EBC World News EBC Emissary Broadcasting Corporation, Bangkok, Thailand

04/03/2026

สถานเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำราชอาณาจักรไทยเปิดให้ประชาชนเดินทางเข้าลงนามไว้อาลัยผู้นำสูงสุดได้ที่สถานเอกอัครราชทูตอิหร่าน

ในวันพฤหัสบดีที่ 5 และ วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม 2569
โดยทางสถานเอกอัครราชทูตอิหร่านเปิดให้ลงนามไว้อาลัยที่สถานเอกอัครราชทูต เวลา ตั้งแต่ ช่วงเช้า 10.00-12.00 น. และ ช่วงบ่าย 14.00-15.30 น.

02/03/2026

Călătoriile aeriene globale, în special zborurile din Europa și Asia, sunt deviate către India, iar unele aeronave ar putea rămâne fără combustibil și ar trebui să realimenteze în Thailanda.

Aeroporturile din Thailanda vor înregistra un număr crescut de zboruri deviate și, eventual, mai multe aterizări de urgență sau solicitări de realimentare. การบิน ทั่วโลกปั่นป่วน เส้นทางยุโรป/เอเชีย ต้องบินอ้อมลงทางอินเดีย อาจน้ำมันหมดต้องมาขอจอดเติมน้ำมันที่ไทย
สนามบินไทยจะเห็นเครื่องบิน "บินอ้อม" มาใช้เส้นทางเรามากขึ้น และอาจมีเครื่องบินขอลงจอดฉุกเฉินหรือเติมน้ำมันเพิ่มขึ้น แต่ในแง่ของจำนวนผู้โดยสารปกติจะลดลงเนื่องจากความหวาดกลัวและการปิดสนามบินต้นทาง และสนามบินแวะจอด ของสายการบินใหญ่ๆ ของโลกในตะวันออกกลาง

28/02/2026

BREAKING: IRANIAN MISSILE HITS TEL AVIV

28/02/2026

Expl..sion in Dubai
Cr.Press TV Hightlights

28/02/2026

อิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน

บางสื่อรายงานว่า สหรัฐมีส่วนร่วมในการโจมตีด้วย
🚩 ท้องฟ้าที่เงียบงันเหนือดินแดนตะวันออกกลาง
ลองจินตนาการดูนะครับว่าหากถนนสายหลักที่เชื่อมต่อเมืองสำคัญถูกปิดตายกะทันหัน ความวุ่นวายจะเกิดขึ้นมากขนาดไหน แต่นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นบนท้องฟ้าเมื่อช่วงเช้ามืดของวันนี้ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026

เมื่ออิสราเอลประกาศเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารและโจมตีเป้าหมายในอิหร่าน พร้อมประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินไปทั่วประเทศ ส่งผลให้เส้นทางจราจรทางอากาศที่เคยหนาแน่นกลับกลายเป็นพื้นที่ว่างเปล่าในชั่วพริบตา

👉 เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเที่ยวบินพาณิชย์ที่กำลังเดินทางอยู่เหนือเขตน่านฟ้าเตหะรานและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งเปรียบเสมือนจุดตัดสำคัญของเส้นทางบินโลก การสั่งปิดน่านฟ้าแบบสายฟ้าแลบทำให้เครื่องบินจำนวนมากต้องรีบเปลี่ยนเส้นทางบิน หรือที่ภาษานักบินเรียกว่าการทำ Diversion ไปลงจอดที่สนามบินในประเทศข้างเคียงอย่างไซปรัสและจอร์แดน เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสารทุกคน

👉 สำหรับคำถามที่หลายคนกังวลเกี่ยวกับสายการบินแห่งชาติของเรานั้น ทางการบินไทยได้มีการวางแผนล่วงหน้าอย่างรัดกุม โดยปัจจุบันการบินไทยไม่มีเที่ยวบินใดที่ทำการบินผ่านน่านฟ้าของประเทศอิหร่านเลย เส้นทางบินที่ไปยุโรปส่วนใหญ่จะใช้เส้นทางเลี่ยงขึ้นทางตอนเหนือผ่านอุซเบกิสถานและตุรกี หรือลงไปทางตอนใต้ตามความเหมาะสมของสภาพอากาศและสถานการณ์ความมั่นคง

👉 เครื่องบินพาณิชย์ลำยักษ์อย่าง Boeing 777-300ER และ Airbus A350 ที่เราคุ้นเคยกันดี จึงยังคงทำการบินได้ตามปกติในเส้นทางอื่นที่ปลอดภัย แม้เหตุการณ์ความขัดแย้งในครั้งนี้จะทำให้แผนที่การบินโลกต้องขยับปรับเปลี่ยนกันวุ่นวาย แต่ความปลอดภัยในระดับสูงสุดคือเข็มทิศสำคัญที่นักบินและศูนย์ควบคุมการปฏิบัติการบินยึดถือเสมอมาเพื่อให้ผู้โดยสารทุกคนถึงที่หมายอย่างสวัสดิภาพครับ

: 🚨 ภาพจาก FlightRadar 24 จะเห็นเหนือน่านฟ้าอิหร่านแทบไม่มีเครื่องบิน บินให้เห็นเลยครับทุกเที่ยวบินเลี่ยงไปบินทางด้านใต้และตอนเหนือแทน

กัปตันหมี
Cr FlightRadar24,CNN

27/02/2026

ทหารหญิงกองทัพสหรัฐอเมริกา เป็นทหารหญิงคนไทย ที่ได้เข้าร่วมการฝึกคอบร้าโกลด์2026


ัพไทย

27/02/2026

การฝึกปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบกเข้าสู่พื้นที่ปฏิบัติการ (AMPHIBEX)

วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 เวลา 1000 นาฬิกา พลเรือเอก สุชาติ ธรรมพิทักษ์เวช รองผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมด้วยพลตรี วิลเลียม เจ. เพรนเดอร์แกสต์ ที่ 4 (MG William J. Prendergast IV) ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 4 กองกำลังรักษาดินแดน รัฐแคลิฟอร์เนีย และคณะผู้บังคับบัญชาจากชาติที่เข้าร่วมการฝึก ประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐเกาหลี และสาธารณรัฐสิงคโปร์ ร่วมตรวจเยี่ยมการฝึกปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบก ในการฝึกร่วม/ผสม คอบร้าโกลด์ 2026 ณ สนามฝึกกองทัพเรือ หมายเลข 15 หาดยาว อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

การปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบก มีภารกิจหลักเพื่อเข้ายึด และสถาปนาพื้นที่บริเวณหัวหาดของฝ่ายตรงข้าม โดยใช้สรรพกำลังทางเรือ และกำลังรบยกพลขึ้นบก สนับสนุนด้วยกำลังทางอากาศ เริ่มจากการระดมยิงหัวหาดด้วยปืนใหญ่เรือ อากาศยานทำการสนับสนุนทางอากาศอย่างใกล้ชิด เพื่อลิดรอนอำนาจการยิงต่อต้านของข้าศึก หลังจากนั้นกำลังรบยกพลขึ้นบกจะเข้ายึดหัวหาด และดำเนินกลยุทธ์รุกเข้าไปในดินแดนฝ่ายตรงข้ามต่อไป พร้อมทั้งสถาปนาหัวหาดให้มีความปลอดภัยต่อกำลังรบ ซึ่งในปีนี้มีกำลังพลเข้าร่วมการฝึกจัดกำลังพลจากกองทัพไทย กองทัพสหรัฐอเมริกา กองทัพสาธารณรัฐเกาหลี และ กองทัพสาธารณรัฐสิงคโปร์ โดยกองทัพสหรัฐอเมริกาได้นำเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ USS ASHLAND และเฮลิคอปเตอร์โจมตี จากกองทัพบกสหรัฐ พร้อมอาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหารต่าง ๆ มาเข้าร่วมการฝึกฯ ร่วมกับกองกำลังฝ่ายไทย โดยกองทัพเรือได้นำเรือหลวงช้าง เรือหลวงวังใน และเรือหลวงทองหลาง พร้อมกำลังรบยกพลขึ้นบก (นาวิกโยธิน) รถสะเทินน้ำสะเทินบก และเฮลิคอปเตอร์ลำเลียง สำหรับกองทัพสาธารณรัฐเกาหลี ได้นำเรือ ROKS No Jeok B**g (LSTII-689) และรถสะเทินน้ำสะเทินบก KAAV สำหรับกองทัพเรือสิงคโปร์ ได้นำเรือยกพลขึ้นบก RSS Endeavour เข้าร่วมในการฝึกฯ ครั้งนี้ด้วย

การฝึกปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบกในครั้งนี้ เพื่อเสริมสร้างความพร้อมรบ และพัฒนาขีดความสามารถในการฝึกร่วมให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาศักยภาพป้องกันประเทศ รวมทั้งแสดงแสนยานุภาพทางทหาร ในการปฏิบัติการร่วมกันของกองทัพพันธมิตร เพื่อสร้างความมั่นใจ ให้กองทัพไทยมีความพร้อมรบทุกมิติ รวมทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างมิตรประเทศ และความร่วมมือทางทหารอันเป็นหลักประกันความมั่นคงของชาติตลอดไป และความร่วมมือด้านความมั่นคงในภูมิภาค



ัพไทย

25/02/2026

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมให้การต้อนรับเอกอัครราชทูตกระทรวงต่างประเทศญี่ปุ่น ส่งเสริมความร่วมมือระดับภูมิภาค Ministrul Apărării l-a primit pe ambasadorul Japoniei la Afaceri Externe și a promovat cooperarea regională.

พลเรือตรี สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า เมื่อวันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.30 น. พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้การต้อนรับนาย ฮายาชิ เทอิจิ (Hayashi Teiji) เอกอัครราชทูต ประจำกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ซึ่งรับผิดชอบด้านความร่วมมือลุ่มน้ำโขง การทูตสาธารณะ และสุขภาวะโลก ในโอกาสเข้าเยี่ยมคำนับ ณ ห้องรับรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในศาลาว่าการกลาโหม

ในการหารือครั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่มีโอกาสได้หารือร่วมกัน โดยไทยและญี่ปุ่นดำรงความสัมพันธ์ระหว่างกันมาอย่างยาวนาน และในปีนี้ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ ย่างเข้าสู่ปีที่ 139 อันสะท้อนถึงมิตรภาพอันแน่นแฟ้นและความร่วมมือที่ต่อเนื่อง ในทุกระดับ ทั้งระดับราชวงศ์ ผู้นำระดับสูง จนถึงระดับประชาชน รวมทั้งในทุกมิติ ทั้งด้านความมั่นคง การพัฒนา และความร่วมมือระหว่างประเทศ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการทหาร อาทิ การสนับสนุนที่นั่งในหลักสูตรสำคัญ ๆ อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ หลักสูตรนักเรียนนายร้อยและเสนาธิการ การส่งกำลังพลเข้าร่วมการฝึกร่วมผสม Cobra Gold ตลอดจนความร่วมมือกันด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศ ทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี อีกด้วย

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับความร่วมมือในมิติต่าง ๆ โดยเฉพาะความร่วมมือในภูมิภาคความร่วมมือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ ตลอดจนการส่งเสริมเสถียรภาพและการพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

การเข้าเยี่ยมคำนับในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและญี่ปุ่น ให้มีความใกล้ชิดยิ่งขึ้น อันจะมีส่วนสนับสนุนต่อการเสริมสร้างสันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่นคงของภูมิภาคอย่างยั่งยืนต่อไป

25/02/2026

[English language below]

พิธีเปิดการฝึกร่วม/ผสม คอบร้าโกลด์ 2026

Ceremonia de deschidere a exercițiului comun/combinat Cobra Gold 2026 a avut loc la Baza Aeriană U-Tapao, Divizia de Aviație a Marinei Regale Thailandeze, Flota Regală Thailandeză, provincia Rayong.

วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 เวลา 09.00 นาฬิกา พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ร่วมกับ นาย ฌอน เค. โอนีลล์ (SEAN K. O’NEILL) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และพลโท แมทธิว แมคฟาร์เลน แม่ทัพน้อยที่ 1 กองทัพบกสหรัฐฯ (LTG Matthew McFarlane, Commanding General of America’s First Corps) เป็นประธานร่วมในพิธีเปิดการฝึกร่วม/ผสม คอบร้าโกลด์ 2026 ณ สนามบินอู่ตะเภา กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ จังหวัดระยอง โดยมี เอกอัครราชทูตสิงคโปร์ประจำประเทศไทย อัครราชทูตที่ปรึกษาอินโดนีเซียประจำประเทศไทย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย และเอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำประเทศไทย เข้าร่วมพิธีฯ

การฝึกคอบร้าโกลด์ เป็นการฝึกร่วมผสมแบบพหุภาคีระหว่างกองทัพไทย กองทัพสหรัฐอเมริกา และกองทัพมิตรประเทศ ในปีนี้ เป็นปีที่ 45 (Heavy Year) มีประวัติยาวนานที่สุดการฝึกหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งกองทัพไทยและกองกำลังสหรัฐฯ ภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดการฝึกในประเทศไทยเป็นประจำทุกปี โดยมีประเทศเข้าร่วมการฝึกหลัก จำนวน 7 ประเทศ ประกอบด้วย ไทย สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี และมาเลเซีย ประเทศร่วมการฝึกเพิ่มเติม จำนวน 3 ประเทศ ประกอบด้วย จีน อินเดีย และออสเตรเลีย สำหรับกลุ่มประเทศที่หมุนเวียนเข้าร่วมกิจกรรม ได้แก่ ประเทศในโครงการเสนาธิการผสมส่วนเพิ่มนานาชาติ
หรือ MPAT (Multinational Planning Augmentation Team) จำนวน 10 ประเทศ ประกอบด้วย บังกลาเทศ แคนาดา ฟิจิ ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร อิตาลี มองโกเลีย เนปาล นิวซีแลนด์ และฟิลิปปินส์ ประเทศที่เข้าร่วมในโครงการสังเกตการณ์การฝึก (Combined Observer Liaison Team : C**T) จำนวน 10 ประเทศ ประกอบด้วย บรูไน เยอรมนี จอร์แดน ลาว เนเธอร์แลนด์ ปากีสถาน ซาอุดีอาระเบีย สวีเดน ติมอร์-เลสเต และเวียดนาม รวมทั้งสิ้น 30 ประเทศ จำนวนผู้เข้าร่วมการฝึกฯ มากกว่า 8,000 นาย เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างมิตรประเทศที่เข้าร่วมการฝึกฯ โดยกำหนดการฝึกหลักระหว่างวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ถึง 6 มีนาคม พ.ศ. 2569

สำหรับแนวคิดการฝึกในปีนี้ เน้นการปฏิบัติการร่วม/ผสมในทุกมิติ หรือ CJADO (Combined Joint All Domain Operations CJADO) อย่างเต็มรูปแบบ โดยเชื่อมโยงการฝึกปัญหาที่บังคับการ (CPX) กับการฝึกภาคสนาม (FTX) เข้าด้วยกัน ผ่านศูนย์อำนวยการยุทธ์ (Operations Center : OC) โดยครอบคลุมการปฏิบัติการร่วม ทั้งทางบก ทางทะเล และทางอากาศ รวมทั้งให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องในมิติห้วงอวกาศ และมิติทางไซเบอร์ (Cyber) เพิ่มเติมด้วยการฝึกวิเคราะห์ภาพถ่ายทางอากาศ (GEOINT) และการฝึกปฏิบัติการข่าวกรองทางสัญญาณ (Signals Intelligence : SIGINT) ตลอดจนการฝึกการช่วยเหลือทางมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ (Humanitarian Assistance and Disaster Relief (HADR)) นอกจากนี้ ทางกองทัพเรือได้มีการพัฒนาขีดความสามารถในการฝึกร่วมให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ถือเป็นก้าวสำคัญ
ในการพัฒนาศักยภาพป้องกันประเทศ และความร่วมมือด้านความมั่นคงในภูมิภาค

หนึ่งในภารกิจสำคัญของการฝึกครั้งนี้ คือการสาธิตการฝึกช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาสาธารณภัย (Humanitarian Assistance and Disaster Relief Demonstration : HADR DEMO ) ซึ่งมุ่งเสริมสร้างขีดความสามารถของกำลังพลนานาชาติในการรับมือกับภัยพิบัติได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยการสาธิตการฝึกครั้งนี้ได้มีการร่วมปฏิบัติหน้าที่ของชุดสุนัขค้นหาและกู้ภัย (Search and Rescue Dog / SAR) ภายใต้ทีม K9 USAR THAILAND เข้าร่วมปฏิบัติภารกิจ พร้อมด้วย คุณเอ็มไอซิกข์ (Mi-6) สุนัขทรงเลี้ยงในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้เข้าร่วมปฏิบัติภารกิจค้นหาและกู้ภัยในการฝึกครั้งนี้ด้วย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นที่ทรงสนับสนุนภารกิจด้านการช่วยเหลือประชาชนและการพัฒนาศักยภาพด้านการกู้ภัยของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนถึงความร่วมมืออันแน่นแฟ้นระหว่างภาคประชาสังคม หน่วยงานเฉพาะกิจ และกองทัพในการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติเพื่อประชาชนทั้งในประเทศและในระดับนานาชาติต่อไป

ทั้งนี้ การฝึกร่วม/ผสม คอบร้าโกลด์ ช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วมกันระหว่างกองทัพไทย และกองทัพมิตรประเทศ ให้สามารถตอบสนองต่อภัยคุกคามในทุกรูปแบบ รวมทั้งการบริหารจัดการงานด้านการบรรเทาสาธารณภัยในภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้การฝึกดังกล่าวยังมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก คงไว้ซึ่งการรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคให้มั่นคงสืบไป

Cobra Gold 2026 Combined/Joint Exercise Opening Ceremony

On Tuesday, February 24, 2026, at 09:00 a.m., Chief of Defence Forces General Ukris Boontanondha, U.S. Ambassador to Thailand Sean K. O’Neill, and LTG Matthew McFarlane, Commanding General of America’s First Corps presided over Cobra Gold 2026 Combined/Joint Exercise Opening Ceremony at U-Tapao Royal Thai Airfield, Royal Thai Naval Air Division, Royal Thai Fleet in Rayong province. Also attending the ceremony were Ambassador Singapore to Thailand, Deputy Chief of Mission, Embassy of Indonesia to Thailand, Ambassador of the Republic of Korea to Thailand, Ambassador of Japan to Thailand, and Ambassador of Malaysia to Thailand.

Cobra Gold is a multilateral combined/joint exercise between the Royal Thai Armed Forces, the U.S. Armed Forces, and partner militaries. This year marks the 45th iteration (Heavy Year), making it one of the longest-running exercises in Southeast Asia. The Royal Thai Armed Forces and U.S. Indo-Pacific Command co-host the exercise annually in Thailand. There are seven countries participating in the main exercises: Thailand, the United States, Singapore, Indonesia, Japan, the Republic of Korea, and Malaysia. Three additional participating countries are China, India, and Australia. The Multinational Planning Augmentation Team (MPAT) group, which rotates participation, includes ten countries : Bangladesh, Canada, Fiji, France, the United Kingdom, Italy, Mongolia, Nepal, New Zealand, and the Philippines. Ten countries will join as part of the Combined Observer Liaison Team (C**T): Brunei, Germany, Jordan, Laos, the Netherlands, Pakistan, Saudi Arabia, Sweden, Timor-Leste, and Vietnam. In total, 30 countries and over 8,000 personnel will participate in the exercise which aims
to strengthen relationships among participating nations. The main exercise takes place from February 23 to March 6, 2026.

This year’s exercise will cover Combined Joint All Domain Operations (CJADO), integrating
the Command Post Exercise (CPX) with the Field Training Exercise (FTX) through the Operations Center (OC). Operations are all domains, including land, sea, air, and space, and continues to emphasize space and cyber domains. Additional are geospatial intelligence (GEOINT) analysis, signals intelligence (SIGINT) tactical operations, and Humanitarian Assistance and Disaster Relief (HADR). In addition, the Royal Thai Navy developed its joint training capabilities to make them more comprehensive, marking an important step in enhancing national defense capabilities and strengthening regional security cooperation.

One of the important activities in the exercise is the Humanitarian Assistance and Disaster Relief Demonstration (HADR DEMO), which aims to strengthen the capabilities of multinational forces to respond to disasters quickly and efficiently. This demonstration includes the participation of the K9 USAR Thailand’s Search and Rescue Dog teams, along with Her Royal Highness Princess Sirivannavari Nariratana Rajakanya’s dog, MI6. This represents Her Royal Highness’ overflowing grace in supporting missions to develop Thailand’s disaster relief capabilities in a concrete manner. It also reflects the strong cooperation between civil society, special task forces, and the military forces in preparing disaster response both domestically and internationally.

Cobra Gold enhances the military capabilities of Thai and partner nation forces to effectively respond to a full spectrum of threats, while also strengthening the region’s disaster response and management capacity. The exercise plays a vital role in advancing security cooperation across the Indo-Pacific and in promoting peace and stability throughout the region.




ัพไทย

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ EBC World Newsผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์