The People Everyone has their own inspiring story
(4)

จาก ‘ไนเจล’ ถึงชีวิตจริงของ ‘สแตนลีย์ ทุชชี’: เมื่ออาหาร ความสูญเสีย และบทสมทบ กลายเป็นเรื่องเดียวกัน“ถ้าคุณพบสิ่งที่คุณ...
11/05/2026

จาก ‘ไนเจล’ ถึงชีวิตจริงของ ‘สแตนลีย์ ทุชชี’: เมื่ออาหาร ความสูญเสีย และบทสมทบ กลายเป็นเรื่องเดียวกัน
“ถ้าคุณพบสิ่งที่คุณรักจริง ๆ แล้ว บางทีมันอาจไม่สำคัญเลยว่าคุณจะทำมันได้ดีหรือไม่ สิ่งสำคัญคือคุณได้ทำมันต่างหาก”
ใน The Devil Wears Prada (2006) โฟกัสหลักของเรื่องอาจอยู่ที่ ‘มิแรนด้า พรีสลีย์’ บรรณาธิการผู้ทรงอำนาจแห่ง Runway Magazine และ ‘แอนดี้ แซคส์’ เด็กใหม่ที่ต้องเรียนรู้กฎอันโหดร้ายของโลกแฟชั่น
แน่นอนว่า ‘เมอรีล สตรีป’ และ ‘แอนน์ แฮทธาเวย์’ ทำให้ 2 ตัวละครนี้กลายเป็นภาพจำของหนัง แต่หากมองให้ลึกลงไป ตัวละครที่ขโมยซีนเงียบ ๆ และทำให้คนดูรู้สึกผูกพันไม่น้อยไปกว่ากันคือ ‘ไนเจล คิปลิง’ ผู้คอยยืนอยู่เบื้องหลังบรรณาธิการผู้ทรงอำนาจ และคอยจัดระเบียบความงามให้เข้าที่
เขาเป็นคนแรก ๆ ที่มองเห็นความเปราะบางของแอนดี้ และเป็นคนที่เตือนเธอว่า ความฝันในโลกแฟชั่นไม่เคยเป็นจริงแบบฟรี ๆ
เขาอาจไม่ใช่พระเอกของเรื่อง ไม่ใช่ตัวละครที่มีเวลาบนจอมากที่สุด แต่ทุกครั้งที่ปรากฏตัว ไนเจลทำให้โลกของ ‘The Devil Wears Prada’ มีทั้งความคม ความขม และความเป็นมนุษย์มากขึ้น ไม่มากไม่น้อย บทนี้ทำให้ชื่อของ ‘ทุชชี’ เป็นที่รู้จักในวงกว้าง หลังจากโลดแล่นอยู่ในวงการมานานกว่าสองทศวรรษ
เกือบ 20 ปีหลังจากหนังภาคแรกออกฉายในปี 2006 ทุชชีกลับมารับบทไนเจลอีกครั้งใน The Devil Wears Prada 2 พร้อมทีมนักแสดงชุดเดิมอย่าง เมอรีล สตรีป, แอนน์ แฮทธาเวย์ และเอมิลี บลันท์ รวมถึงผู้กำกับ ‘เดวิด แฟรงเคล’ และมือเขียนบท ‘เอลีน บรอช แมคเคนนา’
และเช่นเคย เขายังได้บทบาทที่ขโมยซีน และได้ใจมากอีกครั้ง ซึ่งทำให้คนจำนวนพอสมควรที่เคยดูหนังเรื่องนี้ยามที่ยังไม่ประสีประสา ได้อินกับตัวละครและหนังมากขึ้น ในวันที่พวกเขาโตเป็นผู้ใหญ่ อยู่ในวัยทำงานที่อาจกำลังหมดไฟ หรือสูญเสียความมั่นใจในชีวิตไป
🎬 Character Actor: บทเล็กในมือของนักแสดงใหญ่
ในแวดวงการแสดง มีคำที่ใช้เรียกนักแสดงบางประเภทว่า ‘Character Actor’ หมายถึงนักแสดงที่มักรับบทสมทบซึ่งมีคาแรกเตอร์จัด มีเอกลักษณ์ชัดเจน และสามารถทำให้ตัวละครนั้น ๆ เป็นที่จดจำได้ไม่แพ้ หรือบางครั้งอาจมากกว่าตัวละครหลักด้วยซ้ำ
หากมองจากนิยามนี้ สแตนลีย์ ทุชชี คือตัวอย่างของ Character Actor ที่ชัดเจนที่สุดคนหนึ่งของฮอลลีวูด
ทุชชีเกิดที่เมืองพีคสกิล รัฐนิวยอร์ก เมื่อปี 1960 เขาสนใจศาสตร์การแสดงมาตั้งแต่เด็ก ก่อนเข้าเรียนที่ Purchase College และเริ่มต้นเส้นทางอาชีพอย่างเป็นทางการบนเวทีบรอดเวย์ในปี 1982 จากนั้นจึงก้าวเข้าสู่วงการภาพยนตร์จากเรื่อง ‘Prizzi’s Honor’ ในปี 1985
นับจากนั้น เขาค่อย ๆ สร้างชื่อจากบทสมทบ งานโทรทัศน์ และตัวละครที่ต้องอาศัยจังหวะการแสดงมากกว่าความโดดเด่นแบบดารานำ
ทุชชีอาจไม่ได้เป็นจุดศูนย์กลางของหนังทั้งเรื่อง แต่เมื่อไหร่ที่ปรากฏตัวมักครองความทรงจำของคนดูเสมอ
นอกจากบท ไนเจล ใน The Devil Wears Prada แล้ว เขายังเคยคว้ารางวัล Emmy และ Golden Globe จากบท ‘วอลเตอร์ วินเชลล์’ ในหนังที่ฉายทางโทรทัศน์เรื่อง Winchell (1998), ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์จากบทฆาตกรใน The Lovely Bones (2009) ของผู้กำกับ ‘ปีเตอร์ แจ็คสัน’, รับบท ‘พอล ไชลด์’ สามีของเชฟหญิงคนสำคัญ ‘จูเลีย ไชลด์’ ใน Julie & Julia (2009), รับบท ‘ดร. อับราฮัม เออร์สกิน’ นักวิทยาศาสตร์ผู้มองเห็นความดีในตัว ‘สตีฟ โรเจอร์ส’ ก่อนที่เขาจะกลายเป็น Captain America ใน Captain America: The First Avenger (2011) และฝากอีกหนึ่งบทที่เปี่ยมสีสันไว้อย่าง ‘ซีซาร์ ฟลิกเกอร์แมน’ พิธีกรผู้คอยสัมภาษณ์ผู้เข้าร่วมเกมล่าชีวิตใน The Hunger Games (2012-2015)
สิ่งที่น่าสนใจคือ ทุชชีไม่ได้เล่นบทเหล่านี้ด้วยวิธีเดียวกัน
ใน The Lovely Bones เขาทำให้ตัวละครฆาตกรที่น่ากลัวดูมีความเป็นมนุษย์ จนยิ่งชวนขนลุกกว่าเดิม
ใน The Hunger Games เขาเปลี่ยนพิธีกรโทรทัศน์สีฉูดฉาดให้กลายเป็นภาพแทนของความบันเทิงที่รับใช้รัฐเผด็จการ
ส่วนใน Julie & Julia เขาใช้ความอ่อนโยน จังหวะสายตา และเสน่ห์ที่ไม่จำเป็นต้องประกาศตัว ทำให้บทสามีของ ‘จูเลีย ไชลด์’ กลายเป็นหนึ่งในภาพจำของคู่ชีวิตที่อบอุ่นที่สุดครั้งหนึ่งในหนังร่วมสมัย
ใน Captain America: The First Avenger ทุชชีปรากฏตัวไม่นาน แต่บท ดร. เออร์สกิน คือหนึ่งในตัวละครที่กำหนดความหมายของ Captain America ทั้งหมด เขาไม่ได้เลือกสตีฟ โรเจอร์ส เพราะความแข็งแรง แต่เพราะเห็นว่าเด็กหนุ่มร่างเล็กคนนั้นเข้าใจความอ่อนแอ และจะไม่ใช้พลังเพื่อกดขี่คนอื่น บทนี้เป็นอีกตัวอย่างชัดเจนของสิ่งที่ทุชชีทำได้ดีเสมอ นั่นคือการทำให้ตัวละครสมทบกลายเป็นรากฐานทางอารมณ์และศีลธรรมของเรื่อง
นี่คือเสน่ห์ของเขาในฐานะ Character Actor ที่ไม่ได้ทำให้คนดูจำได้ แต่ทำให้คนดูเชื่อว่าตัวละครทุกตัวที่เขารับบท มีเลือดเนื้อ มีชีวิตจิตใจอยู่จริงบนแผ่นฟิล์มเสมอ
🎬 ชายผู้รักอาหารเท่ากับรักชีวิต
นอกจากการเป็นนักแสดงสมทบมือฉมัง อีกสิ่งหนึ่งที่แทบจะแยกออกจากชีวิตของ สแตนลีย์ ทุชชี ไม่ได้เลย คือความรักที่เขามีต่ออาหาร
และความรักนั้นไม่ได้เพิ่งปรากฏในช่วงหลังของชีวิต หากย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 1996 ทุชชีเคยกำกับ เขียนบท และนำแสดงในหนังเกี่ยวกับอาหารเรื่อง Big Night โดยมี ‘โจเซฟ โทรเปียโน’ ร่วมเขียนบท และ ‘แคมป์เบลล์ สก็อตต์’ ร่วมกำกับ
Big Night เล่าเรื่องของสองพี่น้องชาวอิตาเลียนอพยพที่เปิดร้านอาหารชื่อ Paradise บนชายฝั่งนิวเจอร์ซีย์ในยุค 1950s พวกเขาพยายามรักษารสชาติแท้จริงของอาหารอิตาเลียนเอาไว้ ท่ามกลางแรงกดดันทางธุรกิจและความคาดหวังของลูกค้าที่อยากได้ ‘อาหารอิตาเลียน’ ในแบบที่ตลาดอเมริกันคุ้นเคยมากกว่า
Big Night จึงไม่ใช่แค่หนังเกี่ยวกับอาหาร แต่เป็นหนังเกี่ยวกับความทรงจำ ครอบครัว การอพยพ และการต่อรองระหว่างศิลปะกับตลาด ระหว่างการรักษารากเหง้าของตัวเองกับการปรับตัวเพื่อเอาชีวิตรอด
หนังเรื่องนี้ทำให้เห็นว่า ทุชชีมองอาหารเป็นมากกว่าเมนูบนโต๊ะ สำหรับเขา อาหารคือสิ่งที่บ่งบอกรากเหง้าว่าเราเป็นใคร มาจากไหน รักใคร สูญเสียอะไร และยังเหลืออะไรไว้ให้ประคองตัวเองต่อไป
หลังจากนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างทุชชีกับอาหารก็ยังปรากฏในงานอีกหลายรูปแบบ เขาเขียนหนังสือ Taste: My Life Through Food เพื่อเล่าเรื่องชีวิตของตัวเองผ่านอาหาร ตั้งแต่วัยเด็กในครอบครัวอิตาเลียน-อเมริกัน กองถ่ายหนัง ความรัก ครอบครัว ไปจนถึงความทรงจำที่ผูกพันกับรสชาติในแต่ละช่วงชีวิต
ขณะเดียวกันเขายังมีรายการ Stanley Tucci: Searching for Italy ที่จะพาคนดูออกเดินทางสำรวจอิตาลีผ่านอาหารท้องถิ่น ผู้คน วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ของแต่ละภูมิภาค โดยรายการนี้ได้รับรางวัล Emmy สาขา Outstanding Hosted Nonfiction Series และเป็นหนึ่งในงานที่ทำให้ผู้ชมเห็นทุชชีในฐานะ ‘นักเล่าเรื่องอาหาร’ ชัดเจนขึ้น
เขายังต่อยอดแนวทางเดียวกันในสารคดี Tucci in Italy ของ National Geographic ซึ่งยังคงใช้หลักคิดเดิม คือมองอิตาลีผ่านอาหาร ไม่ใช่แค่ในฐานะเมนูหรือของอร่อย แต่ในฐานะประวัติศาสตร์ ภูมิภาค ชนชั้น ความทรงจำ และชีวิตของผู้คน
ทุชชีอาจไม่ใช่เชฟมืออาชีพ แต่เขาโดดเด่นในฐานะคนเล่าเรื่องอาหาร ทำให้เมนูแต่ละจานมีความหมายลึกซึ้ง แต่ก็ไม่ได้ทำให้อาหารกลายเป็นสิ่งสูงส่งเกินเอื้อม เขาเชื่อมโยงมันกับคนในครอบครัว ความทรงจำอันแสนหวาน และบางครั้งก็เป็นสิ่งที่ช่วยประคองจิตใจมนุษย์เอาไว้ ในวันที่ชีวิตกำลังเสียศูนย์
🎬 วันที่รสชาติหายไป
สำหรับคนที่รักอาหารมาก ๆ การสูญเสียความสามารถในการรับรสไม่ต่างอะไรจากความตาย
และรู้หรือไม่ว่าทุชชีเคยอยู่ในสถานการณ์นั้นมาก่อน จากการล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งบริเวณโคนลิ้น
ในปี 2021 ทุชชีเปิดเผยว่า เขาต้องเข้ารับการรักษาด้วยการฉายรังสีและเคมีบำบัดอย่างหนักช่วงปี 2017 ต้องใช้สายให้อาหารอยู่หลายเดือน การรักษาครั้งนั้นส่งผลกระทบต่อปาก การกิน การกลืน และร่างกาย
ปัจจุบันมะเร็งของทุชชีอยู่ในภาวะสงบ แต่เขายอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า การรักษาทำลายทุกอย่างในปากของเขา และทำให้กินอาหารแข็ง ๆ บางอย่างไม่ได้เหมือนแต่ก่อนแล้ว
ก่อนหน้านั้น ทุชชียังเคยสูญเสีย ‘เคท’ ภรรยาคนแรกจากโรคมะเร็งเต้านมในปี 2009 และเมื่อชีวิตพาเขามาเผชิญโรคมะเร็งด้วยตัวเอง ความเจ็บป่วยจึงไม่ได้พรากเพียงสุขภาพของเขาไปชั่วขณะ แต่ยังท้าทายความสัมพันธ์ระหว่างเขากับอาหาร สิ่งที่เคยเป็นทั้งความสุข รากเหง้า และภาษาสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิต
ในแง่นี้ การกลับมากินได้อีกครั้งของเขาจึงไม่ใช่แค่สัญญาณการฟื้นตัวของร่างกาย แต่เป็นการได้กลับไปสัมผัสรสชาติของชีวิตอีกครั้ง หลังเกือบสูญเสียมันไปตลอดกาล
🎬 รักครั้งใหม่ที่ไม่ได้ลบความสูญเสีย
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2009 ก่อนที่ทุชชีจะต้องต่อสู้กับมะเร็งด้วยตัวเอง เคท ภรรยาคนแรกของเขาเสียชีวิตจากโรคมะเร็งเต้านม หลังใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมายาวนาน และมีลูกด้วยกัน 3 คน ความสูญเสียนั้นทิ้งร่องรอย ทิ้งความโศกเศร้า และทุกวันนี้ก็ยังยอมรับว่ายากที่จะทำใจได้เลย
ทุชชีเคยคิดว่าตัวเองจะไม่กลับไปแต่งงาน หรือมีลูกอีกครั้ง จนกระทั่งชีวิตพาเขาไปพบกับ ‘เฟลิซิตี บลันท์’ ซึ่งไม่ใช่คนอื่นไกล แต่เป็นพี่สาวของ เอมิลี บลันท์ เพื่อนร่วมจอจาก The Devil Wears Prada นั่นเอง
ทั้ง 2 คนเคยพบกันครั้งแรกช่วงที่หนังเรื่องนี้ออกฉาย ก่อนจะกลับมาเจอกันอีกครั้งในงานแต่งงานของเอมิลี บลันท์ กับ ‘จอห์น คราซินสกี’ ในปี 2010 และแต่งงานกันในปี 2012
ถือว่าเส้นทางชีวิตของเขาเชื่อมโยงกับ The Devil Wears Prada อย่างน่าสนใจ หนังเรื่องนี้ไม่ได้เพียงมอบบทไนเจล คิปลิง ที่ทำให้ผู้ชมจำนวนมากจดจำทุชชีได้ชัดขึ้น แต่ยังพาเขาไปสู่ความสัมพันธ์ครั้งใหม่ในชีวิตจริงด้วย
อย่างไรก็ตาม ความรักครั้งใหม่ของทุชชีไม่ได้มาทดแทนความสูญเสียเดิม และไม่ได้ลบความทรงจำของเคทออกไปจากชีวิตเขา มันเป็นความรักอีกบทหนึ่งที่ค่อย ๆ เปิดพื้นที่ให้เขาเดินต่อ สร้างบ้านใหม่ มีครอบครัวใหม่ และมีคนร่วมโต๊ะอาหารในวันที่ชีวิตกลับมามีรสชาติอีกครั้ง
เฟลิซิตีไม่ได้เป็นเพียง ‘พี่สาวของเอมิลี บลันท์’ หรือแค่เกร็ดชีวิตที่เชื่อมเขากลับไปยังจักรวาล The Devil Wears Prada แต่เป็นส่วนหนึ่งของบทใหม่ในชีวิตของทุชชี ทำให้เขายิ่งตระหนักว่าเขาไม่จำเป็นต้องลืมอดีต เขาเพียงหาวิธีอยู่ร่วมกับปัจจุบันและอนาคตให้ได้เป็นพอ
และบางที นี่อาจเป็นเหตุผลที่เรื่องราวของทุชชีมีรสชาติพิเศษกว่าการเป็นเพียงนักแสดงสมทบที่คนดูรัก
เพราะชีวิตของเขาเต็มไปด้วยบทบาทที่ไม่ได้อยู่กลางแสงไฟเสมอไป แต่กลับมีความหมายลึกซึ้ง ทั้งบทสามี บทพ่อ บทคนรักอาหาร บทผู้สูญเสีย และบทของคนที่ยังเลือกจะมีชีวิตต่ออย่างสง่างาม
🎬 ทำไมเจ้าของบทสมทบคนนี้ถึงเป็นที่รัก
หลายปีที่ผ่านมา สแตนลีย์ ทุชชี กลายเป็นหนึ่งในภาพแทนของผู้ใหญ่ที่มีเสน่ห์ไปอีกแบบ
เขาดูเป็นคนมีรสนิยม แต่งตัวดี ทำอาหารเป็น พูดน้อยแต่มีคารมคมคาย มีความสุภาพ ความฉลาด ความขี้เล่น และร่องรอยของบาดแผลไว้ในคนเดียว
เสน่ห์ของทุชชีอยู่ที่ความละเอียดละเมียดละไมของชีวิต โดยไม่ได้ขายความสมบูรณ์แบบของชีวิต
และในฐานะนักแสดง เขาไม่จำเป็นต้องยืนกลางเฟรมเสมอไปถึงจะโดดเด่นเสมอไป
เช่นเดียวกับอาหาร ที่สำหรับเขาไม่ใช่แค่ความอร่อย แต่มันผูกอยู่กับความทรงจำ บ้าน ครอบครัว และรากที่คนคนหนึ่งพกติดตัวไปได้ตามระยะทางของการเติบโต
ช่วงที่ป่วย ทุชชีไม่ได้หายไปจากวงการ เขายังรับงานแสดง และปรากฏตัวในผลงานต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง แต่การกลับมารับบทไนเจลอีกครั้งใน The Devil Wears Prada 2 อาจมีความหมายมากขึ้น เพราะเวลาที่ผ่านไปทำให้คนดูจำนวนไม่น้อยกลับมาเข้าใจตัวละครนี้ และเข้าใจเสน่ห์ของทุชชีชัดกว่าเดิม
หลายคนที่เคยดู The Devil Wears Prada ตอนยังเด็ก ปัจจุบันต่างเติบโตขึ้นมาอยู่ในวัยทำงาน ผ่านความผิดหวัง หมดไฟ สูญเสียความมั่นใจ หรือเริ่มเข้าใจว่าความฝันไม่ได้เป็นจริงได้ง่าย ๆ ดังที่ไนเจลกล่าวเตือนสติแอนดีเอาไว้ และคำกล่าวนั้นก็เป็นการเตือนสติพวกเราได้เป็นอย่างดี
เขากลายเป็นภาพแทนของคนที่ยืนอยู่ข้างหลังระบบ เข้าใจกฎของโลกนั้นดีพอ ๆ กับความเจ็บปวดของคนที่พยายามเอาตัวรอดในนั้น
และนี่คือสิ่งที่ทุชชีทำได้ดีมาตลอด
เขาพิสูจน์ว่า คนที่ยืนอยู่ข้างหลังตัวเอกก็มีเรื่องราวใหญ่พอจะเล่าได้ คนที่ไม่ได้ครองอำนาจสูงสุดก็อาจเข้าใจระบบดีที่สุด และคนที่ดูมีรสนิยมที่สุด อาจไม่ใช่คนที่อยู่เหนือความเจ็บปวด แต่เป็นคนที่รู้ว่าจะประคองความเจ็บปวดนั้นอย่างไร ให้ชีวิตยังมีรสชาติ ไม่จืดชืดเกินไป
เรื่อง: รณภัทร
ภาพ: Getty Images
#สแตนลีย์ทุชชี #นักแสดง #ฮอลลีวูด

ทิม สวีนีย์ : ผู้ก่อตั้ง Epic Games เปลี่ยนกำไรจาก Fortnite เป็นผืนป่า เพื่อมรดกที่ยืนยาวกว่าชีวิตมนุษย์ “หากคุณสามารถปก...
11/05/2026

ทิม สวีนีย์ : ผู้ก่อตั้ง Epic Games เปลี่ยนกำไรจาก Fortnite เป็นผืนป่า เพื่อมรดกที่ยืนยาวกว่าชีวิตมนุษย์
“หากคุณสามารถปกป้องผืนป่าไว้ได้ตลอดไป มันจะมีชีวิตยืนยาวกว่ามนุษย์คนหนึ่งเสมอ”
คำพูดของ ‘ทิม สวีนีย์’ (Tim Sweeney) ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Epic Games และมีเกมดังอย่าง Fortnite เกมแนว Battle Royale ที่กลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลก จนสามารถสร้างรายได้นับพันล้านดอลลาร์ตั้งแต่เปิดตัวในปี 2017 แต่นอกเหนือจากบทบาทการเป็นเจ้าของบริษัทเกมแล้ว อีกด้านหนึ่งของชีวิตชายคนนี้ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน
สวีนีย์ถือว่าเป็นคนค่อนข้างเก็บตัว เขายังโสด ไม่มีลูก และไม่เคยหลงใหลกับวิถีชีวิตหรูหราสไตล์ Silicon Valley เขาชอบใช้ชีวิตเรียบง่าย ไม่มีเสื้อผ้าหรูหรา ใส่เสื้อยืด กางเกงยีนเป็นกิจวัตร มีเครื่องดื่มประจำตัวคือไดเอตโค้ก กินไก่ทอดของร้าน Bojangles’ เป็นประจำ ส่วนเวลาว่างก็ปลีกตัวเข้าป่า
แต่ในความเป็นจริง เขาไม่ธรรมดาเลยแม้แต่น้อย ในปี 2026 เขามีมูลค่าทรัพย์สินประมาณ 5.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังเป็นเจ้าของ Unreal Engine ซอฟต์แวร์สำคัญที่ถูกใช้ในการพัฒนาเกมระดับโลกจำนวนมาก แถมยังรักธรรมชาติจนสุดใจ ถึงขนาดนำเงินจำนวนหลายล้านดอลลาร์ไปบริจาค เพื่อการอนุรักษ์ผืนป่าอีกด้วย
สวีนีย์ซื้อที่ดินอย่างเงียบ ๆ มาตั้งแต่ปี 2008 ช่วงเวลาที่ราคาที่ดินค่อย ๆ ลดลง หลังจากผลกระทบจากวิกฤตการเงินโลก ซึ่งทำให้โครงการบ้านจัดสรรและรีสอร์ตจำนวนมากถูกทิ้งร้าง และเขาก็ไม่ปล่อยให้โอกาสในการฟื้นฟูป่าหลุดลอยไป ภารกิจซื้อที่ดินปลูกป่าจึงเริ่มต้นขึ้นนับแต่นั้น
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เขาเพิ่งซื้อที่ดิน 20,000 เอเคอร์ (ราว 50,585 ไร่) โดยพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในรัฐนอร์ทแคโรไลนา ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของ Epic Games มาตั้งแต่ปี 1991 แตกต่างจากบริษัทเทคโนโลยีเจ้าอื่นที่มักจะไปตั้งถิ่นฐานกันอยู่ที่แคลิฟอร์เนียเสียมากกว่า
แน่นอนว่าเขาผูกพันกับสถานที่แห่งนี้มาตั้งแต่แรก และเพื่อไม่ให้ภาพที่คุ้นชินจางหายไป สวีนีย์จึงไม่ลังเลที่จะทุ่มเงินมหาศาลอนุรักษ์ผืนป่าเอาไว้ โดยดำเนินการผ่านบริษัทชื่อ 130 of Chatham เข้าซื้อที่ดินและถือครองไว้เป็นเวลาหลายปี เพื่อให้องค์กรอนุรักษ์หรือหน่วยงานภาครัฐมีเวลาจัดเตรียมมาตรการคุ้มครองพื้นที่เหล่านั้น
ความตั้งใจของสวีนีย์เริ่มงอกเงยขึ้นอย่างช้า ๆ ภาพที่เขาอยากจะเห็นป่าไม้อุดมสมบูรณ์เริ่มขยับเข้าใกล้ความจริงมากขึ้นทุกวัน เขาไม่ได้หยุดแค่ที่ดินไม่กี่พันไร่ ยังขยายการซื้อที่ดินมากขึ้นไปอีก โดยมักเลือกพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการถูกพัฒนาเชิงพาณิชย์โดยเฉพาะ
ตอนนี้เขาก็มีที่ดินอยู่ในมือไม่ต่ำกว่า 50,000 เอเคอร์ (ราว 126,464 ไร่) ก่อนจะตัดสินใจบริจาคพื้นที่กว่า 7,000 เอเคอร์ (ราว 17,710 ไร่) บริเวณเทือกเขาบลูริดจ์ (Blue Ridge Mountains) ซึ่งเป็นถิ่นอาศัยของพืชและสัตว์หายากหรือใกล้สูญพันธุ์มากกว่า 130 ชนิด หนึ่งในภูมิภาคที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของเทือกเขาแอปพาเลเชียนตอนใต้ ให้กับหน่วยงาน U.S. Fish and Wildlife Service และบริจาคอีก 7,500 เอเคอร์ (ราว 18,990 ไร่) ให้กับ Southern Appalachian Highlands Conservancy
“เขาช่วยให้พวกเราสามารถซื้อพื้นที่หลายแห่งได้ ทั้งที่ในระยะสั้นเราไม่มีงบประมาณมากพอ ซึ่งโดยปกติผู้ขายส่วนใหญ่ต้องการเงินทันที”จอร์จ นอร์ริส (George Norris) จาก North Carolina Parks Division ให้สัมภาษณ์กับ The News & Observer
“นี่คือของขวัญอันน่าทึ่ง ของขวัญชิ้นนี้จะทำให้ภูมิทัศน์ภูเขา ยังคงความอุดมสมบูรณ์ต่อไปได้อีกนานเท่านาน”
คาร์ล ซิลเวอร์สไตน์ (Carl Silverstein) จากองค์กรอนุรักษ์กล่าวไว้ในวันที่มีการประกาศโอนที่ดิน
แน่นอนว่าพื้นที่เหล่านี้ไม่ได้ถูกซื้อมาเพื่อพัฒนาเชิงพาณิชย์หรือใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจแต่อย่างใด การลงทุนดังกล่าวมีมูลค่ารวมตั้งแต่หลักสิบล้านไปจนถึงหลักร้อยล้านดอลลาร์ และค่อย ๆ สะสมมาเป็นเวลาหลายปี โดยแทบไม่ได้รับความสนใจจากสาธารณะมากนัก
ทั้งหมดที่เขาทำลงไปมีความตั้งใจเพียงอย่างเดียว คือ การปกป้องธรรมชาติ
ในปี 2021 กลยุทธ์ของเขาเริ่มเปลี่ยนไป โดยเขาให้สัมภาษณ์กับ News & Observer ว่า ด้วยสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง ราคาที่ดินเริ่มสูงเกินกว่าจะซื้อสะสมต่อไปได้เหมือนเดิม
สวีนีย์จึงหันมาโฟกัสกับการเปลี่ยนพื้นที่ 50,000 เอเคอร์ที่เขาถือครองอยู่ ให้กลายเป็นพื้นที่อนุรักษ์ถาวรแทน
“ความสำเร็จครั้งใหญ่ที่สุดของผมในการซื้อที่ดินเพื่อการอนุรักษ์ เกิดขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจย่ำแย่ และราคาที่ดินยังสมเหตุสมผล แต่ตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นมา เศรษฐกิจแข็งแรงขึ้น ราคาที่ดินแพงขึ้น และจุดสนใจของผมก็เปลี่ยนมาเป็นการทำให้พื้นที่อนุรักษ์ขนาดใหญ่ที่ผมซื้อไว้ตั้งแต่ปี 2009 กลายเป็นพื้นที่อนุรักษ์ถาวร”
แม้ในภาพรวมสิ่งที่เขาทำจะส่งผลดีต่อทุกฝ่าย แต่มีบางคนก็ให้ความเห็นว่า สิ่งที่เขาทำลงไปเป็นการวางแผนทางการเงินก็เท่านั้น เพราะนี่เป็นเพียงเศษเงินของเขาในการกว้านซื้อที่ดินตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา
แต่สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าเขาจะทำเพื่อวางแผนการเงิน หรือมีความตั้งใจบริสุทธิ์ในการอนุรักษ์ป่า ยังไงคนที่อยู่รุ่นหลังก็ย่อมได้ประโยชน์อยู่วันยันค่ำ เพราะนี่คือผืนป่าที่จะอยู่เคียงข้างชาวบ้านไปตลอดกาล ที่ดินตรงนี้จะไม่ถูกถาง ไม่ถูกทำลาย และแน่นอนว่าจะไม่มีวันถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นโครงการพัฒนาเชิงพาณิชย์โดยเด็ดขาด
และผืนดินเหล่านี้จะอยู่ยั้งยืนยงกว่าช่วงชีวิตของสวีนีย์
ยืนยาวกว่า Epic Games และอาจยืนยาวกว่า Fortnite ด้วยซ้ำ
เหมือนกับที่สวีนีย์กล่าวเอาไว้ตั้งแต่ต้นว่า
“หากคุณสามารถปกป้องผืนป่าไว้ได้ตลอดไป มันจะมีชีวิตยืนยาวกว่ามนุษย์คนหนึ่งเสมอ”
เรื่อง : วันวิสาข์ โปทอง
#ปลูกป่า #ป่า #เกมส์ #ทิม_สวีนีย์

‘SONG MARKET’ เปิด ‘ตลาดนัด’ สำหรับนักแต่งเพลงและค่ายเพลง!‘Songwriter Thailand Showcase 2026’ งานรวมตัวนักแต่งเพลงที่ใหญ...
11/05/2026

‘SONG MARKET’ เปิด ‘ตลาดนัด’ สำหรับนักแต่งเพลงและค่ายเพลง!
‘Songwriter Thailand Showcase 2026’ งานรวมตัวนักแต่งเพลงที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยจาก MCT กลับมาอีกครั้งเป็นปีที่ 3 ภายใต้แนวคิด ‘SONGVIVOR’ นักแต่งเพลง ‘ต้องรอด’ และปีนี้มาพร้อมความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ จะไม่มีการประกวดแต่งเพลงในรูปแบบเดิมอีกต่อไป แต่เราเปิดพื้นที่ใหม่ในชื่อ 'Song Market' ตลาดนัดเพลงที่ทุกบทเพลงมีโอกาสถูกค้นพบ
ผลงานที่ผ่านการคัดเลือก 100 เพลง จะได้รับการจัดแสดงในรูปแบบ Song Market Playlist Exhibition บอร์ดขนาดใหญ่ที่เรียงรายภาพโปรไฟล์ของทั้ง 100 ผลงาน ตั้งอยู่ภายในงานให้ผู้ร่วมงาน โปรดิวเซอร์ ตัวแทนค่ายเพลง สแกนฟังได้ทันที นี่ไม่ใช่แค่การโชว์ผลงาน แต่คือโอกาสที่เพลงของคุณจะไปถึงหูของคนที่ใช่
20 เพลงที่ได้คะแนนสูงสุดจะได้เข้าร่วม ‘Song Clinic’ รับคำปรึกษาแบบตัวต่อตัวจาก 4 Mentors ระดับแนวหน้า ได้แก่ แบงค์ รัฐวิชญ์, แจ๊ป The Richman Toy, เอ๊ะ ละอองฟอง และ พล คชภัค Boxx Music ครอบคลุมทั้งเนื้อร้อง ทำนอง โครงสร้างเพลง และแนวทางการพัฒนาผลงาน
และ 5 เพลงสุดท้ายที่โดดเด่นที่สุด จะได้ขึ้นเวทีหลักรับคำแนะนำสดจากเหล่า Mentors ต่อหน้าผู้ร่วมงานทุกคน พร้อมรับทุนสนับสนุนเพลงละ 10,000 บาท จาก 100 เหลือ 20 เหลือ 5 ทุกขั้นตอนคือโอกาสที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
#นักแต่งเพลง

🚀 Mission To The Moon Forum 2026 Work-Life Evolution เมื่อโลกวิวัฒนาการ ชีวิตและการทำงานต้องเติบโตไปด้วยกัน📌 ซื้อบัตรได้...
11/05/2026

🚀 Mission To The Moon Forum 2026 Work-Life Evolution เมื่อโลกวิวัฒนาการ ชีวิตและการทำงานต้องเติบโตไปด้วยกัน
📌 ซื้อบัตรได้แล้วที่ Zipevent : https://www.zipeventapp.com/e/Mission-to-the-Moon-Forum-2026
Mission To The Moon Forum 2026 นี้ ไม่ได้แค่ให้แรงบันดาลใจ แต่ออกแบบมาให้คุณกลับไปพร้อมแผนชีวิตที่ใช้ได้จริงผ่าน 21 Speakers ผ่าน 9 Sessions และ 5 Workshops
[ ] รวิศ หาญอุตสาหะ CEO, Srichand & Mission To The Moon Media
[ ] จุฑาภัทร เหล่าธรรมทัศน์ Head of Group Customer and Digital Marketing, AIA
[ ] ตัน ภาสกรนที Founder and CEO of Ichitan Group PCL.
[ ] กระทิง พูนผล Group Chairman, KASIKORN Business-Technology Group
[ ] ธนา เธียรอัจฉริยะ Chairman of the Board of Directors and Independent Director, Bluebik
[ ] จักรพงษ์ เมษพันธุ์ The Money Coach
[ ] น.พ.ชัชพล เกียรติขจรธาดา Author and Host of 'Human-ศาสตร์' Podcast
[ ] โตมร ศุขปรีชา Writer and Chief Strategist, OKMD
[ ] สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ Writer (Roundfinger)
[ ] ดุจดาว วัฒนปกรณ์ Founder of Empathy Sauce & SOULSMITH
[ ] จรินทร์พร จุนเกียรติ Actress
[ ] ภูมิภัทร ถาวรศิริ Actor
[ ] ชนากานต์ เลอไกรสิทธิ์ Certified Fitness Coach and Fitness Content Creator
[ ] สุธินี ตั้งอนุกูลกิจ Managing Director, Mission To The Moon Media
[ ] ณัชพล เนตรมหากุล Content Manager, Mission To The Moon Media
[ ] ภูมิชนัตถ์ เรืองชัยนันท์ Chief Strategy Officer (CSO), Ascend Group
[ ] จารุสตรี สุวรรณวงศ์ Founder & CEO, Jarsen & Co.
[ ] ปัณณวิชญ์ อธิพัชระวัฒน์ Head of AI solution & Product, EGG digital (Ascend Group)
[ ] ชัยยุทธ กิติชัยวัฒน์ (MC)
ภายในงานคุณจะได้ชวนตัวเองกลับมาตั้งคำถามกับ
[ ] ความหมายของความสำเร็จในวันที่โลกไม่เหมือนเดิม
[ ] การทำงานในยุค AI ที่ทุกอย่างเปลี่ยนเร็วขึ้น
[ ] สุขภาพ การเงิน และการลงทุนกับชีวิตระยะยาว
[ ] ความสัมพันธ์ ความล้มเหลว และการเติบโตอย่างยั่งยืน
ถ้าคุณกำลังรู้สึกสับสนหรือไม่รู้จะทำอย่างไรกับชีวิตต่อละแล้วละก็ งานนี้คืองานที่คุณห้ามพลาด!
ใครสนใจแล้วละก็ ปักวันไว้ได้เลย! Mission To The Moon Forum 2026 Work-Life Evolution เมื่อโลกวิวัฒนาการ ชีวิตและการทำงานต้องเติบโตไปด้วยกัน
📅30 พฤษภาคม 2026 เวลา 9.00 - 18.30 น.
📍BHIRAJ HALL 1-3, BITEC Bangna
🔥 ราคา Regular Ticket
[ ] Regular Ticket : 2,500 บาท
[ ] Regular Ticket + MY TASKS BOOK : 2,840 บาท (ราคาเต็ม 2,890 บาท) **ราคารวมค่าจัดส่งแล้ว
💫 ราคา Workshop
[ ] 1,200 บาท
[ ] ต้องซื้อ Add-On เพิ่มจากบัตรเข้าร่วมงานหลัก
[ ] จำกัดจำนวนผู้เข้าเรียน Workshop เพียงรอบละ 50 ที่เท่านั้น
📌 ดูรายละเอียดงานเพิ่มเติมได้ที่ : https://missiontothemoon.co/mission-to-the-moon-forum-2026/
📌ซื้อบัตรได้แล้ววันนี้ทาง Zipevent : https://web.zipeventapp.com/e/Mission-to-the-Moon-Forum-2026
*สำหรับทุก Session บน Main Stage สามารถรับชม Rerun ย้อนหลังทางเว็บไซต์ Zipevent แบบไม่จำกัด ภายในระยะเวลา 6 เดือน (Workshop จะไม่สามารถรับชมย้อนหลังได้)
**หมายเหตุ : ผู้ที่มีสิทธิ์ในการซื้อและสำรองบัตรที่นั่ง Workshop จำเป็นจะต้องซื้อบัตรเข้าร่วมงาน Mission To The Moon Forum ก่อนเท่านั้น หากมีการชำระผิดพลาด บริษัทจะมีขั้นตอนในการตรวจสอบและดำเนินการภายใน 2 เดือน



[ INTERVIEW ] จีโน่ - อาฒยา ฐิติกุล : ความสุขที่ได้เล่น การพัฒนา ประสบการณ์ และครอบครัว คือสิ่งสำคัญกว่าถ้วยรางวัลเพิ่งส...
11/05/2026

[ INTERVIEW ] จีโน่ - อาฒยา ฐิติกุล : ความสุขที่ได้เล่น การพัฒนา ประสบการณ์ และครอบครัว คือสิ่งสำคัญกว่าถ้วยรางวัล
เพิ่งสร้างความภาคภูมิใจให้กับแฟนกีฬาชาวไทยอีกครั้ง สำหรับ ‘โปรจีโน่’ อาฒยา ฐิติกุล โปรกอล์ฟสาวมือ 2 ของโลก ที่เพิ่งผงาดป้องกันแชมป์แอลพีจีเอทัวร์ รายการ “มิซูโฮะ อเมริกาส์ โอเพ่น” (Mizuho Americas Open) ที่รัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา ได้สำเร็จ ด้วยฟอร์มอันร้อนแรงทำสกอร์รวม 4 วันที่ 13 อันเดอร์พาร์ 275 ทิ้งห่างอันดับสองอย่าง ‘หยิน รัวหนิง’ โปรชาวจีนถึง 4 สโตรก ชัยชนะครั้งนี้นับเป็นการคว้าแชมป์แอลพีจีเอทัวร์รายการที่ 2 ของปีนี้ ต่อจากความสำเร็จในรายการ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ และถือเป็นแชมป์รายการที่ 9 ในเส้นทางการเล่นกอล์ฟอาชีพของเธอ
แม้ผลงานบนสังเวียนก้านเหล็กของสาวน้อยมหัศจรรย์คนนี้ จะเต็มไปด้วยสถิติระดับโลกและการกวาดเงินรางวัลมหาศาล แต่เบื้องหลังความแข็งแกร่งและรอยยิ้มที่แฟนๆ คุ้นเคย กลับมีมุมมองและทัศนคติที่เรียบง่ายอย่างน่าทึ่ง เราจะพาคุณไปเจาะลึกตัวตนของจีโน่ ตั้งแต่วันที่ครอบครัวต้องใช้วิธีเชื่อมเหล็กเพื่อต่อไม้กอล์ฟมือสองให้เธอซ้อม จนถึงวันที่เธอก้าวขึ้นเป็นมือ 1 ของโลก พร้อมร่วมค้นหาคำตอบว่าทำไมสำหรับเด็กสาวคนนี้ "ความสุข การพัฒนา ประสบการณ์ และครอบครัว" จึงกลายเป็นเป้าหมายและแรงผลักดันสูงสุดในชีวิต ที่สำคัญและมีค่ามากกว่าถ้วยรางวัลใด ๆ
นี่คือเรื่องราวการเดินทางของ ‘จีโน่ - อาฒยา ฐิติกุล’ เด็กสาวมหัศจรรย์จากราชบุรี ผู้ก้าวไปถึงจุดสูงสุดของโลกกอล์ฟหญิง ซึ่งร้อยเรียงผ่านหยาดเหงื่อ ความเชื่อ ความรัก และทัศนคติที่แกร่งเกินสาววัย 23 ปีสักคน
🏌🏻‍♀️ขอบคุณ ‘โรคภูมิแพ้’ และการไม่เลือก ‘เทนนิส’

ย้อนกลับไปในวัย 6 ขวบ ณ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี จุดเริ่มต้นของตำนานไม่ได้สวยหรูเหมือนภาพแชมป์ในวันนี้ จีโน่เริ่มจับไม้กอล์ฟเพียงเพราะคุณปู่ต้องการให้เธอได้ออกกำลังกายเพื่อให้แข็งแรง บรรเทาอาการหวัดและโรคภูมิแพ้เท่านั้น โดยคุณปู่อ่านหนังสือว่ากีฬาใดจะเหมาะกับบริบทของหลานสาว ซึ่งต้องไม่เล่นเป็นทีม เพื่อให้สามารถเล่นเอง ในเวลาที่สะดวกได้ ไม่ต้องรอเพื่อน ตัวเลือกที่กรองมาจนเหลือสองทางคือ ‘เทนนิส’ หรือ ‘กอล์ฟ’ จีโน่ในวัยเยาว์ผู้รู้จักกีฬากอล์ฟครั้งแรกจากการเปิดดูทาง YouTube และต้องขอบคุณเธอที่ตัดสินใจเลือกถูกในวันนั้น กับเส้นทางกอล์ฟ ด้วยเหตุผลว่าเทนนิสใช้แรงและวิ่งมากเกินไป ขณะที่คุณปู่อ่านเจอเรื่องราวของไทเกอร์ วูดส์ สามารถทำเงินรางวัลมหาศาลได้จากกีฬานี้ ปฐมบทของเรื่องราวสาวมหัศจรรย์จึงเริ่มขึ้น
ในตอนนั้น ครอบครัวฐิติกุลไม่ได้ร่ำรวย เป็นชนชั้นกลางที่พ่อของเธอมีร้านคาร์แคร์ และมีคุณแม่เป็นช่างทำผม กีฬากอล์ฟเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีใครในบ้านเคยเล่นมาก่อน ไม่มีแม้แต่อุปกรณ์สักชิ้น การให้คำแนะนำจึงต้องแสวงหาจากผู้รู้เท่านั้น คุณพ่อของเธอ อ่านพบหน้าโฆษณาว่าในหนังสือพิมพ์ว่ามีโปรสอนกอล์ฟ หากแต่ครอบครัวฐิติกุลจำเป็นต้องขับรถพาเธอจากราชบุรีเข้ากรุงเทพฯ ไปกลับร่วม 300 กิโลเมตร ในทุกๆ วันเสาร์-อาทิตย์ เพื่อไปเรียนกอล์ฟเพียง 1 ชั่วโมง ความลำบากในวันนั้นยังสะท้อนผ่านอุปกรณ์การซ้อมที่มีจำกัด เธอต้องใช้ ไม้กอล์ฟมือสอง ที่คุณพ่อต้องใช้วิธี “เชื่อมเหล็ก” เพื่อต่อความยาว ให้พอดีกับส่วนสูงที่เพิ่มขึ้นแทนการซื้อใหม่เพื่อประหยัด แต่นั่นกลับเป็นบทเรียนแรกที่สอนให้เธอรู้ค่าของโอกาสและความเพียร
🏌🏻‍♀️เส้นทางที่ไม่มีทางลัด วินัยที่บ่มเพาะจากหัวใจเด็กสาว
แม้การฝึกซ้อมกอล์ฟจะขยับจากการต้องเดินทางไกลในวันสุดสัปดาห์ มาเป็นการซ้อมที่จังหวัดนครปฐม เพื่อสามารถซ้อมได้บ่อยขึ้นในวันธรรมดา แต่ในวัย 9 ขวบ เด็กหญิงจีน เธอเคยงอแงขอเลิกทุ่มเทกอล์ฟเพื่อไปวิ่งเล่นตามประสาเด็กวัยเดียวกัน ซึ่งพ่อและแม่ต่างเข้าใจและยอมรับ ด้วยการเลี้ยงดูปลูกฝังแบบที่ไม่บังคับเธอ และเพราะเข้าใจในมุมหนึ่งชีวิตวัยเด็กของจีโน่ต้องหายไปกับสนามซ้อม เธอต้องตื่นตั้งแต่ตี 5 เพื่อไปเรียน และซ้อมกอล์ฟต่อจนมืดค่ำทุกวัน และใช้ชีวิตในรถกับการเดินทาง ทว่าความมุ่งมั่นที่เป็นหนึ่งของครอบครัวฐิติกุล ทำให้เธอฮึดกับมันต่อ แน่นอนว่าในหลายๆ ครั้ง เธอเคยนึกเสียดายช่วงเวลาวัยรุ่นที่ไม่ได้ไปวิ่งเล่นกับเพื่อนๆ แต่ 1 ปีให้หลัง ในวัย 10 ขวบ เธอกลับค้นพบว่ากอล์ฟเป็นหนทางที่หากทำได้ดี ก็สามารถหารายได้และตอบแทนบุพการี ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้ ประกอบกับเธอเริ่มได้พบปะนักกอล์ฟเยาวชน มีเพื่อนวัยเดียวกันจากการแข่งขัน เธอจึงเลือกที่จะแบกความรับผิดชอบนี้ไว้เอง เพราะไม่อยากให้ความทุ่มเทของพ่อต้องสูญเปล่า และตั้งแต่นั้นเธอก็ตระหนักว่าเป็นความหวังของบ้าน ส่งเป็นพลังให้มีแรงขับ และเดินหน้าอย่างไม่ย่อท้ออีกต่อไป
ในช่วงวัย 10-14 ปี จีโน่เดินหน้าคว้าแชมป์ในระดับเยาวชนเป็นว่าเล่น ชนะไป 22 รายการ จนเป็นนักกอล์ฟสมัครเล่นมือ 1 ของโลกครองสถิติยาวนาน 12 สัปดาห์ จนเป็นแชมป์สมัครเล่นเอเชีย-แปซิฟิก 2 สมัย และแชมป์ที่พิสูจน์ความเป็น ‘อัจฉริยะ’ ด้วยการสร้างสถิติโลก ในฐานะนักกอล์ฟอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ ที่ชนะรายการอาชีพของ Ladies European Tour ตั้งแต่อายุ 14 ปี 4 เดือนกับอีก 19 วัน แถมเป็นตัวแทนทีมชาติ มาคว้า 2 เหรียญทองซีเกมส์ในปีเดียวกัน
2022 หมุดหมายสำคัญผลงานจบในลำดับต้นๆ จนก้าวขึ้นครองหมายเลข 1 ของโลกในวัยแค่ 19 ปี เป็นเบอร์ 1 ที่ยังสร้างสถิติมีอายุน้อยที่สุดคนที่ 2 ที่ครองบัลลังก์ เป็นรองจาก Lydia Ko คนเดียวเท่านั้น
แต่เบื้องหลังคำว่าอัจฉริยะ คือวินัยที่ไร้ที่ติ เธอยังคงซ้อมหนัก ฟิตเนส วันละ 8-10 ชั่วโมง เน้นคุณภาพมากกว่าจำนวน รวมทั้งการเลี่ยงไม่แตะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เลย เพราะต้องการรักษาสภาพร่างกายให้พร้อมที่สุด เมื่อเลือกเส้นทางความเป็นมืออาชีพนี้แล้ว
อาจเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมไม่ค่อยเห็นเธอบาดเจ็บมากนัก ด้วยการซ้อมที่ปรับเน้นความทนทานในการเล่น ชีวิตนักกอล์ฟสตรีที่เธอมองว่าเวลาความพีค หรือช่วงที่สูงสุดของอาชีพสั้นมาก แค่ราวช่วงอายุ 22-28 ปีเท่านั้น กอล์ฟในปัจจุบันที่เน้นพละกำลัง เราแทบไม่เห็นมือท็อปของโลกในวัยเกิน 30 ปีมากนักในเวที LPGA ยิ่งหากมีครอบครัว มีบุตรแล้ว แทบจะต้องยุติเส้นทางนักกีฬาอาชีพโดยปริยาย
ทุกวันนี้โปรแกรมการฟิตเนส จึงมุ่งเน้นเสริมสร้างกล้ามเนื้อ การวิ่ง (ที่นอกเหนือจากการซ้อมสวิง ซ้อมในสนามไดรฟ์ และเกมแพลน) เพื่อทำให้ maintain ร่างกาย สำหรับทั้งฤดูกาล และการเดินทาง เพราะต้องไม่ลืมว่าฤดูกาลยาวนาน 8-9 เดือนแต่ละปีนั้น แต่ละสัปดาห์จะต้องมีรอบฝึกซ้อมอีก 2 วัน และรอบการเล่นโปร-แอม ที่ฝ่ายจัดจะเชิญสปอนเซอร์แต่ละแบรนด์มาร่วมออกรอบ ก่อนทัวร์นาเมนท์ นั่นหมายถึงการต้องเดินออกรอบในสนามทุกวันตลอดสัปดาห์ (ถึงแม้จะมีรถกอล์ฟให้ใช้ ในรอบไม่เป็นทางการ แต่ทัวร์โปรจะเลือกเดินเพื่อดูระยะ และสำรวจหรือซ้อมในสภาพการเล่นแต่ละจุดไปในตัว)
🏌🏻‍♀️วินาทีสะกดโลก ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์ คอร์ส ชลบุรี ปี 2026
เสียงเชียร์กระหึ่มอย่างที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน จากผู้ชมตลอดการแข่งขันกว่า 5.3 หมื่นคน ดังกึกก้องไปทั่วสนามสยามคันทรีคลับ พัทยา โอลด์คอร์ส ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลด้วยความกดดันระดับมหาศาลสำหรับหลายๆ คน แต่ไม่ใช่ ‘จีโน่’ อาฒยา ฐิติกุล ในวัย 23 ปีหมาดๆ หลังแท็ปอินแชมเปียนชิพพัตต์ ครอบครัว เพื่อนร่วมอาชีพ ต่างทยอยกรูเข้ามาแสดงความยินดี บนกรีนหลุม 18 ปิดฉาก คว้าแชมป์ Honda LPGA Thailand 2026 ต่อหน้าแฟนกอล์ฟในบ้านเกิดได้เป็นครั้งแรกในชีวิต
แม้แต่วินาทีที่ปลื้มปิติ ที่แม่ผู้ได้มาเป็นประจักษ์สายตาแชมป์รายการใหญ่เป็นครั้งแรกของเธอ โผเข้ากอดแสดงความยินดีพร้อมน้ำตาแห่งความปลิ้มปิติพรั่งพรู เธอยังคงแสดงความแข็งแกร่ง พร้อมคำพูดสั้นๆ ว่า “ในที่สุดก็ได้แชมป์ต่อหน้าแม่แล้วนะ” แชมป์ที่เธอเฝ้าผันมาตั้งแต่วันที่ยัง้ชื่อนำหน้าว่าเด็กหญิง วันนี้เธอทำฝันนั้นทำได้แล้ว นี่ไม่ใช่แค่ชัยชนะรายการที่ 8 ใน LPGA Tour แต่มันคือการสิ้นสุดการรอคอย และการพิสูจน์เส้นทางที่ไม่มีทางลัดของเด็กสาวคนหนึ่งที่วงการกอล์ฟโลกต้องจารึก
🏌🏻‍♀️จากอกหักปี 2021 สู่แชมป์ 5 ปีถัดมา
ดราม่าครั้งใหญ่ที่หล่อหลอมให้เธอแข็งแกร่งคือความผิดหวังในรายการ Honda LPGA Thailand 2021 ในวันนั้นที่จีโน่พ่ายแพ้แบบน่าเสียดายที่สุดต่อ ‘โปรเม’ เอรียา จนถึงขั้นร้องไห้หนักจนต้องเอาน้ำแข็งประคบตา
ทว่าในวันนี้เธอมองย้อนกลับไป และพูดว่า “ขอบคุณวันนั้นที่ไม่ได้แชมป์” เพราะความพ่ายแพ้ครั้งนั้นทำให้เธอมี ‘เที่ยวบิน’ ที่สูงขึ้น มีประสบการณ์ที่ ‘กระดูกแข็ง’ ขึ้น จนสามารถรับมือกับความกดดันได้ดีกว่าใครในยุคนี้ เธอยึดมั่นในปรัชญาที่ว่า “ทุกความสำเร็จเกิดขึ้นจากความล้มเหลว” และนั่นคือเหตุผลที่เธอกลับมาผงาดในบ้านเกิดในปี 2026 ได้อย่างสมศักดิ์ศรี
หรือหากความพ่ายแพ้แบบหวุดหวิดครั้งที่ล่ากว่านั้น แถมเป็นรายการสำคัญ แมทช์เมเจอร์ที่ Amundi Avion Championship ปีที่แล้ว ที่ฝรั่งเศส ที่ต้องเล่นถึงฎีกา ทั้งๆ ที่จีโน่จบไปก่อน ขึ้นเป็นผู้นำในคลับเฮาส์ แต่คู่แข่ง เกรซ คิม ที่ตาม 2 สโตรค ทำอีเกิลที่หลุมที่ 72 ทำให้ต้อง ออกมาชิงดำ โมเมนตัม ดูเหมือนจะเข้าข้างจีโน่แล้วในการดวลเพลย์ออฟหลุมแรกที่เกรซตีตกน้ำ ..แต่เธอกลับแก้ไขชิพอินเบอร์ดี้ และหลุมถัดมา เก็บอีเกิลได้อีกครั้ง ดับฝันแฟนกอล์ฟชาวไทย ได้เห็นจีโน่ คว้าแชมป์ทั้งๆ ที่ฟอร์มดีตลอดสัปดาห์ แต่เจอช็อตมหัศจรรย์ของเกรซ คิม ถึง 3 ครั้ง 3 ครา
“จีนไม่คิดว่าตัวเองทำอะไรพลาดเลย เราทำเต็มที่แล้ว ตี 4 เบอร์ดี ไม่มีโบกี้เลย ก็แค่ไม่แชมป์ เราไม่สามารถได้ทุกอย่างที่เราต้องการเสมอไป เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็เริ่มต้นใหม่ อย่างน้อยผลงานที่ทำก็ดีที่สุดที่เคยได้ (รองแชมป์เมเจอร์)”
ความแค่เอื้อมนี้ที่เป็นทัศนคติพลังบวก ในวันที่เธอ ‘เลือก’ จะหยิบบริบทความเป็น ‘รองแชมป์’ มากกว่าจะมองเป็น ‘ความพ่ายแพ้’ เพลย์ออฟ มองว่าเป็นผลงานที่ดีที่สุดที่เคยทำได้ในรายการใหญ่ โทนของความคิดก็เปลี่ยนไป แค่พลิกมุมคิด จาก ‘เสียใจ’ ก็กลายเป็น ‘ความใจฟู’ ได้ทันที
3 เดือนของการหยุดจับไม้กอล์ฟ ปี 2024 ทุกข์ที่สุดในอาชีพ อาการบาดเจ็บ พรากสิ่งที่รักที่สุดในชีวิตนอกเหนือจากครอบครัวไปชั่วคราว เป็น 3 เดือนที่ยาวนาน ทั้งทำให้พลาดลงแข่งรายการฮอนด้า LPGA ในบ้าน ทว่าสิ่งที่ค้นพบจากการขาด คือได้ตระหนักกับตัวเอง จนเป็นทัศนคติในใจว่า ขอแค่ได้รับความสุขจากการเล่นกอล์ฟเป็นสิ่งหลัก ผลงานในสนามจะดีไม่ดีเป็นเรื่องรองที่นับจากนี้ จะแทบไม่มีผลกับเธออีกต่อไป
“จีนแค่ขอได้กลับมาเล่นเร็วๆ ได้ออกกำลัง ได้จับไม้ แค่นั้นเลยตอนนั้น เรารู้เลยว่าก่อนหน้า เราแบกความคิดที่ต้องมีตัวเลข ต้องมีผลงาน หลังขึ้นเป็นมือ 1 ของโลก ในครั้งแรก การต้องหยุดทำให้เราเรียนรู้อีกมุมว่า เราต้องการแค่ทำให้เต็มที่พอ เป้าหมายหรือปลายทาง ไม่ได้สำคัญเท่าระหว่างทาง”
ทัศนคติที่ไม่ยึดติด เป็นแก่นความคิดบวกที่ช่วยสร้าง Mindset แห่งความสำเร็จ
🏌🏻‍♀️ครอบครัว... ลมใต้ปีกที่สร้างสาวอายุน้อย 500 ล้าน
ตลอดอาชีพการเป็นนักกีฬากอล์ฟ จีโน่กวาดเงินรางวัลสะสมไปแล้ว 17 ล้านเหรียญ สหรัฐ หรือกว่า 560 ล้านบาท โดยที่ยังไม่รวมรายได้จากสปอนเซอร์มากกว่า 11 แบรนด์ ที่ได้เห็นโลโก้สินค้าเต็มตัวตั้งแต่ เสื้อ หน้า-หลัง หมวก อุปกรณ์ จนถึงนาฬิกา สมมงการเป็นเบอร์ 1 ของโลก ที่ว่าไปแล้ว เป็นเม็ดเงินมหาศาลไม่แพ้จากการแข่งขัน สิริรวมแล้ว ทำให้ปีที่ผ่านมา จีโน่ เป็นนักกีฬาหญิง Top 15 ของโลก ที่ทำเงินสูงสุด 10.1 ล้านเหรียญ สหรัฐฯ ไม่นับสถิติที่เธอทำเงินแตะหลัก 8-9-10-11-12-13 ล้านเหรียญฯ และนับต่อไปเรื่อยๆ ไวที่สุดในประวัติศาสตร์ ตั้งแต่อายุแค่ 22 เท่านั้น ต้องขอบคุณรายการใหญ่ปลายปี CME Globe รายการโบนัสปลายปีที่เงินมหาศาล และ 2 ปีหลังสุดที่เงินรางวัลขยับขึ้นมาก้อนใหญ่ที่สุด ปีละ 4 ล้านเหรียญฯ ก็ถูกโฉลกจีโน่เสียเหลือเกิน เพราะเหมารวมทั้ง 2 ปี จนทำให้เงินสะสมก้าวกระโดด ในอันดับ 7 เงินรางวัลสะสมตลอดกาล จ่อทาบบัลลังก์ตำนานอย่าง แอนนิกา โซแรนสตัม ที่ทำเงินสะสม 21 ล้านเหรียญฯ แบบที่เชื่อว่ามีโอกาสไม่น้อยจะสามารถแซงได้ เมื่อดูจากวัย และมูลค่าเงินรางวัลในทัวร์ที่มีแต่จะเพิ่มขึ้นทุกปี
แต่เป้าหมายที่แท้จริงของเธอยังคงเดิมตั้งแต่วันแรกที่เลือกเส้นทางนี้ คือ ‘การดูแลครอบครัว’ เธอเคยให้สัมภาษณ์ว่าหากวันนี้ มีคนบอกให้เลิกเล่นกอล์ฟ เธอก็สามารถหยุดได้ทันที ไม่ใช่เพราะเบื่อหรือสาเหตุใด หากแต่เพราะความฝันในวัยเด็กที่จะเลี้ยงดูทุกคนให้มีความสุขนั้นบรรลุผลแล้ว ทุกคนมีความสุขกับเธอ รายได้ที่มีวันนี้ เพียงพอที่จะเลี้ยงครอบครัวได้ โดยไม่ต้องให้ทุกคนทำอะไร
สำหรับจีโน่ ครอบครัวคือพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) ที่แท้จริง เมื่อถึงวันที่บาดเจ็บจนต้องพักนานถึง 3 เดือนในช่วงต้นปี 2024 เธอก็มีทีมงานและครอบครัวคอยเป็นเสาหลักให้กลับมาลุกยืนได้อีกครั้ง หลายๆ ครั้งเธอจึงมักตอบคำถามเมื่อถูกสื่อถามว่าสนุกกับเกม กับชีวิตแค่ไหน เธอให้ระดับความสุขในชีวิตไว้ที่ 100 คะแนนเต็มเสมอ เพราะมีคนรอบข้างที่ดี ไม่ใช่เพราะตัวเลขเงินในบัญชี
และนอกจากครอบครัวแท้ๆ แล้ว ครอบครัวทีมงานเบื้องหลังจีโน่ ทั้งแคดดี้ คุณก้อง บรรพต บุญไพศาลเสรี ทีมงานในนาม MJK Management โคช คริส กฤช อัศววิมลพร และผู้จัดการ คุณแจ๊ค คเณศ นิติวนะกุล คือผู้อยู่ด้วยกันแทบตลอดเส้นทาง และแทบตลอดเวลาช่วงแข่งขันตั้งแต่วันที่เริ่มเส้นทาง จนวันที่สำเร็จ ทั้ง 3 คน (จีน แคดดี้ ผู้จัดการ) เปรียบเป็นทั้งพี่ ทั้งเพื่อน ทั้งพ่อ ดูแลทั้งในสนาม อาหารการกิน การเดินทาง สปอนเซอร์ เป็นความอุ่นใจให้เธอ ตัดเรื่องภายนอกออกไปให้มากที่สุด และโฟกัสเฉพาะเกมกอล์ฟเท่านั้น
“จีนชอบแหย่เขาทั้งสองค่ะ แต่เราไม่เคยทะเลาะกัน เพราะเราเด็กสุด และมีแต่ผู้ชาย จีนว่าเรารู้ใจกันดี เพราะอยู่ด้วยกันตลอดทั้งปี ทั้งฤดูกาล จีนเจอหน้าพี่ก้องมากกว่าที่เจอหน้าพ่อแม่ เช่นเดียวกันพี่ก้องก็เจอหน้าจีนมากกว่าเจอหน้าลูกตัวเอง พี่ก้องมาถือให้จีนตั้งแต่ก่อนเล่นอาชีพ ในวัย 14 ปี สำหรับจีนพี่ก้องคือคนที่ทำงานได้อย่างสบายใจที่สุด”
เป็นคำตอบในวันเธอไม่ชนะ หรือไม่ติดท็อปเท็น จนเคยมีกระแสดราม่าให้จีนเลือกแคดดี้ต่างชาติที่มีชื่อเสียง แต่ผ่านช่วงเวลามา ทุกอย่างพิสูจน์ว่าความสบายใจ ความมองตารู้ใจ สำคัญไม่แพ้สิ่งใดในฐานะผู้ช่วยของเจ้านายผู้ผูกพันร่วมหัวจมท้ายกันมาร่วมทศวรรษ และสุดท้ายผลงานรางวัลล่าสุด แคดดี้ แห่งปีในรายการ HSBC World Championship ที่สิงคโปร์ ปี 2026 มอบให้คุณก้อง บรรพต เป็นคนไทยคนแรกที่คว้ารางวัลนี้ เป็นเครื่องพิสูจน์แล้ว
🏌🏻‍♀️ความถ่อมตัวไม่คิดว่าตัวเองเก่ง แม้ครองเบอร์ 1 โลก
แม้จะก้าวขึ้นสู่ อันดับ 1 ของโลก มาแล้วหลายครั้ง แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนทึ่งคือความอ่อนน้อมถ่อมตน จีโน่มักพูดเสมอว่า “จีนไม่คิดว่าตัวเองเก่งขนาดนั้น” เธอไม่ได้มองว่าตำแหน่งมือ 1 คือจุดสิ้นสุด แต่มองว่าเป็นเพียงตัวเลขสถิติที่บอกให้เธอยิ่งต้องทำตัวให้เล็กและถ่อมตัวมากขึ้น
“วันที่ประกาศอันดับโลก คนโทรมาหา ส่งข้อความยินดี เราก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไร เพราะเราไม่ใช่มือ 1 ของโลกคนเดียว มีคนที่เคยขึ้นมาก่อนมากมาย เราก็ยังทำทุกอย่างเหมือนเดิมปกติ ยังเป็นคนเดิมไม่ว่าจะอันดับโลกเท่าไหร่ก็ไม่ลืมสิ่งที่ต้องทำ พอได้เป็นมือ 1 มาสักสัปดาห์ ก็ยิ่งรู้ว่าไม่ได้รู้สึกอะไรเลยจริงๆ”
เธอเปรียบการแข่งขันเหมือนรถไฟเหาะที่มีขึ้นมีลง เคล็ดในใจที่สร้างความแกร่งคือการ อยู่กับปัจจุบัน และโฟกัสที่ ‘ช็อตถัดไป’ เสมอ ความสุขของเธอไม่ได้อยู่ที่ถ้วยรางวัล แต่อยู่ที่การได้เล่นกอล์ฟด้วยรอยยิ้ม
ระหว่างรอบการแข่งขัน 18 หลุมแต่ละวัน เราแทบไม่เห็นการแสดงอารมณ์แบบเต็มที่ หรือดุดัน ไม่ว่าจะช็อตที่ดีมากๆ หรือช็อตที่เสียหาย การจัดการอารมรณ์เป็นจุดแข็ง ที่จีโน่สร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเองแกร่ง เธอเลือกจะจัดการกับความรู้สึกผิดพลาดจากช็อตแย่ๆ หรือไม่ได้ดังใจ ที่เกิดขึ้นทันที โดยเลือกใช้การพูดคุยกับแคดดี้ พี่ก้อง ของเธอ ณ เดี๋ยวนั้น เพื่อไม่ให้ค้างคา และมูฟ-ออน สู่ช็อตต่อไปทันที หลายคนเราอาจจะเห็นการโทษตัวเอง โทษแคดดี โทษลม โทษสิ่งแวดล้อม ฯลฯ แต่จีโน่ ไม่เคยหาจำเลย หากแต่บอกกับตัวเองว่า ก็ทำใหม่ แก้ไขใหม่ ช็อตต่อไป เท่านั้น
ขณะเดียวกัน ในช็อตที่ผลงานยอดเยี่ยม เธอก็แค่ยิ้มเบาๆ โค้งให้เสียงปรบมือพองาม เราแทบจะไม่เคยเห็นอาการสะใจ หรือสุดขีด เว้นแต่มันคือช็อตสุดท้ายวันอาทิตย์ของทัวร์นาเมนท์ ที่เธอรับโทรฟี นั่นล่ะที่จะได้เห็นความปลดปล่อยแบบพองาม แม้แต่บนกรีนหลุม 18 วันสดท้าย ที่ Honda LPGA Thailand 2026 แชมป์ล่าสุด ความ Overwhelm ที่เธอปลดปล่อย มาจากได้เห็นน้ำตาและปฏิกริยาของคุณแม่ที่มาสวมกอด เป็นโมเมนท์ของแชมเปียนที่ยังคงสะกดอารมณ์ ดังที่เธอให้สัมภาษณ์เสมอๆ ว่าการได้แชมป์ทั้ง 8 รายการใน LPGA หรือการได้เป็นมือ 1 ของโลก แน่นอนว่าสำคัญ และมีความหมายมหาศาลเสมอ แต่พอผ่านไปอีกวัน ทุกอย่างก็รีเซ็ตใหม่อีกครั้ง ตั้งต้นกับทัวร์นาเมนท์ถัดไปทันที
การเดินทางที่ตาราง LPGA Tour แข่งในสหรัฐฯ เป็นหลัก เป็นเหตุผลที่ราว 2 ปีก่อน จีโน่ ตัดสินใจเลือกซื้อบ้านในตอนเหนือของรัฐเท็กซัส เมือง Carrollton อยู่ไม่ไกลจากสนามฝึกซ้อม PGA Frisco Complex และสนาม TPC Craig Ranch ห่างเพียง 20 นาที และยังเป็นชานเมืองที่ไม่ไกลจากดัลลัส เมืองหลวงของรัฐ ที่มีหลายโปรดังจาก LPGA อาทิ ลี มินจี / เซลีน บูติเยร์ และแองเจลา สแตนฟอร์ด อาศัยอยู่ แน่นอนว่าเป็นเมืองที่อากาศไม่หนาวจัด สามารถออกรอบได้ตลอดทั้งปี และทำเลอยู่แทบจะกึ่งกลางประเทศ จึงเป็นเบสที่เดินทางสะดวก และกลายเป็นบ้านหลังที่ 2 ทดแทนการต้องตระเวนเช่า Air BnB ในช่วง 2 ปีแรกในทัวร์
🏌🏻‍♀️ไม่ต้องตีไกลที่สุด แค่แน่นอนที่สุด
267 หลาคือระยะเฉลี่ยหัวไม้ของเธอในทัวร์ปี 2025 แน่นอนว่าไม่ใช่ระยะที่ไกลที่สุดในทัวร์ (เฉลี่ยไกลที่สุด LPGA ปี 2025 ระยะ 285 หลา - ฮูเลีย โลเปซ รามิเรซ จากสเปน) หรือแม้แต่สามารถเพิ่มความเร็วได้มากกว่านี้ แต่ตัวเลขนี้กลายเป็นระยะที่เหมาะสม (Optimal Speed) ที่สุดสำหรับตัวเอง เป็นระยะที่ไม่ได้เข่น เร่ง กระชากมากเกินไป อันอาจนำมาซึ่งความผิดพลาดตามหลักฟิสิกส์ เพราะเมื่อแรงเพิ่ม โอกาสที่มุมปะทะจะบิดเบี้ยวไปย่อมเกิด แม้เพียง 1 องศา หรือไม่โดนกึ่งกลางหน้าไม้ ก็ย่อมส่งผลต่อทิศทางหรือความเสียหายที่บอลจะไปอยู่นอกแฟร์เวย์ ในพื้นที่อุปสรรคหรือจุดที่เล่นยากกว่าในช็อตต่อไป
ความแม่นยำที่สม่ำเสมอด้วยแรงสวิง 85-90% ของจีโน่คือความสมดุลย์ ส่งผลต่อค่าเฉลี่ยความแม่นยำการตีลูกให้อยู่ในแฟร์เวย์ (Driving Accuracy) อยู่ที่ 74% ปีที่ผ่านมา เป็นแถวหน้าในทัวร์ และยังนำไปสู่การวางแผนการเล่นช็อตต่อไปได้ง่ายกว่า สามารถบุกได้มากกว่า ส่งผลให้ ค่าเฉลี่ยการตีออนกรีนตามกำหนด (Green in Regulation – GIR) สูงตามมาถึง 76.17%
ถ้าสังเกตให้ดี เกมของเธอในแต่ละรอบการแข่งขัน เราแทบไม่ค่อยเห็นความผิดพลาดมากมายนัก ไม่ค่อยเห็นไดรเวอร์เข้าป่า ออกโอบี ตีตกน้ำ ไม่ค่อยเห็นเธอต้องแก้ปัญหาจากอุปสรรค ความแม่นยำจากการ”คุม”ความเสี่ยงได้ ส่งผลให้เปิดโอกาสทำคะแนนได้มากตามมา จนปี 2025 เธอทำผลงานท็อปฟอร์มอย่างคงเส้นคงวา คว้าถึง 3 แชมป์ และสามารถแซงหน้ากลับขึ้นไปเป็นมือ 1 ของโลกเป็นครั้งที่ 2 ในเดือนสิงหาคม พร้อมกับเหมารางวัลจากสถิติที่เหนือชั้น ตั้งแต่
Scoring Average สถิติคะแนนเฉลี่ยต่ำสุดในประวัติศาสตร์ LPGA ที่ 68.68 ทำลายสถิติเดิมของ Annika Sörenstam ที่ทำไว้ในปี 2002
คว้า Vare Trophy ถ้วยรางวัลที่มอบให้สำหรับผู้ที่ทำคะแนนเฉลี่ยต่ำที่สุดแต่ละฤดูกาล และคว้า Rolex Player of The Year รางวัลนักกอล์ฟยอดเยี่ยมแห่งปี
อีกผลพลอยได้ ยังทำให้ร่างกาย กล้ามเนื้อปลอดภัย ลดความเสี่ยงจะบาดเจ็บ ทำให้ยืนระยะได้ยาวนานขึ้น นับเป็นพละกำลังที่ยั่งยืน ที่เป็นปัจจัยสำคัญความสำเร็จ
🏌🏻‍♀️เดินหน้าสู่ความไร้เทียมทาน
ผลงานเป็นที่ประจักษ์ จำนวนแชมป์ อันดับ 1 ของโลก สถิติการลงเล่นกับผลงานติดท็อปเท็นต่อเนื่อง ผลงานที่ Outstanding เป็นตัวเต็ง 1 ทุกรายการที่ลงแข่งช่วงหลังนี้ และเหลือแค่รอวันที่จะหยิบแชมป์เมเจอร์แรกเท่านั้น จนเริ่มมีคนนำไปเปรียบเทียบกับตำนานนักกอล์ฟโลก ไม่ว่าจะ ลิเดีย โค หรือ แอนนิกา โซแรนสตัม อันที่จริงความไร้เทียมทาน ไม่จำเป็นต้องการันตีว่าเป็นแชมป์ทุกรายการที่ลงเสมอไป กอล์ฟเป็นกีฬาที่ปัจจัยแวดล้อมตัวแปรหลากหลาย เกินกว่าจะวัดจากแค่ตัวนักกีฬาเองคนเดียว เพราะแม้แต่ ไทเกอร์ วูดส์ อดีตหมายเลข 1 ของโลก ในช่วงจุดสูงสุดของอาชีพ ก็ยังไม่สามารถจะกวาดแชมป์ได้ทุกรายการที่ลงสนาม
ผลงานแชมป์ใน Honda LPGA Thailand 2026 มาจากการเตรียมตัว เตรียมพร้อมล่วงหน้าตั้งแต่ปลายปี 2025 การรักษาความพร้อมร่างกายให้มาสมบูรณ์ที่สุดในช่วงแข่งขันเดือนกุมภาพันธ์ แม้ก่อนแข่งจะยังรู้สึกไม่เต็มร้อยในช็อตตีเหล็ก (Irons) แต่เมื่อถึงเวลา ผลงานที่ออกมาดีเพียงพอให้เธอหยิบถ้วยแชมป์ ทำให้สามารถบอกตัวเองได้ว่า
“จีนมาแข่งสัปดาห์นี้โดยยังมีเกมเหล็กที่ต้องปรับปรุง แต่เมื่อถึงเวลาทำได้ สะท้อนว่าเราไม่ต้องดีที่สุดเสมอไป แค่ทำให้ดีที่สุด และเชื่อมั่นว่าทำให้แฟนๆ ที่มาเชียร์ที่สนามได้มีความสุขกับการทำหน้าที่ของเรา”
เอาเข้าจริงแล้ว สิ่งที่จีนเชื่อมั่นในแนวทางการพัฒนาเกมของเธออย่างค่อยเป็นค่อยไป ถือว่ามาถูกทาง เหมือนกับสิ่งที่เธอเรียนรู้จากความผิดหวังที่ไม่ได้แชมป์ทั้งในรายการ Honda LPGA Thailand เมื่อปี 2021หรือที่ออก 4 พัตต์ หลุมสุดท้าย วันที่ 4 รายการโครเกอร์ ควีน ซิตี แชมเปียนชิพ 2025 ปีที่แล้ว จนปล่อยแชมป์หลุดมือไปเองก็ดี ทุกครั้งที่เธอพลาด เธอกลับไม่รู้สึกว่าแพ้ เธอแค่ยอมรับและก้าวต่อไปอย่างรวดเร็ว เตรียมพร้อมสำหรับวันพรุ่งนี้ที่ทุกอย่างเริ่มต้นกันใหม่
🏌🏻‍♀️จีนก็คือจีนคนเดิม มือ 1 ของโลกที่สนุกสนาน เป็นที่รัก
ความสามารถระดับเวิลด์คลาส รอยยิ้มและทัศนคติ อารมณ์ขันเป็นธรรมชาติ สปิริตและความมุ่งมั่น เป็นส่วนผสมที่กลมกล่อม หล่อหลอมเป็นเสน่ห์ ทำให้สาววัย 23 ปี ดึงดูดคนทั่วโลกชื่นชมเธอได้ไม่ยากเลย ใครที่ได้สัมผัส รู้จัก ได้พูดคุย ล้วนชื่นชมความน่ารัก เป็นกันเอง และอารมณ์ขันที่มีเสมอ สะท้อนออกมาผ่านรอยยิ้ม และประกายตาความสนุก แม้การแข่งขันจะเดิมพันเข้มข้นสูงแค่ไหน หลังตีจบแต่ละช็อต เธอจะตัดเกมกอล์ฟออกจากสมองชั่วคราวเพื่อไม่ให้จดจ่อเกินไป อันจะส่งผลความคิด บางทีก็เลือกคุยเล่นทันทีกับแคดดี้ หรือกับเพื่อนร่วมก๊วน
อันที่จริงแม้แต่คู่แข่งในทัวร์เองด้วยซ้ำต่างยอมรับและยกย่องเธอ ไม่ว่าจะ Lydia Ko ที่ทึ่งกับความสม่ำเสมอผลงาน หรือ Nelly Korda กล่าวถึงวงสวิงที่ทรงพลัง แม้จะสรีระไม่สูงใหญ่มาก แต่สร้างความเร็วหัวไม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่นเดียวกับเรื่องสปิริตในเกม จีโน่เป็นคนแรกๆ เสมอที่เข้าไปแสดงความยินดีเวลาที่ใครคว้าแชมป์ และเวลาเพื่อนร่วมกลุ่มทำผลงานดีในแต่ละช็อต ความจริงใจที่มอบให้ เปลี่ยนจากคู่แข่งในทัวร์ กลายเป็นเพื่อนร่วมอาชีพที่ทุกคนคนยอมรับ สำหรับแคดดี้ ผู้จัดการ ทีมงาน เธอคือผู้สร้างสีสันเสมอ จากการแกล้ง หยอกล้อ และสร้างเสียงหัวเราะ
คิวรอถ่ายรูป และแจกลายเซ็นแต่ละวันนานนับชั่วโมง หลังขวัญใจชาวไทยแข่งจบรอบของทุกวันใน Honda LPGA Thailand ที่ผ่านมาเป็นเครื่องพิสูจน์ปรากฎการณ์ฟีเวอร์ และความให้เกียรติแฟนคลับของเธอ โดยเฉพาะเด็กๆ เยาวชน ทั้งที่ช่วงเวลาใน 4 วันแข่งขัน ทุกนาทีจะมีค่า ไม่ว่าจะต้องซ้อม พักผ่อน หรือแม้แต่ใช้เวลากับครอบครัวได้แบบพร้อมหน้า เพราะเป็นช่วงเดียวของปี ที่ทุกคนจะได้พบกันในไทย แต่ความเป็นมืออาชีพของจีโน่ เธอเลือกที่จะสละเวลาเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนประทับใจและตอบแทนคำขอบคุณที่มาเชียร์อย่างอบอุ่น จนสร้างสถิติผู้ชม 5.3 หมื่นคนที่เช้ามาชมในสนามในรายการ LPGA Tour 1 เดียวของไทย ปีล่าสุด
🏌🏻‍♀️คืนโอกาสที่เคยได้รับให้สังคมที่ขาด
ความที่เติบโตมาจากต่างจังหวัด และเคยเป็นเด็กที่”ขาด”มาก่อน ในวันที่ประสบความสำเร็จ มีชื่อเสียง เงินทอง เกียรติยศ จีโน่ ไม่ลืมที่จะให้”โอกาส”กลับคืนสู่เด็กๆ เยาวชน ได้เพิ่ม ‘โอกาส’ ให้คนรุ่นต่อไป
“เพราะจีนมีเสียงที่ดัง มีคนพร้อมจะร่วมมอบโอกาสเป็นที่มาให้ร่วมกับพี่กล้อง (โปรข้าวกล้อง – กีรัตติยา ฟูเจริญ) โปรรุ่นพี่ที่สนิทกัน เคยคุยกันจะจัดแมทช์แชริตี้ JK Golf Charity หาทุนสร้างอาคารเรียนสักหลัง พอถึงเวลาได้เงินเกินกว่าที่ตั้งไปมาก จนได้ถึง 3 อาคาร”
ปลายปี 2025 จึงได้ฤกษ์ที่จีโน่และเพื่อน ส่งมอบอาคารเรียนให้กับโรงเรียนวัดแหลมทอง โรงเรียนบ้านลานก้ามปู และโรงเรียนบ้านพุเกตุ ในจ.ราชบุรี ที่ได้จากการประมูลของของเธอและเพื่อนถึง 2,535,000 บาท สะท้อนจิตใจดี และความเข้าอกเข้าใจ เด็กๆ ในพื้นที่ห่างไกล ต้องขาดแคลนปัจจัยพื้นฐาน เหมือนที่เธอผ่านมาก่อน และเธอยังตั้งใจให้โครงการนี้มีต่อไปเรื่อยๆ ทุกปี เพื่อเป็นแรงบันดาลใจทั้งด้านกีฬาและการศึกษา
🏌🏻‍♀️ปรากฏการณ์ Jeeno สมบัติของชาติ
ชัยชนะของจีโน่ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องส่วนตัว แต่มันคือ ‘The Jeeno Effect’ ที่สร้างแรงกระเพื่อมมหาศาลให้กับประเทศไทย เธอคือ Soft Power ที่มีรอยยิ้มและความสามารถอันประจักษ์ เป็นอาวุธ ทำให้คนทั้งโลกเห็นว่าคนไทย และทีมงานไทย มีศักยภาพที่จะเป็นที่หนึ่งของโลกได้อย่างสง่างาม
เธอมักฝากข้อความถึงรุ่นน้องเสมอว่า “อย่าเป็นเหมือนจีน หรือจะนักกอล์ฟคนไหน เป็นแนวทางได้แต่อย่าก็อปปี้เสียทุกอย่าง ร่างกายไม่เหมือนกัน ทุกคนมีวงสวิงของตัวเองที่ต้องค้นหาให้พบว่าวง (สวิง) ไหน เหมาะกับเรา จงเลือกเส้นทางของตัวเอง และทุกคนมีช่วงเวลาความสำเร็จไม่พร้อมกัน การใช้ชีวิตก็เช่นกัน ไม่ต้องมองว่าอายุเท่าไหร่ ต้องมีอะไร อายุไม่ได้บ่งบอกความสำเร็จ หาตัวเองให้เจอในจุดพอใจในสายอาชีพเรา และอย่าเอาความสำเร็จของใครมาเป็นมาตรวัดคุณค่าของตัวเอง จงฟังเสียงความสำเร็จในหัวเรา”
“จีนว่านักกอล์ฟเยาวชนไทยเก่ง แต่มักมีแรงกดดันจากพ่อแม่ นำไปเปรียบเทียบเด็กคนอื่น ทำไมผลงานไม่ดีบ้าง ส่งผลทำให้เครียด ซึ่งแต่ละคนอาจรับความกดดันได้ไม่เท่ากัน หากถูกบังคับ ย่อมนำไปสู่การต่อต้านจนอยากเลิก อย่างที่ตนสัมผัสได้ คือแมทช์เยาวชน คู่แข่งไม่มาก การได้แชมป์ในวัยเด็กไม่ได้การันตีอนาคตเสมอไป เพราะพอขยับไปอาชีพ คู่แข่งเพิ่มทวีคูณ จากแข่งเดือนละครั้ง เพิ่มเป็นเดือนละ 3 แมทช์ แผนแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ พอเราขยับดิวิชันขึ้น เราเห็นเลยว่าคนอื่นซ้อม พยายามมากแค่ไหน เรายิ่งต้องทำมากกว่า หรือไม่น้อยกว่าเขา สำคัญอยู่ที่การทำทีละเล็กละน้อย แต่สม่ำเสมอ ไม่หักโหม และไม่หยุด ความไม่มีทางลัด คือสิ่งที่จีโน่ฝากถึงเยาวชน Routine วินัยการฝึกซ้อมแบบออโต้ คือสิ่งที่ปลูกฝังจนเป็นอุปนิสัย ทำให้มาถึงเวทีโลกวันนี้
“อนาคตก็จะมีคนรุ่นใหม่ขึ้นมา วันนี้เราเป็นตัวอย่างให้น้องๆ เพราะเราก็เคยมองพี่ๆ พี่เม (เอรียา) มาก่อน พี่เหมียว ก็เก่ง ซ้อมหนักมาก “
ในวัย 23 ปี ‘จีโน่’ อาฒยา ฐิติกุล ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ความสามารถระดับโลก ไม่ได้มาจากพรสวรรค์เพียงอย่างเดียว แต่มันคือส่วนผสมของหยาดเหงื่อจากการซ้อม 10 ชั่วโมงต่อวัน ทัศนคติที่มองความล้มเหลวเป็นครู และความกตัญญูที่คอยขับเคลื่อนหัวใจให้ก้าวต่อไป... ในช็อตที่สำคัญที่สุดของชีวิต ซึ่งก็คือ ‘ช็อตถัดไป’ เสมอ
วันนี้ถ้าคุณท้อ ลองนึกถึงความคิดของเด็กหญิงอาฒยาในวัย 10 ขวบ ว่าเราไม่ลืมว่าเราเริ่มจากจุดไหน เราเชื่อและทำสิ่งนั้นไปเพื่ออะไร และทำเพื่อใคร ถ้าเป้าหมายเราชัด วันหนึ่งเราจะไม่ท้อ เราจะผ่าน เพื่อความหวังจากจุดเริ่มต้นที่ต้องการให้พ่อและแม่มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทั้งหมดคือแรงบันดาลใจ สิ่งที่เราเรียนรู้จากความพยายามของสาววัย 23 ปีคนนี้
สัมภาษณ์ & เรียบเรียง : รัตตภูมิ นิลศิริ
ภาพ : Getty Images
#กอล์ฟ #จีโน่

ที่อยู่

1854 ชั้น 6 Debaratna Road, Bang Na Tai, Bang Na
Bangkok
10260

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ The Peopleผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง The People:

แชร์