Tech Movement ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Tech Movement, สื่อ, 1768 อาคารไทยซัมมิท ทาวเวอร์ ชั้นที่ 16 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง, Bangkok.

Tech Movement สื่อด้านนวัตกรรม
และเทคโนโลยี ที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำของสังคม
พัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทย ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล (Digital Transformation)
และการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ
ของประเทศไทยในอนาคต

09/01/2026

NocNoc ประกาศยุติการให้บริการแพลตฟอร์ม เซ่นพิษเศรษฐกิจและการแข่งขันที่ดุเดือด

09/01/2026

CrowdStrike ทุ่ม 740 ล้านดอลลาร์ ซื้อ SGNL เสริมเกราะป้องกันภัยไซเบอร์ยุค AI

📌 ไทยเร่งเดินหน้ากฎหมาย AI ฉบับแรก คุมความเสี่ยง แต่ไม่ขัดพัฒนาเทคโนโลยีตอนนี้ไทยกำลังทบทวนและปรับปรุงร่างกฎหมาย AI ฉบับ...
09/01/2026

📌 ไทยเร่งเดินหน้ากฎหมาย AI ฉบับแรก คุมความเสี่ยง แต่ไม่ขัดพัฒนาเทคโนโลยี
ตอนนี้ไทยกำลังทบทวนและปรับปรุงร่างกฎหมาย AI ฉบับแรกของประเทศ ให้เทคโนโลยีช่วยพัฒนาประเทศได้ แต่ยังคงปกป้องความปลอดภัยและสิทธิมนุษยชนของประชาชน
โดยจะกำกับการใช้งานตามระดับความเสี่ยง อย่างระบบ AI ที่ส่งผลต่อชีวิต ความปลอดภัย หรือข้อมูลส่วนตัว เช่น AI ในโรงพยาบาล การเงิน หรือระบบราชการ จะถูกตรวจสอบเข้มงวดมากขึ้น
ขณะที่ AI ที่มีความเสี่ยงต่ำ อย่างแอปฯช่วยแต่งรูป แชทบอทให้ข้อมูลทั่วไป หรือระบบวิเคราะห์ข้อมูลภายในบริษัท จะใช้งานได้สะดวกกว่าไม่ต้องมีการคุมเข้ม
นอกจากนี้กฎหมายยังเปิดทางให้ธุรกิจทดลองใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ใน Regulatory Sandbox ซึ่งเป็นพื้นที่ทดลองภายใต้การควบคุมความเสี่ยง เพื่อให้เกิดสมดุลระหว่างนวัตกรรมและความปลอดภัย
พร้อมเตรียมบุคลากร และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลให้พร้อม เพื่อให้ไทยเชื่อมต่อกับมาตรฐานสากล และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในเศรษฐกิจดิจิทัล คาดว่ากฎหมายฉบับเต็มจะเริ่มใช้ได้จริงภายใน 2-3 ปีข้างหน้า
● กฎหมาย AI จำเป็นมากแค่ไหน ทำไมต้องมี?
ทุกวันเราอาจไม่ทันสังเกตว่า AI อยู่รอบตัวตั้งแต่เช้าจรดค่ำ อย่างแอปฯแนะนำเส้นทางเลี่ยงรถติด, ระบบสั่งอาหารออนไลน์, สมาร์ทวอทช์ แอปฯสุขภาพ และเครื่องมือทางการแพทย์ก็ใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูล
ในมุมเศรษฐกิจและสังคม AI ก็กำลังเปลี่ยนรูปแบบการทำงานของธุรกิจ ทั้งช่วยทำงานซ้ำๆให้อัตโนมัติ ทั้งวิเคราะห์ข้อมูลได้เร็วและแม่นยำ ช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้น ทำให้บริษัทต่างปรับตัว เพื่อให้ยังสามารถแข่งขันได้
แต่ความสะดวกเหล่านี้ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงต่อข้อมูลส่วนบุคคล การตัดสินใจของ AI ที่อาจไม่เป็นธรรม และความไม่ชัดเจนว่าใครต้องรับผิดชอบถ้าเกิดความผิดพลาด ทำให้กฎเกณฑ์การใช้ AI เป็นประเด็นที่หลายประเทศต่างกำลังเร่งจัดการอยู่ในตอนนี้
อย่างสหภาพยุโรป (EU) ที่ออก AI Act ซึ่งถือเป็นกฎหมาย AI ครบวงจรฉบับแรกของโลก โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ส.ค. 67 โดยกฎหมายดังกล่าวกำหนดกรอบข้อบังคับสำหรับ AI หลายด้าน ครอบคลุมการแบ่งระดับความเสี่ยง การกำกับดูแลความโปร่งใส และการคุ้มครองผู้ใช้งาน
ขณะที่เกาหลีใต้ อิตาลี และหลายประเทศก็กำลังพัฒนากฎหมายหรือแนวทางควบคุม AI ของตนเอง เพื่อให้ผู้ใช้ได้รับความคุ้มครอง และผู้พัฒนาสามารถนำนวัตกรรมไปใช้ได้อย่างปลอดภัย
เพราะในโลกที่ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน การมีกฎหมายชัดเจนคือการเตรียมพร้อมให้ประเทศสามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยไม่ละเมิดความปลอดภัยหรือสิทธิมนุษยชน
ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยี ที่จะพัฒนาและยกระดับประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้าได้ที่ Tech Movement

📌 รู้หรือไม่? แค่ไม่เปิดใช้ MFA ก็ทำให้ 50 องค์กรทั่วโลกถูกเจาะระบบ อย่างที่รู้กันว่า การเติบโตของเทคโนโลยี มักมาคู่กับค...
08/01/2026

📌 รู้หรือไม่? แค่ไม่เปิดใช้ MFA ก็ทำให้ 50 องค์กรทั่วโลกถูกเจาะระบบ
อย่างที่รู้กันว่า การเติบโตของเทคโนโลยี มักมาคู่กับความเสี่ยงจากภัยไซเบอร์เสมอ ถ้าเผลอแค่นิดเดียวองค์กรอาจได้รับผลกระทบแบบไม่คาดถึงได้
ล่าสุด ก็มีข่าวการแฮ็กครั้งใหญ่ ที่ไม่ได้ใช้กลไกอะไรซับซ้อน แต่มันอาศัยใช้ช่องโหว่ที่คนส่วนใหญ่มองข้ามไป เหตุการณ์ที่ว่านี้ ถูกทำโดยอาชญากรไซเบอร์เพียงคนเดียว ก็สามารถเข้าถึงระบบขององค์กรระดับโลกมากกว่า 50 แห่งได้สำเร็จ
ซึ่งหลังเกิดการโจมตีครั้งใหญ่นี้ก็มีหลายบริษัทดังทั่วโลกที่คาดว่าโดนโจมตี เช่น Pickett and Associates บริษัทวิศวกรรมด้านสาธารณูปโภคของสหรัฐฯ, Sekisui House บริษัทสร้างบ้านรายใหญ่ของญี่ปุ่น และ Iberia สายการบินที่ใหญ่ที่สุดของสเปน
โดยแฮ็กเกอร์ที่ใช้ชื่อว่า Zestix หรือ Sentap ใช้ข้อมูลล็อกอินที่ถูกขโมยมาจากมัลแวร์ประเภท Infostealer เพื่อเข้าถึงระบบเก็บไฟล์บนคลาวด์ เช่น ShareFile, OwnCloud และ Nextcloud ขององค์กรกว่า 50 แห่ง และนำข้อมูลสำคัญออกมาเผยแพร่ เพื่อประกาศขายในเว็บไซต์ออนไลน์ หรือตลาดมืด
ซึ่งไม่ใช่การโจมตีทางเทคนิคระดับสูงอะไร แต่เป็นการขโมยข้อมูลเพียงรหัสผ่านเดียว เหตุผลก็มาจาก MFA (Multi-Factor Authentication) ที่ไม่ถูกใช้ในระบบเหล่านี้เลยทำให้ถูกเข้าถึงไปแบบง่าย ๆ
● แค่มองข้ามการใช้งานพื้นฐาน ก็สร้างความเสียหายแบบคาดไม่ถึง
จริงๆ เรื่องการใช้ MFA (Multi-Factor Authentication) ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่อะไร แต่ก็มักเป็นหนึ่งในปัญหาหลักที่ทำให้หลายคนโดนเจาะข้อมูลไปโดยที่ไม่ทันระวัง
ซึ่งการป้องกันตั้งแต่ต้นทางจะช่วยให้ลดโอกาสถูกโจมตีจากเหล่าแฮ็กเกอร์ได้มากขึ้น จึงควรมีการเปิดใช้ระบบ MFA (Multi-Factor Authentication) อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการใช้อีเมล และบัญชีแอดมินบนระบบงานที่สำคัญ รวมถึงการเปลี่ยนรหัสผ่านเป็นระยะ เพื่อเพิ่มความปลอดภัย
หรือถ้าเจอสถานการณ์ที่คิดว่าโดนเจาะระบบ ให้ออกจากระบบทุกอุปกรณ์ทันที รวมถึงลดสิทธิ์การเข้าถึงของแต่ละบัญชีให้เท่าที่จำเป็น พร้อมตั้งแจ้งเตือนเมื่อมีการล็อกอินจากโลเคชันแปลกๆ หรืออุปกรณ์ที่ไม่คุ้น เพราะถ้าเรารู้เร็วก็จะสามารถหยุดปัญหาก่อนที่จะบานปลายเป็นความเสียหายใหญ่ได้มากขึ้น
ดังนั้น ต้องจำสิ่งที่เน้นย้ำกันมาเสมอว่าเรื่องของความปลอดภัยในข้อมูลไม่ใช่เรื่องของฝ่ายไอทีอย่างเดียว แต่มันเป็นหน้าที่ของคนทั้งองค์กรที่ต้องช่วยกันปฏิบัติตามกติกาอย่างเคร่งครัด เพื่อปิดช่องโหว่ที่จะโดนโจมตีได้ทุกเมื่อ

08/01/2026

หรือนี่การสู้กลับของจีน ? หลังมีข่าวขอให้บริษัทเทคโนโลยีระงับสั่งซื้อชิป H200 ของ Nvidia ชั่วคราว

08/01/2026

เปิดเหตุผลว่าทำไม ”ไม่ควรเชื่อ ”ข่าวจาก AI แม้จะเร็วกว่ามนุษย์?

08/01/2026

OpenAI เปิดตัว ChatGPT Health รับพฤติกรรมคนถามสุขภาพที่มากขึ้น

08/01/2026

บอร์ดเซมิคอนดักเตอร์
เคาะยุทธศาสตร์
ดันชิป “Made in Thailand”
ตั้งเป้าดึงลงทุน 2.5 ล้านล้านบาท ภายในปี 2050

08/01/2026

อังกฤษออกกฎหมาย
บังคับแพลตฟอร์มออนไลน์
ป้องกันการส่งภาพล่อแหลม
ที่ผู้รับไม่ยินยอม

08/01/2026

ในวันที่ Content AI ล้นฟีคนยังอยากดูอยู่ไหม?

📌 โฆษณาที่กดข้ามไม่ได้ กำลังจะผิดกฎหมายในเวียดนาม?ในยุคที่เราใช้งานอินเทอร์เน็ตเฉลี่ยกว่า 6-7 ชั่วโมงต่อวัน โฆษณาออนไลน์...
08/01/2026

📌 โฆษณาที่กดข้ามไม่ได้ กำลังจะผิดกฎหมายในเวียดนาม?
ในยุคที่เราใช้งานอินเทอร์เน็ตเฉลี่ยกว่า 6-7 ชั่วโมงต่อวัน โฆษณาออนไลน์แทบจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเข้าเว็บไซต์หรือดูวิดีโอแบบฟรีบนแพลตฟอร์มต่างๆ ก็ต้องแลกด้วยการรอโฆษณาเล่นให้จบ ซึ่งบางครั้งยาวถึง 15 หรือ 30 วินาทีก่อนถึงจะกดข้ามได้
แถมบางทียังเจอโฆษณาที่เป็นแบนเนอร์บนเว็บไซต์ที่มีปุ่ม “X” แต่พอคลิกแล้วดันพาไปหน้าอื่น หรือปิดยากจนคลิกพลาด หรือต้องกดหลายครั้งถึงจะหายไป
หากมองในบริบทพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ต งานวิจัยด้านการตลาดดิจิทัลจำนวนมากชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า ความอดทนของผู้ใช้ต่อโฆษณากำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง ผู้บริโภคจำนวนมากเลือกติดตั้ง Ad blocker หรือสมัครบริการแบบเสียเงินเพื่อหลีกเลี่ยงโฆษณา
● แต่สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นในเวียดนามอีกต่อไป
รัฐบาลเวียดนามออกกฎหมายเพื่อควบคุมโฆษณาบนโซเชียล เพื่อแก้ปัญหาที่ผู้ใช้เบื่อหน่ายกับการถูกบังคับดูโฆษณาพรีโรลยาวๆ บนเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์ม โดยจะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ. 69 นี้
โดยกำหนดให้โฆษณาวิดีโอต้องกดข้ามได้ภายใน 5 วินาที ส่วนโฆษณาภาพนิ่งต้องปิดได้ทันที นอกจากนี้ยังกำหนดให้โฆษณาที่ใช้ปุ่มยกเลิกปลอม หรือออกแบบให้ปิดยาก เป็นสิ่งผิดกฎหมายโดยตรง
สำหรับแพลตฟอร์มที่ให้บริการในเวียดนาม การปรับตัวครั้งนี้ถือว่าหนักทีเดียว เพราะอย่าง YouTube ที่เคยใช้โฆษณายาว 15-30 วินาทีที่กดข้ามไม่ได้ ก็ต้องปรับกลยุทธ์ใหม่เพราะตอนนี้มีเวลาแค่ 5 วินาทีในการดึงความสนใจ ช่วงเวลาสั้นๆนี้ต้องสร้างสรรค์ให้คนอยากดูด้วยตัวเอง
พร้อมบังคับให้แพลตฟอร์มออนไลน์และผู้ลงโฆษณาต้องลบโฆษณาที่ละเมิดกฎหมายนี้ภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งหากไม่ปรับตามกฎหมาย อาจโดนปรับหรือแม้กระทั่งถูกบล็อกแพลตฟอร์ม
แต่ในขณะเดียวกันการปรับตัวของแพลตฟอร์มและผู้โฆษณาก็อาจทำให้ผู้ใช้เห็นโฆษณาถี่ขึ้นกว่าที่เคย
กฎหมายนี้สะท้อนถึงความเด็ดขาดของเวียดนามในการควบคุมบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ต่างชาติ พร้อมกับปกป้องผลประโยชน์ของชาติด้านเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งไม่ใช่ครั้งแรกที่เวียดนามออกกฎด้านเทคโนโลยี เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยกำหนดข้อบังคับเข้มงวดเกี่ยวกับการจัดเก็บข้อมูล และการควบคุมเนื้อหาสำหรับบริษัทต่างชาติมาแล้ว
ซึ่งอาจเป็นแรงผลักดันให้หน่วยงานกำกับดูแลในประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตัดสินใจออกมาตรการคล้ายกัน สร้างแรงกระเพื่อมทั่วภูมิภาคได้
ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยี ที่จะพัฒนาและยกระดับประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้าได้ที่ Tech Movement

📌 สรุป Tech Trends 2026 ของวิจัยกรุงศรี กับกลุ่มเทคโนโลยีที่น่าจับตามองในปีนี้ ชวนส่องกลุ่มเทคโนโลยีที่น่าจับตามองในปี 2...
08/01/2026

📌 สรุป Tech Trends 2026 ของวิจัยกรุงศรี กับกลุ่มเทคโนโลยีที่น่าจับตามองในปีนี้
ชวนส่องกลุ่มเทคโนโลยีที่น่าจับตามองในปี 2026 จากบทความวิจัยกรุงศรี ว่ามีอะไรบ้างที่ปีนี้มาแน่ ตั้งแต่การใช้เริ่มทำงานแทนคนจริงจัง การแพทย์ การเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนเพื่อลดต้นทุนพลังงาน และแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อม ผ่าน 4 แกนหลัก คือ Wireless Connectivity, AI, Biotech และ Sustainability
● เทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายในยุคใหม่แบบอัปเกรด
ต่อให้ AI เก่งแค่ไหน ถ้าการเชื่อมต่อช้า ทุกอย่างก็สะดุด ซึ่งในปีนี้ 6G คาดการณ์ไว้ว่าจะเร็วกว่า 5G ได้ถึงระดับ 100 เท่า โดยใช้ย่านความถี่ THz และลดความหน่วงลงไปแตะระดับ 0.1 มิลลิวินาที ซึ่งไม่ได้แปลว่าอินเทอร์เน็ตจะแรงขึ้นอย่างเดียว แต่บริการที่ต้องการความเรียลไทม์ อย่างเช่น โรงงานอัจฉริยะ ระบบขนส่งอัตโนมัติ หรือการสื่อสารแบบสมจริง จะทำงานได้ดีขึ้นแบบก้าวกระโดด ที่น่าสนใจคือเครือข่าย 6G นั้นยังถูกออกแบบให้ ปลอดภัยขึ้นด้วยแนวคิด Quantum และ AI ที่เน้นการใช้พลังงานอย่างยั่งยืนมากขึ้นอีกด้วย
● AI ปีนี้จะไม่ใช่แค่การ “ทำตามสั่ง” แต่จะช่วยทำงานแทนคน
AI ยุคใหม่ที่กำลังเปลี่ยนบทบาทจากผู้ช่วยตอบคำถาม ไปสู่ผู้ช่วยที่ลงมือทำแทน ที่ทำงานเป็นกระบวนการได้เอง โดยเฉพาะ Agentic AI ที่สามารถวางแผน ตัดสินใจ และจัดการงานซับซ้อนแบบต้นจนจบได้ ไปจนถึงประสานงานหลายเครื่องมือในครั้งเดียว
รวมถึงยังมี Physical AI หรือ AI ที่สามารถรับรู้ เข้าใจ และมีปฏิสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมภายนอกได้ เช่น หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ และเพื่อให้ AI เข้าถึงได้มากขึ้นอีก จึงมีแนวคิด Small Language Model (SLM) หรือโมเดลขนาดเล็กเฉพาะทางที่ ต้นทุนต่ำ ใช้ทรัพยากรน้อย และสามารถประมวลผลบนอุปกรณ์ทำให้ AI สามารถประมวลผลด้วยอุปกรณ์รอบตัวเราได้ แถมยังปรับแต่งการใช้งานเฉพาะทางได้ง่าย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกว่าเดิม
โดยในปี 2568 World Economic Forum ได้จัดอันดับให้ ลายน้ำสำหรับเนื้อหาที่สร้างด้วย AI (Generative Watermarking) เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่น่าจับตามอง โดยจะถูกฝังอยู่ในเนื้อหาที่สร้างโดย AI เช่น ข้อความ รูปภาพ หรือวิดีโอ เพื่อช่วยตรวจสอบแหล่งที่มาของคอนเทนต์และลดปัญหาการบิดเบือนข้อมูลได้มากกว่าเดิม
● เทคโนโลยีชีวภาพที่ช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านการรักษา
CRISPR-Cas9 คือเทคโนโลยีแก้ไขยีนที่ช่วยแก้ความผิดปกติของยีนได้ “แม่นยำและเป็นระบบ” มากขึ้น โดยงานทดลองบางส่วนชี้ว่า CRISPR อาจพัฒนาไปถึงการแก้ “ต้นเหตุของโรค” ในบางภาวะ เช่น ดาวน์ซินโดรม แต่ยังต้องใช้เวลาอีกมากก่อนใช้จริงในวงกว้าง
อีกประเด็นที่น่าจับตาคือ การปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ เช่น ไตหมูดัดแปลงพันธุกรรม ที่เริ่มได้รับอนุมัติให้ทดลองกับผู้ป่วยบางกลุ่ม เพื่อลดปัญหาอวัยวะขาดแคลนในอนาคต
นอกจากนี้ ยากลุ่ม GLP-1 ก็ถูกพูดถึงมากขึ้นในด้านการรักษาโรคสมองและระบบประสาท โดยมีแนวโน้มช่วย ชะลอความเสื่อมในผู้ป่วยพาร์กินสัน และอาจต่อยอดไปสู่การช่วยลดการอักเสบในระบบประสาท รวมถึงโรคสมองอื่น ๆ สะท้อนว่าตลาดสุขภาพเติบโตอย่างต่อเนื่องจากเทคโนโลยีการแพทย์ที่พัฒนาเร็วขึ้นเรื่อย ๆ
● เทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืนและพลังงานสะอาด
เราอยู่ในยุคที่ทุกคนต่างรู้ว่าผลพวงของการเติบโตทางเทคโนโลยีนั้น กำลังกลืนสิ่งแวดล้อมให้แย่ลงไปเรื่อยๆ แบบไม่รู้ตัว ฉะนั้นการมีบาลานซ์ในเมกะเทรนด์ก็เป็นสิ่งสำคัญ
ซึ่งในบทความวิจัยก็พูดถึงเทคโนโลยีด้านพลังงานและคาร์บอน อย่าง CCUS หรือการดักจับและกักเก็บคาร์บอน โดยเริ่มถูกนำใช้ในอุตสาหกรรมเพิ่ม เช่น นำคาร์บอนไปใช้ผลิตเชื้อเพลิงหรือวัสดุก่อสร้าง และเป็นตัวเร่งสำคัญสู่เป้าหมาย Net Zero
รวมถึงยังมีเทคโนโลยีพลังงานใหม่อย่าง Osmotic Power หรือ Blue Energy คือวิธี “ผลิตไฟฟ้าจากน้ำ” แบบใหม่ ใช้หลักการเอาน้ำจืดกับน้ำทะเลมาชนกัน เพราะความเค็มต่างกันมันมีแรงดันตามธรรมชาติ ที่สามารถดึงพลังงานตรงนี้ออกมาเป็นไฟฟ้าได้ โดยมี 2 รูปแบบการผลิตคือ PRO และ RED
ข้อดีของมันคือ กระทบสิ่งแวดล้อมน้อย และ ผลิตไฟได้ค่อนข้างสม่ำเสมอกว่าโซลาร์หรือกังหันลมแถมอนาคตอาจเอาไปต่อกับระบบบำบัดน้ำได้ด้วย เลยเหมาะกับพื้นที่ปากแม่น้ำหรือชายฝั่ง ที่น้ำจืดกับน้ำทะเลเจอกันอยู่แล้ว
ซึ่งตอนนี้หลายประเทศเริ่มทำจริงแล้ว เช่นบริษัทฝรั่งเศส Sweetch Energy เปิดโรงงานผลิตเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบนี้ และบริษัทเดนมาร์ก SaltPower ก็พัฒนาเยื่อกรองให้ทนความเค็มและแรงดันสูง เพื่อให้เอาไปใช้ผลิตไฟได้ในระดับจริงจังมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมี Elastocalorics หรือเทคโนโลยีทำความร้อน-ความเย็นแบบ “สถานะของแข็ง” ซึ่งใช้การ ดึง หรือกดโลหะบางชนิด ให้เกิดความร้อนหรือความเย็น แทนแอร์แบบเดิม (HVAC) จากการพึ่งสารทำความเย็น จุดเด่นคือ ใช้พลังงานน้อยกว่า และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้นปี 2568 นักวิจัย HKUST ก็ได้ทำระบบระดับกิโลวัตต์ได้ครั้งแรก ที่ช่วยลดอุณหภูมิได้เร็ว เสถียร และไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกอีกด้วย
สรุปแล้วข้อมูลเทรนด์ทั้งหมดนี้ ไม่ใช่การชี้ว่าจะต้องตามทุกเทรนด์เทคโนโลยีที่เกิดขึ้น แต่องค์กรหรือผู้ใช้งานต้องตอบให้ได้ว่า ความต้องการใช้งานที่แท้จริงของตนเองคืออะไร เพื่อที่จะนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ได้อย่างเหมาะสม และตอบโจทย์ปัญหาได้ตรงจุด เพราะการใช้เทคโนโลยีเป็นจะสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันได้มากขึ้น
ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยี ที่จะพัฒนาและยกระดับประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้าได้ที่ Tech Movement
#วิจัยกรุงศรี

ที่อยู่

1768 อาคารไทยซัมมิท ทาวเวอร์ ชั้นที่ 16 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง
Bangkok
10310

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Tech Movementผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Tech Movement:

แชร์

ประเภท