01/06/2026
เลย อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ และนครพนม คือ จังหวัดนำร่องใน “โครงการคาร์บอนเครดิตในสวนยางเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” โดย ธุรกิจคาร์บอนเครดิต บริษัทเจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส ร่วมกับการยางแห่งประเทศไทย ซึ่งได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ณ โรงแรมสยามแกรนด์ จังหวัดอุดรธานี เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569
โดยมีหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก., คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) รวมถึงเกษตรกรชาวสวนยางกว่า 200 ราย
เป้าหมายของโครงการในครั้งนี้ เกิดขึ้นเพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้เกษตรกรชาวสวนยางกว่า 60,000 ครัวเรือน บนพื้นที่ศักยภาพรวมกว่า 500,000 ไร่ ให้สามารถมีรายได้เสริมจากการขายคาร์บอนเครดิต นอกเหนือจากรายได้หลักจากผลผลิตยางพารา โดยบริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด (CPP) ในฐานะผู้พัฒนาโครงการคาร์บอนเครดิตในสวนยาง จะทำหน้าที่บริหารจัดการโครงการ เชื่อมโยงตลาดคาร์บอนเครดิต และสนับสนุนการนำคาร์บอนเครดิตไปชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคธุรกิจ
ตามเป้าหมายด้านความยั่งยืนของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2030 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนเป้าหมายประเทศไทยในการมุ่งสู่ Carbon Neutrality ภายในปี 2050 และ Net Zero ภายในปี 2065 โดยพัฒนาโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานประเทศไทย (T-VER) ในระดับขนาดใหญ่ เพื่อเป็นต้นแบบการพัฒนาคาร์บอนเครดิตภาคเกษตรสู่มาตรฐานสากลในอนาคต
ด้านการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ระบุว่า ปีนี้ถือเป็นครั้งแรกที่เปิดโอกาสให้องค์กรภาคเอกชนร่วมลงทุนและดำเนินโครงการคาร์บอนเครดิตในทุกภูมิภาค โดยพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนถือเป็นพื้นที่นำร่องสำคัญ ซึ่งขณะนี้มีเกษตรกรในจังหวัดอุดรธานีสมัครเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 200 ราย และเตรียมขยายการรับสมัครต่อเนื่องในทั้ง 5 จังหวัดเป้าหมาย
ทั้งนี้ แผนดำเนินงานโครงการจะเริ่มต้นตั้งแต่ ปี 2570–2576 ซึ่งคาดการณ์ว่าจะสามารถลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 1,000,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า นับเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว สร้างความยั่งยืนให้ภาคเกษตรไทย และยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยในระยะยาว
#ยางพารา #คาร์บอนเครดิต