TNN Tech ข่าวไอที Gadget เทคโนโลยี สมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม โลกยุคใหม่

ติดต่อทีมงาน TNN Tech ที่อีเมล [email protected]
(2)

ติดต่อลงโฆษณาที่
คุณธนิถา ยิ้มแย้ม
เบอร์ติดต่อ : 088-924-4942
email : [email protected]
LineID : PLuthanitha

วันที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมาเว็บไซต์ Space เปิดเผยข้อมูลสำคัญเมื่อนักดาราศาสตร์ได้ค้นพบหลักฐานชิ้นแรกที่ยืนยันว่าดาวแคระแด...
01/06/2026

วันที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมาเว็บไซต์ Space เปิดเผยข้อมูลสำคัญเมื่อนักดาราศาสตร์ได้ค้นพบหลักฐานชิ้นแรกที่ยืนยันว่าดาวแคระแดง (Red dwarf stars) ซึ่งเป็นดาวฤกษ์ขนาดเล็ก สามารถกลืนกินดาวเคราะห์ในระบบของมันเองได้ ก่อนหน้านี้นักวิทยาศาสตร์เคยสันนิษฐานถึงความเป็นไปได้นี้มาแล้ว แต่ยังไม่เคยมีหลักฐานที่แน่ชัดมาก่อนจนกระทั่งการค้นพบครั้งนี้

เบาะแสสำคัญจาก "ธาตุลิเธียม"

ทีมนักวิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูลจากการสำรวจด้วยเครื่องมือ Gaia-ESO Spectroscopic (GES) และพบดาวแคระแดงจำนวน 6 ดวงจากกระจุกดาว 3 แห่งที่มีปริมาณ "ลิเธียม" สูงผิดปกติ โดยธรรมชาติแล้ว ดาวแคระแดงมีมวลเพียง 8% ถึง 60% ของมวลพระอาทิตย์ และมีอุณหภูมิพื้นผิวที่เย็นกว่าดาวฤกษ์ของเรา แต่แกนกลางภายในของมันกลับมีความร้อนสูงและมีปฏิกิริยารุนแรงมาก ซึ่งความร้อนดังกล่าวจะเผาผลาญธาตุลิเธียมที่ดาวมีมาตั้งแต่เกิดให้หมดไปอย่างรวดเร็วผ่านกระบวนการนิวเคลียร์ฟิวชัน

ด้วยเหตุนี้ ดาวแคระแดงจึงไม่ควรมีธาตุลิเธียมหลงเหลืออยู่เลย การค้นพบลิเธียมในชั้นบรรยากาศของดาวฤกษ์ที่สลัวและเย็นเหล่านี้ จึงเป็นเครื่องยืนยันว่าพวกมันได้รับธาตุนี้มาจากการกลืนกินดาวเคราะห์ที่อุดมไปด้วยลิเธียมเข้าไป

โรบิน เจฟฟรีส์ (Robin Jeffries) หัวหน้าทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัย Keele (Keele University) ได้อธิบายถึงการค้นพบนี้ว่า "เนื่องจากดาวฤกษ์มวลน้อยเหล่านี้ควรจะเผาผลาญลิเธียมของมันไปจนหมดแล้ว การมีลิเธียมเพิ่มเข้ามาแม้เพียงเล็กน้อยจากระบบดาวเคราะห์ที่กำลังก่อตัวจึงสามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน เหมือนกับการสาดสีลงบนผืนผ้าใบที่ว่างเปล่า"

ปริมาณการกลืนกินเทียบเท่ามวลโลก 3 ถึง 10 ใบ จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก นักวิทยาศาสตร์ประเมินว่าดาวแคระแดงเหล่านี้อาจกลืนกินสสารจากดาวเคราะห์เข้าไปในปริมาณเทียบเท่ากับมวลของโลกถึง 3 ถึง 10 ใบ

กระบวนการทำลายล้างนี้เองที่เป็นสาเหตุให้มีลิเธียมจำนวนมากไหลทะลักเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของดาวฤกษ์ สำหรับดาวแคระแดงถือเป็นดาวฤกษ์ประเภทที่พบได้บ่อยที่สุด โดยคิดเป็นสัดส่วนถึง 75% ของดาวฤกษ์ทั้งหมดในกาแล็กซีทางช้างเผือก

สำหรับปรากฏการณ์ที่ดาวฤกษ์กลืนกินดาวเคราะห์ของตัวเองอาจเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วไปและพบได้บ่อยมากในจักรวาล การศึกษาวิจัยเพิ่มเติมในอนาคตจะช่วยไขปริศนาได้ว่า ดาวแคระแดงมักจะกลืนกินดาวเคราะห์ในช่วงใดของวงจรชีวิต ซึ่งจะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์มีความเข้าใจและเห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้นเกี่ยวกับช่วงเริ่มต้นในการก่อตัวของระบบดาวเคราะห์ งานวิจัยดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสาร Monthly Notices of the Astronomical Society เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา

ที่มาของข้อมูล Space, Astronomical Society
คลิกอ่านเพิ่มเติมบนเว็บไซต์ TNN Thailand

เปิดตัวอย่างเป็นทางการพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ไห่หนาน รูปทรงก้อนเมฆสุดล้ำแห่งเมืองไหโข่วพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ไห่หนาน (Haina...
01/06/2026

เปิดตัวอย่างเป็นทางการพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ไห่หนาน รูปทรงก้อนเมฆสุดล้ำแห่งเมืองไหโข่ว

พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ไห่หนาน (Hainan Science Museum) ศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งใหม่ที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 46,528 ตารางเมตร ได้เปิดให้บริการแก่สาธารณชนแล้วที่เมืองไหโข่ว ประเทศจีน

อาคารแห่งนี้ตั้งอยู่ริมขอบอุทยานพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งชาติแม่น้ำอู๋หยวน (Wuyuan River National Wetland Park) ซึ่งออกแบบโดย Ma Yansong สถาปนิกชั้นนำระดับโลกและผู้ก่อตั้งสตูดิโอ MAD Architects

สถาปัตยกรรมไร้เสาที่ล่องลอยราวกับก้อนเมฆ

การออกแบบภายนอกของพิพิธภัณฑ์มีความโดดเด่นด้วยรูปทรงที่นุ่มนวลคล้ายก้อนเมฆ พื้นผิวของอาคารประกอบขึ้นจากแผงพลาสติกเสริมใยแก้ว (หรือไฟเบอร์กลาส) จำนวน 843 แผ่น สร้างเป็นเปลือกอาคารสีเงินสะท้อนแสงที่จะปรับเปลี่ยนไปตามสภาพก้อนเมฆและช่วงเวลาของวันเพื่อรับมือกับภูมิอากาศเขตร้อนของไห่หนาน

ในส่วนของโครงสร้าง อาคารใช้แกนคอนกรีต 3 แกนเป็นตัวรับน้ำหนักหลัก ซึ่งช่วยปลดแอกพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการภายในไม่ให้มีเสามาบดบังทัศนียภาพ เทคนิคนี้ยังเปิดโอกาสให้ตัวอาคารสามารถยื่นออกไปลอยอยู่เหนือสระน้ำและลานอเนกประสงค์ด้านล่าง สร้างพื้นที่ร่มรื่นให้ชุมชนและผู้ปกครองนักเรียนสามารถเข้ามาใช้พักผ่อนหย่อนใจได้โดยไม่จำเป็นต้องเข้าไปภายในตัวอาคาร

การเรียนรู้ผ่าน "เส้นทางเกลียววงก้อนเดียว"

สิ่งอำนวยความสะดวกภายในประกอบด้วย ท้องฟ้าจำลอง โรงภาพยนตร์จอยักษ์ โซนนิทรรศการ และพื้นที่จัดการเรียนการสอนกลางแจ้งเกี่ยวกับพันธุ์ไม้ แต่จุดที่เป็นหัวใจสำคัญของที่นี่คือ ทางเดินลาดแบบเกลียว (Single Spiral) ที่เชื่อมต่อทุกแกลเลอรีเข้าด้วยกัน ทางเดินนี้ออกแบบให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาถึงได้จากช่องแสงบนหลังคา

โดยผู้เข้าชมสามารถสัมผัสประสบการณ์ได้ 2 ทิศทาง คือ เริ่มจากขึ้นลิฟต์ไปชั้นบนสุดแล้วเดินไล่ระดับลงมาเพื่อเรียนรู้ตั้งแต่เรื่องอวกาศลึก มหาสมุทร ป่าฝนเขตร้อน ไปจนถึงโซนกิจกรรมสำหรับเด็กที่ชั้นล่าง หรือจะเลือกเดินสวนทางจากชั้นล่างขึ้นไปด้านบน เพื่อขยายขอบเขตการเรียนรู้จากสิ่งที่จับต้องได้ไปสู่จักรวาลอันกว้างใหญ่

ศูนย์กลางชุมชนและพื้นที่แห่งการตั้งคำถามในยุค AI "หากปัญญาประดิษฐ์ (AI) สามารถตอบคำถามได้แทบทุกอย่างแล้ว หน้าที่ของพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์จึงไม่ใช่การป้อนข้อเท็จจริงอีกต่อไป แต่มันคือการสอนให้เด็กๆ รู้จักวิธีที่จะตั้งคำถาม" Ma Yansong กล่าวถึงวิสัยทัศน์ในการออกแบบที่เน้นความลื่นไหลไร้รอยต่อ เพื่อกระตุ้นให้เกิดความอยากรู้อยากเห็นและการเดินสำรวจอย่างอิสระ

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นให้เป็นแค่สถานที่ท่องเที่ยว แต่ยังเป็นเหมือน "ห้องสมุดประชาชน" หรือโครงสร้างพื้นฐานสำหรับชุมชน เนื่องจากรายล้อมไปด้วยโรงเรียนและโรงเรียนอนุบาลกว่า 30 แห่งในรัศมี 3 กิโลเมตร

นอกจากนี้ ที่นี่ยังช่วยบอกเล่าความสำเร็จระดับท้องถิ่นของเกาะไห่หนาน ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์ปล่อยยานอวกาศริมชายฝั่งของจีน ที่มีประวัติการปล่อยยานสู่วงโคจร ดวงจันทร์ และดาวอังคารมาแล้วกว่า 40 ครั้งตั้งแต่ปี 2016

ปัจจุบัน พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ไห่หนานได้รับเสียงตอบรับที่ดีเยี่ยม โดยในช่วงทดลองเปิดให้บริการ 4 เดือนที่ผ่านมา มีผู้เข้าชมแล้วมากกว่า 350,000 คน และมีสถิติผู้เข้าชมสูงสุดถึงกว่า 5,800 คนต่อวัน ถือเป็นความสำเร็จในการผสานวิทยาศาสตร์ สถาปัตยกรรม และวิถีชีวิตของชุมชนเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

ที่มาของข้อมูล newatlas, MAD architects
คลิกอ่านเพิ่มเติมบนเว็บไซต์ TNN Thailand

01/06/2026

เปิดตัว “สมาร์ตโฟน 2 หน้าจอ” Bigme HiBreak Dual ราคา 12,000 บาท

Bigme เปิดตัว Bigme HiBreak Dual สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ ที่ผสานจอแบบหมึกอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-อิงค์ (E-Ink) และจอแบบ แอลซีดี (LCD) เข้าไว้ในเครื่องเดียว โดยให้หน้าจอ Color E-Ink ขนาด 6.13 นิ้ว ซึ่งให้อารมณ์เหมือนกับเครื่องอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หรือ eBook มากกว่าสมาร์ตโฟนทั่วไป โดยข้อดีของหน้าจอประเภทนี้คือไม่มีแสงส่องตรงเข้าดวงตาเหมือนจอ โอเหล็ด (OLED) หรือ แอลซีดี (LCD) ทำให้เหมาะกับการอ่านข้อความยาว ๆ การเช็กอีเมล หรือใช้งานโซเชียล โดยไม่กระตุ้นสายตามากเกินไป

#สมาร์ตโฟน #มือถือ

ยูเครนเตรียมรับ Gripen พร้อมขีปนาวุธ Meteor ปี 2027 เสริมศักยภาพสู้รบรัสเซีย พลิกสมดุลสงครามทางอากาศวันที่ 28 มิถุนายนที...
31/05/2026

ยูเครนเตรียมรับ Gripen พร้อมขีปนาวุธ Meteor ปี 2027 เสริมศักยภาพสู้รบรัสเซีย พลิกสมดุลสงครามทางอากาศ

วันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา เว็บไซต์ The War Zone รายงานความคืบหน้ายูเครนกำลังเข้าใกล้อีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเสริมขีดความสามารถทางอากาศ หลังรัฐบาลสวีเดนประกาศแผนส่งมอบเครื่องบินขับไล่ กริพเพน ซี/ดี (Gripen C/D) ให้แก่ยูเครนจำนวนสูงสุด 16 ลำ โดยคาดว่าจะเริ่มส่งมอบได้ในช่วงต้นปี 2027 พร้อมอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศระยะไกล เมทิเออร์ (Meteor) ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในขีปนาวุธอากาศสู่อากาศที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงที่สุดในโลก

รายงานจาก The War Zone ระบุว่า การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรี อูล์ฟ คริสเตอร์สัน (Ulf Kristersson) ของสวีเดน และประธานาธิบดี โวโลดีมีร์ เซเลนสกี (Volodymyr Zelensky) ของยูเครน ที่เมืองอุปซอลา ประเทศสวีเดน เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยเครื่องบินที่เตรียมส่งมอบจะเป็นเครื่องบินมือสองจากกองทัพอากาศสวีเดน เพื่อให้สามารถนำเข้าประจำการได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ปัจจุบัน โครงการฝึกนักบินและช่างเทคนิคชาวยูเครนสำหรับการปฏิบัติการบนเครื่อง Gripen ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และมีกำหนดขยายการฝึกเพิ่มเติมในช่วงฤดูใบไม้ร่วงของปีนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการรับมอบเครื่องบินจริง

ในระยะยาว ยูเครนยังมีเป้าหมายจัดหา กริพเพน อี/เอฟ (Gripen E/F) รุ่นใหม่ล่าสุดจำนวน 20 ลำเป็นชุดแรก โดย พอล ยอนสัน (Pål Jonson) รัฐมนตรีกลาโหมสวีเดน เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวอาจใช้เงินกู้จากสหภาพยุโรปมูลค่าประมาณ 2.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 106,000 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่ายูเครนต้องการสร้างกำลังรบทางอากาศด้วยเครื่องบิน Gripen ในระยะยาวถึง 100-150 ลำ และคาดว่าจะสามารถเริ่มรับมอบ Gripen E ได้ภายในปี 2030 อย่างไรก็ตาม บริษัท ซาบ (Saab) ผู้ผลิตเครื่องบินยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีการลงนามสัญญาจัดซื้ออย่างเป็นทางการ และยังอยู่ในขั้นตอนการแสดงเจตจำนงเท่านั้น

Meteor อาวุธสำคัญที่อาจเปลี่ยนสมดุลการรบทางอากาศ

สิ่งที่ได้รับความสนใจมากกว่าตัวเครื่องบินคือความเป็นไปได้ที่ Gripen ของยูเครนจะได้รับการติดตั้งขีปนาวุธอากาศสู่อากาศระยะเกินสายตา หรือ BVR (Beyond Visual Range) รุ่น Meteor รวมถึงขีปนาวุธ IRIS-T และ AIM-120 AMRAAM

Meteor เป็นขีปนาวุธที่ใช้ระบบขับเคลื่อนแบบแรมเจ็ต (Ramjet) ทำให้สามารถรักษาความเร็วสูงได้ตลอดเส้นทางบิน มีระยะยิงไกลประมาณ 130 ไมล์ หรือกว่า 200 กิโลเมตร พร้อมระบบเรดาร์ค้นหาเป้าหมายแบบแอ็กทีฟและดาต้าลิงก์สองทางที่ช่วยอัปเดตข้อมูลเป้าหมายระหว่างการบิน

ตลอดช่วงสงครามที่ผ่านมา กองทัพอากาศรัสเซียอาศัยความได้เปรียบจากขีปนาวุธ R-37M ซึ่งมีระยะยิงประมาณ 124 ไมล์ โดยติดตั้งบนเครื่องบินรบ ซู-35เอส (Su-35S) และ มิก-31บีเอ็ม (MiG-31BM) ทำให้สามารถโจมตีจากระยะที่ไกลกว่าอาวุธของฝ่ายยูเครน

แม้แต่ AIM-120C-8 AMRAAM ซึ่งถือเป็นขีปนาวุธอากาศสู่อากาศที่ทันสมัยที่สุดของยูเครนในปัจจุบันและใช้งานบนเครื่องบิน เอฟ-16 (F-16) ก็ยังมีระยะยิงเพียงประมาณ 75-100 ไมล์เท่านั้น

การได้รับ Meteor จึงอาจช่วยลดหรือทำลายความได้เปรียบดังกล่าวของรัสเซีย เปิดโอกาสให้ยูเครนสามารถคุกคามเครื่องบินรบรัสเซียได้จากระยะไกล รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดกั้นเครื่องบินที่ทำหน้าที่ทิ้งระเบิดร่อน (Glide Bomb) ซึ่งเป็นอาวุธที่สร้างความเสียหายอย่างหนักในแนวหน้า

Gripen เหมาะกับสงครามแบบยูเครน

หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของ Gripen คือ การออกแบบตามแนวคิดการป้องกันประเทศของสวีเดนในยุคสงครามเย็น ซึ่งมุ่งรับมือการรุกรานจากสหภาพโซเวียต

เครื่องบินรุ่นนี้สามารถขึ้นบินและลงจอดบนทางหลวงหรือสนามบินชั่วคราวได้ ใช้ทีมช่างภาคพื้นดินจำนวนน้อย และสามารถเติมเชื้อเพลิง ติดตั้งอาวุธ รวมถึงเตรียมพร้อมขึ้นบินใหม่ได้อย่างรวดเร็ว คุณสมบัติดังกล่าวสอดคล้องกับยุทธวิธีการรบแบบกระจายศูนย์ (Decentralized Warfare) ของยูเครน ซึ่งต้องเผชิญการโจมตีสนามบินและโครงสร้างพื้นฐานทางทหารจากรัสเซียอย่างต่อเนื่อง

ศักยภาพของ Gripen จะเพิ่มขึ้นอีกระดับเมื่อทำงานร่วมกับเครื่องบินเตือนภัยและควบคุมทางอากาศ ซาบ 340 เออีดับเบิลยูแอนด์ซี (Saab 340 AEW&C) ที่ติดตั้งเรดาร์ อีรีอาย (Erieye) ซึ่งสวีเดนเคยประกาศมอบให้ยูเครนก่อนหน้านี้

ระบบดังกล่าวสามารถตรวจจับและติดตามเป้าหมายทางอากาศได้ในระยะไกล ก่อนส่งข้อมูลผ่านระบบดาต้าลิงก์ไปยังเครื่องบิน Gripen และขีปนาวุธ Meteor ระหว่างการบิน ทำให้นักบินสามารถยิงขีปนาวุธใส่เป้าหมายได้โดยไม่จำเป็นต้องเปิดเรดาร์ของตนเอง แนวทางการรบลักษณะนี้ช่วยลดโอกาสถูกตรวจจับ เพิ่มความอยู่รอดของนักบิน และทำให้การโจมตีเป้าหมายทางอากาศมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การส่งมอบ Gripen พร้อมขีปนาวุธ Meteor จึงอาจกลายเป็นหนึ่งในความช่วยเหลือทางทหารที่สำคัญที่สุดของยูเครนในช่วงหลายปีข้างหน้า ไม่เพียงเพิ่มจำนวนเครื่องบินรบเท่านั้น แต่ยังช่วยยกระดับขีดความสามารถในการต่อสู้ทางอากาศ และอาจส่งผลต่อสมดุลอำนาจเหนือท้องฟ้าในสงครามรัสเซีย-ยูเครนอย่างมีนัยสำคัญ

ที่มาของข้อมูล Saab, The War Zone
คลิกอ่านเพิ่มเติมบนเว็บไซต์ TNN Thailand

31/05/2026

“ซาอุดีอาระเบีย” บินโดรนสู้แดดเดือด 45 องศาฯ ส่งยาช่วยผู้แสวงบุญ “พิธีฮัจญ์”

ท่ามกลางอุณหภูมิที่พุ่งสูงถึง 45 องศาเซลเซียสในนคร มักกะฮ์ หรือ เมกกะ (Mecca) บุคลากรทางการแพทย์ของซาอุดีอาระเบีย ได้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างโดรนเข้ามาเป็นหัวใจสำคัญในการขนส่งเวชภัณฑ์ไปยังคลินิกแพทย์เคลื่อนที่ เพื่อช่วยเหลือผู้แสวงบุญที่เจ็บป่วยจากความร้อนสะสมระหว่างพิธีฮัจญ์ในปีนี้

แม้พิธีฮัจญ์ จะเป็นแนวปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานหลายศตวรรษ แต่ในปัจจุบัน เทคโนโลยีได้เข้ามาเปลี่ยนโฉมประสบการณ์ของทั้งผู้แสวงบุญและผู้ปฏิบัติงานอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดรน หรือแอปพลิเคชันบนมือถือ ซึ่งล้วนเข้ามาช่วยสนับสนุนด้านโลจิสติกส์และการบริหารจัดการฝูงชนจำนวนมหาศาล ส่งยาและอุปกรณ์การแพทย์ไปยังคลินิกได้อย่างทั่วถึงและทันเวลา

#พิธีฮัจญ์ #ซาอุดีอาระเบีย #โดรน #เทคโนโลยีสาธารณสุข #มุสลิม

นักวิจัยจาก 3 มหาวิทยาลัย ทัฟส์, อิมพีเรียลคอลเลจลอนดอน และ มิชิแกน ค้นพบวิธีอัปเกรดเส้นใยผ้าไหม ให้เหนียวจนเกือบเท่าเคฟ...
31/05/2026

นักวิจัยจาก 3 มหาวิทยาลัย ทัฟส์, อิมพีเรียลคอลเลจลอนดอน และ มิชิแกน ค้นพบวิธีอัปเกรดเส้นใยผ้าไหม ให้เหนียวจนเกือบเท่าเคฟลาร์ ที่ใช้ทำเสื้อเกราะกันกระสุน

อ่านต่อบนเว็บไซต์ TNN Thailand ลิงก์ในคอมเมนต์

#ผ้าไหม #เส้นไหม #รังไหม #วัสดุศาสตร์ #วัสดุแห่งอนาคต

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยไรซ์ (Rice University) ประเทศสหรัฐอเมริกา เปิดตัว Living Bandage หรือ “ผ้าพันแผลมีชีวิ...
31/05/2026

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยไรซ์ (Rice University) ประเทศสหรัฐอเมริกา เปิดตัว Living Bandage หรือ “ผ้าพันแผลมีชีวิต” เทคโนโลยีทางการแพทย์รูปแบบใหม่ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเร่งการสมานแผลเรื้อรังด้วยผ่านการปล่อยโปรตีนออกไปรักษาอย่างต่อเนื่องโดยตรงสู่บริเวณบาดแผล

อ่านต่อบนเว็บไซต์ TNN Thailand ลิงก์ในคอมเมนต์

#ผ้าพันแผล #ผ้าพันแผลมีชีวิต #เทคโนโลยีการแพทย์ #แผลเรื้อรัง

Pursuit เปิดตัว "Electric Ice Explorer" รถบัสลุยธารน้ำแข็งพลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกของโลก ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ใ...
31/05/2026

Pursuit เปิดตัว "Electric Ice Explorer" รถบัสลุยธารน้ำแข็งพลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกของโลก ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในแคนาดา

วันที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมา บริษัท Pursuit Attractions and Hospitality ประเทศแคนาดาสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ด้วยการเปิดตัว "Electric Ice Explorer" รถทัวร์ตะลุยธารน้ำแข็งพลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกของโลก

รถคันนี้ถูกนำมาให้บริการเป็นส่วนหนึ่งของขบวนรถทัวร์ Columbia Icefield Adventure เพื่อพานักท่องเที่ยวสูงสุด 52 คน ไปสัมผัสความยิ่งใหญ่ของธารน้ำแข็งแอธาบาสกา (Athabasca Glacier) ในอุทยานแห่งชาติเจสเปอร์ (Jesper National Park)

นวัตกรรมวิศวกรรมยานยนต์ที่ออกแบบมาเพื่อธารน้ำแข็งโดยเฉพาะ โปรเจกต์นี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่นำรถบัสขับเคลื่อน 4 ล้อเครื่องยนต์ดีเซลมาดัดแปลงเป็นระบบไฟฟ้า แต่เป็นการสร้างขึ้นใหม่ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน

บริษัท Pursuit ได้จับมือกับบริษัท Noble Northern จากรัฐแมนิโทบา ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการดัดแปลงรถบรรทุกขนาดหนักให้เป็นระบบไฟฟ้า ความท้าทายหลัก คือ การจัดการกับน้ำหนักของแบตเตอรี่ ทีมวิศวกรจึงได้ออกแบบแชสซี (Chassis) แบบพิเศษที่มีน้ำหนักเบาลงกว่าโครงรถบรรทุกดั้งเดิมถึง 50%

การลดน้ำหนักตัวถังนี้ช่วยให้รถสามารถแบกรับน้ำหนักของแบตเตอรี่ได้โดยที่น้ำหนักรวมไม่มากเกินไปจนทำให้พื้นธารน้ำแข็งซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่เปราะบางเกิดความเสียหายหรือแตกร้าว
อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อรับมือกับสภาพอากาศและภูมิประเทศสุดขั้ว Electric Ice Explorer มาพร้อมกับเทคโนโลยีล้ำสมัยมากมาย ได้แก่

1. แผงโซลาร์เซลล์แบบรับแสงสองด้าน (Bifacial solar panels) สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ถึง 6 กิโลวัตต์เพื่อช่วยชาร์จพลังงานให้กับรถ

2. ระบบเบรกแบบชาร์จพลังงานกลับ (Regenerative braking) ช่วยดึงพลังงานกลับมาใช้ใหม่ระหว่างการเบรก

3. ระบบ Geofencing เทคโนโลยีจำกัดขอบเขตพื้นที่ที่ทำงานร่วมกับระบบความปลอดภัยขั้นสูง ช่วยควบคุมและบริหารจัดการความเร็ว รวมถึงการเบรกอัตโนมัติในพื้นที่ที่กำหนดบนธารน้ำแข็ง เพื่อให้รถวิ่งได้ระยะทางไกลที่สุดและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด

ยกระดับประสบการณ์นักท่องเที่ยวควบคู่กับการลดมลพิษ

การใช้พลังงานไฟฟ้าไม่เพียงแต่ช่วยเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่ยังยกระดับประสบการณ์ของนักท่องเที่ยวให้ดีขึ้นด้วย ห้องโดยสารที่เงียบสงบจะช่วยให้นักท่องเที่ยวได้ยินและสัมผัสกับเสียงของธรรมชาติบนธารน้ำแข็งได้อย่างเต็มที่และสมจริงมากยิ่งขึ้น

ในด้านสิ่งแวดล้อม รถไฟฟ้ารุ่นนี้สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ได้ประมาณ 200 ถึง 300 กิโลกรัมต่อวัน เมื่อเทียบกับรถรุ่นดีเซลที่วิ่งในเส้นทางเดียวกัน

โปรเจกต์นี้ถือเป็นการต่อยอดความพยายามของ Pursuit ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หลังจากที่ก่อนหน้านี้บริษัทได้ปรับปรุงรถ Ice Explorer จำนวน 10 คันให้เป็นเครื่องยนต์มาตรฐาน EPA Tier 3 และ 4 เพื่อลดการปล่อยก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ รวมถึงเปลี่ยนระบบเครื่องปั่นไฟจากดีเซลเป็นโพรเพน ซึ่งช่วยลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของศูนย์ปฏิบัติการลงได้กว่า 30% อย่างไรก็ตาม สำหรับข้อมูลประสิทธิภาพและรายละเอียดอื่น ๆ ของตัวรถยังไม่ถูกเปิดเผยออกมาอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ โครงการรถไฟฟ้ายังได้รับการสนับสนุนบางส่วนจากกองทุน GreenStep EcoFund ซึ่งเป็นโครงการความยั่งยืนที่ได้รับการสนับสนุนจากนักท่องเที่ยวอีกด้วย

ที่มาของข้อมูล Pursuit, electrek
คลิกอ่านเพิ่มเติมบนเว็บไซต์ TNN Thailand

31/05/2026

“Nvidia” ปักหมุด “ไต้หวัน” ลงทุนปีละ 1.5 แสนล้านดอลลาร์ ปั้นศูนย์กลาง AI โลก

Jensen Huang ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Nvidia ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตชิป และบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก ประกาศเตรียมเพิ่มเม็ดเงินลงทุนในไต้หวันอย่างมหาศาล เป็นเงินกว่า 150,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 4,800,000 ล้านบาท ต่อปี พร้อมยกย่องไต้หวันว่าเป็นศูนย์กลางอันเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิวัติ AI อย่างแท้จริง

#ไต้หวัน #ชิป #ชิปประมวลผล

Dolby Atmos พลิกโฉมประสบการณ์ความบันเทิง ทั้งการรับชมภาพยนตร์ เล่นเกม และฟังเพลง ให้สมจริงยิ่งกว่าที่เคย ก้าวข้ามขีดจำกั...
31/05/2026

Dolby Atmos พลิกโฉมประสบการณ์ความบันเทิง ทั้งการรับชมภาพยนตร์ เล่นเกม และฟังเพลง ให้สมจริงยิ่งกว่าที่เคย ก้าวข้ามขีดจำกัดของระบบเสียงสเตอริโอแบบดั้งเดิม เปิดพื้นที่ให้ครีเอเตอร์และศิลปินสามารสร้างสรรค์ประสบการณ์เสียงแบบ Spatial Audio ที่มีมิติ ลุ่มลึก และสมจริง เสมือนพาผู้ใช้งานเข้าไปอยู่ใจกลางทุกความบันเทิง ทุกอารมณ์ของคอนเทนต์ที่ชื่นชอบ

สัมผัสประสบการณ์เสียง Dolby Atmos บน GT 50 Pro ผ่านเกมยอดนิยมอย่าง Delta Force, PUBG Mobile และ Call of Duty: Mobile ที่ช่วยยกระดับการเล่นเกมพร้อมมอบความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างชา ญฉลาด ตามแบบฉบับเกมเมอร์สายฮาร์ดคอร์คาดหวังจากสมาร์ทโฟนระดับแฟลกชิป

ระบบเสียง Dolby Atmos แบบ Immersive Audio

GT 50 Pro ถือเป็นสมาร์ทโฟน Infinix รุ่นแรกที่รองรับ Dolby Atmos โดยมาพร้อมเทคโนโลยีเสียงขั้นสูงจาก Dolby ที่สามารถใช้งานได้ทั้งผ่านลำโพงภายในเครื่องและหูฟัง พร้อมปรับรูปแบบเสียงให้เหมาะสมกับคอนเทนต์และสภาพแวดล้อมโดยอัตโ นมัติ โดยไม่จำเป็นต้องตั้งค่าที่ซับซ้อน เมื่อเล่นคอนเทนต์ที่รองรับ Dolby Atmos แม้แต่เสียงเท้าศัตรู หรือเสียงสภาพแวดล้อมในเกมต่าง ๆ เช่น เสียงระเบิด จะถูกถ่ายทอดด้วยทิศทางเสียงที่แม่นยำ ช่วยให้ผู้เล่นตอบสนองได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้นในสถานการณ์การต่อสู้แบ บ Battle Royale

สำหรับคอนเทนต์สเตอริโอ เทคโนโลยีประมวลผล Dolby Audio บน GT 50 Pro จะช่วยมอบเสียงที่ทรงพลัง สมจริง เต็มเปี่ยมไปด้วยรายละเอียด ให้มิติเสียงสมจริงยิ่งขึ้นในทุกการรับฟัง พร้อมรองรับโหมดเสียงหลากหลาย เพื่อถ่ายทอดอรรถรสของคอนเทนต์แต่ละประเภทได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และสร้างประสบการณ์เสียงที่สมจริงกว่าที่เคยสัมผัส

นอกจากนี้ ระบบเสียงสำหรับการเล่นเกมยังได้รับการปรับจูนเป็นพิเศษ เพื่อเน้นมิติของเสียงการปะทะและ เอฟเฟกต์เสียงปืนให้ทรงพลังและสมจริงยิ่งขึ้น ช่วยยกระดับอรรถรสในการเล่นเกมให้ดื่มด่ำเสมือนอยู่ภายในสมรภูมิจริง

Speaker Mode: เปิดใช้งานระบบเสียง Dolby Atmos แบบเต็มรูปแบบเป็นค่าเริ่มต้น

Headphone Mode: GT 50 Pro รองรับ Dolby Atmos ผ่านหูฟัง และสามารถจดจำสถานะการใช้งานครั้งล่าสุดเพื่อความต่อเนื่องในการรับ ฟัง

รองรับคอนเทนต์หลากหลาย: ทั้งบริการสตรีมมิงภาพยนตร์และเพลง ไฟล์มีเดียภายในเครื่อง เกม มือถือ การแจ้งเตือนของระบบ เสียงเรียกเข้า และอื่น ๆ

GT 50 Pro มาพร้อมโหมดเสียงหลัก 4 รูปแบบ ที่สามารถสลับโปรไฟล์เสียงและปรับการแสดงผลให้เหมาะสมกับกิจกรรมต่า ง ๆ ได้อย่างชาญฉลาด ได้แก่

Smart Mode วิเคราะห์คอนเทนต์ที่กำลังใช้งานและเลือกเอฟเฟกต์เสียงที่เหมาะสมที่สุด โดยอัตโนมัติ

Movie Mode ถ่ายทอดเสียงพูดได้อย่างคมชัด พร้อมมิติเสียงระดับโรงภาพยนตร์

Gaming Mode มอบเวทีเสียงที่กระชับ พร้อมเพิ่มพลังเบสเพื่อช่วยสร้างการรับรู้ตำแหน่งเสียงเสมือนจริง

Music Mode ช่วยเพิ่มความสมดุล รายละเอียด และมิติของชั้นเสียงดนตรีให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ที่มาของข้อมูล Dolby Atmos
คลิกอ่านเพิ่มเติมบนเว็บไซต์ TNN Thailand

ที่อยู่

118/1 อาคารทิปโก้ ชั้น11 ถนนพระราม6 แขวงพญาไท เขตพญาไท
Bangkok
10400

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ TNN Techผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง TNN Tech:

แชร์