15/05/2026
“กุ้งไทย” กำลังอยู่บนทางแยกครั้งสำคัญของโลกธุรกิจอาหารทะเล
จากอดีตที่ไทยเคยเป็นหนึ่งในมหาอำนาจส่งออกกุ้งของโลก วันนี้อุตสาหกรรมกุ้งไทยต้องเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งต้นทุนการผลิตสูงขึ้น คู่แข่งต้นทุนต่ำ และกติกาการค้าใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ “ความยั่งยืน” และ “คาร์บอนฟุตพริ้นท์”
ตัวเลขสะท้อนภาพชัดเจน
ปริมาณส่งออกกุ้งไทยลดลงจากกว่า 211,000 ตัน ในปี 2559 เหลือประมาณ 129,000 ตัน ในปี 2568
ขณะที่มูลค่าการส่งออกลดลงจาก 69,514 ล้านบาท เหลือราว 40,889 ล้านบาท
ท่ามกลางความท้าทายนี้ บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ หรือ TFM เปิดวิสัยทัศน์ปี 2569 ภายใต้แนวคิด
“TFM Accelerates Growth: From Market Recovery to Global Expansion”
พร้อมเดินหน้าปั้น “กุ้งไทย” สู่ตลาดพรีเมียมโลก ตั้งเป้ารายได้แตะ 10,000 ล้านบาท ภายในปี 2573
เกมใหม่ของอุตสาหกรรมกุ้งโลก…ไม่ได้แข่งแค่ “ราคา” อีกต่อไป
แต่กำลังแข่งขันกันที่ “ประสิทธิภาพ คุณภาพ และความยั่งยืน”
TFM จึงวางยุทธศาสตร์ “Lower Carbon Aquaculture” เพื่อยกระดับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย ผ่านการพัฒนาสูตรอาหาร การวิจัย และการสนับสนุนองค์ความรู้แก่เกษตรกร
ปัจจุบัน ตลาดอาหารกุ้งไทยมีขนาดประมาณ 400,000 ตันต่อปี โดย TFM ครองส่วนแบ่งตลาดราว 25%
พร้อมรุกเกมต่างประเทศ ภายใต้ยุทธศาสตร์
“Win in Thailand – Expand in Indonesia – Next Wave of Growth”
หนึ่งในหมากสำคัญ คือ การลงทุนใน “เอกวาดอร์” ศูนย์กลางอุตสาหกรรมกุ้งโลก ด้วยงบลงทุนไม่เกิน 55 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตอีกประมาณ 80%
ขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ยังเติบโตแข็งแกร่ง
รายได้ 1,325 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6%
กำไรสุทธิ 148 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.9%
แม้ต้นทุนปลาป่นปรับตัวสูงขึ้นกว่า 31%
อีกหนึ่งจุดแข็งสำคัญ คือ การเป็นโรงงานผลิตอาหารสัตว์น้ำแห่งแรกในเอเชียที่ได้รับ ASC Feed Certification รองรับตลาดพรีเมียมในสหรัฐฯ และยุโรป
พร้อมตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 50% ภายในปี 2573 และมุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2593
ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า…อนาคตของอุตสาหกรรมกุ้งไทย จะไม่ได้วัดกันแค่ “กำลังผลิต” หรือ “ราคาขาย”
แต่จะวัดกันที่
“ใครสามารถผลิตได้อย่างยั่งยืนมากกว่า”
#ไทยยูเนี่ยนฟีดมิลล์ #กุ้งไทย #อุตสาหกรรมกุ้ง #อาหารสัตว์น้ำ #กุ้งพรีเมียม #ตลาดโลก #ธุรกิจกุ้ง #เศรษฐกิจไทย #ความยั่งยืน #อาหารกุ้ง #ส่งออกกุ้ง