Mutual Finding a common ground in society

“ถ้าคนรู้สึกรู้สากับสิ่งนั้น เค้าจะลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง แล้วถ้าคนจำนวนมากๆ รู้สึกรู้สากับสิ่งนั้นร่วมกัน มันจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเสมอ”

Mutual เกิดขึ้นเพราะความคิดความเชื่อแบบนี้

Mutual คือสื่อที่พยายามมองหา ‘ความเหมือน’ หรือ ‘ความร่วมกัน’ ในสังคมที่แตกต่างหลากหลาย ตั้งแต่ เพศ ร่างกาย วัย เชื้อชาติ ไปจนถึงความคิด ความเชื่อ ศรัทธา ที่ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน

แต่สิ่งที่ทุกคนมีเหมือนกันคือศัก

ดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์

และเราเชื่อว่าการรู้ร้อนรู้หนาว หรือทุกข์ร่วม สุขร่วมกับคนในสังคมเป็นสิ่งที่ควรมี

Finding common ground in society : เราต่างมีพื้นที่ตรงกลางร่วมกัน จึงเป็นแนวคิดสำคัญของ Mutual

คนไร้บ้านต้องการพื้นที่ปลอดภัย
LGBTQ+ ต้องการแว่นที่มองมาด้วยสายตาปกติ
ผู้พิการ ต้องการการยอมรับในฐานะพลเมืองคนหนึ่ง
เด็กเองก็ต้องการการรับฟังและเคารพในความคิดเห็น

เราทุกคนก็ต้องการเช่นนั้น

สังคมปัจจุบัน เราตั้งต้นและกำลังรดน้ำเมล็ดพันธุ์แห่งการเคารพในความแตกต่างหลากหลายแล้ว

ถัดจากนี้ เราจะหาความร่วมและความเหมือน และรดน้ำมันไปด้วยกัน

เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง

‘การส่งกลับบ้าน’ อาจไม่ใช่ทางออกของคนไร้บ้านบางคน “เคสคนไร้บ้านที่มาจากสตูล เราหุ้นเงินกันซื้อตั๋วรถให้… พอเขากลับไปถึง ...
02/06/2026

‘การส่งกลับบ้าน’ อาจไม่ใช่ทางออกของคนไร้บ้านบางคน

“เคสคนไร้บ้านที่มาจากสตูล เราหุ้นเงินกันซื้อตั๋วรถให้… พอเขากลับไปถึง บ้านถูกขายไปแล้ว แม่ที่ติดเตียงก็ไปอยู่กับน้า น้าบอกว่าไม่ต้องมาแล้ว บ้านนี้ไม่มีที่อยู่ให้” สุดท้ายเงินที่กำไป เขากินข้าว 30 บาทแล้วใช้ที่เหลือซื้อตั๋วกลับมาที่นี่ มานอนที่เดิม”

วัน-ซัฟวัน หะมะ หัวหน้าทีมมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย โครงการศึกษาข้อมูลและพัฒนาความร่วมมือภาคีในการทำงานคนไร้บ้าน จ.สงขลา

แต่อีกหลายคน การมีบ้านหลังใหม่ ถึงแม้ไม่ใหญ่ จะเรียกว่าห้องเช่าก็ได้ นั่นคือบ้านที่มีคุณค่าทางใจ โดยเฉพาะป้านุช

“ก่อนน้ำท่วมเค้ามีงานทำจนมีเงินไปเช่าบ้าน แต่พอน้ำท่วม ไม่มีงานก็กลับมาเป็นคนไร้บ้านอีก ตอนนี้ไม่สามารถฟื้นตัวเองได้ เพราะการมีบ้านเช่าเป็นเรื่องยากสำหรับเค้า ต้องมีเงินมัดจำ ต้องมีงานต่อเนื่อง”

เฉพาะกรณีของป้านุช วันบอกว่าปูมหลังของชีวิตส่งผลกระทบต่อการกลับมาไร้บ้านมากๆ ทางออกจึงยากและซับซ้อนเกินกว่าแค่หางานใหม่ให้

“การตั้งหลักได้ของคนไร้บ้านมันมีหลายมิติซับซ้อนมาก ผมเคยชวนป้านุชไปทำความสะอาดวันละ 500 บาท แต่เค้าอยากอยู่จนเจ้าของห้องน้ำไม่มีงานให้ทำก่อน เค้าบอกว่าทิ้งงานไม่ได้ นี่คืองานระยะยาวของเค้า เพราะงานระยะยาวทำให้เค้าเก็บเงินไปเช่าบ้านได้ การไร้บ้านอีกรอบมันจึงกระทบความรู้สึกมาก ถ้าคุยเรื่องบ้าน ป้าเคยบอกว่า ชีวิตนี้ถ้าตายก็ขอให้ตายในห้องดีกว่า อันนี้คือความรู้สึกหลังน้ำท่วม”

157 คนคือจำนวนคนไร้บ้านในจังหวัดสงขลาจากการแจงนับเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 เกินกว่าครึ่งอยู่ในพื้นที่หาดใหญ่ เมืองที่เพิ่งผ่านวิกฤตน้ำท่วมไปเมื่อปลายปีที่แล้ว

กับน้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ทิ้งความเสียหายและความสูญเสียอย่างมหาศาล แต่กับคนไร้บ้าน พวกเค้าไหวตัวทัน ไม่ต้องพะวักพะวงกับสิ่งของทรัพย์สมบัติ และรอดได้เพราะหนีไปอยู่บนตึกสูงร้าง อดอาหาร 3-4 วันในความมืด

“ต้องอดอยู่ 3 วัน เข้าถึงอาหารไม่ได้เพราะไม่มีเงิน และไม่มีใครเข้าไปแจก มีแค่ไหนก็กินแค่นั้น อดก็อด ไม่เป็นไร เพราะเค้าเคยอดมาแล้ว เคยอยู่แบบไม่มีกินมาแล้ว ค่อนข้างเป็นภาวะปกติของเค้า”

‘วัน’ ซัฟวัน หะมะ หัวหน้าทีมมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย ภายใต้โครงการศึกษาข้อมูลและพัฒนาความร่วมมือภาคีในการทำงานคนไร้บ้าน จ.สงขลา สนับสนุนโดยสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ (สำนัก9) สสส. เล่าให้ฟังตอนพานั่งล้อมวงคุยกับคนไร้บ้านย่านหอนาฬิกา หาดใหญ่

ซัฟวันหรือวันคือหัวหน้าทีมที่ลงทุนไปใช้ชีวิตเป็นคนไร้บ้าน นอน กิน เก็บของเก่ากับพวกเค้า เพื่อให้ได้รู้ว่าชีวิต 24 ชั่วโมงของคนไร้บ้านที่นี่เป็นอย่างไร รวมไปถึงพวกเค้าคิดและรู้สึกอย่างไร

“ตอนไปนอนกับเค้า เค้าไม่ได้คิดอะไรเลย ไม่มีความฝัน ความหวัง ซึ่งน่ากลัวมาก พอไมไ่ด้คิดว่าจะต้องมีงาน มันยาก เลยพยายามรวมกลุ่ม สร้างกลไก มีเทคนิค ไปตรวจสุขภาพ อยากให้เค้าสร้างตัวตนขึ้นมา”

จึงเป็นที่มาของการสร้างพื้นที่ปลอดภัย ที่คนไร้บ้านจะไว้ใจ ของทีมมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย จ.สงขลา ผ่านกิจกรรมต่างๆ อย่างการไปล้อมวงคุย ถามไถ่ความเป็นอยู่ ดูแลสุขภาพ แจกยา ตัดผม วัดความดัน ฯลฯ บริเวณหอนาฬิกา หนึ่งในที่พักชั่วคราวที่คนไร้บ้านที่นี่รู้สึกปลอดภัยที่สุด

ปลอดภัยเสียจนคนไร้บ้านกล้าที่จะเผยความรู้สึก กล้าพูดเรื่อง ‘บ้าน’ ที่หลายคนรู้ว่าไม่มีให้กลับอีกต่อไปแล้ว

อ่าน “บางคนกลับบ้านไปเพื่อให้รู้ว่าไม่มีบ้านให้กลับอีกแล้ว : ชีวิตหลังน้ำท่วมของคนไร้บ้านหาดใหญ่ น้ำมาหรือไปก็ต้องตื่นมาหายใจและหาพื้นที่ปลอดภัยให้ตัวเอง” https://section09.thaihealth.or.th/?p=170102

เรื่อง : ทิพย์พิมล เกียรติวาทีรัตนะ
ภาพ : อธิคม แสงไชย
ภาพประกอบ : บัว คำดี

#คนไร้บ้าน #หาดใหญ่ #ประชากรกลุ่มเฉพาะ #สำนัก9 #สสส #นับเราด้วยคน #เสียงที่คนอื่นไม่ได้ยิน ับเราด้วยคน

“พระพุทธเจ้าไม่ได้ปิดกั้น หากคุณรู้สึกว่าความรู้สึกภายในต่อร่างกายตัวเองเป็นสิ่งที่เลือกไม่ได้ คุณก็ต้องยอมรับเหตุปัจจัย...
02/06/2026

“พระพุทธเจ้าไม่ได้ปิดกั้น หากคุณรู้สึกว่าความรู้สึกภายในต่อร่างกายตัวเองเป็นสิ่งที่เลือกไม่ได้ คุณก็ต้องยอมรับเหตุปัจจัยของมัน

ต่อคำถามว่า LGBTQ+ สามารถบวชได้หรือไม่

“คุณเลือกไม่เป็นได้ไหมล่ะ?” พระอั๋น พระเอกวีร์ มหาญาโณ ถามกลับ

“S*x (เพศสรีระ) คือ ความเป็นหญิง ความเป็นชาย ทางชีวภาพ โครโมโซม ส่วน S*x Orientation คือ ความรู้สึกที่เรามีต่อร่างกายตัวเองและต่ออีกคนหนึ่ง พระพุทธเจ้าไม่ได้ปิดกั้น ไม่ได้ห้ามแบบไร้เหตุผล หากคุณรู้สึกว่าความรู้สึกภายในต่อร่างกายตัวเองเป็นสิ่งที่เลือกไม่ได้ คุณก็ต้องยอมรับเหตุปัจจัยของมัน, แต่ในสิ่งที่คุณเลือกได้ คุณต้องดูแลมัน เช่น การแสดงออก วิธีการพูด สื่อสาร การมอง ฯลฯ เพราะนั่นคือสิ่งที่คุณควบคุณได้”

“พระพุทธเจ้าไม่ได้บอกว่าถ้าคุณมีจิตใจชอบผู้ชาย ห้ามบวช เราไม่เคยได้ยินคำนี้นะ” คือคำย้ำ

แต่กฎเพื่อการอยู่ร่วมกันก็ต้องมี ไม่ว่าในสังคมสงฆ์หรือวงฆราวาส

“พระพุทธเจ้าไม่ได้รังเกียจมนุษย์คนไหน แต่กฏบางอย่างกำหนดเพื่อความไปได้ดีของคนที่อยู่รวมกัน เพราะสังคมพระไม่มีใครเข้าไปตรวจสอบขนาดนั้น พวกเราคิดว่าถ้าคุณเป็นผู้ชายรักชายบวชได้ไหมล่ะ? บวชได้ ถ้าคุณดูแลตัวเองได้ตามที่บอกข้างต้น ในตลอดเวลาที่สนใจมาบวชศึกษาพุทธศาสนา ถ้าตัวเขาพยายามที่จะวางใจ เอาเรื่องนี้ออก ก็ไม่มีปัญหา แล้วไม่ควรจะเป็นปัญหาด้วย”

และมันก็มีวิธีที่มาเจอกัน ประนีประนอมกันอยู่

“แต่ก็ไม่ผิดเหมือนกันถ้าพระอาจารย์ที่รับบวชจะบอกว่า ขอให้เรามั่นใจด้วยได้ไหมว่าคุณสามารถดูแลตัวเองขณะที่บวชได้ในระยะยาวได้ อาจจะลองให้ครองผ้าขาวอยู่วัดสักอาทิตย์หนึ่งดู เพราะเขาก็มีหน้าที่ต้องดูแลพื้นที่ตรงนั้น ถ้ามีความเสี่ยงที่เข้ามาแล้วอาจจะส่งผลกระทบกับคนอื่นๆ เราว่ามันสมเหตุสมผลที่เขาจะบอกว่าคุณยังไม่พร้อม ไม่ใช่เพราะว่าเธอเป็นอะไร แต่ว่าเพราะสิ่งที่เธอเลือกแสดงออกมา มันไม่เกื้อกูลที่ตรงนั้น”


บทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม : “สิ่งประดิษฐ์ในโลกของพระพุทธศาสนาที่มาจาก ‘สังคมไทยไทย’ : พระอั๋น - พระเอกวีร์ มหาญาโณ”

https://mutualfinding.co/phra-aun/

ภาพ : อนุชิต นิ่มตลุง
ภาพประกอบ : บัวคำดี

#ศาสนาพุทธ #บวช #พระอั๋น

65.15% ของผู้สูงอายุ LGBTIQNA+ จำเป็นต้องพึ่งพาตัวเองจากการทำงานถึงแม้ว่าจะพ้นวัยเกษียณแล้ว ในขณะที่ผู้สูงวัยทั่วไปที่มี...
01/06/2026

65.15% ของผู้สูงอายุ LGBTIQNA+ จำเป็นต้องพึ่งพาตัวเองจากการทำงานถึงแม้ว่าจะพ้นวัยเกษียณแล้ว ในขณะที่ผู้สูงวัยทั่วไปที่มีแหล่งรายได้หลักอยู่การทำงานสัดส่วนมีประมาณ 32.4% ส่วนที่เหลืออาจจะพึ่งพาบุตร ญาติ หรือคนอื่นๆ

“ถ้าสมัยนั้นมีบรรยากาศทางสังคมแบบในปัจจุบัน เราคงใช้ชีวิตเกย์ไปเลย ใครจะว่ายังไงก็ไม่สนใจ เกย์เป็นชีวิตที่มีความสุข ทุกวันนี้เรายังคิดเลยว่า ถ้าได้เกิดชาติหน้าอีกครั้ง เราก็ยังอยากเป็นเกย์”

‘ภพ’ เกย์สูงวัยกล่าว ภพรู้ว่าตัวเองเป็นเกย์ตั้งแต่ไหนแต่ไร แต่เพราะตอนที่ตัวเองยังเป็นเด็ก ใครๆ ก็ไม่ชอบคนที่มีความหลากหลายทางเพศ ทำให้เขาต้องเก็บซ่อนตัวเองไว้ แต่ภพก็ยังหนีไม่พ้นคำถามจากญาติๆ ว่า “เมื่อไหร่จะมีเมีย” “เมื่อไหร่จะมีลูก”

ภพจึงสงสัยว่า หรือการแต่งงานกับผู้หยิงคือทางออกของเขาจริงๆ เผื่อว่าเขาจะกลับมาเป็น ‘ปกติ’ เหมือนคนอื่นได้

นี่คือ 1 ใน 3 เรื่องราวของ LGBTIQNA+ สูงวัย ที่ถูกเล่าผ่านหนังสือ ‘เศษเสี้ยวที่ยังคงเหลืออยู่-เสียงจากกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศรุ่นใหญ่’ นำเสนอเรื่องราวในวัยเยาว์ของ LGBTIQNA+ สูงวัยในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทุกข์ สุข ความสัมพันธ์ และการต่อสู้เพื่อสิทธิที่ทำกันมาอย่างยาวนาน หนังสือเล่มนี้จัดทำโดย โครงการการศึกษาสถานการณ์สุขภาวะทางเพศ สุขภาพจิต และความสัมพันธ์ของกลุ่มประชากรสูงอายุที่มีความหลากหลายทางเพศในประเทศไทย สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

เรื่องราวของ LGBTIQNA+ ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ แต่มีมานานแล้ว บริบทสังคมในเมื่อก่อนและตอนนี้ต่างกันอย่างชัดเจนมาก บทความนี้จึงอยากนำเสนอเรื่องราวของผู้สูงวัยที่เป็นกะเทย เกย์ และเลสเบี้ยน พกวเขาเผชิญกับอดีตที่โดนปฏิเสธตัวตนมาตลอด ซึ่งกว่าจะได้เป็นตัวเองแบบทุกวันนี้ได้ พวกเขาได้ผ่านอะไรมาบ้าง

อ่าน กว่าจะถูกยอมรับ ก็ 'สูงวัย’ ไปแล้ว : ฟังเสียง LGBTIQNA+ สูงวัยที่ตอนเด็กถูกปฏิเสธตัวตนแต่ยืนยันว่า “เกิดชาติหน้า เราก็ยังอยากเป็นเกย์” https://section09.thaihealth.or.th/2025/06/27/lgbtq-elder/

เรื่อง : ณัฐริฎา ศิริสอน
ภาพประกอบ : บัว คำดี

#ผู้สูงวัย + #ประชากรกลุ่มเฉพาะ #สำนัก9 #สสส #นับเราด้วยคน #เสียงที่คนอื่นไม่ได้ยิน #สานพลัง #สร้างนวัตกรรม #สื่อสารสุข ับเราด้วยคน #ก้าวสู่ทศวรรษที่3กับสสส

‘โอบอ้อม เกื้อกูล มองเห็นกันและกัน’ความสวยงามหนึ่งของมนุษย์เรา คือความหลากหลาย และการโอบรับความหลากหลายที่แท้จริง ไม่ใช่...
01/06/2026

‘โอบอ้อม เกื้อกูล มองเห็นกันและกัน’

ความสวยงามหนึ่งของมนุษย์เรา คือความหลากหลาย และการโอบรับความหลากหลายที่แท้จริง ไม่ใช่ให้สิทธิใครมากกว่าใคร ไม่ใช่การสละสิทธิ์ยอมที่จะโดนเอาเปรียบ หรือไม่ใช่แค่การนิยามว่านี่คือความหลากหลาย

หัวใจจริงๆ คือการเข้าใจความรู้สึก ความต้องการของตัวเอง พร้อมกับคนอื่นๆ ไปด้วยกัน โลกนี้กว้างพอสำหรับคนทุกคน และใจเราก็ต้องกว้างพอสำหรับการให้พื้นที่ของตัวเอง และคนอื่นด้วยเหมือนกัน

#ความหลากหลาย

บทที่ดี คือ บทที่มีเงินประโยคไวรัลจากเวทีนาฏราชครั้งที่ 17 นี้ เป็นประโยคแทนใจคนทำงานสายครีเอทีฟ เพราะทุกคนรู้ดีว่า การท...
30/05/2026

บทที่ดี คือ บทที่มีเงิน

ประโยคไวรัลจากเวทีนาฏราชครั้งที่ 17 นี้ เป็นประโยคแทนใจคนทำงานสายครีเอทีฟ เพราะทุกคนรู้ดีว่า การทำงานภายใต้งบที่น้อย เวลาจำกัด ส่งผลต่อคุณภาพของงาน และเมื่องานออกมาไม่ดีเท่าที่ควร คอมเมนต์ทางลบก็จะไปตกอยู่ที่คนทำงาน ทำให้กระทบต่อสุขภาพจิตของพวกเขาซ้ำแล้วซ้ำอีก

สำหรับวัยทำงานที่วันๆ มีแต่การกัดฟันทำงานเพื่อหาเงินมาใช้ชีวิตในโลกทุนนิยม การที่จะทำให้ตัวเองมีความสุขได้คือการจัดสรรเวลาและพลังงานระหว่างการทำงานกับการใช้ชีวิตส่วนตัวให้สมดุลกัน (Work Life Balance)

แต่คงไม่ใช่ทุกคนที่สามารถจัดสรรเวลาได้ และบางคนจำเป็นต้องเอาชีวิตส่วนตัวเข้าไปในงาน ‘นักเขียนบท’ เองก็เช่นกัน

เราคงไม่อยากให้ใครต้องเสียสุขภาพจิตไปมากกว่านี้ และคงจะดีถ้ามีวิธีป้องกันสุขภาพจิตสำหรับคนที่ต้องเอาตัวเองเข้าไปจมกับอารมณ์ลบนานๆ เราจึงไปชวน หมอหนึ่ง - พญ.อุบลพรรณ วีระโจง แพทย์สาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงอาชีวเวชศาสตร์ ดูแลโรคจากการทำงาน ที่มีหมวกอีกใบเป็น ‘นักเขียนบท’ ให้วางมีด วางปากกา และแชร์กันว่า ถ้านักเขียนบท รวมไปถึงอาชีพอื่นๆ ที่เอาตัวเองเข้าไปเนื้องานมากๆ จะควรประคองใจไม่ให้ล้มระเนระนาดไปก่อนงานจะเสร็จอย่างไร?

อ่าน ดิ่งได้ก็ดึงได้ : คุยกับคุณหมอนักเขียนบทที่เคยอินกับงานจนใจดิ่ง แต่ดึงกลับมาได้เพราะไม่ละเลย และ ‘รู้เท่าทันตัวเอง’ mutualfinding.co/screenwriter-mental-health/

เรื่อง : ธันยพร เกษรสิทธิ์
ภาพประกอบ : บัว คำดี
#นักเขียนบท #บทละคร #สุขภาพจิต

“พูดก็พูดนะ ในฐานะที่ผมก็เป็นในหนึ่งคนที่เป็นผู้สูญเสีย เมื่อเค้กแฟนผมจากไปแล้ว ผมก็เคารพการตัดสินใจ แต่ก่อนหน้านั้นผมรู...
29/05/2026

“พูดก็พูดนะ ในฐานะที่ผมก็เป็นในหนึ่งคนที่เป็นผู้สูญเสีย เมื่อเค้กแฟนผมจากไปแล้ว ผมก็เคารพการตัดสินใจ แต่ก่อนหน้านั้นผมรู้ดีกว่าการตัดสินใจของเขามันไม่ได้สมบูรณ์ 100% ผมมีหน้าที่ต้องยื้อ”

ต้น แนะนำตัวเองใน WorkShop กลุ่มย่อยของงาน ‘Life-Saving Narratives: สื่อกู้ชีวิต ในวิกฤตเศรษฐกิจซ้อนวิกฤตใจ’ โดย ศูนย์ความรู้และประสานงานสุขภาวะทางปัญญา จิตวิวัฒน์ - New Consciousness

เพราะตลอดเดือนพฤษภาคม กรมสุขภาพจิตได้กำหนดให้เป็นการเริ่มต้นแคมเปญ ‘เดือนแห่งสุขภาพใจ เพื่อให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพจิต ซึ่งสื่อเอง ก็เป็นหนึ่งในตาข่ายรองรับสังคม เพื่อไม่ให้ใครต้องตัดสินใจจบชีวิต เพียงเพราะมองไม่เห็นทางออก

ต้น ตั้งใจมางานนี้ ไม่ใช่ในฐานะสื่อเต็มตัว แต่มาในฐานะเจ้าของเพจ The Working Fit by พี่ต้น

“จริงๆ เพจผมเป็นเพจออกกำลังกาย แต่ที่มาของการทำเพจเพราะว่าเค้ก แฟนผมเธอเป็นโรคซึมเศร้ามานาน แล้วเอฟเฟคจากยาที่เธอกินทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 20 กิโล ผมเลยต้องช่วยเธอออกกำลังกาย ตอนนี้เค้กไม่ได้อยู่กับผมแล้ว ผมรู้สึกว่าความรู้ที่มีด้านความเข้าใจในการออกกำลังกาย มีประโยชน์กับคนอื่นเลยมาเปิดเพจ ”

เค้กจากไปจากการตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง ต้นรู้ดีว่าความทุกข์ทรมานจากการป่วยทางใจเป็นยังไง เพราะแฟนของเขาพยายามจบชีวิตตัวเองหลายครั้ง จนต้นนิยามว่าเธอคือ Professtional ด้านการฆ่าตัวตาย ซึ่งครั้งสุดท้ายก็ทำสำเร็จ และการจากไปก็ส่งผลกระทบกับตัวเองไม่น้อยเหมือนกัน

ข้อมูลของกรมสุขภาพจิต ย้ำว่าทุกๆ การฆ่าตัวตายสำเร็จของคนหนึ่งคน มักจะมีผู้ใกล้ชิดได้รับผลกระทบโดยตรงมากถึง 6 คน

ความหวัง คือสิ่งที่ถูกพูดถึงมากที่สุดใน WorkShop ฐิตินบ โกมลนิมิ กลุ่มเพื่อนผู้ป่วยซึมเศร้า กระบวนกรในกิจกรรม ‘การสร้างพื้นที่นิเวศสื่อใหม่ เพื่อสุขภาพจิตและสุขภาวะทางปัญญา’ แนะนำว่าเป็นไปได้ไหม ถ้าปรับจากรายงานข่าวการพูดถึงการฆ่าตัวตาย มาเป็นเรื่องราวของการกู้ชีวิต หรือเรื่องเล่าการรอดชีวิต จะทำให้สื่อจะกลายเป็นวีคซีนสังคมที่กู้ชีพคนได้จริง

อย่างน้อยก็ขอให้แนบช่องทางการช่วยเหลือในท้ายข่าวก็ยังดี ง่ายๆ คือ สายด่วนกรมสุขภาพจิต 1323

“ผมเห็นด้วย เค้กชอบโทร 1323 มาก เวลาเขาดิ่ง เขาอาการกำเริบ เขาเศร้า เขาเหงา 1323 กลายเป็นเพื่อนเขาในช่วงเวลาที่เขาลำบาก”

ช่วงเวลาที่ต้นต้องไปทำงาน แล้วเค้กต้องอยู่เพียงลำพัง สายด่วนช่วยเค้กได้หลายต่อหลายครั้ง ต้นบอกว่าบางสายอาจจะรอนานหน่อย แต่อย่างน้อยก็ได้คุยแน่นอน

ปัจจุบัน กรมสุขภาพจิต พยายามเพิ่มคู่สายสายด่วน 1323 และมีระบบการเข้าช่วยเหลือที่เชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่นๆ ได้โดยตรง

“บางทีเค้กเขาโทรเข้าสายด่วน แล้วพูดคุยในเกณฑ์ที่ถูกประเมินแล้วว่าเสี่ยงมาก ตำรวจมาหาที่บ้านเลย เพราะสายด่วนเขาเชื่อมโยงกับหน่วยงานไว้แล้ว”

สำหรับต้น สายด่วน 1323 ใช้ได้จริง และฟังก์ชันจริงๆ

เพจของต้น ไม่ใช่การโค้ชชิ่งการออกกำลังกายแบบที่เทรนเนอร์คนอื่นๆ ทำ แต่เพจพยายามใส่ความเข้าใจเข้าไปเป็นส่วนประกอบหนึ่ง เพราะต้นรู้ดีว่าการที่ไปบอกให้คนไปลดความอ้วนด้วยการออกกำลังกายนั้นไม่ได้ผล เช่นเดียวกับที่ไปบอกให้คนเป็นโรคซึมเศร้าให้เลิกเศร้า

“ผมรู้ดีว่าคนป่วย สมองเขาคิดไปต่างต่างนานา เราไปตัดสินเขาไม่ได้ ดังนั้นผมเลยไม่เชื่อว่าการที่เขาตัดสินใจจบชีวิตตัวเองนั้นเป็นเรื่องที่สมควรแล้ว ถ้าเป็นไปได้เราน่าจะช่วยอะไรพวกเขาได้”

ต้น หวังว่าเพจของตัวเองจะพยายามยื้อใครสักคนได้ ด้วยการมีสุขภาพที่แข็งแรง เพื่อจะได้อยู่กับคนที่คุณรักไปนานๆ ซึ่งเค้กคือพาร์ทหนึ่งในความทรงดำที่ผลักดันต้นในทุกวันนี้

และถ้าใครรู้สึกไม่ไหว โดดเดี่ยว มีเรื่องไม่สบายใจ เครียด กังวล รู้สึกว่าโลกนี้ไม่น่าอยู่ มองว่าชีวิตตัวเองไม่มีคุณค่า และไม่รู้จะปรึกษาใคร สามารถโทรเบอร์ 1323 สายด่วนสุขภาพจิต เพจ 1323 ปรึกษาปัญหาสุขภาพจิต

อย่าคิดว่าการโทร 1323 ไม่ช่วยอะไร ถ้ารู้สึกว่าไม่มีใคร โลกนี้ไม่น่าอยู่ แต่อย่างน้อยก็ยังมีคนพร้อมรับสายคุณอยู่นะ เรามาร่วมผ่านโลกที่โหดร้ายนี้ด้วยกันเถอะ สิ่งดีๆ กำลังรอเราอยู่ข้างหน้า

เรื่อง : มยุรา ยะทา
ภาพ : ภัทราภรณ์ สงสาร

#สายด่วน1323 #มีปัญหาโทรสายด่วน #ทางออกของชีวิต

“จริงๆ ผมตั้งใจให้งานนี้เป็นผลงานเชิงทดลองและสำรวจพื้นที่มาบตาพุดไปในตัว เพราะผมเก็บน้ำเสียจากท่อน้ำทิ้งของโรงงานมาทดลอง...
28/05/2026

“จริงๆ ผมตั้งใจให้งานนี้เป็นผลงานเชิงทดลองและสำรวจพื้นที่มาบตาพุดไปในตัว เพราะผมเก็บน้ำเสียจากท่อน้ำทิ้งของโรงงานมาทดลองใช้ซุปฟิล์ม เพราะอยากรู้ว่าสารเคมีในน้ำจะทำปฏิกริยายังไงกับฟิล์ม รูปจะออกมาเป็นแบบไหน”

มาบตาพุบนิคมอุตสาหกรรมปิโตเคมีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ตั้งอยู่ในจังหวัดระยองด้วยพื้นที่กว่า 8,558 ไร่ เปาไปหาข้อมูลเพิ่มเติมว่า พื้นที่นิคมมาบตาพุดกำลังจะขยายตัวเพิ่มขึ้นในอนาคต 1,000 ไร่ ที่หาดหนองแฟบจนถึงหาดน้ำรินและกินพื้นที่ส่วนหนึ่งของหาดพยูนเพื่อต่อขยายให้เป็นสะพานท่าเรือน้ำลึก

“ผมไปหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาบตาพุด จะเห็นว่ามีข่าวโรงงานไฟไหม้ ผู้คนรอบๆ ต้องอพยพนานหลายเดือน เพราะมีสารเคมีตกค้าง ได้ไปคุยกับคนหาปลาในหมู่บ้านรอบๆ นั้น ไปได้ดูเศษซากกากสารพิษกองเท่าภูเขาที่ถ้าโดนน้ำมันจะระเบิดแล้วก็คิดว่าทำไมสิ่งนี้มันถึงคงอยู่ต่อไป”

‘เปา’ สุกฤษฎิ์ ปัจจันตดุสิต หรือ SiiXTY-4 ชื่อที่เขามักใช้เรียกแทนตัวเองในฐานะศิลปินคนหนึ่ง เข้าใจดีกว่าการเกิดขึ้นของโรงงานอุตสาหกรรมมันคือส่วนหนึ่งของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในรูปแบบสังคมขนาดใหญ่ที่มีความต้องการการบริโภคสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและในขณะเดียวกันความต้องการขั้นพื้นฐานก็ทำให้พื้นที่อุตสาหกรรมขยายตัวออกไปมากขึ้น แต่สิ่งเหล่านี้ต้องแลกมากับสภาพแวดล้อมรอบพื้นที่อุตสาหกรรมเกิดที่ปนเปื้อนด้วยความตั้งใจ และอุบัติเหตุ

จากการลงพื้นที่ และหาข้อมูลเพิ่มเติม เปาสร้างผลงานของตัวเองในภาพชุด SOMETHING IN EVERYTHING ขึ้นมา

“ภาพชุดนี้ ส่วนตัวแล้วเรารู้สึกว่าบางสิ่งบางอย่างที่ปรากฏในภาพมันดูเหนือจริงและน่าสงสัย แต่ในความเหนือจริงมันกลับเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในจังหวัดระยองแต่กลับถูกทำให้หายไป”

SOMETHING IN EVERYTHING โดย สุกฤษฎิ์ ปัจจันตดุสิต กำลังจัดนิทรรศการภาพถ่ายที่ Fotoclub BKK ชั้น 2 ตั้งแต่ 23 พฤษภาคม - 23 มิถุนายน 2569 เวลา 11.00 - 20.00 น.

เรื่อง : มยุรา ยะทา
ภาพ : SiiXTY-4
ภาพประกอบ : ภัทราภรณ์ สงสาร

-4 #มาบตาพุด #สิ่งแวดล้อม

28/05/2026

เดี๋ยวก็ยุบพรรค เดี๋ยวก็ตัดสิทธิการเมือง

เราอาจเห็นการยุบพรรคและการตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในพื้นที่การเมืองประเทศไทย แต่มันไม่ควรเป็นเรื่องปกติที่จะใช้การตัดสินเหล่านี้มาเป็นเครื่องมือในการจัดการขั้วตรงข้ามให้หลุดออกจากสนามการเมือง

เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ใครหลายคนอาจติดตามข่าว 44 สส.อดีตพรรคก้าวไกล ที่ถูก ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดกรณีเสนอแก้ไข ม.112 เราจึงไปคุยกับ ‘ครูจุ๊ย-กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ’ ผู้อำนวยการมูลนิธิก้าวหน้า ในฐานะคนที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง 10 ปีว่า คิดเห็นอย่างไรกับประเด็นนี้

อ่านบทความได้ที่ https://mutualfinding.co/volumeofwomenpolitician/

ตัดต่อ : ธันยพร เกษรสิทธิ์
#ตัดสิทธิการเมือง

ผู้หญิงหลายคนไม่ได้แค่เป็นหม้ายเพราะสามีเสียชีวิตตามธรรมชาติ แต่บางส่วนเกิดจากปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ เช่น สามีติดคุก ส...
27/05/2026

ผู้หญิงหลายคนไม่ได้แค่เป็นหม้ายเพราะสามีเสียชีวิตตามธรรมชาติ แต่บางส่วนเกิดจากปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ เช่น สามีติดคุก สามีติดยาเสพติด เสียชีวิตเพราะเหตุความรุนแรงจนพวกเธอเลือกที่จะปิดกั้นตัวเอง เนื่องจากขาดความมั่นใจและกลัวสายตาคนในชุมชน

ประกอบกับการที่ต้องทำงานเลี้ยงชีพ ดูแลรายได้-รายจ่ายของครอบครัว ในฐานะแม่เลี้ยงเดี่ยวที่เป็นเสาหลักของบ้าน แค่การดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ รับจ้างกรีดยาง การจะให้สละเวลามาทำกิจกรรมเพื่อตัวเองจึงเป็นเรื่องไกลตัวมาก

เมื่อพูดถึงการดูแลสุขภาพหรือการเข้าโครงการส่งเสริมสุขภาวะ หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องปกติที่ใครๆ ก็ทำได้ แต่สำหรับ ‘กลุ่มสตรีหม้ายมุสลิม’ หรือคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวในชุมชนมุสลิมพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้แล้ว เรื่องนี้กลับไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

สูรียา อาแว นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ อบต.บาเจาะ และผู้ขับเคลื่อนส่วนหนึ่งโครงการหญิงโครงการส่งเสริมสุขภาพหญิงหม้ายมุสลิมบาเจาะสู่สุขภาวะที่ดีด้วยวิถีอิสลาม โดยสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ (สำนัก 9) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ขยายความว่า วิถีปฏิบัติของมุสลิม ครอบครัวส่วนใหญ่จะให้สามีเป็นผู้นำ ภรรยาเป็นผู้ตาม แม้กระทั่งการทำกิจกรรมนอกบ้านนั้นก็ต้องได้รับอนุญาตจากสามี แต่เมื่อสามีเสียไป สตรีหม้ายเหล่านั้นต้องลุกขึ้นมาเป็นเสาหลักของครอบครัว ดูแลลูก หารายได้เข้าบ้าน แต่ความเคยชินกับการเป็นช้างเท้าหลัง ทำให้ภรรยาต้องพลิกบทบาท และปรับตัวครั้งใหญ่เพียงลำพัง

และความยากอีกอย่างหนึ่งคือการดึงให้กลุ่มสตรีหม้ายกลับคืนสู่สังคม

สูรียาอธิบายว่า ผู้หญิงหลายคนไม่ได้แค่เป็นหม้ายเพราะสามีเสียชีวิตตามธรรมชาติ แต่บางส่วนเกิดจากปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ เช่น สามีติดคุก สามีติดยาเสพติด เสียชีวิตเพราะเหตุความรุนแรงจนพวกเธอเลือกที่จะปิดกั้นตัวเอง เนื่องจากขาดความมั่นใจและกลัวสายตาคนในชุมชน

ประกอบกับการที่ต้องทำงานเลี้ยงชีพ ดูแลรายได้-รายจ่ายของครอบครัว ในฐานะแม่เลี้ยงเดี่ยวที่เป็นเสาหลักของบ้าน แค่การดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ รับจ้างกรีดยาง การจะให้สละเวลามาทำกิจกรรมเพื่อตัวเองจึงเป็นเรื่องไกลตัวมาก

สิ่งที่สูรียาทำ คือการชวนทุกคนออกมาทำกิจกรรมร่วมกัน ผ่านการจูงใจในการดูแลสุขภาพด้วยหลักคำสอนที่มีในคัมภีร์อัลกุรอาน การชวนมาทำความเข้าใจใหม่เรื่องการออกกำลังกาย ที่หญิงมุสลิมหลายคนยังเข้าใจไม่ถ่องแท้ รวมถึงการชวนมาปลูกผักเพื่อกินเองเพื่อลดรายจ่าย

ผลลัพธ์ของการผลักดันสตรีหม้ายมุสลิมเพื่อสุขภาพดีวิถีอิสลาม จึงไม่ใช่แค่ค่า BMI หรือน้ำหนักที่ลดลง แต่คือพื้นที่ที่ได้กลับคืนมาจากผู้หญิงที่เคยเก็บกด ขาดความมั่นใจ กลัวคนจับผิด เมื่อได้มาอยู่ในคอมมูนิตี้ที่เข้าใจกัน ได้พูดคุย ได้วางเป้าหมายร่วมกัน สภาพจิตใจก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด พวกเธอกล้าพูดกล้าแสดงออกมากขึ้น และเริ่มก้าวออกมามีส่วนร่วมในกิจกรรมอาสาของหมู่บ้าน

อ่าน เข้าใจการออกกำลังกายใหม่ ปลูกผักเพื่อลดรายจ่าย : กิจกรรมที่ออกแบบเพื่อ ‘กลุ่มสตรีหม้ายมุสลิม’ สามจังหวัดชายแดนใต้ กับการสร้างสุขภาวะวิถีมุสลิม ที่ผลลัพธ์ให้มากกว่าแค่ลดน้ำหนัก https://section09.thaihealth.or.th/?p=170087

เรื่อง : มยุรา ยะทา
ภาพ : อธิคม แสงไชย
ภาพประกอบ : ภัทราภรณ์ สงสาร

#มุสลิม #สุขภาวะสตรีหม้ายมุสลิม #ประชากรกลุ่มเฉพาะ #สำนัก9 #สสส #นับเราด้วยคน #เสียงที่คนอื่นไม่ได้ยิน ับเราด้วยคน

ที่อยู่

1371 ถนนพหลโยธิน แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร
Bangkok
10400

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Mutualผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Mutual:

แชร์