EBC World News EBC Emissary Broadcasting Corporation, Bangkok, Thailand

07/09/2026

จาก “กำลังพล” สู่ “กำลังพลดิจิทัล” 🪖🤖
เมื่อ AI และภัยคุกคามทางไซเบอร์เข้ามามีบทบาทมากขึ้น กระทรวงกลาโหม จึงจับมือ AIS และ DGA เดินหน้าพัฒนาทักษะ AI Literacy + Digital Literacy ให้กับกำลังพลและครอบครัว
เป้าหมายคือไม่ใช่แค่ “ใช้ AI เป็น” แต่ต้องรู้เท่าทันเทคโนโลยี ใช้งานอย่างปลอดภัย และพร้อมรับมือกับภัยไซเบอร์ในยุคดิจิทัล
อีกหนึ่งไฮไลต์คือการนำแพลตฟอร์มของ DGA มาผสานกับโครงการ “อุ่นใจไซเบอร์ : AI Literacy” ของ AIS เพื่อสร้างการเรียนรู้ด้าน AI และดิจิทัลให้เข้าถึงกำลังพล ครอบครัว และประชาชนทั่วไปได้มากขึ้น
พร้อมเดินหน้าจัด Roadshow ไปยังหน่วยทหารทั้ง 4 ภูมิภาค ครอบคลุมทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ
เมื่อโลกกำลังเข้าสู่ยุค AI “ทักษะดิจิทัล” ก็กลายเป็นอีกหนึ่งทักษะสำคัญของกำลังพลยุคใหม่

#กระทรวงกลาโหม

06/09/2026

เหมาะมากสำหรับผู้ที่มีลูกชายในยุคนี้ไม่ต้องกลัวตกงาน กองทัพจะจัดสรรชีวิตให้บุตรหลานท่านเอง:​ กองทัพบกยกเครื่องกำลังพล เปิดรับ ‘พลทหารอาสา’ 1.8 หมื่นอัตรา นำร่องสัญญา 4 ปี-เงินเดือน 1.4 หมื่น มุ่งเป้าเปลี่ยนผ่านสู่ระบบสมัครใจ

วันนี้ (5 กันยายน) กองทัพบกเดินหน้าปรับโครงสร้างกำลังพลสู่ระบบสมัครใจอย่างเต็มรูปแบบ ประกาศเปิดรับสมัครชายไทยอายุ 18-26 ปีบริบูรณ์ เข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการในรูปแบบใหม่ภายใต้ชื่อพลทหารอาสา ประจำปี 2570 จำนวนทั้งสิ้น 18,784 อัตรา เพื่อทดแทนโครงการพลทหารออนไลน์ ตามแนวนโยบายของกระทรวงกลาโหม โดยมีจุดเด่นคือผู้สมัครสามารถเลือกผลัดและหน่วยทหารที่ต้องการเข้าปฏิบัติงานได้ทั่วประเทศรวม 221 หน่วย

สำหรับพลทหารอาสา คือทหารกองประจำการที่เข้าปฏิบัติหน้าที่ในลักษณะการทำสัญญาจ้างระยะเวลา 4 ปี ซึ่งจะได้รับการฝึกและปฏิบัติงานเช่นเดียวกับทหารกองประจำการทั่วไป แต่จะได้รับการยกระดับสิทธิประโยชน์และค่าตอบแทนที่ชัดเจน ประกอบด้วย

⚈ รายได้ประจำ: เงินเดือนเริ่มต้น 12,090 บาทต่อเดือน

⚈ ค่าตอบแทนพิเศษ: ค่าอาหารหรือค่าประกอบเลี้ยง 2,880 บาทต่อเดือน

⚈ รวมรายได้เบื้องต้น: ประมาณ 14,970 บาทต่อเดือน

⚈ สวัสดิการเสริม: การฝึกทักษะสายอาชีพ และโอกาสในการศึกษานอกระบบ (กศน.) เพื่อปรับวุฒิการศึกษาให้สูงขึ้นระหว่างรับราชการ

นอกจากผลตอบแทนด้านรายได้ กองทัพบกยังเน้นการสร้างความมั่นคงในระยะยาว โดยผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่พลทหารอาสาตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป จะได้รับสิทธิพิเศษในการต่อยอดเส้นทางทหารอาชีพ

1. โควตานักเรียนนายสิบทหารบก: ได้รับสัดส่วน 30% จากโควตาของทหารกองประจำการ (ซึ่งคิดเป็น 80% ของยอดรับทั้งหมด) หรือคิดเป็นจำนวน 453 อัตรา

2. คะแนนเพิ่มพิเศษ: รับคะแนนบวกเพิ่มในภาควิชาการเริ่มต้นที่ 5% สำหรับการสอบบรรจุเข้าเป็นข้าราชการในสังกัดกองทัพบก

เปิดกว้างรับชายไทย 18-26 ปี ไม่จำกัดวุฒิ เกณฑ์การรับสมัครในครั้งนี้ เปิดกว้างสำหรับชายไทยที่ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา โดยแบ่งกลุ่มเป้าหมายออกเป็น:

⚈ ทหารกองเกิน อายุ 18–20 ปีบริบูรณ์ (เกิด พ.ศ. 2550-2552)

⚈ ทหารกองเกิน อายุ 22–26 ปีบริบูรณ์ ที่ผ่านการตรวจเลือกแล้วแต่จับได้ใบดำ หรืออยู่ในพื้นที่ที่มียอดผู้สมัครเต็มแล้ว (เกิด พ.ศ. 2544-2548)

⚈ ทหารกองหนุนประเภท 1 (ปลดประจำการแล้ว) อายุไม่เกิน 26 ปีบริบูรณ์

⚈ ทหารกองประจำการที่จะปลดประจำการในปี 2570 (วันที่ 1 พ.ค. หรือ 1 พ.ย.) อายุไม่เกิน 26 ปีบริบูรณ์

ผู้ที่สนใจสามารถสมัครผ่านระบบออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ http://rcm.rta.mi.th หรือสมัครด้วยตนเอง ณ หน่วยทหารที่เปิดรับสมัคร 221 หน่วย รวมถึงสำนักงานสัสดีอำเภอและจังหวัดทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 10 กันยายน 2569 ถึง 24 มกราคม 2570

06/09/2026

ด่วนครับ ต่อไปจะไม่มีใครมาอ้างเป็นพลทหารแล้วเสียอนาคตอีกแล้ว นอกจากจะให้เรียนสูงขึ้น ให้โอกาสเรียนต่อทางไปรษณีย์จนจบปริญญาตรีและโทโดยใช้เงินเดือนตัวเองส่งเรียนแล้ว หากสอบติดราชการอื่นๆสามารถปลดออกก่อนกำหนดได้อีก ไปรับราชการใหม่ได้เลย ตอนนี้รมว.กลาโหมไฟเขียว ทหารสมัครใจสอบติดงานราชการ ลาออกปลดประจำการก่อนกำหนดได้ทันที ไม่ต้องรอครบเกณฑ์

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งกระทรวงกลาโหม ที่ 710/2569 ลงนามโดย พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม เปิดทางให้ทหารกองประจำการที่สมัครใจรับราชการต่อเพื่อทดแทนการเรียกเกณฑ์ สามารถขอปลดก่อนครบกำหนดได้ หากสอบบรรจุเข้าทำงานในหน่วยงานของรัฐได้ หรือมีเหตุจำเป็นอื่น มีผลบังคับใช้ทันที
คำสั่งนี้แก้ไขคำสั่งกระทรวงกลาโหมเดิม ที่ 275/2566 ซึ่งบังคับให้ทหารสมัครใจต้องอยู่ครบวงรอบก่อนปลด แอดขอสรุปเงื่อนไขใหม่ให้ฟังง่ายๆ คือ 1) สอบติดงานราชการที่ไหนก็ได้ ยื่นหลักฐานแล้วขอปลดได้เลย 2) มีเหตุจำเป็นต้องดูแลพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย คู่สมรส หรือบุตรที่พิการ ทุพพลภาพ หรือชราจนหาเลี้ยงชีพไม่ได้และไม่มีคนอื่นดูแล ก็ขอปลดได้เช่นกัน โดยต้องแจ้งต้นสังกัด และต้นสังกัดจะรายงานขออนุมัติจาก รมว.กลาโหม อีกที
คำสั่งนี้สะท้อนว่ากองทัพเริ่มยอมรับความจริงว่าทหารสมัครใจที่หวังใช้ทดแทนการเกณฑ์ ต้องแข่งกับตลาดงานข้างนอกด้วย ถ้ามัดมือชกให้อยู่ครบสัญญาแม้สอบราชการติดแล้ว คนรุ่นใหม่ก็ไม่กล้าสมัคร สุดท้ายกองทัพก็ต้องกลับไปพึ่งการจับใบดำใบแดงเหมือนเดิม การเปิดช่องนี้จึงเป็นการแลก ยอมเสียกำลังพลบางส่วนกลางคัน เพื่อรักษาแรงจูงใจให้คนสมัครใจเข้ามาต่อในระยะยาว จะกระทบกำลังพลแค่ไหน คงต้องรอดูตัวเลขปลดก่อนกำหนดในปีงบประมาณถัดไป

Cr.คำชี้แนะนำจากนายทหารสัญญาบัตร

02/09/2026

Say Hello 👋 From USS Abraham Lincoln (CVN 72) FB,➡️Sawasdee, Thailand! 👋🇹🇭Elements of the Abraham Lincoln Carrier Strike Group (ABECSG), including Nimitz-class aircraft carrier USS Abraham Lincoln (CVN 72), the embarked staffs of CSG-3, Carrier Air Wing (CVW) 9, and Destroyer Squadron (DESRON) 21, and the nine squadrons of CVW-9 arrived in Laem Chabang, Thailand, while Arleigh Burke-class guided-missile destroyer USS Frank E. Petersen Jr. (DDG 121) docked in nearby Sriracha, for scheduled port visits, Sept. 2, 2026.Escort Ticonderoga-class guided-missile cruiser USS Robert Smalls (CG 62) also arrived in Map Ta Phut, Thailand for their own scheduled port visit.“Our arrival in Laem Chabang provides a well-deserved opportunity for our Sailors and Marines to rest and recharge. It also underscores the strong and enduring partnership and alliance between the United States and Thailand,” said Rear Adm. Robert E. Loughran, commander, Carrier Strike Group 3. “What this strike group has accomplished is truly historic. I could not be prouder of the exceptional professionalism and expertise demonstrated by every member of this team during our operations in the U.S. Central Command area of responsibility.”For more, check out our DVIDS page!


Cr.FB/USSAbrahamLincoln

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1538872144945361&id=100064677702807

02/09/2026

UPDATE: กองทัพเรือสหรัฐฯ ออกกฎเหล็ก-กำหนดเคอร์ฟิว! สั่งห้ามทหารเรืออเมริกันยุ่งเกี่ยวกับกัญชา กิจกรรมทางน้ำเสี่ยงภัย และซอยเสี่ยงในพัทยา
พัทยา 2 กันยายน 2569 - จากที่เรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ USS Abraham Lincoln (CVN-72) พร้อมเรือคุ้มกันนำกำลังพลทหารเรือและนาวิกโยธินสหรัฐฯ ราว 5,000 นาย เข้าจอดเทียบท่าเพื่อแวะพักผ่อน (R&R) ณ ท่าเรือแหลมฉบัง และเข้าท่องเที่ยวในเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี นั้น

ล่าสุดทางการไทยร่วมกับตัวแทนกองทัพเรือสหรัฐฯ ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับข้อห้ามและมาตรการจัดระเบียบการท่องเที่ยวของกำลังพลอเมริกัน ระบุว่า

♠ ทหารเรือและนาวิกโยธินสหรัฐฯ จะถูกสั่งห้ามเข้าร่วมกิจกรรมหรือเข้าพื้นที่เฉพาะหลายประการอย่างเด็ดขาด ดังนี้:

1. ห้ามเสพหรือใช้กัญชาและสารเสพติดทุกชนิด ห้ามลูกเรือเข้าใกล้ร้านค้ากัญชา (Cannabis Shops) หรือซื้อขายและเสพกัญชาโดยเด็ดขาด

2. ห้ามเล่นกิจกรรมทางน้ำเสี่ยงอันตราย เช่น พาราเสลลิ่ง (Parasailing) และเจ็ตสกี (Jet Ski) เพื่อป้องกันอุบัติเหตุระหว่างการพักผ่อน

3. กำหนดเคอร์ฟิว (Off-limits Zone & Curfew) กำหนดให้ถนนหรือซอยบางแห่งที่เป็นพื้นที่เสี่ยงเฉพาะ เช่น ซอย 6 พัทยา เป็นพื้นที่ Off-limits ห้ามทหารเรืออเมริกันเข้าไปใช้บริการ

- นอกจากนี้ แม้จะอนุญาตให้เที่ยวชมในพื้นที่ Walking Street ได้ แต่ทหารทุกนายจะต้องออกจากพื้นที่สถานบันเทิงและย่าน Nightlife ก่อนเวลา 02.00 น. เพื่อขึ้นรถบัสรับส่งกลับตามกำหนดเวลา

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจพัทยาได้ระดมกำลังกวาดล้างและสั่งห้ามผู้ประกอบการจัดหาบริการทางเพศเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะการค้ามนุษย์และการใช้แรงงานเด็กอย่างเด็ดขาด

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานความมั่นคงกว่า 600 นาย จะร่วมมือกับตำรวจทหารของสหรัฐฯ (MP) ในการตรวจลาดตระเวนรอบเมืองพัทยาอย่างเข้มงวด หากพบทหารเรืออเมริกันนายใดฝ่าฝืนกฎหมายไทย จะถูกดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมในทันที
ติดตามข่าวโลกและสถานการณ์ระหว่างประเทศกับ TheNEWSY

#สหรัฐอเมริกา #พัทยา #ทหารอเมริกัน #ข่าวต่างประเทศ

02/09/2026

USS Abraham Lincoln docks in Thailand — its first full port visit after 286 days at sea

The carrier spent nearly seven months in Middle East combat and blockade operations tied to regional conflicts

Still, people online are shocked by the hull’s poor condition

Video: wuthi11_ // X

02/09/2026

เรือยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น (USS Abraham Lincoln) เรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ เข้าเทียบท่าที่ท่าเรือแหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา หลังจากใช้เวลาอยู่กลางทะเลยาวนานเป็นประวัติการณ์ถึง 250 วัน โดยไม่ได้แวะเทียบท่าที่ใดเลย
เรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ ลำนี้ออกเดินทางจากเมืองซานดิเอโกเมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว เพื่อปฏิบัติภารกิจในมหาสมุทรแปซิฟิกและทะเลจีนใต้ ซึ่งเดิมมีกำหนดระยะเวลาประมาณ 6 เดือน แต่ต่อมาเรือได้รับคำสั่งให้ปฏิบัติภารกิจในอ่าวเปอร์เซียหลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านในช่วงปลายเดือน ก.พ.
เรือยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น เทียบท่าอยู่ใกล้กับเมืองชายทะเลพัทยา ซึ่งเป็นที่รู้จักจากชีวิตกลางคืนอันครึกครื้นและการท่องเที่ยวทางเพศ อย่างไรก็ตาม สำหรับสหรัฐฯ สถานที่แห่งนี้ยังสะท้อนความหมายทางประวัติศาสตร์ที่เข้มข้นด้วย
การมาถึงของกำลังพลสหรัฐฯ ราว 5,000 นายครั้งนี้ น่าจะเป็นการเดินทางของทหารอเมริกันจากเขตสงครามเข้าสู่พัทยามากที่สุด นับตั้งแต่กรุงไซง่อนแตกเมื่อปี 2518
Cr.BBC Thai-Image
USS Abraham Lincoln

20/07/2026

ผอ. JIC ลงพื้นที่กองกำลังสุรนารี เยี่ยมกำลังพลแนวหน้า ย้ำความพร้อมทุกมิติ ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 พลอากาศเอก ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา (JIC) พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษและจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคงตามแนวชายแดน เยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลของกองกำลังสุรนารี ณ หน่วยเฉพาะกิจที่ 1 พื้นที่เขาสัตตะโสม และหน่วยเฉพาะกิจที่ 4 พื้นที่ช่องบก

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะได้รับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับภาพรวมสถานการณ์ การปฏิบัติภารกิจ ความพร้อมของกำลังพล การดูแลความปลอดภัยของประชาชน ตลอดจนข้อเสนอแนะและอุปสรรคในการปฏิบัติงาน เพื่อนำไปประกอบการพัฒนาการสนับสนุนและยกระดับประสิทธิภาพการปฏิบัติภารกิจอย่างต่อเนื่อง

ภายหลังการบรรยายสรุป พลอากาศเอก ประภาส ได้พบปะกำลังพล พร้อมมอบสิ่งของบำรุงขวัญแก่ผู้แทนกำลังพล เพื่อเป็นกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน พร้อมกล่าวชื่นชมในความเสียสละ ความอดทน และความมุ่งมั่นในการปฏิบัติภารกิจเพื่อพิทักษ์อธิปไตย รักษาความมั่นคงของชาติ และสร้างความอุ่นใจให้แก่ประชาชน

พร้อมเน้นย้ำ 3 หลักสำคัญในการปฏิบัติภารกิจ

1. รักษาความปลอดภัยของกำลังพลและยุทโธปกรณ์ เพื่อคงความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจ
2. ป้องกันความสูญเสียต่อฝ่ายเดียวกัน ด้วยการบูรณาการ การประสานงาน และการใช้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง แม่นยำ
3. ปฏิบัติภารกิจภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศและกฎการใช้กำลัง (Rules of Engagement: ROE) อย่างเคร่งครัด โดยมุ่งต่อเป้าหมายทางทหารที่ชอบด้วยกฎหมาย คำนึงถึงหลักความจำเป็นและความได้สัดส่วน พร้อมหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อประชาชน

พลอากาศเอก ประภาส กล่าวว่า ปัจจุบันกองทัพไทยมีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจร่วมของทั้ง 3 เหล่าทัพ ทั้งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ ตามแผนป้องกันประเทศและแผนป้องกันชายแดน โดยมีการบูรณาการและประสานงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การใช้กำลังเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศและกฎการใช้กำลัง พร้อมย้ำว่าทุกการปฏิบัติยึดหลักความจำเป็น ความได้สัดส่วน และคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ

ในด้านข้อมูลข่าวสาร ผู้อำนวยการ JIC ระบุว่า ประเทศไทยยึดหลักการสื่อสารบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ข้อมูลที่สามารถตรวจสอบได้ และการปฏิบัติตามข้อตกลงที่เกี่ยวข้อง พร้อมย้ำว่าการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือข่าวปลอมไม่ก่อให้เกิดความเชื่อมั่นในระยะยาว จึงขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานของรัฐและทีมโฆษกด้านความมั่นคงเป็นหลัก

สำหรับกรณีที่มีการกล่าวอ้างจากฝ่ายกัมพูชาเกี่ยวกับสถานการณ์ตามแนวชายแดน พลอากาศเอก ประภาส ยืนยันว่า ฝ่ายไทยดำเนินการตามถ้อยแถลงร่วมและหลักกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด การวางกำลังเป็นไปในพื้นที่ที่จำเป็นเพื่อความมั่นคง และยังคงยึดแนวทางสันติวิธีในการแก้ไขปัญหา อย่างไรก็ตาม การสร้างบรรยากาศแห่งความไว้วางใจร่วมกันถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเจรจาและการลดความตึงเครียดในอนาคต

นอกจากนี้ ผู้อำนวยการ JIC ยังกล่าวชื่นชมเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ร่วมปฏิบัติภารกิจด้านข้อมูลข่าวสารเพื่อประเทศชาติ ด้วยความเสียสละและจิตสำนึกในการรับใช้ส่วนรวม โดยมุ่งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง

ด้าน พ.อ. ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มแข็งของกำลังพลและความพร้อมของสาธารณูปโภคในพื้นที่ ซึ่งช่วยสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน

ขณะที่ น.ท. ณัฐนัย จันทร์เปล่ง รองโฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า โครงการ “น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีสัญญาณโทรศัพท์” เป็นนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสนับสนุนการปฏิบัติงานของกำลังพลในพื้นที่ชายแดน ซึ่งได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากหน่วยปฏิบัติ

ส่วน พล.ร.ต. ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า พื้นที่รับผิดชอบทั้งทางบกและทางทะเลยังคงมีความเรียบร้อย และการดำเนินโครงการก่อสร้างรั้วชายแดนมีความคืบหน้าตามแผน

ประเทศไทยยังคงยืนยันการดำเนินการด้วยแนวทางสันติวิธี ภายใต้หลักกฎหมายระหว่างประเทศ โดยไม่มีนโยบายยั่วยุหรือสร้างความขัดแย้ง ขณะเดียวกัน หน่วยงานด้านความมั่นคงยังคงรักษาความพร้อมในการปกป้องอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และความปลอดภัยของประชาชนอย่างเต็มกำลัง

JIC ยังคงมุ่งมั่นนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง รวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา

#ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทยกัมพูชา #ข้อมูลจริงสร้างความเชื่อมั่น #ชายแดนไทยกัมพูชา

20/07/2026

✅🇹🇭 JIC ยังคงปฏิบัติภารกิจด้านข้อมูลข่าวสารอย่างเต็มกำลัง ด้วยความรวดเร็ว ถูกต้อง และน่าเชื่อถือ พร้อมส่งกำลังใจถึงกำลังพลทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวหน้า

เพราะข้อมูลที่ถูกต้องสร้างความเชื่อมั่น และกำลังใจที่เข้มแข็ง คือพลังสำคัญในการปกป้องประเทศชาติ ค่ะ

20/07/2026

รองเสนาธิการทหาร ให้การต้อนรับผู้ช่วยทูตทหารสหพันธรัฐรัสเซียประจำประเทศไทย ในโอกาสอำลาตำแหน่ง

วันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 พลเอก กิตติพงศ์ ชื่นใจชน รองเสนาธิการทหาร ให้การต้อนรับ พันเอก Igor B. Sholokov ผู้ช่วยทูตทหารสหพันธรัฐรัสเซียประจำประเทศไทย ในโอกาสเข้าเยี่ยมคำนับเพื่ออำลาตำแหน่ง เนื่องจากครบวาระการปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทย ณ ห้องรับรอง 12 กองบัญชาการกองทัพไทย ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

ในโอกาสดังกล่าว ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศไทยและสหพันธรัฐรัสเซีย ซึ่งในปี พ.ศ. 2570 ที่จะถึงนี้ จะเป็นวาระครบรอบ 130 ปี แห่งความสัมพันธ์ทางการทูต ระหว่างไทยและรัสเซีย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ยาวนานที่สุดของไทย และเป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่จะมีการจัดสร้างพระอนุสาวรีย์ "พระบิดาแห่งกองทัพอากาศไทย" ณ นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เพื่อเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ 130 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตของทั้งสองประเทศในปี พ.ศ. 2570

รองเสนาธิการทหาร ได้กล่าวขอบคุณ ผู้ช่วยทูตทหารสหพันธรัฐรัสเซียสำหรับการปฏิบัติงานอย่างทุ่มเท ซึ่งส่งผลให้ความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงระหว่างสองกองทัพเป็นไปด้วยความราบรื่น และแน่นแฟ้น อีกทั้งยังได้พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งด้านการแลกเปลี่ยนการเยือน การแลกเปลี่ยนที่นั่งการศึกษา ความร่วมมือทางด้านการข่าว และการส่งกำลังบำรุง ในส่วนของกองบัญชาการกองทัพไทย มีความยินดีที่การประชุมฝ่ายเสนาธิการระดับอาวุโส (Senior Staff Talks : SST) ไทย–รัสเซีย ครั้งที่ 4 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม–4 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา ณ กรุงมอสโก สหพันธรัฐรัสเซีย เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ได้มีการยกระดับความร่วมมือให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังนับเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือทางทหารระหว่างทั้งสองกองทัพ พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า ความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างกองทัพไทยกับกองทัพสหพันธรัฐรัสเซียจะดำเนินไปอย่างแน่นแฟ้นและยั่งยืนต่อไป

ัพไทย

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ EBC World Newsผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์