InsideEntertain InsideEntertain.com - อินไซด์บันเทิง อัพเดตประเด็นฮ๊อต ครบครันบันเทิง

อินไซด์บันเทิง อัพเดตประเด็นฮ๊อต ครบครันบันเทิง
ติดต่อ
ตูน T. 092-541-9653
[email protected]

Zeya T. 063-412-4032
[email protected]

Madame Puja T. 082-415-3569
: 0824153569
[email protected]

ไทยประกาศชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่ ครองเจ้าเหรียญทองซีเกมส์ ครั้งที่ 33 พร้อมส่งมอบธงเจ้าภาพให้แก่มาเลเซีย ปิดฉากลงอย่างสวยงาม...
22/12/2025

ไทยประกาศชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่ ครองเจ้าเหรียญทองซีเกมส์ ครั้งที่ 33 พร้อมส่งมอบธงเจ้าภาพให้แก่มาเลเซีย ปิดฉากลงอย่างสวยงามและยิ่งใหญ่! สำหรับซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ทัพนักกีฬาไทยทำผลงานยอดเยี่ยม สร้างประวัติศาสตร์กวาดเหรียญทองสูงสุดถึง 233 เหรียญ ครองตำแหน่ง "เจ้าเหรียญทอง"

ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีปิดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 พ.ศ. 2568 โดยมีนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขัน กล่าวรายงาน ในโอกาสนี้ นายกองเอก ชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ รองประธานสหพันธ์กีฬาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสหพันธ์กีฬาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์, นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.), นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผู้บริหารระดับสูงสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร จังหวัดชลบุรี และจังหวัดสงขลา, คณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ, เจ้าหน้าที่, นักกีฬา, สื่อมวลชน และประชาชน เข้าร่วมในพิธี ณ ราชมังคลากีฬาสถาน กกท.

ประเทศไทยประสบความสำเร็จอย่างสูงสุดด้วยการครองตำแหน่ง "เจ้าเหรียญทอง" สมัยที่ 14 โดยทำผลงานรวมทั้งสิ้น 233 เหรียญทอง (สร้างสถิติการคว้าเหรียญทองสูงสุดเป็นประวัติการณ์) 154 เหรียญเงิน 112 เหรียญทองแดง นับเป็นการทวงคืนตำแหน่งเจ้าเหรียญทองในรอบ 10 ปี สะท้อนถึงการพัฒนาศักยภาพการกีฬาไทยสู่ระดับมาตรฐานสากล

ในพิธีปิดได้มีการแสดงทางวัฒนธรรมภายใต้แนวคิด "The Sound of Whistle" และ "The Sound of Champions" เพื่อเชิดชูเกียรติเหล่านักกีฬา ก่อนเข้าสู่พิธีอัญเชิญธงสัญลักษณ์สหพันธ์กีฬาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ลงจากยอดเสา และทำพิธีส่งมอบธงประจำการแข่งขันให้แก่ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 34 ต่อไป

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จของเหล่านักกีฬาไทย และขอบคุณเจ้าหน้าที่รวมถึงภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ที่ร่วมกันขับเคลื่อนให้การจัดการแข่งขันครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์แบบ ทิ้งท้ายภาพลักษณ์ความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการกีฬาและวัฒนธรรมของภูมิภาค

#ซีเกมส์ครั้งที่33 #กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา #การกีฬาแห่งประเทศไทย #เจ้าเหรียญทอง

“สสส. สานพลังรันริโอ" ภาคีกว่า 10 องค์กรจัดงานวิ่ง Awaken Bangkok Midnight Marathon 2025 ดีเดย์ 21 ธ.ค.นี้ คาดรายได้สะพั...
19/12/2025

“สสส. สานพลังรันริโอ" ภาคีกว่า 10 องค์กรจัดงานวิ่ง Awaken Bangkok Midnight Marathon 2025 ดีเดย์ 21 ธ.ค.นี้ คาดรายได้สะพัด300 ล้านบาท

Awaken Bangkok Midnight Marathon 2025 ปีที่ 8 จัดยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี ในวันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคมนี้ ปลุกเมืองทั้งเมืองให้ตื่น! ด้วยงานวิ่งฝ่าค่ำคืนผ่าน “หัวใจของกรุงเทพฯ” บนเส้นทางที่จะได้สัมผัสแลนด์มาร์กสำคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย นักวิ่งทั่วโลกกว่า 30 ประเทศตบเท้าเข้าร่วมคับคั่ง กว่า 1.1. หมื่นคน คาดสร้างเม็ดเงินสะพัดกว่า 300 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ได้มีการแถลงข่าวการแข่งขันเทศกาลวิ่งมาราธอนกลางคืนสุดยิ่งใหญ่ในรายการ Awaken Bangkok Midnight Marathon 2025 ปีที่ 8 ร่วมด้วย คุณนิรมล ราศรี ผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ (สำนัก 5) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เข้าร่วมแถลงรายละเอียดของงาน

ภายในงานยังมี คุณทองคง ทองคงเย่า - Chief People Officer, Decathlon Thailand, Mr.Cristian Martinez - KIPRUN athlete จาก Spain และคุณบุญเพิ่ม อินทนปสาธน์ – CEO RUNRIO Thailand และ Race Director, Awaken Bangkok Midnight Marathon 2025 ร่วมกันกล่าวถึงความพร้อมในการจัดงานครั้งนี้

เทศกาลวิ่งมาราธอน Awaken Bangkok Midnight Marathon 2025 ปีที่ 8 งานวิ่งกลางคืนสุดยิ่งใหญ่ส่งท้ายปีในกรุงเทพฯ จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ 21 ธันวาคม 2568 ปลุกเมืองทั้งเมืองให้ตื่น! ด้วยงานวิ่งฝ่าค่ำคืนใจกลางกรุงเทพฯ ที่ขึ้นแท่นอีเวนต์วิ่งถนนมาตรฐานโลก และได้รับรอง World Athletics Road Race Label จาก World Athletics (WA) และได้รับการันตีเส้นทางการวิ่งที่ได้รับการวัดและรับรองตามมาตรฐานสากลจาก Association of International Marathons and Distance Races (AIMS) ซึ่งในงานปีนี้ภายหลังเปิดรับสมัครมีผู้สมัครเข้ามาเต็มจำนวนทั้งระยะ 10 กม. และระยะ 21.1 กม. จนยอดทะลุเป้า 11,000 คน ถือเป็นการรวมตัวนักวิ่งทั่วโลกกว่า 30 ประเทศภายงานเดียวที่คาดว่าจะสร้างเม็ดเงินสะพัดกว่า 300 ล้านบาท

เส้นทางการวิ่งถือเป็นเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใครให้เหล่านักวิ่งได้สัมผัสมุมมองใหม่ของเกาะรัตนโกสินทร์ และเป็นการวิ่งผ่าน “หัวใจของกรุงเทพฯ” ที่ทุกก้าวคือพลังที่จะปลุกเมืองนี้ขึ้นมาอีกครั้ง โดยจะออกสตาร์ทจากหอนาฬิกาหลวง ถนนสนามไชย และผ่านสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ อาทิ พระบรมมหาราชวัง วัดพระแก้ว เจดีย์ภูเขาทอง โลหะปราสาท วัดราชนัดดารามวรวิหาร อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และมุ่งตรงสู่เส้นชัยที่เสาชิงช้า บริเวณลานคนเมืองกรุงเทพฯ

“Awaken Bangkok Midnight Marathon 2025” ในปีนี้ไม่ใช่เป็นแค่งานวิ่ง แต่คือการเคลื่อนไหวของคนยุคใหม่ ด้วยการเปิดบางกอกด้วยมุมใหม่ ภายใต้ธีมดีไซน์โมเดิร์น บ่งบอกตัวตนและมีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน สมกับเป็นเมืองมหานครของโลก พร้อมกับ Official Race Kit ระยะ 21.1 กม. คอนเซ็ปต์ใหม่สุดเท่ “BKK NEW FACE” ที่จะปลุกพลังนักวิ่งให้ตื่นเต็มสปีด และ “Finisher T-Shirt” ที่ไม่ใช่แค่เสื้อ Finisher ธรรมดา แต่คือเสื้อที่ประกาศตัวตนใหม่ของนักวิ่งยุคนี้ รวมทั้ง “YAK” Awaken Medal เหรียญยักษ์ในตำนาน

นอกจากนี้ ในงานแถลงข่าวยังมีการ เปิดตัว Team Pacer & Sweeper จาก Decathlon รวมไปถึง Warm Up Show - Active Stretching by สสส. และมอบของที่ระลึกให้กับผู้สนับสนุนการจัดงาน Awaken Bangkok Midnight Marathon 2025 ประกอบไปด้วย Decathlon, Gatorade และ ISUZU ท่ามกลางบรรดาเหล่านักวิ่งที่เข้าร่วมงานแถลงข่าวในครั้งนี้กันอย่างคึกคักอีกด้วย

สำหรับการแข่งขันแบ่งออกเป็น ระยะ 21.1 กม. เส้นทางวิ่งที่ผ่านจุดสำคัญทางประวัติศาสตร์ท่ามกลางบรรยากาศยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยพลัง เริ่มปล่อยตัวตั้งแต่เวลา 03.00 น. จุดสตาร์ท ณ หอนาฬิกาหลวง ถนนสนามไชย และเข้าเส้นชัยที่เสาชิงช้า ขณะที่ระยะ 10 กม. ออกแบบเพื่อให้นักวิ่งได้สัมผัสบรรยากาศการวิ่งยามค่ำคืนอย่างเต็มอารมณ์ เริ่มปล่อยตัวตั้งแต่เวลา 04.00 น. จุดสตาร์ท ณ หอนาฬิกาหลวง ถนนสนามไชย และเข้าเส้นชัยเสาชิงช้า

สำหรับผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดได้ทางเพจเฟซบุ๊ก BKKmidnightmarathon (https://www.facebook.com/BKKmidnightmarathon/?locale=th_TH)

Runrio (Thailand) Co., Ltd. 55/158 Khlong Lam Chiak Rd.,Nuanchan Subdistrict, Bueng K*m District, Bangkok 10240

Bangkok Midnight Marathon 2025 ปีที่ 8
#สสส.
https://youtu.be/KQrEYzR6rTk?si=t1dDM6-7REY86x-N

🐲✨ไทย-จีน ผนึกกำลังลงนามการท่องเที่ยว Letter of Intent (LOI) เปิดบทใหม่ส่งเสริมความร่วมมือระดับยุทธศาสตร์ ณ นครไหโข่ว 🗓️...
18/12/2025

🐲✨ไทย-จีน ผนึกกำลังลงนามการท่องเที่ยว Letter of Intent (LOI) เปิดบทใหม่ส่งเสริมความร่วมมือระดับยุทธศาสตร์ ณ นครไหโข่ว

🗓️ วันนี้ (18 ธันวาคม 2568) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำโดย นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เข้าร่วมในพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว Letter of Intent (LOI) กับ สำนักการท่องเที่ยว วัฒนธรรม วิทยุ โทรทัศน์ และกีฬา นครไหโข่ว นำโดย คุณหวัง เค่อ ผู้อำนวยการสำนักการท่องเที่ยวฯ ไหโข่ว และบริษัท Tongcheng Travel นำโดย คุณหลี่ หมิงห้าว รองประธานกลุ่มบริษัท Tongcheng Group ณ นครไหโข่ว มณฑลไห่หนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อสร้างกรอบความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระยะยาว และยกระดับความสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทย-จีน ภายใต้แนวคิด “中泰一家亲” หรือ จีนไทย ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน

🍀 ความร่วมมือกับสำนักการท่องเที่ยวฯ ไหโข่ว มีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งเน้นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในรูปแบบ Two-Way Tourism การแลกเปลี่ยนกิจกรรมทางวัฒนธรรม การดำเนินกิจกรรมทางการตลาดร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนการเชื่อมโยงสินค้าและเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ ๆ ระหว่างประเทศไทยและนครไหโข่ว

ในขณะเดียวกัน ความร่วมมือกับ Tongcheng Travel ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มท่องเที่ยวชั้นนำของจีน จะช่วยเสริมศักยภาพการเข้าถึงนักท่องเที่ยวชาวจีนผ่านช่องทางดิจิทัลที่ทันสมัย สะดวก รวดเร็ว และตอบโจทย์พฤติกรรมการเดินทางของตลาดจีนยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ📱

📝 นอกจากนี้ การลงนาม LOI ในครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความตั้งใจของทั้งสองฝ่ายในการผลักดันความร่วมมือในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติการควบคู่กัน โดยมุ่งบูรณาการทุกภาคส่วน อาทิ ระหว่างรัฐต่อรัฐ และรัฐต่อเอกชน (G2G และ G2B) เพื่อขยายโอกาสทางการท่องเที่ยว พัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วม และสร้างกิจกรรมส่งเสริมการขายที่สามารถต่อยอดสู่ตลาดผู้บริโภคได้จริง อันจะนำไปสู่การกระตุ้นการเดินทางระหว่างกันอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

📍ททท. เชื่อมั่นว่าความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคง ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยและคุณภาพการท่องเที่ยว ภายใต้โครงการ Trusted Thailand พร้อมนำเสนอประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่หลากหลาย คุ้มค่า และสร้างความเชื่อมั่น เพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางมาสัมผัสประเทศไทยด้วยรอยยิ้ม ความอบอุ่น และความประทับใจไม่รู้ลืม 🎉


#ไทยจีน
#ความร่วมมือไทยจีน

#ททท

ฉลองความสัมพันธ์ไทย-จีน ครบรอบ 50 ปี ยกย่องบุคคลสำคัญ ในงาน Thailand Headlines Person of the Year Awards 2025 ไทยเจียระไ...
18/12/2025

ฉลองความสัมพันธ์ไทย-จีน ครบรอบ 50 ปี ยกย่องบุคคลสำคัญ ในงาน Thailand Headlines Person of the Year Awards 2025 ไทยเจียระไน
สานความสัมพันธ์ทั้งสองประเทศ
กลับมาอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง กับเวทีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติระดับเอเชียที่ทุกคนรอคอย Thailand Headlines Person of the Year Awards 2025 และจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “สายใยครึ่งศตวรรษ สานอนาคตอันรุ่งเรือง” ซึ่งเป็นงานที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางจากทั้งสื่อไทยและจีน พร้อมเหล่าบรรดาแฟนคลับของคนดังที่มาร่วมงาน จัดขึ้น ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC LIVE) เมื่อวันอังคารที่ 16 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา

งานนี้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีโดย บริษัท ไทยเจียระไน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และสื่อในเครือ Thailand Headlines ซึ่งจัดต่อเนื่องกันมาเป็นปีที่ 9 โดยได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรหลัก มาร่วมสร้างประวัติศาสตร์ในการมอบรางวัลที่ยิ่งใหญ่และตระการตากว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ทั้ง Joox Music, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, BITEC, Em District, Origin Property, BRITANIA, BYD, Montfleur, Mama, Wacoal, Enfant, Essence, Farmhouse, Thai Mall, เครื่องดื่ม IF, SLC Group, Chao Hong Ji, Zhou Liu Fu, LH Bank,Sakirana, Bravo BKK, MEGA TSBK, โรงพยาบาลสมิติเวช, Asset World Corporation,
JC Kevin Sathorn Bangkok Hotel,AVANI+ Riverside Bangkok,Conrad Hotel, Thai Airways, 9Nice, Castaly, หยกสด, โชคดีติ่มซำ, สาหร่ายเถ้าแก่น้อย, Reignwood Park, Sim City Auto และทุกปีจะมีเหล่าคนดังและบุคคลชั้นนำจากหลากหลายวงการเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง จนได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในพิธีมอบรางวัลที่โดดเด่นที่สุดของประเทศไทย ทำให้ได้รับการขนานนามจากสื่อว่าเป็น "ออสการ์ของเมืองไทย"

โดยเป็นความต้องการของ ไทยเจียระไน กรุ๊ปฯ เพื่อยกย่องบุคคลที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย รายชื่อผู้เข้ารับรางวัลในปีนี้จึงมาจากหลากหลายวงการ แบ่งเป็น 6 สาขารางวัลได้แก่ สาขาข่าวสารและการเมือง จำนวน 1 รางวัล, สาขาความสัมพันธ์ไทย-จีน จำนวน 3 รางวัล , สาขาเศรษฐกิจและสังคม จำนวน 8 รางวัล, สาขา Outstanding Award จำนวน 8 รางวัล, สาขาวัฒนธรรมและบันเทิง จำนวน 16 รางวัล,สาขาอินฟลู จำนวน 13 รางวัล

คุณหลุ่ย แซ่กั๊ว ประธานบริษัทไทยเจียระไน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “การจัดงานในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเชิดชูเกียรติให้กับผู้ที่มีบทบาทอย่างแข็งแกร่งในการสานความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและประเทศจีน และเป็นเวทีสำคัญที่สะท้อนพลัง Soft Power ของไทย ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทย รวมทั้งสร้างโอกาสด้านเศรษฐกิจ การค้า สังคม และสร้างโอกาสอันล้ำค่าในการส่งเสริมความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างไทย-จีน ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และยังเป็นอีกปีที่ให้ความสำคัญถึงมิตรภาพของทั้ง 2 ประเทศพี่น้องไทย-จีน จึงมีการแสดงสุดพิเศษจากวงน้องใหม่ไฟแรงทั้งบอยแบน และเกิร์ลกรุ๊ป เช่น NEXTIDE, BNK 48, SUPER THAI, รวมถึงนักแสดงจากซีรีส์ พิษรัก พร้อมเซอร์ไพรส์ที่ยิ่งใหญ่กว่าทุกปี ด้วยโชว์สุดพิเศษ นักร้องจากประเทศจีน YU JINGTIAN และ ZHANG ZIHAO เพื่อเป็นการเปิดฉากโหมโรงเฉลิมฉลองปีแห่งมิตรภาพ สถาปนาความสัมพันธ์ไทย-จีน ครบรอบ 50 ปี ในปี 2568“ คุณหลุ่ย แซ่กั๊ว กล่าว

ด้านบุคคลสำคัญที่ได้รับรางวัลครั้งนี้ก็มี อาทิ คุณบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์, คุณณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล จํากัด (มหาชน),
คุณนวลพรรณ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน), คุณชัชวาลล์ คงอุดมสมาชิกผู้เเทนราษฎรพรรครวมไทยสร้างชาติ, พญ.พิมพิดา วรัญญูรัตนะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท SLC Thailand, คุณมานิต อุดมคุณธรรม ประธานบริษัท แร่เบฟเวอเรจ จำกัด (แบรนด์น้ำแร่ 6ty°), นพ.ชัยรัตน์ ปัณฑุรอัมพร ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน),
คุณภิพัชรา แก้วจินดา ผู้ก่อตั้งร่วมแบรนด์แฟชั่น PIPATCHARA อีกทั้งมี คุณสายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา(ฉอด) และคุณวรฤทธิ์ ไวยเจียรนัย(เอส) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร(CEO) และรองกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท CHANGE2561 จำกัด ฯลฯ พร้อมกับเหล่าดารา ศิลปิน และ Influencers ไทย-จีน ที่ได้รับรางวัลในปีนี้ อาทิ กลัฟ คณาวุฒิ, เบลล่า ราณี, ใหม่ ดาวิกา, เดียร์น่า ฟลีโป, ออม สุชาร์, เจนิส เจณิสตานนท์ ธนนท์, ออน สมฤทัย, พฤกษ์ (ซี),ชวรินทร์ (นุนิว), ธัชชัย (ภู) ,อชิรกรณ์ (เอเอ), วชิรวิชญ์ (ริว), วิโอเลต (วี), เจนนี่ รัชนก, NexT1DE, โยชิ รินลดา, เอวา ปวรวรรณอิงฟ้า วราหะ & ชาล็อต ออสติน, ติช่า กันติชา, และอีกมากมาย ในส่วนของศิลปินจากต่างประเทศที่ได้รับรางวัลก็มีอาทิ Wei Zi, Yu Shuxin, Tony yu, KOO HYESUN, SEO MINJOO ฯลฯ
สามารถรับชมภาพความประทับใจอื่นๆ หรือติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
Tiktok: personoftheyearawards / Instagram: personoftheyearawards
X: / Facebook : Thailand Headlines Person of the Year

สามารถดาวน์โหลดข่าวประชาสัมพันธ์ และภาพประกอบ
Link : เอกสารข่าวงานมอบรางวัล

ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ทีมประชาสัมพันธ์ Project B Media Agency
อภิษฎา ยิ้มทรัพย์ (อีฟ) โทร. 087 449 3362 E-mail : [email protected]
กรวิวัฒน์ ยิ้มทรัพย์ (อ้น) โทร. 086 750 0991 E-mail : [email protected]

รีวิวหนังเรื่องดรีม 2/3การผจญภัยของเด็กน้อยในโลกกว้าง ที่สอนให้เราได้รู้ว่า ความดีไม่เคยเล็ก..ในช่วงเวลานี้ ผู้ชมจำนวนมา...
18/12/2025

รีวิวหนังเรื่องดรีม 2/3
การผจญภัยของเด็กน้อยในโลกกว้าง ที่สอนให้เราได้รู้ว่า ความดีไม่เคยเล็ก
..ในช่วงเวลานี้ ผู้ชมจำนวนมากต่างมุ่งหน้าเข้าสู่โรงภาพยนตร์ใกล้บ้าน เพื่อชมภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่กำลังเป็นกระแสแรงที่สุดอยู่ในขณะนี้ ชื่อของหนังเรื่องนั้นอาจไม่จำเป็นต้องเอ่ย ทุกคนต่างรับรู้ตรงกันดี
แต่ท่ามกลางกระแสคลื่นลูกใหญ่ ยังมีภาพยนตร์ไทยขนาดเล็กอีกหนึ่งเรื่อง ที่ยืนหยัดฉายเคียงข้างอย่างไม่เกรงกลัว ด้วยหัวใจที่ใหญ่เกินตัว

ภาพยนตร์เรื่องนั้นคือ “ดรีม (DREAM)”

“ดรีม” อาจไม่ใช่ภาพยนตร์แฟนตาซีที่อัดแน่นด้วยทุนสร้างมหาศาลหรือเทคนิคอลังการ หากแต่เป็นภาพยนตร์มิวสิคัลที่กล้าหาญ เล่าเรื่องผ่านบทสนทนาภาษาอังกฤษเกือบทั้งหมด (พร้อมซับไตเติลภาษาไทย) และเลือกใช้ “เสียงเพลง” เป็นภาษาหลักในการถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดของตัวละคร

ผลลัพธ์ที่ได้ คือมนต์เสน่ห์เฉพาะตัวของภาพยนตร์เรื่องนี้ มนต์ขลัง อบอุ่น และจริงใจ

เรื่องราวพาเราออกเดินทางไปพร้อมกับ “เล็ก” เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่ต้องตัดสินใจหนีออกจากบ้าน และก้าวเข้าสู่โลกกว้างที่เต็มไปด้วยอุปสรรค บททดสอบ และความยากลำบากระหว่างทาง
แม้ต้องเผชิญกับความโหดร้ายของชีวิต เล็กกลับไม่ยอมทรยศต่อความถูกต้อง ไม่ยอมทำสิ่งไม่ดีเพื่อแลกกับความสุขของตนเอง การเดินทางของเธอจึงไม่ใช่แค่การผจญภัย หากแต่เป็นการพิสูจน์หัวใจที่บริสุทธิ์และแน่วแน่

สิ่งที่โดดเด่นอย่างยิ่งของ “ดรีม” คือการเลือกให้ กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของบทสนทนา ถูกถ่ายทอดผ่านการขับร้องเพลง เพลงแต่ละบทไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อความไพเราะ แต่ทำหน้าที่เป็นเสียงภายในจิตใจของตัวละคร ถ่ายทอดความหวัง ความกลัว ความเจ็บปวด และความฝัน ออกมาอย่างตรงไปตรงมาและงดงาม

การใช้ “เด็ก” เป็นศูนย์กลางของเรื่อง คือหัวใจสำคัญของภาพยนตร์เรื่องนี้
เด็กคือสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ ความจริงใจ และการมองโลกอย่างซื่อตรง เมื่อหนังเลือกให้เด็กเป็นผู้ตั้งคำถาม หนังจึงสามารถตั้งคำถามกับโลกของผู้ใหญ่ได้อย่างทรงพลัง

ผู้ใหญ่เห็นแก่ตัวเกินไปหรือไม่
สังคมกำลังหลงทางอยู่หรือเปล่า
ครอบครัวกำลังร้าวรานเพียงใด
และความโหดร้าย ความโดดเดี่ยว ความเหงา กำลังกัดกินหัวใจของผู้คนแค่ไหน

ประเด็นหนักหน่วงเหล่านี้ถูกเล่าออกมาอย่างอ่อนโยน ผ่านสายตาของเด็ก ทำให้ผู้ชมรู้สึกเจ็บลึก โดยไม่จำเป็นต้องใช้ความรุนแรงหรือคำพูดแข็งกระด้าง

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ภาพยนตร์ซึ่งมีเด็กเป็นศูนย์กลาง สามารถเข้าถึงผู้ชมได้ง่าย ข้ามพรมแดนของภาษาและวัฒนธรรม และทำให้ “ดรีม” ก้าวไปยืนบนเวทีระดับนานาชาติได้อย่างสง่างาม

สำหรับผู้ชมชาวไทย “ดรีม” เปรียบเสมือน
Wizard of Oz หรือ Alice in Wonderland ฉบับไทย
ที่ดูง่าย อบอุ่น สนุก และเต็มไปด้วยจินตนาการ
การผจญภัยของ “เล็ก” ทำให้ผู้ชมหลงรักตัวละคร และหลงรักภาพยนตร์เรื่องนี้โดยไม่รู้ตัว เพราะคุณงามความดี ความกล้าหาญ และความจริงใจของเด็กน้อยคนนี้ คือหัวใจแท้จริงของเรื่องราวทั้งหมด

“ดรีม” เป็นภาพยนตร์ที่เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว ไม่เพียงแค่เด็กๆ หรือเยาวชนที่ควรได้รับชม แต่ผู้ใหญ่อย่างเราๆ เองก็ควรเปิดใจเข้าไปดูเช่นกัน
บางทีภาพยนตร์เรื่องนี้ อาจพาเราได้ย้อนกลับไปค้นพบ “ความดี” และ “ความบริสุทธิ์” บางอย่างในตัวเราเอง สิ่งที่อาจเลือนหายไป เมื่อเราเติบโตเป็นผู้ใหญ่
และนั่นอาจเป็นความฝันที่งดงามที่สุด
ที่ภาพยนตร์เรื่องเล็กๆ เรื่องหนึ่ง จะมอบให้กับผู้ชมได้

"หนังที่พาเด็กคนหนึ่งออกเดินทาง และพาผู้ใหญ่กลับไปหาหัวใจของตัวเอง ผมรักหนังเรื่องนี้"

รีวิวแรก...1/3 (หนังที่ดีที่สุด...ของปีนี้)"DREAM"เมื่อความฝันถูกขับขานผ่านเสียงเพลง การเดินทางเล็กๆ จึงกลายเป็นเรื่องยิ...
15/12/2025

รีวิวแรก...1/3 (หนังที่ดีที่สุด...ของปีนี้)
"DREAM"เมื่อความฝันถูกขับขานผ่านเสียงเพลง การเดินทางเล็กๆ จึงกลายเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ของหัวใจ

"DREAM" (ดรีม!) ภาพยนตร์เพลง (Musical Film) สัญชาติไทย ที่สร้างด้วยการใช้ภาษาอังกฤษ เป็นภาษาหลักในการสนทนาของตัวละครเรื่องแรกของประเทศ อีกทั้งสร้างความภาคภูมิใจ ด้วยการคว้ารางวัลทั้งภายในและต่างประเทศ

-Thai Panorama จากงาน Bangkok International Film Festival 2025 (BKKIFF 2025)

-FIRST PRIZE จาก Rhode Island Film Festival 2025 (Oscar-qualifying)

-Best Foreign Feature จาก New York's NYLIFF ฯลฯ

ภาพยนตร์เรื่อง "DREAM!" (ดรีม!) กำกับโดย Paul Spurrier (พอล สปาเรีย) ผู้กำกับภาพยนตร์ที่สร้างชื่อเสียงในวงการหนังอิสระของไทยมาแล้วหลายเรื่อง พร้อมทัพนักแสดงคุณภาพอีกคับคั่ง อาทิ อมตา มาศมาลัย, มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล, วิทยา ปานศรีงาม, วิชญาณี เปียกลิ่น และ ลุค อิชิคาว่า พลาวเดน นอกจากนี้ยังได้ สมเถา สุจริตกุล ศิลปินและนักประพันธ์เพลงคลาสสิกชื่อดังระดับโลกมาร่วมแสดงด้วย ซึ่ง DREAM รวมทีมนักแสดงมากฝีมือที่สามารถ “เล่นและร้อง” ได้อย่างกลมกลืน ไม่ใช่เพียงแค่การแสดงตามบท แต่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ผ่านบทเพลงได้อย่างเป็นธรรมชาติ นักแสดงเด็กมีเสน่ห์ สดใส และน่าเอาใจช่วย ขณะที่นักแสดงผู้ใหญ่ช่วยประคองเรื่องราวให้มีมิติ ทำให้หนังไม่จำกัดแค่ผู้ชมวัยเด็ก แต่ผู้ใหญ่ก็เข้าถึงอารมณ์ได้เช่นกัน

การเล่าเรื่องราวการเดินทางของเด็กๆ ที่ออกตามหาความฝัน ท่ามกลางโลกแห่งจินตนาการและบททดสอบของชีวิต ระหว่างทางพวกเขาได้เรียนรู้คุณค่าของครอบครัว มิตรภาพ ความกล้า และการเชื่อมั่นในตัวเอง โดยมีบทเพลงเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนอารมณ์และเรื่องราว

โดยปกติ หนังแนว Musical สำหรับครอบครัวและแฟนตาซี มักเป็นภาพจำของค่ายหนังต่างประเทศ แต่ DREAM (2025) คือบทพิสูจน์ว่าประเทศไทยก็สามารถสร้างภาพยนตร์แนวนี้ได้อย่างน่าภาคภูมิใจ หนังกล้าเลือกเล่าเรื่องแบบสากล แต่ยังคงกลิ่นอายความเป็นไทยไว้ได้อย่างพอดี

จุดแข็งที่สุดของหนังคือ “เพลง”ที่ผมชอบมากทุกเพลง ซึ่งบทเพลงถูกออกแบบมาเพื่อเล่าเรื่อง ไม่ใช่แค่แทรกเข้ามาเพื่อความไพเราะ แต่ช่วยขับอารมณ์และพัฒนาตัวละครได้จริง ทำนองฟังง่าย เนื้อหาจับใจ เหมาะกับทุกวัย และมีพลังมากพอจะทำให้ผู้ชมฮัมตามได้หลังออกจากโรง

นักแสดงเด็กๆ ถือว่าโดดเด่น สามารถถ่ายทอดอารมณ์ผ่านทั้งการแสดงและเสียงเพลงได้อย่างยอดเยี่ยม แบกรับหัวใจของเรื่องไว้ได้อย่างไม่เคอะเขิน สะท้อนความใสซื่อ ความฝัน และความหวังได้อย่างจริงใจ

อีกหนึ่งจุดเด่นของภาพยนตร์เรื่องนี้ ใช้สถานที่ถ่ายทำที่สวยงามจากหลากหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทยของเรา และถ่ายทอดออกมาได้อย่างมีมนตร์เสน่ห์ ในแต่ล่ะสถานที่ ทั้งภาพธรรมชาติ เมือง และฉากแฟนตาซี ช่วยยกระดับหนังให้มีความอลังการและสร้างความรู้สึก “ฝัน” สมกับชื่อเรื่อง ทำให้รู้ว่าโลเคชั่นของประเทศไทย สวยงามมหัศจรรย์เหมือนดินแดนแห่งความฝันจริงๆครับ

DREAM (2025) เป็นหนังที่เหมาะสำหรับครอบครัวจริงๆ สำหรับการดูพร้อมหน้ากัน เด็กๆจะสนุกไปกับเพลงและโลกแฟนตาซี ขณะที่ผู้ใหญ่จะเข้าถึงสาระเกี่ยวกับความฝัน ชีวิต และการให้กำลังใจกันในครอบครัว

หนังเรื่องนี้ ไม่ใช่แค่หนัง Musical แต่คือก้าวสำคัญของวงการภาพยนตร์ไทย ที่แสดงให้เห็นศักยภาพในการสร้างหนังครอบครัวคุณภาพ มีเพลงเพราะ งานภาพงดงาม และการแสดงที่จริงใจ เป็นภาพยนตร์ที่ให้ทั้งความบันเทิง แรงบันดาลใจ และความอบอุ่นใจ เหมาะกับการพาทั้งครอบครัวไป “ฝัน” ร่วมกันบนจอภาพยนตร์ ที่ไม่ควรพลาด เป็นหนังที่จะสร้างความสุขให้กับทุกคนในครอบครัวส่งท้ายปีนี้ครับ

Dream ! เข้าฉายพร้อมกันทั่วประเทศ 18 ธันวาคม 2568

คอนเสิร์ตการกุศล "รักหนึ่งในหัวใจ" รำลึกถึงครูพรพิรุณ ศิลปินแห่งชาติ   กรมประชาสัมพันธ์โดยท่าน สุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกร...
09/12/2025

คอนเสิร์ตการกุศล "รักหนึ่งในหัวใจ" รำลึกถึงครูพรพิรุณ ศิลปินแห่งชาติ

กรมประชาสัมพันธ์โดยท่าน สุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ให้ การสนับสนุน โครงการ เรียนร้องเพลง ตะวันฉาย. โดย ดร.นิตยา อรุณวงศ์ หรือโฉมฉาย อรุณฉาน ที่ปรึกษาส่วนบริหารงานดนตรี สถานีวิทยุแห่งประเทศไทย และนักเรียนของตะวันฉาย จัดคอนเสิร์ต "รักหนึ่งในอดวงใจ" เพื่อเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา กษัตริย์ และรำลึกถึงครูเพลง บุคลากรของกรมประชาสัมพันธ์ "ครูพิรุณ" ศิลปินแห่งชาติ นำรายได้ช่วยเหลือทายาทครูพรพิรุณ, ศิลปินอาวุโสที่เจ็บป่วย และมอบช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่ภาคใต้
คอนเสิร์ต "รักหนึ่งในหัวใจ" ได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญมาร่วมร้องเพลงและบริจาค อาทิ ท่านโกวิท ศรีไพโรจน์ รองอัยการสูงสุด, ท่านพยนต์ ศรีโน้ต, (ประธานบริษัทศรีโน้ต) พล.ท.ญ.พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ, เฉลียว ปรีกราน (ประธานบริษัทยอดพิมาน), ดร.กฤษฎา สุขสำเนียง, นฤมล สมหวังฯลฯ
โดยได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญของกรมประชาสัมพันธ์มาร่วมชม อาทิ นายอภินันท์ จันทรังษี อดีตอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และนายกสมาคมนักประชาสัมพันธ์แห่งประเทศไทย, นางจรรยา อัมหิรัญ อดีตรองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์
ศิลปินรับเชิญ ได้รับเกียรติจาก 2 ศิลปินแห่งชาติ วินัย พันธุรักษ์ อดีตสมาชิกวง ดิ อิมพอสซิเบิ้ล มาร่วมขับร้อง 2 เพลง "คอยน้อง" และ "เมดเล่ย์ "ชาวดง+ทัศนาจร" ส่วน รุ่งฤดี แพ่งผ่องใส ศิลปินแห่งชาติ มาขับร้องเพลง "แฟนซีชีวิต" และ "กังหันสวาท" นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจาก สมศรี ม่วงศรเขียว ตำนานนักร้องลูกประดู่มาร้องเพลงเอก "เสียงครวญจากเกาหลี" และชุด "ฮันบก" ที่คุ้นตา
รวมถึง มิสเตอร์ไร้กระดูก ตู้-ดิเรก อมาตยกุล มาในเพลงประจำตัว "สาวบางโพ", จรวยพร จิตตรีญาติ เพลง "สมน้ำหน้าตัวเอง" ขณะที่นักร้องรุ่นใหม่ โก๊ะตุลย์ มาด้วยเพลง "อ้อนวอนให้เธอรู้", อลิศ ธนัชศลักษณ์ กับเพลง "เงาไม้" และ "ไม่เคยรักใครเท่าเธอ" ส่วน ภูริช ปริวิสุทธิ์ ร้องเพลง "ใต้ร่มมลุลี"
ขณะเดียวกัน ม.ล.ปราลี ประสมทรัพย์ สะใภ้กรมประชาสัมพันธ์ ยังร่วมกิจกรรมด้วยการบริจาคธงชาติไทยขนาดใหญ่-เล็ก และร่วมสะบัดธงชัยในระหว่างขับร้องเพลงหมู่"รักหนึ่งในหัวใจ" เพลง "บ้านเกิดเมืองนอน"
ไฮไลท์สำคัญของคอนเสิร์ต "รักหนึ่งในหัวใจ" ซึ่งได้รับเกียรติจากท่านสุรินทร สุนทรสนาน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ทายาทคนเดียวของโฉมฉาย อรุณฉาน มาร่วมขับร้องเพลง "ขอให้เหมือนเดิม" และ "ฉันยังคอย" ซึ่งเป็น 2 ผลงานเพลงสร้างชื่อเสียงให้กับ ครูพรพิรุณ และได้ครูเอื้อ สุนทรสนาน ประพันธ์ทำนอง
สำหรับสุรินทร์ สุนทรสนาน ถือเป็นทายาทนักร้องที่มีแฟนคลับประจำตัว โดยครั้งนี้แฟนคลับคนไทยในสหรัฐอเมริกา ขวัญตา พงศ์ธราธิก และบุญชัย กอบสมบัติ บินตรงมาเพื่อรับฟังพร้อมทั้งบริจาคร่วมเงินในการกุศลครั้งนี้
#รักหนึ่งในหัวใจ
#วงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์
#สุรินทรสุนทรสนาน

บ้านชิดกรุง กุ้งเผา ปทุมธานี เปิดบ้านใหม่ใหญ่กว่าเดิม! อิ่มอร่อยเคล้าวิวเจ้าพระยา พร้อมเสิร์ฟความสุขแบบไทยแท้บ้านชิดกรุง...
07/12/2025

บ้านชิดกรุง กุ้งเผา ปทุมธานี เปิดบ้านใหม่ใหญ่กว่าเดิม! อิ่มอร่อยเคล้าวิวเจ้าพระยา พร้อมเสิร์ฟความสุขแบบไทยแท้

บ้านชิดกรุง กุ้งเผา สามโคก ที่อยู่คู่ความอร่อยมายาวนานกว่า 12 ปี เดินหน้าเปิดประสบการณ์ใหม่ให้แฟนคลับ ด้วยบ้านหลังใหม่ที่ ใหญ่กว่า โปร่งกว่า และใกล้เมืองขึ้น แต่ยังคงเอกลักษณ์ “บ้านไม้ริมน้ำ” ที่หลายคนประทับใจ พร้อมทิวทัศน์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาอันสวยงามเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน

การันตีโดย เชฟปุญชรัศมิ์ แก้ววัฒนะบรวงศ์ (Chef Director)
ผู้อยู่เบื้องหลังความอร่อยสไตล์ไทยแท้ ย้ำว่าบ้านหลังใหม่จะยังคงมาตรฐานรสชาติทุกจาน แต่เพิ่มเติมด้วยพื้นที่ที่กว้างขึ้น รองรับลูกค้าสูงสุดถึง 300 ที่นั่ง มีทั้งโซนริมน้ำชั้นล่างลมโกรกสบาย โซนชั้นสองแบบโอเพ่นและห้องแอร์ รวมถึงโซนเอาท์ดอร์ที่มีเวทีสำหรับดนตรีสด ช่วยสร้างบรรยากาศที่เหมาะกับทุกโอกาส

เมนูพื้นบ้านไทยๆ ที่คิดถึงเมื่อไหร่ต้องกลับมา

บ้านชิดกรุง กุ้งเผา ปทุมธานี ยังคงขนขบวนเมนูเด็ดแบบต้นตำรับไทยแท้ คัดสรรวัตถุดิบสดใหม่ ปรุงด้วยความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็น

ปลาตาเดียวผัดกับเส้นหมี่ หอมกลมกล่อม

บวบผัดปลาเค็ม รสแบบบ้านๆ ที่ถูกปาก

ปูไข่ดองแซ่บ สด เด้ง แซ่บนัว

พล่าปลาช่อนโบราณ เผ็ดหอมเครื่องตะไคร้

ผัดหอยขมคั่วแห้ง หอมใบชะพลู

น้ำพริกปลาทูยี พร้อมผักลวกหลากชนิด

ต้มยำปลาคังน้ำใส รสบู๊นัวแบบไทยแท้

ผัดสายบัวกุ้งสด สด หวาน กรุบ

ข้าวผัดกากหมู สูตรเฉพาะร้าน หอมมันลงตัว

และไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้…กุ้งแม่น้ำเผา ตัวโต เนื้อเด้ง มันเยิ้ม เสิร์ฟคู่ น้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดจ้าน เมนูที่ใครมาก็ต้องสั่ง รับรองว่านี่แหละ “รสชาติบ้านชิดกรุงตัวจริง”

บรรยากาศฟีลบ้านริมน้ำ อบอุ่นกว่าเดิม

บ้านหลังใหม่ตั้งอยู่ ใกล้วัดบางเดื่อ ถนนปทุมธานี–สายใน เดินทางสะดวกขึ้น ที่จอดรถกว้างขวาง เหมาะกับการมาฉลองกับครอบครัว นัดทานกับเพื่อน หรือจัดเลี้ยงในทุกโอกาส ยังคงบรรยากาศ อบอุ่น อิ่มอร่อย เคล้าวิวเจ้าพระยา แบบที่หลายคนตกหลุมรัก

เวลาให้บริการ

เปิดทุกวัน 11.00–21.30 น.
📞 สำรองที่นั่ง: 094-292-5962
📍 พิกัด: https://maps.app.goo.gl/iQFeHYws4YcH2syV7

ใครกำลังมองหาร้านอาหารไทยอร่อย บรรยากาศดีแบบริมน้ำ บอกเลยว่า “บ้านชิดกรุง กุ้งเผา ปทุมธานี” หลังใหม่…ต้องไปลอง!

“แอลพีจีเอ” จัดโปรแอมฉลองครบรอบ 75 ปี ระดมทุน 2.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขับเคลื่อนพลังเด็กหญิงและสตรีผ่านกีฬากอล์ฟ (เดย์โทนา ...
07/12/2025

“แอลพีจีเอ” จัดโปรแอมฉลองครบรอบ 75 ปี ระดมทุน 2.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขับเคลื่อนพลังเด็กหญิงและสตรีผ่านกีฬากอล์ฟ


(เดย์โทนา บีช, ฟลอริดา สหรัฐอเมริกา) – สมาคมกอล์ฟอาชีพสตรี (LPGA) ประกาศจัดการแข่งขันโปรแอมฉลองครบรอบ 75 ปี ขององค์กร ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของมูลนิธิแอลพีจีเอ และวงการกีฬาสตรี โดยจะจัดขึ้นที่ เพบเบิลบีช รีสอร์ต รัฐแคลิฟอร์เนีย ในช่วงกลางเดือนมกราคมปีหน้า พร้อมระดมทุนได้แล้วกว่า 2.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนพลังของเด็กผู้หญิงและสตรีผ่านกีฬากอล์ฟ

กิจกรรมนี้จะจัดขึ้นที่ เพบเบิลบีช กอล์ฟ ลิงค์ส และ เดอะ ลิงค์ส แอท สแปนิช เบย์ ระหว่างวันที่ 12–15 มกราคม 2026 โดยมีนักกอล์ฟระดับตำนานของแอลพีจีเอ นักกอล์ฟยุคปัจจุบัน ผู้สนับสนุน ผู้นำธุรกิจ และผู้ใจบุญเข้าร่วม เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ก่อตั้งแอลพีจีเอทั้ง 13 คน ซึ่งได้ร่วมกันสร้างองค์กรเมื่อปี 1950 บุคคลเหล่านี้ไม่เพียงเป็นผู้บุกเบิก แต่ยังเปิดประตูโอกาสให้ผู้หญิงในวงการกอล์ฟ และสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นต่อไปได้กล้าฝันให้ใหญ่ขึ้นผ่านกีฬา

ปัจจุบันมีการระดมทุนได้แล้ว 2.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 79.6 ล้านบาท เพื่อนำไปขยายการเข้าถึงกีฬากอล์ฟสำหรับผู้หญิงและเด็กผู้หญิงในกว่า 700 สนามทั่วโลก รวมถึงจัดหาอุปกรณ์จำเป็นให้ผู้ที่ต้องการ และเพิ่มการสนับสนุนด้านทุนการศึกษา เพื่อสร้างเส้นทางสู่ความก้าวหน้าในอนาคต (ทั้งนี้ เงินบริจาคเพื่อการกุศลที่มุ่งช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กผู้หญิงในสหรัฐมีสัดส่วนน้อยกว่า 2% ตามรายงานของ Women’s Philanthropy Institute ปี 2025)

เคร็ก เคสเลอร์ กรรมาธิการแอลพีจีเอ กล่าวว่า “การขายบัตรหมดอย่างรวดเร็วเป็นประวัติการณ์นี บอกทุกสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับแรงผลักดันที่อยู่เบื้องหลังกีฬากอล์ฟหญิงในขณะนี้ เป็นสิ่งที่ น่าทึ่งและสร้างแรงบันดาลใจ ที่ได้เห็นความเชื่อมั่นในภารกิจของเราถึงระดับนี้ เพราะมันขับเคลื่อนโดยตรงให้เกิดโอกาสการเข้าถึงที่มากขึ้น เส้นทางที่มากขึ้น และมีเด็กผู้หญิงจำนวนมากขึ้นที่เห็นตัวเองอยู่ในเกมนี้”

“ในขณะที่เรากำลังฉลองครบรอบ 75 ปี เราก็กำลังสานต่อวิสัยทัศน์ของผู้ก่อตั้งของเราด้วย ผู้ที่สร้างองค์กรนี้ขึ้นมาด้วยความมุ่งมั่นและความร่วมมือ อย่างรายการโปรแอม นี้ไม่ได้เป็นแค่การเฉลิมฉลองเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวแทนของจิตวิญญาณนั้น พวกเขานำผู้คนมารวมกันเพื่อขับเคลื่อนกีฬาให้ก้าวหน้า และช่วยให้มั่นใจว่าเด็กผู้หญิงอีกนับล้านคนจะมีโอกาสที่ผู้ก่อตั้งของเราเคยใฝ่ฝันไว้” เคร็ก เคสเลอร์ กล่าวเสริม

นักกอล์ฟแอลพีจีเอกว่า 30 คนยืนยันเข้าร่วมแล้ว รวมถึงสมาชิกฮอลล์ ออฟ เฟมอย่าง เอมี แอลคอตต์, แพต แบรดลีย์, จูลี อิงค์สเตอร์, ลีเดีย โค, แนนซี โลเปซ และจูดี แรงกิ้น นอกจากนี้ยังมีนักกอล์ฟระดับโลก เช่น อัลลิเซน คอร์พุซ, เนลลี คอร์ดา, สเตซี ลูอิส, บริทนี ลินซีคัม, แองเจลา สแตนฟอร์ด, มิเชลล์ วี และโรส จาง เข้าร่วม โดยนักกอล์ฟทั้งหมดมีสถิติรวมกัน 394 แชมป์แอลพีจีเอ (รวม 54 เมเจอร์) และมีถึง 9 คนที่เป็นสมาชิกฮอลล์ ออฟ เฟม ผู้ร่วมกิจกรรมโปรแอมจะมีโอกาสเล่นร่วมกับทีมของนักกอล์ฟระดับตำนานและสมาชิกของ LPGA*USGA Girls Golf

ผู้สนใจสามารถร่วมสนับสนุนกิจกรรมได้ที่ LPGAFoundation.org/Donate หรือส่งอีเมลไปที่ [email protected] เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสนับสนุนที่ยังเปิดอยู่

“Thai Health Day Run 2026 วิ่งสู่วิถีชีวิตใหม่” สสส. สานพลัง สมาพันธ์ชมรมเดิน-วิ่งฯ ปลุกพลังเดิน-วิ่ง เพื่อสุขภาพทั่วไทย...
04/12/2025

“Thai Health Day Run 2026 วิ่งสู่วิถีชีวิตใหม่” สสส. สานพลัง สมาพันธ์ชมรมเดิน-วิ่งฯ ปลุกพลังเดิน-วิ่ง เพื่อสุขภาพทั่วไทย ก่อนลงสนาม 25 ม.ค. 69 @สะพานพระราม 8

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 4 ธ.ค. 2568 ที่อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ กรุงเทพฯ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ สมาพันธ์ชมรมเดิน-วิ่ง เพื่อสุขภาพไทย จัดงานแถลงข่าว Thai Health Day Run 2026 วิ่งสู่วิถีชีวิตใหม่ ครั้งที่ 13 ภายใต้แนวคิด “แค่ออกวิ่ง อวัยวะก็ออกวิ่งด้วย” ซึ่งจะจัดกิจกรรมในวันที่ 25 ม.ค. 69 ที่ สะพานพระราม 8

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า สถานการณ์โรคไม่ติดต่อ (NCDs) ของคนไทยในรอบ 20 ปี (ปี 2547-2568) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทั้งเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โดยเฉพาะภาวะน้ำหนักเกินและอ้วนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ข้อมูลจากการสำรวจสุขภาพคนไทยด้วยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 7 (ปี2567-2568) พบคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป ป่วยเบาหวาน 10.6% หรือ 6.1 ล้านคน ป่วยโรคความดันโลหิตสูง 29.5% หรือ 17.5 ล้านคน และมีภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน 45% หรือ 27.4 ล้านคน ส่งผลให้ไทยไม่บรรลุเป้าหมายขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่กำหนดให้ภายในปี 2568 ไทยต้องลดโรคเบาหวานไม่เกิน 7.3% ความดันโลหิตไม่เกิน 17% และโรคอ้วนไม่เกิน 36.2% ของประชากรทั้งประเทศ ทั้งนี้ สสส. มุ่งจุดประกาย และสร้างกระแสกิจกรรมทางกาย เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ทำให้มีสุขภาพดี ลดความเสี่ยงเกิดโรค NCDs โดยได้ริเริ่มและผลักดันให้คนไทยลุกขึ้นมาเริ่มวิ่งอย่างถูกวิธี ผ่านโครงการ Thai Health Day Run 2026 จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 13 ที่เป็นมากกว่างานวิ่ง แต่ได้ป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างวิถีชีวิตใหม่ที่ทำให้คนไทยแข็งแรงขึ้นในทุกมิติ

“การมีกิจกรรมทางกายอย่างสม่ำเสมอ ช่วยลดความเสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้มากกว่าการรักษาในบางรูปแบบ สสส. จึงส่งเสริมให้ประชาชนเดิน-วิ่ง ซึ่งเป็นกิจกรรมพื้นฐานที่ทุกคนสามารถเริ่มต้นได้ทันที ช่วยให้อวัยวะภายในทำงานดีขึ้นทั้งระบบ เช่น หลอดเลือด หัวใจ และตับอ่อน เหมือนได้ออกกำลังกายไปพร้อมกัน ช่วยให้หลอดเลือดกลับมามีความยืดหยุ่น ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้น หัวใจทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และลดภาระของตับอ่อน ทำให้ร่างกายควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีขึ้น จึงลดโอกาสเกิดโรคเบาหวาน ความดัน และโรคหัวใจในอนาคต ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินดีขึ้น ซึ่งมีส่วนสำคัญช่วยลดความเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง” นพ.พงศ์เทพ กล่าว

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า สสส. มุ่งส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอ ลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง สร้างประสบการณ์ตรงให้คนไทยได้เข้าถึงการมีกิจกรรมทางกายและเห็นประโยชน์ของ การเดิน-วิ่ง สร้างเสริมสุขภาวะอย่างบูรณาการ พร้อมสร้างแรงบันดาลใจแก่ทุกเพศทุกวัย ผลักดันให้เกิดนักวิ่งหน้าใหม่ โดยมีการเตรียมความพร้อมด้านการบริหารจัดการและมาตรฐานความปลอดภัยมุ่งยกระดับการจัดงานวิ่ง เน้นการจัดระบบการจัดงานวิ่งที่มีความปลอดภัย เสริมศักยภาพภาคีเครือข่ายและบุคลากรให้มีความเข้าใจในมาตรการจัดเพื่อการขยายผลในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ และส่งเสริมให้นักวิ่งมีความรู้ที่ถูกต้อง ควบคู่กับมาตรการการจัดงานที่ได้มาตรฐานระดับสากล Safe Fair Fun วิ่งปลอดภัย ยุติธรรม และสนุกสนาน เป็นงานวิ่งที่มีความหมายมากกว่างานวิ่ง

“Thai Health Day Run 2026 ไม่ได้อยู่แค่วันที่ลงสนามวิ่งเท่านั้น แต่คือการสร้างต้นแบบของ ‘ระบบนิเวศกิจกรรมทางกาย’ ที่เชื่อมโยงนักวิ่ง ชมรม ชุมชน ท้องถิ่น และภาคีเครือข่าย ให้ลุกขึ้นมาจัดกิจกรรมเดิน-วิ่งอย่างมีมาตรฐานของตัวเอง เกิดแกนนำสุขภาพในพื้นที่ สามารถดูแลความปลอดภัย ออกแบบเส้นทาง ฝึกอาสาสมัคร และดูแลผู้เข้าร่วมได้อย่างมืออาชีพ เมื่อชุมชนจัดงานวิ่งได้เองอย่างต่อเนื่อง ก็จะทำให้การวิ่งและการมีกิจกรรมทางกายกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แค่กิจกรรมปีละครั้ง ซึ่งจะช่วยสร้างผลลัพธ์ด้านสุขภาพที่ยั่งยืนมากขึ้นในระยะยาว” ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าว

นายประสาร จิรชัยสกุล ประธานสมาพันธ์ชมรมเดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพไทย กล่าวว่า กิจกรรมในครั้งนี้มุ่งส่งเสริมการใช้พื้นที่สุขภาวะละแวกบ้าน เพิ่มพื้นที่มีกิจกรรมทางกายในชีวิตประจำวัน เพื่อป้องกันและลดการบาดเจ็บจากการซ้อมวิ่ง เตรียมความพร้อมร่างกายก่อนลงสู่สนามอย่างปลอดภัย โดยมี 8 ชุมชนต้นแบบ ได้แก่ ชุมชนชาวสวนสัมพันธ์, ชุมชนวัดพุทธบูชา ริมคลองบางมด, ชุมชนบางโคล่ กรุงเทพมหานคร, ชุมชนวัดท่าพระ, ชุมชนหมู่บ้านร็อคการ์เด้นสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ, ชุมชนด่านสำโรง 32 จ.นนทบุรี, ชุมชนทานสัมฤทธิ์ และชุมชนสวนเกษตรสามโคก จ.ปทุมธานี เข้าร่วมกิจกรรม ผ่านการอบรมเทคนิคการวิ่ง การให้คำปรึกษา และโปรแกรมฝึกซ้อม เพื่อเสริมสร้างความต่อเนื่องและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเนือยนิ่ง เพิ่มการมีกิจกรรมทางกายในระยะยาว พร้อมติดตามผลการเปลี่ยนแปลงของผู้เข้าร่วมก่อนถึงงาน “Thai Health Day Run 2026” กิจกรรมจะจัดขึ้นในวันที่ 25 ม.ค. 2569 ณ สะพานพระราม 8 กรุงเทพฯ มีระยะทาง 3 ระยะ ได้แก่ 10 กม. ปล่อยตัว 05.00 น. 5 กม. ปล่อยตัว 05.05 น. และเดินเพื่อสุขภาพ 3 กม. ปล่อยตัว 05.10 น. เปิดรับสมัครนักวิ่งเข้าร่วม 3,000 คน ค่าสมัคร 300 บาท ทุกระยะ สนใจสมัครวิ่งได้ที่ https://race.thai.run/thaihealthdayrun26 และติดตามรายละเอียดกิจกรรมได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ Thai Health Day Run
#สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)

ที่อยู่

Bangkok

เบอร์โทรศัพท์

+66925419653

เว็บไซต์

http://insideentertain.com/

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ InsideEntertainผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง InsideEntertain:

แชร์