแก่น ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสำรวจศึกษาวิจัยไดโนเสาร์ในประเทศไทย และการสำรวจศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่นกว่า 50 ปี พบว่าในประเทศไทยเคยมีไดโนเสาร์อาศัยอยู่ตั้งแต่ยุคไทรแอสซิกตอนปลายถึงยุคครีเทเชียสตอนต้น (ประมาณ 220 - 100 ล้านปีก่อน) มีการค้นพบแล้วอย่างน้อย 25 ชนิด และเป็นชนิดใหม่ของโลกถึง 14 ชนิด นอกจากนี้ในพื้นที่ภูเวียง จังหวัดขอนแก่น มีการค้นพบไดโนเสาร์อย่างน้อย 9 ชนิด และเป็นชนิดใหม่ของโลกถึง 5 ชนิด

ลิ้งค์รายละเอียดไดโนเสาร์ไทย เรียงตามปีที่ตีพิมพ์
1. สยามโมซอรัส สุธีธรนิ (𝑆𝑖𝑎𝑚𝑜𝑠𝑎𝑢𝑟𝑢𝑠 𝑠𝑢𝑡𝑒𝑒𝑡ℎ𝑜𝑟𝑛𝑖) https://www.facebook.com/share/p/15ZrMLXPsX/
2. ซิตตะโกซอรัส สัตยารักษ์กิ (𝑃𝑠𝑖𝑡𝑡𝑎𝑐𝑜𝑠𝑎𝑢𝑟𝑢𝑠 𝑠𝑎𝑡𝑡𝑎𝑦𝑎𝑟𝑎𝑘𝑖)
https://www.facebook.com/share/p/1DzpDQNPpo/
3. ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน (𝑃ℎ𝑢𝑤𝑖𝑎𝑛𝑔𝑜𝑠𝑎𝑢𝑟𝑢𝑠 𝑠𝑖𝑟𝑖𝑛𝑑ℎ𝑜𝑟𝑛𝑎𝑒)
https://www.facebook.com/share/p/18RqtNpQwd/
4. สยามโมไทรันนัส อีสานเอนซิส (𝑆𝑖𝑎𝑚𝑜𝑡𝑦𝑟𝑎𝑛𝑛𝑢𝑠 𝑖𝑠𝑎𝑛𝑒𝑛𝑠𝑖𝑠)
https://www.facebook.com/share/p/19HYD8usyT/
5. อีสานโนซอรัส อรรถวิภัชน์ชิ (𝐼𝑠𝑎𝑛𝑜𝑠𝑎𝑢𝑟𝑢𝑠 𝑎𝑡𝑡𝑎𝑣𝑖𝑝𝑎𝑐ℎ𝑖)
https://www.facebook.com/share/p/18M996Vkxt/
6. กินรีมิมัส ขอนแก่นเอนซิส (𝐾𝑖𝑛𝑛𝑎𝑟𝑒𝑒𝑚𝑖𝑚𝑢𝑠 𝑘ℎ𝑜𝑛𝑘𝑎𝑒𝑛𝑒𝑛𝑠𝑖𝑠)
https://www.facebook.com/share/p/15K8yLfmfF/
7. สยามโมดอน นิ่มงามมิ (𝑆𝑖𝑎𝑚𝑜𝑑𝑜𝑛 𝑛𝑖𝑚𝑛𝑔𝑎𝑚𝑖)
https://www.facebook.com/share/p/1Lj7rkrVbT/
8. ราชสีมาซอรัส สุรนารีเอ (𝑅𝑎𝑡𝑐ℎ𝑎𝑠𝑖𝑚𝑎𝑠𝑎𝑢𝑟𝑢𝑠 𝑠𝑢𝑟𝑎𝑛𝑎𝑟𝑒𝑎𝑒)
https://www.facebook.com/share/p/15Rc4vYFjN/
9. สิรินธรนา โคราชเอนซิส (𝑆𝑖𝑟𝑖𝑛𝑑ℎ𝑜𝑟𝑛𝑎 𝑘ℎ𝑜𝑟𝑎𝑡𝑒𝑛𝑠𝑖𝑠)
https://www.facebook.com/share/p/1De3DSwpVr/
10. ภูเวียงเวเนเตอร์ แย้มนิยมมิ (𝑃ℎ𝑢𝑤𝑖𝑎𝑛𝑔𝑣𝑒𝑛𝑎𝑡𝑜𝑟 𝑦𝑎𝑒𝑚𝑛𝑖𝑦𝑜𝑚𝑖)
https://www.facebook.com/share/p/15Mq1qrB4L/
11. วายุแรปเตอร์ หนองบัวลำภูเอนซิส (𝑉𝑎𝑦𝑢𝑟𝑎𝑝𝑡𝑜𝑟 𝑛𝑜𝑛𝑔𝑏𝑢𝑎𝑙𝑎𝑚𝑝ℎ𝑢𝑒𝑛𝑠𝑖𝑠)
https://www.facebook.com/share/p/14rzsWqMz7/
12. สยามแรปเตอร์ สุวัจน์ติ (𝑆𝑖𝑎𝑚𝑟𝑎𝑝𝑡𝑜𝑟 𝑠𝑢𝑤𝑎𝑡𝑖)
https://www.facebook.com/share/p/1PWAss8NBb/
13. มินิโมเคอร์เซอร์ ภูน้อยเอนซิส (𝑀𝑖𝑛𝑖𝑚𝑜𝑐𝑢𝑟𝑠𝑜𝑟 𝑝ℎ𝑢𝑛𝑜𝑖𝑒𝑛𝑠𝑖𝑠)
https://www.facebook.com/share/p/14S14f56aS/
14. (น้องใหม่) นาคาไททัน ชัยภูมิเอนซิส (𝑁𝑎𝑔𝑎𝑡𝑖𝑡𝑎𝑛 𝑐ℎ𝑎𝑖𝑦𝑎𝑝ℎ𝑢𝑚𝑒𝑛𝑠𝑖𝑠)
https://www.facebook.com/share/p/1Fh25HszF3/?mibextid=wwXIfr

สวัสดีครับทุกคน วันนี้แอดTentsuke จะมาเล่าเรื่องราวการไปสำรวจ ถ่ายภาพ และเก็บตัวอย่างปลาเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาให้ทุกคน...
19/04/2026

สวัสดีครับทุกคน วันนี้แอดTentsuke จะมาเล่าเรื่องราวการไปสำรวจ ถ่ายภาพ และเก็บตัวอย่างปลาเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาให้ทุกคนได้ติดตามกันนะครับ

โดยเรื่องราวทั้งหมดสืบเนื่องจาก ที่แอดนัด คุณโอห์ม ภวพล(Ohm Pavaphon)ซึ่งในขณะนี้กำลังทำการรวบรวมปลาทะเลในน่านน้ำไทยทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นปลาที่อาศัยในเขตน้ำกร่อย ชายฝั่ง แนวปะการัง ไปจนถึงทะเลลึกสุดจะหยั่งถึง ทั้งฝั่งอ่าวไทย และฝั่งอันดามัน มารวมกันเป็นหนังสือปลาทะเลไทย ที่มีปลามากกว่า 1500 ชนิด++ มารับปลาบู่กุ้งหลังบั้ง(Cryptocentrus maudae)เข้าไปเพิ่มลงในหนังสือ แอดกับพี่เขาก็ได้คุยกันว่าอยากจะหาช้อนปลาด้วยกันสักครั้ง แต่จังหวะเวลาจะไม่เป็นใจเสียทุกครั้ง ในขณะที่คุยกัน ก็มีข้อความเด้งขึ้นมาพอดี ซึ่งเป็นข้อความจาก เจ้าน้องแอร์(Nutthawat Tiantavorn) แอดมินเพจ AP Unseen ว่าสามารถไปสำรวจปลาที่จังหวัดตราดด้วยกันได้ อช่างเป็นอะไรที่ประจวบเหมาะมากๆ แอดจึงได้บอกและชวน คุณโอห์มไปด้วยกัน โดยนัดกันว่าจะออกเดินทาง ในวันเสาร์ที่ 4 เมษายน 2569 ที่ใกล้จะถึงในอีกไม่กี่วัน

เมื่อถึงวันเวลาที่นัดหมาย แอดได้ออกไปรับทั้งสองที่ บขส.ใหม่ ระยอง พร้อมกันกับอุปกรณ์ที่มากมายเต็มรถ ไม่ว่าจะเป็น ตู้กระจกใสพิเศษสำหรับงานถ่ายภาพ น้ำเค็มที่เตรียมเอาไว้ สวิง และอุปกรณ์อื่นๆอีกมาก จัดให้เข้าที่เข้าทางโดยไม่อยากให้อย่างใดอย่างหนึ่งเสียหาย แล้วจึงเริ่มออกเดินทางใน เวลา 10:30น. หลังจากเดินทางสักพัก พอรถเคลื่อนตัวผ่านเขต บ้านเพ ที่กำลังมีการโครงการทำถนน ทำให้รถค่อนข้างติดและเคลื่อนตัวได้ช้า พอแอดมองเวลาแล้วก็กลัวว่าจะไม่ทันการ จึงใช้ทางเลี่ยงเมือง อย่างถนนสายเฉลิมบูรพาชลทิศ ที่ทอดยาว จากประแสร์ อ.แกลง จ.ระยอง เลียบชายฝั่งทะเล ไปจนถึงอ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี ไหนๆ เราก็เลือกเส้นทางนี้แล้ว เราจึงถือโอกาสนี้ ในการเช็คสภาพดินฟ้าอากาศไปด้วยเลย ปรากฎว่า สภาพน้ำ ในวันนั้นสวยมากๆ เหมาะกับการเจอปลาที่ตามหาอย่างยิ่ง

หลังจากเดินทางมาสักพักใหญ่ๆ เราก็มาถึง บ้านของแอด ที่อ.เขาสมิง จ.ตราด เสียที ในเวลา 14:00 น. บวกลบนิดหน่อย ซึ่งบ้านที่นี่แอดจะมาอยู่บ่อยมากๆ ตั้งแต่เด็กๆ และเป็นที่ๆทำให้แอดรัก/ชอบในการสำรวจสัตว์ต่างๆ มาจนถึงปัจจุบัน พอรถจอดสนิท เราก็ทำการขนข้าวของขึ้นไปเก็บยังห้องพัก และทำการเตรียมตู้ รันน้ำไว้สำหรับการถ่ายภาพปลาที่เราตั้งใจมาตามหา แต่ก่อนเราจะออกลุยตามหาปลา กองทัพยังคงต้องเดินด้วยท้อง เราจึงพากันไปเดินตลาดนัดใหญ่ ที่จะมีจัดในทุกๆวันเสาร์เสียก่อน นอกจากกับข้าวแล้ว ก็ยังจะเป็นการพาคุณโอห์ม ไปเดินสำรวจปลาที่ถูกชาวประมงในพื้นที่นำมาวางขายตามช่วงฤดูอีกด้วย และในบรรดาปลาที่ขายอยู่บนแผลงนั้น ก็มีปลาที่เราตามหาด้วยเช่นกัน ที่ถูกวางขายในราคา กิโลกรัมละ 30 บาท(ที่ไม่รักษาทุกโรค~) เมื่อซื้อเสบียงตุนไว้เรียบร้อยแล้ว เราจึงกลับมาบ้านเพื่อเตรียม เรือพาย และของจำเป็นอื่นๆ ขึ้นท้ายรถกระบะ เพื่อเดินทางไปยังคลองน้ำกร่อย ที่แอดเคยทำโพสตามหาปลาไหลหลาดสีดำนั่นเอง โดยพื้นที่ในบริเวณนี้จะเป็นพื้นที่ส่วนบุคคลของบ้านแอด ที่แอดได้ต่อสู้กับพวกตัดไม้ ขุดลอกคลอง ทำลายพื้นที่อนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อนเอาไว้

พอเดินทางลงไปถึง สิ่งแรกที่เราทำเลยคือการนำเรือและของต่างๆลงจากรถ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการออกล่า แต่ก่อนหน้านั้น คุณโอห์มและเจ้าน้องแอร์ก็ขอช้อนปลาในบริเวณตลิ่ง เป็นการประเดิมทริปการตามหาปลาไปลงหนังสือในครั้งนี้ หลังจากช้อนปลาน้อย พอหอมปากหอมคอแล้ว แอดกับเจ้าน้องแอร์ก็ได้เริ่มที่จะดันเรือออกจากตลิ่ง และตั้งหน้าตั้งตาพายออกไปยังปากคลอง(คุณโอห์มส่งไม้ต่อ เพราะเรือนั่งไปได้แค่2คน) ระยะทางในการพายจากจุดเริ่มไปยังปากคลองนั้นมีระยะทาง 2.3 กิโลเมตรโดยประมาณ ระหว่างทางก็เต็มไปด้วยทิวแมกไม้ชายเลนนานาพรรณ รวมไปถึงเหล่าปลาน้อยใหญ่ชนิดต่างๆ ที่เจ้าน้องแอร์ช้อนไปด้วยระหว่างพาย

ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง แอดก็พายมาถึงยังปากคลองที่ตอนนี้อาทิตย์ใกล้ที่ตะรับขอบฟ้า มีแสงเรืองๆยามอาทิตย์อัสดง ชวนผ่อนคลายจากอาการเหนื่อยต่างๆที่สะสมมา แอดบรรจงเลือกแขนงรากอากาศของต้นโกงกางบริเวณริมตลิ่งที่มั่นคงพอที่จะใช้ในการมัดหัวอวน โดยอวนที่แอดใช้ในครั้งนี้ จะเป็นอวนเอ็น ตา 3.5 เซ็นติเมตร ลึก 3 เมตร ยาว 20เมตร(เรียกได้ว่า ถ้าสาวอวนก็ปวดแขนกันไปข้าง)ขนาดอวนตามที่แอดใช้นี้ จะหมานมากชสำหรับการใช้ตามหาปลาแปลกๆ ได้หลากหลายชนิด และทุกขนาด ตั้งแต่ปลากะตัก ไปจนถึง ปลากระบอกไซส์1กิโล/ตัว หบังจากผูกอวนเรียบร้อย แอดก็ได้ให้เจ้าน้องแอร์ลองพายเรือเป็นครั้งแรก ที่เรียกได้ว่าครั้งแรกในชีวิตจริงๆ ที่ได้พายเรือ และได้มาทำอะไรแบบนี้ ประคับประคองแอดในขณะสาง ปล่อยอวนไม่ให้พันกัน ขึงตรงพาดผ่าน ขวางปากคลอง จนสุดปลายอวนจึงนำหลักขึ้นมาปัก ให้อวนครึ่งนึง จมลงไปอยู่ใต้น้ำ เพื่อให้เรือของชาวบ้านประมงในพื้นที่ สัญจรผ่านไปมาได้แบบสะดวกสบาย

โอ๊ะ!!!!……เล่ากันมาตั้งนาน แอดยังไม่ได้บอกทุกคนเลยว่าวันนี้แอดมาหา “ปลาอะไร” กัน ซึ่งปลาที่เป็นเป้าหมายในครั้งนี้ คือ “ปลาโคบ(Anodontostoma sp.) ”และ“ปลาแมว(Setipinna sp.)” ซึ่งเป็นปลาที่เราจะไม่ได้มีโอกาสได้เห็นพวกมันเป็นๆเลยสักครั้ง ด้วยความที่เมื่อเราจับเขาขึ้นมา ไม่ว่าจะด้วยการตกด้วยเบ็ด หรือติดแหติดอวน พวกเขาก็จะตายในไม่กี่นาทีที่ถูกจับขึ้นมา การมาตามหาพวกเขาในครั้งนี้ จึงมีโจทย์ว่า ”**จะต้องจับเขาให้ได้เป็นๆ นำขึ้นไปใส่ตู้ และถ่ายภาพของเขาในขณะที่ยังมีชีวิต ลงในหนังสือให้ได้**“

โดยปลาทั้งสองชนิด ตัวแอดเองก็สามารถนำขึ้นมาลงตู้ได้แบบยังมีชีวิตอยู่หลายครั้ง แต่ก็มักจะตายหลังจากที่เกิดเหตุไฟดับทุกที ซึ่งจากที่เราได้เห็นๆกัน ดูเหมือนเขาจะเป็นแค่ปลาธรรมดาๆ ใครๆก็สามารถหาได้ มีวางขายทุกที่ แต่ก็ไม่ได้ง่ายพอที่จะทำให้รอดมีชีวิตได้ แม้แต่ผู้เฒ่าผู้แก่หลายๆคน ก็ชอบพูดให้ฟังว่าเป็นไปไม่ได้ ดั่งโบราณท่านว่า ”ถ้าหัวพ้นน้ำ ตามองฟ้า หรือตาต้องตะวัน ก็จะตายในทันที“ ทำให้เราสามารถอนุมานได้ว่า ปลาจำพวกนี้ จะเป็นปลาที่ต้องการออกซิเจนสูง ต้องว่ายน้ำให้ไหนผ่านเหงือกตลอดเวลา จึงจะสามารถมีชีวิตได้

เกริ่นเกี่ยวกับโจทย์ และเรื่องราวของปลาในครั้งนี้มาพอสมควรแล้ว เรากลับมาเข้าเรื่องกันดีกว่า หลังจากวางอวนไปสักพัก ยังไม่ทันหันหัวเรือออกจากหลักอวน ก็มีแรงสะเทือนของปลาที่เข้ามาติด สั่นมาจนถึงปลายนิ้วที่สัมผัสกับอวน พอหันตามแนวอวน ก็สังเกตเห็นทุ่นขยับขึ้นๆลงๆ พร้อมกับประกายสีเงินของปลาที่ติดอยู่บริเวณผิวน้ำ แอดจึงพายเข้าไปเก็บด้วยความหวังลึกๆ ในใจว่า “ขอให้ใช่ปลาที่หาที่เถอะ” ด้วยสภาพน้ำ อากาศ คลื่นลม ที่เป็นใจ ขนาดนั้นก็ปรากฎผลรับที่อยู่ตรงหน้าที่ค่อยข้างจะ “สมพงษ์ตรงใจสุด!!!” ตามมาด้วยเสียงตะโกนของแอดว่า “ปลาโคบ ปลาโคบบบ!!! แอร์เตรียมน้ำให้ถังเลย” โชคดีที่ปลาตัวนี้ติดในลักษณะที่ปลดออกง่าย พอปลดได้ แอดก็จับใส่ในถังทันที ปลาค่อนข้างแข็งแรงว่ายไปมาอย่างขึงขังภายในถัง ต่อจากนั้นก็มีปลาตามมาอีกหลายตัว และหลากหลายชนิดมากๆ เรามาฟังข้อมูลของ “ปลาโคบ” กันก่อนที่เราจะไปกันต่อดีกว่า

ปลาโคบ /ปลาโคก/ตะเพียนน้ำเค็ม (Anodontostoma chacunda) เป็นปลาในวงศ์ Clupeidae กลุ่มเดียวกับปลากะตักและปลาซาร์ดีน โดยชื่อสกุล Anodontostoma มีที่มาจากภาษกรีกโบราณ เป็นการรวมกันของคำว่า
- An แปลว่า ไม่ / ปราศจาก
- odous / odont แปลว่า ฟัน
- stoma แปลว่า ปาก
เมื่อรวมกันจะมีความหมายว่า “ปากที่ไม่มีฟัน ” ส่วนในด้านของชื่อชนิด อย่าง chacunda นั้นคาดกันว่ามีที่มาจากชื่อเรียกในท้องถิ่นในประเทศอินเดียที่พบปลาชนิดนี้เป็นครั้งแรก นั่นเอง มาว่ากันต่อถึงลักษณะของปลาชนิดนี้ โดยปลาชนิดนี้มีลักษณะมีลำตัวป้อมสั้น เป็นสีเงิน ส่วนท้องมีลักษณะแบนเป็นสันคมๆ ซึ่งเป็นการวิวัฒนาการของเกล็ด ที่เปลี่ยนรูปมาใช้ในการป้องกันตัว หลังช่องเปิดเหงือกมีจุดสีดำ มีจะงอยปากสั้นทู่ และมีขนาดเล็ก ไม่มีฟัน มีขนาดโตเต็มวัย โดยประมาณ 14 - 20 เซ็นติเมตร เป็นปลาที่แอดเห็นมานานตั้งแต่เด็กๆ และเป็นปลาที่ผู้เฒ่าผู้แก่ หรือคนสมัยก่อนจะบอกต่อๆเป็นเสียงเดียวกันว่า “ถ้าหัวพ้นน้ำ ดวงตาเห็นตะวัน ”ยังไงก็ไม่มีทางรอด จะตายในทันที การที่จะทำให้ยังมีชีวิตหรือการจับตัวเป็นๆมาขึ้นตู้ หรือแค่จะจับขึ้นเรือมายังไงก็เป็นไปไม่ได้“ แอดได้ยินคำบอกเล่าแบบนี้มานาน จนแอดลองผิดลองถูกจนสามารถทำปลาให้มีชีวิตตั้งแต่จับ จนถึง มาอยู่ในตู้ได้เกือบ3เดือน(ทั้งปลาแมว และปลาโคบ ถ้าปั๊มไม่พังเสียก่อน ก็คงอยู่ได้นานยิ่งกว่า 3 เดือนแน่ๆ) พอมาคราวนี้แอดจึงพอที่จะมั่นใจว่าจะได้ตัวที่ยังมีชีวิตขึ้นมาได้สักตัวแน่ ส่วนเหตุผลที่กลุ่มนี้เปราะบางมากๆ ก็เนื่องมาจากพวกเขาเป็นปลาที่ต้องว่ายน้ำ เพื่อให้น้ำไหลผ่านเหงือกอยู่ตลอด และเป็นปลาที่ขี้ตกใจ เครียดจากการเปลี่ยนแปลงได้ง่าย พอหัวพ้นน้ำสักพัก จึงทำให้ตายในแทบทันทีทันใด

ด้วยความท้าทายแบบนี้ ทำให้แอดอยากจะทำให้มีรูปปลาชนิดนี้แบบมีชีวิตในหนังสือปลาทะเลไทยให้ได้ เราอธิบายเกี่ยวกับปลาธรรมดาๆ ที่ไม่ธรรมดานี้มาหอมปากหอมคอแล้ว งั้นเรากลับไปเข้าเรื่องกันต่อดีกว่า…….หลังจากที่ผมวนเก็บอวนไปมาจนคิดว่าได้ปลาที่น่าสนใจพอสมควร ซึ่งก็ได้ทั้งปลาโคบ และปลาแมวหูดำ และในเวลานั้นก็เป็นเวลา 18:30 น. ดวงอาทิตย์ได้รับขอบฟ้าไปแล้ว เหลือไว้เพียงความมืดมิดของคืนเดือนมืดเพียงเท่านั้น แอดและเจ้าน้องแอร์จึงรีบพากันพายเรือ เปลี่ยนน้ำในถังพักปลาเป็นระยะ เพื่อประคองชีวิตของปลาทุกตัวกลับไปขึ้นฝั่งให้ได้ ในระยะทางกว่า 2.3 กิโลเมตร อันลุ้นระทึก!!!

แอดจ้ำพายมาจนใกล้ถึงจุดลงเรือเต็มที ก็เห็นแสงจากไฟฉายของคุณโอห์มส่องสว่างชัดขึ้น ซึ่งเหลือระยะทางอีกเพียง300เมตรตรงหน้า ปลาแมวก็เริ่มจะออกอาการที่ไม่เข้าที แอดจึงรีบจำ้ฝีพายให้เร็วยิ่งกว่าเดิม จนมาถึงริมตลิ่ง ปลาแมวก็ไม่ได้ไปต่อ แต่เจ้าโคบยังคงว่ายอย่างขึงขัง เราจึงรีบหยิบเจ้าแมวออกทั้งหมด เพื่อเพิ่มโอกาสรอดให้กับเจ้าโคบ หลังจากนั้นเราจึงช่วยกันยกเรือขึ้นบก และยกถังปลาขึ้นท้ายรถเป็นอันดับแรก เพื่อจะนำปลาขึ้นไปถ่ายภาพให้เร็วที่สุด ในขณะที่ยังแข็งแรงอยู่ ส่วนข้าวของสัมภาระต่างๆ ก็วางทิ้งไว้ที่ริมคลองก่อน แล้วจึงค่อยกลับลงมาเก็บหลังจากภารกิจเก็บภาพเสร็จสิ้นลง

เมื่อขนปลากลับมาถึงบ้าน เราช่วยกันยกถังปลาลงจากท้ายกระบะเข้าไปในห้อง และจัดแจงติดตั้งปั๊มลมแบบไร้สาย(ใช้แบตเตอรี่) ในการเพิ่มออกซิเจนให้กับปลา จากนั้นคุณโอห์มก็ได้ใช้ปากกาวัดความเค็ม วัดค่าความเค็มของน้ำในตู้สำหรับถ่ายภาพ ให้มีความเค็มเท่ากับน้ำจากในแหล่งธรรมชาติ รวมถึงปรับอุณหภูมิของน้ำ เพื่อให้ปลาปรับตัวได้ง่ายขึ้น ระหว่างนั้นเราก็ออกมานั่งทานข้าวเย็นและนั่งพักรอไปพลาง ๆ ก็ถึงเวลาแห่งความจริง คือการเข้าห้องไปเปิดฝาถังดูว่า เจ้าปลาโคบ ยังรอดอยู่หรือไม่ เราเปิดฝาถังด้วยความลุ้นระมึก…เอ้ย!!!!…..ลุ้นระทึก!!! ปรากฎว่าปลายังคงรอดอยู่ แข็งแรงเลยทีเดียวเชียวล่ะ เราจึงเริ่มดำเนินการถ่ายภาพให้ได้มากที่สุด กันเหนียวไว้ก่อน และในที่สุดก็ได้ภาพที่ค่อนข้างดีมา เรียกได้ว่าภารกิจการตามตัวปลาโคบแบบมีชีวิตมาเก็บภาพลงหนังสือ …Mission complete~ได้อย่างสวยงาม

เสียดายที่แอดยังเอาปลาแมวขึ้นมาแบบมีชีวิตในครั้งนี้ไม่ได้….จริงๆได้แบบมีชีวิตก็ตัวใหญ่เกินกว่าจะเอาขึ้นมาถ่ายภาพ พวกเราจึงตั้งเป้าหมายในครั้งต่อไปว่า จะต้องตามตัวและถ่ายภาพปลาแมวชนิดต่างๆแบบมีชีวิตให้ได้ ไว้เจอกันในครั้งถัดไปครับทุกคน ดูว่าเราจะทำมันสำเร็จหรือไม่!?

และที่สำคัญ ผู้อ่านทุกท่านรอติดตามหนังสือปลาทะเลไทย กันได้เลยครับใกล้ถึงความจริงแล้ว หนังสือดีๆ รวมชนิดพันธุ์ที่พบในท้องทะเลไทยไว้มากมายที่สุดกว่าใครๆ….รอติดตามได้เลยครับ~

08/04/2026

ให้อาหารผู้อาศัย Biotope symphony of the mangrove จำลองระบบนิเวศชายเลนกันครับ

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ…….ปากว่าตาไม่เห็น คราวนี้ได้เห็นแล้วนะครับว่าไม่ได้ขี้โม้!!!

จังหวะ และเวลา……ส่งมอบปลาลงหนังสือปลาทะเลไทยกันครับ ในช่วงที่มรสุมพัดพาปลาที่ไม่ควรโผล่ให้ขึ้นมาใกล้ชายฝั่งแอดโดนแซวว่าเ...
01/04/2026

จังหวะ และเวลา……ส่งมอบปลาลงหนังสือปลาทะเลไทยกันครับ ในช่วงที่มรสุมพัดพาปลาที่ไม่ควรโผล่ให้ขึ้นมาใกล้ชายฝั่ง

แอดโดนแซวว่าเหมือน…..Gandalf and the hobbit 😅🧙🏻‍♂️🧍🏻

จากคราวก่อนที่เราได้เห็นปลาเขือทำระบบโพรงกันไปแล้ว และนี่คืออีก 1สิ่งที่ผมอยากจะคอยจับตาดูพฤติกรรมมากที่สุด อย่าง ปลาไหล...
27/03/2026

จากคราวก่อนที่เราได้เห็นปลาเขือทำระบบโพรงกันไปแล้ว และนี่คืออีก 1สิ่งที่ผมอยากจะคอยจับตาดูพฤติกรรมมากที่สุด อย่าง ปลาไหลแดง(Macrotrema caligans)ที่นานๆครั้งจะโผล่มาให้เห็น และอยู่นานพอที่จะให้ถ่ายภาพได้สักที ดูวันนี้กับตอนที่ทำโพสครั้งก่อน ตัวจะหนาขึ้นมาก แปลว่าปรับสภาพและกินอาหารได้เป็นอย่างดี ถ้ามีโอกาสแอดก็จะหามาเพิ่มเพื่อที่จะดูพฤติกรรมการอยู่ร่วมกันและการจับคู่ไว้เป็นข้อมูลต่อไปครับ

เนื่องจากอากาศที่ร้อนจัดมากๆในช่วงนี้ ลอยตัวขึ้นสูงทำให้เข้าปะทะกับมวลอากาศเย็นจากจีนที่แผ่ลวมา ก่อบังเกิดเป็นมวลมหาเมฆค...
23/03/2026

เนื่องจากอากาศที่ร้อนจัดมากๆในช่วงนี้ ลอยตัวขึ้นสูงทำให้เข้าปะทะกับมวลอากาศเย็นจากจีนที่แผ่ลวมา ก่อบังเกิดเป็นมวลมหาเมฆคิวมูโลนิมบัส (มวลพายุฝนฟ้าคะนอง)ที่จะนำพาลมกระโชกแรง ฝนตกหนัก หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ “พายุฤดูร้อน(Thunderstorms)”นั่นเอง

และด้วยปรากฎการณ์นี้ ทำให้ตลอดแนวชายฝั่งภาคตะวันออก เกิดกระแสลมแรง คลื่นสูง ท้องทะเลเกิดความปั่นป่วนเป็นอย่างมาก เป็นฝันร้ายของคนที่ต้องใช้ชีวิตร่วมกับมหาสมุทร ถ้าคิดว่าสิ่งเหล่านี้ยังเลวร้ายไม่พอ มหาสมุทรยังเสิร์ฟความอันตรายเข้าสู่ท้องทะเลตะวันออก ซ้ำเข้าไปอีกด้วย สิ่งมีชีวิตสุดอันตราย นั่นก็คือ………

แมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกส หรือ แมงกะพรุนไฟเรือรบโปรตุเกส(Physalia physalis)…..ที่ส่วนใหญ่เรามักจะได้ยินสมญานามของเขาในชื่อว่า “Man o’ war ,Man of war ,Floating terror” เจ้าสิ่งมีชีวิตชนิดนี้แม้จะถูกเรียกว่าแมงกะพรุน แต่จริงๆแล้วเป็นสัตว์ที่อยู่คนละชั้นกับแมงกะพรุนแท้ที่เราพบเห็นได้ทั่วๆไป โดยจะถูกจัดอยู่อันดับของ ไซโฟโนฟอร์(Siphonophore)

ไซโฟโนฟอร์(Siphonophore) คือสัตว์ทะเลน้ำลึก ในชั้น ไฮโดรซัว(Hydrozoa) ไฟลัม ไนดาเรีย(Cnidaria) ประกอบขึ้นด้วยโคโลนีของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กหลายพันตัว ที่เราเรียกว่า ซูออยด์(Zooids) รวมตัวเชื่อมต่อกัน โดยแต่ละส่วนมีหน้าที่เฉพาะของตัวมันเอง เช่น การล่าเหยื่อ ขยายพันธุ์ หรือการเคลื่อนที่ โดยต่างฝ่ายต่างพึ่งพาอาศัยกัน

ปัจจุบันสามารถพบได้ 4 ชนิด โดยชนิดที่พบในประเทศไทย และตัวในโพสคือ แมงกะพรุนไฟขวดเขียว หรือ แมงกะพรุนไฟหัวขวด (Physalia utriculus)

รูปร่างและลักษณะของเจ้านี่…..เนื่องจากมีรูปร่างคล้ายกับหมวกของทหารเรือชาวโปรตุเกสในยุคศตวรรษที่ 18 หรือ คล้ายกับรูปทรงของเรือรบโปรตุเกสในช่วงยุคล่าอาณานิคม ที่เรียกกันว่า ”Man-of-war”จึงได้กลายมาเป็นที่มาของชื่อของเขามาจนถึงปัจจุบัน อาจมีสีฟ้าหรือสีม่วง มีหนวดยาวที่มีเข็มพิษที่อาจยาวได้ถึง 30 เมตร มีปากมากกว่าหนึ่งปาก และอย่างที่บอกไปข้างต้น เจ้านี่เกิดมาจาก เอมบริโอของสัตว์ต่างชนิดหลายชนิดมารวมตัวอยู่ด้วยกัน

จัดเป็นแมงกะพรุนชนิดที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก เทียบเท่าได้กับแมงกะพรุนกล่องหรือแมงกะพรุนอิรุคันจิ ซึ่งพิษของเขามีฤทธิ์ทำลายระบบประสาท ผิวหนัง และหัวใจ เมื่อถูกต่อยจะมีอาการปวดแสบปวดร้อนรุนแรง โดยส่วนใหญ่ผู้ที่โดนพิษของเขาเข้าไปจะมีอาการช็อค และหัวใจล้มเหลวในเวลาไม่นานหลังจากรับพิษเข้าไป

โดยปกติแล้ว ไซโฟโนฟอร์ชนิดนี้จะไม่พบในน่านน้ำไทย แต่จะสามารถพบได้ในทะเลเปิดของมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ,ทะเลเมดิเตอเรเนียน ,มหาสมุทรแปซิฟิก ,มหาสมุทรอินเดีย และยังจะสามารถพบได้ในไทยเฉพาะช่วงมรสุม โดยเฉพาะชายหาดฝั่งอันดามัน อาทิเช่น หาดกะรน จ.ภูเก็ต และในบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง มีส่วนน้อยที่พบเจอบริเวณอ่าวไทยตอนบน แบบเจ้าตัวในโพสนี้ ซึ่งในช่วงมรสุทก็จะสามารถพบเจอได้เป็นจำนวนมาก รวมถึงผู้ล่าทางธรรมชาติระดับอีปิคของเขาอย่าง เจ้ามังกรทะเลสีน้ำเงิน(Glaucus atlanticus) ด้วยเช่นกัน

มังกรทะเลสีน้ำเงิน(Glaucus atlanticus) คือตัวอะไร?

ผู้ล่าทางธรรมชาติของแมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกสตัวนี้ คือทากทะเลขนาดจิ๋ว ที่มีขนาดเพียง 1-3 เซ็นติเมตร มีลำตัวสีน้ำเงินสลับกับสีเงิน มีรูปร่างคล้ายมังกรกำลังสยายปีก และมันยังลอยกลับหัวตลอดเวลา ด้านที่เราเห็นคือส่วนท้องของเขา แต่ถึงจะเล็ก แต่ก็เล็กพริกขี้หนู เพราะเขามีพิษที่ร้ายแรงมากเทียบเท่ากับแมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกส โดยเป็นการสะสมพิษจากการกินเหล่าแมงกะพรุนไฟเข้าไปนั่นเอง

โดยส่วนมากในภาตตะวันออกจะสามารถพบเข้าได้ตั้งแต่แนวชายหาดในจังหวัดระยอง(แหลมเจริญ, หาดสวนสน ,แหลมแม่พิมพ์) ยาวไปจนถึงชายหาดบางส่วนของจังหวัดจันทบุรี(หาดเจ้าหลาว, หาดเจ้าสำราญ)

ที่อยู่

Https://maps.app.goo.gl/KAnqbzn8Eim7b1f39
Bangkok
10900

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Exo keeperผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์