Siamsettakij นำเสนอข่าวทุกประเภทเพื่อการประชาสัมพันธ์เผยแพร่...

“รมว.สุรศักดิ์ฯ” มอบนโยบาย ททท.ภูมิภาคอเมริกา ตั้งเป้าตลาดอเมริกา 1.5 ล้านคน ภายในปี 2570 ดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพ ขับเคลื...
18/09/2026

“รมว.สุรศักดิ์ฯ” มอบนโยบาย ททท.ภูมิภาคอเมริกา ตั้งเป้าตลาดอเมริกา 1.5 ล้านคน ภายในปี 2570 ดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพ ขับเคลื่อน “Value over Volume” พร้อมทำบุญเปิดสำนักงานนิวยอร์กแห่งใหม่ ฉลองครบรอบ 61 ปี

เช้าวันนี้ 17 กันยายน 2569 – กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดประชุมมอบนโยบายการดำเนินงานแก่ผู้บริหารและผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานภูมิภาคอเมริกา ได้แก่ นิวยอร์ก ชิคาโก และลอสแองเจลิส เพื่อกำหนดทิศทางการส่งเสริมตลาดและขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยในภูมิภาคอเมริกา โดยมี นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธาน พร้อมด้วย นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ประธานกรรมการ ททท. และนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. และคณะผู้บริหารเข้าร่วมประชุม ณ ที่ทำการ ททท. สำนักงานนิวยอร์ก เพื่อขับเคลื่อนการตลาดตามแนวทาง “Value over Volume” ให้ความสำคัญกับนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพด้านการใช้จ่ายและมองหาประสบการณ์คุณภาพ พร้อมเร่งสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรสายการบิน บริษัทนำเที่ยว และผู้ประกอบการในตลาด ตลอดจนพัฒนากลยุทธ์การตลาดให้สอดรับกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวอเมริกัน โดยมีกลุ่มเป้าหมายสำคัญ ได้แก่ Luxury, Wellness, Gastronomy, Sport Tourism, Millennials/Gen Z, ครอบครัวหลายช่วงวัย และ LGBTQ+

ททท. ยังนำ Film Tourism และ Set-jetting มาเป็นเครื่องมือส่งเสริมตลาด โดยใช้กระแสภาพยนตร์และซีรีส์ระดับนานาชาติ อาทิ The White Lotus Season 3, Jurassic World: Rebirth, Alien: Earth และ The Challenge Season 42 สร้างแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาสัมผัสประเทศไทยจริง พร้อมนำเสนอจุดเด่นด้านอาหาร สุขภาพ วัฒนธรรม ธรรมชาติ และวิถีชีวิตไทย

ภายหลังการประชุม ททท. จัดพิธีทำบุญเปิดสำนักงาน ททท. สำนักงานนิวยอร์กแห่งใหม่ โดยมี นางสาวสมใจ ตะเภาพงษ์ กงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก และผู้แทนทีมประเทศไทยเข้าร่วมพิธี โดยมี พระครูวิทูรธรรมประกาส เจ้าอาวาสวัดพุทธไทยถาวรวนาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นำคณะสงฆ์ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์

ททท. สำนักงานนิวยอร์ก เปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2508 ในชื่อ “องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (อ.ส.ท.) สำนักงานนิวยอร์ก” หรือ “Tourist Organization Thailand (TOT) New York Office” นับเป็นสำนักงานต่างประเทศที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยในตลาดสหรัฐฯ มาอย่างยาวนานกว่า 61 ปี

สำหรับตลาดสหรัฐฯ ในปี 2568 ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวสหรัฐฯ เดินทางเข้าประเทศ 1,081,929 คน เป็นปีที่ 2 ติดต่อกันที่มีจำนวนมากกว่า 1 ล้านคน โดยพำนักเฉลี่ย 14.59 คืน และมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยกว่า 69,415 บาทต่อคนต่อทริป ขณะที่ ณ วันที่ 15 กันยายน 2569 มีนักท่องเที่ยวสหรัฐฯ เดินทางเข้าไทยแล้ว 716,983 คน

ททท. ตั้งเป้าเดินหน้าขยายตลาดสหรัฐฯ เดินทางท่องเที่ยวไทย จำนวน 1.5 ล้านคน โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างสำนักงานภูมิภาคอเมริกา ทีมประเทศไทย และภาคธุรกิจท่องเที่ยวและการบิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำตลาด สร้างมูลค่าจากนักท่องเที่ยวคุณภาพ และส่งเสริมการเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง อันจะนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย


_____________________________

พม. จัดพิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ประจำปี 2568 ยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ทำคุณ...
17/09/2026

พม. จัดพิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ประจำปี 2568 ยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ

วันที่ 17 กันยายน 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานในพิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ประจำปี 2568 เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมี นางสาวสุนีย์ ศรีสง่าตระกูลเลิศ รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวรายงาน และนางสาวแรมรุ้ง สุบรรณเสนีย์ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กล่าวเบิกตัวผู้เข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ฯ พร้อมด้วย คณะผู้บริหารกระทรวง พม. เครือข่ายภาคประชาสังคม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธี ณ ห้องประชุมปกรณ์ อังศุสิงห์ ชั้น 2 อาคารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรุงเทพมหานคร

นายนิกร กล่าวว่า พิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ประจำปี 2568 จัดโดย กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวง พม. เพื่อเป็นการถวายพระเกียรติ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมทั้งเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติและสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้กระทำความดีความชอบอันเป็นประโยชน์แก่ประเทศ ศาสนา และประชาชน ตลอดจนเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การกระทำความดีของผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ฯ ด้านการจัดสวัสดิการสังคมและพัฒนาสังคม ให้เป็นต้นแบบและแรงบันดาลใจแก่ผู้อื่นในการทำคุณประโยชน์ต่อแผ่นดินต่อไป

นายนิกร กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ประจำปี 2568 เนื่องในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 โดยในส่วนของกระทรวง พม. มีผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ฯ จำนวนทั้งสิ้น 24 ราย ประกอบด้วย ผู้กระทำความดีความชอบที่เป็นการบริจาคทรัพย์สินเพื่อสาธารณประโยชน์ จำนวน 16 ราย , ผู้กระทำความดีความชอบที่มีผลงานอันเป็นประโยชน์แก่ประเทศ ศาสนา และประชาชน จำนวน 2 ราย และอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ที่ทุ่มเท เสียสละ ให้ความช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 6 ราย ซึ่งจัดแบ่งตามลำดับชั้นตราประกอบด้วย ชั้นจตุตถดิเรกคุณาภรณ์ , ชั้นเบญจมดิเรกคุณาภรณ์ , ชั้นเหรียญทองดิเรกคุณาภรณ์ และชั้นเหรียญเงินดิเรกคุณาภรณ์

นายนิกร กล่าวเพิ่มเติมว่า วันนี้ ตนมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่มีโอกาสกระทำพิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ประจำปี 2568 ซึ่งผู้ที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ฯ นั้น ต้องเป็นผู้ที่ได้ประกอบคุณงามความดีอันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อสังคมและประเทศชาติ สมควรที่ได้รับการยกย่องและเชิดชูเกียรติ ทั้งนี้ ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ประจำปี 2568 ทุกท่าน ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งศักดิ์ศรีและเกียรติยศ ซึ่งจะต้องรักษาไว้เพื่อเป็นเกียรติประวัติของตนเองและวงศ์ตระกูลสืบไป พร้อมขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประทานพรให้ทุกท่านและครอบครัวประสบแต่ความสุข ความเจริญ ปราศจากโรคภัยและภยันตรายทั้งปวง...
_____________________________

ดร.ณัฐวุฒิ" แฉวงการสภาทนายความ ยื่นฟ้องคณะกรรมการ 25 คน กล่าวหาปลอมเอกสาร-ถอนชื่อไม่ชอบด้วยกฎหมายวันพฤหัสบดี ที่ 17 กันย...
17/09/2026

ดร.ณัฐวุฒิ" แฉวงการสภาทนายความ ยื่นฟ้องคณะกรรมการ 25 คน กล่าวหาปลอมเอกสาร-ถอนชื่อไม่ชอบด้วยกฎหมาย

วันพฤหัสบดี ที่ 17 กันยายน 2569 เวลา 15.00 น. ที่ สน.บางเขน ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม มือกฎหมายรัฐมนตรีสุชาติ ชมกลิ่น ,ประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่(MD) บจ.AURELIN GROP และบริษัทในเครือ AG เดินทางไปกล่าวโทษดำเนินคดีอาญา กับนายธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ และคณะกรรมการสภาทนายความ พ่วง นายสมชัย ศรีสุทธิยา และ นายเรือบิน ลูกน้องของนายสมชัยฯ ปมร่วมกันหรือสนับสนุนสนุนนายทะเบียนสภาทนายความใช้อำนาจโดยมิชอบจำหน่ายชื่อโดยไม่ชอบ และสมคบคิดกันจำหน่ายสมาชิกสภาทนายความประเภทตลอดชีพโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

พร้อมแฉประวัตินายธนพลฯ หรือนพ กรณีตะบัดสินลูกความ ขาดคุณสมบัติและไม่ได้รับความไว้วางใจ โดยขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมสภานายกพิเศษ ดำเนินการ “ถอดถอน” ออกจากคำแหน่ง นายกสภาทนาย

ดร.ณัฐวุฒิ วงษ์เนียม ยืนยันดำเนินคดีกับคณะกรรมการบริหารสภาทนายความ ชุดที่นำโดย นายธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ รวมถึงผู้เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก รวมทั้งอดีตกรรมการการเลือกตั้ง ในข้อหาหนัก อาทิ ปลอมแปลงเอกสาร, นำเข้าข้อมูลเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และใช้อำนาจโดยมิชอบ เพื่อถอนชื่อออกจากทะเบียนสมาชิกสภาทนายความ

ดร.ณัฐวุฒิระบุว่า คณะกรรมการบริหารสภาทนายความได้ออกมติเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ถอนชื่อและจำหน่ายชื่อของตนออกจากทะเบียนสมาชิก โดยอ้างอิงตามมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติทนายความ แต่การกระทำดังกล่าว ไม่ครบองค์ประกอบตามกฎหมาย เนื่องจากตนไม่มีประวัติความผิด และไม่เข้าเงื่อนไขการพ้นจากสภาพสมาชิกตามกฎหมาย

ตนดำรงตำแหน่งประธานบริหาร บริษัทในเครือ 42 แห่ง มูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท ไม่ได้ขึ้นอยู่กับรายได้จากการว่าความ แต่การถูกถอนชื่อกระทบจิตใจและชื่อเสียงอย่างมาก และยังส่งผลกระทบต่อระบบสภาทนายความทั้งหมดหากปล่อยให้การใช้อำนาจเช่นนี้ดำเนินต่อไป

ดร.ณัฐวุฒิเปิดเผยรายชื่อผู้ถูกกล่าวหาตั้งแต่ผู้ต้องหาที่ 1 ถึง 25 ประกอบด้วย นายทะเบียนสภาทนายความ
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ถูกกล่าวหาร่วมกันดำเนินการ นายธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ เลขาธิการสภาทนายความ และคณะกรรมการบริหารทั้งชุด

โดยได้เข้าแจ้วความในหลายข้อหา อาทิ ร่วมกันปลอมแปลงเอกสารทางราชการ — แก้ไขข้อมูลในทะเบียนสมาชิก นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ — ไม่มีอำนาจตามกฎหมายถอนชื่อ ฉ้อโกงประชาชน / ร่วมกันฟอกเงิน — กรณีรับบริจาคโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไร

ดร.ณัฐวุฒิระบุว่า เกรงว่าคณะกรรมการที่ถูกร้องจะใช้วิชามารดึงเอกสารออกจากระบบ จึงได้เตรียมยื่นหนังสือโดยตรงต่อ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะสภานายกพิเศษแห่งสภาทนายความ เพื่อให้คืนความเป็นธรรมและตรวจสอบการบริหารงานทั้งระบบ

"ผมไม่ได้เข้าไปทำลายสภาทนายความ แต่ขอให้คืนสิ่งที่ถูกต้องให้กลับมา หากปล่อยให้การใช้อำนาจอย่างนี้ดำเนินต่อไป พี่น้องทนายความทั่วประเทศจะได้รับผลกระทบทั้งหมด"

เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง เน้นทำธุรกิจ และกำลังเปิดตัวธุรกิจ "ช้างพลัส" ลอตเตอรี่ออนไลน์ ในงวดวันที่ 16 พฤศจิกายนนี้ พร้อมยืนยันพร้อมสู้คดีเต็มที่...
_____________________________

FET เข้าพบหารือเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงย่างกุ้งขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการบริหารจัดการแรงงานไทย–เมียนมาอย่างเป็นระบบ เป็...
17/09/2026

FET เข้าพบหารือเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงย่างกุ้งขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการบริหารจัดการแรงงานไทย–เมียนมาอย่างเป็นระบบ เป็นธรรม และยั่งยืน
เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 คณะผู้แทนสมาพันธ์สมาคมผู้ประกอบการนำคนต่างด้าวมาทำงานในประเทศไทย (Federation of Associations Employment Entrepreneurs of Thailand: FET) นำโดยนายธนิช นุ่มน้อย ประธานสมาพันธ์ พร้อมคณะกรรมการและผู้แทนจากภาคีสมาคม ได้เข้าพบหารือและคารวะเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงย่างกุ้ง สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา
การเข้าพบครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรายงานแนวทางความร่วมมือของภาคเอกชนไทยและเมียนมาในการยกระดับการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติ ให้เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีมาตรฐาน โปร่งใส และคำนึงถึงการคุ้มครองแรงงานเป็นสำคัญ
คณะ FET ได้นำเสนอประเด็นสำคัญ ได้แก่ แนวทางการดำเนินงานแรงงานตามระบบบันทึกความเข้าใจ (MOU) การส่งกลับและการจ้างงานต่อเนื่องของแรงงานเมื่อครบวาระการจ้างงาน การลดขั้นตอนและต้นทุนที่ไม่จำเป็น การแก้ไขปัญหาแรงงานที่อยู่นอกระบบ ตลอดจนการพัฒนากลไกความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ
นอกจากนี้ ได้หารือถึงการจัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่าง FET และสมาคมผู้ประกอบการจัดส่งแรงงานต่างประเทศแห่งเมียนมา (MOEAA) เพื่อสร้างกรอบการทำงานร่วมกันด้านการสรรหา การจัดส่ง การจ้างงาน และการคุ้มครองแรงงานอย่างถูกต้อง เป็นธรรม และปลอดภัย
FET ยืนยันความมุ่งมั่นในการทำหน้าที่เป็นกลไกภาคเอกชนที่เชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ นายจ้าง ผู้ประกอบการ และแรงงาน เพื่อสนับสนุนให้การเคลื่อนย้ายแรงงานระหว่างไทยและเมียนมาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความมั่นคงแก่แรงงาน และส่งเสริมเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศอย่างยั่งยืน
“แรงงานมั่นคง เศรษฐกิจยั่งยืน”
ติดตามข่าวสาร ความเคลื่อนไหว และความร่วมมือด้านการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว โดย
สมาพันธ์สมาคมผู้ประกอบการนำคนต่างด้าวมาทำงานในประเทศไทย (FET)
เว็บไซต์: www.fet-thailand.com
LINE Official Account: .federation
-Thailand #สนต
#สมาพันธ์สมาคมผู้ประกอบการนำคนต่างด้าวมาทำงานในประเทศไทย
#แรงงานมั่นคงเศรษฐกิจยั่งยืน
#แรงงานต่างด้าว #แรงงานต่างชาติ #แรงงานถูกกฎหมาย #คนต่างด้าว
#บริหารจัดการแรงงาน #จัดหาแรงงาน #กรมการจัดหางาน
#ใบอนุญาตทำงาน
#ความร่วมมือภาครัฐเอกชน #กระทรวงแรงงาน #กระทรวงต่างประเทศ #กระทรวงมหาดไทย...
_____________________________

17 กันยายน 2569BAM แก้เกมแบงก์ปฏิเสธสินเชื่อ ชู “เช่าก่อนซื้อ–ผ่อนตรง” เพิ่มทางเลือกให้คนไทยมีบ้านง่ายขึ้น--------------...
17/09/2026

17 กันยายน 2569
BAM แก้เกมแบงก์ปฏิเสธสินเชื่อ ชู “เช่าก่อนซื้อ–ผ่อนตรง” เพิ่มทางเลือกให้คนไทยมีบ้านง่ายขึ้น
------------------------------
BAM มองโจทย์ใหญ่ตลาดที่อยู่อาศัย ชูโมเดล “เช่าก่อนซื้อ” ควบคู่ “การผ่อนตรง” เพิ่มทางเลือกในการเข้าถึงที่อยู่อาศัย พร้อมนำทรัพย์ NPA กลับมาสร้างมูลค่าและหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ เพื่อคนไทยที่มีความต้องการซื้อบ้าน แต่ต้องเผชิญข้อจำกัดทั้งรายจ่ายสูง รายได้และกำลังซื้อที่ชะลอตัว ราคาที่อยู่อาศัยปรับสูงขึ้น รวมถึงความกังวลเรื่องกู้ไม่ผ่านและการปฏิเสธสินเชื่อจากสถาบันการเงิน

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยว่า ปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน แม้ความต้องการมีที่อยู่อาศัยของประชาชน หรือ Real Demand จะยังคงมีอยู่ แต่กำลังซื้อที่อ่อนตัวจากภาวะเศรษฐกิจ ความไม่แน่นอนของรายได้ ภาระค่าครองชีพ รวมถึงความเข้มงวดในการพิจารณาสินเชื่อของสถาบันการเงิน ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้คนจำนวนไม่น้อยต้องชะลอการตัดสินใจซื้อบ้านออกไป
โดยเฉพาะตลาดที่อยู่อาศัยระดับราคาประมาณ 2–5 ล้านบาท
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่า “คนไทยไม่ได้หมดความต้องการมีบ้าน แต่ข้อจำกัดทางการเงินทำให้โอกาสในการมีบ้านยากขึ้น” โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ผู้ประกอบอาชีพอิสระ และผู้มีรายได้ไม่สม่ำเสมอ แม้มีความต้องการที่อยู่อาศัยจริง แต่อาจติดข้อจำกัดด้านประวัติทางการเงินหรือเงื่อนไขสินเชื่อของสถาบันการเงิน หนึ่งในแนวทางที่ภาคอสังหาริมทรัพย์เริ่มนำมาใช้ คือ “เช่าก่อนซื้อ” เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถเริ่มต้นจากการเช่าที่อยู่อาศัยก่อน ขณะเดียวกัน BAM ได้สร้างทางเลือกในการมีบ้าน เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถผ่อนชำระค่าซื้อทรัพย์โดยตรงกับ BAM ผ่านโครงการ “ทรัพย์มหาชน ” ซึ่งนำทรัพย์สินรอการขาย หรือ NPA ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ ห้องชุด อาคารพาณิชย์ และที่ดินในทำเลทั่วประเทศ มาเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ที่ต้องการมีบ้าน ปัจจุบันมีทรัพย์เข้าร่วมมากกว่า 21,000 รายการ ครอบคลุมความต้องการของผู้ซื้อหลากหลายกลุ่มอาชีพ ซึ่ง BAM มุ่งออกแบบเงื่อนไขการชำระเงินให้มีความยืดหยุ่น เพื่อช่วยลดช่องว่างระหว่าง “คนที่ต้องการมีบ้าน” กับ “คนที่กู้ซื้อบ้านได้” และทำให้ความต้องการที่อยู่อาศัยที่มีอยู่จริงสามารถเกิดขึ้นได้ในทางปฏิบัติมากขึ้น
“ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันยังมี Supply อยู่ในตลาดจำนวนมาก ขณะที่กำลังซื้อและการเข้าถึงสินเชื่อมีข้อจำกัด ดังนั้น การแก้โจทย์จึงไม่ควรมุ่งเพียงการสร้าง Supply ใหม่ แต่ควรให้ความสำคัญกับการนำทรัพย์ที่มีอยู่แล้วกลับมาบริหารจัดการ ปรับปรุง และส่งต่อให้กับผู้ที่มีความต้องการใช้งานจริงในราคาที่เหมาะสม เราเชื่อว่าคนไทยยังอยากมีบ้าน เพียงแต่เราต้องสร้างทางเลือกที่ทำให้เขาไปถึงบ้านหลังนั้นได้ง่ายขึ้น” ดร.รักษ์ กล่าว...
_____________________________

กรมการศาสนาเผยผลประเมินคุณธรรมคนไทย ปี 2569 พบประชาชนอายุ 13 ปีขึ้นไป มีพฤติกรรมคุณธรรมร้อยละ 91.37 พร้อมดัน 4 ข้อเสนอแน...
17/09/2026

กรมการศาสนาเผยผลประเมินคุณธรรมคนไทย ปี 2569 พบประชาชนอายุ 13 ปีขึ้นไป มีพฤติกรรมคุณธรรมร้อยละ 91.37 พร้อมดัน 4 ข้อเสนอแนะขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ
*************************
กรมการศาสนา ในฐานะสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ เผยผลการประเมินตัวชี้วัด “จำนวนประชากรอายุ 13 ปีขึ้นไป มีกิจกรรมการปฏิบัติตนที่สะท้อนการมีคุณธรรมจริยธรรม” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งดำเนินการร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อศึกษาสถานการณ์พฤติกรรมคุณธรรมของประชาชนไทยอย่างต่อเนื่อง และนำข้อมูลเชิงประจักษ์มาใช้ประกอบการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566–2570) รวมถึงเป็นฐานข้อมูลสำหรับการพัฒนานโยบายและแนวทางการส่งเสริมคุณธรรมในระยะต่อไป
นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เปิดเผยว่า ในปี 2569 ผลการประเมินพบว่า ประชาชนอายุ 13 ปีขึ้นไปมีพฤติกรรมหรือกิจกรรมการปฏิบัติตนที่สะท้อนการมีคุณธรรมจริยธรรมในภาพรวม 6 ด้าน ได้แก่ การช่วยเหลือผู้อื่น การตอบแทนผู้มีพระคุณ การให้อภัย ความพอเพียง ความมีวินัย และความซื่อสัตย์สุจริต อยู่ที่ร้อยละ 91.37 เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 91.29 คิดเป็นร้อยละ 0.09 สะท้อนให้เห็นว่าสังคมไทยยังคงมีระดับพฤติกรรมคุณธรรมอยู่ในเกณฑ์สูงขึ้น ควบคู่ไปกับเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การประเมินดังกล่าวดำเนินการภายใต้กรอบแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นที่ 10 การปรับเปลี่ยนค่านิยมและวัฒนธรรม และแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 ซึ่งกำหนดตัวชี้วัดให้ประชากรอายุ 13 ปีขึ้นไป มีกิจกรรมการปฏิบัติตนที่สะท้อนการมีคุณธรรมจริยธรรมเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 ต่อปี เมื่อเทียบกับข้อมูลปีฐาน พ.ศ. 2565 โดยการศึกษาครอบคลุมคุณธรรมจริยธรรม 6 ด้าน ได้แก่ การช่วยเหลือผู้อื่น การตอบแทนผู้มีพระคุณ การให้อภัย ความพอเพียง ความมีวินัย และความซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งเป็นการประเมินพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของคนไทย สำหรับการสำรวจในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 มีกลุ่มตัวอย่างประชากรอายุ 13 ปีขึ้นไป จำนวน 18,871 คน ครอบคลุม 76 จังหวัดใน 4 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ รวมทั้งกรุงเทพมหานคร โดยครอบคลุมกลุ่มประชากรหลากหลายช่วงวัย ระดับการศึกษา และอาชีพ เพื่อให้ข้อมูลสะท้อนพฤติกรรมคุณธรรมของประชาชนในระดับประเทศ โดยผลการสำรวจพบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด คือ การตอบแทนผู้มีพระคุณ ร้อยละ 92.80 รองลงมา ได้แก่ ความซื่อสัตย์สุจริต ร้อยละ 92.60 ความมีวินัย ร้อยละ 92.45 การให้อภัย ร้อยละ 90.20 การช่วยเหลือผู้อื่น ร้อยละ 90.20 และความพอเพียง ร้อยละ 90.00 ตามลำดับ
อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวต่อว่า ข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ปีฐาน พ.ศ. 2565 พบว่า พฤติกรรมการปฏิบัติตนที่สะท้อนคุณธรรมของคนไทยในภาพรวมอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2565 อยู่ที่ร้อยละ 90.18 ปี 2566 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 91.07 และปี 2567 เพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นร้อยละ 92.06 ก่อนปรับลดลงเล็กน้อยในปี 2568 มาอยู่ที่ร้อยละ 91.29 และในปี 2569 เป็นร้อยละ 91.37 ผลสำรวจยังสะท้อนให้เห็นความแตกต่างของพฤติกรรมตามบริบทพื้นที่ โดยประชากรที่พักอาศัยนอกเขตเทศบาลหรือในภูมิภาค ส่วนใหญ่มีค่าเฉลี่ยพฤติกรรมคุณธรรมในภาพรวมสูงกว่าประชากรในเขตเทศบาลขนาดใหญ่หรือกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ ความแตกต่างระหว่างช่วงวัยก็มีอิทธิพลต่อรูปแบบการทำความดี โดยกลุ่มผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ (41 ปีขึ้นไป) มักมีคะแนนเฉลี่ยสูงที่สุดในภาพรวมและการถ่ายทอดคุณค่าผ่านหลักศาสนาและการเป็นต้นแบบ ขณะที่กลุ่มวัยทำงาน (อายุ 25 - 40 ปี) แสดงให้เห็นถึงความตระหนักรู้และการปฏิบัติตนด้านความสุจริตและความรับผิดชอบต่อหน้าที่การทำงาน และกลุ่มเยาวชน (อายุ 13 - 24 ปี) แม้จะมีสัดส่วนคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่ากลุ่มอื่นแต่มีแนวโน้มพัฒนาการที่ดีขึ้นในแต่ละปี อย่างไรก็ตาม ในปี 2570 ยังคงต้องขับเคลื่อนให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ในแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ
จากผลการศึกษาดังกล่าว นำไปสู่การวางทิศทางขับเคลื่อนคุณธรรมร่วมกันของทุกภาคส่วน โดยไม่ได้ส่งเสริมเฉพาะการเรียนรู้เชิงทฤษฎี แต่มุ่งเน้นการลงมือปฏิบัติจริงในชีวิตประจำวัน ผ่านการผสานพลังความร่วมมือระหว่างครอบครัว ชุมชน สถานศึกษา องค์กรเอกชน และภาครัฐ พร้อมดึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ บุคคลต้นแบบ อินฟลูเอนเซอร์ ระบบพี่เลี้ยง และสื่อดิจิทัล เข้ามาช่วยเติมเต็มทักษะทางอารมณ์และสังคม เพื่อให้คุณธรรมกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวที่เข้าถึงคนทุกช่วงวัย นอกจากนี้ ทุกภาคส่วนยังเตรียมพร้อมผลักดัน 4 แนวทางสำคัญที่ได้จากการลงพื้นที่ติดตามผลของกลไกอนุกรรมการส่งเสริมคุณธรรม ใน 4 ภูมิภาค เพื่อให้การทำความดีเกิดขึ้นได้จริงและยั่งยืน ได้แก่ 1. ปักหมุด “วันคุณธรรม/สัปดาห์คุณธรรม” รณรงค์ปลุกกระแสการทำความดีพร้อมกันทั่วประเทศ 2. ยกระดับการส่งเสริมคุณธรรมให้เป็น “วาระแห่งชาติ” ผนึกกำลังทุกหน่วยงานไปในทิศทางเดียวกันอย่างจริงจัง 3. สร้าง “ระบบเครดิตคุณธรรม” เพื่อเป็นกลไกจูงใจและให้รางวัลคนทำดีที่ตอบโจทย์คนในชุมชน และองค์กร เช่น การมอบสิทธิประโยชน์ โอกาสเข้าทำงานหรือศึกษาต่อ หรือการสนับสนุนงบประมาณเพื่อให้คนดีมีกำลังใจทำดีต่อไป 4. จัดตั้งกองทุนส่งเสริมคุณธรรม เพื่อเป็นกองทุนและกลไกหลักในการสนับสนุนกิจกรรมทำความดีอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ผลการประเมินพฤติกรรมคุณธรรมของประชาชนไทยตลอดช่วงปี พ.ศ. 2566–2569 นับเป็นฐานข้อมูลเชิงประจักษ์ที่สะท้อนทั้งจุดแข็ง ความท้าทาย และทิศทางการพัฒนาคุณธรรมของสังคมไทย โดยเฉพาะการรักษาระดับพฤติกรรมคุณธรรมให้อยู่เหนือร้อยละ 90 การส่งเสริมคุณธรรมที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละช่วงวัย และการสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วนให้เกิดเป็น “สังคมคุณธรรม” ที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมของประชาชนให้เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและเป็นฐานสำคัญต่อการพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืน ...
_____________________________

กรมการศาสนา ชูธรรมะ x เทคโนโลยี พลิกโฉมพื้นที่เรียนรู้พระพุทธศาสนายุคใหม่ ผนึกพลัง “บวร” ปั้นเยาวชนคุณภาพสู่สังคมผ่านกิจ...
16/09/2026

กรมการศาสนา ชูธรรมะ x เทคโนโลยี พลิกโฉมพื้นที่เรียนรู้พระพุทธศาสนายุคใหม่ ผนึกพลัง “บวร” ปั้นเยาวชนคุณภาพสู่สังคมผ่านกิจกรรม “Open House เปิดบ้าน ศพอ.”

เมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๖๙ ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม จัดกิจกรรม “Open House เปิดบ้าน ศพอ.” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ โดยมี พระเทพวัชรานุสิฐ เจ้าคณะเขตบึงกุ่ม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และ นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เป็นประธานในพิธีฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยผู้บริหารกรมการศาสนา ผู้แทนหน่วยงาน ภาคีเครือข่าย ผู้บริหาร ครู อาจารย์ เด็กและเยาวชนจากศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ (ศพอ.) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เข้าร่วมกิจกรรม

นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม ตลอดจนติดตามผลการดำเนินงานของศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยมุ่งส่งเสริมการบูรณาการความร่วมมือผ่านกลไก “พลังบวร” บ้าน–วัด/ศาสนสถาน–โรงเรียน/ราชการ เพื่อให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีความรู้ควบคู่คุณธรรม สามารถดำรงตนเป็นพลเมืองที่ดีของสังคม

ภายในงานมีกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และเปิดโอกาสให้เครือข่าย ศพอ. ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ อาทิ การเสวนาเรื่อง “กลไกการขับเคลื่อนศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์สู่ความสำเร็จ” โดยผู้แทนจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) และกรมการศาสนา รวมถึงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การใช้ AI สำหรับเยาวชนในศตวรรษที่ ๒๑” เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนรู้เท่าทันเทคโนโลยีและสามารถนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างสร้างสรรค์และเหมาะสม

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมบรรยายและเผยแผ่พระพุทธศาสนาเชิงสร้างสรรค์ “ธรรมะอารมณ์ดี” การจัดแสดงผลการดำเนินงานและผลิตภัณฑ์ชุมชนของศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ตลอดจนการแสดงศิลปวัฒนธรรมจากเครือข่าย ศพอ. ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ในการเป็นพื้นที่เรียนรู้ทางพระพุทธศาสนา คุณธรรมจริยธรรม ศิลปวัฒนธรรม และการพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชนในชุมชน

นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวต่อว่า กรมการศาสนาให้ความสำคัญกับการพัฒนาศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ให้เป็นแหล่งเรียนรู้และพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชน โดยกิจกรรม Open House เปิดบ้าน ศพอ. เป็นโอกาสสำคัญในการเชื่อมโยงเครือข่าย แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวทางการดำเนินงานระหว่าง ศพอ. กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่การยกระดับการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมและการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน

ทั้งนี้ กรมการศาสนามุ่งหวังให้ ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์เป็นมากกว่าพื้นที่ศึกษาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา แต่เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การพัฒนาทักษะชีวิต และการบ่มเพาะคุณธรรมสำหรับเด็กและเยาวชน ตลอดจนเป็นศูนย์กลางการจัดกิจกรรมทางศาสนาและศูนย์รวมจิตใจของคนในชุมชน โดยอาศัยความร่วมมือจากครอบครัว ศาสนสถาน สถานศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และภาคีเครือข่าย เพื่อร่วมกันสร้างเด็กและเยาวชนให้เติบโตเป็น “คนดี คนเก่ง และมีคุณธรรม” และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมและประเทศอย่างยั่งยืน

สำหรับกิจกรรม “Open House เปิดบ้าน ศพอ.” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๖–๑๗ กันยายน ๒๕๖๙ ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร โดยมุ่งสร้างการรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทของ ศพอ. ขยายเครือข่ายความร่วมมือด้านคุณธรรมจริยธรรม และเสริมสร้างความเข้มแข็งของกลไก “พลังบวร” ให้สามารถร่วมกันพัฒนาเด็ก เยาวชน และชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม ต่อเนื่อง และยั่งยืน...
_____________________________

บีไอจีได้รับรอง CFR ครั้งแรก ตอกย้ำความสำเร็จในการลดก๊าซเรือนกระจก  หนุนภาคอุตสาหกรรมไทยสู่ Net Zeroกรุงเทพฯ - 16 กันยาย...
16/09/2026

บีไอจีได้รับรอง CFR ครั้งแรก ตอกย้ำความสำเร็จในการลดก๊าซเรือนกระจก หนุนภาคอุตสาหกรรมไทยสู่ Net Zero
กรุงเทพฯ - 16 กันยายน 2569
บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด หรือ บีไอจี ผู้นำนวัตกรรมก๊าซอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำของประเทศไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืน ได้รับการรับรองเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product: CFP) และเครื่องหมายลดโลกร้อน (Carbon Footprint Reduction: CFR) เป็นครั้งแรกในประเทศไทย สำหรับผลิตภัณฑ์ก๊าซอุตสาหกรรม สะท้อนความสำเร็จในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่คุณค่า พร้อมสนับสนุนลูกค้าและภาคอุตสาหกรรมไทยในการก้าวสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม

ในยุคที่ภาคธุรกิจทั่วโลกให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ บีไอจีจึงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบโซลูชันที่สร้างคุณค่าทั้งด้านธุรกิจและความยั่งยืนให้กับลูกค้า

ในปี 2569 บีไอจีได้รับการรับรองเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (CFP) และเครื่องหมายลดโลกร้อน (CFR) ซึ่งเป็นเครื่องหมายที่ได้รับการยอมรับในการแสดงข้อมูลและผลลัพธ์ด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจกของผลิตภัณฑ์ โดยได้รับการรับรองโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) ด้วยมาตรฐานสากล GHG Protocol & ISO ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ก๊าซอุตสาหกรรมหลัก 6 ผลิตภัณฑ์ของบีไอจี ได้แก่ ออกซิเจนเหลว ไนโตรเจนเหลว อาร์กอนเหลว ก๊าซออกซิเจน ก๊าซไนโตรเจน และไฮโดรเจน ได้รับการรับรองเครื่องหมาย CFP โดยสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 50% เมื่อเทียบกับกระบวนการผลิตแบบปกติ สะท้อนถึงประสิทธิภาพของกระบวนการดำเนินงานและการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัท

นอกจากนี้ บีไอจียังได้รับการรับรอง เครื่องหมาย CFR เป็นครั้งแรก สำหรับผลิตภัณฑ์ไนโตรเจนเหลวและไฮโดรเจน ซึ่งเป็นการรับรองสำหรับผลิตภัณฑ์ที่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้จริงตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและทรัพยากร พร้อมลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

คุณอรลา เจริญลาภ กรรมการผู้จัดการ บีไอจี กล่าวว่า “การได้รับการรับรองทั้ง CFP และ CFR ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบีไอจีในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และกระบวนการดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เราให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่คุณค่า พร้อมนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและทรัพยากร
เพื่อส่งมอบโซลูชันที่ช่วยให้ลูกค้าลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์และบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนได้อย่างเป็นรูปธรรมตามกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ Generating a Cleaner Future”

“ปัจจุบันองค์กรทั่วโลกเผชิญความท้าทายจากข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้นขึ้น การได้รับการรับรอง CFP และ CFR ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องยืนยันความสำเร็จของบีไอจีในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมความเชื่อมั่นให้ลูกค้าว่าสามารถนำข้อมูลด้านคาร์บอนของผลิตภัณฑ์ไปใช้สนับสนุนการจัดทำรายงาน ESG การบริหารจัดการคาร์บอน และการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

นอกจากการยกระดับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์แล้ว บีไอจียังมุ่งพัฒนาโซลูชันและนวัตกรรมที่ช่วยสนับสนุนลูกค้าในภาคอุตสาหกรรมให้สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น

การได้รับการรับรองทั้ง CFP และ CFR ในครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นความสำเร็จของบีไอจี แต่ยังเป็นอีกก้าวสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ รวมถึงตอกย้ำบทบาทในฐานะ “ผู้นำนวัตกรรมก๊าซอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำของประเทศไทย" ที่มุ่งขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และสนับสนุนเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศอย่างยั่งยืน...
_____________________________

*กรมการศาสนา เตรียมส่งเอกสารฉบับสมบูรณ์เสนอ “ครูบาศรีวิชัย”ในวาระครบรอบ 150 ปีชาตกาล เป็นบุคคลสำคัญของโลกต่อยูเนสโก*วันท...
16/09/2026

*กรมการศาสนา เตรียมส่งเอกสารฉบับสมบูรณ์เสนอ “ครูบาศรีวิชัย”ในวาระครบรอบ 150 ปีชาตกาล เป็นบุคคลสำคัญของโลกต่อยูเนสโก*

วันที่ 15 กันยายน 2569 เวลา 13.30 น. นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการเสนอวาระครบรอบ 150 ปีชาตกาล ครูบาศรีวิชัย เพื่อให้องค์การยูเนสโกรับรองและการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลอง ครั้งที่ 1/2569 ณ ศูนย์ประชุมกระทรวงวัฒนธรรม ชั้น 8 และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (ระบบ Zoom) โดยมีพระเทพรัตนนายก เจ้าคณะจังหวัดลำพูน เจ้าอาวาส วัดพระธาตุหริภุญชัย นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยคณะกรรมการฝ่ายอำนวยการ ผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กรมการศาสนา ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

ที่ประชุมได้ติดตามความคืบหน้าการเสนอวาระครบรอบ 150 ปีชาตกาล ครูบาศรีวิชัย ต่อองค์การยูเนสโก พร้อมพิจารณาเอกสาร Annex II (Form for the Submission of Anniversary Proposals) และเอกสารประกอบที่เกี่ยวข้องทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่อเตรียมความพร้อมจัดส่งเอกสารฉบับสมบูรณ์ต่อคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (Thai National Commission for UNESCO) ภายในเดือนตุลาคม 2569 ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนการเสนอวาระต่อองค์การยูเนสโกต่อไป การเสนอวาระครั้งนี้มุ่งเผยแพร่คุณูปการของ “ครูบาศรีวิชัย” หรือ “นักบุญแห่งล้านนา” ให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะบทบาทด้านการเผยแผ่หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา การสร้างเครือข่ายทางศีลธรรมและจริยธรรม การพัฒนาชุมชนและศาสนสถาน ตลอดจนการรวมพลังศรัทธาและจิตอาสาของประชาชน ดังปรากฏจากการสร้างถนนขึ้นดอยสุเทพโดยไม่ใช้งบประมาณของรัฐ และการบูรณปฏิสังขรณ์ศาสนสถานหลายแห่งในภาคเหนือ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า กรมการศาสนาในฐานะเลขานุการคณะกรรมการอำนวยการได้สนับสนุนงบประมาณและประสานการดำเนินงานโดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ คณะสงฆ์ สถาบันการศึกษา นักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ตลอดจนเครือข่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อศึกษา สืบค้น และรวบรวมข้อมูลประวัติ ผลงาน และคุณูปการของครูบาศรีวิชัยให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ขององค์การยูเนสโก โดยมีคณะอนุกรรมการ 4 คณะ ร่วมขับเคลื่อนทั้งด้านวิชาการ เครือข่ายความร่วมมือทางสังคม การจัดทำเว็บไซต์ และการประชาสัมพันธ์ ที่ผ่านมา คณะทำงานได้ลงพื้นที่สืบค้นข้อมูลทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ได้แก่ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และสาธารณรัฐประชาชนจีน รวมถึงประสานความร่วมมือกับนักวิชาการและเครือข่ายในต่างประเทศ เพื่อรวบรวมข้อมูลที่สะท้อนถึงคุณูปการและอิทธิพลของ “วิถีครูบาศรีวิชัย” ในมิติที่กว้างขวางยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน วัดไทยในหลายประเทศได้นำหลักธรรมและแนวทางตามวิถีครูบาศรีวิชัยไปเผยแผ่และประยุกต์ใช้สาระสำคัญของเอกสารที่เตรียมเสนอต่อองค์การยูเนสโกมุ่งสะท้อนคุณูปการของครูบาศรีวิชัยที่เชื่อมโยงกับพันธกิจขององค์การยูเนสโก 2 ด้าน ได้แก่ ด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ (Social and Human Sciences) จากบทบาทในการเผยแผ่หลักธรรม สร้างความเชื่อมโยงและความกลมเกลียวในสังคม และ ด้านวัฒนธรรม (Culture) จากการรวมพลังศรัทธาของประชาชนในการพัฒนาชุมชน บูรณปฏิสังขรณ์วัดและโบราณสถาน ตลอดจนสร้างสาธารณประโยชน์ อันมีส่วนสำคัญต่อการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมและการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ยังมีการขับเคลื่อนกิจกรรมสร้างการรับรู้ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง อาทิ พิธีรำลึกครบรอบ 91 ปีการเปิดถนนขึ้นดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ กิจกรรม “ธรรมยาตราเดินเทสสันถี ตามวิถีครูบา สู่บุคคลสำคัญของโลก” จังหวัดลำพูน ตลอดจนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการกับนักวิชาการต่างประเทศ และการพัฒนาเว็บไซต์อย่างเป็นทางการทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่อเป็นช่องทางเผยแพร่ประวัติ ผลงาน และคุณูปการของครูบาศรีวิชัยสู่สาธารณชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ
สำหรับกรอบการดำเนินงาน หลังจากจัดส่งเอกสารในเดือนตุลาคม 2569 จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามขั้นตอน โดยกำหนดเสนอรายชื่อไปยังองค์การยูเนสโกภายในวันที่ 1 ธันวาคม 2569 ก่อนเข้าสู่การพิจารณาขององค์การยูเนสโกในปี 2570 และหากได้รับความเห็นชอบ จะดำเนินการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลอง วาระครบรอบ150 ปีชาตกาล ครูบาศรีวิชัย ระหว่างเดือนมกราคม–ธันวาคม 2571 เพื่อเผยแพร่ประวัติ ผลงาน คุณูปการและ “วิถีครูบาศรีวิชัย” สู่ประชาคมโลก ตลอดจนสืบสานพลังแห่งศรัทธา คุณธรรม และจิตอาสาให้เป็นคุณค่าที่เชื่อมโยงผู้คนและสังคมอย่างยั่งยืน...
_____________________________

✨ 3 วัน 3 สไตล์ เตรียมล็อกคิวให้พร้อม!พบกับแฟชั่นโชว์สุดปังจาก THAI T’REASURES by Amazing Thailand ที่จะปลุกพลัง “ของดีป...
15/09/2026

✨ 3 วัน 3 สไตล์ เตรียมล็อกคิวให้พร้อม!
พบกับแฟชั่นโชว์สุดปังจาก THAI T’REASURES by Amazing Thailand ที่จะปลุกพลัง “ของดีประเทศไทย” ให้กลายเป็นแฟชั่นไทยร่วมสมัย—เท่ได้ทุกวัน และสนุกได้ทุกเจเนอเรชัน
เต็มอิ่มกับลุคแฟชั่นสุดสร้างสรรค์ พร้อมสนุกไปกับการแสดงและมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินคนโปรดตลอด 3 วัน 🎤🔥
📅 18 กันยายน
MEYOU – มิว ชิษณุชา
📅 19 กันยายน
เพิร์ล ศัจกร และพีค ภีมพล
📅 20 กันยายน
วง COMPASS และ FINO The Ranad
📍 ลานริเวอร์ พาร์ค ICONSIAM
🎟 ลงทะเบียนรับสิทธิ์ชมการแสดงได้ที่
https://bit.ly/4de4kXL
แฟชั่นก็ต้องดู ศิลปินคนโปรดก็ต้องเจอ ชวนเพื่อนมาให้ครบ แล้วมาเติมสีสันให้ฟรอนต์โรว์สนุกกว่าที่เคย!

ที่อยู่

Bangkok
10700

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Siamsettakijผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Siamsettakij:

ทางลัด

แชร์