07/05/2026
[ เจาะลึกเหตุผลรัฐบาล: ทำไมเลือกทุ่ม "MotoGP" 4 พันล้าน แต่สั่งเบรก "ยูธโอลิมปิก 2030" ยามวิกฤตเศรษฐกิจ? ]
ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ถึงความย้อนแย้งของการบริหารงบประมาณด้านกีฬาของประเทศไทย เมื่อรัฐบาลประกาศถอนตัวจากการเป็นเจ้าภาพ "ยูธโอลิมปิกเกมส์ 2030" (Youth Olympic Games 2030) โดยอ้างเหตุผลด้านงบประมาณ 5,000 ล้านบาท แต่ในขณะเดียวกันกลับเดินหน้าต่อสัญญา "MotoGP" ยาว 5 ปี ด้วยเม็ดเงินรวมเกือบ 4,000 ล้านบาท
คำถามที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงแค่ "มีเงินหรือไม่" แต่คือ "ความคุ้มค่าอยู่ที่ตรงไหน?" TopicSport จะพาคุณไปเจาะลึกผ่านเลนส์ของเศรษฐศาสตร์การกีฬา การบริหารความเสี่ยง และกลไกงบประมาณรัฐ
1.__สมการงบประมาณ: 5,000 ล้าน "ก้อนเดียว" vs 4,000 ล้าน "ผ่อนจ่าย"
ปัจจัยแรกที่ต้องพิจารณาคือ โครงสร้างการจ่ายเงิน ตามที่ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา และ ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. ได้ชี้แจงไว้:
__Youth Olympics 2030: เป็นโครงการใหม่ (Greenfield Project) ที่ต้องใช้เงินลงทุนสูงถึง 5,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลาสั้นๆ เพื่อเตรียมโครงสร้างพื้นฐาน การจัดการแข่งขัน และบุคลากร ซึ่งเป็นการเบิกจ่ายงบประมาณก้อนใหญ่ในคราวเดียวท่ามกลางภาวะที่รัฐบาลต้อง "กู้เงิน" มากระตุ้นเศรษฐกิจ
__MotoGP (2027-2031): แม้ตัวเลขรวมจะอยู่ที่ประมาณ 3,900 - 4,000 ล้านบาท แต่เป็นการ "ต่อสัญญา" ที่มีการแบ่งชำระเป็นงบประมาณรายปี (Yearly Budget) ตกปีละประมาณ 600-800 ล้านบาท ซึ่งในทางบัญชีภาครัฐ การจัดสรรงบประมาณหลักร้อยล้านต่อปีทำได้ง่ายกว่าการของบผูกพันหลายพันล้านสำหรับอีเวนต์ที่ไม่เคยจัดมาก่อน
2.__"ความเสี่ยง" vs "ผลตอบแทนที่พิสูจน์แล้ว"
ในเชิงจิตวิทยาและการลงทุน ความแตกต่างระหว่างสองอีเวนต์นี้คือ "Data-Driven Certainty"
__MotoGP: ประเทศไทยมี "Track Record" ที่ชัดเจนจากการจัดงานที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต มาแล้วหลายปี ผลการประเมินจากกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่าในปีที่ผ่านมา MotoGP สร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 4,000 - 5,000 ล้านบาทต่อครั้ง โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดใกล้เคียง นี่คือการลงทุนที่รัฐบาลเห็นตัวเลข ROI (Return on Investment) ที่เป็นรูปธรรม
__Youth Olympics: แม้จะเป็นมหกรรมกีฬาระดับโลกของ IOC แต่ในเชิงการค้า "ยูธโอลิมปิก" มีมูลค่าทางการตลาดและการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่ำกว่าโอลิมปิกชุดใหญ่มาก ความเสี่ยงคือการลงทุน 5,000 ล้านบาท อาจไม่สามารถสร้างรายได้กลับคืนมาได้เท่าที่ควร (Low Commercial Value) เมื่อเทียบกับ MotoGP ที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดแฟนความเร็วจากทั่วโลก
3. หลักเกณฑ์ทางกฎหมายและการจัดซื้อจัดจ้าง
ตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 การอนุมัติโครงการขนาดใหญ่ต้องผ่านการวิเคราะห์ความคุ้มค่า (Cost-Benefit Analysis) อย่างละเอียด:
__การต่อสัญญา MotoGP ถือเป็นการดำเนินการต่อเนื่องที่มีฐานข้อมูลเดิมรองรับ ทำให้ผ่านเกณฑ์การพิจารณาของสำนักงบประมาณได้ง่ายกว่า
__ยูธโอลิมปิก 2030 เป็นโครงการใหม่ที่ต้องผ่านการประเมินใหม่ทั้งหมด ในสภาวะที่หนี้สาธารณะต่อ GDP ของไทยขยับสูงขึ้น การอนุมัติโครงการที่ "มีความเสี่ยงสูงแต่กำไรต่ำ" จึงถูกระงับตามหลักความระมัดระวัง (Prudential Principle)
[ การเลือก "ความจริง" มากกว่า "ความฝัน" ]
การยกเลิกยูธโอลิมปิก 2030 ไม่ใช่เพียงเรื่องของการไม่มีเงิน แต่เป็นการ "บริหารพอร์ตการลงทุนด้านกีฬา" ของรัฐบาลที่เลือกถือสินทรัพย์ที่สร้างกำไรแน่นอน (MotoGP) และตัดขายสินทรัพย์ที่ต้องใช้เงินอัดฉีดสูงแต่ผลตอบแทนไม่ชัดเจน (Youth Olympics) ออกไป เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินของประเทศในยามวิกฤต.
#ข่าวกีฬา #เศรษฐกิจไทย